ไม่มีรายละเอียด
พบทั้งหมด 6 เรื่อง

Sin Nai Nam

Sam Kloe Phachonphai
ภาพยนตร์ตลกที่จะทำให้ท่านต้อง หัวเราะท้องคัดท้องแข็งยิ่งกว่าตลกของฝรั่ง คือเรื่อง "สามเกลอผจญภัย" ภาพยนตร์ไทยตลกชั้นพิเศษ ประกอบการตื่นเต้นหวาดเสียว เพียบพร้อมไปด้วยการชกต่อย ภูติผีปีศาจ และเพลงไพเราะ ท่านที่ชอบภาพยนตร์ตลกของฝรั่ง โปรดมาตัดสินภาพยนตร์ตลกของไทยเราบ้าง (ที่มา: หนังสือพิมพ์กรุงเทพฯ วารศัพท์ กรกฎาคม พ.ศ. 2483)
วันที่เข้าฉาย : 1 สิงหาคม 2483 ฉายที่ศาลาเฉลิมบุรี
ระบบถ่ายทำ : ภาพยนตร์ขาวดำ 35 มม. ให้เสียงพากย์สด

The Undying Ghost
ที่พระนครศรีอยุธยา หมอคำ แพทย์แผนโบราณชักจูงสี่หนุ่ม กั่ว แก้ว พิศ และ ทอง ไปแสวงโชค ตามลายแทงซึ่ง ขุนอัคนีฯ นายทหารที่เสียชีวิตในสนามรบได้สั่งเสียให้ฝังตำราชุบชีวิตไว้พร้อมศพของตนใต้เจดีย์ สี่หนุ่มตกลงร่วมขบวนไปขุดศพเพราะหวังว่าอาจจะเจอสมบัติอย่างกล้าๆ กลัวๆ เมื่อขุดพบศพตามลายแทง หมอคำไม่รอช้าผสมยาชุบชีวิตตามตำรา และลองกรอกยาให้ขุนอัคนีฯ หลายต่อหลายครั้งก็ยังไม่เป็นผล หมอคำจึงชวนกั่วและพิศไปขุดศพที่เพิ่งตายมาทำการทดลอง ทิ้งทองกับแก้วเฝ้าศพขุนอัคนีฯคล้อยหลังหมอคำ ขุนอัคนีฯ ก็ลุกพรวดตรงมาจับบ่าแก้ว ทั้งสองสะดุ้งตัวลอยวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต ทันใดนั้นเสียงกรีดร้องของผู้หญิงก็ดังขึ้น เมื่อไปถึงที่มาของเสียงก็พบศพหญิงสาวถูกบีบคอตาย แต่ไร้ร่องรอยของขุนอัคนีฯ
เที่ยงคืนวันหนึ่ง สนาน นัดแนะ เพลินพิศ มาพลอดรักกันในสวน ขณะที่หนุ่มสาวกำลังกอดรัดกัน ขุนอัคนีฯก็โผล่เข้ามาบีบคอสนานสลบคามือ เพลินพิศตื่นตระหนกกรีดร้องสลบไปอีกคน ขุนอัคนีฯ พลิกดูใบหน้าของเพลินพิศแล้วให้นึกถึง สุดา เมียรักที่ต้องจากกันเมื่อครั้งไปออกรบ จึงอุ้มเพลินพิศหายไปในความมืด นายพิณ และ นางสิน ผู้เป็นพ่อและแม่ของเพลินพิศ เห็นลูกสาวหายไปนานจนผิดสังเกตจึงตระเวนเดินหาจนมาพบสนานที่เพิ่งฟื้นจากการสลบ จึงไปตามตัวหมอคำ เมื่อหมอคำได้ฟังความจากสนานจึงปักใจเชื่อว่าเป็นฝีมือของขุนอัคนีฯ และบอกให้ทุกคนเริ่มออกตามหาเพลินพิศในเวลากลางวัน เพราะเป็นเวลาที่ขุนอัคนีฯ หมดฤทธิ์และคงจะหลบซ่อนตัวในโลงศพที่วัดร้างสักแห่งเป็นแน่
ทุกคนแยกย้ายกันออกตามหา จนพบร่องรอยว่าขุนอัคนีฯ ว่าจ้างแท็กซี่ขนโลงศพสองโลงไปส่งที่โกดังสินค้าสนานและหมอคำจึงรีบไปยังที่หมายตามคำบอกเล่าของคนขับแท็กซี่ เพลินพิศพยายามหาทางหลบหนีแต่ขุนอัคนีฯ ตามมาทัน โชคดีที่สนานและหมอคำมาถึง หมอคำจึงใช้มีดอาคมแทงขุนอัคนีฯ กลายเป็นซากศพสิ้นฤทธิ์ตั้งแต่นั้นมา
วันที่เข้าฉาย : 19 กันยายน 2480 ฉายที่ศาลาเฉลิมกรุง
ระบบถ่ายทำ :
.
ที่มา: นสพ.กรุงเทพฯวารศัพท์ พ.ศ. 2480

Raden Landai
ถอดจากหนังสือลือชื่อในบทประพันธ์ไทยเรื่องหนึ่ง ผู้แสดงได้แก่ บังฟัก พูมศรี เป็นตัวระเด่นลันได ขุนสำราญ (อ๊อด) เป็นท้าวประดู่ จรัสยนตร์ คำแย้ม เป็นนางประแดะ และ จำเริญ สวัสดิสันติ์ เป็นนางกระแอ เป็นหนังไทยเรื่องแรกที่สำคัญในเชิงตลกขบขัน การฉายคงมีพากย์ประกอบในแบบใหม่ คือ ชายพากย์บทชาย หญิงพากย์บทหญิง (ที่มา: หนังสือพิมพ์รายวัน ศรีกรุง กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2478)
.
เรื่องตลกจริงๆ ตลก แท้ๆ ถ้าท่านยังไม่มี เรื่องที่จะหัวเราะหรือยังหาโอกาสหัวเราะไม่ได้ ก็เชิญเตรียมตัวคอยชม ระเด่นลันได ภาพยนตร์ตลกประกอบ เสียงของหัสดินทรภาพยนตร์
"ระเด่นลันได" ที่บริษัทหัสดินทร์สร้างขึ้นใหม่ นี้ ได้ใช้วิธีสร้างประกอบเสียงโดยวิธีใหม่ที่สุดซึ่งท่านจะได้เห็นและได้ฟังเปนครั้งแรกในพระนคร ท้องเรื่องของภาพยนตร์ถอดจากบทประพันธ์ของจินตกวีในรัชชสมัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชชกาลที่ ๒ และเปนเรื่องตลกล้วนๆ อย่างที่ฝรั่งเรียกว่า Comedy แท้ๆ (ที่มา: หนังสือพิมพ์กรุงเทพฯ วารศัพท์ มีนาคม พ.ศ. 2478)
วันที่เข้าฉาย : 1-4 มีนาคม 2478 ฉายที่โรงภาพยนตร์วัฒนากร
ระบบถ่ายทำ : ภาพยนตร์ขาวดำ 35 มม. ให้เสียงพากย์สด

Rob Rawang Rak
เรื่องราวรักสามเส้า และรักต่างชนชั้น พระเอกเป็นลูกชาวนาที่อาสาไปรบในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 มีแม่เป็นคนตาบอด เมื่ออาสาไปรบจึงไปขอร้องเพื่อนที่มีเสียงเหมือนกับตน ไปดูแลแม่ของตัวเอง พอกลับมาจากสงครามก็พบว่าถูกแย่งคนรักไป พระเอกจึงไปแย่งกลับคืนมา
วันที่เข้าฉาย : ?? พฤษภาคม 2474
ระบบถ่ายทำ : ภาพยนตร์เงียบ ขาว-ดำ ฟิล์ม 35 มม.