🎬 Thai Movies 1938

1938 (Thai year: 2481)

Total 12 movies - Page 1 of 2

Complete collection of Thai movies released in 1938 (Thai year: 2481) from all studios. Includes cast information, synopsis, reviews, and detailed information to help you choose the right movies for you.

Popular Genres:Black and WhiteDramaRomanticTragedyMusical
สนิมในใจ

Rust in the Heart

สนิมในใจ

1938
บูรพาศิลป์ภาพยนตร์
0

- “พรานบูรพ์” ร่วมมือร่วมใจ “ทิดเขียว” สร้างภาพยนตร์ไทย เรื่อง สนิมในใจ

- พรานบูรพ์แต่งเรื่อง-เพลง ทิดเขียว พากย์ไทย จวงจันทร์ จันทคณา กำกับการแสดง

- ไม่อยากจะคุยถึงความวิเศษของ “สนิมในใจ” ว่า ดีเพียงไหน ! แต่อยากจะชี้ให้ท่านเห็นว่า “จวงจันทร์” ผู้ทำหน้าที่เป็นผู้กำกับการลือนามครั้ง "อ้ายค่อม" มากำกับการเรื่องนี้ และสมรรถภาพของ “ทิดเขียว” ที่ท่านชอบมาแล้ว!

- ฉายที่ ศาลาเฉลิมกรุง วันที่ ๔-๕-๖ ธันวาคม

วันที่เข้าฉาย : 4 ธันวาคม 2481 ฉายที่ศาลาเฉลิมกรุง

ระบบถ่ายทำ : ภาพยนตร์ขาวดำ 35 มม. ให้เสียงพากย์สด

.

ที่มา: นิตยสารภาพยนตรสาร พฤศจิกายน พ.ศ. 2481

Black and WhiteDrama
วันเพ็ญ

Wan Phen

วันเพ็ญ

1938
บริษัท ภาพยนตร์ไทย จำกัด
0

เรื่องราวชีวิตของ พิศดาร ทนายความหนุ่มโสด ซึ่งจับได้ว่า สุดา หญิงที่จะแต่งงานด้วยในอีก 7 วันข้างหน้าไม่ได้รักเขาจริง พิศดารผิดหวังในความรัก เดินเหม่อลอยมาจนถึงถนนพญาไท จึงได้พบกับเด็กสาวอายุ 14 ปี นั่งร้องไห้อยู่เดียวดาย พิศดารเข้าไปพูดคุยกับเด็กสาวจนได้รู้ว่าเธอชื่อ วันเพ็ญ พ่อของวันเพ็ญฝากเธอไว้กับป้าที่ลพบุรีก่อนไปทำงานที่ประเทศจีน แต่ไม่เคยส่งข่าวกลับมา และสาเหตุที่เธอหนีออกจากบ้านก็เพราะป้ากำลังจะจับเธอแต่งงานกับหนุ่มชาวจีนที่เธอไม่ได้รักวันเพ็ญจึงหนีมาที่กรุงเทพ พิศดารสงสารจึงชวนเธอไปอยู่ด้วย และส่งเสียให้เรียนหนังสือจนโตเป็นสาว ท่ามกลางคำครหาว่าพิศดารเลี้ยงวันเพ็ญเอาไว้เป็นภรรยา

อยู่มาวันหนึ่ง พ่อของวันเพ็ญกลับมารับเธอไปอยู่ด้วยกันที่ญี่ปุ่น พิศดารจึงต้องอยู่คนเดียวอย่างเงียบเหงาและทนทุกข์กับโรคนัยน์ตา ผ่านไปปีเศษวันเพ็ญกลับมายังกรุงเทพ จึงรีบตรงไปหาพิศดาร แต่บัดนี้พิศดารไม่สามารถมองเห็นวันเพ็ญได้อีกแล้ว

วันที่เข้าฉาย : 27 ตุลาคม 2481 ฉายที่ศาลาเฉลิมกรุง

ระบบถ่ายทำ : ภาพยนตร์ขาวดำ เสียงในฟิล์ม 35 มม.

Black and WhiteDramaRomantic
ตื่นเขย

Tit for Tat

ตื่นเขย

1938
ภาพยนตร์เสียงศรีกรุง
0

อำนวย คล่องเชิงค้า เป็นพนักงานอุตสาหกรรมน้ำตาลไทยมีภรรยาชื่อ ลัดดา วันหนึ่งเขาได้รับมอบหมายให้ไปเจรจาการค้ากับ พระทวีผลกสิกรรม ผู้เป็นเอเย่นต์ขายน้ำตาลที่โคราช แต่ดันไปตกหลุมรัก ลออ ลูกสาวของพระทวีผลฯ ถึงขั้นอยากจะแต่งงาน ระหว่างที่ยังเจรจางานอยู่ที่โคราช เจ้านายได้ส่งโทรเลขให้อำนวยไปเจรจาการค้ากับ พระยาพิชัยพานิชย์ที่อุบล อำนวยก็ไปตกหลุมรัก บุญเกื้อ บุตรีพระยาพิชัยฯ อีก ด้านพระทวีผลฯ กับภรรยายังไม่ค่อยเชื่อถือในตัวอำนวยนัก ด้วยข้อที่ว่าอำนวยนั้นโอ้อวดว่ามีบ้านช่องใหญ่โต จึงพากันมาพิสูจน์ที่กรุงเทพ อำนวยร้อนใจกลัวความแตก จึงไปขอยืมบ้าน สันต์ เกลอเก่าตบตาพระทวีผลฯ ชั่วคราว หารู้ไม่ว่าสันต์เป็นหลานชายของพระทวีผลฯ

ขณะเดียวกัน ครอบครัวของพระยาพิชัยฯ ก็กำลังเดินทางมาดูบ้านของว่าที่ลูกเขยด้วยความตื่นเต้นพระยาพิชัยฯ ได้พบกับพระทวีผลฯ ที่บ้านซึ่งอำนวยหลอกว่าเป็นของตน เมื่อได้พูดคุยกันจึงได้รู้ว่าพระทวีผลฯหมายมั่นให้ลออได้แต่งงานกับอำนวย พระยาพิชัยฯจึงเป็นฝ่ายลากลับ จีบ สาวใช้ของสันต์สุดจะทนกับพฤติกรรมเจ้าชู้ของอำนวยจึงไปฟ้องลัดดา ลัดดาจึงแกล้งมาสมัครงานเป็นคนใช้ของพระทวีผลฯ นับวันก็ยิ่งใกล้ถึงวันแต่งงานของลออกับอำนวย ลัดดาเจ็บใจสามีจึงจ้างวาน ปริก ให้มาประกาศความเป็นภรรยากลางงานอำนวยปฏิเสธพัลวัน แต่สุดท้ายก็จำนนด้วยหลักฐาน เมื่อลัดดาประกาศตัวว่าเป็นเมียของอำนวยตัวจริง พระทวีผลฯ จึงอดได้ลูกเขย

วันที่เข้าฉาย : 6 กันยายน 2481 ฉายที่ศาลาเฉลิมกรุง

ระบบถ่ายทำ : ภาพยนตร์ขาวดำ เสียงในฟิล์ม 35 มม.

Black and WhiteRomantic
แม่สื่อสาว

The Matchmaker

แม่สื่อสาว

1938
บริษัท ภาพยนตร์ไทย จำกัด
0

เพราะบริษัทสบู่ตราหอยของ นายวาณิชย์ คล่องการค้า กับ วิไล น้องสาว มีท่าทีจะเจ๊งบรรดาหุ้นส่วนเฮโลกันมาทวงเงิน วาณิชย์กับวิไลจึงใช้ความกะล่อนหาวิธีต้มตุ๋นหุ้นส่วน ให้ยังทำมาค้าขายกับตนแบบขอไปที กระทั่งวาณิชย์นึกขึ้นได้ว่าตนยังมีคนรู้จักที่ชื่อ นายหน่ำ ท่องเที่ยว เศรษฐีบ้านนอกที่เคยบอกว่าอยากให้ตนหาสาวชาวกรุงมาแลกกับเงินจำนวนมากโขวาณิชย์และวิไลจึงรุดหน้าไปหานายหน่ำเพื่อทำการตกลง

วิไลทำหน้าที่แม่สื่อสาว เสนอชื่อ คุณนายจำปาภักดีกุล เศรษฐีนีม่ายบ้าผู้ชาย สาวใหญ่ที่วิไลรู้จัก ทว่าทุกอย่างกลับตาลปัตร เพราะนายหน่ำดันมาตกหลุมรักวิไล ส่วนคุณนายจำปาก็ดันมาคลั่งไคล้วาณิชย์ ครั้นทุกอย่างคลี่คลาย บทสรุปจึงกลายเป็นว่านายหน่ำก็ได้ครองรักกับวิไลสมใจ ส่วนคุณนายจำปาก็ยอมอุทิศทั้งเงินและหัวใจให้วาณิชย์ บริษัทสบู่ตราหอยจึงรอดพ้นจากการล่มจม

วันที่เข้าฉาย : 9-15 สิงหาคม 2481 ฉายที่ศาลาเฉลิมกรุง

ระบบถ่ายทำ : ภาพยนตร์ขาวดำ เสียงในฟิล์ม 35 มม.

Black and WhiteRomantic
อ้ายค่อม

Ai Gom

อ้ายค่อม

1938
ภาพยนตร์เสียงศรีกรุง
0

Kom lives with his mother, Kham. When he was a child, his drunken father accidentally caused a house fire and died in the flames. Kham managed to save Kom by jumping out of a window with him, but the incident left Kom with a hunched back disability. As his mother grows increasingly ill, Kom must go out to find work to support them.

One day, Kom encounters the Sri Mueang theater troupe performing in town and meets Yen, the troupe owner’s daughter. Unlike others, she shows him kindness and even gives him a doll. Determined to earn a living, Kom asks for a job with Naem, a member of the troupe. Seeing Kom’s physical condition, Naem feels sympathy and gives him a small role scattering leaves as part of the stage effects.

In his spare time, Kom secretly plays the piano, performing a lullaby his mother used to sing to him. One day, Wit, the stage director, overhears him and turns the melody into a song for a new play. Meanwhile, a rival troupe, Banterng Thai, plots to sabotage Sri Mueang’s success by kidnapping Yen, their leading actress.

While transporting stage equipment, Kom happens to witness the abduction and bravely rescues Yen. Grateful, she invites him to dinner at her home. That night, Kom dresses carefully and arrives, but upon hearing Yen and Wit happily singing together, he feels unworthy and quietly leaves.

Returning home, he finds his mother gravely ill. He stays by her side all night, but her condition worsens. The next day, Kom goes to the theater troupe to request leave, but before he can speak, Naem orders him to continue working. Distraught and worried about his mother, Kom becomes lost in thought and accidentally falls from the stage scaffolding.

Before he dies, Kom makes one final request to Yen—to sing for his departing soul with her beautiful voice.

Release date: November 8, 1938

Screened at: Sala Chalerm Krung Theatre

Re-run: July 4, 1952 at Sala Chalermburi Theatre

Format: Black-and-white 35 mm film with synchronized sound

Black and WhiteDramaTragedy
หวานใจนายเรือ

Love in the Navy

หวานใจนายเรือ

1938
ภาพยนตร์เสียงศรีกรุง
0

Lieutenant Kasem Yutthanawin of the Royal Thai Navy and Sub-Lieutenant Chalat Channawi are sent to temporarily train in artillery shooting at the Sattahip training station. One day, while walking along the beach, they hear a young woman singing. Following the sound, they discover a group of thugs attempting to abduct her. The two officers intervene to help but are injured in the process.

An elderly man comes to their aid and takes Kasem to his home to treat his wounds. There, Kasem learns that the young woman is named Ploenjai, who lives with her father, Phon. The attackers were henchmen of Thong-on, a man seeking a pirate treasure map in Phon’s possession, and who frequently harasses the father and daughter.

Captivated by Ploenjai’s beautiful voice, Kasem suggests that she go to Bangkok to study singing, both to pursue her talent and to escape Thong-on’s threats. He arranges for her to stay at the home of his father, Phraya Phatsadunawa-kan. Upon hearing this name, Phon is visibly startled but still allows his daughter to go, reminding her to remain obedient. Kasem, meanwhile, continues his duties in Sattahip.

In Bangkok, Ploenjai excels in her training and earns the nickname “the golden-voiced singer.” She becomes admired by many, including Prakop, the adopted son of Phraya Phatsadu. When Kasem later returns to serve in Bangkok, he grows closer to Ploenjai, stirring jealousy in his fiancée, Phitsamai.

Meanwhile, Thong-on conspires with a Chinese merchant, Liang Hong, owner of a fishing vessel, to search for the hidden pirate treasure. Fearing they may discover its location, Phon confides in his brother-in-law Thong-to, revealing that after his wife’s death, he entrusted his son Prakop to Phraya Phatsadu’s care. He also reveals that the treasure map has been secretly hidden in a porcelain cabinet room at Phraya Phatsadu’s house.

Thong-to travels to Bangkok and stays at the house, attempting to steal the map, but is caught by Prakop. Forced to tell the truth, he reveals the family connection between Prakop and Ploenjai before hastily returning to Sattahip.

At the same time, Phitsamai urges her mother, Khunying Jam, to push forward her marriage to Kasem. Phraya Phatsadu reluctantly agrees. One day, Ploenjai overhears the two women insulting and belittling her, leaving her deeply hurt. She decides to return to her father in Sattahip.

Soon after, Phon, Ploenjai, and Thong-to set out to find the hidden treasure. They eventually discover a chest filled with jewels and gold. However, Thong-on, who has been secretly following them, seizes the treasure.

Kasem, Chalat, and Prakop, along with authorities, pursue Thong-on and his men. A confrontation ensues, and in the end, Thong-on and his gang are successfully captured.

Release date: May 17, 1938

Screened at: Sala Chalerm Krung Theatre

Format: Black-and-white 35 mm film with synchronized sound

Black and WhiteRomanticMusical
ขุนช้างขุนแผน ภาค 4 ตอน ขุนช้างกินเลี้ยง-สร้อยฟ้าทำเสน่ห์

Khun Chang Khun Phaen Part 4: Khun Chang's Banquet - Sroi Fa's Spell

ขุนช้างขุนแผน ภาค 4 ตอน ขุนช้างกินเลี้ยง-สร้อยฟ้าทำเสน่ห์

1938
ศิริภาพยนตร์
0

สมเด็จพระพันวัสสา ประทานสร้อยฟ้า และ ศรีมาลา แก่ พระไวย ในคืนเลี้ยงฉลองการแต่งงาน วันทองกับขุนช้างมาร่วมงานด้วย ขุนช้างดื่มเหล้าเมามาย ร้องรำทำเพลงเป็นที่น่าหนวกหู และด้วยความมึนเมาจึงคะนองปากกล่าวคำหยาบคายต่อพระไวยเป็นเหตุให้เกิดการทะเลาะวิวาทกัน ขุนช้างสู้ไม่ได้ไปฟ้องพระพันวัสสา พระพันวัสสาไต่สวนได้ความว่าขุนช้างเป็นฝ่ายผิด จึงสั่งจำคุกขุนช้าง

ต่อมาพระไวยไปลักพาตัวนางวันทองมาให้ขุนแผน ขุนช้างถวายฎีกาแด่พระพันวัสสา เมื่อไต่สวนหาคนผิดไม่ได้ จึงให้วันทองตัดสินใจว่าจะอยู่กับขุนช้างหรือขุนแผน วันทองสองใจเกิดลังเลตอบไม่ได้ พระพันวัสสาจึงรับสั่งให้นำวันทองไปตัดหัว

ที่บ้านพระไวย สร้อยฟ้ากับศรีมาลาตบตีกันไม่เว้นแต่ละวัน จนกระทั่งพระไวยทนการกระทำของสร้อยฟ้าไม่ไหวจึงสั่งเฆี่ยนสร้อยฟ้า สร้อยฟ้าเสียใจและเคียดแค้นศรีมาลามากขึ้นกว่าเดิม จึงไปหาทิดขวาดให้ช่วยทำเสน่ห์ให้

บทประพันธ์ : ดัดแปลงจากวรรณกรรมไทยเรื่อง ขุนช้างขุนแผน

วันที่เข้าฉาย : 16 พฤษภาคม 2481 ฉายที่ศาลาเฉลิมบุรี

ระบบถ่ายทำ : ภาพยนตร์ขาวดำ 35 มม. ให้เสียงพากย์สด

Black and WhiteDramaFantasy
สาวสมัยใหม่

Modern Girl

สาวสมัยใหม่

1938
ศุภลักษณ์
0

วันที่เข้าฉาย : 14 เมษายน 2481 ฉายที่ศาลาเฉลิมบุรี

ระบบถ่ายทำ :

.

ที่มา: นิตยสารภาพยนตรสาร เมษายน พ.ศ. 2481

Black and White
ถ่านไฟเก่า

Old Flame

ถ่านไฟเก่า

1938
บริษัท ภาพยนตร์ไทย จำกัด
0

พระยาอุปถัมภ์ เป็นคนหวงสมบัติมาก ด้วยความที่กลัวเงินทองของตนจะรั่วไหล จึงบังคับให้ อดุลย์ ลูกชายคนโตแต่งงานกับ สมนึก ลูกสาวของลำไย น้องสาวของตน แต่อดุลย์แอบมีเมียลับๆ อยู่แล้วชื่อ จินตนา ซึ่งมีฐานะยากจน พระยาอุปถัมภ์ยื่นคำขาดว่าจะตัดพ่อตัดลูกหากอดุลย์ไม่เลิกกับเมียเก็บ อดุลย์จึงบากหน้าไปขอเลิกกับจินตนาและมอบเงินให้จำนวนหนึ่ง จินตนาผู้ยึดมั่นในศักดิ์ศรี ไม่ขอรับเงินและออกจากชีวิตของอดุลย์ไปอย่างเด็ดเดี่ยว แล้วไปอยู่กับป้าที่นครสวรรค์ผ่านไปปีเศษ เถ้าแก่เอี้ยหลง ปู่ของจินตนาเสียชีวิต ก่อนตายได้ทำพินัยกรรมยกมรดกให้จินตนา เธอจึงเดินทางไปรับมรดกและอยู่กับป้าที่สงขลา

เถกิง น้องชายของอดุลย์ต้องไปรับราชการที่สงขลา ก่อนเดินทาง พระยาอุปถัมภ์ได้กำชับให้เถกิงไปทำความรู้จักกับหลานสาวเถ้าแก่เอี้ยหลง เพราะได้ยินกิตติศัพท์ว่าร่ำรวย และละโมบอยากได้สมบัติคนอื่นมาสมทบสมบัติของตน จึงทำให้เถกิงได้พบจินตนาโดยไม่รู้ว่าเธอคืออดีตเมียเก็บของพี่ชาย

จินตนาจำนามสกุลของเถกิงได้ จึงคิดแก้เผ็ดพระยาอุปถัมภ์และอดุลย์ด้วยการแกล้งทำเป็นสนิทสนมกับเถกิงต่อหน้าคนทั้งหลาย ถ่านไฟเก่าจึงปะทุ อดุลย์เกิดความหึงหวงจินตนา เมื่อถูกอดุลย์ละเลยบ่อยครั้งเข้าสมนึกจึงหันไปรักกับเถกิง วันหนึ่ง สมนึกบังเอิญได้รู้ความจริงว่าจินตนาเคยเป็นเมียเก็บของอดุลย์ จึงไปหารือกับอดุลย์เพื่อซ้อนกลจินตนา ด้วยการประกาศหมั้นต่อหน้าธารกำนัล พระยาอุปถัมภ์สมปรารถนา แต่จินตนาเกิดความเศร้าขึ้นในจิตใจ พระยาอุปถัมภ์เกิดความสงสัยในพฤติกรรมอันแปลกประหลาดของทั้งสี่ ก็ปีนไปแอบฟังบนต้นไม้ที่ทุกคนหลบมาคุยกัน แล้วความจริงก็กระจ่างว่าจินตนาและอดุลย์ยังมีใจให้แก่กัน ก่อนจะร่วงหล่นลงมากลางวงสนทนา พระยาอุปถัมภ์ก็หยุดเจ้ากี้เจ้าการ เพราะยังไงแกก็ได้หลานสาวเศรษฐีเป็นลูกสะใภ้อยู่ดี

วันที่เข้าฉาย : 1 เมษายน 2481 ฉายที่ศาลาเฉลิมกรุง

ระบบถ่ายทำ : ภาพยนตร์ขาวดำ เสียงในฟิล์ม 35 มม.

Black and WhiteDramaMusical

Other Interesting Years

Explore Thai movies from different years to discover classic works and new films you might have missed

About Thai Movies in 1938

1938 (CE 1938) was a year with 12 Thai movies released, covering various genres including Black and White, Drama, Romantic and many other interesting genres.

The most prolific studios this year include บูรพาศิลป์ภาพยนตร์, บริษัท ภาพยนตร์ไทย จำกัด, ภาพยนตร์เสียงศรีกรุง, presenting diverse and high-quality content suitable for audiences of all ages.

Frequently Asked Questions - Thai Movies 1938

How many Thai movies were released in 1938?

In 1938 (CE 1938), there were 12 Thai movies released across all studios and various genres.

Which studio released the most movies in 1938?

The studios with the most movies in 1938 include บูรพาศิลป์ภาพยนตร์, บริษัท ภาพยนตร์ไทย จำกัด, ภาพยนตร์เสียงศรีกรุง with diverse productions.

What were the most popular genres in 1938?

The most popular movie genres in 1938 include Black and White, Drama, Romantic, Tragedy, Musical and many other interesting genres.

Which Thai movies from 1938 received the highest ratings?

Rating data is currently being collected. You can view the details in the list above.