No description available.
Found 10 dramas

เลดี้ทุ่งกระบือบาล
Ploy will marry Jomthup, sheriff of Tung Krabue Barn, to uncover his potential ties to capitalists buying land from locals.
source: thaidramatic_update

ในรอยทราย
ร้อยตำรวจเอกทิวา (ไมค์ ภัทรเดช สงวนความดี) กำลังปฏิบัติภารกิจล่อซื้อจับเครือข่ายยาเสพติด หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจ ทิวาโทรหา วิ (ฐิสา วริฏฐิสา ลิ้มธรรมมหิศร) คนรักที่คบกันมานานหลายสิบปี และรู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก เพราะพ่อของทั้งคู่เป็นเพื่อนสนิทที่ทำงานด้วยกันที่รีสอร์ตหาดจันทร์เสี้ยว วิทำงานวันสุดท้ายในฐานะทนายความ เพราะจะกลับไปช่วยพ่อดูแลรีสอร์ต จึงไปเที่ยวกับเพื่อน และได้พบกับ ตะวัน (ไมค์ ภัทรเดช สงวนความดี) ที่เพิ่งกลับมาจากเมืองนอกมาเที่ยวผับนี้เช่นกัน สันต์ (ทศ รวิศชา ปัญจวิชญ์) เพื่อนสนิท และผู้ช่วยของตะวัน หาสาวๆ มาให้ แล้วตะวันก็ได้เจอกับวิ วิดีใจคิดว่าทิวามาเซอร์ไพรส์ แต่ไม่นานก็รู้ว่าเธอทักคนผิด ตะวันไม่ยอมให้วิไปง่ายๆ ด้วยมีนิสัยเพลย์บอย จึงโดนวิเล่นงาน ต่อมาเกิดเหตุการณ์มีคนตายเพราะกินยาบำรุงของบริษัทตะวัน ที่ พัชระ (อ้น สราวุธ พุทธาร มาตรทอง) พ่อเลี้ยงหนุ่มเป็นรักษาการประธานบริษัท พัชระขอโทษต่อสื่อมวลชนกับสิ่งที่เกิดขึ้น และจะรับผิดชอบโดยการลาออก ถ้าหากผลออกมาว่าคนตายเพราะยาบำรุงจริง พัชระกลับเข้ามาในห้องก็เจอตะวันที่รู้เรื่องนี้อยู่แล้วมาหาเรื่อง และสั่งให้พัชระทำตามที่พูด ตะวันคุยกับสันต์ว่าต้องหาหลักฐานมัดตัวพัชระให้ได้ เพราะรู้นิสัยของพัชระดีว่าเป็นคนไม่จริงใจ สร้างภาพเก่ง ด้านวิกลับไปที่เกาะมุก เจอนักลงทุนที่มาขอซื้อที่จาก วินัย (โชคชัย เจริญสุข) พ่อของเธอ กำลังจะเล่นงานวินัยเพราะไม่ขายที่ให้ แต่วิมาช่วยเอาไว้โดยใช้ความเป็นนักกฎหมาย นักลงทุนจึงยอมกลับไป วินัย กับ มนต์ (พล ตัณฑเสถียร) พ่อของทิวา และ ราตรี (ชนารดี อุ่นทะศรี) ผู้จัดการรีสอร์ต ดีใจมากที่วิจะกลับมาอยู่ที่นี่ถาวร และเริ่มพูดเรื่องแต่งงานระหว่างวิกับทิวา ไม่นานตะวันก็รู้จากสันต์ ว่ามีเงินก้อนหนึ่งหายไปจากบัญชีของบริษัท พอสืบสาวราวเรื่อง จึงรู้ว่า เตือนใจ (แพร์ รัชนี ศิระเลิศ) ผู้เป็นแม่ให้ กร (เอก โอรี) ซึ่งเป็นเพื่อนยืมไป ตะวันไปหากร เพื่อทวงถามเรื่องเงิน แต่กรไม่มีเงินคืนให้ ตะวันจะยึดบ้าน ด้าน เกรซ (สกาย มาเรีย) ลูกสาวของกรขอร้องไม่ให้ตะวันเอาบ้านหลังนี้ไป เพราะเป็นบ้านของแม่เธอ ตะวันเห็นเกรซก็ถูกใจตามประสาเพลย์บอย กรจึงคิดขายลูกสาวใช้หนี้ ทำเอาเกรซหัวเสีย ทะเลาะกับพ่อ ตะวันเห็นใจเกรซ จึงยอมช่วยโดยการจ้างเกรซมาเป็นเลขาส่วนตัว ขณะที่ที่บ้านของตะวัน ลาวัลย์ (ครีม เปรมสินี รัตนโสภา) พยาบาลพิเศษ ที่เบื้องหลังลอบคบชู้กับพัชระ กำลังป้อนข้าวเตือนใจ แต่เตือนใจไม่ยอมกิน ลาวัลย์จึงแกล้ง ทำให้เตือนใจอาละวาด ต้องตา (ศิริพิชญ์ วิมลโนช) น้องสาวของเตือนใจ มาเห็นก็ไม่พอใจ จะไล่ลาวัลย์ออก แต่ลาวัลย์ไม่ยอมออก อ้างว่าเป็นคนของพัชระ ตะวันกลับมาเห็นเหตุการณ์ จึงไล่ลาวัลย์ออก ทำให้ลาวัลย์ไม่พอใจ แต่ทำอะไรไม่ได้ ต้องตาดีใจที่หลานชายกลับมา ตะวันบอกว่าต่อไปนี้เขาจะอยู่ปกป้องแม่เอง ส่วนทิวาก็กลับบ้านไปเซอร์ไพรส์ขอวิแต่งงาน วิตอบตกลง ด้าน โจอี้ (อรรถพล เทศทะวงศ์) ลูกของ กำนันอ่วม (เวนซ์ ฟอลโคเนอร์) พอรู้ว่าวิกลับมาจึงรีบไปหา แต่ถูกทิวาเล่นงานจนหนีแทบไม่ทัน ตะวันกลับเข้ามาบริหารงานในบริษัท และเริ่มวางแผนกับสันต์ หาหลักฐานเล่นงานพัชระ แต่ทำอะไรไม่ได้มาก เพราะมีสายคอยรายงานความเคลื่อนไหวให้พัชระรู้ตลอด ทำให้พัชระเริ่มทนตะวันไม่ไหว สั่งให้ เชษฐ์ (อดิศร อรรถกฤษณ์) ตามเก็บตะวัน กระทั่งตะวันโดนลอบทำร้าย แต่เอาตัวรอดมาได้ สันต์บอกว่าตะวันต้องมีบอดี้การ์ด เขารู้จักผู้ใหญ่คนหนึ่งที่จะช่วยได้ คนนั้นคือ ผู้กำกับอนุสรณ์ (สุเมธ องอาจ) สันต์พาตะวันไปหาอนุสรณ์ อนุสรณ์ตกใจที่เห็นตะวัน เพราะหน้าเหมือนทิวามาก เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป ติดตามได้ในละคร “ในรอยทราย” (ที่มา : ช่อง 7)

สาวใช้ดิลิเวอรี

นางสาวส้มหล่น

เจ้าสัวมั่วนิ่ม
เพราะใบหน้าที่เหมือนกันราวกับแฝด ทำให้ พรต หนุ่มแสนดีความจำเสื่อม จับพลัดจับผลูมาเป็น พารณ ทายาทคนเดียวของเจ้าสัวใหญ่ แม้จะไม่คุ้นเคยกับชีวิตไฮโซ แต่ด้วยความดี ทำให้คนรอบข้างพอใจ โดยเฉพาะ สุธาสินี คู่หมั้นพารณที่เขาตกหลุมรัก แต่เรื่องวุ่นวายขึ้น เมื่อเขายังถูกตามฆ่าพร้อมความทรงจำที่กลับมา เขาจึงทำทุกทางเพื่อแก้ไขความผิดพลาด โดยไม่รู้เลยว่ายังมีความลับบางอย่างซ่อนอยู่

เจ้าสาวช่างยนต์

ลูกตาลลอยแก้ว
อนาวิล รัชชานนท์ หรือ ต้นตาล (พีรวัศ กุลนันท์วัฒน์) ทายาทเจ้าของธนาคารอันดับต้นของเมืองไทย กำลังจะไปทำงานสายตั้งแต่วันแรก หลังกลับมาจากเมืองนอก แถมวันนี้ยังมีนัดสำคัญ เพราะ ธีรเดช (ปริยะ วิมลโนช) พี่ชาย จะแนะนำเขาให้รู้จักกับหุ้นส่วนของธนาคาร อนาวิล จึงจำเป็นต้องขอยืมมอเตอร์ไซค์สภาพแย่ของ เผือก (เก่งกาจ ณรงค์ศักดิ์ อังกาบ) คนขับรถที่บ้าน ไปใช้แทนรถเบนซ์ เพื่อขี่ลัดเลาะไปประชุมให้ทันในช่วงเวลารถติดยามเช้าแบบนี้ แต่ก็มีเหตุให้อนาวิล ไปไม่ทันอยู่ดี เพราะรถมอเตอร์ไซค์ของเขาชนกับรถเก๋งคันหรูของ มินทรา วรโชติ หรือ แก้ว (ซอนญ่า สิงหะ) มินทราเห็นสภาพชายหนุ่มคู่กรณี ขี่มอเตอร์ไซค์เก่า ๆ เสื้อกางเกงขาด เพราะครูดกับถนน ตามแขนขามีรอยถลอกเลือดซึม หน้าตามอมแมม มินทรา จึงประเมินสถานะชายหนุ่มเป็นแค่คนขับรถ ยิ่งอนาวิล มีท่าทียียวนไม่ยอมคนและยังเรียกร้องค่าเจ็บตัวที่ถูกชน มินทรายิ่งเข้าใจว่าเป็นพวกที่มีอาชีพตั้งใจชนเพื่อหาเงิน และกว่าทั้งคู่จะยอมแยกย้ายไปได้ มินทรา ต้องโทร. เรียก แพรพิไล (อังคณา วรรัตนาชัย) เพื่อนสนิท มาไกล่เกลี่ย และต้องยอมจ่ายเงินให้อนาวิล ไปแบบไม่เต็มใจ มินทรา และแพรพิไล รีบมาที่สมาคมผู้สงเคราะห์คนยากจน เพราะคณะกรรมการจัดงานละครการกุศลหาทุน มารอดูตัวมินทรา เพื่อคัดเลือกเป็นนางเอกละครการกุศลปีนี้ ด้วยคุณสมบัติที่เพียบพร้อมสวยตรงใจ และด้วยการผลักดันของ คุณหญิงเขมิกา (ณหทัย พิจิตรา) แม่ของมินทรา ทำให้เธอผ่านการคัดเลือกในรอบแรก แต่พรุ่งนี้มินทรา ต้องมาที่สมาคมอีกครั้งเพื่อให้ คุณหญิงกุลนาถ (วิยะดา โกมารกุล ณ นคร) ประธานมูลนิธิ เป็นผู้ตัดสิน คุณหญิงเขมิกา ดีใจที่ลูกสาวคนเดียวผ่านการคัดเลือกรอบแรก เธออยากให้มินทรา เป็นดาวเด่นในวงสังคม จึงคุยฟุ้งให้สมาชิกในบ้านร่วมยินดี ทั้ง คุณพยัคฆ์ (กลศ อัทธเสรี) สามีที่ขึ้นชื่อเรื่องกลัวเมียเป็นที่สุด ยศกร (ปิติศักดิ์ เยาวนานนท์) ลูกชาย ยมล (ณพัชรินทร์ ไพบูลย์รัตนกิจ) ลูกสะใภ้ และยศพล (ด.ช.สิรวิชญ์ ตั้งจิตร์มั่นคง) ลูกชายตัวอ้วน มีแต่มินทรา คนเดียวที่เฉย ๆ เพราะไม่อยากเด่นดังแค่ทำตามใจแม่เท่านั้น เช้าวันนี้อนาวิล ต้องเข้าประชุมนัดสำคัญอีกครั้งแทนการประชุมเมื่อวานนี้ที่เขาไปไม่ทัน อนาวิล ตื่นแต่เช้าทันทานข้าวร่วมกับ ธีรเดช พรวลัย (ชนกวนันท์ รักชีพ) พี่สะใภ้ และกรกนก (ด.ญ.รชาดา) หลานสาวช่างพูด อนาวิล จึงมีเวลาแวะไปส่งคุณหญิงกุลนาถ ที่สมาคม ก่อนไปทำงาน แต่หลังจากส่งแม่แล้วก็มีรถคันหนึ่งแล่นมาอย่างเร็วชนกับรถของอนาวิล และเหมือนบุพเพสันนิวาส คู่กรณีที่ลงมาจากรถคือ มินทรา สาวสวยที่รถเพิ่งชนกันเมื่อวาน มินทราแปลกใจที่เห็นอนาวิลขับรถเบนซ์ แต่ก็คิดอย่างดูถูกว่าเป็นคนขับรถของเจ้านาย อนาวิลไม่ได้ปฏิเสธ และเพราะวันนี้เขารีบไม่อยากผิดนัดสำคัญอีก มินทราก็รีบเพราะต้องมาให้คุณหญิงกุลนาถ ดูตัว ทั้งคู่จึงตกลงแลกชื่อและเบอร์โทรศัพท์เพื่อติดต่อกันภายหลัง ไม่มีใครยอมบอกชื่อจริง อนาวิลให้ชื่อว่า ตาล ให้ที่อยู่ที่ธนาคาร อนาวิลสมอ้างว่าทำงานเป็นคนขับรถของธนาคารตามความคิดของมินทรา มินทราได้รับเลือกให้เป็นนางเอกละครการกุศลประจำปีนี้ อนาวิล ใช้ชื่อ ตาล โทรศัพท์ไปหา มินทรา เพื่อตกลงเรื่องอุบัติเหตุ มินทราไม่ยอมจ่ายและยืนยันขอคุยกับเจ้าของรถเท่านั้น อนาวิลหมั่นไส้จึงยียวนไปหลายคำ จนมินทราทนไม่ไหว คุณหญิงเขมิกา เป็นผู้เจรจาแทน และเมื่ออนาวิล จะเอาเรื่องที่มินทราขับรถชนจนได้รับบาดเจ็บ คุณหญิงเขมิกา จึงมีท่าทีอ่อนลง และขอให้ต่างคนต่างซ่อม เพราะไม่อยากเสียเงินเพิ่ม อนาวิลถามจนรู้ว่าคุณหญิงชื่อและนามสกุลอะไร อนาวิลแกล้งยอ คุณหญิงพอใจเอ่ยปากชวนให้มาเที่ยวที่บ้านตามมารยาทก่อนจะวางสายไป อนาวิล ถามประวัติของบ้านวรโชติ จากคุณหญิงกุลนาถ ทำให้รู้ว่ามินทรา ได้รับเลือกเป็นนางเอกละครของสมาคมปีนี้ คุณหญิงกุลนาถ ส่งเสริมหากอนาวิล จะสนใจมินทรา เพราะอยากให้ลูกชายคนเล็กเป็นฝั่งเป็นฝา แต่สำหรับอนาวิล เขาหมั่นไส้ท่าทางหยิ่ง ๆ ของมินทรา มากกว่า จึงอยากรู้จักเธอให้มากกว่านี้...ในฐานะคนขับรถธนาคาร และคืนนี้อนาวิล ก็ออกไปเลี้ยงต้อนรับ ทิพเกสร (ปราณวรินทร์ ปามี) คู่ควงคนสวย ที่ทนคิดถึงเขาไม่ไหวต้องทิ้งการเรียนที่เมืองนอกแล้วบินกลับมาหา ทิพเกสร เป็นนางเอกละครการกุศลของสมาคมเมื่อปีที่แล้ว ระหว่างทานอาหารได้พบกับ ปรารณ (พิชยดนย์ พึ่งพันธ์) เพื่อนสนิทของอนาวิล โดยบังเอิญ อนาวิลขอตัวลงมาเอาโทรศัพท์ที่ลืมไว้ในรถ และได้เจอกับมินทรา ที่เพิ่งขับรถมาจอดพอดี มินทรา คิดว่าอนาวิล เอารถเจ้านายมาใช้ แถมยังวางมาดยังกับรถตัวเอง อนาวิลทักทาย และบอกจะไปเยี่ยมที่บ้านตามคำเชิญของคุณหญิงเขมิกา ก่อนจะแยกกันเมื่อ กษม (แอนดรูว์ กรเศก โคร์นิน) หนุ่มนักธุรกิจที่กำลังตามจีบมินทรา มาถึง อนาวิลไม่ชอบหน้ากษม โดยไม่รู้สาเหตุ อนาวิล ขี่รถมอเตอร์ไซค์คันเก่าของเผือกไปบ้านวรโชติ คุณหญิงเขมิกา งงที่นายตาล มาจริงตามคำชวนไปอย่างนั้นของเธอ แต่พอคุณหญิงเขมิกา เห็นทุเรียนลูกใหญ่ของแพงที่อนาวิล หิ้วมาด้วย ก็พูดคุยด้วยอย่างดี อนาวิลยังผูกมิตรกับ ขนมตาล สุนัขแสนรู้ที่บ้านวรโชติ มีแต่มินทราที่ไล่เขากลับแล้วไม่ให้มาอีก แต่เมื่ออนาวิล เอาผลไม้แพง ๆ มาล่อว่าจะเอามาฝากอีก คุณหญิงเขมิกา ก็หูผึ่งและอนุญาตให้อนาวิล มาเยี่ยมได้อีก ยศพล ร้องโวยวายว่าเงินในบัญชีหายไปทั้งที่ไม่เคยถอนเงินออกมาใช้เลย ทุกคนช่วยกันปลอบใจและถึงบอกว่าจะให้เงินเพิ่ม ยศพลก็ไม่ยอม จนมินทราต้องช่วยเขียนจดหมายไปถึงธนาคารว่าจะรับผิดชอบกับเรื่องนี้ยังไง จดหมายฉบับนี้มาถึงมือธีรเดช และอนาวิล และทั้งคู่ก็เป็นผู้บริหารที่ไม่ละเลยลูกค้าถึงจะเป็นเด็กและเงินไม่มาก จึงเรียกมินทรา และยศพล มาพบที่ธนาคารเพื่อรับผิดชอบ มินทรากำลังจะกลับก็บังเอิญเจออนาวิล ที่เข้าใจว่าคือ นายตาล แต่เป็นขณะเดียวกับที่ทิพเกสร ก็มารอเขาอยู่เช่นกัน แต่ด้วยความไหลลื่นอนาวิล จึงรอดมาได้ โดยแผนไม่แตกซะก่อน คุณหญิงกุลนาถ กลุ้มใจมาก เพราะคนที่รับปากจะมาเป็นพระเอกให้ละครการกุศลขอถอนตัวกะทันหัน คุณหญิงกุลนาถ จึงขอให้อนาวิล มารับบทพระเอกแทน อนาวิลขัดแม่ไม่ได้แต่ก็กลัวแผนหลอกมินทรา จะแตก เขาจึงต้องปลอมตัวติดหนวดใส่แว่นดำเพื่อให้เข้ากับบทพระเอกมาดเข้มในละคร และเพื่อไม่ให้ใครจำได้ และถึงมินทรา จะคุ้น ๆ หน้าอนาวิลอยู่บ้าง แต่ก็ยากจะคิดว่าหนุ่มผู้ร่ำรวยคนนี้จะเป็นคนเดียวกับคนขับรถผู้ยากจน มินทราไม่ชอบท่าทางแปลก ๆ ของอนาวิล แถมอนาวิล ยังฉวยโอกาสเล่นนอกบทกอดมินทราซะแน่นตั้งแต่ครั้งแรกที่ซ้อมด้วยกัน... ปรารณ รู้จักบ้านวรโชติเป็นอย่างดี เพราะคนใช้บ้านวรโชติเพิ่งลาออกมาอยู่บ้านปรารณ เพราะทนความเค็มเหมือนเกลือของคุณหญิงเขมิกาไม่ไหว อนาวิลเล่าถึงเรื่องที่เขาสมอ้างเป็นคนขับรถธนาคาร ชื่อตาล เพราะอยากรู้จักมินทรามากกว่านี้ ปรารณรู้จักเพื่อนที่ชอบทำอะไรแผลง ๆ อยู่แล้วจึงไม่แปลกใจ และแนะนำแบบคิดสนุกให้อนาวิลปลอมตัวเป็น นายตาล เข้าไปทำงานที่บ้านของมินทราในฐานะคนสวน ขณะเดียวกันก็ยังซ้อมละครเวทีด้วยกันในฐานะนายแบงก์ อนาวิลคิดว่าเป็นเรื่องท้าทายและต้องลอง จึงออกอุบายให้คุณหญิงกุลนาถ ช่วยพูดฝากฝังญาติห่าง ๆ ของเผือก เข้าทำงานเป็นคนสวนที่บ้านคุณหญิงเขมิกา ค่าแรงไม่เกี่ยง...อนาวิล เข้าไปแนะนำตัวว่าเป็นคนที่คุณหญิงกุลนาถ แนะนำมา นายตาลจึงได้เข้าไปทำงานเป็นคนสวนในบ้านคุณหญิงเขมิกาด้วยค่าแรงแสนต่ำ โดยจะมาทำงานหลังเลิกงานขับรถที่ธนาคารทุกวัน งานนี้อนาวิลทุ่มเท ทุ่มทุนอย่างหนัก เพราะในฐานะ ตาล ที่คนในบ้านเรียกว่า นายต้นตาล เพื่อไม่ให้ซ้ำกับ เจ้าขนมตาล สุนัขในบ้าน อนาวิลต้องทำงานสวนทุกอย่าง และยังต้องจัดหาเครื่องตัดหญ้ามาใช้เพื่อทุ่นแรงตัวเอง จนสวนสวย ด้วยความชอบต้นไม้อยู่แล้วจึงไม่ใช่เรื่องยาก และยังต้องหาของกำนัลเป็นเครื่องกระป๋องของนอก ผลไม้อย่างดีมาฝากคุณหญิงเขมิกา เป็นประจำ จนคุณหญิงพอใจถึงกับแถมข้าวเย็นให้อนาวิลอีกมื้อเป็นรางวัล มีแต่มินทราที่รู้สึกสงสัยในตัวนายต้นตาล แต่ก็จับไม่ได้ซะที ซึ่งการได้ยั่วให้มินทราโกรธถือเป็นเรื่องสนุกสำหรับเขา และก็ทำให้มินทรามีชีวิตชีวาขึ้นอย่างไม่รู้ตัวเช่นกัน วันหนึ่งระหว่างที่มินทรากำลังนั่งเล่นในสวน กษม ถือดอกไม้ช่อใหญ่มาวางไว้ที่โต๊ะและขอมินทราแต่งงาน มินทราปฏิเสธเพราะเธอไม่ได้รักกษม เขาเป็นนักธุรกิจที่บ้างานมากเกินไป คุยโทรศัพท์ตลอดเวลา กษมจะคว้าช่อดอกไม้ที่วางไว้เพื่อส่งให้หญิงสาวก็เห็นว่าเจ้าขนมตาลกำลังฟัดดอกไม้ที่อนาวิลแอบโยนให้กลีบกระจุย นายต้นตาลหัวเราะเสียงดัง กษมอายจนต้องหนีกลับไป มินทราดุต้นตาล ต้นตาลพูดยั่วแต่ก็แทงใจดำว่ากษม ไม่เหมาะกับเธอ... ทุกเสาร์-อาทิตย์ เป็นคิวที่อนาวิล จะต้องซ้อมละครเวทีกับมินทรา อนาวิลพาปรารณมาด้วยหวังจับคู่ให้แพรพิไล เพื่อหวังกันแพรพิไลให้ห่างมินทรา และก็ได้ผล ปรารณปิ๊งแพรพิไลตั้งแต่ครั้งแรก ทั้งคู่พูดคุยถูกคอทำให้อนาวิล มีโอกาสคุยตามลำพังกับมินทรามากขึ้น มินทราหาโอกาสดึงหนวดของอนาวิลบ่อย ๆ แต่ไม่เคยสำเร็จ บรรยากาศการซ้อมเป็นไปอย่างราบรื่น แต่พระนางไม่ค่อยลงรอยกัน อนาวิลมักฉวยโอกาสแกล้งหอมแกล้งจูบมินทราบ่อย ๆ ทิพเกสรและกษมก็มาเฝ้าอนาวิลและมินทราซ้อมละครจนทั้งคู่ได้รู้จักกัน อนาวิลหลอกว่าดูหมอแม่นแต่มินทราไม่สนใจ แต่คุณหญิงเขมิกาสนใจ โดยเฉพาะต้นตาลดูให้ฟรี ต้นตาลบอกคุณหญิงจะได้ลาภ หลังจากนั้นต้นตาลเอาสร้อยทองมาใส่ไว้ในกระถางให้คุณหญิงเจอ คุณหญิงเชื่อสนิทใจว่าเป็นไปตามคำทำนายของต้นตาล เขากลายเป็นคนโปรดขึ้นมาอีก มินทราป่วยเจ็บคอ ไอ กินอะไรไม่ลง ต้นตาลทำน้ำจับเลี้ยงและบะช่อต้มน้ำแกงมาให้และขอขึ้นไปเยี่ยมมินทราบนห้อง คุณหญิงเขมิกาไม่อนุญาต แต่พอกษมมาคุณหญิงกลับให้ขึ้นไปเยี่ยมทันที อนาวิลน้อยใจ จึงได้แค่ให้ จำปี (รมิดา เจริญมาก) จำปา (เสาวนิตย์ ณัฐวรวโรตม์) เด็กรับใช้ในบ้าน ยกอาหารขึ้นไปให้มินทราแทน มินทราทานอาหารที่อนาวิลทำหมดเกลี้ยง อนาวิลดีใจ พยัคฆ์ ยศกร ยมล มองอนาวิลด้วยความสงสัยว่านายต้นตาลไม่ใช่คนสวนธรรมดา และก็มีเหตุบังเอิญหลายครั้งที่แผนเกือบแตก...พยัคฆ์หนีคุณหญิงเขมิกาไปเที่ยว ก็เห็นเหมือนต้นตาลมาเที่ยวเช่นกันแต่ก็คลาดไปได้ และครั้งหนึ่งที่ครอบครัววรโชติและครอบครัวรัชชานนท์ ไปทานอาหารที่โรงแรมเดียวกัน กรกนกวิ่งซนจนหลงไปชนกับยศพลที่เดินมาพร้อมมินทรา และทำให้เจอกับอนาวิลที่กำลังตามหากรกนกอยู่ อนาวิลตกใจรีบปิดปากกรกนกลัวหลานสาวจะแนะนำว่าชื่อต้นตาล ซึ่งเป็นชื่อเล่นที่เรียกกันเฉพาะในครอบครัวเท่านั้น และรีบอธิบายว่ามาตามลูกเจ้านาย แต่ก็ยังไม่รอดเพราะโต๊ะอาหารที่ทั้ง 2 ครอบครัวนั่งก็ดันอยู่ใกล้กัน อนาวิลไม่รู้จะทำยังไงจึงลุกออกไปทันที มินทราสงสัยว่านายต้นตาลไม่ใช่คนสวนธรรมดา เพราะด้วยผิวพรรณหน้าตาดี และมักมีของแพง ๆ มาให้คุณหญิงเขมิกา และมีขนมของเล่นมาฝากยศพลบ่อย ๆ แต่ก็อ้างว่าเป็นของบ้านเจ้านายให้มา แพรพิไลคอยช่วยจับผิด และซักถามกับปรารณ แฟนหนุ่ม แต่ปรารณก็ไม่เคยหลุดให้แพรไพลินจับได้ ยศพลมาบ่นว่าไม่ชอบกษม ที่กำลังจะแต่งงานกับมินทรา อนาวิลตกใจหลอกถามคุณหญิงเขมิกา จึงรู้ว่ากษม มาทาบทามขอหมั้นกับมินทรา ด้วยสินสอดที่คุณหญิงเขมิกาพอใจ ต้นตาลเริ่มรู้ใจตัวเองว่ารัก มินทราจริง ๆ ซะแล้ว ต้นตาลตัดพ้อมินทราว่าคนจนไม่มีสิทธิ์ และพูดให้มินทราได้คิดว่าการแต่งกับเงินไม่มีความสุข...แพรไพลินและปรารณตัดสินใจหมั้นกันหลังคบกันได้ไม่นาน ทั้งมินทราและอนาวิลมาช่วยงานแข็งขัน และแน่นอนอนาวิลไม่ลืมติดหมวดเข้มเมื่อสวมบทเป็นอนาวิล ครอบครัววรโชติจะไปทะเลทั้งครอบครัว อนาวิลขอไปด้วยโดยมีข้อแม้ว่าต้องหาของดี ๆ ไปบริการและทำสวนที่บ้านพักตากอากาศให้ฟรี และแผนเกือบแตก เพราะมินทราเห็นอนาวิลคุยกับเพื่อนต่างชาติ ที่บังเอิญเจอกัน อนาวิลโกหกว่าคุยภาษาไทยและเขาเป็นเกย์ ตอนเย็นหลังบริการทุกคนเสร็จอนาวิลก็หลบไปนั่งฟังเพลงที่ร้านริมชายหาด มินทราเดินมานั่งด้วยอย่างไม่รังเกียจคนสวนเหมือนเก่า และได้เดินเล่นริมหาดกับมินทรา แต่ความสุขของอนาวิลก็หมดลงอย่างรวดเร็วเพราะกษม ขับรถตามมาจากกรุงเทพฯ แพรไพลินและปรารณก็มาเช่นกัน กษมข่มอนาวิลที่ทุกคนชมว่าทำอาหารอร่อยด้วยการจะพาไปเลี้ยงอาหารข้างนอก แต่ไม่มีใครไป มินทราหมั่นไส้จึงไปทานกับกษม 2 คน แต่แล้วทั้งกษม และมินทราก็ท้องเสียจนต้องกลับกรุงเทพฯ ทันที กษมเป็นหนักต้องเข้าโรงพยาบาล มินทราและคุณหญิงเขมิกาไปเยี่ยม อนาวิลวางแผนเอาไข่ไปเยี่ยมในเวลาเดียวกันและทำไข่แตกเลอะตัวคนไข้และเตียงไปหมด คุณหญิงกุลนาถ สงสัยพฤติกรรมของลูกชายที่หายไปหลังเลิกงานทุกวัน เลยจ้างเผือกสืบจนรู้ว่าอนาวิลไปบ้านวรโชติ...พยัคฆ์ และ ยศกร หนีคุณหญิงเขมิกาไปเที่ยวและครั้งนี้ได้พบกับอนาวิลและปรารณแบบเต็ม ๆ อนาวิลปฏิเสธไม่ได้และยอมรับว่ารักมินทราจริง ๆ ขอร้องอย่าเพิ่งบอกความจริงเรื่องนี้ มินทราเบื่อไม่อยากอยู่บ้านเฉย ๆ และเพราะไม่อยากแต่งงานกับกษม จึงหางานทำและมีตำแหน่งว่างที่ธนาคารของอนาวิล มินทราลองไปสอบดูและอนาวิลเป็นคนเรียกสัมภาษณ์ทั้งที่ไม่ใช่หน้าที่ อนาวิลเสนอตำแหน่งแม่บ้านภรรยาของเขาให้มินทรา เธองง เพราะก่อนหน้านี้อนาวิลไม่เคยมีท่าทีจีบเธอมาก่อน มินทราคุยกับต้นตาลว่านายแบงก์ประสาท ต้นตาลยืนยันว่าอนาวิลชอบมินทรา และเผยความในใจแบบอ้อม ๆ ว่าเขาก็ชอบมินทราเช่นกัน เพื่อหวังลองใจหญิงสาว มินทรารู้สึกสับสนเพราะชายหนุ่มที่ทำให้เธอคิดถึงและมีความสุขคือนายต้นตาล คนสวน เธอต้องเก็บความคิดนี้ไว้ไม่กล้าบอกใคร กษมตกลงสินสอดและวันหมั้นกับคุณหญิงเขมิกา เรียบร้อย โดยที่มินทราไม่มีโอกาสปฏิเสธ อนาวิลร้อนใจอยู่เฉยไม่ได้ จึงให้คุณหญิงกุลนาถ รีบไปสู่ขอมินทราทันที คุณหญิงเขมิกาเห็นแก่หน้าตา และฐานะที่มากกว่าจึงยอมยกมินทราให้อนาวิลแทนกษม กษมเสียใจแต่ก็ยอมรับขอเป็นเพื่อนที่ดีแทน ก่อนถึงวันหมั้นระหว่างมินทรากับอนาวิล มินทรามาคุยกับต้นตาลที่กำลังนั่งท้อใจอยู่ในสนาม มินทราไม่อยากหมั้นแต่ขัดแม่ไม่ได้ อยากให้ต้นตาลมางานด้วย ต้นตาลไม่รับปากเพราะเศร้ามากอยากฆ่าตัวตาย มินทราก็ซึมไปเช่นกัน แต่ไม่กล้าแสดงออก วันงานหมั้นอนาวิลที่ติดหนวดยิ้มแย้มดีใจ มินทราเข้าพิธีตามหน้าที่ เธอพยายามมองหาต้นตาลแต่ไม่พบ จนอนาวิลนึกขำ ทิพเกสรมาแสดงความเป็นเจ้าของอนาวิลในงาน มินทราไม่หึงไม่สนใจ และหลังจากวันนั้นต้นตาลก็ไม่ได้มาทำงานที่บ้านหลายวันจนมินทราคิดถึง ถึงกับยอมไปเยี่ยมคุณหญิงกุลนาถที่บ้าน เพราะอยากไปถามข่าวนายต้นตาลที่บ้านอนาวิล อนาวิลโกหกว่าต้นตาลลาป่วยไม่ได้มาทำงานหลายวันแล้ว มินทรากลัวต้นตาลฆ่าตัวตายจริง ๆ แต่แล้วต้นตาลก็กลับมาทำงานเหมือนเดิม มินทราดีใจแต่ต้องเก็บอาการ วันแถลงข่าวเปิดตัวละครเวทีการกุศลของสมาคม ได้รับความสนใจจากสื่อเป็นอย่างดี เพราะพระนางในละครกลายเป็นพระนางในชีวิตจริง แต่ทิพเกสร ก็มาแย่งความเด่นและควงอนาวิลแทนมินทรา คุณหญิงเขมิกาช่วยกัน มินทราตอกกลับทิพเกสรให้ถอยไป ต้นตาลขนของดี ๆ แพง ๆ มาให้คุณหญิงเขมิกามากมายเหมือนทิ้งทวนเพราะวันนี้ต้นตาลจะลาออกจากการเป็นคนสวน คุณหญิงเขมิกา ขอให้อยู่ต่อถึงขนาดยอมเพิ่มเงินให้ ต้นตาลก็ไม่สน มินทรามาขอร้องด้วย ต้นตาลก็ยืนยันจะลาออก ด้วยเหตุผลว่าไม่อยากทนเจ็บอีกต่อไป วันแสดงละครมาถึง ทิพเกสรนั่งคู่กับกษม ทิพเกสรพูดให้กษมร่วมมือเพื่อแย่งคนรักกลับมา แต่กษมไม่ทำตาม เขาพูดให้ทิพเกสรมองคนอื่นบ้าง ทิพเกสรคิดได้ว่ากษมก็น่าสนใจไม่แพ้อนาวิลเช่นกัน...ฉากสุดท้ายอนาวิลโน้มคอมินทราลงมาจูบจริง มินทราตกใจแต่ทำอะไรไม่ได้ แต่เมื่อม่านค่อย ๆ ปิดลง มินทราอาศัยความไวดึงหนวดของอนาวิลออกมาได้ ความลับแตกอนาวิลคือ นายต้นตาล... คุณหญิงเขมิกา ที่เพิ่งรู้เรื่องเช่นกันก็โกรธแต่ไม่มากเพราะสุดท้ายได้ลูกเขยรวย ส่วนมินทราโกรธจัด ประกาศจะถอนหมั้นไม่ว่าใครจะพูดยังไงก็ไม่เป็นผล อนาวิลมาหาส่งดอกไม้มาขอโทษเธอก็ไม่ยอมพบ อนาวิลคิดแผนประกาศจะหมั้นกับทิพเกสรแทน มินทราตกใจแต่ยังวางฟอร์ม วันหมั้นของอนาวิลกับ ทิพเกสรทุกคนในครอบครัววรโชติ ไปร่วมงาน มินทราไปด้วยทั้งที่ใจเจ็บช้ำ อนาวิลกล่าวว่างานหมั้นนี้จัดขึ้นเพื่อมินทรา เธอจึงรู้ว่าเป็นแผนง้อของชายหนุ่มที่ร่วมมือกับทิพเกสรที่ตอนนี้คบอยู่กับกษม มินทรายอมยกโทษให้ เพราะไม่อยากเสียอนาวิลไปจริง ๆ ลูกตาลก็ต้องลอยแก้ว คู่กันตลอดไป ติดตามชมความสนุกของละคร ลูกตาลลอยแก้ว ได้ทุกวัน เวลา 18.50 น. ทางช่อง 7 สี ละคร ลูกตาลลอยแก้ว เริ่มตอนแรกวันศุกร์ที่ 23 ธันวาคม 2559

ผักบุ้งกับกุ้งนาง

รักเต็มบ้าน
3 พี่น้องสกุล รักทะเล เดินทางจากพ่อแม่เจ้าของกิจการอาหารทะเลแปรรูป จากจังหวัดระยอง อำลาชีวิตหนุ่มสาวลูกน้ำเค็มชั่วคราว ตบเท้าเข้ามาอยู่ในบ้านขนาดอบอุ่นในกรุงเทพมหานคร เพราะแต่ละคนมีเป้าหมายชีวิตที่ต้องพุ่งชนให้สำเร็จ กด (ชื่อเล่นฉบับเต็มคือ ปลากด ชื่อจริง ปรากฏการณ์) พี่ชายคนโต บัณฑิตใหม่จบหมาด ๆ สาขาบริหารธุรกิจ ไฟแรง อยากจะบริหารองค์กรตามที่ร่ำเรียนมา แต่เขาเพิ่งจะได้บรรจุเป็นพนักงาน Call Center ธรรมดา ๆ ด้วยความร้อนวิชาด้านบริหาร กดจึงเป็นคนที่จัดการ ดูแล บริหารและจัดระเบียบชีวิตของน้อง ๆ อย่างเข้มงวด ตั้งแต่ลืมตาตื่น จนหลับตานอน ชนิดที่ว่าถ้าสามารถเข้าไปจัดระเบียบในความฝันได้ด้วย กดก็คงเข้าไป เพราะสำหรับกด คำว่า วินัย คือ คำศักดิ์สิทธิ์ที่จะละเมิดมิได้ ทุกอย่างต้องมี Timeline ที่แน่นอน ชัดเจน ต้องเป๊ะ แม้จะเป็นแค่พนักงานระดับปฏิบัติการ ตำแหน่ง Call Center ของบริษัท CMP (ย่อมาจาก Call Me Professional) ซึ่งเป็นบริษัทที่ให้บริการเป็นศูนย์ Call Center ของเครือข่ายโทรศัพท์ค่ายหนึ่งในประเทศ แต่กดก็ยังไม่ทิ้งฝัน เพราะเป้าหมายชีวิตของเขาคือผู้บริหารระดับสูงให้ได้ เขาสะกดจิตตัวเองทุกวันว่า ด้วยก้าวที่กล้า จากพนักงาน Call Center ที่เพิ่งบรรจุ ไม่นานต้องได้เป็น CEO กดอยากมีฐานะการเงินที่มั่นคง เพื่อให้พ่อแม่ได้เกษียณ วางมือและขายกิจการธุรกิจแปรรูปอาหารทะเลและอยู่อย่างสบาย ความมุ่งมั่นอันแรงกล้าของเขา ทำให้เขามองข้ามพรสวรรค์พิเศษของตัวเองที่ทำอาหารได้อร่อยเทียบเคียงเชฟมืออาชีพ ที่ต่อมาจะกลายเป็นอาชีพที่ช่วยชีวิตตัวเขาและน้อง ๆ และช่วยรักษากกิจการของพ่อแม่เอาไว้อย่างได้ไม่คาดฝัน เก๋า (ชื่อเล่นฉบับเต็มคือ ปลาเก๋า) น้องคนกลาง นักศึกษาปีที่สอง คณะบริหารธุรกิจ เอกการจัดการเหมือนพี่กด เพราะไม่รู้จะเรียนอะไร หรืออยากทำงานอะไร ไร้เป้าหมาย เลยเรียนก๊อปปี้พี่ชายมันซะเลย แต่แตกต่างตรงที่ เก๋าเรียนได้เกรดห่วยแตก ต้องยืนปากเหวทุกวิชา เพราะวัน ๆ เก๋าเอาแต่หล่อ คิดแค่วันต่อวัน ว่าวันนี้จะไปจีบใครดี (เพราะจีบเท่าไหร่ก็ไม่มีใครเอา) เก๋าใช้ชีวิตเหมือนไม่รักตัวเอง ติดเพื่อนมาก ถ้ารู้ว่าเพื่อนมีเรื่อง ไม่ว่าจะเรื่องเล็กอย่างสิวหัวช้างแตก หรือตาปลาระบม ขอแค่เพื่อนเรียกร้องต้องการ เก๋าสามารถวิ่งออกจากห้องสอบไปหาเพื่อนได้ทันที จนพี่กดงอนบ่อย ๆ ที่เก๋ารักเพื่อนนอกบ้านมากกว่าคนในครอบครัวซะอีก การใช้ชีวิตของเก๋าทำให้พ่อแม่และกดเป็นห่วงมาก กลัวจะเรียนไม่จบ กลัวจะเสียคน กดจะให้เก๋ากลับไปแปรรูปอาหารทะเล เก๋าก็ปฏิเสธเด็ดขาด หรือไม่ก็สัญญาปากเปล่าว่าจะทำตัวให้ดีขึ้น แต่สัจจะไม่เคยเกิดขึ้นในหมู่โจรฉันใด ก็จงอย่าหาสัจจะจากตัวเก๋าฉันนั้น เก๋าไม่รู้ร้อน มีที่มาจากชีวิตของเก๋านั่นเอง แต่เก๋าจะรู้สึกดีทุกครั้งที่ถูกพี่ชายหรือน้องสาวด่า หรือพ่อแม่บ่น เพราะเป็นช่วงเวลาเดียวที่เก๋ารู้สึกว่าตัวเองได้รับความสนใจ นกแก้ว (ชื่อเล่นฉบับเต็มคือ ปลานกแก้ว) น้องสาวคนเล็กของบ้านกำลังเรียน ม.6 อยู่ในช่วงเตรียมเอ็นทรานส์ เอาแต่ใจ ขี้วีน เหวี่ยง จอมวางแผน และมักคิดว่าตัวเองเก่ง เอาตัวรอดได้เสมอ โผงผางเปิดเผย แต่อับอายในชาติกำเนิดตัวเอง ไม่อยากให้ใครรู้ว่าเป็นเด็กต่างจังหวัด พยายามจะทำตัวเป็นคนกรุงเทพตลอดเวลา เป้าหมายของนกแก้วคือ ต้องการเป็นหมอ เพราะฉะนั้นการเรียนคือสิ่งเดียวที่นกแก้วให้ความสนใจ เรื่องอื่น ๆ นกแก้วไม่สน รวมทั้งเรื่องรักในวัยเรียน มีผู้ชายมารุมจีบ แต่ก็เหมือนถูกถีบจนหน้าหงายไปทุกครั้ง ชอบทะเลาะกับพี่กดเสมอ เพราะไม่ต้องการให้พี่ชายปฏิบัติต่อตัวเองเหมือนเป็นน้องเล็กอยู่ตลอดเวลา นกแก้วต้องการให้พี่ชายเห็นว่าสามารถดูแลตัวเองได้ จนลืมไปว่า วิจารณญาณในการใช้ชีวิตของตัวเองนั้นมันยังไม่โต กด เก๋า นกแก้ว สามพี่น้องต้องใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน ท่ามกลางเรื่องโกลาหลและอลหม่านที่เกิดขึ้นจากความแตกต่าง ๆ และความเห็นที่ไม่ลงรอยกัน บางครั้งก็เกิดจากเราสามคน แต่บางหนก็เกิดจากคนข้างบ้าน ที่แต่ละคนป่วน กวน แสบ ซ่า น่าหยิก น่าตี จนถึงขั้น น่าถีบให้กระเด็นไปไกล ๆ เป็นเอก ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนวัยรุ่นของบ้านสกุล เป็นเลิศ ครบเครื่องเรื่องความเพอร์เฟ็กต์ทั้งรูปร่างสูงใหญ่ หน้าตาที่หล่อเหลา เกรด 4 ทุกวิชา กีฬาเก่งทุกชนิด นิสัยสุภาพบุรุษสุดเวหา เป็นที่กรี๊ดกร๊าดของสาว ๆ ทั้งโรงเรียน ได้รับรางวัลนักเรียนดีเด่นของโรงเรียนมัธยมสาธิตที่มีชื่อเสียงของประเทศทุกปี สร้างความภาคภูมิใจให้พ่อและแม่เป็นที่ยิ่ง ดูเหมือนชีวิตควรจะมีความสุขแต่เป็นเอกกลับรู้สึกขาดความรัก เพราะพ่อและแม่เอาแต่สร้างความมั่นคงทางด้านการเงินและภาพลักษณ์จนมองข้าม ความมั่นคงทางด้านหัวใจ บทสนทนาของครอบครัวทุกวันคือ หาที่เรียนพิเศษหรือประเทศที่จะส่งเป็นเอกไปเรียนซัมเมอร์ เพื่อปูทางความสำเร็จให้กับเป็นเอก ทำให้บ้าน รักทะเล กลายเป็นที่พักพิงทางใจให้เป็นเอกโดยไม่รู้ตัว เพราะท่ามกลางความวุ่นวายและเสียงทะเลาะของสามพี่น้องเหมือนเสียงดนตรีขับกล่อมให้ชีวิตของ เป็นเอก เป็นเอกสัมผัสได้ถึงความรักและความเป็นห่วงที่สามพี่น้องมีให้แก่กัน เป็นสัมผัสที่ตัวเองไม่เคยรู้สึกเมื่ออยู่บ้าน และที่สำคัญ การได้เข้าไปใกล้ชิดกับนกแก้ว คือการใช้เวลาว่างที่น่าตื่นเต้นที่ขาดไม่ได้ เพราะนกแก้วถือว่าเป็นเอกเป็นคู่แข่งทางด้านการเรียน และเป็นศัตรูที่ไม่เคยมีวิธีคิดที่ลงรอยกัน เป็นเอกทำได้ดีในทุกเรื่องที่ได้รับมอบหมาย จะการเรียน ดนตรี กีฬา เป็นเอกทำได้ดีหมด แต่เขาไม่รู้ว่าชอบหรือไม่ชอบอะไร รู้แต่ว่าให้ทำ ก็ทำได้ มีสิ่งเดียวที่เขาทำไม่ได้ คือ การเอาชนะใจนกแก้ว สาวน้อยที่ไม่เคยยอมแพ้ใคร เป็นเป้าหมายที่เป็นเอกต้องพุ่งชน ด้วยวิธีท้าทายนกแก้ว ว่าใครเอ็นติดหมอลำดับที่ดีกว่า คนนั้นคือผู้ชนะ จากศัตรูกลายเป็นผู้ท้าชิงและพัฒนากลายเป็นเพื่อนคู่คิดที่ต้องช่วยกันพาสู่เป้าหมาย วิยะดา แม่ของเป็นเอก เจ้าของธุรกิจอาหารเสริมเพื่อสุขภาพที่กำลังเร่งสร้างยอดขายและหาดาวน์ไลน์ ธุรกิจกำลังรุ่ง เธอเลยเร่งตัวเองอย่างหนัก ทำงานจนแทบไม่พักผ่อน ยิ่งสามีเห็นดีเห็นงามเธอยิ่งฮึกเหิม เร่งสปีดพุ่งหาเป้าหมายยิ่งกว่าความเร็วของดาวหาง ปล่อยสามีและลูกให้ดูแลตัวเองตามสไตล์บุฟเฟ่ต์ วิยะดาจำได้ทุกอย่างเรื่องธุรกิจ แต่เรื่องครอบครัว เธอลืมหมด ลืมนัด ลืมวันครบรอบ ลืมวันเกิด คาดว่าอีกไม่นานคงจะลืมว่ามีสามีและลูก วิยะดาไม่เคยไว้ใจใคร ไม่ชอบคบใคร ไม่ชอบสุงสิง ไม่ชอบคุยเรื่องส่วนตัว แต่จะเป็นมิตรเฉพาะเวลาคุยธุรกิจ ตามวิธีคิดของคนกรุงเทพ สุพจน์ พ่อของเป็นเอก ด็อกเตอร์ทางด้านเศรษฐศาสตร์ อาจารย์มหาวิทยาลัยรัฐที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของประเทศ คุยกับภรรยาและลูกชายด้วยเหตุและผลตลอดเวลาอย่างมีหลักการ หลักฐาน สมมติฐานทั้งขั้นปฐมภูมิและทุติยภูมิ เขาต่อต้านการใช้อารมณ์ในทุกกรณี เพราะไม่เชื่อว่าจะนำมาซึ่งผลที่มีประสิทธิภาพ บ้าน เป็นเลิศ จึงเป็นบ้านที่มีแต่โครงสร้างแต่ไม่มีจิตวิญญาณ เห็นด้วยกับวิยะดา ที่ไม่ชอบให้เป็นเอกไปสุงสิงกับคนบ้าน รักทะเล เพราะยิ่งสุงสิงกับคนมากก็ยิ่งมีอารมณ์มาก ยิ่งคิดมาก ยิ่งเยอะ แต่ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ เป็นเอกแอบมาขลุกอยู่ที่บ้าน รักทะเล เป็นประจำลับหลังพ่อแม่ จนวิยะดาและสุพจน์จำต้องยอมให้ไปมาหาสู่ แต่ตัวเองก็แอบมาส่องดูพฤติกรรมของสามพี่น้องเป็นประจำ เพื่อหาทางป้องกันหากเกิดความไม่ชอบมาพากล จนเลยเถิดเป็นการไปสั่งและสอนสามพี่น้องโดยไม่ดูตัวเอง เลยเป็นเหตุให้ไม่ถูกกับกด เพราะกดรู้สึกเหมือนถูกแย่งอำนาจ ในขณะที่เก๋าก็ไม่ต้องการมีพ่อแม่ชุดที่สาม รองจากพ่อแม่แท้ ๆ และพี่กด ส่วนนกแก้วกลับฝากเนื้อฝากตัวเป็นลูกสาวอีกคนของวิยะดาและสุพจน์ เพราะนกแก้วชื่นชมคนเก่งสมควรแก่การเป็นไอดอล เมื่อหนุ่มข้างบ้านจอมอวดดีเข้ามาใกล้ชิดสนิทสนมกับพี่ชายทั้ง 2 มีหรือที่สาวสวยจอมเอาแต่ใจอย่างนกแก้ว จะทนได้ จึงเป็นเหตุให้เกิดความยุ่งเหยิง ชวนหัว และปวดตับ ชนิดไม่มีที่สิ้นสุด..แม้ว่าเพื่อนสนิทของนกแก้วจะหว่านล้อมให้ปรองดองแค่ไหน ก็ไม่มีทีท่าว่านกแก้วจะลดทิฐิลงเลย แป้งร่ำ เพื่อนสาวของนกแก้ว เป็นที่ปรึกษาของนกแก้ว นิสัยซื่อ แอ๊บแบ๊ว ดูเหมือนไม่มีพิษมีภัย แต่บางครั้งก็ทำอะไรแสบ ๆ ได้อย่างนึกไม่ถึง ปลื้มในตัวเป็นเอกมาก เพราะทั้งหล่อ ทั้งเก่ง และมีน้ำใจ แต่รู้ว่าเป็นเอกชอบนกแก้ว ก็จำยอมหลีกทางให้เพื่อน และสนับสนุนให้นกแก้วเปิดใจกับเป็นเอก แต่ก็ดูไม่เป็นผล เพราะนกแก้วปากไม่ตรงกับใจ บอกว่าไม่ชอบ แต่ลึก ๆ ก็ประทับใจเป็นเอก จนท้ายที่สุด แป้งร่ำเองก็เผลอใจให้กับเป็นเอกโดยไม่รู้ตัว จึงพยายามสวมรอยเข้าไปใกล้ชิดเป็นเอกแทนนกแก้ว โดยปกปิดไม่ให้เพื่อนรู้ เพราะกลัวความสัมพันธ์ร้าวฉาน แต่มีหรือที่ความลับจะเป็นความลับได้ตลอดไป สามคนพี่น้องที่ต้องดูแลกันเอง แต่ก็ชอบทะเลาะกันเอง บางเรื่องก็คุยกันได้ แต่บางเรื่องก็ไม่ใช่เรื่องที่จะเอามาปรึกษากัน จึงเป็นที่มาของผู้ชายคนหนึ่งที่ทั้งสามคนรู้สึกตรงกันว่าเขาเป็นคนที่ปรึกษาได้ทุกเรื่อง นั่นก็คือ โค้ชเช ครูสอนเทนนิส ที่คิดว่าตัวเองหล่อ เท่ มีเสน่ห์ แต่ความเป็นจริงตรงกันข้ามทุกอย่าง อดีตทีมชาติไทยที่ไปไม่ถึงฝั่งฝัน เพราะเหยียบผ้าเช็ดหน้าของแฟนคลับที่มาเชียร์ ในวันแข่งคัดตัวไปโอลิมปิก ลื่นล้มข้อเท้าแตก ฝันสลาย ต้องผันตัวเองมาเป็นครูสอนเทนนิส ทำหน้าที่เป็นสะพานส่งต่อลูกศิษย์ให้ทำตามฝันแทนตัวเอง โค้ชเชได้รู้จัก คุ้นเคยกับสามพี่น้อง และใช้พื้นที่ร้านกาแฟ ด๊อยดอย ที่ตัวเองเป็นเจ้าของ เป็นคลินิกรับปรึกษาปัญหาครอบครัว ตั้งแต่ปัญหาเล็ก ๆ ระดับจุลภาค ไปจนถึงปัญหามหภาคระดับชาติ คำพูดของโค้ชเชเต็มไปด้วยพลังและแรงบันดาลใจให้สามพี่น้องนำไปใช้กับชีวิตจริง แต่ที่สามพี่น้องไม่รู้ คือ ต่อให้กำชับโค้ชเชหนักแน่นว่าห้ามแพร่งพรายเรื่องสำคัญสักแค่ไหน มันไม่เคยได้ผล เรื่องของกด เก๋ารู้ เรื่องของเก๋า นกแก้วรู้ เรื่องของนกแก้ว รู้ทั้งซอย แต่ก็ไม่มีใครโกรธโค้ชเชลง เพราะทุกคนรู้ว่าโค้ชเชพูดเพื่อเป็นอุทาหรณ์สอนใจคนฟัง ไม่ได้ตั้งใจพูดเพื่อเป็นการทำลาย สิ่งหนึ่งที่ทำให้โค้ชเชรู้สึกถึงความภาคภูมิใจในอดีตนั่นคือ แฟนคลับที่เหนียวแน่นหนึบหนับ จนอยากจะจับยัดถังปุ๋ย ช่อมาลี แม่บ้านขาจรประจำบ้าน เป็นเลิศ ช่างพูด ใครมาปิดปาก ไม่ให้พูด เธอก็ยังจะเขียนอยู่ดี เธอเฝ้าติดตามผลงานของโค้ชเชเมื่อครั้งยังสาว เกาะติดหน้าจอทีวีไม่เคยห่าง เวลาไปทำความสะอาดบ้านบ้านคนรวย ช่อมาลีต้องแอบเปิดทีวีดูการแข่งขันทุกแมทช์ที่โค้ชเชร่วมลงแข่ง ช่อมาลีนับถือในความมุ่งมั่น ความอดทนของโค้ชเช และเอามาเป็นแรงผลักดันให้กับชีวิตตัวเอง ที่ต้องทำงานหนักและอดทนต่อการจิกใช้ กว่าจะได้เงินค่าจ้างแต่ละบาท โดยเฉพาะคำสอนของโค้ชเช (ที่สอนคนอื่น) แต่มาในจังหวะชีวิตที่ช่อมาลีรู้สึกโดนใช่เลย ช่อมาลีรู้สึกเหมือนโค้ชเชสอนตนเรื่องความภาคภูมิใจกับงานที่ตัวเองทำ ที่อาจจะไม่มีเกียรติเท่าเทียมอาชีพอื่นที่ได้ผลตอบแทนสูง แต่ก็เป็นฟันเฟืองที่ขาดไม่ได้ งานใหญ่จะสำเร็จได้อย่างไร ถ้าไม่มีผู้น้อยคอยสนับสนุน ตั้งแต่นั้นมาช่อมาลีจึงยึดเอาโค้ชเชเป็นสรณะ เป็นดั่งองค์บร๊ะศาสดาที่ต้องชาบูอย่างสูงสุด จนกระทั่งความลับที่ช่อมาลีเก็บงำเอาไว้มานานนับสิบปีเรื่องผ้าเช็ดหน้าที่เป็นต้นเหตุให้โค้ชเชเหยียบลื่นล้มในวันอัปยศนั้นคือ ผ้าเช็ดหน้าของเธอ ได้เข้าหูโค้ชเช ช่อมาลีเสียใจ คิดว่าโค้ชเชคงจะโกรธและตัดขาดกับเธอ ชีวิตเธอคงจะขาดที่ยึดเหนี่ยว แต่โค้ชเชแมนกว่าที่คิด แมนตั้งแต่หัวจรดเท้ารวมทั้งหัวใจ ให้อภัยและไม่เคยถือโทษ ถ้าไม่ล้ม ก็จะไม่มีโอกาสได้เป็นผู้ให้อย่างทุกวันนี้ โอววว หล่อ ไม่ได้มีเพียงแค่ชีวิตในบ้านหรือในซอยของสามพี่น้องที่มีปัญหาให้มาคิดแก้กันได้ทุกวัน ชีวิตนอกบ้านในที่ทำงานของ กด บางครั้งก็โยนระเบิดให้กับชีวิตของสามพี่น้องไม่ใช่น้อย คุณฝัน ที่เป็นมากกว่าฝันของกด รักแรกพบ ที่ต้องจบตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่ม เพราะเธอผู้บริหารสูงสุดของบริษัท ที่ได้ตำแหน่งมาเพราะเธอเป็นลูกสาวของเจ้าของ ไม่ใช่ด้วยการไต่เต้าด้วยความสามารถ เผด็จการ เชื่อมั่นในความคิดของตัวเองอย่างสูงสุด ตามประสาลูกสาวเพียงคนเดียวของคนรวยมากที่จบจากเมืองนอก เอาแต่ใจ ชอบเอาชนะ และบ้าพลัง ดังนั้น จึงกลายเป็นไม้เบื่อไม้เมาของกด แต่เพราะความจริงจังมุ่งมั่นไม่คลอนแคลนของกด ทำให้คุณฝันได้เรียนรู้และเปลี่ยนแปลงตัวเองในทางที่ดีขึ้น และที่สำคัญ หัวใจของคุณฝันเปิดรับกดให้เข้ามาจับจองพื้นที่ทีละน้อย ๆ โดยไม่รู้ตัว เจ๊พรสวรรค์ ขยันมาก สาวใหญ่หัวหน้าแผนก Call Center ของกด ที่ความสามารถและการทำงานตรงกันข้ามกับชื่อและนามสกุลของเธอ (เห็นไหมว่าชื่ออาจจะไม่มีผลกับดวงชีวิตเท่ากับการกระทำของเจ้าของชื่อเอง ทั้ง ๆ ที่อุตส่าห์ไปให้พระท่านเปลี่ยนชื่อให้) เจ๊พรสวรรค์มีพรสวรรค์เรื่องชวนเม้ามอย ไร้สาระ เจ๊พรสวรรค์ชอบสั่งสอนเรื่องการใช้ชีวิตในเมืองหลวงและ 10 วิธีสู่ความสำเร็จให้กับกด แต่ก็มักชอบโยนปัญหาให้กดแก้แทนเสมอ โดยไม่รู้สึกผิด กดโกรธเจ๊ไม่ลง เพราะเจ๊ไม่ได้รู้สึกผิด แล้วจะไปเอาผิดเจ๊ได้อย่างไรชีวิตดำเนินไป ถูกบ้าง ผิดบ้าง แต่ประสบการณ์ทุกอย่างมีค่า เพราะสร้างบทเรียนที่มีประโยชน์ และเติมเต็มชีวิตที่ขาด ๆ เกิน ๆ ให้พอดี จากคนใกล้ตัว คนไกลตัว หรือคนที่นาน ๆ จะเจอตัว ได้แก่ นายมังกร กับนางเป้า พ่อแม่ของพี่น้อง รักทะเล คนบ้านนอกหัวใจใสซื่อ สู้งาน พอเพียงและรักลูกมาก ความสุขของลูกคือความสุขของพ่อแม่ที่ไม่เคยขัดใจ แต่สิ่งเดียวที่ขัดใจและไม่มีวันยอมนั่นคือ การลืมรากเหง้า การปฏิเสธตัวตน และการลืมตัว ติวเตอร์ออย ติวเตอร์หนุ่มหล่อ น้องชายของคุณฝัน ผู้มีแผลลึกในหัวใจ เพราะแฟนสาวที่รักกันมากเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุ ติวเตอร์ออยไม่เคยเปิดหัวใจให้ใคร จนกระทั่งคุณฝันบังคับให้มาช่วยสอนพิเศษให้เก๋า เพื่อให้ออกจากโลกแห่งความซึมเศร้าเสียที และได้เจอกับนกแก้ว ที่ทอดปลาอินทรีย์เค็มมาให้กิน ปลาเค็ม อาหารแห่งความรักความหลัง อาหารสุดโปรดของอดีตคนรัก ต่อมความรักของพี่ออยถูกกระตุ้นขึ้นมาอีกครั้ง การได้มาสอนหนังสือเก๋า ที่บ้าน รักทะเล เหมือนได้มาเติมลมให้หัวใจพองโต แต่ นกแก้วผู้ไม่ประสีประสาในเรื่องนี้ กลับมองว่าพี่ออยเป็นเพียงแค่พี่ชาย และแน่นอน เป็นเอกย่อมมองออก ทำให้ไม่ค่อยลงรอยกันเท่าไหร่นัก เพราะนี่คือ ศึกแห่งศักดิ์ศรี ยามเสรี หัวหน้ายาม ที่รักความสงบเป็นที่สุด (โดยเฉพาะมุมสงบ จะรักมากเพราะชอบแอบงีบ) ชอบคุยโม้ถึงอดีตครั้งเป็นทหารเกณฑ์ว่าเป็นทหารได้อะไรมากกว่าที่คุณคิด จิตใจดี ซื่อสัตย์ แต่อาจจะแอบขี้เกียจ ช่อมาลีคือผู้หญิงในฝัน ที่สักวันยามเสจะต้องพิชิตใจสอยเธอมาครองให้ได้ รักจะเต็มบ้านได้ ถ้าทุกคนรักและเข้าใจกัน รักจะเต็มบ้านได้ ถ้าทุกคนอยู่เคียงข้างกัน ทุกวัน..ไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์ และถ้าทุกคนในประเทศไทย เปิดทีวีช่อง 7ติดตาม ละครรักเต็มบ้าน ที่ออกอากาศทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 09.10 น. ทางช่อง 7 สี ละครรักเต็มบ้าน เริ่มตอนแรกวันอาทิตย์ที่16 สิงหาคม 2557 เราเชื่อมั่นว่า วันนั้นทั้งวันและอีกหกวันที่เหลือในหนึ่งสัปดาห์ของทุกคน รักเต็มบ้าน แน่นอน ชื่อไทย : รักเต็มบ้าน ชื่ออังกฤษ : Rak Tem Ban ละครช่อง : ช่อง 7 ผลิตโดย : บทประพันธ์ : -บทโทรทัศน์ : - กำกับการแสดง : วีรภาพ สุภาพไพบูลย์, ปกาสิต กิ่งศักดิ์, ศิริพิชญ์ วิมลโนช แสดงนำ : รพีภัทร เอกพันธ์กุล, ภัทรานิษฐ์ วิริยะบำรุงกิจ, ณทรรศชัย จรัสมาส, พรพรรณ สิทธินววิธ ออกอากาศ : 16 ส.ค. 2557 - 4 ม.ค. 2558 วันออกอากาศ : เสาร์ - อาทิตย์ เวลาออกอากาศ : 09.00 น. จำนวนตอน : - ความยาวตอน : - เรทละคร : -

เมื่อรักคืนมา