ThaiContentDB
ฐานข้อมูลเนื้อหาไทยที่ครบครันที่สุด
🔍ค้นหา
กำลังโหลด...
📺ละคร🎬ภาพยนตร์👥บุคคล🔍ค้นหา💬ความคิดเห็น
ThaiContentDB
ฐานข้อมูลเนื้อหาไทยที่ครบครันที่สุด

แหล่งรวมข้อมูลละครไทยและภาพยนตร์ที่ครบครันที่สุด พร้อมรีวิว คะแนน และข้อมูลนักแสดง

เมนูหลัก

  • ละคร
  • ภาพยนตร์
  • บุคคล
  • ค้นหา
  • ความคิดเห็น

ช่วยเหลือ

  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดและเงื่อนไข
  • ติดต่อเรา
  • ช่วยเหลือ
  • แจ้งปัญหา
  • แผนผังเว็บไซต์

บล็อกและทรัพยากร

  • แพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง
  • คู่มือการใช้งาน
  • บันทึกการเปลี่ยนแปลง
  • ผู้ร่วมพัฒนา

© 2569 ThaiContentDB

←กลับไปหน้าภาพยนตร์

ภาพยนตร์จากผลิตโดย เทพกรภาพยนตร์

เกี่ยวกับสตูดิโอ

ไม่มีรายละเอียด

พบทั้งหมด 12 เรื่อง

จันดารา
จันดารา

Jan Dara

2520
วันที่เข้าฉาย:11 มีนาคม 2520

ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่เหมาะสำหรับเด็ก และเป็นของแสลงอย่างยิ่งสำหรับบุคคลประเภท "มือถือสาก ปากถือศีล"

.

ในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง หมอและพยาบาลกำลังทำคลอดให้แก่เด็กซึ่งกำลังทำคลอดให้ วรรณา (แสงแข บุญเรือง) เป็นโรคหัวใจ ผลที่สุดวรรณาก็ถึงแก่ความตาย บุญชัย (ประจวบ ฤกษ์ยามดี) สามีของวรรณา และกำนันวอน (ประพัฒน์ มิตรภักดี) พ่อของวรรณาและวาด น้องสาวของวรรณา จึงรู้ว่าวรรณาถึงแก่ความตายแล้ว บุญชัยจึงโทษว่าทารกนั้นเป็นต้นเหตุให้ภริยาถึงแก่ความตาย ประณามเด็กว่าเป็นเด็กกาลกิณี ที่คฤหาสน์ วิสนันท์ บุญชัยไม่พอใจที่กำนันวอนพาเด็กทารกที่เขาเกลียดเข้ามาอยู่บ้าน

.

ในกลางดึกคืนวันหนึ่ง บุญชัยเข้ามานอนในห้องที่จันและวาดนอน บุญชัยนอนกับวาดไม่เกรงต่อสายตาของจัน วาดจึงยอมเป็นภริยาของบุญชัยในที่สุด สามเดือนต่อมา กำนันวอนเดินทางกลับพิจิตร ถูกบุญชัยเยาะเย้ยต่างๆนาๆ ทำให้กำนันวอนโกรธมาก จึงจะจ้างนักเลงมาเล่นงาน ทารกชื่อ จัน โตมากับเคน ลูกแม่ครัววัยไล่เลี่ยกัน วันหนึ่งจันและเคนได้ไปเห็นบุญชัยกับเด็กสาวใช้กำลังพิศวาสกันอยู่ จันเกิดเสียหลักสะดุดล้ม บุญชัยสะดุ้ง เคนวิ่งเอาตัวรอด บุญชัยเห็นจันจึงโมโหขวางแจกันใส่หัวจันจนหัวแตก แล้วให้คนใช้ขังไว้ในห้องโถงเขียว จันถูกขังร้องไห้อยู่กับพื้นเรียกหาแม่อยู่ตลอดเวลาและตะโกนด่าบุญชัยว่าไม่ใช่พ่อที่แท้ของตนจนหลับไป จันฝันถึงวรรณาแม่ของตน วาดเข้ามาปลุกจัน ยืนปลงเวทนา

.

ต่อมาไม่นาน วาดให้กำเนิดแก้ว บุตรสาวของบุญชัยกับวาด มีความจงเกลียดจงชังจัน บุญชัยเข้ามาด่าจันและห้ามให้ใช้นามสกุลวิสนันท์ แม่พุ่ม คนรับใช้ตั้งนามสกุล "ดารา" ตั้งแต่นั้นมา สิบปีต่อมา จัน (สมบูรณ์ สุขีนัย) อายุ 15 ปี เคน (ภิญโญ ปานนุ้ย) อายุ 16 ปี บุญชัยพา บุญเลื่อง (อรัญญา นามวงศ์) ภรรยาของบุญชัย เดิมอยู่ที่ปีนัง ต่อมาจันได้พบไฮซินธ์ (จันทร์แรม ปวงจักรทา) เด็กสาวอินเดีย ที่กำลังถูกอันธพาลรุมอยู่ จันและเคนก็ช่วยไว้ได้ ทำให้จันและไฮซินธ์สนิทกันตั้งแต่นั้นมาจนเกิดความรัก จันมักเอาดอกผักตบชวามาให้เสมอ และชวนไปเรียนโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษภาคค่ำ

.

จันได้สนิทกับบุญเลื่อง จันเข้าใจและเห็นใจบุญเลื่องทุกอย่าง ต่อมาบุญเลื่องขอหย่าขาดจากการเป็นสามีภรรยา แต่บุญชัยไม่ยอม บุญเลื่องจึงยกเหตุผลปลอบและขู่จนบุญชัยยอม ให้บุญเลื่องอยู่บ้านวิสนันท์ไปก่อน ทำให้บุญชัยโกรธจันมากขึ้น ต่อมาบุญเลื่องให้จันเอาน้ำแข็งถูหลังให้และจันได้เสียกับบุญเลื่อง ต่อมาจันมาพบเข้าและสำคัญว่าเคนล่วงละเมิดแก้วอยู่ จึงเข้าไปช่วยเหลือ ประจวบกับที่บรรดาผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านได้ยินเสียงร้องและติดตามมาพบเข้า แก้วซึ่งรังเกียจจันอยู่แล้วจึงฟ้องว่า จันล่อลวงตนมากระทำทางเพศ เคนจึงเข้ามาช่วยเหลือ บุญชัยโกรธเป็นอันมาก ในเรื่องที่แก้วเป็นคนชอบโกหก จึงเกิดการต่อสู้กันและขับไล่จันออกจากบ้านวิสนันท์ จันจึงไปอาศัยอยู่ที่บ้านมารดา ณ เมืองพิจิตรกับตา (กำนันวอน)

.

กำนันวอนจึงเล่าเรื่องให้ฟังหมดว่าวรรณา แม่ของจัน เศรษฐีนีสาวสวยถูกจอม (วิทยา สุขดำรงค์) ฉุดไปกระทำชำเราพร้อมพรรคพวก เมื่อครั้งเดินทางไปเมืองพิจิตร ตำรวจจึงตามไปล่าและยิงจนเสียชีวิต วรรณาตั้งท้อง กำนันวอนจึงว่าจ้างขอให้บุญชัยแต่งงานกับวรรณา เพื่อรักษาเกียรติยศของวงศ์ตระกูล โดยยกบ้านและทรัพย์สินให้เป็นการแลกเปลี่ยน วาดไปเรียกจันกลับมาแต่งงานกับแก้วซึ่งตั้งท้องอยู่เพื่อธำรงเกียรติยศของวงศ์ตระกูลจันตกลงโดยมีเงื่อนไขว่า บุญชัยต้องโอนบ้านและที่ดินให้แก่ตนทั้งหมด บุญชัยไม่มีทางเลือกจึงรับคำอย่างเสียมิได้ ต่อมา จันพบเคนเกิดทะเลาะกันว่าแก้วท้องกับเคนเกิดต่อสู้กัน จนต้องหนีตำรวจมา

.

จันได้แต่งงานกับแก้ว ทรมานแก้วต่าง ๆ นานา แล้วบุญชัยตามไปพบจันกับบุญเลื่องนอนด้วยกัน ด้วยความรู้สึกที่ประเดประดังเข้ามา คุณหลวงถึงกับล้ม และเป็นอัมพาตตั้งแต่นั้นมา จันพบเคนแอบจึงให้เคนไปแก้วเมียเคนบนห้องและจันเห็นแก้วมีความสัมพันธ์ทางเพศกับบุญเลื่องไม่สนใจใคร ทั้งสองจึงเดินออกจากนอกห้อง เคนได้พาจันไปพบไฮซินธ์ที่โรงเรียนภารตะแห่งหนึ่ง ซึ่งบ้านไฮซินธ์ไฟไหม้ พ่อของเธอถูกไฟคอกตาย ส่วนเธอก็ตาบอด จันเห็นไฮซินธ์สอนเด็กอนุบาลร้องเพลง จันเข้าไปหาและเอาดอกผักตบชวาให้แก่ไฮซินธ์ ไฮซินธ์จึงรู้ว่าจันมา จึงร้องเพลงด้วยความยินดี

.

บทประพันธ์ : เรื่องของจัน ดารา ของ อุษณา เพลิงธรรม

วันที่เข้าฉาย : 11 มีนาคม 2520 ฉายที่โรงภาพยนตร์เพชรรามา-เพชรเอ็มไพร์

ระบบถ่ายทำ : ภาพยนตร์สี 35 มม. พากย์เสียงในฟิล์ม

หนี้รัก
หนี้รัก

Nee Ruk

2518
หนี้รัก (2518/1975) ข้อความบนใบปิด เทพกรภาพยนตร์ ผู้สร้าง...“ค่าของคน” ประณีตผลงานใหม่ ที่ให้ทั้งความยิ่งใหญ่ กำซาบซ่านใจกว่า.. เรื่องของหัวใจเอาไปรักใครก็ได้... แต่รักครั้งแรกนั้นมี “หนี้” ซึ่งออก ดอกเบี้ย เป็นความชื่นอกที่ฟกช้ำ หนี้รัก ของ “ลักษณวดี” เรื่องแรกที่...ธัญญรัตน์ โลหะนันท์ ก้าวสู่ความเป็น “ราชินีแห่งจอเงิน” อย่างสมศักดิ์ศรี ด้วยฝีมือกำกับของ รัตน์ เศรษฐ์ภักดี ประชันบทกับ... (แอ๊ด สมบัติ เมทะนี) (นาท ภูวนัย) สุชีรา สุภาเสพย์ วิทยา สุขดำรงค์ บุศรา นฤมิต ดวงใจ หทัยกาญจน์, รจนา นามวงษ์, นภาพร หงสกุล, พิมพา น่านรำไพ, บุรินทร์ ชัยยะ, มารศรี อิศรางกูร, มารศรี ณ บางช้าง, เทพ เทียนชัย, โกร่ง กางเกงแดง ส.อาสนจินดา สร้างบทภาพยนตร์ อดุลย์ เศรษฐ์ภักดี ถ่ายภาพ สุพัตรา เศรษฐ์ภักดี อำนวยการสร้าง รัตน์ เศรษฐ์ภักดี กำกับการแสดง หนังดี มีค่าแก่หัวใจ นานที่จะมีใครทำให้ท่านดูเป็นอาหารใจสักเรื่องหนึ่ง เทพกรภาพยนตร์ จัดจำหน่าย ชื่อ : หนี้รัก Name : - ผลิตโดย : จัดจำหน่าย : - วันที่เข้าฉาย : 31 ธันวาคม 2518 (ฉายที่โรงภาพยนตร์เพชรรามา) หนี้รัก (2518) ใบปิดวาดโดย ริ้ม โฟร์อาร์ท *ที่มา :Thai Movie Posters
ค่าของคน
ค่าของคน

Kha Khong Kon

2514
ค่าของคน (2514/1971) ลักษณ์ (ไชยา สุริยัน) ได้รู้จักกับคุณกล้วยหรือรจเรข (พิศมัย วิไลศักดิ์) ในงานแสดงละครศิษย์เก่ามหาวิทยาลัย ต่อมาคุณแขซึ่งเป็นแม่เลี้ยงของลักษณ์และเป็นแม่จริงๆ ของพิมาน (สุวัจชัย สุทธิมา) น้องชายต่างมารดาของลักษณ์ต้องการจะให้พิมานเจริญรอยรับราชการเป็นทูตอย่างท่านเจ้าพระยานฤนาทไมตรีผู้ซึ่งเป็นบิดา จึงพยายามเฟ้นหาสุภาพสตรีที่เหมาะสมให้พิมานแต่งงานด้วย แต่พิมานกลับมีใจรักให้กับคุณกล้วย หญิงที่คุณแขไม่ปรารถนาจะได้เป็นสะใภ้ คุณแขจึงขอร้องให้ลักษณ์ช่วยเหลือเรื่องนี้ ลักษณ์เป็นคนเก่งเกี่ยวกับการทำธุรกิจการค้าและจัดเจนต่อการชีวิตทั้งในด้านบวกด้านลบ ชอบเที่ยวเตร่สำมะเลเทเมาใช้เงินเป็นใหญ่ แม้คุณแขพยายามจะหาทางให้ลักษณ์แต่งงานเป็นฝั่งเป็นฝาก็ไม่เป็นผล ส่วนพิมานนั้นลักษณ์ก็รักดุจน้องชายแท้ๆ เมื่อลักษณ์ทราบความประสงค์ของคุณแขจึงรับปากจะหาทางให้คุณกล้วยพ้นไปจากเส้นทางชีวิตของพิมานเพื่อพิมานจะได้แต่งงานกับผู้หญิงที่คุณแขเลือกให้ ลักษณ์รับปากจะช่วยโดยไม่รู้มาก่อนว่า คุณกล้วยคือผู้หญิงที่ตนพบในวันแสดงละครด้วยกัน แม้ลักษณ์จะเริ่มมีความสนใจในตัวคุณกล้วยบ้าง แต่เมื่อคุณกล้วยยอมปล่อยตัวพิมานไปโดยมีเงินก้อนโตเป็นค่าตอบแทนก็ทำให้ลักษณ์คิดว่า คุณกล้วยก็เหมือนกับผู้หญิงอื่นๆ ที่เห็นแก่เงินอย่างที่เคยพบมาโดยลักษณ์ก็ไม่รู้มาก่อนว่า คุณกล้วยยอมรับเงินก้อนโตนั้นเพราะมีเหตุจำเป็นในครอบครัว อย่างไรก็ตามเพื่อเป็นการตัดปัญหาให้เห็นว่า คุณกล้วยได้ทิ้งพิมานไปจริงๆ จึงมีข้อตกลงว่า คุณกล้วยจะต้องจดทะเบียนสมรสกับลักษณ์ด้วยและลักษณ์จะหย่าให้ก็ต่อเมื่อพิมานได้แต่งงานกับผู้หญิงคุณแขเลือกให้แล้ว ข่าวการแต่งงานเงียบๆ ของลักษณ์กับคุณกล้วยสร้างความงุนงงให้พิมานและเพื่อนฝูงเป็นอย่างมาก ยิ่งโดยเฉพาะพิมานแล้วถึงขั้นโกรธและด่าทอคุณกล้วยว่า เห็นแก่เงินโดยไม่รับฟังเหตุผลและความจำเป็นอะไรเลย เมื่อคุณกล้วยย้ายเข้าไปอยู่ตึกใหญ่กับลักษณ์ พิมานก็ยังคงเฝ้าแวะเวียนมาหาคุณกล้วยจนทำให้ลักษณ์เกิดอาการหึงหวงอย่างเห็นได้ชัด ต่อมาลักษณ์พาเด็กหญิงมาร์กี้มาให้คุณกล้วยช่วยดูแลโดยบอกว่าเป็นลูกสาวตัวเองซึ่งเกิดจากเมียแหม่มเมื่อครั้งไปเรียนต่างประเทศ แต่ความจริงแล้วมาร์กี้ก็เป็นลูกแท้ๆ ของพิมาน คุณกล้วยก็รักใคร่เอ็นดูมาร์กี้เหมือนกับลูกตัวเอง ทำให้ลักษณ์เกิดความประทับใจในตัวคุณกล้วยเพิ่มมากขึ้น มาร์กี้มีส่วนช่วยทำให้ลักษณ์กับคุณกล้วยเข้าใจกัน รักกันมากขึ้นเรื่อยๆ ต่อมาคุณกล้วยเริ่มตั้งท้องอ่อนๆ มาร์กี้ก็เกิดเป็นโรคร้ายและเสียชีวิตอย่างกะทันหัน พิมานเสียใจมากจึงยอมเปิดเผยความจริงว่า มาร์กี้เป็นลูกสาวตน ระหว่างที่คุณกล้วยกำลังปลอบใจพิมานนั้น ลักษณ์ก็เข้ามาเห็นพอดี จึงเข้าใจผิด โมโหและบอกว่า หลังพ้นงานศพมาร์กี้แล้วจะจดทะเบียนหย่าให้ หลังจากหย่าแล้วคุณกล้วยก็ย้ายกลับไปอยู่บ้านสวนริมคลอง ฝ่ายลักษณ์เมื่อทราบจากหมอซึ่งเป็นเพื่อนว่า คุณกล้วยตั้งท้อง ก็เสียใจที่หลงผิดคิดว่า กล้วยรักพิมาน ก็เลยตามไปง้อคุณกล้วยที่บ้านสวน ชื่อ : ค่าของคน Name : - ผลิตโดย : เทพกรภาพยนตร์ จัดจำหน่าย : ร่วมใจฟิล์ม วันที่เข้าฉาย : 30 ธันวาคม 2514 (ฉายที่โรงภาพยนตร์เพชรรามา) ค่าของคน (2514) ใบปิดวาดโดย เดช *ที่มา :Thai Movie Posters
ป้อมปืนตาพระยา
ป้อมปืนตาพระยา

Pom Puen Ta Phraya

2511
ป้อมปืนตาพระยา (2511/1968) ข้อความบนใบปิด เทพกรภาพยนตร์ สร้าง ป้อมปืนตาพระยา จากบทประพันธ์ของ อรชร เทพกร-ส.อาสนจินดา ร่วมมือกันครั้งไร เกรียงไกรและยิ่งใหญ่ทุกที... เหนือกว่า...ยิ่งใหญ่กว่า... ชุมทางเขาชุมทอง-ใจเพชร นำโดย 6 ดาราใหญ่ (แอ๊ด สมบัติ เมทะนี) (เปี๊ยก อรัญญา นามวงศ์) (เกชา เปลี่ยนวิถี) โสภา สถาพร (ชนะ ศรีอุบล) (เมตตา รุ่งรัตน์) ร่วมด้วย ฑัต เอกฑัต, ประมินทร์ จารุจารีต, (สุคนธ์ คิ้วเหลี่ยม), ชาญ กัมปนาท และดาราประกอบ ส.อาสนจินดา กำกับ อดุลย์ เศรษฐภักดี ถ่ายภาพ รัตน์ เศรษฐภักดี อำนวยการสร้าง ชื่อ : ป้อมปืนตาพระยา Name : - ผลิตโดย : จัดจำหน่าย : - วันที่เข้าฉาย : 27 พฤศจิกายน 2511 ป้อมปืนตาพระยา (2511) ใบปิดวาดโดย เปี๊ยก โปสเตอร์ *ที่มา :Thai Movie Posters
ใจแก้ว
ใจแก้ว

Chai Kaeo

2511
ใจแก้ว (2511/1968) ข้อความบนใบปิด เทพกรภาพยนตร์ ผู้สร้างภาพยนตร์ได้มาตรฐานเสมอ เสนอ ใจแก้ว ของ จำลักษณ์ นำโดยดารายอดนิยม (มิตร ชัยบัญชา) (พิศมัย วิไลศักดิ์) โสภา สภาพร (ชุมพร เทพพิทักษ์), วรรณา แสงจันทร์ทิพย์, (แก่นใจ มีนะกนิษฐ์), สมควร กระจ่างศาสตร์, ทัต เอกทัต, วงทอง ผลานุสนธิ์, สีเทา และดาวเสียง วิเชียร นีลิกานนท์ ดารารับเชิญ ไสว-ประเสริฐ ชีวิตนี้คือละคร บทบาทบางตอน ยอกย้อนยับเยิน อดุลย์ เศรษฐภักดี ถ่ายภาพ กิติมา เศรษฐภักดี อำนวยการสร้าง รัตน์ เศรษฐภักดี กำกับการแสดง เอวันฟิล์ม จัดจำหน่าย . ชื่อ : ใจแก้ว Name : - ผลิตโดย : เทพกรภาพยนตร์ จัดจำหน่าย : เอวันฟิล์ม วันที่เข้าฉาย : 5 กรกฎาคม 2511 (ฉายที่ศาลาเฉลิมกรุง) ใจแก้ว (2511) ใบปิดวาดโดย เปี๊ยก โปสเตอร์ *ที่มา :Thai Movie Posters
เสือสั่งถ้ำ
เสือสั่งถ้ำ

Suea Sang Tham

2509
เสือสั่งถ้ำ (2509/1966) เรื่องราวความแค้นของ พราย ที่มีต่อ ชาญ นายจ้างผู้จัดการบริษัทตะวันออกขนส่ง ที่แอบรับจ้างขนทองเถื่อนและได้หักหลังขโมยทองไปเสียเอง แต่กลับโยนความผิดทั้งหมดให้พรายจนต้องติดคุก ทั้งยังทำให้ลำพู ภรรยาของเขาต้องตาบอดสนิท เหตุการณ์ทั้งหมดสั่งสมกลายเป็นความแค้นที่ยาวนานจนถึงรุ่นลูก ชื่อ : เสือสั่งถ้ำ Name : - ผลิตโดย : จัดจำหน่าย : - วันที่เข้าฉาย : 4 พฤษภาคม 2509 (ฉายที่ศาลาเฉลิมบุรี)
งูผี
งูผี

Ngu Phi

2509
งูผี (2509/1966) เรื่องราวพญางูขาวที่เข้าไปสิงทารกในครรภ์ของหญิงนางหนึ่ง ซึ่งเมื่อคลอดออกมาถูกชาวบ้านนำไปเลี้ยงและตั้งชื่อว่า บุญเหลือ โดยเลี้ยงคู่กับ แว่นฟ้า ลูกสาวแท้ ๆ ของพวกเขาเอง วันหนึ่ง ได้เกิดคดีลึกลับขึ้นในหมู่บ้านแห่งนี้ จนทางการต้องส่ง ประกิต ตำรวจหนุ่มปลอมตัวเข้ามาสืบหาความจริง นำมาซึ่งความรักสามเส้าระหว่างสองสาว และนายตำรวจหนุ่มผู้นี้ ชื่อ : งูผี Name : - ผลิตโดย/จัดจำหน่าย : วันที่เข้าฉาย : 4 พฤศจิกายน 2509 (ฉายที่ศาลาเฉลิมกรุง) งูผี (2509) เพชรา เชาวราษฎร์ ปริม ประภาพร จาก งูผี (2509) *ที่มา :Thai Movie Posters
ปลาบู่ทอง
ปลาบู่ทอง

Pla Bu Thong

2508
ปลาบู่ทอง (2508/1965) "เศรษฐีทารกะ" ผู้มีอาชีพจับปลามีภรรยาสองคน คนแรกชื่อ "ขนิษฐา" มีลูกสาวชื่อ "เอื้อย" ส่วนคนที่สองชื่อ "ขนิษฐี" มีลูกสาวชื่อ "อ้าย" และ "อี่" วันหนึ่งทารกะพยายามจับปลาแต่จับทีไรก็ได้แต่ปลาบู่ตั้งท้องตัวหนึ่งกระทั่งพลบค่ำทารกะจึงจะนำปลาบู่กลับบ้านแต่ด้วยความสงสารขนิษฐาผู้เป็นภรรยาขอร้องให้ปล่อยไป ทำให้ทารกะเกิดบันดาลโทสะฆ่านางขนิษฐาจนตายและทิ้งศพลงคลอง และบอกกับอ้ายลูกสาวว่ามารดาได้หนีตามผู้ชายไป เอื้อยเสียใจที่สูญเสียแม่ไปอีกทั้งยังโดนแม่เลี้ยงและพี่เลี้ยงกดขี่ข่มเหง สิ่งเดียวที่ปลอบประโลมเธอได้มีเพียง "ปลาบู่ทอง" ที่คือแม่ที่กลับชาติมาเกิด แต่สองแม่ลูกหารู้ไม่ว่าเธอทั้งคู่จะต้องถูกขนิษฐีและลูกๆของเธอพรากความสุขเล็กๆของพวกเธอไปครั้งแล้วครั้งเล่า ปลายทางของสองแม่ลูกที่น่าสงสารจะลงเอยเช่นไรเมื่อหนทางแห่งความสุขในชีวิตแทบจะไม่เห็นทางสว่างเลย ชื่อ : ปลาบู่ทอง Name : - ผลิตโดย : เทพกรภาพยนตร์ จัดจำหน่าย : เอวันฟิล์ม วันที่เข้าฉาย : 20 สิงหาคม 2508 (ฉายที่ศาลาเฉลิมบุรี) ปลาบู่ทอง (2508) ไชยา-ภาวนา ในการประกวดรางวัลตุ๊กตาทองประจำปี 2508 ภาวนาคือเต็งหนึ่งที่จะคว้ารางวัลผู้แสดงหญิงยอดเยี่ยม จากบท อ้าย-เอื้อย ใน ปลาบู่ทองนี้(ไชยา สุริยัน)-(ภาวนา ชนะจิต) พบกันใน ปลาบู่ทอง (2508) *ที่มา :Thai Movie Posters
🎬
ชุมทางเขาชุมทอง

Chumthang Khao Chum Thong

2508
วันที่เข้าฉาย:27 สิงหาคม 2508

44 ปีที่ภาพยนตร์ไทยกำเนิดมา ไม่เคยมีเรื่องใด ยิ่งใหญ่ เกรียงไกรเท่า เรื่องราวของชายหนุ่มซึ่งถูกใส่ร้ายว่ายิงพ่อตาตนเองจากข้างหลัง เขาต้องสูญเสียทั้งเกียรติ และความเชื่อใจจากคนรอบข้างและภรรยา หลังจากพ้นโทษเขาเดินทางกลับบ้านที่เขาชุมทอง จ.นครศรีธรรมราช เพื่อพิสูจน์ว่าเขาไม่ได้เป็นคนยิงพ่อตาของเขา และสืบหาคนร้ายตัวจริง ท่ามกลางการไม่ต้อนรับทั้งจากครอบครัวเขาเอง และคนในชุมชน อีกทั้งยังถูกหมายหัวจากเหล่ากลุ่มอิทธิพลที่ต้องการกำจัดเขาให้พ้นจากพื้นที่แห่งนี้อีกด้วย

ทับเทวา
ทับเทวา

Thap Thewa

2507
ทับเทวา (2507/1964) วางเกียรติโล่เงินล้านเป็นเดิมพัน สร้างให้เหนือกว่า ใจเพชร ที่ทำรายได้สูงสุดทั่วประเทศไทยมาแล้ว ทับเทวาเป็นมรดกตกทอดของตระกูลเทวัญมาหลายชั่วอายุคนจนมาถึงในยุคของบุตรชายพระยาพิทักษ์ภูเบศ คือ พงศ์พิทักษ์ เทวัญ ทว่าเจ้าของบ้านหามีความสุขไม่เพราะ พงษ์พิษณุ ทายาทคนเดียวที่เกิดกับคุณกลิ่นจันทร์ ถูกลักพาตัวหายไปอย่างไร้ร่องรอยเมื่อสิบสองปีก่อน ก่อนสิ้นใจคุณพงษ์พิทักษ์ได้สั่งการไว้ว่า ถ้าครบ 10 ปีไม่สามารถตามหาตัวพงษ์พิษณุกลับมาทับเทวาได้ให้ยกมรดกให้กับอดิเทพ (น้อย ประจวบ ฤกษ์ยามดี) ลูกชายคนรองที่เกิดจากลำดวน (สุพรรณ บูรณะพิมพ์) อนุภรรยา นายแพทย์ประวิตร (พัลลภ พรพิษณุ) ผู้เป็นหลานของหลวงไพศาลเวช แพทย์ประจำตระกูล ได้เข้ามาทำงานสืบต่อจากหลวงไพศาจเวช ได้เข้าดูแลคุณพริ้ม น้องสาวของพงษ์พิทักษ์ซึ่งทำหน้าที่ดูแลมรดกของบ้านทับเทวา ขณะที่ดุจดาว (พิศมัย วิไลศักดิ์) ซึ่งเป็นเป็นเด็กที่พงษ์พิษณุ รับเลี้ยงดูและให้อยู่ในฐานะเสมอน้องสาวของพงษ์พิษณุ แต่ลำดวนกับวรรณทิพย์ (ปรียา รุ่งเรือง) ลูกสาวเกิดจากสามีเก่า ร่วมกันจิกหัวใช้งานเยี่ยงคนรับใช้ ชำนาญ (สมควร กระจ่างศาสตร์) ทนายความอาวุโสประจำตระกูลเทวัญ พยายามที่จะตามหาตัวพงษ์พิษณุให้ได้ เผอิญได้พบอิษฎ์ ((มิตร ชัยบัญชา)) ซึ่งมีเค้าหน้าเหมือนกับพงษ์พิษณุ ชำนาญเสนองานให้อิษฎ์ ปลอมตัวเป็นทายาททับเทวา เพื่อช่วยชีวิตคุณพริ้มและยืดเวลามิให้ทับเทวาต้องตกเป็นของคนอื่น ชำนาญพาอิษฎ์มาเปิดตัวที่งานวันเกิดของอดิเทพ สร้างความตกตะลึงกับทุก ๆ คน คุณพริ้มได้มอบสิทธิ์การจัดการทุกอย่างในบ้านให้กับอิษฎ์ พ่อเลี้ยงชัย พาลูกชายชื่ออนุชา ((มิตร ชัยบัญชา)) เดินทางจากเชียงใหม่เพื่อมาขอรับการรักษากับหมอประวิตร ซึ่งพอเห็นอนุชาก็ตกใจ เพราะใบหน้าด้านซ้ายซึ่งไม่เป็นแผลเป็นนั้นเหมือนเป็นคนคนเดียวกับพงษ์พิษณุ เทวัญ ทุกประการ ลำดวนหาทางขับไล่ดุจดาวออกจากทับเทวา ดุจดาวจึงตัดสินใจออกจากทับเทวาไปทำงานที่คลินิคของหมอประวิตร ดุจดาวเห็นภาพอนุชาในแฟ้มคนไข้ของหมอประวิตร จึงเล่าให้ชำนาญฟัง ชำนาญรีบไปพบพ่อเลี้ยงชัยที่เชียงใหม่และสอบถามความจริงจนกระทั่งรู้ว่า อนุชาคือพงษ์พิษณุตัวจริง ซึ่งพ่อเลี้ยงชัยได้ช่วยชีวิตไว้และเลี้ยงดูเหมือนเป็นลูก หมอประวิตรทำการตัดแต่งแผลเป็นให้กับอนุชา ลำดวนให้แคล้วสามีเก่าที่พ้นคุกออกมาตามมาฆ่าอิษฎ์เพื่อหวังครอบครองมรดกทั้งหมด แคล้วติดตามไปจนกระทั่งเห็นพงษ์พิษณุตัวจริงยังไม่ตายและมีรอยแผลเป็นอย่างที่กล้าสมุนของตนบอก จึงหันมาสังหารพงษ์พิษณุแทน อิษฎ์เข้าช่วยเหลือพงษ์พิษณุจึงถูกกระสุนบาดเจ็บ แคล้วถูกตำรวจรวบตัวไว้ได้ เมื่อลำดวนรู้ว่าแคล้วถูกจับจึงรีบพาวรรณทิพย์หนีออกจากบ้านกลางดึก แต่ต้องประสบกับอุบัติเสียชีวิตทั้งคู่ เมื่อทุกอย่างสงบลงอิษฐ์และดุจดาวก็เปิดใจถึงความรักที่มีต่อกันและได้สมหวังในความรัก ส่วนพงษ์พิษณุก็ได้แต่งงานกับคู่หมั้น (ภาวนา ชนะจิต) ซึ่งหมั้นหมายกันมาตั้งแต่เด็ก ชื่อ : ทับเทวา Name : - ผลิตโดย : เทพกรภาพยนตร์ จัดจำหน่าย : เอวันฟิล์ม วันที่เข้าฉาย : 25 กันยายน 2507 (ฉายที่โรงภาพยนตร์เอ็มไพร์) ทับเทวา (2507) ใบปิดวาดโดย เปี๊ยก โปสเตอร์ *เกร็ด-ชื่อ ทับเทวา เป็นชื่อคฤหาสน์โอ่อ่าอลังการที่ลูกหลานแย่งชิงกัน (ตามสไตล์นิยายในยุคนั้น) มิตรแสดงเป็นคน 2 คนที่หน้าตาเหมือนกัน คนหนึ่งเป็นทายาทที่แท้จริงที่หายสาปสูญไป (ฝ่ายตัวร้ายจับไปฆ่าแต่ไม่ตาย หนีรอดได้) ส่วนอีกคนเป็นคนหน้าตาเหมือนที่ทนายประจำตระกูลจ้างให้มาแสดงตนแทน คนนี้จะคู่กับภาวนา ซึ่งเป็นเด็กกำพร้าที่ถูกนำมาเลี้ยงในทับเทวาและถูกกลั่นแกล้งสารพัดโดยพวกนางอิจฉา (แสดงโดยสุพรรณ บูรณพิมพ์และปรียา รุ่งเรือง) ส่วนพิศมัยแสดงเป็นคู่หมั้นของมิตรที่เป็นทายาทตัวจริงและแน่นอนกลับมาในภายหลัง ฉากตื่นเต้นท้ายเรื่องที่ฮือฮามากในยุคนั้นคือฉากที่สุพรรณเอาขวานวิ่งไล่ฟันพิศมัยบนยอดตึกทับเทวา-เป็นหนังเรื่องสุดท้ายที่มิตร ชัยบัญชาร่วมแสดงกับภาวนา ชนะจิต เนื่องจากมีการผิดใจกัน เล่ากันว่าในการถ่ายฉากเข้าพระเข้านางซึ่งมิตรจะต้องกอดภาวนา ภาวนาเกิดกลัวเลยเบี่ยงตัวหลบ ทำให้มิตรโมโหมาก เพราะเขาถือว่าเขาเป็นสุภาพบุรุษและเป็นทหารด้วย ไม่เคยกระทำการอะไรล่วงเกินผู้หญิงหรือหาเศษหาเลยกับนางเอกในการถ่ายหนัง มิตรเลยประกาศไม่ขอร่วมแสดงกับภาวนาอีก (ที่จริงมิตรคือพระเอกคนแรกของภาวนาในหนัง แสงสูรย์ที่เธอแสดงเป็นเรื่องแรก และได้ร่วมแสดงกับมิตรอีกหลายเรื่อง) หลังจากนั้นภาวนาเลยมีผลงานคู่กับสมบัติ เมทะนีและไชยา สุริยันเท่านั้น (จนมาพบพระเอกคู่ขวัญในอีกหลายปีต่อมาเมื่อมิตรตายแล้ว คือยอดชาย เมฆสุวรรณ) นี่เองจึงเป็นเหตุให้นางเอกอันดับหนึ่งในตอนนั้นเป็นเพชรา เชาวราษฎร์และพิศมัย วิไลศักดิ์ (ยุคนั้นอรัญญายังไม่เข้าวงการ) โดยมีภาวนาและโสภา สถาพร ตามมาห่างๆ-สร้างเป็นหนังครั้งที่ 2 ในปี 2532 นำแสดงโดย บิณฑ์-เอกพัน บันลือฤทธิ์-ขวัญฤดี กลมกล่อม-อภิรดี ภวภูตานนท์ (บทที่พิศมัยแสดงในฉบับนี้ถูกตัดไป) *ที่มา :Thai Movie Posters