🎬 ภาพยนตร์ไทยปี 2484
พ.ศ. 2484 (ค.ศ. 1941)
รวม 11 เรื่อง - หน้า 1 จาก 2
รวมรายการภาพยนตร์ไทยที่ฉายในปี 2484 พ.ศ. 2484 (ค.ศ. 1941) ครบถ้วนทุกผลิตโดย พร้อมข้อมูลนักแสดง เรื่องย่อ รีวิว และรายละเอียดต่างๆ เพื่อให้คุณเลือกชมภาพยนตร์ที่ใช่ตามใจคุณ
สถิติภาพยนตร์ปี 2484

แม่ศรีเมือง
Mae Sri Mueang
หลังจากสามีเสียชีวิต ศรีเมือง จึงแต่งงานกับ หลวงภรตชำนาญ ศรีเมืองมีลูกติดชื่อประดิษฐ์ เช่นเดียวกับชำนาญก็มีลูกสาวชื่อ วารินทร์ ชีวิตคู่ของทั้งสองราบรื่นได้ไม่นานก็เกิดปัญหา เนื่องจากชำนาญเริ่มติดเหล้าและการพนันอย่างหนักจนเป็นหนี้สินจึงต้องย้ายถิ่นฐานไปอยู่ที่จังหวัดอุบลราชธานี หลังจากนั้นไม่นาน ศรีเมืองก็ฆ่าตัวตาย ประดิษฐ์และวารินทร์ต้องออกไปทำงานเพื่อหาเลี้ยงตัวเอง แต่ต่อมาบ้านเมืองก็เข้าสู่ภาวะสงคราม ประดิษฐ์ถูกเกณฑ์เป็นทหารไปรับใช้ชาติ แต่ประดิษฐ์กลับขายชาติจึงถูกจับและถูกตัดสินประหารชีวิตในภายหลัง
วันที่เข้าฉาย : 30 ธันวาคม 2484 ฉายที่ศาลาเฉลิมบุรี
ระบบถ่ายทำ : ภาพยนตร์ขาวดำ 16 มม. ให้เสียงพากย์สด

แม่จ้าวฟ้า
Mae Jao Fa
ในคืนวันแต่งงานของพี่สาว โพ สาวชาวดอยไปเดินเล่นที่ห้วยสาวไห้ และได้พบกับ เจน หนุ่มชาวกรุงที่เข้ามาเดินป่าเพื่อหาว่านผาไปทำยาตามวิชาแพทย์ที่ศึกษามา เจนกำลังกลัดกลุ้มที่ยังหาว่านผาไม่พบโพสงสารจึงคอยช่วยเหลือเจนและหาของต่างๆ มาปรนนิบัติ เจนซาบซึ้งในน้ำใจโพ ทั้งสองเผลอใจทำผิดประเพณีในคืนวันหนึ่ง โดยไม่รู้ว่า พราย ซึ่งแอบชอบโพมานานแอบเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด พรายรีบไปฟ้อง ตาเพิ่น พ่อของโพ ตาเพิ่นโกรธมาก ยื่นคำขาดให้เจนทำตามประเพณีของชาวดอย เจนไม่สามารถทำได้จึงพาโพหนีจากห้วยสาวไห้ไปอยู่กรุงเทพ ตั้งใจจะขัดเกลากิริยามารยาทของโพ แล้วค่อยพากลับมาหาตาเพิ่น แต่โพก็ต้องพบกับความชอกช้ำ เพราะความจริงเจนมีภรรยาอยู่แล้วชื่อ สายใจ โพทนทุกข์เพราะความหึงหวงของสายใจ และโดนดูถูกเหยียดหยามในความเป็นสาวชาวดอย ในที่สุดโพก็ตัดสินใจกลับมายังห้วยสาวไห้ด้วยความเสียใจ
วันที่เข้าฉาย : 5 พฤศจิกายน 2484 ฉายที่ศาลาเฉลิมบุรี
ระบบถ่ายทำ : ภาพยนตร์ขาวดำ 35 มม.? ให้เสียงพากย์สด

แดนคนเดน
Land of Outcasts
ในตำบลทุ่งพญาลอ มีชาวนาสองครอบครัวทำนาอยู่ใกล้ๆ กัน พ่อของ ทับ และเทียบ มักจะมีปากเสียงเรื่องการล้ำเขตการทำนากับพ่อของ เครือ อยู่เสมอ จนกระทั่งวันหนึ่ง ทั้งสองมีปากเสียงกันอย่างหนักจนพ่อของเครือพลั้งมือฆ่าพ่อของทับเสียชีวิต ทับตรงดิ่งไปที่บ้านเครือด้วยความโกรธแค้น และกระหน่ำยิงพ่อของเครือเสียชีวิตคาที่ ส่วนตัวเองระหกระเหินหนีเข้าไปในป่า และพลัดเข้าไปในฝูงโจรซึ่งมี เสือฉาย เป็นหัวหน้า เสือฉายเห็นแววของทับจึงชักชวนให้มาเป็นสมุนออกปล้นเสบียงชาวบ้าน วันหนึ่งทับได้รู้ว่าเสือฉายโกงเงินส่วนของตนเอาไปให้ เปลื้อง นำไปสู่ขอเครือ ทับจึงฆ่าเสือฉายและบุกเข้าไปในงานแต่งงานของเปลื้องกับเครือ แม่ของทับเข้ามาห้าม ทำให้ทับสำนึกผิด เปลื้องฉวยโอกาสคว้าปืนยิงทับเสียชีวิต เทียบหยิบมีดแทงเปลื้องแก้แค้นแทนพี่ชาย
วันที่เข้าฉาย : 3 กันยายน 2484 ฉายที่ศาลาเฉลิมบุรี
ระบบถ่ายทำ : ภาพยนตร์ขาวดำ 35 มม. ให้เสียงพากย์สด

ใจไทย
Thai Heart
เป็นภาพยนตร์ที่จัดสร้างขึ้นเพื่อเผยแพร่กิจการของกรมประชาสงเคราะห์ เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2483 กรมประชาสงเคราะห์ได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ประกอบด้วย นายแพทย์ยง ชุติมา ขุนสงัดโรคกิตติขุนสอนสุขกิจ และเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ไปแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ผู้อพยพที่หนีความทารุณของฝรั่งเศสในอินโดจีน จากตำบลไพลินมาอยู่ที่จังหวัดจันทบุรีและตราด ขุนประสงค์สุขการี ข้าหลวงประจำจังหวัดจันทบุรี เป็นผู้ต้อนรับเจ้าหน้าที่ของกรมประชาสงเคราะห์ และพาข้ามแม่น้ำจันทบุรีไปชมการทำถนนบนเขาเกลือ ทำเสื่อจันทบูรณ์ การทำพลอย พาไปศาลเจ้าตากสิน ศาลากลางจังหวัดซึ่งกำลังแห่โฆษณาฉายภาพยนตร์การกุศลเพื่อหาเงินช่วยผู้อพยพ จากนั้นจึงพาข้ามแม่น้ำจันทบุรีมาขึ้นรถที่ท่าโรงสีกานหลี ไปเยี่ยมเยียนผู้อพยพที่อำเภอมะขาม ผู้อพยพส่วนมากเป็นชาวกุหล่าที่หนีมาจากตำบลไพลิน ขุนประสงค์สุขการีและขุนสงัดโรคกิตติ ตัวแทนเจ้าหน้าที่กรมประชาสงเคราะห์ขึ้นกล่าวปราศรัย ก่อนจะแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ผู้อพยพ และกลับไปยังจังหวัดจันทบุรี เพื่อเยี่ยมเยียนคนงานทำถนนบนเขาเกลือ
วันที่ 26 ธันวาคม 2483 นายพันโท ขุนจำนงภูมิเวท รักษาการอธิบดีกรมประชาสงเคราะห์พร้อมข้าราชการในกรมไปตรวจเยี่ยมราษฎรที่จังหวัดจันทบุรีผู้อพยพ ทหาร และตำรวจในนามของนายกรัฐมนตรี โดยมีนายพันตรีประพันธ์ รองผู้บังคับการทหารม้าปืนใหญ่และข้าราชการจังหวัดจันทบุรีให้การต้อนรับที่ท่าเรือ ค่ำวันนั้นมีการฉายภาพยนตร์ของกรมประชาสงเคราะห์จากนั้นในวันที่ 28 ธันวาคม 2483 กองพลจันทบุรีได้จัดให้มีพิธีเดินผ่านธงชัยเฉลิมพลที่ค่ายทหาร
วันที่เข้าฉาย : 20 กรกฎาคม 2484 ฉายที่ศาลาเฉลิมกรุง
ระบบถ่ายทำ : ภาพยนตร์ขาวดำและสี 16 มม.? ให้เสียงพากย์สด
.
ที่มา: นิตยสารภาพยนตร์สาร กรกฎาคม พ.ศ. 2484

เลือดไทย
Thai Blood
ภาพยนตร์ไทยมีเสียงประกอบบทพากย์แบบใหม่ตามแนวความคิดใหม่ของบริษัทราชบุรี
สร้างจากชีวิตแท้ของไทยใกล้แม่โขงที่ยอมสละชีวิตและเลือดเนื้อ เพื่อป้องกันอิสรภาพและทรัพย์สิน เพราะโจรหมู่หนึ่งคอยรังควาน ปล้นสะดมอยู่ไม่หยุด แม้ว่าเลือดจะสาดราดแผ่นดิน ไทยในยามนี้ก็คิดแต่เพียงว่า เขาสูญสิ้นแต่ร่างกาย ส่วนชื่อเสียงของผู้ทำดีย่อมไม่หายไปจากโลกนี้เท่านั้น
แม้ว่าจะเป็นท่ามกลางความเวิ้งว้างว่างเปล่าเช่นนี้ ... แต่ก็ใช่ว่าจะไร้เสียซึ่งความรักความหวานหยาด เยิ้มเสียทีเดียวไม่ .. เลือดไทยต้องสู้ - สู้จนกว่าชีวิตจะหาไม่ ถ้าสู้ไม่ได้ก็จงเอาร่างของเราถมไว้บนแผ่นดินไทยนี้ ดีกว่าจะต้องตกไปเปนทาษของผู้อื่น ... เมื่อเกิดมีคน ขายชาติ, หมู่คณะ ขายชาติเกิดขึ้นเพียงคนเดียว ผลที่ได้ รับก็คือ ... ภายในค่ายน้อย ๆ ที่ชาวไทย - เลือดไทยเรา ต้องร่วมใจกันสู้ฝ่ายอธรรม - สู้ - สู้ จนกระทั่งโลหิตหยด สุดท้าย เพื่อเกียรติศักดิ์ของไทย ... อย่างนี้ใครจะทนได้ แต่ถ้าใครไม่ปรารถนาที่จะอยู่ในสภาวะเช่นนี้ ก็ต้องสู้ - สู้เพื่อไว้ลายของชายชาติเสือ ผู้มีเลือดเนื้อเป็นไทย ... นี่คือคนขายชาติ แนวที่ 5 ฉะนั้น จงร่วมใจร่วมกายกันปราบ ปรามแนวที่ 5 เสียแต่บัดนี้ (ที่มา: นิตยสารประมวลภาพยนตร์ พฤษภาคม พ.ศ. 2484)
วันที่เข้าฉาย : 15 พฤษภาคม 2484 ฉายที่ศาลาเฉลิมกรุง
ระบบถ่ายทำ : ภาพยนตร์ขาวดำ 35 มม. บันทึกเสียงและพากย์

พระเจ้าช้างเผือก
The King of the White Elephant
พระเจ้าจักรา กษัตริย์แห่งอโยธยาผู้โปรดการขับช้าง และเมื่อพระเจ้าหงสาส่งกองทัพบุกประเทศ พระองค์ไม่ยอมให้ช้างเผือกตามที่กษัตริย์หงสาขอ พระเจ้าจักราได้ยกกองทัพไปเผชิญทัพหงสาที่ชายแดน เพราะไม่ต้องการให้ราษฎรเดือดร้อนและได้ท้าทายให้กษัตริย์ของหงสาออกมาต่อสู้กันตัวต่อตัวบนหลังช้างเพื่อไม่ให้ทหารต้องบาดเจ็บล้มตาย ซึ่งพระองค์ได้ชัยชนะและแทนที่จะจับทหารศัตรูเป็นเชลย กลับทรงประกาศสันติภาพว่าอโยธยามิได้เป็นศัตรูกับชาวหงสา แต่เป็นศัตรูกับกษัตริย์หงสาที่โหดเหี้ยมและปล่อยทหารศัตรูกลับไป
วันที่เข้าฉาย : 4 เมษายน 2484 ฉายที่ศาลาเฉลิมกรุง
ระบบถ่ายทำ : ภาพยนตร์ขาวดำ เสียงในฟิล์ม 35 มม. (ให้เสียงพูดเป็นภาษาอังกฤษทั้งเรื่อง)

กิ่งกาฝาก
Parasite Branch
ทิดเขียว พากย์อย่าง ฝากรัก-ฝากอาลัย ! ภาพยนตร์ไทยพากย์ เรื่อง กิ่งกาฝาก ของ ทิดเขียว
ฝากไว้กับท่านที่รักจะดูภาพยนตร์ไทยพากย์ ของ "ทิดเขียว" ที่ ฝากรัก ฝากอาลัย
วันที่เข้าฉาย :
21-22 มีนาคม 2484 ฉายที่ศาลาเฉลิมธานี /
23 มีนาคม 2484 ฉายที่ศาลาเฉลิมรัฐ /
27-28 มีนาคม 2484 ฉายที่ศาลาเฉลิมธน
ระบบถ่ายทำ :
.
ที่มา: นิตยสารภาพยนตร์สาร มีนาคม พ.ศ. 2484
ศรีธนญชัย
Sri Thanonchai
ศรีธนญชัย เป็นนิทานพื้นบ้านที่รู้จักกันแพร่หลายของไทย มีตัวเอกของเรื่องคือศรีธนญชัยที่มีภาพลักษณ์เจ้าปัญญา ฉลาดแกมโกง และเป็นตัวตลก
วันที่เข้าฉาย : ?? 2484
ระบบถ่ายทำ : ภาพยนตร์ขาวดำ 16 มม. ให้เสียงพากย์สด

รวมไทย
United Thai
บันทึกเหตุการณ์กรณีพิพาทไทย-อินโดจีนของฝรั่งเศส เกียรติประวัติของ ร.พัน 3 หลังจากที่ฝรั่งเศสตอบปฏิเสธรัฐบาลไทยกรณีเรียกร้องดินแดนคืนฝ่ายไทยจึงเริ่มมีการลำเรียงทหารและจัดตั้งองค์การอาสากาชาดเพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขพลเมืองไทยตามแนวรบชายฝั่งแม่น้ำโขง แล้วจึงมีการสู่รบทางอากาศที่เมืองนครพนม เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2483 เป็นชนวนให้เกิดการรบใหญ่ในเวลาต่อมาที่สมรภูมิบ้านพร้าวซึ่งกองทัพบูรพายึดธงชัยเฉลิมพลของข้าศึกได้ กองหน้าฝ่ายไทยได้ยึดดินแดนไปจนถึงบริเวณก่อนประตูศรีโสภณประมาณ 6 กม. ก่อนจะมีการพักรบในวันที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2483 แล้วจึงมีการจัดการเดินสวนสนามฉลองชัย ที่กรุงเทพ ระหว่างพักรบ นายพลตรีหลวงพิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมทหารในแนวรบ กองทัพบูรพาและประดับเหรียญชัยสมรภูมิแก่แม่ทัพ นายกอง และนายทหาร หลังจากนั้นเหล่าทหารที่ร่วมรบได้เดินทางกลับกรุงเทพ ท่ามกลางการต้อนรับของมหาชน และสวนสนามฉลองชัยรวมทั้งแสดงอาวุธอันทันสมัยที่ใช้ในการรบคราวนี้ ในวันที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2484
.
ในขณะที่โลกกำลังเข้าสู่ภาวะสงครามโลกครั้งที่ 2 ประเทศไทยได้เกิดกรณีพิพาทกับอินโดจีนของฝรั่งเศส เมื่อ พ.ศ. 2483 ในสมัยที่ จอมพล ป.พิบูลสงคราม ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี อันมีสาเหตุมาจากการสู้รบเพื่อแย่งชิงดินแดนซึ่งประเทศไทยเคยสูญเสียให้อินโดจีนของฝรั่งเศสในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อปี พ.ศ. 2449 การสู้รบในครั้งนี้ไม่มีการประกาศเป็นสงครามอย่างเป็นทางการ กินเวลาเพียง 3 เดือนเศษ เป็นสงครามที่มีการรบทั้งทางบก ทางอากาศ และทางเรือ ตลอดแนวชายแดนภาคอีสาน โดยการนำของแม่ทัพบูรพา พลเอกมังกร พรหมโยธี ซึ่งกองทัพบูรพาสามารถยึดเมืองพระตะบอง เสียมราฐ อีกทั้งยังยึดธงชัยเฉลิมพลของฝรั่งเศสได้ แต่ยังไม่ทันรู้แพ้รู้ชนะ ประเทศญี่ปุ่นได้เข้ามาช่วยเจรจาไกล่เกลี่ยและยุติการสู้รบในเวลาต่อมา
.
ในขณะเกิดการรบระหว่างไทยกับอินโดจีนฝรั่งเศส ได้มีการถ่ายทำเป็นภาพยนตร์อยู่หลายเรื่อง และนำออกฉายตามโรงภาพยนตร์ หลักฐานทางเอกสารที่ค้นพบมีอย่างน้อยสองเรื่อง คือเรื่อง “รวมไทย” สร้างโดย กรมสาธารณสุขและกรมรถไฟ ถ่ายทำโดย ม.จ. ศุกรวรรณดิศ ดิศกุล นายช่างถ่ายหนังแห่งกรมรถไฟ และนายฟื้น เพ็งเจริญ นายช่างถ่ายหนังของกรมสาธารณสุข อีกเรื่องหนึ่งคือ “ใจไทย” สร้างโดย กรมสาธารณสุขและกรมประชาสงเคราะห์
.
ภาพยนตร์เรื่อง “รวมไทย” นี้หอภาพยนตร์มีหนังสือสูจิบัตร ทำให้ทราบเลา ๆ ว่าเรื่องราวเป็นอย่างไร แต่เรื่อง “ใจไทย” ไม่มีหนังสือ คงพบแต่บทความในวารสาร ซึ่งบรรยายให้เห็นการดำเนินเหตุการณ์ในหนังเช่นกัน
.
ภาพยนตร์สองเรื่องนี้เราเคยเชื่อว่าสูญหายไปแล้ว จนเมื่อวันหนึ่งคุณเรืองยศ พิบูลสงคราม ลูกสะใภ้ของจอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้พบฟิล์มซึ่งเก็บไว้ในบ้านโดยบังเอิญ และนำมามอบให้หอภาพยนตร์ คุณเรืองยศเล่าว่าฟิล์มเหล่านี้น่าจะเป็นฟิล์มที่จอมพล ป. ถ่ายภาพยนตร์เหตุการณ์ในครอบครัวด้วยตนเอง อย่างที่เรียกว่า หนังบ้าน หน้ากล่องฟิล์มภาพยนตร์ส่วนใหญ่เขียนด้วยลายมือหวัด ๆ เหมือนเป็นการจดบันทึกช่วยจำของผู้ถ่าย
.
เมื่อเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจฟิล์มม้วนหนึ่ง ขนาด 16 มม. ขาว-ดำ ไม่มีเสียง ไม่มีชื่อเรื่องบนฟิล์ม ส่องดูเห็นเป็นภาพเหตุการณ์การสู้รบ จึงเอะใจและได้ดำเนินการแปลงสัญญาณฟิล์มภาพยนตร์เป็นวีดิโอ เพราะฟิล์มต้นฉบับอยู่ในอาการเสื่อมสภาพหนัก คาดว่าคงจะเก็บในที่ชื้นหรืออาจจะโดนน้ำ จึงไม่สามารถเข้าเครื่องพิมพ์หรือเครื่องฉายได้ ภาพที่พอจะเหลือให้เราได้เห็น เป็นภาพเหตุการณ์การเดินขบวนเรียกร้องดินแดนคืนจากฝรั่งเศส ภาพการลำเลียงกำลังพลและอาวุธยุทโธปกรณ์ของกองทัพไทยไปสู้แนวรบ ภาพในสนามรบ ภาพจอมพล ป. เดินทางไปเยี่ยมทหารชายแดนอรัญประเทศ ภาพการอพยพราษฎร ภาพการแจงให้ราษฎรทราบถึงความจำเป็นที่รัฐบาลต้องทำสงคราม
.
หอภาพยนตร์ได้ศึกษาภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ ในภาพยนตร์ โดยศึกษาเปรียบเทียบกับข้อมูลของภาพยนตร์ “รวมไทย” และ “ใจไทย” เท่าที่มีอยู่ ที่สุดก็ลงความเห็นว่า ภาพยนตร์ที่ได้รับจากคุณเรืองยศนี้ น่าจะเป็นภาพยนตร์เรื่อง “รวมไทย”
.
ภาพยนตร์ม้วนนี้ ไม่ว่าที่สุดแล้ว จะคือ “รวมไทย” จริงหรือไม่ก็ตาม มีคุณค่ายิ่งในฐานะภาพยนตร์บันทึกกรณีพิพาทไทยกับอินโดจีนฝรั่งเศสเพียงชิ้นเดียวที่เหลืออยู่ เป็นเอกสารประวัติศาสตร์สำคัญบทหนึ่งของชาติซึ่งไม่อาจทดแทนได้จากเอกสารอื่น ๆ โดยเฉพาะตัวอักษร
วันที่เข้าฉาย : ?? 2484
ระบบถ่ายทำ : ภาพยนตร์ขาวดำ สลับ สี (ธรรมชาติ) ฟิล์ม 16 มม.

เจ้าหญิงกุณฑลทิพย
Princess Kundhon Thipya
ณ นครเวียงจันทร์ เจ้านันทเสน ผู้ครองนคร ทรงมีธิดาซึ่งมีพระสิริโฉมงดงามนามว่าเจ้าหญิงกุณฑลทิพย์ นางผู้เป็นที่หมายปองของชายหนุ่มทั่วแคว้น หนึ่งในนั้นคือ เจ้าชัยสาร ชายผู้หมายจะได้หัวใจของเจ้าหญิงไปครอง แต่ติดตรงที่เจ้าหญิงมิทรงมีใจและปฏิเสธรัก ทำให้เจ้าชัยสารได้แต่ทนชอกช้ำ
เจ้าหญิงทรงมีพระญาติคือท่านผู้หญิงทองสุกอยู่ที่กรุงเทพฯ จึงคิดจะเดินทางมาเที่ยวในกรุงเทพฯ แต่ในระหว่างที่ท่องเที่ยวและพักอยู่กับท่านผู้หญิง เจ้าหญิงกลับได้พบรักกับหลวงสุนทรอิศร ข้าราชการกระทรวงวังผู้มีความรู้จักมักคุ้นกับท่านผู้หญิงอยู่แต่เดิม ชายผู้มีอัธยาศัยไมตรีที่ดีและพร้อมจะรับเจ้าหญิงมาดูแลด้วยดวงใจ ซึ่งทำให้เพียงไม่นานเจ้าหญิงก็ตัดสินใจตกปากรับคำขอแต่งงานจากคุณหลวงพร้อมกับความยินยอมจากผู้ใหญ่ ร้อนไปถึงเจ้าชัยสารที่รู้ข่าวว่าเจ้าหญิงทรงไปแต่งงานกับคนอื่นจึงตามมาหมายทำลายความรักและชิงตัวเจ้าหญิง ด้วยการยื่นคำท้าให้หลวงสุนทรอิศร ออกมาดวลกับตน ณ ทุ่งมหาเมฆ ใครชนะคือคนที่ได้เจ้าหญิงไป ซึ่งด้วยความที่คุณหลวงคือชายชาตรีจึงยืดอกรับคำท้า หารู้ไม่ว่าเจ้าชัยสารคิดตลบหลังสั่งการให้เพื่อนตนแอบลอบยิงคุณหลวงในขณะต่อสู้ เป็นเหตุให้คุณหลวงถึงแก่ชีวิตในขณะเดียวกับที่เจ้าหญิงตามมาในที่เกิดเหตุและเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด จึงตรอมใจฆ่าตัวตายตามคุณหลวง เมื่อเจ้าชัยสารเห็นดังนั้นก็ทนต่อความชั่วช้าที่มีสาเหตุมาจากตนต่อไปไม่ไหว จึงตัดสินใจปลิดชีพตัวเองตามทั้งสอง เรื่องจึงจบลงด้วยความเศร้าโศกแสนอาลัย
วันที่เข้าฉาย : ?? 2484
ระบบถ่ายทำ : ภาพยนตร์สีธรรมชาติ 16 มม. บันทึกเสียงในฟิล์ม
ภาพยนตร์ปีอื่นๆ ที่น่าสนใจ
สำรวจภาพยนตร์ไทยจากปีต่างๆ เพื่อค้นหาผลงานคลาสสิกและหนังยุคใหม่ที่คุณอาจพลาด
เกี่ยวกับภาพยนตร์ไทยปี 2484
ปี 2484 พ.ศ. 2484 (ค.ศ. 1941) เป็นปีที่มีภาพยนตร์ไทยฉายจำนวน 11 เรื่อง ครอบคลุมหลากหลายแนวจากBlack and White, Drama, Tragedy และอีกหลายแนวที่น่าติดตาม
ผลิตโดยที่มีผลงานมากที่สุดในปีนี้ ได้แก่ อุบลภาพยนตร์, ไทยภูมิภาพยนตร์, บูรพาศิลป์ภาพยนตร์ พร้อมนำเสนอเนื้อหาที่หลากหลายและคุณภาพสูง เหมาะสำหรับผู้ชมทุกเพศทุกวัย
คำถามที่พบบ่อย - ภาพยนตร์ไทยปี 2484
มีภาพยนตร์ไทยฉายปี 2484 กี่เรื่อง?
ปี 2484 พ.ศ. 2484 มีภาพยนตร์ไทยฉายทั้งหมด 11 เรื่อง ครอบคลุมทุกผลิตโดยและหลากหลายแนว
ผลิตโดยไหนมีหนังมากที่สุดในปี 2484?
ผลิตโดยที่มีภาพยนตร์มากที่สุดในปี 2484 ได้แก่ อุบลภาพยนตร์, ไทยภูมิภาพยนตร์, บูรพาศิลป์ภาพยนตร์ พร้อมผลงานที่หลากหลาย
แนวหนังยอดนิยมปี 2484 คืออะไร?
แนวภาพยนตร์ที่ได้รับความนิยมในปี 2484 ได้แก่ Black and White, Drama, Tragedy, Romantic, Crime และอีกหลายแนวที่น่าสนใจ
ภาพยนตร์ไทยปี 2484 เรื่องไหนได้รับคะแนนสูงสุด?
ข้อมูลคะแนนยังอยู่ระหว่างการรวบรวม สามารถดูรายละเอียดได้ในรายการด้านบน