
📋ข้อมูลภาพยนตร์
วันที่เข้าฉาย :3 เมษายน 2478
ความยาว :ไม่ระบุ นาที
ผลิตโดย :
เรตติ้งผู้ชม :—
ฉายที่ :โรงภาพยนตร์วัฒนากร-ควีนส์
หมายเหตุ :ข้อมูลปี พ.ศ. ของภาพยนตร์ที่ออกฉาย จะนับตามปฏิทินแบบเก่า (1 เมษายน เป็นวันขึ้นปีใหม่) ก่อนการเปลี่ยนแปลงวันขึ้นปีใหม่ เมื่อ 1 มกราคม 2484
ระบบถ่ายทำ :ภาพยนตร์ขาวดำ เสียงในฟิล์ม 35 มม.
บริษัทผู้สร้าง :- สำนักงานโฆษณาการ
- กระทรวงกลาโหม
- ภาพยนตร์เสียงศรีกรุง
ที่ปรึกษาทางเทคนิคทหารบก :นายพันโท หลวงพรหมโยธี
ที่ปรึกษาทางเทคนิคทหารเรือ :นายเรือเอกชลิต กุลกำม์ธร
ที่ปรึกษาทางเทคนิคทหารอากาศ :นายร้อยเอก หลวงเจริญจรัมพร
เพลงประกอบ (OST)
เรื่องย่อ
นาวาตรี หลวงสหะนาวิน ผู้บังคับหมวดหน่วยรบประจำเรือรบหลวงสุโขทัย นำทัพประลองยุทธใหญ่ทางทะเลจึงได้รับคำสั่งเลื่อนยศพร้อมกับคนอื่นๆ คืนวันรุ่งขึ้น ได้มีงานเลี้ยงบนเรือรบหลวงสุโขทัย หลวงสหะนาวินได้พบ พาณี นรกุล น้องสาวของ เรือเอกปรีชา นรกุล ก็รู้สึกหลงรัก เช่นเดียวกับ พันตรีหลวงกฤษณะสงคราม เพื่อนสนิท หลวงสหะนาวินจึงหลีกทางให้
จนกระทั่งประเทศไทยเข้าสู่ภาวะสงครามรัฐบาลได้อนุมัติให้กระทรวงกลาโหมดำเนินการตามยุทธศาสตร์ตามแผนป้องกันพระราชอาณาจักร ที่ พลโทพระยานรกุล ร่างขึ้น แต่ขณะนั้นเองมีกลุ่มคนคิดขายชาตินำโดย วิญญู เป็นหัวหน้า ต้องการขโมยร่างแผนป้องกันพระราชอาณาจักร จึงให้อุดมกับเฉลิมลอบไปขโมยในงานวันเกิดพระยานรกุลที่จะจัดขึ้นในอีกไม่กี่วันต่อมา
เมื่อถึงวันงาน อุดมลอบเข้าไปขโมยร่างแผนป้องกันพระราชอาณาจักรในบ้านพระยานรกุลสำเร็จ แต่ขณะที่กำลังปีนลงมาจากตึก หลวงกฤษณะมาเห็นเข้าจึงยิงอุดมเสียชีวิต เฉลิมซึ่งคอยดูต้นทางอยู่รีบวิ่งไปฉวยแผนป้องกันพระราชอาณาจักรและหลบหนีไปได้ หลวงกฤษณะถูกเรียกเข้าประจำกรมด่วน เนื่องจากรัฐบาลประกาศสงครามแล้ว นายเรือเอกปรีชาจึงเสียสละออกรับแทนว่าตนเป็นผู้ยิงอุดมเสียชีวิต หลวงกฤษณะจึงได้ไปปฏิบัติหน้าที่รับใช้ชาติ หลังจากนั้นตำรวจก็ได้รับแจ้งว่าร่างแผนป้องกันพระราชอาณาจักรหายไป เมื่อสอบปากคำ นงลักษณ์ ซึ่งอยู่ในที่เกิดเหตุ ตำรวจจึงรีบไปดักรอผู้ต้องสงสัยที่สถานเบียร์ฮอลล์ "โอดี" และจับวิญญูและเฉลิมพร้อมของกลางได้ นายเรือเอกปรีชาจึงได้รับการปล่อยตัวไปเป็นผู้บังคับหมู่เรือยามฝั่ง กองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศไทยเคลื่อนทัพสู่สนามรบ และได้ชัยชนะกลับมา
วันที่เข้าฉาย : 3 เมษายน 2478 ฉายที่โรงภาพยนตร์วัฒนากร-ควีนส์
ระบบถ่ายทำ : ภาพยนตร์ขาวดำ เสียงในฟิล์ม 35 มม.
จนกระทั่งประเทศไทยเข้าสู่ภาวะสงครามรัฐบาลได้อนุมัติให้กระทรวงกลาโหมดำเนินการตามยุทธศาสตร์ตามแผนป้องกันพระราชอาณาจักร ที่ พลโทพระยานรกุล ร่างขึ้น แต่ขณะนั้นเองมีกลุ่มคนคิดขายชาตินำโดย วิญญู เป็นหัวหน้า ต้องการขโมยร่างแผนป้องกันพระราชอาณาจักร จึงให้อุดมกับเฉลิมลอบไปขโมยในงานวันเกิดพระยานรกุลที่จะจัดขึ้นในอีกไม่กี่วันต่อมา
เมื่อถึงวันงาน อุดมลอบเข้าไปขโมยร่างแผนป้องกันพระราชอาณาจักรในบ้านพระยานรกุลสำเร็จ แต่ขณะที่กำลังปีนลงมาจากตึก หลวงกฤษณะมาเห็นเข้าจึงยิงอุดมเสียชีวิต เฉลิมซึ่งคอยดูต้นทางอยู่รีบวิ่งไปฉวยแผนป้องกันพระราชอาณาจักรและหลบหนีไปได้ หลวงกฤษณะถูกเรียกเข้าประจำกรมด่วน เนื่องจากรัฐบาลประกาศสงครามแล้ว นายเรือเอกปรีชาจึงเสียสละออกรับแทนว่าตนเป็นผู้ยิงอุดมเสียชีวิต หลวงกฤษณะจึงได้ไปปฏิบัติหน้าที่รับใช้ชาติ หลังจากนั้นตำรวจก็ได้รับแจ้งว่าร่างแผนป้องกันพระราชอาณาจักรหายไป เมื่อสอบปากคำ นงลักษณ์ ซึ่งอยู่ในที่เกิดเหตุ ตำรวจจึงรีบไปดักรอผู้ต้องสงสัยที่สถานเบียร์ฮอลล์ "โอดี" และจับวิญญูและเฉลิมพร้อมของกลางได้ นายเรือเอกปรีชาจึงได้รับการปล่อยตัวไปเป็นผู้บังคับหมู่เรือยามฝั่ง กองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศไทยเคลื่อนทัพสู่สนามรบ และได้ชัยชนะกลับมา
วันที่เข้าฉาย : 3 เมษายน 2478 ฉายที่โรงภาพยนตร์วัฒนากร-ควีนส์
ระบบถ่ายทำ : ภาพยนตร์ขาวดำ เสียงในฟิล์ม 35 มม.
🖼️แกลเลอรี่รูปภาพ
กำลังโหลดแกลเลอรี่...
นักแสดง (12)

หม่อมหลวงขาบ กุญชร
พ.ต. หลวงกฤษณะสงคราม

จำเนียร อินทรนิลวัต
พาณี นรกุล

นาวาตรี หลวงสุภีอุทกธาร
นาวาตรี หลวงสหะนาวิน

เรือเอก หลวงประดิยัตนาวายุทธ
เรือเอก ปรีชา นรกุล

จำรุ กรรณสูตร
นงลักษณ์ สหะนาวิน

นายพันโท หลวงประสิทธิ์ยุทธศิลปะ
นายพลโท พระยานรกุล

ร.ท. ม.ล. คำรน สุทัศน์
ร.ท. เฉิด ภักดีพันธ์

พ.ต. หลวงสารานุประพันธ์
รัฐมนตรีว่าการกลาโหม
ความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น
อ้างอิง
•
สมุดภาพยนตร์ เรื่อง เลือดทหารไทย (2478)
•
ห้องสมุดและโสตทัศนสถาน เชิด ทรงศรี
แหล่งข้อมูลอื่น
สร้างเมื่อ:26 สิงหาคม 2568 เวลา 02:00 น.
แก้ไขล่าสุด:17 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 16:08 น.

