ThaiContentDB
ฐานข้อมูลเนื้อหาไทยที่ครบครันที่สุด
🔍ค้นหา
กำลังโหลด...
📺ละคร🎬ภาพยนตร์👥บุคคล🔍ค้นหา💬ความคิดเห็น
ThaiContentDB
ฐานข้อมูลเนื้อหาไทยที่ครบครันที่สุด

แหล่งรวมข้อมูลละครไทยและภาพยนตร์ที่ครบครันที่สุด พร้อมรีวิว คะแนน และข้อมูลนักแสดง

เมนูหลัก

  • ละคร
  • ภาพยนตร์
  • บุคคล
  • ค้นหา
  • ความคิดเห็น

ช่วยเหลือ

  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดและเงื่อนไข
  • ติดต่อเรา
  • ช่วยเหลือ
  • แจ้งปัญหา
  • แผนผังเว็บไซต์

บล็อกและทรัพยากร

  • แพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง
  • คู่มือการใช้งาน
  • บันทึกการเปลี่ยนแปลง
  • ผู้ร่วมพัฒนา

© 2569 ThaiContentDB

←กลับไปหน้าภาพยนตร์

ภาพยนตร์จากผลิตโดย กรมรถไฟ

เกี่ยวกับสตูดิโอ

ไม่มีรายละเอียด

พบทั้งหมด 5 เรื่อง

โตนงาช้าง
โตนงาช้าง

Ton Nga Chang

2485

เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมเหมืองแร่ในจังหวัดทางภาคใต้ของประเทศไทย ณ โรงเตี๊ยม "เซ่งหลี" อันเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของบรรดาชาวเหมืองแร่จังหวัดยะลาทั้งหลาย (ที่มา: นิตยสารภาพยนตร์สาร พฤศจิกายน พ.ศ. 2484)

วันที่เข้าฉาย : ?? ตุลาคม 2485

ระบบถ่ายทำ : ภาพยนตร์สีธรรมชาติ 16 มม. ให้เสียงพากย์สด

รวมไทย
รวมไทย

United Thai

248431 นาที

บันทึกเหตุการณ์กรณีพิพาทไทย-อินโดจีนของฝรั่งเศส เกียรติประวัติของ ร.พัน 3 หลังจากที่ฝรั่งเศสตอบปฏิเสธรัฐบาลไทยกรณีเรียกร้องดินแดนคืนฝ่ายไทยจึงเริ่มมีการลำเรียงทหารและจัดตั้งองค์การอาสากาชาดเพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขพลเมืองไทยตามแนวรบชายฝั่งแม่น้ำโขง แล้วจึงมีการสู่รบทางอากาศที่เมืองนครพนม เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2483 เป็นชนวนให้เกิดการรบใหญ่ในเวลาต่อมาที่สมรภูมิบ้านพร้าวซึ่งกองทัพบูรพายึดธงชัยเฉลิมพลของข้าศึกได้ กองหน้าฝ่ายไทยได้ยึดดินแดนไปจนถึงบริเวณก่อนประตูศรีโสภณประมาณ 6 กม. ก่อนจะมีการพักรบในวันที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2483 แล้วจึงมีการจัดการเดินสวนสนามฉลองชัย ที่กรุงเทพ ระหว่างพักรบ นายพลตรีหลวงพิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมทหารในแนวรบ กองทัพบูรพาและประดับเหรียญชัยสมรภูมิแก่แม่ทัพ นายกอง และนายทหาร หลังจากนั้นเหล่าทหารที่ร่วมรบได้เดินทางกลับกรุงเทพ ท่ามกลางการต้อนรับของมหาชน และสวนสนามฉลองชัยรวมทั้งแสดงอาวุธอันทันสมัยที่ใช้ในการรบคราวนี้ ในวันที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2484

.

ในขณะที่โลกกำลังเข้าสู่ภาวะสงครามโลกครั้งที่ 2 ประเทศไทยได้เกิดกรณีพิพาทกับอินโดจีนของฝรั่งเศส เมื่อ พ.ศ. 2483 ในสมัยที่ จอมพล ป.พิบูลสงคราม ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี อันมีสาเหตุมาจากการสู้รบเพื่อแย่งชิงดินแดนซึ่งประเทศไทยเคยสูญเสียให้อินโดจีนของฝรั่งเศสในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อปี พ.ศ. 2449 การสู้รบในครั้งนี้ไม่มีการประกาศเป็นสงครามอย่างเป็นทางการ กินเวลาเพียง 3 เดือนเศษ เป็นสงครามที่มีการรบทั้งทางบก ทางอากาศ และทางเรือ ตลอดแนวชายแดนภาคอีสาน โดยการนำของแม่ทัพบูรพา พลเอกมังกร พรหมโยธี ซึ่งกองทัพบูรพาสามารถยึดเมืองพระตะบอง เสียมราฐ อีกทั้งยังยึดธงชัยเฉลิมพลของฝรั่งเศสได้ แต่ยังไม่ทันรู้แพ้รู้ชนะ ประเทศญี่ปุ่นได้เข้ามาช่วยเจรจาไกล่เกลี่ยและยุติการสู้รบในเวลาต่อมา

.

ในขณะเกิดการรบระหว่างไทยกับอินโดจีนฝรั่งเศส ได้มีการถ่ายทำเป็นภาพยนตร์อยู่หลายเรื่อง และนำออกฉายตามโรงภาพยนตร์ หลักฐานทางเอกสารที่ค้นพบมีอย่างน้อยสองเรื่อง คือเรื่อง “รวมไทย” สร้างโดย กรมสาธารณสุขและกรมรถไฟ ถ่ายทำโดย ม.จ. ศุกรวรรณดิศ ดิศกุล นายช่างถ่ายหนังแห่งกรมรถไฟ และนายฟื้น เพ็งเจริญ นายช่างถ่ายหนังของกรมสาธารณสุข อีกเรื่องหนึ่งคือ “ใจไทย” สร้างโดย กรมสาธารณสุขและกรมประชาสงเคราะห์

.

ภาพยนตร์เรื่อง “รวมไทย” นี้หอภาพยนตร์มีหนังสือสูจิบัตร ทำให้ทราบเลา ๆ ว่าเรื่องราวเป็นอย่างไร แต่เรื่อง “ใจไทย” ไม่มีหนังสือ คงพบแต่บทความในวารสาร ซึ่งบรรยายให้เห็นการดำเนินเหตุการณ์ในหนังเช่นกัน

.

ภาพยนตร์สองเรื่องนี้เราเคยเชื่อว่าสูญหายไปแล้ว จนเมื่อวันหนึ่งคุณเรืองยศ พิบูลสงคราม ลูกสะใภ้ของจอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้พบฟิล์มซึ่งเก็บไว้ในบ้านโดยบังเอิญ และนำมามอบให้หอภาพยนตร์ คุณเรืองยศเล่าว่าฟิล์มเหล่านี้น่าจะเป็นฟิล์มที่จอมพล ป. ถ่ายภาพยนตร์เหตุการณ์ในครอบครัวด้วยตนเอง อย่างที่เรียกว่า หนังบ้าน หน้ากล่องฟิล์มภาพยนตร์ส่วนใหญ่เขียนด้วยลายมือหวัด ๆ เหมือนเป็นการจดบันทึกช่วยจำของผู้ถ่าย

.

เมื่อเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจฟิล์มม้วนหนึ่ง ขนาด 16 มม. ขาว-ดำ ไม่มีเสียง ไม่มีชื่อเรื่องบนฟิล์ม ส่องดูเห็นเป็นภาพเหตุการณ์การสู้รบ จึงเอะใจและได้ดำเนินการแปลงสัญญาณฟิล์มภาพยนตร์เป็นวีดิโอ เพราะฟิล์มต้นฉบับอยู่ในอาการเสื่อมสภาพหนัก คาดว่าคงจะเก็บในที่ชื้นหรืออาจจะโดนน้ำ จึงไม่สามารถเข้าเครื่องพิมพ์หรือเครื่องฉายได้ ภาพที่พอจะเหลือให้เราได้เห็น เป็นภาพเหตุการณ์การเดินขบวนเรียกร้องดินแดนคืนจากฝรั่งเศส ภาพการลำเลียงกำลังพลและอาวุธยุทโธปกรณ์ของกองทัพไทยไปสู้แนวรบ ภาพในสนามรบ ภาพจอมพล ป. เดินทางไปเยี่ยมทหารชายแดนอรัญประเทศ ภาพการอพยพราษฎร ภาพการแจงให้ราษฎรทราบถึงความจำเป็นที่รัฐบาลต้องทำสงคราม

.

หอภาพยนตร์ได้ศึกษาภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ ในภาพยนตร์ โดยศึกษาเปรียบเทียบกับข้อมูลของภาพยนตร์ “รวมไทย” และ “ใจไทย” เท่าที่มีอยู่ ที่สุดก็ลงความเห็นว่า ภาพยนตร์ที่ได้รับจากคุณเรืองยศนี้ น่าจะเป็นภาพยนตร์เรื่อง “รวมไทย”

.

ภาพยนตร์ม้วนนี้ ไม่ว่าที่สุดแล้ว จะคือ “รวมไทย” จริงหรือไม่ก็ตาม มีคุณค่ายิ่งในฐานะภาพยนตร์บันทึกกรณีพิพาทไทยกับอินโดจีนฝรั่งเศสเพียงชิ้นเดียวที่เหลืออยู่ เป็นเอกสารประวัติศาสตร์สำคัญบทหนึ่งของชาติซึ่งไม่อาจทดแทนได้จากเอกสารอื่น ๆ โดยเฉพาะตัวอักษร

วันที่เข้าฉาย : ?? 2484

ระบบถ่ายทำ : ภาพยนตร์ขาวดำ สลับ สี (ธรรมชาติ) ฟิล์ม 16 มม.

สามปอยหลวง
สามปอยหลวง

Sam Poi Luang

2483
วันที่เข้าฉาย:15 ธันวาคม 2483

ประเสริฐ กับ วลี หนุ่มสาวชาวกรุงพบกันโดยบังเอิญที่สถานีรถไฟหัวลำโพง ขณะจองตั๋วรถไฟไปท่องเที่ยวที่จังหวัดเชียงใหม่ ทั้งสองทำความรู้จักกันจนเกิดเป็นความรัก ประเสริฐเป็นข้าราชการกระทรวงต่างประเทศ จะไปพักที่โรงแรม ส่วนวลีจะไปพักอยู่บ้านของ แสง พ่อค้าเมืองเชียงใหม่ซึ่งเป็นเพื่อนเก่าแก่ของพ่อ

เมื่อถึงเมืองเชียงใหม่ ประเสริฐแวะเวียนไปหาวลีทุกวัน จนกระทั่งวันหนึ่งประเสริฐเห็นวลีกับ ไสว ลูกชายของแสง เกิดความเข้าใจผิดจึงตัดพ้อต่อว่าวลี แล้วหนีเข้าป่าไปล่าสัตว์เพื่อระบายอารมณ์ ประเสริฐประสบอุบัติเหตุลื่นตกไหล่เขา เคราะห์ดีที่ได้สาวชาวไร่ช่วยชีวิตไว้ ทราบภายหลังว่าเธอชื่อ อุ่นเรือน เมื่อหายจากอาการบาดเจ็บอุ่นเรือนอาสาพาเขาไปเที่ยวยังที่ต่างๆ ประเสริฐซึ่งผิดหวังจากสาวเมืองกรุง จึงประทับใจในความใสซื่อบริสุทธิ์ของสาวชาวไร่อย่างอุ่นเรือน แล้วทั้งสองจึงตกเป็นของกันและกัน

ทางด้านวลี เธอร้อนใจออกตามหาประเสริฐอย่างเอาเป็นเอาตาย จนกระทั่งบุกป่าฝ่าดงมาถึงชุมชนชาวไร่ วลีปราดเข้าไปซบประเสริฐทันทีที่ได้พบ ปรากฏเป็นภาพบาดตาบาดใจแก่อุ่นเรือนอย่างยิ่ง แต่ประเสริฐสำนึกในความดีของอุ่นเรือน จึงยืนยันที่จะไม่กลับไปเมืองกรุงกับวลี เพื่ออยู่ครองรักกับอุ่นเรือนในหุบเขาต่อไป

วันที่เข้าฉาย : 15 ธันวาคม 2483 ฉายที่ศาลาเฉลิมกรุง

ระบบถ่ายทำ : ภาพยนตร์สีธรรมชาติ 16 มม. ให้เสียงพากย์สด

ยุงร้ายกว่าเสือ
ยุงร้ายกว่าเสือ

Yung Rai Kwa Suea

2473
วันที่เข้าฉาย:7 พฤศจิกายน 2473

ภาพยนตร์เรื่องนี้มีความยาวจำนวน 6 ม้วน

.

วันที่เข้าฉาย : 7 พฤศจิกายน 2473 ฉายที่โรงภาพยนตร์บ้านหม้อ

ระบบถ่ายทำ : ภาพยนตร์เงียบ ขาว-ดำ ฟิล์ม 35 มม.

🎬
เทพธิดา

Thepthida

2471
วันที่เข้าฉาย:28 มีนาคม 2471

ภาพยนตร์เรื่องนี้ เท่าที่คณะเราได้ไปชมมาแล้ว รู้สึกว่าดีเป็นพิเศษ เยี่ยมกว่าภาพยนตร์ไทยหลายเรื่องที่เคยนำออกฉายมาแล้ว การถ่ายได้กระทำอย่างโลดโผนพิสดาร เช่นเทพธิดาเหาะเหิรเดินอยู่บนนภากาศ เป็นต้น (ที่มา: หนังสือพิมพ์รายวัน ศรีกรุง มีนาคม พ.ศ. 2471)

บริษัทผู้สร้าง : สภากาชาดสยาม โดย กองภาพยนตร์ เผยแผ่ข่าว กรมรถไฟหลวง

วันที่เข้าฉาย : 28 มีนาคม 2471 ฉายที่โรงภาพยนตร์พัฒนากร

ระบบถ่ายทำ : ภาพยนตร์เงียบ ขาว-ดำ ฟิล์ม 35 มม.