🎬 ภาพยนตร์ไทยปี 2483

พ.ศ. 2483 (ค.ศ. 1940)

รวม 10 เรื่อง - หน้า 1 จาก 1

รวมรายการภาพยนตร์ไทยที่ฉายในปี 2483 พ.ศ. 2483 (ค.ศ. 1940) ครบถ้วนทุกผลิตโดย พร้อมข้อมูลนักแสดง เรื่องย่อ รีวิว และรายละเอียดต่างๆ เพื่อให้คุณเลือกชมภาพยนตร์ที่ใช่ตามใจคุณ

แนวยอดนิยม:Black and WhiteDramaRomanticComedyFriendship
สามปอยหลวง

สามปอยหลวง

Sam Poi Luang

2483
ไตรภูมิภาพยนตร์
0

ประเสริฐ กับ วลี หนุ่มสาวชาวกรุงพบกันโดยบังเอิญที่สถานีรถไฟหัวลำโพง ขณะจองตั๋วรถไฟไปท่องเที่ยวที่จังหวัดเชียงใหม่ ทั้งสองทำความรู้จักกันจนเกิดเป็นความรัก ประเสริฐเป็นข้าราชการกระทรวงต่างประเทศ จะไปพักที่โรงแรม ส่วนวลีจะไปพักอยู่บ้านของ แสง พ่อค้าเมืองเชียงใหม่ซึ่งเป็นเพื่อนเก่าแก่ของพ่อ

เมื่อถึงเมืองเชียงใหม่ ประเสริฐแวะเวียนไปหาวลีทุกวัน จนกระทั่งวันหนึ่งประเสริฐเห็นวลีกับ ไสว ลูกชายของแสง เกิดความเข้าใจผิดจึงตัดพ้อต่อว่าวลี แล้วหนีเข้าป่าไปล่าสัตว์เพื่อระบายอารมณ์ ประเสริฐประสบอุบัติเหตุลื่นตกไหล่เขา เคราะห์ดีที่ได้สาวชาวไร่ช่วยชีวิตไว้ ทราบภายหลังว่าเธอชื่อ อุ่นเรือน เมื่อหายจากอาการบาดเจ็บอุ่นเรือนอาสาพาเขาไปเที่ยวยังที่ต่างๆ ประเสริฐซึ่งผิดหวังจากสาวเมืองกรุง จึงประทับใจในความใสซื่อบริสุทธิ์ของสาวชาวไร่อย่างอุ่นเรือน แล้วทั้งสองจึงตกเป็นของกันและกัน

ทางด้านวลี เธอร้อนใจออกตามหาประเสริฐอย่างเอาเป็นเอาตาย จนกระทั่งบุกป่าฝ่าดงมาถึงชุมชนชาวไร่ วลีปราดเข้าไปซบประเสริฐทันทีที่ได้พบ ปรากฏเป็นภาพบาดตาบาดใจแก่อุ่นเรือนอย่างยิ่ง แต่ประเสริฐสำนึกในความดีของอุ่นเรือน จึงยืนยันที่จะไม่กลับไปเมืองกรุงกับวลี เพื่ออยู่ครองรักกับอุ่นเรือนในหุบเขาต่อไป

วันที่เข้าฉาย : 15 ธันวาคม 2483 ฉายที่ศาลาเฉลิมกรุง

ระบบถ่ายทำ : ภาพยนตร์สีธรรมชาติ 16 มม. ให้เสียงพากย์สด

ขาว-ดำดราม่า
ชายสองโบสถ์

ชายสองโบสถ์

Man of Two Temples

2483
ทิดเขียว (สิน สีบุญเรือง)
0

วันที่เข้าฉาย : 24 พฤศจิกายน 2483 ฉายที่ศาลาเฉลิมกรุง

ระบบถ่ายทำ : ภาพยนตร์ขาวดำ 35 มม. ให้เสียงพากย์สด

.

ที่มา: นิตยสารภาพยนตร์สาร พฤศจิกายน พ.ศ. 2483

.

หมายเหตุ :

ข้อมูลปี พ.ศ. ของภาพยนตร์ที่ออกฉาย คือก่อนการเปลี่ยนแปลงวันขึ้นปีใหม่ เมื่อ 1 มกราคม 2484 จะนับตามปฏิทินแบบเก่า (1 เมษายน เป็นวันขึ้นปีใหม่)

ขาว-ดำ
ลูกกำพร้า ภาค 3-4

ลูกกำพร้า ภาค 3-4

The Orphan Parts 3-4

2483
ศรีบูรพาภาพยนตร์
0

ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังมีภาพยนตร์สั้นเรื่อง พรายตะเคียน (2483) ใช้ฉายประกอบภาพยนตร์เรื่องนี้อีกด้วย

วันที่เข้าฉาย : 21-23 พฤศจิกายน 2483 ฉายที่ศาลาเฉลิมบุรี

ระบบถ่ายทำ : ภาพยนตร์ขาวดำ 35 มม. ให้เสียงพากย์สด

.

ที่มา: นิตยสารภาพยนตร์สาร พฤศจิกายน พ.ศ. 2483

ขาว-ดำดราม่า
หนามยอกหนามบ่ง

หนามยอกหนามบ่ง

Thorn Removes Thorn

2483
ละโว้ภาพยนตร์
0

เย็นวันหนึ่ง ณ หมู่บ้านนาแค ธง ลูกน้องฝีมือดีของ พ่อขุน กำนันบ้านนาแค จำใจต้องไปทวงเงินค่าที่นากับ ตาเพชร พ่อของ แวว คนรัก แต่ตาเพชรไม่มีเงินพอ จึงต้องขายแววเพราะกลัวอิทธิพลของพ่อขุน

แววเข้ามาเป็นคนคอยรับใช้ ดวง บุตรสาวของพ่อขุน แต่มักจะถูก มิ่ง ลูกชายของพ่อขุนพยายามเข้าหาและคอยพูดจาปั่นหูว่าธงในแง่ไม่ดี เมื่อธงรู้จึงเกิดเรื่องทะเลาะวิวาทกัน แต่ธงเป็นฝ่ายแพ้ แววถูกกักตัวเป็นเวลา 7 วัน ส่วนธงถูกสั่งห้ามไม่ให้พบแวว จนเมื่อ พ่อขุนต้องการให้ธงไปปล้นควาย ธงยอมทำตามแต่มีข้อแม้ว่าเมื่อขโมยควายมาได้แล้ว พ่อขุนต้องปล่อยแววให้เป็นอิสระ

เมื่อธงจากไป มิ่งก็วางแผนเตรียมจัดพิธีแต่งงานระหว่างตนกับแวว ธงกลับมาเร็วกว่ากำหนดจึงได้ทราบว่าหลงกลสองพ่อลูก ธงจึงไปชิงตัวแววและเดินทางไปที่เวียงคอยเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บของแวว พ่อขุนออกหมายจับธงและพรรคพวก พร้อมออกค่าหัว จนได้ทราบข่าวว่า ธงไปหลบซ่อนตัวอยู่ที่เวียงคอย จึงนำกำลังคนเพื่อที่จะไปจับตัวธงจนเกิดการต่อสู้กัน ธงต้องเป็นฝ่ายยอมแพ้เพราะพ่อขุนนำตัวพ่อของแววมาขู่เพื่อให้แววมอบตัว สุดท้ายแววก็ตอบตกลงแต่งงานเพื่อปลดหนี้ให้พ่อ ธงจึงหายไปพร้อมความแค้นแววที่หักหลังตน

สองปีผ่านไป หมู่บ้านนาแคต้องเผชิญกับความแร้นแค้น ไม่มีเกวียนไหนกล้าใช้เส้นทางผ่าน กระทั่งมีหนุ่มลาวโซ่ง ชื่อ แสน นำเกวียนมาแวะที่หมู่บ้านนาแค แท้จริงแล้ว แสนก็คือธงที่เข้ามาสืบข่าวคราวในหมู่บ้านนาแค ขณะนั้น มิ่งได้ขึ้นเป็นกำนันแทนพ่อขุนที่เริ่มแก่ตัวมิ่งมักจะทำร้ายแววกับลูกอยู่เสมอ เพราะคิดว่าลูกที่เกิดมาเป็นลูกของธง ส่วนตัวเองอยากได้ สร้อย น้องสาวคนสวยของ สอน เป็นเมียอีกคน จึงบังคับให้ ดวง แต่งงานกับสอน ธงกลับมาบ้านนาแคเพื่อชำระแค้น แต่บัดนี้กรรมได้ตามสนองแววและพ่อขุนแล้ว ธงจึงอโหสิให้ และรีบไปช่วยดวงที่ถูกมิ่งฉุดไปเวียงดอย ธงฆ่ามิ่งเพื่อชิงตัวดวงได้สำเร็จ ความแค้นแต่หนหลังจึงจบลง

วันที่เข้าฉาย : 21 ตุลาคม 2483 ฉายที่ศาลาเฉลิมกรุง

ระบบถ่ายทำ : ภาพยนตร์ขาวดำ 35 มม. ให้เสียงพากย์สด

.

ที่มา: หนังสือที่ระลึก 35 ปี ละโว้ภาพยนตร์

ขาว-ดำดราม่า
แผลเก่า

แผลเก่า

The Scar

2483
บูรพาศิลป์ภาพยนตร์
0

เป็นเรื่องเก่าของชาวบางกะปิ ที่บรรยายความรักของหนุ่มลูกบ้านนั้น ซึ่งมีความรักที่คุระอุอยู่ในอกเหลืออดกลั้น

มันว่า... "ยิ่งมืดก็จะยิ่งฝ่า ยิ่งหนาก็จะยิ่งบุก... เรียมเอ๋ย พี่จะตายให้อ้ายหนุ่มลูกบ้านนี้ มันรู้ทั่วกันว่า อ้ายขวัญ มันรักของมันยังไง.."

.

"แผลเก่า" เป็นเรื่องเกี่ยวกับชีวิตและความรักของหนุ่มสาวคู่หนึ่งซึ่งเป็นชาวบางกะปิ เป็นบางกะปิเมื่อสมัยกระโน้น เพราะฉะนั้นสภาพของชีวิตและการทำมาหากินก็ไม่แตกต่างกว่าชีวิตของชาวจังหวัดอื่นๆ ความรักของหนุ่มสาวคู่นี้ไม่ใช่เป็นความรักที่ราบรื่น เพราะญาติฝ่ายหญิงไม่เห็นด้วย จึงพยายามกีดกันทุกประการ ถึงกับจับแม่สาวล่ามโซ่ไว้ แต่หนุ่มก็ไม่หมดมานะพยายามแอบมาหาจนได้

ในที่สุดญาติฝ่ายหญิงเลยเอาเธอไปขายไว้กับคนชาวกรุง ภายในระยะหนึ่งปีที่ผ่านไป เธอเลยเปลี่ยนสภาพจากสาวบ้านนอกเป็นสาวชาวกรุงอย่างทันสมัย ถึงกับมีหนุ่มๆ มาติดพันอยู่หลายคน ต่อมาเธอได้ข่าวว่า มารดาป่วยหนัก เลยกลับไปพยาบาลมารดายังบ้านเดิม เป็นโอกาสให้หนุ่มชาวบางกะปิได้พบปะกับเธออีก ความรักซึ่งมีอยู่แต่เดิมก็คุระอุยิ่งขึ้นกว่าเดิม

เมื่อมารดาเธอถึงแก่กรรมลง หนุ่มใจหาญนั้นได้บุกเข้ามาทำการเคารพศพโดยไม่เกรงต่อพวกญาติของหญิงคู่รักของเขา ผลของการนี้ก็คือ ถูกพวกเหล่านั้นแอบทำร้าย แต่เขาก็สังหารเสียหลายคน ในที่สุดก็ถูกยิง แต่เขาพยายามแหวกว่ายน้ำไปจนถึงศาลเจ้าต้นไทรที่เขาไปสาบานตัวเสมอๆ ฝ่ายหญิงได้พยายามวิ่งตามมาถึงเหมือนกัน พลางกระโดดลงน้ำว่ายเข้าไปหา เมื่อหนุ่มเห็นว่าชีวิตความรักของเขากับเธอหมดหวังเพียงแต่นี้เอง เขาเลยเอามีดจ้วงแทงสาวคู่รักจนจมหายตายไปด้วยกัน (ที่มา: นิตยสารภาพยนตร์สาร สิงหาคม พ.ศ. 2483)

วันที่เข้าฉาย : 18 สิงหาคม 2483 ฉายที่ศาลาเฉลิมบุรี

ระบบถ่ายทำ : ภาพยนตร์ขาวดำ 35 มม. ให้เสียงพากย์สด

ขาว-ดำดราม่าโรแมนติก
ไม่เคยรัก

ไม่เคยรัก

Bachelor in Love

2483
ภาพยนตร์เสียงศรีกรุง
0

โรจน์ สืบทอดกิจการร้านนิยมไทยจำหน่ายสินค้าไทยต่อจากบิดา เขาคร่ำเคร่งกับการทำงานจนไม่สนใจเรื่องอื่นรวมทั้งเรื่องความรัก จนกระทั่งเช้าวันหนึ่ง ขณะที่โรจน์ขับรถไปทำงาน บังเอิญขับรถชนรถสามล้อ ซึ่งมีสาวงามชื่อ วนิดา โดยสารอยู่ โรจน์หลงรักวนิดาตั้งแต่แรกเห็นและตามไปส่งที่บ้าน จึงได้รู้ว่าวนิดาเป็นหลานสาวของ พระพฤกษาพิทักษ์ ซึ่งหลงใหลในกล้วยไม้ ขากลับโรจน์พบ สนิท ซึ่งมาติดพันวนิดา และเป็นผู้ที่ มาลี แม่ของวนิดาหมายมั่นจะให้แต่งงานกับลูกสาว สนิทมีนิสัยเจ้าชู้ ทำให้วนิดาใจโอนเอียงไปทางโรจน์ แต่แล้ววันหนึ่ง โรจน์ขึ้นไปรับ ผ่องพรรณ น้องสาวซึ่งป่วยหนักมารักษาที่กรุงเทพ กาจ นักหนังสือพิมพ์ซึ่งมีความแค้นโรจน์ในเรื่องส่วนตัว บังเอิญเห็นจึงนำไปเขียนข่าวกล่าวหาว่าโรจน์ล่อลวงสาวบ้านนอกมากรุงเทพ ทำให้วนิดาเข้าใจผิด โรจน์โกรธมากจึงฟ้องร้องหนังสือพิมพ์ฉบับนั้น ศาลพิจารณาตัดสินให้หนังสือพิมพ์ฉบับนั้นแก้ข่าว วนิดากับโรจน์จึงเข้าใจกันในที่สุด

วันที่เข้าฉาย : 31 พฤษภาคม 2483 ฉายที่ศาลาเฉลิมกรุง

ระบบถ่ายทำ : ภาพยนตร์ขาวดำ เสียงในฟิล์ม 35 มม.

ขาว-ดำโรแมนติกตลก
ลูกทุ่ง

ลูกทุ่ง

Luk Thung (Country Folk)

2483
บริษัท ภาพยนตร์ไทย จำกัด
0

ณ ลุ่มน้ำท่าจีน จังหวัดสาลี อันเป็นเขตกสิกรรม ครอบครัวของพ่อชมดำรงชีพด้วยการทำไร่ไถนามาหลายชั่วอายุคน พ่อชมมีลูกชายด้วยกันอยู่สองคน คือ ช่วย คนพี่คิดจะเจริญรอยตามพ่อ สืบทอดอาชีพกสิกร แต่ ชู คนน้องมักใหญ่ใฝ่สูงอยากจะเป็นขุนนางท่ามกลางเสียงคัดค้านของพ่อชม ชูจึงต้องดิ้นรนหาทางได้เล่าเรียนด้วยตัวเอง และโชคชะตาก็เข้าข้างชู เมื่อวันหนึ่ง ขุนกสิกิจเดินทางมายังจังหวัดสาลีเผอิญถูกตาต้องใจชูเข้า เพราะตัวเองมีแต่ลูกสาวไม่มีลูกชาย จึงขอรับอุปการะชูให้ได้เข้าเรียนที่กรุงเทพ

หลายปีผ่านไป ชูไต่เต้าจนได้เป็นนายอำเภอสมอย่างที่หวัง ไม่เพียงแต่หน้าที่การงานจะก้าวหน้า เรื่องของหัวใจก็กำลังปลูกต้นรักอยู่กับ ผจง ลูกสาวสุดสวยของขุนกสิกิจนั่นเอง ไม่นานหลังจากนั้นก็มีเหตุให้ชูต้องกลับยังบ้านเกิด เนื่องจากขุนกสิกิจได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นพระยากสิกิจมาประจำอยู่ที่จังหวัดสาลี บัดนี้ ดำ กับ แจ๋ว เพื่อนเล่นในวัยเด็กของชูผันตัวไปเป็นอันธพาลปล้นทรัพย์ชาวบ้าน เป็นที่เดือดร้อนนัก ร้อนถึงหน้าที่ของนายอำเภอที่ต้องบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ชาวบ้าน แต่นายอำเภอชูกลับแสดงท่าทีเจ้ายศเจ้าอย่าง เป็นเหตุให้ชาวบ้านต่างพากันเกลียดชัง ดีที่ช่วยคอยช่วยเหลือไกล่เกลี่ย ช่วยจึงเป็นที่รักใคร่ของชาวบ้าน รวมทั้งพระยากสิกิจกับผจงลูกสาวที่เกิดหลงใหลได้ปลื้มในตัวช่วย เพราะนับถือคนประกอบอาชีพกสิกรรมอันเป็นกระดูกสันหลังของชาติเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

เมื่อช่วยรู้ว่าผจงเริ่มมีใจให้ จึงเริ่มไว้ตัว ด้วยรู้ว่าน้องชายสมัครใจรักผู้หญิงคนนี้ และแล้วเหตุร้ายก็เกิดขึ้น เมื่อแจ๋ววางแผนออกปล้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ช่วยจึงปลอมตัวเป็นโจรเพื่อเกลี้ยกล่อมให้แจ๋วกลับใจ เคราะห์ร้ายครานี้ ตำรวจก็สืบทราบแผนการเช่นกัน จึงนำกำลังล้อมจับ ช่วยจึงติดร่างแหไปด้วย ผจงไปขอร้องให้แจ๋วช่วยบอกความจริงกับตำรวจ แจ๋วซึ่งสำนึกในบุญคุณของช่วยอยู่แล้วก็ยอมทำตาม ทำให้ช่วยพ้นผิดและได้ครองรักกับผจง ชูจึงได้สำนึกและกลับตัวเป็นข้าราชการดีตั้งแต่นั้นมา

วันที่เข้าฉาย : 31 มีนาคม 2482 ฉายที่ศาลาเฉลิมกรุง

ระบบถ่ายทำ : ภาพยนตร์ขาวดำ เสียงในฟิล์ม 35 มม.

.

ที่มา: หนังสือพิมพ์ศรีกรุง 4 เมษายน พ.ศ. 2483

ขาว-ดำดราม่าโรแมนติก

จระเข้

Crocodile

2483
บริษัท ภาพยนตร์ภาวัส
0

วันที่เข้าฉาย : ?? 2483

ระบบถ่ายทำ : ภาพยนตร์ขาวดำ 35 มม.

ขาว-ดำ

ภาพยนตร์ปีอื่นๆ ที่น่าสนใจ

สำรวจภาพยนตร์ไทยจากปีต่างๆ เพื่อค้นหาผลงานคลาสสิกและหนังยุคใหม่ที่คุณอาจพลาด

เกี่ยวกับภาพยนตร์ไทยปี 2483

ปี 2483 พ.ศ. 2483 (ค.ศ. 1940) เป็นปีที่มีภาพยนตร์ไทยฉายจำนวน 10 เรื่อง ครอบคลุมหลากหลายแนวจากBlack and White, Drama, Romantic และอีกหลายแนวที่น่าติดตาม

ผลิตโดยที่มีผลงานมากที่สุดในปีนี้ ได้แก่ ไตรภูมิภาพยนตร์, ทิดเขียว (สิน สีบุญเรือง), ศรีบูรพาภาพยนตร์ พร้อมนำเสนอเนื้อหาที่หลากหลายและคุณภาพสูง เหมาะสำหรับผู้ชมทุกเพศทุกวัย

คำถามที่พบบ่อย - ภาพยนตร์ไทยปี 2483

มีภาพยนตร์ไทยฉายปี 2483 กี่เรื่อง?

ปี 2483 พ.ศ. 2483 มีภาพยนตร์ไทยฉายทั้งหมด 10 เรื่อง ครอบคลุมทุกผลิตโดยและหลากหลายแนว

ผลิตโดยไหนมีหนังมากที่สุดในปี 2483?

ผลิตโดยที่มีภาพยนตร์มากที่สุดในปี 2483 ได้แก่ ไตรภูมิภาพยนตร์, ทิดเขียว (สิน สีบุญเรือง), ศรีบูรพาภาพยนตร์ พร้อมผลงานที่หลากหลาย

แนวหนังยอดนิยมปี 2483 คืออะไร?

แนวภาพยนตร์ที่ได้รับความนิยมในปี 2483 ได้แก่ Black and White, Drama, Romantic, Comedy, Friendship และอีกหลายแนวที่น่าสนใจ

ภาพยนตร์ไทยปี 2483 เรื่องไหนได้รับคะแนนสูงสุด?

ข้อมูลคะแนนยังอยู่ระหว่างการรวบรวม สามารถดูรายละเอียดได้ในรายการด้านบน