ThaiContentDB
ฐานข้อมูลเนื้อหาไทยที่ครบครันที่สุด
🔍ค้นหา
กำลังโหลด...
📺ละคร🎬ภาพยนตร์👥บุคคล🔍ค้นหา💬ความคิดเห็น
ThaiContentDB
ฐานข้อมูลเนื้อหาไทยที่ครบครันที่สุด

แหล่งรวมข้อมูลละครไทยและภาพยนตร์ที่ครบครันที่สุด พร้อมรีวิว คะแนน และข้อมูลนักแสดง

เมนูหลัก

  • ละคร
  • ภาพยนตร์
  • บุคคล
  • ค้นหา
  • ความคิดเห็น

ช่วยเหลือ

  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดและเงื่อนไข
  • ติดต่อเรา
  • ช่วยเหลือ
  • แจ้งปัญหา
  • แผนผังเว็บไซต์

บล็อกและทรัพยากร

  • แพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง
  • คู่มือการใช้งาน
  • บันทึกการเปลี่ยนแปลง
  • ผู้ร่วมพัฒนา

© 2569 ThaiContentDB

←กลับไปหน้าละคร

ละครจากผลิตโดย บริษัท โนพร็อบเล็ม จำกัด

NO PROBLEM COMPANY LIMITED

เกี่ยวกับสตูดิโอ

ไม่มีคำอธิบาย

พบทั้งหมด 21 เรื่อง

พิศวาสฆาตเกมส์
พิศวาสฆาตเกมส์

The Deadly Affair

256518 ตอน
ช่อง:ช่อง 3 เอชดี
เริ่มออกอากาศ:4 กรกฎาคม 2565

อุบัติเหตุครั้งนั้นทำให้คนรักของเธอต้องตาย...และเขาคือต้นเหตุ! โอม วิศวกรหนุ่มอนาคตไกล กลายเป็นนักโทษต้องถูกจองจำ แต่นั่นยังไม่สาสมใจของเจติญา เมื่อเขาพ้นโทษออกมาในเวลาแค่ 3 ปี แม้ว่าโอมเองจะสูญเสียทั้งแม่และแฟนสาวไปอย่างไม่มีวันกลับในช่วงเวลาที่เขาอยู่ในคุก แต่เจติญาก็ยังยึดมั่นจะเอาคืนเขาให้ถึงที่สุด เมื่อ "ความทรงจำ" นั้นเจ็บปวดยิ่งกว่าการถูกกักขัง "การเอาคืน" และ "การชดใช้" กลายเป็นเกมแห่งการต่อสู้ โดยมี "ความรัก" เป็นเดิมพันชิ้นสำคัญ ที่ถ้าใครพลาด...อาจหมายถึงการสูญเสีย "หัวใจ" ไปอีกครั้ง

เล่ห์ลับสลับร่าง
เล่ห์ลับสลับร่าง

Leh Lub Salub Rarng

2560
ช่อง:ช่อง 3 เอชดี

เล่ห์ลับสลับร่าง (2560/2017) ร.ต.ท. รามิล ทุ่งพระเพลิง เจ้าของฉายา "ผู้หมวดมือเหล็ก" กลายเป็นฮีโร่สุดฮอตในชั่วข้ามคืน หลังนำทีมชุดปฏิบัติการพิเศษ "หน่วยพยัคฆ์พิฆาต" บุกเข้ากวาดล้างแหล่งผลิตยาเสพติดแห่งใหญ่และ ช่วยนักข่าวสาวที่ถูกจับเป็นตัวประกันไว้ได้อย่างปลอดภัย ลีลาการบู๊ระดับพระเอกฮอลลีวู้ดของชายหนุ่ม กระแทกใจ เจ๊อั้ม ผู้จัดการดารามือทองเข้าอย่างจัง เจ๊อั้มเสนอโปรเจคท์กับ ดนู เจ้าของบริษัท ผลิตละครให้รามิลมาเล่นบทรับเชิญในละครบู๊ฟอร์มยักษ์ประกบ เภตรา ภาวดี นางเอกในสังกัด ผู้มีความงามโดดเด่นจนได้รับฉายา "ไข่มุกแห่งเอเชีย" ชื่อไทย : เล่ห์ลับสลับร่าง ชื่ออังกฤษ : - ละครช่อง : ช่อง 3 ผลิตโดย : บทประพันธ์ : นรอินทร์บทโทรทัศน์ : ปิยพร วายุภาพ, สรรัตน์ จิรบวรวิสุทธิ์ กำกับการแสดง : กฤษณ์ ศุกระมงคล แสดงนำ : ณเดชน์ คูกิมิยะ, อุรัสยา เสปอร์บันด์, ปรีชญา พงษ์ธนานิกร, ธนภพ ลีรัตนขจร ออกอากาศ : 31 กรกฎาคม 2560 - 4 กันยายน 2560 วันออกอากาศ : จันทร์ - อังคาร เวลาออกอากาศ : 20.20 - 22.50 น. จำนวนตอน : - ความยาวตอน : - เรทละคร : -

หนึ่งในทรวง
หนึ่งในทรวง

Neung Nai Suang

255812 ตอน
ช่อง:ช่อง 3 เอชดี
เริ่มออกอากาศ:28 พฤษภาคม 2558

ข่าวกำหนดการเดินทางกลับมาจากประเทศฝรั่งเศส หลังจากเรียนจบปริญญาโทด้านการทูตของหนุ่มหล่อ รวย อนวัช พัชรพจนาถ หรือ หนึ่ง ลูกชายของนายวิทย์ พัชรพจนาถ อดีตนักการทูตชื่อดัง ทำให้สาว ๆ ลูกเศรษฐีทั่วฟ้าเมืองไทยให้ความสนใจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะคุณนายสีสุกและลูกสาวคนเดียวที่ชื่อส่องแสง รวมทั้งบ้านเดือนประดับของนายสุทธิ์ และนางทิพย์ที่มีลูกชายร้อยโทสัทธาและลูกสาวสุดา ซึ่งเป็นเพื่อนและญาติสนิทของอนวัช ซึ่งมีความรักกันเหมือนพี่น้อง

แต่สำหรับ หทัยรัตน์ ราชพิทักษ์ หรือ ปุ้ม ลูกของนายทศน้องชายแท้ ๆ ของนางทิพย์ซึ่งพ่อแม่เสียชีวิตไปแล้ว โดยนายสุทธิ์และนางทิพย์รับอุปการะเอาไว้เสมอลูกสาวคนหนึ่ง กลับไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นเหมือนสาว ๆ คนอื่น ตรงกันข้ามเธอกลับรู้สึกหมั่นไส้ที่สาว ๆ ต่างคลั่งไคล้หนุ่มหล่อรวมผู้นี้ ทั้งยังเกลียดขี้หน้านายหนึ่งคนนี้ตั้งแต่ตอนเด็ก ๆ เพราะเคยโดนนายหนึ่งล้อเลียนว่าเป็น ยายกระปุกตั้งฉ่าย หทัยรัตน์จึงตั้งแง่เกลียดนายหนึ่ง ทั้งที่ไม่ได้พบหน้านานกว่าสิบปี

หทัยรัตน์ เป็นสาวสวยอ่อนหวาน เพิ่งเรียนจบปริญญาตรีคณะอักษรศาสตร์ โดยทำงานเป็นครูสอนหนังสือให้กับ ม.ร.ว. กรกนก จรูญลักษณ์ เด็กหญิงวัย 12 ขวบ ซึ่งพิการเดินไปไหนมาไหนไม่ได้ ต้องนั่งอยู่บนรถเข็นตลอดเวลา อยู่กับพี่ชาย ม.ร.ว. ประสาทพร จรูญลักษณ์ และพี่เลี้ยง เพราะท่านพ่อหม่อมเจ้าประสานสุข แต่งงานใหม่ คุณชายกับคุณหญิงจึงย้ายออกจากวังมาอยู่ด้วยกันตามลำพัง ซึ่งคุณหญิงรักคุณครูของเธอมาก ถึงขนาดเชียร์ให้พี่ชายจีบเป็นพี่สะใภ้ ซึ่ง ม.ร.ว. ประสาทพรก็มีใจชอบหทัยรัตน์เช่นกัน

เมื่ออนวัชเดินทางกลับถึงเมืองไทยก็แวะเยี่ยมเยียนบ้านญาติ ๆ ทั้งบ้านคุณนายสีสุก บ้านเดือนประดับของสองพี่น้องสัทธา และสุดา รวมทั้งบ้านของ ม.ร.ว. ประสาทพร และม.ร.ว. กรกนก จรูญลักษณ์ แต่ก็คลาดกับหทัยรัตน์ ไม่ได้เจอหน้ากันสักครั้ง อนวัชเองแทบจะลืมชื่อหทัยรัตน์ไปแล้ว ทั้งที่เป็นคู่อริกันในตอนเด็ก เขาจำได้เพียงภาพเด็กหญิงตัวอ้วนกลม หน้าตาขี้เหร่ เถียงเก่ง ไม่เคยยอมใครได้เท่านั้น

อนวัชไปเยี่ยมเพื่อนเก่าชื่อพินิจ พนัสพงษ์ แต่ไม่พบเพราะพินิจไปพักฟื้นที่ไร่พนัสพงษ์ของพินัย ซึ่งเป็นพี่ชาย พบแต่คุณนายนวล แม่ของพินิจเล่าว่าพินิจป่วยเป็นวัณโรค และตรอมใจเรื่องคนรักชื่อ หทัยรัตน์ ราชพิทักษ์ ซึ่งทอดทิ้งไป ทำให้อนวัชมีอคติกับหทัยรัตน์ ส่วนคุณนายนวลเห็นว่าอนวัชหล่อ รวย ตระกูลดี ก็คิดจะจับคู่ให้ลูกสาว พรรณี ซึ่งเป็นอาจารย์สอนหนังสือ และเป็นเพื่อนกับหทัยรัตน์ โดยไม่รู้ว่าพรรณีกับร้อยโทสัทธาแอบชอบกันอยู่ และเมื่ออนวัชไปบ้านเดือนประดับอีกครั้ง ก็ได้พบหทัยรัตน์เข้าจนได้ แต่การพบกันครั้งแรกของทั้งสองเป็นไปอย่างปั้นปึ่ง เพราะหทัยรัตน์กำลังคุยกับเพื่อนสาวคนสนิทชื่อผ่องฉวี จึงไม่สนใจออกมาต้อนรับอนวัช ทำให้อนวัชหัวเสียกลับไป

ไม่กี่วันต่อมาอนวัชไปที่เดือนประดับอีก คราวนี้เขาได้พบทั้งสัทธาและสุดา รวมทั้งหทัยรัตน์สมใจ อนวัชรู้สึกโมโหที่หทัยรัตน์ทำท่าไม่ใส่ใจ ไม่ยินดียินร้ายกับการเจอหน้าเขา ทั้งยังตั้งท่ารังเกียจเสียอีกด้วย ซึ่งอนวัชถือว่าเป็นการดูถูกเขาอย่างยิ่ง เพราะหญิงสาวทุกคนที่เขาเจอเป็นต้องยอมรับเขาในทุก ๆ ด้าน ก็เลยหมายมั่นไว้ในใจว่าจะต้องได้เห็นดีกันแน่สำหรับสาวอวดดี จองหองและหยิ่งทรนงคนนี้

ข้างฝ่ายทหัยรัตน์ก็เช่นกัน ยิ่งเจอหน้านายหนึ่ง เธอก็ยิ่งเกลียดขี้หน้า เพราะเขาทั้งหยิ่ง อวดดี พูดจากวนโทโส และถือว่าตัวเองหล่อ รวย สาว ๆ ทุกคนต้องยอมสยบ แต่สำหรับหทัยรัตน์ ราชพิทักษ์ นอกจากจะไม่รักแล้ว ยังเกลียดนายหนึ่งยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด ทำเอาทั้งสัทธาและสุดา ส่ายหน้า รู้ว่าทั้งคู่ต่างเป็น ขมิ้น กับ ปูน ที่ไม่มีวันจะเข้ากันได้ แต่อย่างไรก็ตามสองพี่น้องก็ยังคิดหาหนทางให้อนวัชและหทัยรัตน์ โอนอ่อนเข้าหากัน และเป็นเพื่อนกันให้ได้ อนวัชและหทัยรัตน์ มีโอกาสเจอกันโดยบังเอิญอีกหลายครั้งทั้งที่บ้านคุณชายประสาทพร และตามงานสังคมต่าง ๆ แต่ทั้งคู่ก็ทำท่าปั้นปึ่งใส่กัน พูดจากระทบกระเทียบกัน ทำเหมือนคนไม่รู้จักกัน และแทบจะไม่อยากได้ยินชื่อกันและกัน เรียกว่าต่างคนต่างเกลียดกันโดยไม่มีเหตุผล

สัทธาและสุดาคิดจะจัดงานวันเกิดให้นายสิทธิ์ที่บ้านเดือนประดับ โดยจัดเป็นงานใหญ่เชิญญาติสนิทมิตรสหายมาร่วมงานมากกว่าทุกปี สองพี่น้องก็เลยคิดแผนการจะให้อนวัชและหทัยรัตน์คืนดีกัน โดยปิดไว้เป็นความลับ แต่ได้จองคิวอนวัชไว้ล่วงหน้า ซึ่งอนวัชก็รับปากว่าจะมางานวันเกิด แต่อาจจะมาค่ำหน่อย เพราะมีธุระต้องไปรับเพื่อนสาวชื่อ วิยะดา กลับจากฝรั่งเศส ทำเอาสัทธาเริ่มสงสัยว่าวิยะดาเป็นแฟนสาวของอนวัชหรือเปล่า แต่เจ้าตัวก็ไม่ยอมบอกอะไร ปล่อยให้เพื่อนเข้าใจเองเอง

คุณชายประสาทพรมีโครงการจะไปศึกษาดูงานต่อที่ประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นเวลา 2 ปีเต็ม จึงจำเป็นต้องส่งคุณหญิงกรกนกกลับไปอยู่วังกับท่านพ่อ แต่คุณหญิงกลัวหม่อมราศรี ซึ่งเป็นแม่เลี้ยง จึงขอร้องให้หทัยรัตน์ไปพูดกับคุณชาย ขออยู่กับแม่โอ ซึ่งเป็นพี่เลี้ยงที่บ้านตามลำพัง สุดท้ายด้วยความเป็นห่วงน้องสาวคุณชายประสาทพร จึงตัดสินใจไปพูดกับนายวิทย์ ซึ่งมีศักดิ์เป็นลุง และอนวัช ขอให้คุณหญิงกรกนกไปอาศัยอยู่ที่บ้านเป็นการชั่วคราว ซึ่งทั้งนายวิทย์และอนวัชก็ยินดีเป็นอย่างยิ่ง ทำให้คุณชายประสาทพรรู้สึกสบายใจขึ้น ในที่สุดงานวันเกิดของนายสุทธิ์ก็มาถึง คุณนายสีสุกและส่องแสงก็มาด้วย พอมาถึงก็ต้องผิดหวังเพราะไม่พบหน้าอนวัช แต่เมื่องานเต้นรำเริ่มขึ้นอนวัชก็มาได้ทันเวลาพอดี ส่องแสงถือโอกาสเต้นรำกับอนวัชแทบทุกเพลง โดยไม่ยอมให้สาวใดเข้าใกล้ ข้างฝ่ายหทัยรัตน์ก็มีหนุ่ม ๆ มาขอเต้นรำไม่ซ้ำหน้าเหมือนกัน ต่างคนต่างเฝ้ามองกันและกัน

สัทธาประกาศให้ทุกคนในงานรู้ว่างานในวันนี้นอกจากจะเป็นงานวันเกิด ยังต้องการให้ครึกครื้นด้วยการจัดให้มีการเลือก ควีน และ คิง ของงาน คือหนุ่มหล่อยและสาวสวยที่สุดของงาน โดยให้ทุกคนที่มาในงานเป็นผู้ลงคะแนนกันเอง และในที่สุดผลก็ออกมาตามความคาดหมายของสัทธาและสุดาสองพี่น้องนั่นคือ หทัยรัตน์ ได้ตำแหน่งควีน ส่วนอนวัชได้ตำแหน่งคิงอย่างไร้คู่แข่ง ทั้งคู่ขึ้นไปรับรางวัลจากนายสิทธิ์และถ่ายรูปคู่กัน พร้อมกันนั้นทั้งคู่ยังต้องเป็นผู้เปิดฟลอเต้นรำด้วยกันอีกครั้ง ทำเอาอนวัชและหทัยรัตน์โมโหจนพูดไม่ออกเพราะรู้ว่าเป็นแผนการของสองพี่น้อง คืนนั้นอนวัชและหทัยรัตน์ เต้นรำด้วยกันอย่างฝืนใจสุด ๆ ต่างคนต่างพูดจาเอาชนะกันและกัน และสุดท้ายก็จบลงด้วยความปั้นปึ่งใส่กันเหมือนเดิม ทำเอาสองพี่น้องสัทธาและสุดาผิดหวังไปตาม ๆ กัน ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อเปิดของขวัญที่ได้รับจากนายสุทธิ์ก็เกิดสลับกับของอนวัชอีก เพราะหทัยรัตน์เปิดกล่องมาเป็นแหนบสำหรับเสียบเนคไททองคำ ทำเป็นรูปคทาสวยงาม ซึ่งจริง ๆ แล้วของผู้หญิงต้องเป็นเข็มกลัดเพชรรูปมงกุฏ แต่ด้วยทิฐิของทั้งสองฝ่ายต่างคนต่างก็ไม่ยอมเปลี่ยนกัน

คุณชายประสาทพรมาบอกหทัยรัตน์เรื่องที่คุณหญิงกรกนกและพี่เลี้ยงจะย้ายไปอยู่บ้านของนายวิทย์ ซึ่งจำเป็นจะต้องให้คุณครูตามไปสอนหนังสือที่บ้านนายวิทย์ด้วย ทำให้หทัยรัตน์รู้สึกอึดอัดใจอย่างยิ่ง เพราะเกรงว่าจะต้องเจอหน้ากับนายหนึ่งที่ตัวเองแสนจะเกลียด แต่เมื่อเป็นหน้าที่ก็จำใจต้องรับปากไป ก่อนจะไประบายความอึดอัดใจให้สองพี่น้องสัทธาและสุดาฟัง ซึ่งก็ทำให้สองพี่น้องหัวเราะถูกใจที่ทั้งอนวัชและหทัยรัตน์ยิ่งเกลียดกันมากก็ยิ่งได้ใกล้ชิดกันมากขึ้นเท่านั้น ในที่สุด ม.ร.ว. ประสาทพร ก็เดินทางไปศึกษาต่อที่สหรัฐอเมริกา ซึ่งการจากไปครั้งนี้เต็มไปด้วยความห่วงใย เพราะนอกจากจะห่วงน้องสาวผู้พิการแล้ว ก็ยังห่วงว่าหทัยรัตน์ที่ตัวเองหลงรักนั้น จะมีชายอื่นเข้ามายุ่งเกี่ยวภายในเวลาสองปีที่เขาจากไปหรือเปล่า แต่เขาก็ตั้งใจว่าจะติดต่อกับเธออย่างสม่ำเสมอ โดยไม่รู้ว่าหัวใจของหญิงสาวไม่ได้มีใจคิดกับเขาเป็นอื่นนอกจากนายจ้างกับลูกจ้างเท่านั้น แม้ปากจะบอกว่าไม่รัก แถมเกลียดด้วยซ้ำ แต่อนวัชก็ยังตามตอแยกวนโมโห เฝ้าต่อล้อต่อเถียงยุ่งเกี่ยวกับหทัยรัตน์ระหว่างที่มาสอนหนังสือคุณหญิงที่บ้านแทบทุกวัน ซึ่งต่างคนต่างยังถือทิฐิใส่กัน พินิจมาหาอนวัชที่บ้าน ได้พบกันหทัยรัตน์ รู้สึกดีใจมาก พยายามจะสานสัมพันธ์เดิม แต่หทัยรัตน์ให้ได้เพียงความเป็นเพื่อนเท่านั้น ทำให้พินิจน้อยใจและเสียใจกลับไป

คุณหญิงกรกนกป่วยกระทันหัน มีไข้นอนซม หทัยรัตน์จึงไปเยี่ยมเยียนทุกวันจนคุณหญิงอาการดีขึ้น แต่คุณหมอประสงค์ที่รักษาแนะนำให้พาคุณหญิงไปพักผ่อนต่างจังหวัด เพื่อให้สุขภาพกายและใจดียิ่งขึ้น นายวิทย์จึงเอ่ยปากชวนหทัยรัตน์ให้ไปเป็นเพื่อนคุณหญิงพักผ่อนที่บ้านพักที่หัวหินเป็นเวลาสองสัปดาห์ ซึ่งการไปพักผ่อนครั้งนี้นอกจากนายวิทย์ นายอนวัช คุณหญิงกับพี่เลี้ยง และคุณครูแล้ว ยังมีคุณหมอประสงค์ คุณนายสีสุกกับลูก รวมทั้งสัทธาและสุดา สองศรีพี่น้อง ไปกันเป็นขบวนใหญ่ คุณหมอประสงค์พูดคุยสนิทสนมกับหทัยรัตน์ ทำให้อนวัชหงุดหงิดใจอย่างยิ่ง อีกทั้งเมื่อเห็นจดหมายของคุณชายประสาทพรที่ส่งมาถึงหทัยรัตน์ ก็ยิ่งไม่พอใจยิ่งขึ้น โดยไม่รู้สาเหตุ ประกอบกับพินิจก็ตามมาหาหทัยรัตน์ด้วยความรัก ทำให้อนวัชหมั่นไส้ยิ่งนัก ทั้งอนวัชและหทัยรัตน์ยังเป็นศัตรูคู่อาฆาตตลอดเวลาที่อยู่หัวหิน

แล้วเย็นวันหนึ่งขณะที่ทุกคนเล่นน้ำทะเล มีการว่ายน้ำแข่งกัน และด้วยความอยากเอาชนะกันและกันของหทัยรัตน์และอนวัช เป็นเหตุให้หทัยรัตน์เกือบจะจมน้ำ ดีที่อนวัชว่ายน้ำไปช่วยไว้ได้ทัน หทัยรัตน์ฟื้นขึ้นมารู้ว่าใครช่วยชีวิต ก็ยังวางฟอร์ม แต่เมื่อมีโอกาสเธอได้ขอบคุณเขา แต่เขาก็ยังวางฟอร์มเหมือนกัน ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไม่ได้มีอะไรดีขึ้น ยิ่งเมื่อแม่ลูกสีสุกกับส่องแสงเดินทางมาถึง ความวุ่นวายก็มีอยู่ตลอดจนหลายคนหงุดหงิดไปตาม ๆ กัน ต่างคนต่างเร่งให้ถึงกำหนดกลับเร็วยิ่งขึ้น

กลับถึงกรุงเทพฯ ได้ไม่นานหมอประสงค์ก็บอกข่าวแต่งงานกับเจ้าสาวชื่ออุรา อนวัชคิดว่าหทัยรัตน์จะผิดหวังเมื่อรู้ข่าว แล้วก็ต้องแปลกใจที่เธอไม่ได้รู้สึกพิเศษอะไรกับหมอประสงค์เลย แล้วในงานแต่งอนวัชก็รู้ว่าหทัยรัตน์เป็นเพื่อนสนิทกับอุราเจ้าสาว จึงรู้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เป็นอย่างดี อนวัชโมโหที่ปล่อยให้เขาเข้าใจผิดไปฝ่ายเดียว ก็เลยปล้ำจูบหทัยรัตน์เมื่อไปส่งที่บ้าน หทัยรัตน์โกรธมากได้ตบหน้าเขากลับ แล้วพูดจาด่าว่าด้วยความโกรธจัด แต่อนวัชกลับสะใจที่ครั้งนี้เขาเป็นฝ่ายชนะหญิงสาว อนวัชยังตามตอแยหญิงสาวด้วยการยื่นข้อเสนอขอแต่งงานด้วย แต่หทัยรัตน์ปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย ยืนยันว่าไม่เคยคิดจะรักเขา มีแต่ความเกลียดชังที่มอบให้ ทำให้อนวัชยิ่งโมโห หมายมั่นว่าจะต้องเอาชนะหญิงสาวและขอแต่งงานกับเธอให้ได้

พินิจยังไม่เลิกรักหทัยรัตน์ มาที่บ้านและสารภาพรักพร้อมขอแต่งงานกับหทัยรัตน์ หทัยรัตน์ไม่อยากให้เขามีความหวังอีก จึงพูดตัดบทว่ามีคนรักอยู่แล้ว ซึ่งขณะนี้เขาอยู่ไกลบ้าน ทำให้พินิจเข้าใจว่าคนรักของเธอคือคุณชายประสาทพร ดังนั้นเมื่อกลับถึงบ้านพินิจเอาแต่เศร้าซึม กินไม่ได้นอนไม่หลับ เมื่ออนวัชไปเยี่ยมพินิจก็บอกให้รู้ว่าหทัยรัตน์รักกับคุณชาย ทำเอาอนวัชหงุดหงิดใจยิ่งนัก แต่ก็ยังปากแข็ง คุณนายนวลบังคับให้พินิจหมั้งกับจำปีลูกสาวคุณนายลำเจียกเศรษฐีนีเพื่อนของเธอ แต่พินิจยังบ่ายเบี่ยงเธอก็เลยไปหาหทัยรัตน์ พูดจาดูถูกดูแคลนไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับลูกชาย หทัยรัตน์โมโหจึงพูดจาตอกกลับจนคุณนายนวลหน้าหงาย

ทางด้านพินิจยอมเป็นหุ่นเชิดของแม่เพราะรู้ว่าตัวเองป่วยเป็นมะเร็งที่ปอด จะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน ก็เลยยอมตามใจแม่หมั้นกับจำปี พร้อมกำหนดวันแต่งงานอย่างเร่งด่วน แต่ยังไม่ถึงวันแต่งพินิจก็ป่วยหนัก พร่ำเพ้ออยากเจอหน้าหทัยรัตน์เป็นครั้งสุดท้าย พินัยจึงไปขอร้องให้อนวัชพาหทัยรัตน์มาเยี่ยม อนวัชชวนหทัยรัตน์ไปเยี่ยมพินิจที่ไร่พนัสพงษ์ แต่หทัยรัตน์เห็นว่าเย็นมากแล้วจึงไม่ยอมไป อนวัชจึงบังคับพาตัวไป แต่พอไปถึงไร่ก็สวนทางกับพินิจ ซึ่งป่วยหนักถูกนำส่งโรงพยาบาลในกรุงเพทฯ อย่างกระทันหัน อนวัชจะขับรถกลับกรุงเทพฯ ทันที แต่รถเสียกลางทางจึงต้องอยู่ค้างคืนที่ไร่ และทราบข่าวว่าพินิจเสียชีวิตในคืนนั้นเอง

เมื่อกลับถึงกรุงเทพฯ จึงโดนทั้งพ่อและคุณสุทธิ์ คุณทิพย์รุมตำหนิที่พาหลานสาวไปค้างอ้างแรมกันสองต่อสอง อนวัชยอมรับผิดทุกอย่าง นายวิทย์จึงปรึกษากับครอบครัวเดือนประดับ ตัดสินใจให้อนวัชหมั้นกับหทัยรัตน์ ตอนแรกหทัยรัตน์ยืนยันปฏิเสธเสียงแข็งแต่สุดท้าย เห็นแก่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย จะต้องผิดใจกันเพราะเธอ ปุ้มจึงยอมรับหมั้น อีกทั้ง ต้องการเอาชนะสองแม่ลูกคือคุณนายสีสุกและส่องแสงที่พูดจาดูถูก เธอจึงตัดสินใจรับหมั้นอนวัช แต่ก็หวังว่าจะสามารถถอนหมั้นได้เมื่อข่าวต่าง ๆ จางหายไป คุณชายประสาทพรกลับกรุงเทพฯ พร้อมทราบข่าวการหมั้นของทั้งคู่ รู้สึกผิดหวังมาก แต่หทัยรัตน์ได้ขี้แจงให้ทราบถึงความจำเป็นที่ต้องหมั้น ทำให้คุณชายรู้สึกดีขึ้น และตั้งใจว่าจะเอาชนะใจของเธอให้ได้ แป้นดีใจมากที่ได้เจอคุณชายประสาทพร ความรัก ความผูกพันเกิดขึ้นในใจอย่างเลี่ยงไม่ได้ ปุ๊พบจดหมายที่แป้นเขียนติดต่อกับคุณชายประสาทพร เริ่มสงสัยในความสัมพันธ์ของทั้งสองคน ส่องแสงยังคงเฝ้าวนเวียนอยู่ใกล้ตัวหนึ่งไม่ห่าง ซ้ำยังยุให้ประสาทพร ขอปุ้มแต่งงานอีกด้วย ทำให้ทั้งปุ้มและหนึ่ง ต่างหึงหวงกันอย่างไม่รู้ตัว นวลรู้ในที่สุดว่าหนึ่งหมั้นแล้ว ดุด่าพรรณีเป็นการใหญ่เรื่องที่แอบอ้างเอาตัวหนึ่งมาเป็นเกราะกำบัง ที่แท้ ไปควงอยู่กับปุ๊ พรรณีรู้สึกผิดต่อแม่มาก

วิทย์อยากให้หนึ่ง แต่งงานกับปุ้ม หนึ่งแอบดีใจ แต่ก็ลำบากใจเพราะรู้ว่า ยังไม่สามารถทำให้ปุ้มรับรักเขาได้ ยิ่งเมื่อเขาเห็นประสาทพร เขียนจดหมายขอแต่งงานกับปุ้มด้วยแล้ว ยิ่งทำให้หนึ่งหมดหวัง ถึงแม้ปุ้มจะยังไม่ได้ตอบรับ แต่ในจดหมายก็บอกชัดเจน ว่าปุ้มจะไม่ยอมแต่งงานกับเขาแน่นอน หนึ่งเสียใจ และทำใจไม่ได้ เขาลางานไม่มีกำหนด ขึ้นไปอยู่บ้านพักที่เชียงใหม่ พร้อมทั้งฝากจดหมายประสาทพรไปให้ปุ้ม เขียนบอกถึงการให้อิสรภาพกับปุ้ม หากปุ้มต้องการแต่งงานกับประสาทพร แต่หนึ่งยืนยันในท้ายจดหมายหนักแน่น ว่ารักปุ้มเพียงคนเดียวเท่านั้น ปุ้มได้อ่านจดหมายก็นึกหวั่นไหว แต่เธอก็ไม่สามารถพบหน้ากับหนึ่งได้อีก หนึ่งกินเหล้าเมามายทุกวัน จนปุ๊เป็นห่วง ตามไปดูที่เชียงใหม่ แล้วหนึ่ง ก็ขับรถประสบอุบัติเหตุในคืนหนึ่ง ปุ๊ โทรมาบอกแป้น วิทย์สุทธิ์ ทิพย์ รวมทั้งแป้น กับปุ้ม ว่าหนึ่งอาการสาหัสมาก รุ่งขึ้น ทุกคนจึงรีบตามไปเยี่ยมหนึ่งที่เชียงมใหม่ ยกเว้นแป้น ที่ต้องเคลียร์งานทางกรุงเทพฯก่อน

ประสาทพรสงสัยในความสัมพันธ์ ของหนึ่งกับปุ้ม จึงไปถามแป้น แป้นจึงตอบไปตามตรงว่า ปุ้มกับหนึ่งน่าจะรักกัน แต่ต่างไม่ยอมรับในหัวใจตนเอง ประสาทพร โกรธที่แป้นไม่เคยบอกตน ทำให้ประสาทพรโกรธแป้น แป้นเสียใจมาก เพราะเธอเองก็ไม่อาจบอกประสาทพรได้เช่นกัน ว่า แอบชอบเขาอยู่ หนึ่งอาการไม่สาหัส เท่าที่ปุ๊ บอกกับทุกคน แต่ปุ๊ กับหมอประสงค์ รวมถึงหนึ่ง วางแผน จะให้ปุ้ม สารภาพรักกับหนึ่ง และยอมแต่งงานกับหนึ่งให้ได้ในที่สุด หนึ่งทำทีว่าเจ็บปางตาย ทั้งเดินไม่ได้ ทั้งหน้าเสียโฉม จนปุ้มอดเป็นห่วงไม่ได้ ส่วนปุ๊ ก็สารภาพความจริงกับวิทย์ ทิพย์ สุทธิ์ จนทุกคนหมดห่วง และกลับไปกรุงเทพฯในวันรุ่งขึ้น

ส่องแสงใช้เวลาช่วงที่หนึ่งไม่อยู่ ออกเที่ยวเตร่กับรวยแทบทุกคืน รวยทุ่มเททั้งเงินทอง ความสุขสบายให้กับส่องแสง และในคืนหนึ่งที่ส่องแสงเมามาย รวยก็อดใจไม่ไหว มีความสัมพันธ์กับส่องแสงในคืนนั้นเอง แต่ส่องแสงยังไม่ยอมหยุดแค่นั้น เขาตามไปหาหนึ่งที่เชียงใหม่ เมื่อได้เห็นสภาพของหนึ่ง ส่องแสงถึงกับรับไม่ได้ พูดตัดเยื่อใยกับหนึ่ง บอกว่าจะแต่งงานกับรวยให้เร็วที่สุด ปุ้มแอบสงสารหนึ่ง โดยที่ไม่รู้ว่า หนึ่งนั้นดีใจเป็นที่สุด พรรณีไม่อยากให้นวล ผู้เป็นแม่เสียใจ จึงบอกเลิกกับปุ๊ นวลเตรียมจัดงานแต่งงานให้พรรณีกับผู้ชายอื่น สุดท้ายพรรณีทำใจไม่ได้ จึงประกาศกลางตลาด ต่อหน้าแม่ และปุ๊ ว่าเธอมีความสัมพันธ์กับปุ๊แล้ว นวลจึงจำใจให้ปุ๊ พาผู้ใหญ่มาสู่ขอ สุทธิ์ กับทิพย์ ขนเงิน และทอง มาเป็นสินสอดทองหมั้นให้นวล กับพรรณี จนนวลตาโต ยินดีจะให้จัดงานแต่งงานเร็วที่สุด สร้างความดีใจให้กับพรรณีและปุ๊มาก

หนึ่งสวมบทบาทคนป่วยได้อย่างแนบเนียน เขามีความสุขมากที่มีปุ้มอยู่ใกล้ ๆ ได้รู้ว่าปุ้มนั้นรักเขาอย่างจริงใจ ถึงแม้จะไม่ได้พูดออกมา หนึ่งแกล้งเจ็บ แกล้งทำทีจะฆ่าตัวตาย แต่ปุ้มก็ยังไม่ยอมบอกรัก จนเขาเริ่มท้อใจ ส่วนส่องแสงก็เตรียมตัวแต่งงานอย่างใหญ่โต แต่แล้วรวยก็มาถูกจับข้อหาค้ายาเสพติดเสียก่อน ส่องแสงหมดหนทาง กลับไปหาหนึ่ง ไล่ให้ปุ้มไปจากชีวิตหนึ่ง แต่ปุ้มยืนยัน ว่ารักหนึ่ง และจะอยู่เคียงข้างหนึ่งตลอดไป หนึ่งได้ยินดีใจมาก บอกให้ส่องแสงกลับไปกรุงเทพฯเสีย เพราะอย่างไร เขาก็จะแต่งงานกับปุ้มคนเดียว ส่องแสงตัดพ้อหนึ่ง ต่อว่าหนึ่งกับปุ้มอย่างเสียหาย แล้วจากไปอย่างคนที่ไม่มีอะไรเหลือเลย

กนกพร บ่นคิดถึงแป้น เพราะช่วงที่แป้นมาสอนหนังสือแทนปุ้ม เธอเริ่มสนิทสนมกับแป้น และพูดถึงแป้น ว่ามีอะไรเหมือนประสาทพรหลายอย่าง ประสาทพรเองก็เริ่มคิดถึงเรื่องราวต่าง ๆ ช่วงที่ได้อยู่กับแป้น และเริ่มรู้ใจตนเอง ว่าคนที่อยู่เคียงข้างเขาตลอดมา แต่กลับมองข้ามไปก็คือแป้นนั่นเอง ประสาทพรเดินทางไปเยี่ยมหนึ่ง และได้รับคำยืนยัน ว่าหนึ่งรักปุ้ม ประสาทพร จึงพูดจาเตือนสติ ให้ปุ้ม ยอมรับความรักในหัวใจตนเอง ก่อนที่เสียทุกอย่างไป เหมือนที่เขาเพิ่งรู้หัวใจตนเอง ว่ารักและผูกพันกับแป้นมากมาย ประสาทพร ขอให้แป้นเป็นครูของกนกพร และเป็นคนพิเศษ ของเขาตลอดไป แป้นตอบรับอย่างมีความสุข

หนึ่งเปิดเผยความจริงเรื่องที่ตนเองไม่ได้ป่วยหนักอย่างที่เห็น ทั้งหน้าตายังหล่อเหลา ขายังเดินได้เหมือนเดิม ปุ้มโกรธจัดที่ถูกหลอก จะหนีกลับกรุงเทพฯ แต่หนึ่งตามไปได้ทัน คุกเข่า สารภาพรักกับปุ้ม และขอปุ้มแต่งงานในที่สุด ปุ้มยอมลดทิฐิ และยอมรักว่ารักหนึ่งเช่นกัน ยินดีจะแต่งงานกับหนึ่งด้วยความเต็มใจ ทั้งสองจึงได้ครองคู่กันในที่สุดติดตามชมละคร หนึ่งในทรวง ได้ทุกวัน เวลา 20.30 น. ทางช่อง 3

ดาวเรือง
ดาวเรือง

Dao Rueang

255611 ตอน
ช่อง:ช่อง 3 เอชดี
เริ่มออกอากาศ:12 กรกฎาคม 2556

“จินตวัฒน์ หรือ จิ๋น” ปลัดหนุ่มไฟแรง ลูกของ “จันทรา” และพี่ชายของ “จุลมณี หรือ โจ๋ง” ถูกส่งตัวไปเป็นปลัดที่ต่างจังหวัด ด้วยความที่เรียนจบใหม่จึงไฟแรง บอกกับจันทราว่าหมายมั่นปั้นมือจะไปพัฒนาหมู่บ้าน ด้วยกำลังและวิชาที่ได้ร่ำเรียนมา โดยหารู้ไม่ว่าส่งที่จะเจอภายหน้านั้น ไม่ว่าจะพลกตำราจากสถาบันไหน ก็หาได้แก้ไขเรื่องราวอันวุ่นวายของหมู่บ้านนี้ได้ นายกำจร เป็นคนขับรถอาสาพาสาพาปลัดหนุ่มหน้าละอ่อน ไปเยี่ยมชมหมู่บ้านจนทั่ว ไม่ว่าจะเป็นบ้านกำนัน หรือบ้านผู้ใหญ่ผันที่วันๆ นอกจากจะตีไก่แล้ว ยังต้องดูแลเมีย ณ ตอนนี้ ที่มีอยู่ถึงเก้าคน เป็นอันว่าทุกข์ร้อนของชาวบ้านไม่ต้องสนใจ แค่เรื่องในมุ้งก็ยุ่งพอทน ผู้ใหญ่มีลูกชายอยู่หนึ่งคนชื่อว่า “นายสุวรรณมาลี หรือ วรรณ” ออกจากกองปราบ (ศรัตรูพืช) มาเป็นนายร้อย (กองควาย) รับจ้างตามหาควายหายหรือไม่ก็โขมยควายเสียเอง เรื่องราวแปลกๆ ของหมู่บ้านนี้ยังไม่มีเท่านั้น นายกำจรยังบอกอีกว่า หากจินตวัฒน์ต้องการจะพัฒนาหมู่บ้านนี้ ทางที่ดีต้องพัฒนาบ้านไอ้เรืองก่อน “ดาวเรือง หรือ ไอ้เรือง” หากินสารพัดเพื่อเลี้ยงดู บานชื่นผู้เป็นแม่ และส่งเสียพี่ชายคนเดียว “พฤกษ์” ที่ร่ำเรียนจนใกล้จบผู้พิพากษาในเร็ววันนี้ เมื่อนายกำจรพาจินตวัฒน์มาร้านกาแฟและได้พบหน้าตาของไอ้เรืองก็ถึงกับงง กิติศัพท์ที่ว่ามันชอบต้มเหล้าเถื่อน จนถูก “จ่าแม่น เก่งหมุด” ไล่ตามจับเสียหลายครั้ง จนไอ้เรืองเรียกว่าจ่าแม่น เก่งมุด ซี่งมันก็หนีรอดไปได้ทุกทีไหนจะเรื่องการพนัน ทั้งไพ่ ไฮโลว์ ถั่งโป สารพัด รวมอยู่ในตัวของเด็กสาสวตัวเล็กๆ คนนี้น่ะ หรือ จินตวัฒน์ระวังท่าทีอยู่เสมอในการพบกันครั้งแรกกับไอ้เรือง เพราะไม่แน่ใจในคำโพนทะนาของนายกำจร ว่าจริงเจอย่างไร จนทำให้ไอ้เรืองนึกขันในใจว่าผู้ชายคนนี้น่ะหรือที่จะมาเป็นปลัดคนใหม่ ไอ้เรืองเลยตกลงปลงใจเรียกปลัดหน้าใหม่จอมแหยคนนี้ว่า ปลัดหน้าขี้ไก่ อิทธิพลของไอ้เรืองแผ่ไปทั่วหมู่บ้าน เพราะนอกจากมันจะเก่งกล้า ฉลาด มีไหวพริบสารพัด ที่สำคัญมันยังเป็นขวัญใจของไอ้วรรณ ลูกผู้ใหญ่ผัน ถึงขนาดไอ้วรรณประกาศห้ามใครห้ามแตะต้องไอ้เรืองเด็ดขาด เพราะมันหลงรักไอ้เรืงตั้งแต่เรียนประถม แต่จนบัดนี้ขาอ่อนไอ้เรืองสักนิด ไอ้วรรณก็ไม่เคยได้เห็น ซ้ำร้ายไอ้เรืองกับไอ้วรรณ ยังเป็นคู่แข่งเรื่องขายเหล้าเถื่อนกันอีกต่างหาก จินตวัฒน์หาทางจับไอ้เรืองต้มเหล้าเถื่อนให้ได้ แต่สุดท้าย นอกจากจินตวัฒน์จะถูกไอ้เรืองตีหัวจนแตกแล้ว ไอ้เรืองยังแบกไหเหล้านีหายไปกับ “ไอ้เพี้ยน” สมุนมือหนึ่งของไอ้เรือง ต่อหน้าจินตวัฒน์อีกด้วย จินตวัฒน์ เริ่มกิจกรรมพัฒนาหมู่บ้านด้วยการจัดงานวัด โดยให้ชาวบ้านช่วยกันสร้างสะพาน และขนดินเข้ามาสร้างถนนเข้าวัด ซึ่งการละเล่นต่างๆ ภายในงานก็ยังหนีไม่พ้นการพนันขันต่อเหมือนเดิม ไอ้เรืองกับไอ้วรรณ พนันกันเรื่องแข่งขี่ม้า หกไอ้เรืองชนะนอกจากได้เงินหนึ่งพันบาทแล้ว ไอ้วรรณยังต้องให้ไอ้เรืองขี่คอแห่ทั่วหมู่บ้านอีกต่างหาก หากไอ้เรืองแพ้ต้องให้ไอ้วรรณหอมหนึ่งที การแข่งขันขี่ม้าของไอ้วรรณกับไอ้เรือง มีชาวบ้านแห่มาดูกันแน่นวัด โดยมี “แม่บานชื่น” ตั้งตัวเป็นเจ้ามือคอยรับแทงพนันกันอย่างเปิดเผย ผลสุดท้ายไอ้เรืองเป็นผู้กำชัยชนะแรกทีเดียวไอ้วรรณทั้งเสียใจ เสียเงิน และเสียหน้า แต่พอนึกได้ว่าจะมีโอกาสใกล้ชิดโดยให้ไอ้เรืองขี่คอรอบหมู่บ้านมันก็ถึงกับหายเศร้า เพราะงานนี้แหละมันจะได้เห็นขาอ่อนไอ้เรืองสักทีจินตวัฒน์ไม่ชอบใจนักที่ไอ้เรืองเสียเปรียบไอ้วรรณในข้อนี้ สุด้ายไอ้เรืองจึงให้แม่บานชื่นขี่คอไอ้วรรณแทน สร้างความผิดหวังให้กับไอ้วรรณเป็นอย่างมาก ไอ้วรรณคิดแก้แค้นไอ้เรือง ด้วยการไปหาฤกษ์กับอดีต “หลวงตาคง” พี่ชายแท้ๆ ของผู้ใหญ่ผันที่ศึกออกมาจากผ้าเหลืองแล้วตั้งตนเป็นพ่อหมอประจำหมู่บ้าน เพื่อฉุดไอ้เรือง เรื่องจึงึงหูไอ้เรืองจนได้ สุด้ายคนที่ไอ้วรรณจับใส่กระสอบ หวังจะได้เข้าห้องหอด้วย ก็เลยเป็น “แม่ไหว” หมอตำแยประจำหมู่บ้านที่อายุรุ่นราวคราวแม่ไอ้วรรณนั่นเองตามแผนของไอ้เรือง ไอ้วรรณคิดไม่ตกเรื่องแม่ไหว สุดท้ายจึงหลอกผุ้ใหญ่ผันมาเข้าห้องหอแทน เป้นอันว่าสมญานามผู้ใหญ่ผันเมียสิบ ก็มาได้ด้วยเหตุอันนี้เอง ไอ้เรืองยังหาทางแก้แค้นไอ้วรรณไม่เลิก เรื่องที่วางแผนจะฉุดตน จึงชวนจิตวัฒน์ไปเผาไร่กัญชาของไอ้วรรณ ขากลับนอกจากต้องว่งหนีลูกปืนของลูกน้องไอ้วรรณแล้วไอ้เรืองยังแหย่เอารูงูจงอางเข้าจนไอ้เรืองกับจินตวัฒน์ต้องโกยกันแทบไม่ทัน จินตวัฒน์รู้สึกสนุกไม่น้อยที่ได้เรียนรู้วิถีชีวิตของชาวบ้าน รวมทั้งแง่คิดของไอเรืองมากขึ้น เขาเริ่มเอ้นดูไอ้เรืองทีละนิด ทั้งยังอดคิดไม่ได้ว่า หากน้องสาวของเขาได้มาพบกับไอ้เรือง ต้องมาสมัครเป้นลูกน้องต้มเหล้าเถื่อนขายด้วยกันแน่แท้ กำนันเทิ้มถูกงูกัดตายอย่างกระทันหัน เหตุนี้เองจึงต้องมีการเลือกตั้งกำนันขึ้นมาใหม่ ไอ้วรรณเดินเครื่องสนับสนุนผุ้เป็นพ่ออย่างเต็มที่ เพื่อที่จะได้เป้นกำนัน ส่วนไอ้เรืองก็ถือหางอดีตหลวงตาคง พี่ชายร่วมสายเลือดเดียวกับผู้ใหญ่ ขึ้นเป็นคู่แข่งในการเลือกตั้ง ไอ้วรรณต้องใช้เงินจำนวนมากในการจัดงานทั้งฉายหนัง มีดนตรี เพื่อหาเยงให้พ่อ ส่วนไอ้เรืองก็ใช้กลยุทธ์การเป็นนักเทศน์เก่าของหลวงตาคง หาเสียงแบบเงียบๆ เรียกคะแนนสงสารได้ไม่น้อย ไอ้เรืองตุผลกับจินตวัฒน์ในการส่งหลวงตาคงเป็นคู่แข่ง ว่าถึงแม้จะแพ้คะแนนผุ้ใหญ่ผัน แต่ก็อยากให้มีคนมาทัดทานอำนาจของผู้ใหญ่ผันเอาไว้บ้าง เพราะหากผู้ใหญ่ผันได้เป็นกำนันแล้วเอ้อประโยชน์ให้กับบรรดาญาติๆ ของเมียทั้งสิบคน มีหรือความสุขสบายจะตกถึงมือลูกบ้าน ไอ้เรืองจึงออกอุบายเรื่องทรงเจ้าเข้าผีให้ผุ้ใหญ่ผันสาบานว่า หากได้เป้นกำนันจะไม่โกงกิน มเช่นนั้นจะต้องมีอันเป็นไป ในสามวันเจ็ดวัน จินตวัฒน์ทึ่งไม่น้อยในความคิดความอ่านของไอ้เรือง ว่าความเฉลียวฉลาดนั้นไม่มีใครเกิน ซึ่งสุดท้ายผู้ใหญ่ผันก็ได้เลื่อนขั้นเป็นกำนันผัน ดังความฝันของไอ้วรรณ ลูกกำนันผันเมียสิบ ไอ้เรืองเริ่มแวะเวียนมาหาปลัดบ่อยขึ้น ทั้งี่ทงานและที่บ้าน ทั้งที่ทำงานและที่บ้าน เสมือนปลัดเป้นเพื่อนเล่คนหนึ่ง ถึงแม้ไอ้เรืองจะเร่มจับสังเกตุได้ว่าแววตาที่จินตวัฒน์มองมานั้น มีความในอะไรอยู่ลึกๆ แต่ไอ้เรืองก็ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ซ้ยังกระซิปบอกปลัดอีกว่า พวกตัดไม้ทำลายป่า กำลังเลื่อยไม้อยู่ในป่าทั้งวันทั้งคืน แต่ตนไม่สามารถเป้นกำลังให้ปลัดได้ในงานนี้ เหตุเพราะว่าไอ้เรืองรู้จักดีอยู่กับพวกคนขับรถลากซุง จึงแนะให้ปลัดไปขอความช่วยเหลอจากไอ้วรรณ เพราะมันมีลูกน้องเยอะและชำนาญทางในป่าเป็นอย่างดี ด้วยเหตุนี้เองอีกไม่กี่วันต่อมา จินตวัฒน์ ไอ้วรรณพร้มด้วยลูกสมุน จ่าแม่น นายอำเภอ ผู้กำกับ พร้อมด้วยตำรวจอีกมาก จึงเดนทางเข้าป่าตามคแนะนำขอไอ้เรือง เพื่อไปจับพวกค้าไม้ ไอ้เรืองนั่งแทบไม่ติด เพราะงานนี้ตัวเองไม่ได้เป็นแกนนำเหมือนดั่งเคย แมม่บานชื่นไม่เข้าใจว่าที่ไอ้เรืองกระวนกระวายนั้น ห่วงไอ้วรรณจะพลาดพลั้งถูกยิง เพราะตัวนั้นแนะนำให้ไอ้วรรณนำทีมทุกคนไป รือว่าห่วงปลัดหย้าขี้ไก่ของไอ้เรืองกันแน่ ผลสุดท้ายก็คอมีการปะทะกันในป่าอย่างดุเดือด จนข่าวหนังสือพิมพ์ลงกันให้ครึกโครม พวกคนร้ายถูกตำรวจจับได้ในที่สุด จินตวัฒน์ถูกยงแค่เฉียดไป แต่กระนั้น ไอ้เรืองก็รู้สึกผิดไม่น้อย เพราะครั้งที่แล้วก็ตีหัวจินตวัฒน์แตก มาครั้งนี้ยังส่งตัวปลัดไปเสี่ยงอีก ส่วนไอ้วรรณก็เช่นกัน ต้องไปหยอดน้ข้าวต้มเสียที่โรงพยาบาลหลายวัน แต่พอไอเรืองลงทุนไปเยี่ยมไอ้วรรณที่โรงพยาบาลเท่านั้น ก็ทำเอาไอ้วรรณปลื้มเสียจนลืมตาย คุยฟุ้งปั้งโรงพยาบาลว่าไอ้เรืองเป้นแฟนมาเยี่ยม “พฤกษ์” เรียนจบกลับมาบ้าน บานชื่นกับไอ้เรืองดีใจไม่น้อย แต่พฤกษ์เองกลับเสียใจที่ปล่อยให้ไอ้เรืองต้องกลายเป็นนักเลงหัวไม้ ทำเรื่องผิดกฎหมายอยู่หลายประเภท เพื่อหาเงนส่งเสียเขาจนเรียนจบ พฤกษ์จึงขอร้องให้ไอ้เรือง เลิกทำตัวแบบนี้แล้วไปเรียนต่อสักที แถมพฤกษ์นั้นก็รู้จักกับจินตวัฒน์ เหตุที่พฤกษ์เป้นนักเรียนรุ่นน้องอขงจินตวัฒน์นั่นเอง พวกคนงานในป่ามี่หลุดรอดไป ด้อมๆ มองๆ ที่บ้านปลัดอยู่หลายวัน จนไอ้เรืองเริ่มสังเกตุได้ว่าจินตวัฒน์จะมีภัย จึงไปเตือนจินตวัฒน์ที่บ้านพัก พร้อมทั้งชวนไอ้วรรณหนีออกจากโรงพยาบาลเพื่อคุ้มกันปลัด แล้วคืนนั้นคนร้ายก็ลมือจริงๆ ไอ้เรืองกับไอ้วรรณช่วยจินตวัฒน์ยิงคนร้ายเสียหมอบ แถมยังซัดอดไปถึงหัวหน้าแก๊งค์รวบจับได้ทั้งทีม โดยความดีความชอบครั้งนี้ไอ้เรืองยกให้ไอ้วรรณรับไปเต็มๆ เพราะตนเองนั้นไม่อยากเปิดเผยตัว สุดท้ายนายอำเภอกับผู้กำกับบอกความลับให้จินตวัฒน์ได้รู้ว่า ดาวเรืองนั้นเป็นสายของตำรวจ เหตุที่จ่าแม่น เก่งมุด แกล้งทำเป็นจับไอ้เรืองขึ้นโรงพักนั้น ก็เพื่อต้องการนำตัวไอ้เรืองมาที่โรงพัก แล้วคุยเรื่องงานสายลับต่างหาก จินตวัฒน์รุ้สึกว่าตัวเองนั้นรู้ไม่เท่าทันดาวเรืองสักที งานนี้ก็เช่นกันไอ้เรืองหวังจะให้จินตวัฒน์เข้าไปจับผู้ร้ายในป่าเพื่อให้เขาได้ความดีความชอบในการทำงานนั่นเอง จินตวัฒน์ตามไปถามความจริงทุกอย่างด้วยตนเองกับไอ้เรือง ซ้ำยังบอกอีกว่าจะให้ตนเองบวชหรือแต่งงานก่อน เป็นคำถามหยั่งเชิงกับไอ้เรือง ซึ่งไอ้เรืองก็ทำเป็นไม่รับรู้ในสิ่งที่ได้ยิน เรื่องหัวใจของไอ้เรืองกับจินตวัฒน์ยังคาราคาซัง ไอ้วรรณก็ขอร้องให้ปลัดตอบแทนคุณงามความดีเรื่องที่ช่วยชีวิตพร้อมทั้งพาไปจับผู้ร้าย ด้วยการให้ปลัดเป็นผู้ใหญ่ไปสู่ขอไอ้เรือง นอกจากจินตวัฒน์จะอึ่งกิมกี่ไป ไอ้เรืองก็ผิดหวังเช่นกัน ด้วยความโกรธ ไอ้เรืองจึงบอกว่าหากพานายกมาขอได้ ก็จะยอมแต่งให้ชาติน้า ไอ้วรรณเสียอกเสียใจเพราะยังไงก็ไม่สามารถหานายกมาสู่ขอไอ้เรืองได้แน่นอน สุดท้ายจึงยอมทำใจบอกกับไอ้เรืองว่าจะขออยู่เป็นโสดไปจนตายพร้อกับไอ้เรืองนั่นเอง เหนือฟ้ายังมีฟ้า หลายเพลาผ่านไปจินตวัฒน์ก็พานายกสมาคมศพไม่มีญาติพร้อมผู้กำกับ นายอำเภอ หลวงตาคง มาสู่ขอไอ้เรือง ไอ้เรืองหมด่าเพราะตอนที่ลั่นวาจาไปนั้นไม่ได้บอกว่าเป็นนายกอะไร แถมหลวงตาคงยังบอกอีกว่า คำว่าชาติหน้านั้น คำพระถือว่า นอนหลับแล้วตื่นขึ้นมา ก็ถือว่าเป้นอีกชาติหนึ่งแล้ว สุดท้ายไอ้เรืองจึงยอมจำนนปลัดหน้าขี้ไก่ด้วยประการฉะนี้ จันทรากับโจ๋ง เตรียมตัวแทบไม่ทัน หลังจากได้รับจดหมายจากจินตวัฒน์เรื่องที่จะให้แม่ไปดูหน้าลูกสะไภ้ที่ชื่อดาวเรือง ชาวบ้านลือกันไปหลายคุ้งน้ำว่า ปลัดจินตวัฒน์ ควงสาวสวยมาโชวทั้งตลาด ซ้ำไอ้วรรณก็ยังยืนยันหนักแน่นว่าเห็นมากับตา ลมเพชรหึงขึ้นน้าไอ้เรือง ถึงขนาดร่อนไปที่บ้านปลัดพร้อมไอ้วรรณแทบไม่ทัน ครั้นรู้ว่าสาวสวยคนนั้นคือโจ๋งน้องสาวของปลัดจินตวัฒน์ ก็หน้าแตกหมอไม่รับเย็บ จันทราเกลี้ยกล่อมดาวเรืองไปอยู่กรุงเทพฯด้วยกัน หากจินตวัฒนต้องย้ายไปประจำยังจังหวัดต่างๆ โดยมีอุบายขอดาวเรือไปเป็นลูก ดาวเรืองได้ทีคิดว่าครั้งนี้รอดน้ำมือจินตวัฒน์เป้นแน่แท้จึงตกลงรับคำ เพราะคนเป็นพี่น้องจะแต่งงานกันมิได้ แต่สุดท้ายจันทราก็บอกกับบานชื่นว่า จะขอไปเป็นลูกสะไภ้นั้นแหละเป็นอันว่าไอ้เรืองเสียรู้แม่ของปลัดน้าขี้ไก่แล้วนั่นเอง ในวันแต่งงานของดาวเรือง แม่ไหวเมียสบของกำนันผันก็อาสามาเป้นเพื่อนเจ้าสาวโดยไม่ต้องเชิญ เพื่อตอบแทนบุญคุณที่ไอ้เรืองทำให้ตนนั้นได้เป็นเมียกำนันผัน ส่วนไอ้วรรณ แขกคนสำคัญก็มาทั้งน้ำตา พร้อมทั้งแจ้งตำรวจให้จับไอ้เรืองที่ใช้เหล้าเถื่อนเลี้ยงแขกในงานหวังจะให้เวลาส่งตัวเข้าหอระหว่างไอ้เรืองกับปลัดจินตวัฒน์ยืดออกไปอีก แต่ไม่ว่าจะเป็นยังไงก็ตาม วันเวลาผ่านไป ไอ้เรือง็หาทางแก้ลำปลัดหน้าขี้ไก่มันเรื่อยไป ถึงขนาดมีข่าวลือว่าปลัดที่นี่ชื่อดาวเรือง ส่วนเมียปลัดชื่อจินตวัฒน์ ที่สคัญเด็กสาวตาแป๋วี่ชื่อรุ่ง ทายาทของไอ้เรือง มีแววว่าจะเป็นผู้นำหมู่บ้านสืบสายเลือกผู้เป็นแม่อย่างแน่นอน

สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายพุฒิภัทร
สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายพุฒิภัทร

Khun Chai Pudhiphat

255610 ตอน
ช่อง:ช่อง 3 เอชดี
เริ่มออกอากาศ:3 พฤษภาคม 2556

ม.ร.ว.พุฒิภัทร จุฑาเทพ ศัลยแพทย์หนุ่มฝีมือดีผู้เชี่ยวชาญการผ่าตัดสมองที่ได้รับการยอมรับในวงการแพทย์จนมีชื่อเสียงโด่งดัง เขาครองตัวเป็นโสดอย่างมั่นคง ไม่เคยวอกแวกหรือเจ้าชู้กับใคร โดยเฉพาะม.ล.มารตีที่พยายามจะทำตัวใกล้ชิดสนิทสนมในฐานะว่าที่คู่หมั้น แต่คุณชายภัทรก็ไม่เคยคิดเกินเลยไปกว่าน้องสาวคนหนึ่ง ผู้หญิงในอุดมคติของคุณชายภัทรคือผู้หญิงที่เรียบร้อยเป็นแม่ศรีเรือนคอยปรนนิบัติสามี ไม่ใช่สาวเปรี้ยวอย่างมารตี และไม่คิดว่าจะมีสาวใดทำให้เขาเคลิบเคลิ้มไหลหลงได้ จนกระทั่งวันหนึ่งคุณชายภัทรก็ต้องเปลี่ยนความคิดเมื่อได้เจอกับกรองแก้วผู้ประกวดนางงามศรีสยามตะลึงจนตกอยู่ในภวังค์และกลายเป็นรักแรกพบแต่ภายในใจที่ร้อนรุ่มกลับปฏิเสธเพราะนึกตำหนิว่าสตรีดีๆ ที่ไหนจะใส่ชุดว่ายน้ำอวดให้ประชาชนทั้งประเทศชมเรือนร่างของตัวเอง คงเป็นเพียงผู้หญิงที่ใช้ความสวยเพื่อแลกกับเงินเป็นค่าตอบแทนเท่านั้น คุณชายจึงได้แต่พยายามปัดความรู้สึกชื่นชมยินดีออกไป แต่เส้นทางรักก็เปิดโอกาสให้พิสูจน์เมื่อกรองแก้วได้ตำแหน่งนางงามศรีสยามและเกิดตกเวทีบาดเจ็บสาหัส คุณชายภัทรจึงถูกตามตัวให้ไปรักษานางงามคนดังโดยด่วน เมื่อทั้งคู่พบกันกรองแก้วกลับกลายเป็นนางงามที่เอาแต่ใจไม่ยอมให้เย็บแผล ทำให้คุณชายภัทรเคืองที่คนไข้ดื้อดึงอย่างไร้เหตุผล ในที่สุดคุณชายก็พาไปเย็บแผลจนสำเร็จ รุ่งเช้าอิงอรคนที่พากรองแก้วเข้าประกวดกับสุนันท์ลูกสาวรีบมารับตัวแก้วกลับ แต่แก้วกลับอิดออดไม่อยากออกจากโรงพยาบาลและแกล้งพลัดตกเตียงจนแผลที่เย็บฉีกขาดอีกครั้ง เดือดร้อนคุณชายภัทรกลับมาดูอาการและสงสัยว่าแก้วอาจมีเรื่องปิดบังเพราะทำท่าไม่อยากจะออกจากโรงพยาบาลและหาทางอยู่ต่อด้วยวิธีทำร้ายตัวเองแบบนี้ คุณชายจึงคาดคั้น แก้วก็ยังไม่บอกเพียงแต่ขอร้องให้คุณชายช่วยให้เธอได้อยู่โรงพยาบาลนี้ต่อไปอีกหนึ่งคืนเท่านั้น คุณชายภัทรจึงจำใจบอกกับทางอิงอรว่าแก้วอาจเป็นไส้ติ่งอักเสบจึงต้องอยู่ดูอาการ อิงอรจึงต้องจำยอมกลับไป ขณะอยู่โรงพยาบาลแก้วได้โทรศัพท์หากิตติผู้เป็นพ่อแต่กิตติกลับล้มลงหมดสติขณะคุยโทรศัพท์ ทำให้แก้วต้องหาทางกลับบ้านไปหาพ่อที่ป่วยเป็นเนื้องอกในสมอง คุณชายภัทรรู้เรื่องจึงอาสาพาไปส่งที่อยุธยาบ้านเกิดของแก้ว และได้รับกิตติกลับมาเป็นคนไข้รักษาตัวที่พระนคร ทำให้แก้วปลาบปลื้มใจมาก และได้เล่าความจริงที่เธอต้องแกล้งตกเวทีการประกวดและหาทางให้ตัวเองเจ็บตัวเพื่ออยู่โรงพยาบาลต่อเพราะเธอมีปัญหาชีวิตอย่างหนัก แก้วไม่มีเงินรักษาพ่อที่ป่วยหนักจึงต้องเข้าประกวดนางงามเพื่อนำเงินไปเป็นค่าผ่าตัด และเธอแอบได้ยินอิงอรผู้ส่งเข้าประกวดจะขายเธอให้กับนายพลพินิจผู้มีอิทธิพลทางทหารในขณะนี้และเป็นผู้มีกิตติศัพท์เรื่องมีอนุภรรยาเป็นนางงามมากมาย จึงอยากได้ตัวแก้วหลังจากประกวดเสร็จ แก้วไม่อยากเป็นนางบำเรอของนายพลจึงหาวิธีต่างๆ ที่จะเลี่ยงไปกับอิงอรด้วยการทำให้ตัวเองบาดเจ็บเพื่อรักษาตัวที่โรงพยาบาล คุณชายภัทรรู้ความจริงก็นึกนิยมในความกตัญญูของแก้ว และความมีศักดิ์ศรีของลูกผู้หญิงที่ไม่คิดจะสุขสบายด้วยการเอาตัวเข้าแลก เขาจึงพาแก้วไปฝากไว้กับม.ล.เกษราที่ได้แต่งงานแยกมาอยู่กับชินกรแต่ก็ยังทำกิจการขนมต่อจนเจริญรุ่งเรือง เกษรายินดีรับแก้วอยู่ด้วยถึงแม้ลึกๆ จะเกรงใจมารตีน้องสาวที่อาจจะเคืองถ้ารู้ว่าให้ความช่วยเหลือแก้วที่เป็นเสี้ยนหนามหัวใจของเธอ แต่เกษราก็ไม่มิอาจปฏิเสธคุณชายภัทรได้ ส่วนแก้วตัดสินใจเข้ารายงานตัวกับกองประกวดเพื่อปฏิบัติหน้าที่ หลังเลิกงานตอนเย็นแก้วก็กลับมาช่วยเกษราทำขนม ทำให้เกษราและแก้วสนิทสนมกันดี และยอมรับว่าแก้วเป็นคนดีไม่เหมือนอย่างที่มารตีใส่ไคล้ไว้ จนกระทั่งแก้วต้องไปงานลีลาศการกุศล อิงอรกับสุนันท์วางแผนลักพาตัวแก้วไปให้นายพลพินิจในคืนนี้ แก้วจึงถูกจับตัวไปแต่ยังดีที่คุณชายภัทรมาช่วยไว้ทัน และพาแก้วหนีไปบ้านพักตากอากาศที่หัวหินเพื่อหลบซ่อนตัว แต่การมาอยู่สองต่อสองทำให้ทั้งคู่ใกล้ชิดกัน โดยเฉพาะคุณชายภัทรรู้ใจตัวเองแน่แล้วว่าหลงรักนางงามศรีสยามจนถอนใจไม่ขึ้น ด้านอิงอรกลัวนายพลโกรธจึงใส่ร้ายคุณชายภัทรว่าเป็นคนลักพาตัวแก้วหนีไปโดยที่แก้วไม่ยินยอมและแก้วยังต้องการมาปรนนิบัติรับใช้นายพล และขอให้ออกตามหาทั้งคู่กลับมา นายพลหูเบาเชื่อตามที่อิงอรบอก แต่ก็ถูกใจสุนันท์ด้วยจึงทาบทามได้มาเป็นอนุภรรยาอีกคน คุณชายภัทรกับแก้วอยู่หัวหินอย่างมีความสุข แต่ก็ตกใจสุดขีดเมื่อเขาตื่นขึ้นมาตอนเช้า เจอกับย่าอ่อนและคุณชายรัชชานนท์กับคุณชายพีร์ที่ยืนจ้องอยู่อย่างขบขัน ทั้งหมดมาที่นี่จากการฟ้องของมารตี ย่าอ่อนโวยวายจนจะเป็นลมเมื่อเห็นหลานชายนอนกอดกับนางงามศรีสยามอยู่ริมระเบียง ทำให้คุณชายภัทรถูกคาดโทษอย่างรุนแรงว่าคบผู้หญิงต่ำศักดิ์ คุณชายภัทรปกป้องแก้วว่าไม่ได้มีอะไรเกินเลยไปกว่าที่เห็น ย่าอ่อนไม่เชื่อให้เลิกรากับแก้วทันที แต่คุณชายภัทรผู้อ่อนโยนและเคยอยู่ในกรอบอันดีงามกลับไม่ยอมทำตามและยังดื้อพาแก้วกลับพระนครอีกด้วย ย่าอ่อนเสียใจที่หลานรักต้องเสียคนเพราะผู้หญิงสกุลต่ำคนเดียว แก้วกลุ้มใจที่กลายเป็นคนทำให้คุณชายภัทรกับย่าอ่อนต้องผิดใจกันเธอจึงจะลากลับไปอยุธยา แต่คุณชายภัทรผู้มีศรรักปักอกเริ่มออกอุบายให้แก้วกับเขาแสดงบทคู่รักกำมะลอเพื่อแก้ปัญหาให้มารตีเลิกยุ่งกับเขา และนายพลพินิจจะได้ไม่ต้องการแก้วเป็นอนุภรรยาอีก เพราะเป็นที่รู้กันว่านายพลจะไม่บังคับใจใครถ้ามีคนรักอยู่แล้ว คุณชายภัทรหว่านล้อมจนแก้วยอม แต่หม่อมย่าเอียดพอรู้เรื่องนี้ถึงขั้นตัดย่าหลานถ้าคุณชายภัทรยังไม่เลิกรากับนางงามศรีสยามคนใจง่ายอีก คุณชายภัทรจึงตัดสินใจแอบพาแก้วไปจดทะเบียนสมรส แต่แก้วปฏิเสธ ในที่สุดก็เลี่ยงความหวังดีของคุณชายไม่ได้ แก้วจึงมีเงื่อนไขถ้าทุกอย่างเรียบร้อยลงตัวจะหย่ากันทันที คุณชายภัทรตกลงแต่ก็แอบน้อยใจไม่ได้ว่าแก้วไม่ได้มีความรักให้เขาเลยแม้แต่นิดเดียว ไม่ต่างกับมารตีที่กลุ้มใจเรื่องคุณชายที่หลงรักแก้วจนไม่สนใจใยดีเธอ จึงออกไปดื่มเหล้าเมามายและเจอกับนายพลพินิจจนพลาดท่าเสียทีให้กับนายพล พอมารตีรู้ความจริงก็เสียดายความสาวแต่เมื่อรู้ว่าคนที่ร่วมเตียงคือนายพลผู้ยิ่งใหญ่ก็หวังจะใช้ประโยชน์ให้กำจัดกรองแก้วจนได้ มารตีจึงยุกรองแก้วให้นายพลโดยกุเรื่องว่าแก้วอยากมารับใช้นายพล ทำให้นายพลคิดว่าคุณชายภัทรเป็นเสี้ยนหนามคอยขัดขวางไม่ให้แก้วมาหาตน มารตีจึงรีบจัดการวางแผนให้แก้วออกมาหาและหลอกว่าย่าเอียดป่วยหนักจึงรีบพากันไปเยี่ยม แต่มารตีกลับพาตัวไปที่บ้านนายพล แต่บังเอิญนายพลไม่อยู่กว่าจะกลับก็ค่ำ แก้วจึงถูกขังไว้ที่ห้องและบังคับให้เขียนจดหมายลาคุณชายภัทรกลับอยุธยาเพื่อไม่ให้สงสัยว่าแก้วหายไป คุณชายภัทรเห็นลายมือแล้วรู้สึกชอบกลเพราะยุ่งเหยิงไม่ใช่วิสัยของแก้ว เขาจึงเอะใจว่าแก้วอาจถูกลักพาตัวไปให้ท่านนายพล จึงขอร้องให้คุณชายรณพีร์กับพรรคพวกช่วยพาเข้าไปที่บ้านพักของนายพล คุณชายภัทรจึงปลอมตัวเป็นคนขับรถและช่วยแก้วออกมาจนได้ นายพลกลับมา รู้เรื่องโกรธจัดส่งคนมายิงคุณชายภัทรบาดเจ็บ ยังดีที่ไม่โดนจุดสำคัญจึงผ่าตัดรอดพ้นมาได้ แต่ก็ทำให้แก้วรู้สึกผิดว่าได้สร้างเรื่องวุ่นวายให้กับคุณชายภัทรมากมาย และตัวเองก็เป็นหญิงสาวต่ำต้อยไม่คู่ควรกับคุณชายภัทรจึงเขียนจดหมายลากลับอยุธยา ส่วนคุณชายปวรรุจทราบเรื่องก็เดินทางกลับจากสวิสฯ และพาคุณชายภัทรกับพี่น้องคนอื่นๆ ไปขอขมานายพลและใช้วาทะของนักการทูตเล่าความจริงทุกอย่าง ทำให้นายพลตาสว่างที่คิดว่าแก้วสมัครใจจะมาอยู่กับตน ที่แท้เป็นเพราะอิงอรกับมารตีคอยยุยงให้เข้าใจผิดมาตลอด นายพลจึงยกโทษให้คุณชายภัทร และจะไม่ข้องเกี่ยวกับแก้วอีก คุณชายภัทรจึงไปอยุธยาตามหาแก้วที่บ้าน ทั้งคู่ได้ปรับความเข้าใจกัน ส่วนหม่อมย่าเอียดบังเอิญรู้ความจริงจากการพลั้งเผลอของมารตีเองว่าเป็นต้นเหตุที่ทำให้แก้วถูกจับตัวไป จึงรังเกียจนิสัยมารตี และมองแก้วด้วยใจเป็นกลางมากขึ้น และเมื่อได้คลุกคลีกับแก้วระยะหนึ่งก็ทำให้รู้ชัดว่าชาติกำเนิดไม่ได้ทำให้คุณค่าของคนต่ำต้อยลงแต่การกระทำต่างหากที่ต้องนำมาพิจารณา เพราะแก้วนอกจากรูปงามแล้วยังเป็นกุลสตรีที่เพียบพร้อมด้วยกิริยามารยาทและจิตใจดี เป็นแม่ศรีเรือนที่ทำอาหารและขนมเก่งจนน่ายกย่อง ย่าเอียดจึงอนุญาตให้ทั้งคู่แต่งงานอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข

ธรณีนี่นี้ใครครอง
ธรณีนี่นี้ใครครอง

Torranee Ni Nee Krai Krong

255517 ตอน
ช่อง:ช่อง 3 เอชดี
เริ่มออกอากาศ:29 มิถุนายน 2555

อาทิจ นักศึกษาจากวิทยาลัยเกษตร เรียนจบชั้นอนุปริญญา เขาตัดสินใจไม่เรียนต่อ เพราะต้องการเปิดโอกาสให้น้อง ๆ ของตนได้เรียนบ้าง อาทิจเป็นลูกชายคนโตในครอบครัว โดยมีประวิทย์ ผู้เป็นพ่อข้าราชการชั้นผู้น้อยที่มีลูกมากถึงสิบคน แต่อาทิจไม่คิดที่จะทำงานราชการ เขาใฝ่ฝันที่จะมีที่ดินเป็นของตัวเองสักแปลง และใช้วิชาความรู้ทั้งหมดที่ได้เรียนมาให้เกิดประโยชน์ พ่อจึงส่งตัวเขากลับไปหา ย่าแดง เพื่อไถ่โทษที่ในอดีตประวิทย์ ซึ่งเป็นลูกชายคนโตจากพี่น้องยี่สิบคน ได้ขโมยเงินย่าแดงหนีออกจากบ้านเพราะไม่ต้องการทำงานหนักในไร่ ย่าแดงยินดีต้อนรับอาทิจ เพราะลูกหลานทั้งหมดต่างก็เป็นหลักเป็นฐานไปหมดแล้ว ไม่มีใครรับช่วงต่องานที่มีมหาศาลในไร่ อาทิจทำงานโดยไม่ได้รับเงินเดือน เพราะย่าแดง ได้ให้ทุนการศึกษาสำหรับน้องอาทิจ และอาทิจระลึกอยู่เสมอว่าเป็นการทำงานใช้หนี้สำหรับอดีตที่พ่อทำไว้ และปัจจุบันที่ย่าแดงให้ทุนการศึกษาน้องสาวเขาถึงสองคน อาทิจได้รับการปฏิบัติอย่างดีจากย่าแดง หลังจากที่ย่าแดงทดสอบ และไว้ใจในความมุมานะ มักน้อยของอาทิจ จึงมอบที่ดินที่ยังไม่ได้บุกเบิกให้อาทิจจำนวนหนึ่ง ทำให้อาทิจกลายเป็นหลานคนโปรดของย่าแดง ดรุณี น้องสาวคนสุดท้องของย่าแดง จึงมีศักดิ์เป็นย่าของอาทิจ แต่ไม่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดต่อย่าแดง ปักหลักเป็นไม้เบื่อไม้เมากับอาทิจ เพราะความอิจฉากลัวว่าอาทิจจะมาแย่งความรักของย่าแดงไปจากตน ด้านอาทิจก็ไม่ยอมลงให้ดรุณี ย่าแดงปวดหัวไม่น้อยเมื่อทั้งคู่ตอบโต้กันทุกครั้งที่มีโอกาส อาทิจตั้งใจทำงานพัฒนาไร่สวน ตามหลักวิชาการที่ได้เรียนมา แต่เพราะความมีอุดมการณ์ไฟแรงทำให้พลาดจนได้ อาทิจขุดหน่อกล้วยป่ามาปลูกในไร่ที่บุกเบิกใหม่ โดยที่ดรุณีไม่ยอมบอกกล่าว ทักท้วงแถมยังกำชับคนงานไม่ให้พูด หวังจะให้อาทิจเสียหน้าในตอนจบ การณ์เป็นเช่นนั้นจริง อาทิจตรอมใจหนัก ตั้งใจเมาประชดชีวิต เมื่อตื่นขึ้นมาพบว่าตัวเองเสียท่า ทองประศรี ลูกสาวเจ้าของร้านขายของชำ และได้โวยวายว่าอาทิจข่มขืน จนเรื่องลุกลามใหญ่โต ย่าแดงพยายามช่วยเหลืออาทิจเต็มที่ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ดรุณี เริ่มรู้สึกผิดที่เป็นต้นเหตุทำให้อาทิจป่วยหนัก ย่าแดงจึงลงโทษดรุณีให้ต้องดูแลอาทิจอย่างใกล้ชิด แต่ถึงขนาดนั้นทั้งคู่ก็ไม่วายปะทะคารมณ์ต่อกัน ถึงแม้จะเป็นการทำลับหลังย่าแดงเพียงเสี้ยววินาที เมื่ออาทิจอาการดีขึ้น ความเก่าก็รุกเข้ามารุมเร้า ทองประศรีเข้ามาบังคับให้อาทิจรับตัวเองเป็นเมีย ย่าแดงจัดการตามสมควรแก่ฐานะ ทองประศรีได้ลูกยุจากพ่อแม่ทำทุกวิถีทาง แม้กระทั่งขนของมาอยู่กับอาทิจ ทำให้อาทิจหนีหน้าทองประศรี ไม่มีแม้กระทั่งความคิดจะอยู่ร่วมบ้าน อาทิจไม่เคยสนใจทองประศรีเลย จนกระทั่งทองประศรีตั้งท้อง ชีวิตของอาทิจและดรุณี เหมือนพระอาทิตย์กับพระจันทร์ ยากที่จะโคจรมาพบกัน อาทิจปลีกตัวเองไปทำงานสวนอีกแห่ง แทบจะไม่รู้ความเป็นไปของครุณีเลย จนกระทั่งย่าแดงเสียชีวิต เวลาผ่านไปหลายปี ความสัมพันธ์แบบเด็กผู้ปกครองทำให้ทั้งคู่สนิทสนมกัน แปลกๆ ตอบโต้กันแบบพ่อแง่แม่งอน ต่างคนต่างก็ทำทุกอย่างในกรอบตามที่ย่าแดงสั่งเสียเอาไว้ เวทางค์ ลูกพี่ลูกน้องคนหนึ่งของอาทิจชอบดรุณี อาทิจทั้งที่ไม่ชอบเวทางค์ แต่ก็พยายามสนับสนุนจนกลายเป็นประชดประชัน ขณะเดียวกันดรุณีคิดว่าอาทิจเสือกใสไล่ส่ง เมื่อเรียนจบดรุณีได้พาเพื่อนสาวตุลยานี มาเที่ยวไร่ตั้งใจจะชักนำให้ตุลายานีชอบพอกับอาทิจ ความใกล้ชิดของอาทิจและตุลายานี ทำให้ดรุณีเกิดความรู้สึกประหลาดกับตัวเอง แต่ก็ทำหน้าชื่นยินดีในสนับสนุนทั้งสองให้ลงเอยกัน แต่เรื่องราวของอาทิจกับตุลยานีต้องพังทลาย เพราะทองประศรี ได้กลับมาอาละวาดอ้างตัวว่าเป็นเมียอาทิจ ตุลยานีรู้สึกเสียหน้ามากรีบกลับกรุงเทพไปทันที อาทิจตรอมใจล้มป่วยเพราะถูกงูกัด ดรุณีดูแลอาทิจจนแผลหายดีเป็นปกติ อาทิจเริ่มรู้สึกต่อดรุณีด้วยก้นบึ้งของหัวใจ แต่ทั้งคู่ก็พยายามจับคู่ให้กันและกันอยู่นั่นเอง น้าแก้วรู้ว่าคุณย่าต้องการให้ทั้งสองคนลงเอยกัน จึงได้วางแผนการลับสุดยอดให้อาทิจกับดรุณี สารภาพความในใจต่อกัน จนในที่สุดอาทิจก็รู้ใจตัวเองแล้วว่ารักดรุณี อาทิจสัญญาว่าจะอยู่กับดรุณี ร่วมกันสร้างและดูแลผืนดินของคุณย่าให้อุดมสมบูรณ์ และจะรักดรุณีน้อยคนนี้ตลอดไป

ดวงใจอัคนี
ดวงใจอัคนี

Duang Jai Akkanee

255310 ตอน
ช่อง:ช่อง 3 เอชดี
เริ่มออกอากาศ:5 พฤศจิกายน 2553

อัคนี หรือ ไฟ (ณเดชน์ คูกิมิยะ) ทายาทแห่งตระกูลอดิศวร เป็นหนึ่งในฝาแฝดสี่คนของ มนตรี (สันติสุข พรหมศิริ) กับ สุพรรษา (จินตหรา สุขพัฒน์) ถูกวางตัวให้เป็นพี่ชายคนสุดท้าย เขาเป็นคนค่อนข้างเจ้าอารมณ์ มุทะลุ และได้รับมอบหมายจากบิดาให้ดูแลกิจการฟาร์มโคนมซึ่งเป็นหนึ่งในกิจการหลายอย่างของครอบครัว

อัจจิมา หรือ จี๊ด (อุรัสยา เสเปอร์บันด์) ทายาทแห่งตระกูลพศวัต เป็นลูกสาวของ พิศาล (เมทนี บูรณะศิริ) และเป็นน้องสาวของ ศิลา (โชคชัย บุญวรเมธี) เธอนับเป็นคู่แข่งในทุก ๆ เรื่องกับอัคนีมาตลอดตั้งแต่สมัยเรียนที่ตัวจังหวัด ทั้งคู่ผลัดกันได้ที่หนึ่งที่สองเป็นประจำ แถมยังสอบติดคณะเกษตรศาสตร์สาขาวิชาสัตวศาสตร์เหมือนกันอีกด้วย

แต่สาเหตุหลักที่ทั้งคู่ไม่ถูกกันนั้นก็คือ การมีเรื่องบาดหมางกันระหว่าง มนตรี กับ พิศาลในอดีต เพราะทั้งคู่เกิดไปหลงรักสุพรรษา แถมยังชิงดีชิงเด่นกันในเชิงธุรกิจฟาร์มโคนมอีกด้วย แต่ในที่สุดมนตรีก็เป็นฝ่ายชนะใจได้สุพรรษาไปครองคู่ พร้อมกับควบรวมไร่ของตัวกับของสุพรรษาจนใหญ่โตและขยายกิจการไปหลายแขนงไม่ว่าจะเป็นการโรงแรมหรือจะเป็นไร่องุ่น รวมไปถึงกิจการการท่องเที่ยวเชิงเกษตรแบบครบวงจร ทำให้ฟาร์มของมนตรีใหญ่โตเกินหน้าเกินตาของพิศาล ทำให้พิศาลเคียดแค้นมนตรีและไม่ขอญาติดีด้วย

เขาบังเอิญไปแต่งงานกับลูกสาวผู้ว่าราชการจังหวัดและมีทายาทสองคน นั่นคือศิลาและอัจจิมา แต่เมื่อคลอดอัจจิมาออกมา ภรรยาของเขาก็มีอันต้องเสียชีวิตลง พิศาลจึงเป็นคนเลี้ยงดูลูกและก็ได้ปลูกฝังให้ลูก ๆ ทั้งสองคนให้เกลียดพวกอดิศวรเหมือนเขา จนเป็นที่มาของความขัดแย้งที่แฝงไปด้วยความรักของทั้งอัคนีและอัจจิมา

เมื่ออัคนีและอัจจิมามาเรียนที่คณะเกษตรด้วยกัน ก็แข่งกันเป็นที่หนึ่งที่สองมาตลอดจนจบ แล้วแยกย้ายกันไปตามวิถีชีวิตของตัวเอง โดยอัจจิมาบินไปเรียนที่เดนมาร์ก ส่วนอัคนีกับพี่น้องนั้นรับราชการอยู่ต่างอำเภอสองสามปี ก่อนจะบินไปเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกาเพื่อดูแลทิพย์ธาราน้องสาวคนสุดท้องที่ไปเรียนต่อทางด้านแพทยศาสตร์ที่นั้น หลังจากนั้นทั้งอัคนีและอัจจิมาจึงกลับมาบริหารงานที่ฟาร์มซึ่งมีอาณาบริเวณติดกัน ทำให้ทั้งคู่กลับกลายมาเป็นคู่แข่งทางธุรกิจกันอีกครั้ง

อยู่มาวันหนึ่ง วิรัชหรือใหญ่เพื่อนที่คณะสัตวศาสตร์ของทั้งคู่ได้ร่อนการ์ดเชิญงานแต่งงานของเขามาให้กับอัคนีและอัจจิมา โดยขอให้อัคนีรับเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวให้ด้วย ทั้งคู่จึงตกลงตอบรับที่จะไปร่วมงานที่จัดขึ้นที่ภูเก็ตในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า นั่นทำให้ทั้งคู่มีอันต้องเตรียมชุดสำหรับงานที่จะมาถึง ทั้งคู่จึงต้องพบเจอและปะทะคารมกันตลอดที่ร้านตัดเสื้อในเมือง หรือแม้แต่ในร้านของชำซึ่งพวกเขาจะไปซื้อหาของขวัญก็ตามที

แต่การพบกับอัคนีโดยบังเอิญครั้งหนึ่งก็ทำให้เธอพบว่า อัคนีมักจะเข้าออกโรงพยาบาลแห่งหนึ่งอยู่เป็นประจำ เธอแอบตามเข้าไปดูก็พบว่าเขาชอบมาเยี่ยมเยียนหญิงชราคนหนึ่งซึ่งก็ไม่รู้ว่าเป็นใคร จนเป็นปริศนาค้างคาใจเธอไปจนตลอดเรื่องระหว่างนั้นเอง ไกรภพ (พนมกร ตังทัตสวัสดิ์) เศรษฐีกำมะลอจากกรุงเทพฯ เกิดมาต้องใจที่ดินอันงดงามของฟาร์มพศวัตเข้า แล้วเมื่อรู้ว่าพิศาลเจ้าของไร่นั้นเป็นเพื่อนสนิทกับพ่อบุญธรรมผู้ล่วงลับของเขา เขาจึงจัดการวางแผนใช้ความสนิทชิดเชื้อนี้หวังฮุบเอาไร่นี้เพื่อนำไปขายต่อเอาเงินมาชดใช้หนี้สินที่เกิดจากการพนัน แต่เมื่อเขาเห็นอัจจิมาก็เกิดต้องใจขึ้นมาอีก และหวังจะเคลมเธอเพื่อเอาไปเป็นเมียของเขาด้วยในคราวเดียวกัน

ไกรภพได้หลอกพิศาลว่าจะลงทุนทำรีสอร์ท พิศาลเห็นว่านี่เป็นช่องทางที่จะแข่งกับมนตรีซึ่งมีกิจการรีสอร์ทอยู่ด้วย เขาจึงตกลงและตัดสินใจขายที่แปลงหนึ่งซึ่งเป็นที่ดินของภรรยาผู้ล่วงลับเพื่อมาลงทุนร่วม ไกรภพได้ใช้ความสนิทสนมหลอกเอาเอกสารสำคัญ โดยอาสาว่าจะจัดการเรื่องขายที่กับไล่ที่พวกชาวบ้านซึ่งมาตั้งรกรากอยู่ตั้งแต่สมัยภรรยาของพิศาลยังมีชีวิตอยู่ออกไปให้ด้วย ในขณะเดียวกันเขาก็ได้หลอกพาศิลาลูกชายคนโตของพิศาลไปที่บ่อนการพนันด้วยเพื่อหลอกล่อให้เป็นหนี้สินก้อนใหญ่หวังจะใช้เป็นลูกมือในการจัดการทุกอย่างเกี่ยวกับฟาร์มพศวัตและเรื่องของอัจจิมา

เมื่ออัจจิมารู้เรื่องที่บิดาจะขายที่ซึ่งมีชาวบ้านเช่าพักอาศัยอยู่หลายครัวเรือนไปเพื่อลงทุนกับไกรภพ จึงเกิดการทุ่มเถียงกัน แต่เธอก็ไม่อาจขัดบิดาได้จึงต้องหาทางช่วยเหลือชาวบ้านเหล่านั้นตามกำลังของตัวเอง ส่วนศิลา พี่ชายของอัจจิมานั้นเป็นคนเกกมะเหรกเกเร เป็นนักเลงหัวไม้ เขาชอบวางแผนกลั่นแกล้งฟาร์มของอัคนีอยู่ร่ำไป เขาได้ใช้คนงานของอัคนีซึ่งติดเงินเขาอยู่คอยเป็นหนอนบ่อนไส้ปั่นป่วนฟาร์มอดิศวรอยู่ตลอดเวลา อัคนีต้องคอยตามแก้เรื่องราวต่าง ๆ ที่ศิลาทำเอาไว้ตลอดเวลา ประกอบกับครั้งหนึ่งทั้งคู่เคยรักผู้หญิงคนเดียวกัน แก่งแย่งกันจนผู้หญิงคนนั้นต้องเสียชีวิตลง ทำให้ทั้งคู่กลายเป็นไม้เบื่อไม้เมากันชนิดที่เรียกได้ว่าไม่สามารถจะมองหน้ากันได้แม้เพียงหางตา ไม่ว่าจะเจอกันที่ไหนเป็นได้ฟาดปากกันจนวินาศสันตะโรอยู่ร่ำไป

เมื่อวันงานวิวาห์ของวิรัชใกล้จะมาถึง เพื่อนเจ้าสาวเกิดอุบัติเหตุขาหัก เขาจึงขอร้องให้อัจจิมาเป็นเพื่อนเจ้าสาวให้แทน ทั้งอัคนีและอัจจิมาจึงต้องเดินทางไปก่อนวันงานเพื่อเตรียมงานต่าง ๆ ในฐานะเพื่อนเจ้าบ่าวเจ้าสาว ระหว่างทางทั้งคู่เกิดการทุ่มเถียงกันตลอด แต่มันก็เจือไปด้วยความรู้สึกผูกพันอะไรบางอย่างที่แทรกซึมเข้าสู่จิตใจของทั้งคู่จนบางครั้งก็ถึงกับแปรเปลี่ยนมาเป็นความเอื้ออาทรกัน

แต่ที่เกาะรายาในภูเก็ต อัคนีกลับได้พบกับคู่ต่อสู้หัวใจคนสำคัญ นั่นคือพฤกษ์ หนุ่มไฮโซเจ้าของรีสอร์ทที่จะใช้จัดงานแต่งงาน ทั้งอัจจิมาและพฤกษ์เกิดปิ๊งปั๊งจี๋จ๋ากันจนทำให้อัคนีหมั่นไส้และเริ่มรู้สึกว่าตัวเองหึงหวงคู่ปะทะคารมคนนี้เข้าเสียแล้ว ทำให้อัคนีต้องทำทุกวิถีทางเพื่อจะทำลายความสัมพันธ์ของพฤกษ์กับอัจจิมาจนเกิดเป็นเรื่องยุ่งเหยิงวุ่นวายขึ้น

ก่อนจะถึงวันวิวาห์ของวิรัชนั้นทางเพื่อนเจ้าสาวคนเดิมได้จัดให้มีปาร์ตี้สละโสตขึ้น หวังให้เป็นงานของพวกหนุ่มสาวก่อนจะมีงานพิธีรีตอง ทำให้อัจจิมาซึ่งรับเป็นเพื่อนเจ้าสาวจำเป็นต้องมาร่วมกับอัคนีเพื่อจัดงานนี้ ทำให้เกิดการปะทะคารมและขัดแย้งกันอยู่ตลอดเวลา

แต่จนแล้วจนรอดงานก็สำเร็จลุล่วงลงอย่างที่ทั้งคู่ไม่คาดคิดนัก เพราะช่วงท้ายของงานสละโสด ทั้งคู่เกิดถูกจับให้มาดวลเบียร์กัน ซึ่งเป็นกิจกรรมยอดฮิตของทั้งคู่ตอนที่อยู่มหาวิทยาลัยเดียวกัน แต่ด้วยความอ่อนเพลียจากการเตรียมงานนี้จนดึกดื่นก็ทำให้ทั้งคู่เมามายกันกว่าปรกติจนเมื่อตื่นขึ้นมาในตอนเช้า ทั้งคู่พบว่าตัวเองต่างนอนอยู่บนเตียงเดียวกันในสภาพเปลือยกายทั้งคู่ แถมยังมีหยดเลือดอยู่บนเตียงอีกต่างหาก แต่ความจริงแล้วหยดเลือดสีแดงนั้นเป็นเพียงลิปสติกของ เจ๊ต่อ (เกริก ชิลเลอร์)

อัคนีที่เพิ่งตื่นจากอาการมึนเมาจึงเข้าใจว่าเขาได้ทำอะไรผิดพลาดลงไปแล้ว ส่วนอัจจิมาก็นึกว่าตัวเองเสียรู้คู่ปรับตลอดการเข้าให้ ทั้งคู่จึงเกิดการทุ่มเถียงทะเลาะเบาะแว้งกันขึ้นมาอีก อัคนีต้องพึ่งวายุภัค พี่ชายจอมเจ้าชู้เพื่อจะวางแผนขอโทษอัจจิมา แต่แผนการทุกอย่างกลับต้องล้มเหลวเพราะมีเรื่องแทรกซ้อนหลายเรื่อง รวมทั้งเรื่องของพฤกษ์ด้วย

หลังจากงานแต่งงานของวิรัชจบลง อัคนีตัดสินใจจะไปเอ่ยปากขอโทษอัจจิมาด้วยตัวของเขาเอง แต่เขากลับพบว่าเธอได้เก็บกระเป๋ากลับฟาร์มไปเสียแล้ว นั่นจึงทำให้หนทางที่จะขอโทษหญิงสาวเริ่มตีบตันลง เพราะฟาร์มพศวัตสำหรับอัคนีแล้วมันก็เปรียบเสมือนป้อมปราการดี ๆ นี่เอง ทุกคนในนั้นจะต้องจัดการเขาแน่ ไม่ว่าทางใดทางหนึ่งถ้าหากเขาทะเล่อทะล่าเข้าไป

เมื่ออัคนีกลับมาถึงฟาร์มอดิศวรรังสรรค์เขาจึงได้รับข่าวร้ายว่าในคืนวันงานเลี้ยงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่เขาไม่อยู่นั้น โรงเก็บหญ้าแห้งของฟาร์มหลังหนึ่งถูกวางเพลิงวอดไปทั้งหลัง ยังดีที่ปฐพีกับวายุภัคระดมคนมาช่วยกันดับไว้ได้ทันก่อนที่จะลุกลามไปในส่วนอื่น ๆ แต่ถึงกระนั้นพวกเขาก็พบว่านายเข้มซึ่งเป็นคนงานคนสำคัญนั้นถูกทำร้ายอาการโคม่า และนายเข้มคงเป็นคนเดียวที่จะบอกได้ว่าใครคือคนที่ทำเช่นนั้น

อัคนีมอบหมายให้ตำรวจจัดการสืบหาเรื่องนี้ ส่วนเขาเองก็วางแผนที่จะพบอัจจิมาให้ได้ เขาลอบไปที่ท้ายฟาร์มพศวัต ซึ่งเป็นส่วนที่อัจจิมาทำการปลูกป่าหวังจะใช้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวในอนาคต เพราะรู้ว่าเธอจะต้องมาดูงานแต่เช้าตรู่ทุกวัน แต่เมื่อศัตรูหัวใจคนสำคัญคือ พฤกษ์ ตัดสินใจมาเยี่ยมอัจจิมาหวังสานความสัมพันธ์ ทั้งปฐพีและวายุภัคจึงรวมหัวกันวางแผนให้พฤกษ์เป็นนกต่อเพื่อจะทอดสะพานให้อัคนีได้พบกับอัจจิมาได้บ่อยขึ้น เพราะพฤกษ์ได้ตัดสินใจมาเป็นแขกของรีสอร์ทที่ปฐพีดูแลอยู่

ทั้งสามได้วางแผนทัวร์พิเศษให้กับพฤกษ์เพราะรู้ว่าเขาจะต้องชวนอัจจิมามาด้วยแน่ แล้วก็เป็นจริงดั่งคาด เมื่อแผนลุล่วง อัคนีจึงได้พบและพูดจาปรับความเข้าใจกับอัจจิมาหลายต่อหลายครั้งจนเริ่มเข้าใจกั และหลอกให้มิลค์ซึ่งมาติดพันอัคนี (แต่อัคนีไม่เล่นด้วย) อยู่ช่วยแยกพฤกษ์ให้ออกห่างจากอัคนีโดยบอกว่าผู้ชายคนนี้เป็นเกย์จะมาเคลมอัคนี มิลค์จึงยอมทำตาม แต่กลับกลายเป็นว่าทั้งมิลค์กับพฤกษ์เกิดต้องใจกันขึ้นมาเสียนี่

แต่แล้วก็มีเหตุให้อัจจิมาหึงหวงอัคนีกับมิลค์เอาเสียได้ ทำให้อัจจิมาไม่ยอมมาพบกับอัคนีอีก อัคนีจึงปลอมตัวเป็นแขกเข้าไปกับคณะสัตวแพทย์ที่เข้ามาฉีดวัคซีนในฟาร์มของอัจจิมา เขาได้ฉุดเธอเข้าไปพูดคุยกันในโรงเก็บหญ้าแห้ง คราวนี้กลับเผลอใจมีอะไรกันขึ้นมาจริง ๆ ยังผลให้อัจจิมาเกิดท้องขึ้นมา อัจจิมาโกรธอัคนีมากที่เขาฉวยโอกาสกับเธอเช่นนี้ เธอจึงไม่ยอมพบเขาอีก

ตอนนี้เองที่ไกรภพเริ่มดำเนินแผนการสุดท้ายของเขา เขาได้นำเอกสารสำคัญของพิศาลไปจัดการโอนที่เป็นของตัวเอง จากนั้นจึงให้ศิลาหลอกอัจจิมามาเที่ยวงานวัดแล้วจะฉุดไปปลุกปล้ำ แต่อัคนีกลับรู้ทันและตามไปช่วยไว้ได้ทันทั้งคู่จึงปรับความเข้าใจกันอีกครั้งและเข้าใจกันในที่สุด แต่เมื่อไกรภพและศิลาไปโกหกกับพิศาลว่าอัคนีมาทำร้ายแล้วฉุดอัจจิมาไป พิศาลจึงโกรธแล้วจัดการขังอัจจิมาเอาไว้ในห้องไม่ให้ออกไปไหนเพื่อเตรียมตัวแต่งงานกับไกรภพ

อัคนีทนความคิดถึงไม่ไหวจึงแอบลอบไปหาที่ห้องนอนของอัจจิมาและพบว่าเธอถูกบังคับให้แต่งงานกับไกรภพ เขาจึงชวนเธอหนีไปด้วยกัน แต่อัจจิมาปฏิเสธเพราะไม่ต้องการให้บิดาเสียใจ อัคนีจำต้องตามใจและหาวิธีอื่นที่จะช่วยไม่ให้อัจจิมาต้องไปแต่งงานกับคนอื่น โดยความช่วยเหลือจากพี่ชายและนายศักดิ์ลูกน้องคนสนิท เขาได้ค้นพบว่าไกรภพนั้นเล่นไม่ซื่อกับฟาร์มพศวัต ขณะเดียวกัน นายเข้มซึ่งบาดเจ็บสาหัสก็เสียชีวิตลง นายเพิ่มผู้เป็นพ่อเสียใจมากที่มีส่วนกับการตายของลูก จึงมาสารภาพกับอัคนีว่าเขาเป็นต้นทางให้กับพวกของนายศิลาเข้ามาวางเพลิงในวันปีใหม่

อัคนีจึงนำหลักฐานทั้งหมดส่งตำรวจ ไกรภพเห็นท่าไม่ดีจึงบังคับให้ศิลาหลอกอัจจิมามาที่ท้ายสวนหวังปลุกปล้ำให้สำเร็จอีกครั้ง และหวังจะปิดปากอัคนีตอนที่เขามาช่วยเธอด้วยเพื่อให้คดีที่ฟ้องร้องกันจบลง แต่อัคนีก็สามารถแก้สถานการณ์ช่วยทั้งอัจจิมาและศิลาออกมาจากเงื้อมมือของไกรภพจนได้

ช่วงระหว่างที่กลับบ้านนี้เองที่อัจจิมารู้ว่าผู้หญิงชราที่อัคนีไปหาที่โรงพยาบาลบ่อย ๆ นั้นคือมารดาของคนรักเก่าที่เสียชีวิตไปเพราะพี่ชายของเธอจนทำให้ทั้งอัคนีและศิลาบาดหมางกันจนมาถึงทุกวันนี้ ส่วนศิลาเมื่อถูกหักหลังก็สำนึกในความผิดที่มีต่อน้องสาว เขาจึงมาสารภาพกับบิดา การกระทำของศิลาต่อน้องสาวนี้เอง ทำให้พิศาลเกิดอาการหัวใจกำเริบจนต้องเข้าโรงพยาบาล และศิลาถูกตำรวจจับตัวไป

ถึงตอนนี้ทั้งอัจจิมาและอัคนีรู้แล้วว่าเธอท้อง จึงพยายามมาขอขมาพิศาล แต่เขาก็ไม่ยอม จนเมื่อพิศาลออกจากโรงพยาบาล ไกรภพก็ได้จ้างคนมายิงเขาเพื่อหวังล้มล้างคดีต่าง ๆ ที่เขาก่อขึ้น แต่ก็ไม่สำเร็จ เพราะอัจจิมาเอาตัวเข้ารับลูกปืนแทน และอัคนีสามารถจับตัวคนร้ายส่งตำรวจได้ ตำรวจจึงขยายผลไปจับไกรภพ

อัจจิมาต้องเข้ารับการผ่าตัดด่วน การอยู่ในห้องผ่าตัดเนิ่นนานทำเอาอัคนีคลั่งแทบเป็นบ้า ทำให้พิศาลเห็นใจ ประกอบกับมนตรี บิดาของอัคนีเข้ามาช่วยพูดและยอมคุกเข่าขอขมาเพื่อลูกชาย พิศาลจึงใจอ่อน อัจจิมาและอัคนีจึงได้แต่งงานกันและมีลูกด้วยกันสมใจ... ติดตามชมละคร ดวงใจอัคนี ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.25-10.05 น. ทางช่อง 3 ละคร ดวงใจอัคนี เริ่มตอนแรกวันพฤหัสบดีที่ 16 เมษายน 2563

ไทรโศก
ไทรโศก

Sai Sok

255314 ตอน
ช่อง:ช่อง 3 เอชดี
เริ่มออกอากาศ:12 พฤษภาคม 2553

เหนือคุ้งน้ำแห่งไทรโศกบ้านของ พระยาธีระรัตน์ (ดิลก ทองวัฒนา) ได้รับการขนานนามจากชาวบ้านว่า ไทรโศก พระยาธีระรัตน์มีบุตรชายหนึ่งคนชื่อ กิติ (วรวุฒิ นิยมทรัพย์) ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้นเมื่อ เยื้อน (สันติสุข พรหมศิริ) เพื่อนร่วมสาบานของพระยาธีระรัตน์ พาลูกสาวมาที่บ้านไทรโศก ด้วยคดีฆ่าเมียและชู้ตาย โดยให้พระยาธีระรัตน์รับเลี้ยง บานเย็น (กมลชนก เขมะโยธิน) พร้อมทั้งโอนโฉนดที่ดินสองพันกว่าไร่ให้กับพระยาธีระรัตน์ โดยให้สาบานว่าจะส่งเสียเลี้ยงดูบานเย็นเป็นอย่างดี และมอบที่ดินบางส่วนให้บานเย็นหลังจากที่บานเย็นโตจนออกเรือนแล้ว หลังจากพระยาธีระรัตน์รับปาก เยื้อนก็ฆ่าตัวตาย

พระยาธีระรัตน์ขึ้นมาอยู่ที่พระนครและได้ส่งลูกชายไปเรียนเมืองนอก บานเย็นจบแค่มัธยมต้นก็ออกจากโรงเรียนมาเป็นคนรับใช้พระยาธีระรัตน์ เพราะคุณหญิงชังว่าบานเย็นคือลูกสาวเยื้อนที่เคยเป็นคนรักเก่าของตนที่ถอนหมั้นไปแต่งกับแม่ของบานเย็น

พระยาธีระรัตน์เสวยสุขได้ไม่นานก็ป่วยเป็นอัมพาตจึงกลับไปที่ไทรโศก โดยมีบานเย็น เพิ่ม (รอน บรรจงสร้าง) ลูกเลี้ยง รวมทั้ง หวิน (ปวันรัตน์ นาคสุริยะ) แม่ครัวและลูกชายชื่อ ดำ (ภูริ หิรัญญพฤกษ์) กิติกลับจากเมืองนอกโดยที่เรียนไม่จบอะไรเลย และยังทำตัวเป็นหนุ่มสังคม เที่ยวเตร่สุดท้ายก็ทำ อุษา (สุวัจนี ไชยมุสิก) ท้อง พระยาธีระรัตน์จึงเรียก เจน (ภานุเดช วัฒนสุชาติ) ทนายความประจำตระกูลจัดการพินัยกรรมโดยสั่งให้บานเย็นจดทะเบียนสมรสกับกิติและมีทายาทด้วยกัน จึงจะยกนาสองพันไร่ให้ ส่วนดอกผลจากไร่นาให้คุณหญิงแต่พอเลี้ยงครอบครัวแต่ละเดือน

คุณหญิงจัดงานแต่งให้บานเย็นและกิติ โดยคุณหญิงวางอุบายให้อุษามอมเหล้า ใบ้ (ชาตโยดม หิรัณยัษฐิติ) หนุ่มกำพร้าที่ ยายอ่อน (พิสมัย วิไลศักดิ์) หมอตำแยนำมาเลี้ยงแต่เล็กและมาเข้าหอแทนกิติ บานเย็นตั้งท้องและคลอดลูกเป็นผู้ชายพร้อมกันกับอุษาซึ่งเป็นผู้ชายชื่อ อ๊อดหรือเกียรติกร (พิเชษฐไชย ผลดี) คุณหญิงพา ท่านเจ้าคุณยงยศฤงคาร (เกรียงไกร อุณหนันท์) มาตามหาลูกที่ไทรโศกเห็นลูกบานเย็นจึงตั้งชื่อว่า อู๊ด หรือ ยิ่งยง (พัชฎะ นามปาน) และพาไปที่พระนครทันที โดยไม่ให้บานเย็นไปยุ่งเกี่ยวเด็ดขาด เพราะจะไปในฐานะน้องของอ๊อด

บานเย็นบังเอิญได้พบทารกกำพร้าจึงรับเลี้ยงและตั้งชื่อว่า ไทรงาม (จิตตาภา แจ่มปฐม) ผ่านไป 20 ปี อู๊ดจบวิศวะจุฬา ไปงานรับปริญญา เด่นดาว (คะนึงนิจ จักรสมิทธานนท์) หลานเจ้าคุณยงยศศฤงคาร แต่ถูกไทรงามซึ่งเรียนจบแพทย์ศาสตร์มาดึงตัวไปรู้จักกับเพื่อน ๆ โดยคิดว่าเป็น ดำ (ภูริ หิรัญพฤกษ์) ดำก็ทักเด่นดาวผิดเพราะเข้าใจว่าเป็นไทรงาม จึงทำให้ทั้งคู่รู้จักกันโดยบังเอิญ

อ๊อดหลงรักเด่นดาวแต่แรกเห็นจึงเร่งรัดพ่อแม่ให้ไปขอเด่นดาว เจ้าคุณยงยศฯ เข้าใจว่าทุกคนมาขอหลานสาวให้อู๊ด แต่เมื่อรู้ว่าเป็นอ๊อด เด่นดาวจึงปฏิเสธและได้พาเด่นดาวไปอยู่บ้านไทรโศก ทั้งหมดจึงยกโขยงตามอู๊ดไปที่ไทรโศก รวมทั้ง ทนต์ (ศุภกรณ์ กิจสุวรรณ) นักโทษเพิ่งพ้นโทษมาจากคุก ก็ตามไปแก้แค้นเจ้าคุณยงยศฯ ที่ไทรโศกด้วย อ๊อดมาเจอไทรงามก็หลงรักไทรงามอีก แต่จริงจังกว่าเด่นดาว ทำให้ อัมพริกา (พิมพ์อักษิพร วินโกมินทร์) ลูกสาว เสี่ยโอ (ศานติ สันติเวชกุล) เหน็บเจ็บ ๆ หลายครั้ง

เจ้าคุณฯ ตั้งแต่เจอไทรงามก็สงสัยเฝ้าถามคนที่อยู่ไทรโศกอย่าง เฟื้อ คนสนิท จนพบความจริงจากเจนว่าไทรงามคือหลานสาวที่เกิดจาก ฉัตรพงศ์ ลูกชายคนเดียวกับสาวใช้ที่พากันหนีออกจากบ้านเมื่อ 24 ปีก่อน อุษาได้เจอกับทนต์สามีเก่าจึงร่วมมือกันใช้สมุนไพรพิษต้มให้คุณหญิงกับกิติดื่มเพื่อให้เป็นอัมพาต อ๊อดหึงอู๊ดกระทั่งวางแผนกับอุษาและทนต์ฉุดไทรงามมาเป็นเมียแต่เรื่องกลับเป็นว่าอ๊อดข่มขืนอัมพริกาแทน อุษารู้ว่าแผนแตกจึงมาบอกทนต์ กิติเห็นทั้งคู่เป็นชู้กัน ทนต์จึงทำร้ายกิติแล้วกรอกยาทำให้เป็นอัมพาตพูดไม่ได้ทันที

เพราะความริษยาอุษาจึงแสร้งบีบน้ำตาขอร้องไทรงามให้เลิกคบกับอู๊ดเพราะแท้จริงแล้วไทรงามกับอู๊ดเป็นแม่ลูกเดียวกัน พร้อมกับขอให้ปิดเรื่องนี้เป็นความลับเพราะไม่อยากให้อู๊ดเสียใจ ไทรงามจะแต่งงานกับอ๊อดและขอให้บานเย็นสบายใจว่าเธอทำด้วยความเต็มใจ อู๊ดบอกกับเด่นดาวว่าเขารักเธอแบบพี่ชาย ทำให้เธอกระโดดน้ำคิดฆ่าตัวตายแต่ดำช่วยไว้ทันและมีสร้อยขาดติดมือดำมา เจ้าคุณฯ เข้ามาประกาศกลางงานแต่งงานของอ๊อดกับไทรงามว่าไทรงามคือหลานสาวตระกูลยงยศศฤงคาร โดยมีหลักฐานคือสร้อย 3 เส้น อยู่กับเจ้าคุณฯ เด่นดาวและไทรงาม

คุณหญิงเจอจดหมายที่กิติเขียนว่าที่ตนเองมีสภาพแบบนี้เพราะโดนอุษาและชู้ทำร้าย คุณหญิงจึงไล่อุษาออกจากบ้าน เธอโกรธจัดจึงผลักคุณหญิงหัวฟาดพื้นหมดสติ กิติเห็นแต่ทำอะไรไม่ได้จึงช็อกตายคาเตียง อุษาจับคุณหญิงกรอกยาเหมือนที่เคยทำกับกิติ ทนต์ อ๊อด เสี่ยโอ รวมหัวกันวางแผนล้างแค้นตระกูลธีระรัตน์และยงยศศฤงคาร ด้วยการปล้นบ้านของทั้งสองตระกูลในวันสงกรานต์ ทนต์กับอุษาปล้นบ้านคุณหญิงเสร็จจะเผาบ้าน แต่ก็ต้องตะลึงเมื่อคุณหญิงลุกขึ้นสู้ แล้วบอกอุษาว่าสมุนไพรพิษที่แท้แล้วคือน้ำชาธรรมดา อู๊ดเข้ามาช่วยคุณหญิงและบอกความจริงว่าพ่อแม่ที่แท้จริงคือใคร ก่อนจะหมดลมหายใจคาตักอู๊ด ขณะที่อุษาก็ตายคากองเพลิงไป

ทนต์ซ้อมเจ้าคุณฯ ที่ทำให้ตระกูลตนล่มจม พร้อมทั้งลวนลามเด่นดาวเพื่อทรมานเจ้าคุณฯ เล่น เจ้าคุณฯ ทนไม่ไหวจึงบอกทนต์ว่ากล้าข่มขืนลูกตนเองเชียวหรือ เจ้าคุณฯ โพล่งต่อว่าผู้หญิงที่ทนต์รักคือแม่ของเด่นดาวที่ไม่เคยมีอะไรกับ ฉัตรพงษ์ จังหวะนั้นเองอู๊ดยกพวกบุกเข้ามา เสี่ยโอ อ๊อด ทนต์ยิงใส่พวกอู๊ด เสี่ยโอกับอ๊อดหนีไปได้ ขณะที่ทนต์โดนใบ้ยิงสาหัส ทนต์เสียใจหนักเมื่อรู้ความจริงจากเฟื้อน้าแท้ ๆ ว่าเจ้าคุณฯ ไม่ได้เป็นคนทำตระกูลล่มจม แต่คนที่ทำคือพ่อของทนต์ที่ติดพนันจนล้มละลาย

เด่นดาวเข้ามากราบเท้าเรียกทนต์ว่าพ่อ ทนต์ละอายใจจึงฆ่าตัวตาย เจนเปิดพินัยกรรมคุณหญิงที่ฝากไว้โดยบอกว่าขอยกมรดกทั้งหมดของตนให้กับอู๊ด อ๊อดโผล่มากลางงานประกาศว่าเมื่อเขาไม่ได้อะไรเลย อู๊ดก็ต้องไม่ได้เหมือนกัน จึงใช้ปืนยิงอู๊ดไม่ยั้ง เรื่องราววุ่น ๆ จะจบลงอย่างไร ติดตามชมได้ในละคร ไทรโศก

ผู้ใหญ่ลีกับนางมา
ผู้ใหญ่ลีกับนางมา

Poo Yai Lee Gub Nang Ma

255214 ตอน
ช่อง:ช่อง 3 เอชดี
เริ่มออกอากาศ:19 กรกฎาคม 2552

เป็นเรื่องราวของ มาลินี เป็นนางแบบที่สวย มีแฟนชื่อว่า ประดิษฐ์ เป็นคนเจ้าชู้ จนทำให้มาลินีจับได้ มาลินีจึงโกธรมาก วันหนึ่ง มาลินีได้รับจดหมายของคุณยายวัน มาลินีไม่สนิทกับคุณยายของเธอ ในขณะที่เธอได้อ่านจดหมายคุณยายวันได้ตายไปแล้ว โดยคุณยายวันให้ไปรับมรดกบ้านกับที่ไร่นาหลายร้อยไร่ คุณยายของเธอมีความประสงค์ให้มาลินีไปทำไร่นาแทนท่าน และห้ามไม่ให้หลานให้คนอื่นเช่าทำเด็ดขาด หรือถ้าคิดจะขายก็ให้ขายกับผู้ใหญ่ลีคนเดียว ห้ามขายให้กับคนอื่นเช่นเดียวกัน มาลินีได้แปลกว่าผู้ใหญ่ลีนั้นเป็นใคร ผู้ใหญ่ลี หรือ ลีนวัตร เป็นผู้ที่คุณนายวันให้ความรักและความเอ็นดูเป็นอย่างมาก คุณนายวันได้คอยสนับสนุนให้เรียนต่อและเรียนที่สูงๆ จนทำให้ลีนวัตรเป็นผู้ใหญ่ลีต่อจากพ่อของลีนวัตร มาลินีมาถึงบ้านคุณยาย จึงรู้ว่าคุณยายตายมาได้สองอาทิตย์แล้ว โดยผู้ใหญ่ลีเป็นคนจัดการเรื่องทุกอย่าง แต่มาลินีเพิ่งได้รับจดหมายของคุณยายเมื่อไม่กี่วัน ชาวบ้านจึงได้ตำหนิ มาลินีจึงโกรธผู้ใหญ่ลีเป็นอย่างมาก ปื๊ด เป็นเด็กกำพร้าที่ผู้ใหญ่ลีเก็บมาเลี้ยง ได้รับมอบหมายจากพ่อผู้ใหญ่ให้คอยดูแลมาลินี แต่มักจะคอยเก็บข้อมูลในตัวมาลินีมาบอกผู้ใหญ่ทุกเรื่อง ผู้ใหญ่ลี ได้ปลอมตัวเป็นนายเหว่าเป็นคนขับรถไถนาให้ผู้ใหญ่ลี มาลินีประทับใจเป็นอย่างมาก จนกระทั่ง ถูกเปิดเผยว่านายเหว่านั้นคือผู้ใหญ่ลี ในงานบรรจุเก็บศพของคุณนายวันที่วัด ทำให้มาลินีโกธรมาก แต่ผู้ใหญ่ลีต้องมาคอยดูแลช่วยเหลือเรื่องการงานทุกอย่างของมาลินี วันหนึ่ง ประดิษฐ์ซึ่งรู้ว่ามาลินีมาอยู่ที่นี่ และรู้ว่ามาลินีให้ไปรับมรดกของคุณยายมากมาย จึงเดินทางมาหามาลินีหวังจะขอคืนดี แต่มาลินีไม่ยอมคืนดีด้วย เพราะไม่ได้ขยันทำมาหากินและช่วยเหลือสังคม ปทุม ลูกสาวของผู้ใหญ่โหมด ที่ชอบผู้ใหญ่ลีอย่างมาก แต่ผู้ใหญ่ลีก็ไม่เคยสนใจปทุมเลย ปทุมจึงร่วมมือกับประดิษฐ์ วางแผนกัน โดยให้ประดิษฐ์หลอกให้มาลินีมาพบที่กระท่อมกับที่ปทุมเองก็แอบมาดักรอพบผู้ใหญ่ลีที่กองฟางเช่นเดียวกัน ในตอนค่ำ ฝนตกหนัก ไฟก็ดับ ผู้ใหญ่ลีเดินมาพบมาลินีเสียก่อน จึงไปหลบฝนที่บ้านมาลินี ผู้ใหญ่ลีก็หมั้นหมายมาลินีด้วยแหวนอีกหนึ่งวง ผู้ใหญ่ลีสัญญาว่า หากบวชแล้วสึกออกมาเมื่อไหร่ จะแต่งงานกับมาลินีทันที ทั้งประดิษฐ์และปทุมต่างรอมาลินีกับผู้ใหญ่ลี ทั้งคู่ต้องเข้าไปหลบฝนในกระท่อมอันมืดมิด ประดิษฐ์เข้าใจว่าปทุมเป็นมาลินีจึงปลุกปล้ำจนได้ พอตื่นเช้ามาจึงได้รู้ว่าตนเข้าใจผิดแต่ก็ได้ปทุมเป็นเมียเสียแล้ว ผู้ใหญ่ลีก็เข้าพิธีอุปสมบท ระหว่างที่บวชนั้น ประดิษฐ์ได้แอบพาฉลวย น้องสาวของผู้ใหญ่ลีอีกคน เข้ากรุงเทพฯ ไปถ่ายโป๊ พอดีมาลินีรู้ข่าวเสียก่อน จึงไปตามไปช่วยฉลวยได้ทัน พระผู้ใหญ่ลีเองก็มากับปื๊ด เพื่อมาช่วยฉลวยอีกแรง พระผู้ใหญ่ลีให้ฉลวยกลับไปเรียนที่บ้านตัวเอง อย่ามาดิ้นรนเพื่อจะเข้ามาอยู่กรุงเทพฯ ฉลวยสำนึกผิด ยอมกลับบ้านแต่โดยดี ฉลวยก็กลับมาเรียนหนังสือที่ต่างจังหวัด ไม่ไปกรุงเทพฯอีกแล้ว ปทุมมีอาการแพ้ท้องอย่างหนัก ผู้ใหญ่โหมดเข้าใจผิดคิดว่าผู้ใหญ่ลีเป็นพ่อของเด็กในท้อง จึงตั้งใจจะศึกพระให้ได้ แต่เมื่อความจริงเปิดเผยมาว่า ประดิษฐ์คือพ่อของเด็กในท้อง ประดิษฐ์กลายเป็นลูกเขยของผู้ใหญ่โหมดอย่างจำยอม แต่เขาก็ต้องจำยอมเพราะรู้ดีว่า หากไม่ยอมรับปทุมเป็นเมีย ประดิษฐ์ต้องถูกผู้ใหญ่โหมดเอาตายอย่างแน่นอน ประดิษฐ์ก็รับกรรมที่ก่อไป ผู้ใหญ่ลีสึกออกมาในที่สุด ผู้ใหญ่ลีจึงขอมาลินีแต่งงานในที่สุด ความรักของทั้งสองกำลังเบิกบานในทุ่งนาของคุณนายวัน ที่มอบไว้เป็นสมบัติให้กับมาลินี ผู้ใหญ่ลีกับนางมาจึงได้ครองคู่กันในที่สุด

อเวจีสีชมพู
อเวจีสีชมพู

Awayjee See Chompoo

255112 ตอน
ช่อง:ช่อง 3 เอชดี
เริ่มออกอากาศ:8 พฤษภาคม 2551

โปดก ต้องรีบเดินทางกลับมาดูใจ ถมปัด ( แม่ของ ปะวะหล่ำ ) เป็นครั้งสุดท้าย เพราะถมปัดถูกลอบยิงอาการโคม่า ถมปัดสั่งเสียก่อนสิ้นลมด้วยความเป็นห่วง ปะวะหล่ำ ให้โปดกช่วยแต่งงานกับปะวะหล่ำลูกสาวคนเดียวของเธอ เพราะถมปัดรู้ดีว่านี่คือทางเดียว ที่จะช่วยให้ปะวะหล่ำรอดพ้นปากเหยี่ยวปากกา โดยเฉพาะ ศพล ซึ่งเป็นพ่อแท้ๆ ของเธอเอง ศพลต้องการฮุบที่ดินสวนส้มจำนวนมหาศาล โดยอาศัยความเป็นพ่อ และเบื้องหลังความตายของถมปัดก็คือศพลนั่นเอง จ้างมือปืนมาเก็บถมปัด ฐาปนา ( ตาของปะวะหล่ำ ) พยายามขัดขวางการแต่งงานของโปดกกับปะวะหล่ำ เพราะคิดว่าโปดกต้องการที่จะมาครอบครองสมบัติทั้งหมด ติดตามต่อได้ใน อเวจีสีชมพู