📺 ละครไทยปี 2539

พ.ศ. 2539 (ค.ศ. 1996)

รวม 78 เรื่อง - หน้า 1 จาก 8

รวมรายการละครไทยที่ออกอากาศในปี 2539 พ.ศ. 2539 (ค.ศ. 1996) ครบถ้วนทุกช่องทีวี พร้อมข้อมูลนักแสดง เรื่องย่อ รีวิว และรายละเอียดต่างๆ เพื่อให้คุณเลือกชมละครที่ใช่ตามใจคุณ

หมวดหมู่ยอดนิยม:DramaRomanticSupernaturalComedySitcom

สถิติละครปี 2539

78
เรื่องทั้งหมด
3
ช่องทีวี
5
หมวดหมู่
4
เรื่องยอดนิยม
เพลิงพระนาง

เพลิงพระนาง

Plerng Pranang

2539
ช่อง ช่อง 5 เอชดี
10.0

เพลิงพระนาง (2539/1996) “เพลิงพระนาง” เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในนครสมมติ ซึ่งชี้ให้เห็นถึงความเป็นจริงเกี่ยวกับความอิจฉาริษยา ความอาฆาตพยาบาทแย่งชิงมาซึ่งอำนาจที่ไม่เป็นธรรม การกระทำเช่นนั้นไม่เคยให้ผลดีแก่ใคร ดั่งเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับตัวละครภายในเรื่องนี้ที่ต่างปล่อยให้อำนาจโทสะเข้าครอบงำเพื่อจะได้ขึ้นไปอยู่ในจุดที่สูงสุด แต่อันที่จริงแล้ว การที่เพื่อนมุนย์จะสามารถอยู่ด้วยกันได้อย่างมีความสุขต้องมีความเห็นอกเห็นใจ มีความเมตตา และให้ความรักต่อกัน ต่างจากในเรื่องนี้ที่เต็มไปด้วยเพลิงแห่งอำนาจ ความแค้น และกิเลส ที่สุดท้ายแล้วสิ่งเหล่านั้นจะย้อนกลับไปเผาไหม้ตัวเองจนไร้ความสุขตราบจนวาระสุดท้าย “นครทิพย์” เป็นอาณาจักรที่มีความรุ่งเรือง มีอาณาเขตกว้างขวาง ปกครองเมืองประเทศราชเป็นจำนวนมาก ในแต่ละวันจะมีบรรดาเจ้าเมืองเดินทางนำเครื่องบรรณาการ อาทิ ดอกไม้ เงินตรา หรือดอกไม้ทองมาถวายให้กับเจ้าเมืองอยู่ไม่ขาด ซึ่งเจ้าหลวงองค์ปัจจุบัน มีนามว่า “เจ้าหลวงบุรพคาม” ถึงแม้ตนเองจะเป็นเจ้าเมือง แต่ก็ยังทรงมีความโลภ พระองค์เทียวส่งทหารคนสนิทออกไปปล้นทรัพย์สินของมีค่าของราษฎรไม่เว้นวัน ไม่เคยใส่พระทัยในการปกครองบ้านเมืองแม้แต่น้อย จิตไม่ปรกติ มักประกาศทำสงครามกับพวกฝรั่งที่กำลังออกล่าอาณานิคม จึงเป็นเหตุให้เสียดินแดนทางใต้ไป...

ดราม่าโรแมนติก
พันหนึ่งราตรี

พันหนึ่งราตรี

2539
ช่อง ช่อง 7 เอชดี
10.0
พระเอกเป็นกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่แห่งกรุงแบกแดด มีมเหสีที่รักยิ่งองค์หนึ่ง แต่วันหนึ่งก็ไปทราบเข้าว่าเธอแอบมีชู้กับพวกคนกระจอกๆมันเป็นอะไรที่หยามศักดิ์ศรีพระองค์อย่างแรง จึงรับสั่งประหารชีวิตทั้งคู่ แล้วเนื่องจากเหตุการณ์นี้ พระองค์จึงทรงเกลียดผู้หญิงอย่างแรง ไม่เชื่อใจ แค้นฝั่งหุ่น ดังนั้น จึงรับสั่งว่า ต่อไปนี้ ให้นำหญิงพรหมจรรย์มาถวายพระองค์คืนละ 1 คน และเมื่อใกล้รุ่งอรุณ ท่านจะทรงประหารเสีย เพราะกลัวว่าเธอๆๆเหล่านั้นจะมีชู้ สู้ตายเสียก่อนดีกว่า อะไรทำนองนี้ ก็มีผู้หญิงหลายคนที่โดน เรื่องรู้ถึงบุตรีของขุนนางใหญ่ๆคนหนึ่ง เธอทั้งสวยและเก่งมากๆ เธอเสนอตัวจะเข้าถวายตัว ทุกคนก็เป็นห่วง ท้วงติงนะ แต่เธอมั่นใจว่าเธอต้องทำได้ และเธออยากช่วยผู้หญิงทุกคนด้วย ในที่สุด คืนถวายตัว เธอมีแผน อาจจะเรียกว่าใช้ความฉลาดบวกมารยาหญิงอีกนิดหน่อย เธอขอร้องให้พาน้องสาวเธอเข้ามาในห้องบรรทมสั่งลาเสียเล็กน้อย น้องสาวก็ทำเป็นอ้อนขอให้พี่สาวเล่านิทานให้ฟังหน่อยเป็นครั้งสุดท้าย เพราะเธอรู้ว่าพรุ่งนี้เช้าพี่เธอจะโดนประหาร เธอจึงนอนไม่หลับ ราชาสงสารก็เออออ ได้สิ แต่สรุป ราชาก็นั่งฟังนิทานไปด้วย ฟังไปฟังมา มันสนุกเล่ากันถึงเช้า นิทานยังไม่จบ ยังติดพันอยู่ พระองค์จึงให้ชีวิตนางเอกอีกวัน และก็อีกวัน อีกวัน... แบบว่านิทานของเธอนั้น ทั้งสนุกและต่อกันไปเรื่อยๆ เหมือนไม่มีวันจบ และสุดท้ายที่นางเอกรอดมาได้ เราตื่นเต้นและงงมากค่ะ ชีท้อง..! เธอเลยรอด ราชาไม่มีคำสั่งประหารผู้หญิงอะไรแบบนั้นอีกแล้ว และทั้งคู่ก็ครองรักกันยาวนาน มีลูกเต็มบ้าน ชื่อไทย : พันหนึ่งราตรี ชื่ออังกฤษ : Pan Neung Ratree ละครช่อง : ช่อง 7 ผลิตโดย : บทประพันธ์ : -บทโทรทัศน์ : - กำกับการแสดง : สยม สังวริบุตร, สมชาย สังข์สวัสดิ์ แสดงนำ : ลิขิต เอกมงคล, กัญญารัตน์ จิรรัชชกิจ ออกอากาศ : 2539 วันออกอากาศ : อังคาร - ศุกร์ เวลาออกอากาศ : 17.45 - 18.15 น.
ดราม่าโรแมนติก
มงกุฎดอกส้ม

มงกุฎดอกส้ม

2539
ช่อง ช่อง 7 เอชดี
10.0
เรื่องราวของสาวเหนือวัยสิบห้า ที่ชะตาชีวิตพลิกผันให้กลายมาเป็น ภรรยาที่ 4 ของเจ้าสัวเชงสือเกียง แห่งตระกูลจีนที่เคร่งครัด ทำให้เธอต้องเผชิญกับเมียร่วมสามีทั้งสาม ประเพณีแปลกประหลาด และ ความขัดแย้งในใจซึ่งเกิดขึ้นเพราะธรรมชาติของวัยสาวเรียกร้อง แต่เธอก็ยังฝันถึง มงกุฎดอกส้ม แม้จะรู้ว่าไม่มีวันได้มันมา......... ชื่อไทย : มงกุฎดอกส้ม ชื่ออังกฤษ : Mongkut Dok Som ละครช่อง : ช่อง 7 ผลิตโดย : บทประพันธ์ : ถ่ายเถา สุจริตกุลบทโทรทัศน์ : ศัลยา สุขะนิวัตติ์ กำกับการแสดง : สยาม สังวริบุตร, สำรวย รักชาติ, วีระชัย รุ่งเรือง แสดงนำ : รุจน์ รณภพ, อัญชลี ไชยศิริ, ดวงดาว จารุจินดา, สุภาภรณ์ คำนวณศิลป์ ออกอากาศ : 25 พ.ค. 2539 - 21 ก.ค. 2539 วันออกอากาศ : ศุกร์ - อาทิตย์ เวลาออกอากาศ : 20.30 - 22.15 น. จำนวนตอน : - ความยาวตอน : - เรทละคร : -
ดราม่าโรแมนติก
ดั่งดวงหฤทัย

ดั่งดวงหฤทัย

Dung Duang Haruetai

2539
ช่อง ช่อง 7 เอชดี
10.0

ดั่งดวงหฤทัย (2539/1996) เป็นเรื่องราวของแคว้นกาสิก พันธุรัฐ และทานตะ เป็นสามแคว้นที่อยู่ติดกัน กาสิกอยู่ด้านเหนือสุด เป็นแคว้นที่ร่ำรวย และมีทรัพยากรมาก แต่ไม่มีทางออกทะเล พันธุรัฐอยู่กลาง ค่อนข้างอุดมสมบรูณ์ และทานตะอยู่ใต้สุด ซึ่งเป็นแคว้นที่ค่อนข้างอ่อนแอ แต่มีทางออกทะเล กาสิกต้องการทางออกทะเลเพื่อขนส่งสินค้า เพื่อการนี้ รังสิมันต์ เจ้าหลวงแห่งกาสิกจึงตัดสินใจอภิเษกกับเจ้าหญิงแห่งทานตะ รังสิมันต์ กริ้วมากเมื่อทรงทราบข่าวจากกองทหารที่ส่งไปรับเสด็จ เจ้าหญิงมณิสรา พระคู่หมั้นจากแคว้นทานตะ ถวายรายงานว่าเจ้าหญิงหายไปที่รอยต่อชายแดน สามแคว้นคือ กาสิก พันธุรัฐ และ ทานตะ และน่าจะเป็นไปได้ว่าเจ้าหญิงหายเข้าไปในพันธุรัฐ แล้วเหตุใดพันธุรัฐถึงไม่ส่งตัวเจ้าหญิงกลับมา นั้นเท่ากับเป็นการหมิ่นพระเกียรติของเจ้าหลวง แห่งกาสิกอย่างยิ่ง เจ้าหลวงจึงตัดสินพระทัยไปสืบข่าวนี้ด้วยพระองค์เอง แท้จริงแล้ว เจ้าหญิงมณิสราได้ตัดสินใจหลบหนีเองเพราะไม่ต้องการแต่งงานกับชายที่ไม่ได้ รัก โดยเฉพาะยิ่งเป็นเจ้าหลวงกาสิก ผู้มีชื่อเสียงเลื่องลือทางด้านความโหดเหี้ยม เจ้าหญิงควบม้าหนีเข้ามาในชายแดนพันธุรัฐ ด้วยความที่ไม่ชำนาญในการขี่ม้ามากนัก เจ้าหญิงจึงตกจากหลังม้าทำให้ขาแพลง และยังเดินไปติดกับดักตาข่ายล่าสัตว์ของนายพรานถูกแขวนอยู่บนต้นไม้ ขณะที่เจ้าหญิงกำลังสิ้นหวังและอ่อนแรงลงไปเรื่อย ๆ ก็ได้รับการช่วยเหลือจากชายคนหนึ่งนั้นคือ เจ้าชายทยุติธร องค์รัชทายาทของแคว้นพันธุรัฐ เจ้าชายทยุติธรพาเจ้าหญิงมณิสราไปรักษาตัวที่ตำหนักป้อมปืน เจ้าหญิงจึงขอร้องเจ้าชายขอลี้ภัยอยู่ในพันธุรัฐ แต่ถ้าเจ้าชายยังยืนยันที่จะส่งตัวกลับ ก็จะขอให้ฆ่าตัวเองเสียดีกว่า ชายชาติทหารอย่างเจ้าชายทยุติธรจึงจำต้องอนุญาตให้เจ้าหญิงประทับอยู่ชั่วคราว เมื่อเจ้าหญิงทรรศิกา พระขนิษฐาของเจ้าชายทยุติธร ทรงทราบข่าวลับ ๆ ว่าเจ้าชายช่วยเหลือเจ้าหญิงมณิสราไว้ โดยไม่ส่งตัวกลับในกาสิกก็ร้อนใจ เพราะเหตุการณ์ครั้งนี้อาจทำให้เกิดสงครามตามมาได้ จึงตัดสินใจจะไปที่ตำหนักป้อมปืนเพื่อทูลเชิญ เจ้าหญิงมณิสราเสด็จมาประทับฝ่ายในเพื่อไม่ให้เสื่อมเสียพระเกียรติ แต่ระหว่างทางขบวนเสด็จถูกกลุ่มชายชุดดำซุ่มโจมตี ม้าของเจ้าหญิงเตลิดเข้าไปในป่า พลัดหลงกับองครักษ์ เจ้าหญิงทรรศิกาหนีเข้ามาในป่าเจอกับชายชุดดำ จึงขอร้องให้ช่วยเหลือ แต่ปรากฏว่าเจ้าหญิงกลับถูกวางยาสลบลงในน้ำชา เมื่อฟื้นขึ้น เจ้าหญิงทรรศิกาจึงรู้ว่าถูกเจ้าหลวงแห่งกาสิก ผู้สามารถสั่งตัดหัว ตัดมือนักโทษได้ในระหว่างเสวยโดยไม่สะทกสะท้าน จับตัวมา เจ้าหลวงพยายามสอบถามเกี่ยวกับเจ้าหญิงมณิสรา แต่เจ้าหญิงทรรศิกาก็ไม่ทรงยอมตอบคำถามใด ๆ ซ้ำยังเห็นใจเจ้าหญิงมณิสราที่ต้องโดนบังคับแต่งานกับผู้ชายโหดเหี้ยม ป่าเถื่อนเช่นนี้ เจ้าหลวงโกรธมาก จึงตัดสินใจจับเจ้าหญิงทรรศิกาไว้เป็นตัวประกัน ในขบวนมีแต่ทหารซึ่งเป็นผู้ชายทั้งนั้น เมื่อจู่ๆ ก็มีเจ้าหญิงอยู่ในขบวน เจ้าหลวงจึงสั่งให้ เบนลี ราชองค์รักษ์คู่ใจไปจ้าง กระวาน สาวชาวป่ามาเป็นนางกำนัลชั่วคราวให้เจ้าหญิงระหว่างทาง เจ้าหญิงทรรศิกาหลอกให้กระวานใส่เสื้อของพระองค์ แล้วพระองค์ก็ใส่เสื้อของกระวาน แอบขโมยม้าหนีออกไปนอกค่าย แต่กลับถูกเจ้าหลวงจับได้ ขี่ม้าไล่ตามมา เจ้าหญิงหนีไปจนถึงน้ำตกตัดสินใจกระโดดน้ำตกหนี ขอตายเสียดีกว่าตกอยู่ในเงื้อมือของเจ้าหลวงรังสิมันต์ เจ้าหลวงพาตัวเจ้าหญิงขึ้นมาจากน้ำตกได้ แต่ก็ทำให้ต้องพลัดกับขบวน เจ้าหลวงโมโหมากที่เจ้าหญิงทรรศิกาทำท่ารังเกียจพระองค์ขนาดนี้ทั้ง ๆที่ตอนแรกได้ปฏิบัติอย่างดีกับเจ้าหญิง ต่อแต่นี้ไปเจ้าหญิงจะได้รู้จักความป่าเถื่อนของชาวกาสิกจริง ๆ เสียที เจ้าหลวงรังสิมันต์พาเจ้าหญิงทรรศิกามาสมทบ กับขบวนที่รออยู่ เจ้าหลวงสั่งลงโทษ ตัดมือกระวานที่ปล่อยให้เจ้าหญิงหนีไป เจ้าหญิงเข้ามาช่วยบอกว่ากระวานเป็นคนของพระองค์ ถ้าจะลงโทษกระวานก็ต้องลงโทษพระองค์ด้วย เจ้าหลวงบอกว่าตอนนี้พระองค์ไม่มีสิทธิเพราะอยู่ในฐานะเชลย แต่ตามประเพณีของชาวกาสิก ชีวิตก็แลกด้วยชีวิต ถ้าอยากให้ยกโทษให้กระวานก็ต้องเอาชีวิตมาแลกกัน เจ้าหลวงให้เรียก ราชิด ทหารคู่ใจอีกคนหนึ่ง ยืนมือให้เจ้าหญิงตัดแทนกระวาน แล้วแกล้งโยนดาบวางให้เจ้าหญิงเลือกว่าจะตัดมือใคร เจ้าหญิงอึ้งในความโหดร้ายของเจ้าหลวง จึงตัดสินใจหยิบดาบ เชือดมือตัวเอง แต่เจ้าหลวงจับไว้ทัน เจ้าหลวงพาเจ้าหญิงทรรศิกาเดินทางลึกเข้ามา ในกาสิกเรื่อย ๆ โดยใช้เส้นทางที่ธุระกันดาร แต่เจ้าหญิงก็ไม่ย่อท้อ หรือปริปากบ่นไม่ว่าเจ้าหลวงจะแกล้งด้วยวิธีใด ทั้งคู่เริ่มเรียนรู้นิสัยซึ่งกันและกัน ในขณะที่เจ้าหลวงเริ่มรู้จักทั้งความอ่อนหวานและเด็ดเดี่ยวของเจ้าหญิงทรรศิกา เจ้าหญิงทรรศิกาก็เรียนรู้ว่าเจ้าหลวงผู้เอาแต่ใจ ก็มีความอ่อนโยนซ่อนอยู่เช่นกันและไม่โหดร้ายอย่างที่เห็น สาธิน เสนาบดีมหาดไทยของกาสิก ร้อนใจมากเมื่อไม่สามารถติดต่อเจ้าหลวงได้ มีนา ลูกสาวของสาธิน จึงอาสาไปดักพบเจ้าหลวงที่ตำหนักวสุธรา มีนาเติบโตมาพร้อมกับเจ้าหลวง เบนลี และราชิด เจ้าหลวงเอ็นดูมีนามากเหมือนน้องสาวคนหนึ่ง ฝึกขี่ม้าและยิงธนูให้ มีนาก็สามารถทำได้ดีเท่ากับผู้ชายคนหนึ่ง มีนาแอบหลงรักเจ้าหลวงมาตั้งแต่เด็ก เมื่อเจ้าหลวงประกาศหมั้นกับเจ้าหญิงแห่งทานตะ เธอเจ็บปวดอย่างยิ่งแต่อย่างน้อยหัวใจของเจ้าหลวงก็ยังไม่มีผู้หญิงคน ไหนครอบครองเพราะการแต่งงานครั้งนี้ เจ้าหลวงทำเพื่อผลประโยชน์ของบ้านเมืองเท่านั้น มีนาไปดักพบเจ้าหลวงที่ตำนักวสุธรา จึงรู้ว่าเจ้าหลวง จับเจ้าหญิงทรรศิกามาเป็นเชลย เจ้าหลวงสั่งให้มีนากลับไปบอกสาธินว่าจะประพาสต่อไปตำหนักอิสินธร เรื่องต่างๆ ในเมืองหลวงให้สาธิน เป็นผู้สำเร็จราชการแทน ส่วนเรื่องเจ้าหญิงมณิสราให้ทางทานตะหาตัวเจ้าหญิงให้พบ ก่อนจึงค่อยพูดเรื่องการอภิเษกอีกที เมื่อกาสิกบีบให้ทางทานตะจัดการเรื่องนี้ เจ้าหลวงแห่งทานตะร้อนใจมากจึงส่งทูตเข้าไปยังพันธุรัฐ เจ้าชายทยุติธรให้เจ้าหญิงมณิสราตัดสินใจเองว่าจะกลับทานตะหรือไม่ เจ้าหญิงฝากจดหมายกลับไปว่าจะขออยู่ที่พันธุรัฐ และ จะไม่แต่งงานกับเจ้าหลวงรังสิมันต์เด็ดขาด ขอให้เจ้าหลวงทานตะคิดเสียว่าไม่มีลูกคนนี้ เจ้าหลวงทานตะถึงกับประชวรเมื่อได้รับจดหมายจากเจ้าหญิงมณิสรา เสนาบดีของพันธุรัฐต่างก็เตือนเจ้าชายทยุติธรว่าทำเช่นนี้อาจเกิดสงครามกับ กาสิกได้ ชาวพันธุรัฐก็ไม่จำเป็นต้องเกรงกลัวกาสิก แต่เสนาบดีทูลว่าหน่วยข่าวกรองรายงานว่าที่เจ้าหญิงทรรศิกาหายไปอาจถูกทางกา สิกจับตัวไป เจ้าชายทยุติธรยิ่งโกรธ เพราะทำเช่นนั้นเป็นการหมิ่นเกียรติของพันธุรัฐอย่างยิ่ง จึงสั่งให้คนเข้าไปหาทางช่วยเจ้าหญิงทรรศิกาออกมาให้ได้ก่อน พระราชเทวีแห่งพันธุรัฐ เสด็จกลับจากแปรพระราชฐานก่อนกำหนด เจ้าชายทยุติธรพยายามปิดเรื่องที่เจ้าหญิงทรรศิกาหายไป แต่ไม่สามารถปิดเรื่องเจ้าหญิงมณิสราได้ พระราชเทวีจึงสั่งให้เจ้าหญิงมณิสรามาประทับที่ตำหนักฝ่ายใน แทนตำหนักป้อมปืน และสังเกตเห็นว่าเจ้าชายทยุติธรและเจ้าหญิงมณิสรามีกริยาแปลก ๆ ต่อกัน เจ้าหลวงรังสิมันต์พาเจ้าหญิงทรรศิกามายัง ตำหนักอิสินธร และให้เจ้าหญิงปฏิบัติภารกิจต่าง ๆ พร้อมพระองค์ เจ้าหญิงทรรศิกาเข้าใจว่าทั้งหมดที่เจ้าหลวงทำก็เพราะเห็นเธอเป็นเพียงแค่ ตัวแทนของพระคู่หมั้นเท่านั้น เจ้าหลวงรังสิมันต์ตัดสินใจให้ ราชิด ไปบอกสาธินให้ส่งข้อเสนอใหม่ไปยังพันธุรัฐ นั้นคือพันธุรัฐจะต้องรับผิดชอบในการเสื่อมเสียพระเกียรติของเจ้าหญิงมณิสรา และกาสิกจะรับผิดชอบต่อเจ้าหญิงทรรศิกา แต่สาธิน กลับไม่ยอมส่งสารนี้ และยังลอบวางยา ฆ่าเสนาบดีฝ่ายมหาดไทย โดยใช้มีนาเป็นเครื่องมือ มีนาตกใจมากที่พ่อคิดเป็นใหญ่ครอบครองบัลลังค์กาสิกเสียเอง จึงหนีไปหาเจ้าหลวงรังสิมันต์เพื่อบอกแผนการ แต่เมื่อมาถึงที่อิสินธร ก็พบว่าหัวใจของเจ้าหลวงรังสิมันต์มีเจ้าหญิงทรรศิกา มีนาเสียใจมาก จึงกลับไปเมืองหลวงร่วมมือกับพ่อ ล้มราชบัลลังก์ เจ้าหญิงทรรศิกาแอบได้ยินเรื่องข้อเสนอที่ เจ้าหลวงส่งไป และพร้อมจะทำสงครามถ้าพันธุรัฐไม่ตกลง เจ้าหญิงน้อยใจมากที่เจ้าหลวงรังสิมันต์จะแต่งงานกับตัวเองนั้นก็เพื่อรักษา เกียรติของตัวเอง ไม่ใช่เพราะความรัก เจ้าหญิงทรรศิกาจึงตัดสินใจให้กระวานแอบติดต่อ ราชิด พาหนี เพราะอย่างน้อย ราชิด ก็มีเลือดชาวพันธุรัฐครึ่งหนึ่ง ราชิดซึ่งไม่อยากให้เกิดสงครามอยู่แล้วจึงรับปากพาเจ้าหญิงทรรศิกาหนี แต่โดนเจ้าหลวงจับได้ เจ้าหลวงโกรธมากจนเกือบฆ่าราชิด แต่เจ้าหญิงทรรศิกาทูลขอไว้ ราชิดจึงได้ลดโทษเหลือแค่ขังคุก เจ้าหลวงรังสิมันต์ ทั้งโกรธทั้งน้อยใจที่เจ้าหญิงทรรศิกาทำเช่นนี้ เจ้าหญิงทรรศิกาเองคิดว่าตัวเองจะต้องโดนฆ่าแน่ๆ จากการหนีครั้งนี้ เตรียมตัวยอมรับคมดาบแต่โดยดี แต่ในที่สุดเจ้าหลวงก็หลุดปากสารภาพรักเจ้าหญิงทรรศิกาออกมา ทั้งสองคนเข้าใจกัน เจ้าหลวงตกลงใจจะส่งเจ้าหญิงทรรศิกากลับพันธุรัฐ และมอบมงกุฏแห่งกาสิกให้กับเจ้าหญิงทรรศิกา เพื่อให้เสด็จกลับพันธุรัฐได้อย่างสมพระเกียรติ แต่ระหว่างทางนั้นเอง สาธินก็ส่งคนปลอมเป็นทหารของพันธุรัฐเข้ามาลอบปลงพระชนม์ เจ้าหลวงรังสิมันต์ถูกยิงบาดเจ็บสาหัส เจ้าหญิงทรรศิกาตัดสินใจพาเจ้าหลวงเข้าไปผ่าตัดที่ตำหนักป้อมปืนของแคว้น พันธุรัฐ จึงทราบความจริงว่า เรื่องทั้งหมดไม่ใช่ฝีมือของเจ้าชายทยุติธร แต่เป็นสาธิน คนของเจ้าหลวงเองที่หักหลัง เจ้าหลวง โกรธมาก ในขณะที่เจ้าหลวงรังสิมันต์พักรักษาตัวอยู่ที่ตำหนักป้อมปืน พระราชเทวี มีรับสั่งให้เจ้าหญิงมณิสราไปคอยดูแลเจ้าหลวงรังสิมันต์ในฐานะที่เป็นพระคู่ หมั้น เจ้าหญิงทรรศิกาจึงหลบหน้าไม่ยอมไปเยี่ยมเจ้าหลวงอีก ในขณะที่ เจ้าชายทยุติธรก็มักจะหงุดหงิดเมื่อเห็นเจ้าหญิงมณิสราคอยดูแลเจ้าหลวง ในที่สุด เจ้าหลวงรังสิมันต์ก็ตัดสินใจบุกเข้าไปหาพระราชเทวี ทูลเรื่องความรู้สึกที่มีต่อเจ้าหญิงทรรศิกาและเรื่องราวทั้งหมด ขออภิเษกกับเจ้าหญิงทรรศิกา พระราชเทวีถามถึงเรื่องเจ้าหญิงมณิสรา เจ้าหลวงบอกว่าที่หมั้นกับเจ้าหญิงมณิสราก็เพราะเพื่อผลประโยชน์ที่ต้องการ ขนส่งสินค้าไปยังทางออกทะเลของทานตะ แต่ตอนนี้ตนรู้แล้วว่าตนไม่สามารถแต่งงานกับผู้หญิงที่ไม่ได้รักได้ และเจ้าหญิงมณิสราก็ขอถอนหมั้นกับตัวเองแล้ว เจ้าหลวงรังสิมันต์ขอให้เจ้าหญิงทรรศิการอ และจะกลับมาหาเมื่อกู้ราชบัลลังก์คืนได้ เจ้าหลวงรังสิมันต์พร้อมด้วยเบนลี ลอบกลับไปที่กาสิกอีกครั้งช่วยราชิดออกมา ร่วมมือกันปราบกบฎ สาธินถูกจับ มีนาขอร้องไม่ให้เจ้าหลวงฆ่าพ่อ เจ้าหลวงก็ยอมเพราะเห็นแก่ความสัมพันธ์เก่าๆ แต่สาธินกลับคว้าดาบเข้าแทงเจ้าหลวง มีนาจึงกระโดดขวางเข้ารับดาบแทนสิ้นใจตาย สาธินเสียใจมากที่พลั้งมือฆ่าลูกสาวตัวเอง จึงฆ่าตัวตายตาม เจ้าหลวงรังสิมันต์เสด็จกลับไปรับเจ้าหญิงทรรศิกามานั่งบัลลังค์ด้วยกันตามสัญญา เจ้าชายทยุติธรได้ราชาภิเษกขึ้นเป็นเจ้าหลวง เสด็จเยี่ยมทานตะอย่างเป็นทางการ และกำลังจะประกาศหมั้นกับเจ้าหญิงมณิสรา ทั้งสามแคว้นจึงอยู่กันอย่างสงบสุขเรื่อยมานับแต่นั้น ชื่อไทย : ดั่งดวงหฤทัย ชื่ออังกฤษ : Dung Duang Haruetai ละครช่อง : ช่อง 7 ผลิตโดย : บริษัท ดาราวิดีโอ จำกัด บทประพันธ์ : วิมล ศิริไพบูลย์ (ทมยันตี)บทโทรทัศน์ : - กำกับการแสดง : ไพรัช สังวริบุตร แสดงนำ : ศรราม เทพพิทักษ์, นัท มีเรีย, โอลิเวอร์ พูพาร์ท, เกวลิน คอตแลนด์ ออกอากาศ : 2 กันยายน 2539 - 5 พฤศจิกายน 2539 วันออกอากาศ : จันทร์ - อังคาร เวลาออกอากาศ : 20:30 - 22:15 น. จำนวนตอน : 20 ความยาวตอน : 80 นาที *ขอบคุณรูปจาก : ภาพจากหนังสือเรื่องย่อละครไทย-Moouanbooks

ดราม่าโรแมนติก
สาวใช้คนใหม่

สาวใช้คนใหม่

Sao Chai Kon Mai

2539
0

สาวใช้คนใหม่ (2539/1996) ดำรัสสิริ เพิ่งจัดงานฉลองปริญญาศิลปศาสตร์เกียรตินิยมอันดับ 1 ไปในวันนี้ เธองดงามสดชื่นแจ่มใสและมีความสุขที่สุด ก่อนที่จะพบว่าโลกทั้งโลกถล่มทลายไปในพริบตา เมื่อ ดำริและจรัสศรี พ่อและแม่เสียชีวิตพร้อมกันในวันต่อมา ทิ้งมรดกจำนวนหนึ่งไว้ให้ มรดกที่ดำรัสสิริจะต้องจัดการอย่างดีที่สุดเพื่อเป็นหลักในการดำรงชีวิตของเธอ รวมทั้งบริวารเก่าแก่จำนวนหนึ่งในบ้าน บ้านหลังใหญ่ที่เคยอยู่ดำรัสสิริให้ทางราชการเช่า ส่วนตัวเธอย้ายไปอยู่ตึกหลังเล็กๆ ทาสีชมพูในบริเวณบ้าน ใช้เงินสดที่เป็นมรดกอย่างประหยัด และมีรายได้ไม่มากนักจากอาชีพนักเขียนนวนิยายให้นิตยสารรายสัปดาห์ ชีวิตของดำรัสสิริคงจะดำเนินไปอย่างเรียบง่าย ถ้าไม่มีเหตุการณ์ที่เหมือนมรสุมพัดผ่านมา นวนิยายที่เธอเขียนในนิตยสารฉบับนั้นถูกคนอ่านประท้วงอย่างหนัก จนบรรณาธิการผู้ไม่สามารถต่อต้านกระแสความไม่พอใจขอร้องให้เธอจบนวนิยายเรื่องนั้นทันที พร้อมทั้งถอดเธอจากการเป็นนักเขียนประจำฉบับ ดำรัสสิริไม่สามารถประกอบอาชีพนักเขียนต่อไปได้ แต่เธอจำเป็นต้องหางานทำ เครื่องใช้ไฟฟ้าผ่อนส่งที่ซื้อมายังวางอยู่ในบ้าน บริวารยังต้องการเงินเดือนโดยเฉพาะ แม่ปุ้ย คนเลี้ยงเธอมาตั้งแต่เด็กและรักเธอยิ่งนัก ดำรัสสิริตัดสินใจให้คนมาเช่าตึกสีชมพูของเธอ เธอจะปลอมตัวเป็นสาวใช้แต่แม่ปุ้ยไม่ยอมเด็ดขาด เธอจึงออกไปอยู่กับญาติของแม่ปุ้ย โดยก่อนหน้านั้นเธอกับแม่ปุ้ยไปหาเพื่อนรักที่เรียนด้วยกันในมหาวิทยาลัยเป็นเจ้านางลาวคือ เจ้าคำแก้ว คนเช่าตึกสีชมพูเป็นนักเขียนหนุ่มชื่อ ไผท แม่ปุ้ยทำสัญญาเช่าแค่เป็นเวลา 1 ปี โดยสัญญาว่ากลับจากธุระแล้วจะมาเป็นคนใช้ทำงานบ้านให้ ธุระที่ว่านั้นคือพาดำรัสสิริไปประเทศลาวนั่นเอง ไผทเป็นนักเขียนที่ประสบความสำเร็จ มีชื่อเสียง มีรายได้ดี ตัวไผทเองมีอดีตที่เจ็บปวด พ่อของเขาคือ ศราวุธ เป็นเศรษฐีร่ำรวยมาก แต่ไม่รักไผทเพราะคิดว่าเป็นลูกชู้ พี่น้องของไผทคือ ผุดพงษ์ พี่ชายคนโต ผ่านพักตร์ น้องสาวคนรอง ผาดภรณ์ น้องสาวคนสุดท้อง และเผ่าพันธุ์ น้องชายคนสุดท้อง ทั้งหมดไม่ชอบไผท และพอใจที่ไผทต้องออกจากบ้านไปในที่สุด ติดตามต่อได้ใน สาวใช้คนใหม่

โรแมนติกตลก
ระเบิดเถิดเทิง

ระเบิดเถิดเทิง

2539
ช่อง ช่อง 5 เอชดี
0
เป็นอดีต​รายการซิตคอมควบคู่กับเกมโชว์ ซึ่งผลิตโดยบริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) ออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกทุกวันอาทิตย์ โดยในระยะแรกมีรูปแบบเป็นรายการวาไรตี้ อีก 3 เดือนต่อมาได้เปลี่ยนรูปแบบมาเป็นละครซิตคอมคู่กับเกมโชว์ ดู ระเบิดเถิดเทิง (2539-2552) ชื่อไทย : ระเบิดเถิดเทิง ชื่ออังกฤษ : Raboet Thoet Thoeng ละครช่อง : ผลิตโดย : บทประพันธ์ : -บทโทรทัศน์ : - กำกับการแสดง : สุดเขต เพชราบรรพ์ ผู้ดำเนินรายการ : มยุรา เศวตศิลา, สิเรียม ภักดีดำรงฤทธิ์, เท่ง เถิดเทิง, โหน่ง ชะชะช่า, หม่ำ จ๊กมก, ซูโม่กิ๊ก, หนู คลองเตย, เอกพันธ์ บรรลือฤทธิ์, เด๋อ ดอกสะเดา, ดนัย ศรีภิญโญ, ดีใจ ดีดีดี, ลิซ่า ไปรพิศ, ส้มเช้ง สามช่า, พุฒิพงศ์ พรหมสาขา ณ สกลนคร, สราวุฒิ พุ่มทอง, พัน พลุแตก แสดงนำ : - ออกอากาศ : 7 เม.ย. 2539 - 27 ก.ย. 2552 วันออกอากาศ : อาทิตย์ เวลาออกอากาศ : - จำนวนตอน : 704 ความยาวตอน : 45 นาที เรทละคร : 13+
ซิตคอม

ละครปีอื่นๆ ที่น่าสนใจ

สำรวจละครไทยจากปีต่างๆ เพื่อค้นหาผลงานคลาสสิกและละครยุคใหม่ที่คุณอาจพลาด

เกี่ยวกับละครไทยปี 2539

ปี 2539 พ.ศ. 2539 (ค.ศ. 1996) เป็นปีที่มีละครไทยออกอากาศจำนวน 78 เรื่อง ครอบคลุมหลากหลายแนวจากDrama, Romantic, Supernatural และอีกหลายแนวที่น่าติดตาม

ช่องทีวีที่มีผลงานมากที่สุดในปีนี้ ได้แก่ ช่อง 5 เอชดี, ช่อง 7 เอชดี, ช่อง 3 เอชดี พร้อมนำเสนอเนื้อหาที่หลากหลายและคุณภาพสูง เหมาะสำหรับผู้ชมทุกเพศทุกวัย

คำถามที่พบบ่อย - ละครไทยปี 2539

มีละครไทยออกอากาศปี 2539 กี่เรื่อง?

ปี 2539 พ.ศ. 2539 มีละครไทยออกอากาศทั้งหมด 78 เรื่อง ครอบคลุมทุกช่องทีวีและหลากหลายแนว

ช่องไหนมีละครมากที่สุดในปี 2539?

ช่องที่มีละครมากที่สุดในปี 2539 ได้แก่ ช่อง 5 เอชดี, ช่อง 7 เอชดี, ช่อง 3 เอชดี พร้อมเนื้อหาที่หลากหลาย

แนวละครยอดนิยมปี 2539 คืออะไร?

แนวละครที่ได้รับความนิยมในปี 2539 ได้แก่ Drama, Romantic, Supernatural, Comedy, Sitcom และอีกหลายแนวที่น่าติดตาม

ละครไทยปี 2539 เรื่องไหนได้รับคะแนนสูงสุด?

มีละครที่ได้รับคะแนนสูง (4 ดาว ขึ้นไป) จำนวน 4 เรื่อง สามารถดูรายละเอียดได้ในรายการด้านบน