ไม่มีรายละเอียด
พบทั้งหมด 3 เรื่อง

Phra Ruang: Khmer Underground
เมื่อ 700 ปีล่วงมาแล้ว สมัยนั้น เมืองละโว้เป็นเมืองขึ้นของขอม นายคงเครา พ่อเมืองละโว้ต้องส่งส่วยน้ำไปบรรณาการทุกๆ ระยะ 3 ปี นายร่วง ลูกนาย คงเครา พ่อเมืองละโว้ เป็นศิษย์ร่วมอาจารย์หัดกระบี่กระบองกับนายขวัญ นายขวัญมีคู่รักคนหนึ่งชื่อ ลูกอิน คืนวันหนึ่ง นายขวัญปรึกษานายกลับ เพื่อนซึ่งค่อนข้างอัตคัดผมสักหน่อย ว่าจะไปหาลูกอินเพื่อจะลาไปส่งส่วยน้ำยังธานีขอม เมื่อร่ำลาคู่รักเรียบร้อยแล้ว นายขวัญกับพวกก็ลาไปยังธานีขอมเพื่อจะส่งส่วยน้ำตามประเพณี
เมื่อถึงธานีขอมแล้ว นายขวัญเกิดไปชอบพอได้เสียกับ ผกา ธิดาพญาอำนาจ ซึ่งขณะนี้หมั้นอยู่กับนักฉกาจ อาจารย์เอกของพระเจ้าพันธุมฯ ขณะที่นายขวัญลักลอบร่วมรักกับผกานี่เอง นักฉกาจซึ่งไม่พอใจอยู่แล้วเห็นเหตุการณ์เข้า จึงพร้อมด้วยพญาอำนาจได้ทำการจับกุมนายขวัญฐานต่อสู้ทหารขอม ขณะที่นายขวัญต้องโทษ ผกา แม่เมียต่างชาติพยายามช่วยเหลือสามีต่างแดนจนพ้นโทษจนได้ แต่กว่าจะหลุดพ้นออกมาได้ก็ต้องทรมานทรกรรมแทบเลือดตาจะกระเด็น หลุดจากการเป็นนักโทษ นายขวัญและพวกก็เดินทางกลับละโว้
3 ปีผ่านไป ละโว้เกิดขาดแคลนน้ำ พระเจ้าพันธุมฯ ทรงใช้ให้นักคุ้มเป็นข้าหลวงไปทวงส่วยน้ำยังเมืองละโว้ แต่นายร่วง ซึ่งขณะนี้ได้เป็นพ่อเมืองแล้ว ได้ใช้ปัญญาอันหลักแหลม ใช้ให้นักคุ้มซึ่งมาทวงส่วยน้ำนั้นนำส่วยน้ำกลับไปด้วยตนเอง
เมื่อนักคุ้มถูกนำส่วยน้ำไปเช่นนั้น พระเจ้าพันธุมฯ ทรงกริ้วมาก หาว่าเมืองละโว้หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ดังนั้นจึงได้ให้พญาอำนาจและนักฉกาจควบคุมกองทัพไปเพื่อจะราวีละโว้ แต่เมื่อกองทัพถูกส่งไป ผกา แม่เมียรักต่างชาติของนายขวัญก็ปลอมเป็นชายติดตามไปด้วย เมื่อยกกองทัพไป ฝ่ายทหารกรุงละโว้รู้เรื่องเข้า จึงให้ผู้หญิงสาวชาวละโว้ออกมายั่วยวนทหารขอม
ในที่สุด ทหารขอมก็แตกทัพเพราะเสียกลผู้หญิง พญาอำนาจและนักฉกาจถึงแก่ความตาย พร้อมด้วยผกาก็ถูกพญาอำนาจบิดาฟันตาย ขณะที่จะเข้าไปช่วยนายขวัญ สามี ขณะที่ขอมแตกทัพนี้ นักคุ้มคนเดียวที่ยังรอดชีวิตไปได้ จึงรีบเดินทางไปเฝ้าพระเจ้าพันธุมฯ พระเจ้าพันธุมฯ จึงใช้พญาเดโชให้ดำดินไปจับนายร่วงที่กรุงสุโขทัย... (ที่มา: นิตยสารชุมนุมภาพยนตร ตุลาคม พ.ศ. 2480)
วันที่เข้าฉาย : 14 ตุลาคม 2480 ฉายที่ศาลาเฉลิมบุรี
ระบบถ่ายทำ : ภาพยนตร์ขาวดำ 35 มม. ให้เสียงพากย์สด
.
ที่มา: นิตยสารชุมนุมภาพยนตร ตุลาคม พ.ศ. 2480

Who is Mad?
มีเนื้อเรื่องยอกย้อนซับซ้อนกัน เพื่อให้ผู้ดูวินิจฉัยเอาเองว่า ฝ่ายใดเป็นบ้า...นัยว่าจะทำให้ผู้ดูหัวเราะขบขันได้ตลอดเวลา...เพียงแต่ดูบางตอนในเรื่องนี้ เชื่อกันว่าคงจะเป็นเรื่องสนุก เช่นตอนมีผู้แต่งตัวชอบกลมาลูบหัวสุนักข์แล้วสุนักข์กลายเป็นคน ๆ กลายเป็นสุนักข์ ฯลฯ
ดำเนินเค้าเงื่อนคมขำ ผู้ดูนึกขบขันตลอดเวลา ทำให้อดนึกถึงปัญหาในเบื้องต้นไม่ได้ว่า ใครจะเป็นบ้ากันแน่ ครั้นมาในตอนท้าย ผู้ที่เป็นบ้ากลับกลายมาเป็นผู้ที่เราไม่เคยนึกเคยฝัน นับว่าเป็นเรื่องตลก ที่น่าฟังดีที่สุดเรื่องหนึ่ง ผู้แสดงทุกคนแสดงบทบาทได้อย่างสนิทสนม ไม่เก้อเขิน ทั้งการแต่งตัวก็เรียบร้อย ไม่ขะมุกขะมอมเช่นก่อนๆ ไฟสว่างดีเห็นภาพชัดเจน ถ้าจะกล่าวถึงผู้แสดง เป็นพิเศษโดยเฉพาะ ก็คือนางสาวแพน เรืองนนท์ คนทั้งสองนี้จะแสดงบทบาทให้ท่านเห็นความชำนิชำนาญในทางนาฏศาสตร์มาเป็นอย่างดี และทั้งจะได้เห็นรูปโฉมของ นางสาวแพน เรืองนนท์ ว่ามีความงดงามสมกับชื่อ เสียงอันโด่งดังของเจ้าหล่อนเพียงไร นอกจากนี้มีผู้ควรกล่าวด้วยอีกคนหนึ่งก็คือ นางจรวย ลีละชาติ ได้แสดงร่วมในเรื่องนี้ด้วย ท่านจะได้เห็นความชำนาญในการขับรถของเจ้าหล่อน และรูปร่างหน้าตาอย่างชัดเจน ซึ่งจะทำให้ท่านหายความประหลาดใจ ในความโลดโผน และ คุณสมบัติของเจ้าหล่อน (ที่มา: หนังสือพิมพ์รายวันศรีกรุง มิถุนายน พ.ศ. 2471)
วันที่เข้าฉาย : 30 มิถุนายน 2471 ฉายที่โรงภาพยนตร์พัฒนากร
ระบบถ่ายทำ : ภาพยนตร์เงียบ ขาว-ดำ ฟิล์ม 35 มม.
.
ที่มา : thaibunterng.fandom.com, หนังสือพิมพ์รายวันศรีกรุง มิถุนายน พ.ศ. 2471

None But the Brave
ร้อยเอกกริส แห่งราชนาวี รักอยู่กับนางเอกของเรื่องซึ่งเป็นบุตรสาวของท่านเจ้าคุณ นางเอกมีชายหนุ่มมาหมายปองมากเพราะความเป็นคนรูปสวยคนหนึ่งที่หมายปองคือ นายเลียบ โลหมุข นักเลงพนันเจ้าคุณนั้นเป็นคนชอบเล่นการพนัน แล้วก็เป็นหนี้นายเลียบ นายเลียบพยายามเร่งรัดหนี้ และเสนอว่าหากไม่ชำระหนี้ ต้องให้ลูกสาวแต่งงานกับตน ที่สุดร้อยเอกกริสต้องวางแผนแข่งพนันชกมวยกับนายเลียบ โดยมีข้อแม้ว่าหากนายเลียบชนะ นางเอกจะต้องแต่งงานกับเขา แต่หากนายเลียบแพ้ก็เป็นอันปลดหนี้ นายร้อยเอกสู้อย่างสามารถบนเวทีผืนผ้าใบเพื่อเอาชนะคู่แข่งและเพื่อสมรัก
วันที่เข้าฉาย : 12 พฤศจิกายน 2470 ฉายที่โรงภาพยนตร์พัฒนากร
ระบบถ่ายทำ : ภาพยนตร์เงียบ ขาว-ดำ ฟิล์ม 35 มม.
.
ที่มา : thaibunterng.fandom.com, หนังสือพิมพ์ศรีกรุง พ.ศ. 2470