SHOWING CO.LTD
ไม่มีคำอธิบาย
พบทั้งหมด 15 เรื่อง

Nai Roy Soidao
ละครสร้างสรรค์ แนวโรแมนติก คอมเมดี้ ยุคไทยแลนด์ 4.0 ที่มาพร้อมกับเกียรติและศักดิ์ศรี บนเส้นทางชีวิตของลูกผู้ชายเหล่านักเรียนเตรียมทหารที่ไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่คิด เพื่อวันหนึ่งจะคว้าดาวแห่งเกียรติยศมาไว้บ่นบ่าให้ได้ พร้อมกับความผูกพันอันเหนียวแน่นของผู้ร่วมทางที่ฟันฝ่าทุกข์สุขมาด้วยกัน จนถึงวันแห่งความภาคภูมิใจ กลายเป็นมิตรภาพของคำว่าเพื่อน และบทพิสูจน์ความรักต่างฐานะระหว่างนักเรียนนายร้อย จปร. กับนักเรียนนายร้อยตำรวจหญิง กำกับการแสดงโดยผู้กำกับมากประสบการณ์ ประยูร วงษ์ชื่น และนักแสดงนำรุ่นใหม่ที่มาร่วมถ่ายทอดเรื่องราวความสนุก สุดประทับใจ ลงจอให้ได้ชมกันแล้ววันนี้ นายร้อยสอยดาว บทประพันธ์ของ พลเอก บัญชร ชวาลศิลป์ เป็นละครที่ได้รับความนิยม ถูกนำกลับมาสร้างใหม่อีกครั้งในชื่อ นายร้อยสอยดาว เวอร์ชั่น สอยดาวมาร้อยบ่า ซึ่งเวอร์ชั่นนี้ได้มีการปรับบทใหม่ให้เข้ากับยุคสมัย อีกทั้งเป็นครั้งแรกที่ให้ทหารและตำรวจเข้ามามีบทบาทในการดำเนินเนื้อเรื่องพร้อม ๆ กัน โดย เด่นดนัย (ศุภณัฐ พงศ์พศุตม์) ลูกชาย จ่าแม้น (ชลิต เฟื่องอารมย์) ต้องการเรียนต่อทางด้านนิเทศศาสตร์ แต่กลับถูกบังคับให้มาสอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหาร จนเมื่อวันประกาศผลสอบ ทำให้เขาได้พบกับเพื่อนใหม่อีกหลายคนที่เข้าไปเรียนด้วยกัน กว่าพวกเขาจะจบการศึกษาต้องผ่านบททดสอบมากมายที่ต้องใช้ทั้งการเรียนรู้ ความมุ่งมั่น อดทน เพื่อจะคว้าดาวมาประดับบนบ่าให้สำเร็จ เด่นดนัย หลงรัก เหมือนดาว (ดุจฤดี เทพวงษ์) นักเรียนนายร้อยตำรวจหญิง ซึ่งเป็นน้องสาวของ ว่องไว (อดุลยรัศมิ์ สุวรรณจักรา) เป็นลูกของ พลโท สมหมาย (เฉลิมพร พุ่มพันธ์วงศ์) กับ คุณหญิงพิมพ์ผกา (นาตยา จันทร์รุ่ง) แต่อุปสรรคด้วยฐานะแตกต่างกันทำให้เขาต้องพิสูจน์ตัวเองให้เห็น เพื่อเอาชนะใจเธอและครอบครัว พร้อมกับชมอุดมการณ์ทั้งคู่พระ-นางที่ลงไปปฏิบัติหน้าที่ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้

Khok Ee Lerng Rerng Ra
ตำบลโคกอีเลิ้ง พื้นที่ชนบทที่กำลังได้รับการพัฒนาโดย ‘ปลัดโอมชนะ’ (อ้วน รังสิต ศิรนานนท์) ปลัดหนุ่มนักพัฒนาคนเก่งที่เดินหน้าให้ความรู้กับคนในโคกอีเลิ้ง เป็นปลัดหนุ่มรูปหล่อพ่อรวย แต่โดนตัดออกจากกองมรดก เพราะพ่อกับแม่อยากให้กลับไปบริหารธุรกิจของที่บ้าน....‘พบู’ (อัษฎาพร สิริวัฒน์ธนกุล) พยาบาลสาวประจำโรงพยาบาลตำบลโคกอีเลิ้ง ชุมชนตำบลโคกอีเลิ้งได้รับการพัฒนาอย่างรวดเร็วเพราะความร่วมมือ ความมีน้ำใจของคนในชุมชนโคกอีเลิ้ง ไม่ว่าจะเป็น ‘ครูกมลมิตร’ (สุรศักดิ์ โชติทินวัฒน์) ซึ่งครูกมลเป็นครูหนุ่มหล่อมาดเข้ม พ่อแม่รวยที่ดิน แต่ติดจำนองเพราะช่วยญาติ จึงถูกแม่พเยียกีดกันไม่ให้เข้าหอ เพราะพเยียรู้ว่าที่นาถูกจำนอง ครูจึงใช้ความจริงใจเพื่อพิสูจน์รักแท้กับพรไพร ซึ่ง ‘ครูพรไพร’ (ณิชานันท์ ฝั้นแก้ว) เป็นครูที่สอนโรงเรียนเดียวกับครูกมล และยังเป็นพี่สาวของพบูอีกด้วย
ภายหลังจากที่ปลัดโอมชนะและพบู ครูกมลมิตรและครูพรไพรได้ตกลงคบหาดูใจ เป็นคู่รักกันแล้ว การดำเนินชีวิตของพบูยังคงเหมือนเดิม ถึงแม้จะถูกกีดกันโดยคุณแม่พเยีย คือจะแวะเวียนมาทำผมที่ร้าน ‘เจ๊แน่งน้อย’ (กรุณา มอริส) ร้านทำผมซาลอนสุดกิ๊ฟเก๋กลางหมู่บ้าน แหล่งรวมสารพัดข่าวชั้นดี ถือเป็นสถานที่ซึ่งผู้หญิงทุกคนโดยเฉพาะลูกค้าสาวที่ช่างเม้าท์เรื่องต่างๆ ในโคกอีเลิ้งจะแวะเวียนมาทำผมเสมอ เพราะนั้นหมายถึงจะได้อัพเดตข่าวสารไปด้วย และยังมีร้านประจำอีกหนึ่งร้านที่พบูจะแวะมาซื้อโอเลี้ยงร้านโกแฉะเจ้าประจำ ร้านกาแฟ ‘โกแฉะ’ (แฉ่ง ช่อมะดัน) เป็นร้านกาแฟร้านเดียวในตำบล เป็นจุดศูนย์รวมของคนทุกเพศทุกวันในโคกอีเลี้ง เปรียบเสมือนโต๊ะสภากาแฟขนาดเล็ก และยังเป็นร้านประจำที่กำนันคงและผู้ใหญ่ถึก มักจะมานั่งจิบกาแฟ โดยเฉพาะ ‘ผู้ใหญ่ถึก’ (ปราบ ยุทธพิชัย) และ ‘กำนันคง’ (สุเทพ ประยูรพิทักษ์) ถือเป็นคู่ปรับ ไม้เบื่อไม้เมากันมาตลอด
‘แม่เพยีย’ (นาตยา จันทร์รุ่ง) แม้ลูกสาวทั้งสองจะแต่งงานแล้ว แต่พเยียก็ยังไม่ยอมรับปลัดโอมและครูกมล แต่ก็ยังหวงลูกสาวทั้งสองอยู่ดี โดยยื่นข้อเสนอให้สองเขยว่า จะไม่ให้ส่งตัวเข้าหอเด็ดขาดจนกว่าครูกมลจะปลอดหนี้และปลัดจะได้รับมรดกร้อยล้าน ส่วน ‘พ่อตะโพน’(สุรชัย สมบัติเจริญ) ผู้เป็นสามี แม้จะถูกใจชอบพอและสนับสนุนว่าที่ลูกเขยทั้งสองอย่างไร ก็ไม่กล้าขัดใจแม่เพยีย ตะโพนเป็นคนชอบเสียงเพลงและเล่นดนตรี โดยเมื่อมีเรื่องงานสังคมบันเทิงในหมู่บ้านจะไปช่วยงานเต็มที่ ทำให้มีเรื่องนี้เรื่องเดียวที่พ่อตะโพนกล้าขัดใจกับแม่พเยีย
แต่เพยียก็ยอมให้พบูและพรไพรได้แต่งงานกัน แต่ก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดในพิธีแห่ขันหมาก โดยมีแก๊งของ ‘กำนันคง’ และ ‘เส้นใหญ่’ (คุณเต้ นันทศัย พิศลยบุตร) ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของกำนันคง รวมทั้งหลานสาว...‘แจนจิรา’ (ฐิตินันท์ สุวรรณถาวร) มารวมมือกันวางแผนก่อกวนเพื่อชิงปลัดโอมจากพบู และยังขึ้นรถขยายเสียงประกาศทั่วโคกอีกเลิ้ง ว่าวันนี้เป็นวันอัปมงคลทำให้แม่เพยีย เลื่อนการส่งตัวเข้าหอระหว่าง ปลัดโอมชนะกับพบู และพรไพรกับกมล
เมื่อแม่เพยียไม่ยอมให้ปลัดโอมชนะและกมลเข้าหอกับพบูและพรไพร ทั้งสองคนจึงทำทุกทางที่จะเข้าหอให้ได้ โดยได้รับความช่วยเหลือจาก ‘ผู้ใหญ่ถึก’ ซึ่งเป็นน้องชายของแม่เพยีย
ความวุ่นวายเริ่มเกิดขึ้นในโคกอีเลิ้ง มีชาวบ้านมาร้องเรียนเกี่ยวกับถนนในโคกอีเลิ้งกับปลัดโอมชนะมากมายว่า มีถนนชำรุดทั่วโคกอีเลิ้งจะไปไหนก็สัญจรลำบาก จึงมีการประมูลซ่อมถนนเกิดขึ้น โดยที่ผู้ใหญ่ถึกร่วมประมูลอีกเช่นเดิม แต่ที่แปลกกว่านั่นคือ ตะโพนได้ลงร่วมประมูลครั้งนี้ด้วยเช่นกัน ทำให้กำนันคงกลัวว่าจะไม่สามารถประมูลสร้างถนนได้ จึงจะใช้วิธียัดเงินให้กับปลัดโอมชนะ แต่ก็โดนปลัดปฏิเสธกลับไป ผลสุดท้ายคนที่ชนะการซ่อมประมูลก็ไม่ใช่ตะโพนและกำนันคง แต่เป็นคนมาจากที่อื่นมาประมูลไปได้อย่างเฉียดฉิว
หลังจากที่การประมูลซ่อมถนนเสร็จสิ้นไป กำนันคงก็อยากที่จะใช้เส้นให้เป็นนายก อบต. โดยการสั่งให้ไอ้ลูกชิ้นและไอ้ถั่วงอก ซึ่งเป็นลูกน้องคนสนิทไปขู่ให้นายก อบต.คนปัจจุบันลาออก เพื่อที่จะได้ให้เส้นใหญ่ลงสมัครนายก อบต. แต่การแข่งขันเลือกนายก อบต.ในปีนี้ไม่ง่ายอย่างที่กำนันคงคิด เพราะตะโพนได้ลงสมัครด้วย เพราะสาเหตุมาจากที่รถขนดินของกำนัน ทำให้พบูเกิดอุบัติเหตุ จึงทำให้ตะโพนแค้นใจมาก จึงลงสมัครแข่งกับพวกของกำนันคง ทั้งสองฝ่ายต่างเสนอนโยบายต่างๆ เพื่อที่พี่น้องชาวโคกอีเลิ้งสนใจ โดยตะโพนได้ชูนโยบาย “ไม่กลัวเมีย” เมื่อเพยียรู้เข้าก็โกรธตะโพนมาก แต่ผลการเลือกตั้งคนที่ได้รับเลือกเป็นนายก อบต.ก็เป็นคนหนุ่มโคกอีเลิ้งรุ่นใหม่ไฟแรงได้ตำแหน่งไปแทน
เมื่อมีสิ่งแปลกใหม่เข้ามาในโคกอีเลิ้ง ทำให้ชาวโคกอีเลิ้งต่างสนใจกับสิ่งๆ นั่นก็คือ ธุรกิจขายตรงอาหารเสริมสุขภาพได้เข้ามาขายในโคกอีเลิ้ง ทำให้ทุกคนต่างแย่งกันที่จะมีอาหารเสริมเพื่อสุขภาพกิ๊บๆ ไว้ครอบครอง แต่พบูก็สงสัยเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะสามารถช่วยสุขภาพได้จริงหรือไม่ จึงได้นำไปตรวจสอบกับคุณหมอที่โรงพยาบาล ผลที่ได้ก็คือ มันคือทรายไม่มีประโยชน์ใดๆ กับร่างกายเลย ทำให้โกแฉะรีบโทรไปที่บริษัทที่ผลิตเพื่อที่จะคืนสินค้า จนได้ทราบว่าบริษัทนี้ได้หนีไปแล้ว ส่งผลให้แต่ละคนต้องเสียเงินกับอาหารเพื่อสุขภาพวาเลนไทล์กิ๊บๆ ไม่ว่าจะเป็น โกแฉะ แม่เพยีย รวมทั้งกำนันคงที่เสียเงินไปมากที่สุด
จากนั้น มีการกระจายข่าวทั่วโคกอีเลิ้งว่าจะมีกองถ่ายมาถ่ายที่โคกอีเลิ้ง ทำให้ทุกคนในโคกอีเลิ้งต่างตื่นเต้น แต่งตัวหล่อ สวย เพื่อที่จะได้เป็นดารา สาวๆ ทั่วโคกอีเลิ้งมาต่อคิวทำผมกันที่ร้านแน่งน้อยกันแน่นร้าน เพื่อที่ผู้กำกับและแมวมองจะสนใจพาไปเป็นดารา ชาวโคกอีเลิ้งต่างวาดฝันที่จะเปลี่ยนโคกอีเลิ้งให้เป็นฮอลลีวู๊ด แต่ก็เกิดสิ่งที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้น เพราะแท้ที่จริงแล้วไม่ใช่กองถ่ายหนัง และความฝันจะเป็นดาราไม่ได้เป็นอย่างที่คิดไว้
ด้านโรงเรียนโคกอีเลิ้ง ได้มีการจัดการแข่งขันกิจกรรมโรงเรียนหวานแหว๋ว ทำให้คุณครูแต่ละคนในโรงเรียน ไม่ว่าจะเป็นครูกมล ครูพรไพร รวมทั้งครูหวาน’ (ชัชฎาภรณ์ ธนันทา) เป็นครูที่เพิ่งย้ายมาจากโรงเรียนโคกอีลอย ได้มาตกหลุมรักครูกมล ครูหวานคิดที่จะหาวิธีในการที่จะชนะในกิจกรรมโรงเรียนหวานแหว๋ว เพื่อครูกมลจะได้หันมาสนใจ ครูหวานจึงคิดไปกู้เงินจากครูใหญ่เพื่อที่จะได้ซื้อชุดเครื่องเสียง ทีวีมาเปิดให้เด็กๆ ได้ดูกัน ส่วนครูกมลก็ได้ผลิตจานดาวเทียมขึ้นมาเอง เพื่อที่จะให้นักเรียนได้เรียนทางไกล แต่ก็ทำให้ครูใหญ่เกิดไฟช๊อตขึ้นจากผลงานจานดาวเทียมของกมลที่นำเอากระทะมาเป็นจานดาวเทียม แต่พรไพรกลับให้เด็กๆ จัดห้องเรียนด้วยสิ่งประดิษฐ์ที่นักเรียนทำเองอย่างประหยัด ทำให้พรไพรชนะเลิศ ในโครงการโรงเรียนหวานแหว๋ว
ครูหวาน ได้เปิดร้านเบเกอรี่ ขนมอบใหม่ในโคกอีเลิ้ง เนื่องจากไม่เคยมีอะไรแบบนี้มาก่อนในหมู่บ้านเล็กๆ แถมยังห่างไกลอย่างนี้ เพราะโดยปกติแล้วขนมกับของว่างของชาวโคกอีเลิ้ง ก็จะเป็นขนมไทยๆ อย่างเช่นกล้วยบวชชี ถั่วเขียวต้มน้ำตาล ข้าวต้มมัด อะไรทำนองนี้ ขนมปัง ขนมเค้กและขนมอบต่างๆ ที่คนในเมืองใหญ่นิยมกัน ไม่ใช่ของที่หากินได้ง่ายในหมู่บ้าน ใครที่อยากกินขนมปังหรือเค้ก ก็จะต้องนั่งรถประจำทางเข้าไปในตัวจังหวัด ดังนั้นทุกคนต่างสนใจกับเบเกอรี่ของครูหวาน
ความอลหม่านในโคกอีเลิ้งยังเกิดขึ้นเรื่อยๆ เมื่อมีเทคโนโลยี 3G เข้ามาในโคกอีเลิ้ง และยังมีเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาเช่น แทปเลต คอมพิวเตอร์ และสมาร์ทโฟน ทำให้คนในโคกอีเลิ้งเริ่มใช้โทรศัพท์กันมากขึ้น จนกำนันคงได้คิดธุรกิจเกี่ยวกับโทรศัพท์ จึงได้เปิดร้านขายโทรศัพท์ในโคกอีเลิ้ง ชาวบ้านต่างแห่กันมาซื้อมากมาย จากที่เทคโนโลยีได้เข้ามาในโคกอีเลิ้ง ทำให้ทุกคนในโคกอีเลิ้งต่างหมกหมุ่นอยู่กับแต่เทคโนโลยีใหม่ๆ และโทรศัพท์ จึงไม่มีใครคุยกับใคร คอยที่จะจ้องอยู่ที่หน้าจอ เพื่อที่จะคุยผ่านโปรแกรมไลน์ และโปรแกรมแชทต่างๆ ทำให้มีการพูดคุยกันน้อยลง
ด้านพบูและโอมชนะ ก็ยังไม่สามารถที่จะเข้าหอกันได้ เพราะการขัดขวางของแม่เพยีย มิหนำซ้ำยังโดนแจนจิราคอยมาขัดขวาง และสร้างความแตกร้าวระหว่างพบูและโอมชนะอยู่บ่อยครั้ง ส่วนพรไพรต้องเสียใจกับครูกมลอยู่ตลอด เพราะครูหวานชอบมาทำตัวสนิทสนมกับครูกมลอยู่ ทำให้พรไพรและกมลเกิดการเข้าใจผิดกัน อาการเสียใจของพบู และครูพรไพรไม่ต่างกัน ทั้งคู่ต่างปรับทุกข์ถึงความเปลี่ยนแปลงของคู่รักตน
ปลัดโอมและครูกมลจะปรับความเข้าใจกับพบูและครูพรได้หรือไม่ และจะพิสูจน์ให้แม่พเยียเห็นอย่างไร กำนันคง, เส้นใหญ่ จะสร้างความวุ่นวายอะไรโคกเลิ้งอีก ต้องติดตามความอลหม่านตามประสาบ้านทุ่งใน “โคกอีเลิ้ง...เริงร่า”

Suan Aharn Banjai!

Ruean Lom Rak
บ้านฉัตราการเรือนไทยหลังงามที่ ล้อมเดือน (ฝนทิพย์ วัชรตระกูล) อาศัยอยู่ในรั้วเดียวกันมาตั้งแต่เด็กกำลังจะถูกยึด เพราะคุณนายลินดา (ดร.ปัทมาฆะ สุคนธมาน) ยอมให้ กันต์ลอง (ปัญญาพล เดชสงค์) ลูกเขยที่ไม่เอาไหนเอาโฉนดไปจำนองไว้กับ เจ้าสัวธารินทร์ (กลศ อัทธเสรี) จอมงกและหน้าเลือด เพื่อเอาเงินไปลงทุนทำผับ ตามคำวิงวอนขอร้องของ ลีลาวดี (แวร์ โซว) ลูกสาวซึ่งเป็นแม่ม่ายลูกติด ที่หลงผัวหนุ่มจนไม่ลืมหูลืมตา แต่ทั้งลูกสาวและลูกเขยไม่เคยส่งทั้งต้นและดอกตามที่รับปากเอาไว้
ถึงแม้ล้อมเดือนจะได้ชื่อว่าเป็นทายาทของตระกูลฉัตราการ แต่เธอก็ไม่เคยได้รับการเลี้ยงดูอย่างดีเหมือน ปานฉัตร (ณัฐวรา หงษ์สุวรรณ) ลูกสาวของลีลาวดี เพราะคุณนายลินดาโกรธ อานนท์ (เจษฏา รุ่งสาคร) ลูกชายคนเล็กที่ไปคว้าเอา ดวงดาว (ชัชฏาภรณ์ ธนันทา) สาวรับใช้ในบ้านมาเป็นเมีย ล้อมเดือนจึงต้องอยู่เหมือนคนอาศัยที่ เรือนล้อมรัก บ้านหลังเล็กที่พ่อสร้างไว้อยู่กับแม่และลูก เมื่อพ่อกับแม่จากโลกนี้ไปก่อน ล้อมเดือนจึงต่อสู้ดิ้นรนหาเงินเลี้ยงตัวเองและเรียนหนังสือไปด้วย โดยมี แป๋วแหวว (กรุณา มอริส) คนรับใช้ที่อยู่กันมานานและ ม่านไผ่ (ธราภา กงทอง) เพื่อนนักศึกษาคอยเป็นกำลังใจ
แทนตะวัน (กันตพงศ์ บำรุงรักษ์) ลูกชายสุดรักสุดหวงคนเดียวของเจ้าสัวธารินทร์ ถูกส่งให้ไปหัดทวงหนี้กับลูกหนี้ที่ผิดนัด โดยมี พงษ์ทวี หรือ โกโผ่ง (ปราบ ยุทธพิชัย) คอยเป็นพี่เลี้ยง แต่แทนตะวันไม่เคยทำสำเร็จแม้แต่รายเดียว รวมทั้งลูกหนี้ที่บ้านฉัตราการ เพราะเขาเป็นคนจิตใจดีมีเมตตาต่างจากผู้เป็นพ่อ
ล้อมเดือนไปขายของริมฟุตบาธแล้วถูกเทศกิจไล่จับ จึงวิ่งมาหลบในรถของแทนตะวันที่ลืมล็อคประตู พอลงจากรถด้วยความรีบร้อนเลยทำหนังสือเรียนหล่นเอาไว้ แทนตะวันจึงเอามาคืนให้และอดสงสัยไม่ได้ว่า ทำไมเธอจึงต้องทำงานหาเงินเลี้ยงตัวเอง ทั้ง ๆ ที่ก็เป็นลูกหลานของบ้านฉัตราการ
แทนตะวันได้โอกาสที่ เยาวลักษณ์ (ฐรินดา กรรณสูต) น้าสาวที่รักตัวเองเหมือนลูก โกรธผู้เป็นพ่อที่ไปแสดงท่าทีหึงหวง นิพนธ์ (ธัญวิศิษฐ์ เสียงหวาน) อาจารย์ที่มาสอนทำอาหารแบบตัวต่อตัวถึงบ้าน แทนตะวันเลยบอกว่าถ้าจะให้น้าสาวหายโกรธ พ่อจะต้องเลื่อนกำหนดยึดบ้านฉัตราการออกไป แทนตะวันเอาข่าวดีเรื่องเลื่อนการยึดบ้านไปบอกล้อมเดือน ทำให้ทุกคนรู้สึกโล่งใจ แต่ล้อมเดือนกลับทำงานหาเงินหนักขึ้น เพื่อจะเอาเงินมาช่วยคุณย่าไถ่บ้านคืนให้ได้
พิณนรี (บัณฑิตา ฐานวิเศษ) ดารานางแบบชื่อดังโมโหที่ถูกเจ้าสัวสั่งห้ามไม่ให้คบกับลูกชาย เธอจึงส่งรูปที่ใกล้ชิดกับแทนตะวันไปให้หนังสือพิมพ์ลงข่าว เจ้าสัวโมโหมากจึงไปว่าจ้างล้อมเดือนให้มาเป็นคู่รักกำมะลอของแทนตะวัน เพราะเจ้าสัวรู้จักล้อมเดือนตอนที่พงษ์ทวีขับรถไปชนเธอ เจ้าสัวจึงนึกชอบในความงกแบบตรงไปตรงมาของล้อมเดือน โดยที่ไม่รู้ว่าเธอเป็นลูกหลานบ้านฉัตราการ ล้อมเดือนยอมรับงานเพราะเห็นว่าเป็นรายได้ดี และยังมีสัญญาที่จะไม่ทำให้เธอต้องเสียหายหรือเสียเปรียบ เพราะล้อมเดือนเรียนด้านกฎหมายจึงทำทุกอย่างแบบรัดกุม แทนตะวันดีใจที่รู้ว่าล้อมเดือนคือผู้หญิงที่พ่อจ้างมาเป็นคู่รักชั่วคราว คุณนายลินดาพอรู้เรื่องจากลีลาวดีจึงเรียกล้อมเดือนมาต่อว่า ที่เธอจะทำให้ชื่อเสียงของตระกูลเสียหาย และไม่ชอบเอาหลานสาวไปขัดดอกด้วย
เมื่อครบกำหนดบ้านฉัตราการต้องถูกยึดตามสัญญา เพราะกันต์ลองกับลีลาวดีไม่มีปัญญาหาเงินมาไถ่ถอนได้ คุณนายลินดาจำเป็นต้องมาพูดกับล้อมเดือนเพื่อให้หลานนอกคอก ช่วยไปขัดดอกเป็นเวลา 1 ปีตามข้อเสนอแนะของแทนตะวัน ล้อมเดือนยอมเพราะไม่อยากให้บ้านต้องตกเป็นของคนอื่น โดยล้อมเดือนขอให้แทนตะวันจดทะเบียนสมรสกับเธอ เพื่อป้องกันเกียรติของเธอที่แทบไม่มีเหลือแล้ว และเธอก็จะเซ็นใบหย่าไว้ให้โดยไม่เรียกร้องอะไรเมื่อครบสัญญา
เจ้าสัวตกใจเมื่อรู้ว่าเด็กสาวที่ตัวเองเคยจ้างมาเป็นคู่รักกำมะลอให้กับลูกชาย เป็นหลานสาวขัดดอกของคุณนายลินดา จึงไล่ล้อมเดือนออกจากบ้านแต่เธอไม่ยอมไป เพราะทุกอย่างต้องเป็นไปตามสัญญา และล้อมเดือนยังได้ทำงานในฝ่ายกฎหมายของบริษัทอีก เยาวลักษณ์เห็นดีด้วยเพราะรักและเอ็นดูล้อมเดือน ทำให้เจ้าสัวไม่กล้าขัดเพราะตัวเองแอบรักน้องเมียอยู่ เจ้าสัวไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ จึงแกล้งล้อมเดือนให้ทำงานบ้านเยี่ยงคนรับใช้บ้าง ให้ไปเจรจาเรื่องไล่ที่หรือทวงหนี้ที่ไม่น่าจะได้คืน เพื่อเป็นการบีบล้อมเดือนทางอ้อม ถ้าทำไม่สำเร็จก็จะถูกยกเลิกสัญญา แต่ล้อมเดือนทำทุกอย่างสำเร็จชนิดที่เจ้าสัวคาดไม่ถึง และยังให้ หม่าเหมิ่น (ขมิ้น เชิญยิ้ม) คนขับรถคอยสะกดรอยตามแทนตะวันว่าแอบไปไหนกับล้อมเดือนบ้างหรือไม่
ธีระ (เจจินตัย อันติมานนท์) กันต์ลอง และ พิณนรี ร่วมมือกันเพื่อหาคนมาซื้อบ้านฉัตราการ โดยให้พิณนรีเข้าไปล้วงความลับเรื่องธุรกิจของเจ้าสัว เพราะตัวเธอเองก็ต้องการที่จะไปจับแทนตะวันอยู่แล้ว ส่วนคุณนายลินดารู้ทันความเลวของลูกเขย จึงไม่ยอมให้ความช่วยเหลือลีลาวดีในเรื่องเงินอีก ม่านไผ่รู้เรื่องที่ธีระกับกันต์ลองวิ่งเต้นขายบ้านฉัตราการ จึงเตือนล้อมเดือนให้รู้ตัว แทนตะวันพยายามจะเอาชนะใจล้อมเดือนให้ได้ แต่ล้อมเดือนปิดกั้นหัวใจของตัวเอง เพราะคิดว่าเธอเป็นเพียงผู้หญิงขัดดอกเท่านั้น
ล้อมเดือนตัดสินใจพาปานฉัตรมาอยู่ในบ้านเจ้าสัวเพราะไม่มีทางเลือก มิฉะนั้นปานฉัตรจะหาเงินใช้ด้วยการถ่ายรูปโป๊ลงหนังสือตามคำยุยงของกันต์ลองอีก จนทำให้คุณย่าเกิดความอับอายและไม่สบายใจ พอเข้ามาอยู่ในบ้านเจ้าสัวปานฉัตรโดนดูถูกว่าเป็นนางแบบโป๊ และยังต้องทำงานบ้านเหมือนคนรับใช้ เพราะแป๋วแหววบอกว่าทุกคนที่อยู่บ้านนี้ต้องช่วยกันทำงานบ้านด้วย พอมีโอกาสปานฉัตรจึงแอบย่องเข้าห้องแทนตะวัน พอเจ้าสัวจับได้จึงไล่เธอออกจากบ้านทันที พอกลับบ้านฉัตราการปานฉัตรก็โดนกันต์ลองข่มขืน เพราะคุณนายลินดากับลีลาวดีไปถือศีลอยู่ที่วัด โชคดีที่ล้อมเดือนมาช่วยไว้ทัน ทำให้ปานฉัตรและ กระแต (ธิญดา เจริญรัตน์) คนรับใช้ของลีลาวดี เริ่มเห็นความดีของล้อมเดือนและเห็นความเลวของกันต์ลอง แต่ปานฉัตรไม่ยอมเอาเรื่องกันต์ลอง เพราะไม่อยากให้แม่และยายต้องเสียใจ
กันต์ลอง ธีระ และ พิณนรี วางแผนจับเจ้าสัวไปเรียกค่าไถ่ 50 ล้านบาท เพื่อจะได้เอาเงินมาไถ่บ้านฉัตราการ ส่วนที่เหลือจะได้แบ่งกันใช้ แต่กันต์ลองทำความลับรั่วแทนตะวันและล้อมเดือนจึงไปช่วยเจ้าสัวสำเร็จ ล้อมเดือนขอร้องไม่ให้เจ้าสัวแจ้งความจับกันต์ลอง เพราะกลัวฉัตราการจะเสียชื่อเสียง เจ้าสัวจึงขอข้อแลกเปลี่ยนโดยให้ล้อมเดือนออกไปจากชีวิตของแทนตะวัน ล้อมเดือนยอมและกลับมาอยู่ที่ เรือนล้อมรัก พร้อมทั้งเปิดสำนักงานทนายความเป็นของตัวเอง โดยมีม่านไผ่และปานฉัตรมาร่วมกันทำงาน
แทนตะวันพยายามช่วยเหลือล้อมเดือนด้วยความรักอย่างจริงใจ แต่ล้อมเดือนปฏิเสธทั้ง ๆ ที่ใจยังรักแทนตะวัน พร้อมทั้งฉีกทะเบียนสมรสทิ้ง ทำให้แทนตะวันเสียใจมาก แทนตะวันยังไม่เลิกล้มความตั้งใจที่เอาชนะใจของล้อมเดือนให้ได้ ทำให้เจ้าสัวโมโหจนเผลอไล่แทนตะวันออกจากกองมรดก เพราะคิดว่ายังไงลูกชายก็ไม่ไหนไม่รอด แทนตะวันเสียใจจึงตัดสินใจออกจากคฤหาสน์หลังโต โดยไม่เอาสมบัติติดตัวมาแม้แต่ชิ้นเดียว
แทนตะวันกับนิพนธ์ร่วมหุ้นกันเปิดร้านขายลูกชิ้นปิ้ง โดยมีล้อมเดือนคอยเป็นกำลังใจ และวางแผนออกข่าวไปตามหน้าหนังสือพิมพ์ ทำให้ลูกชิ้นปิ้งทายาทเจ้าสัวโด่งดังเป็นที่รู้จักของใครต่อใคร พิณนรีเมื่อเห็นว่าแทนตะวันถูกตัดออกจากกองมรดก จึงคิดจะจับเจ้าสัวแทนเพราะเห็นแก่เงิน แต่ถูกเยาวลักษณ์เล่นงานด้วยความหึงหวง จนกระเจิงออกจากคฤหาสน์เจ้าสัวแทบไม่ทัน ล้อมเดือนเตรียมหาซื้อบ้านหลังใหม่ เพราะเธอรู้ดีว่าไม่มีทางหาเงินมาไถ่บ้านฉัตราการได้แน่นอน
เมื่อครบกำหนดวันที่บ้านฉัตราการจะถูกยึด เจ้าสัวมาประกาศความเป็นเจ้าของด้วยความภาคภูมิใจ แต่พอเดินลงมาจากบันไดบ้านฉัตราการ เจ้าสัวก็ล้มลงมาอย่างกระทันหัน ทำให้กลายเป็นอัมพฤกษ์ แทนตะวันต้องกลับไปดูแลเจ้าสัวเพื่อทดแทนบุญคุณ ทำให้ต้องห่างเหินจากล้อมเดือน กันต์ลองแกล้งทำดีกับลีลาวดี เพื่อใช้เธอไปขอร้องให้คุณนายลินดาเซ็นยินยอมขายบ้าน แต่พูดไม่สำเร็จจึงถูกกันต์ลองลงมือทำร้ายด้วยความโมโห แทนที่ลีลาวดีจะตาสว่างเพราะปานฉัตรก็ได้พูดเตือนสติไปแล้ว แต่เธอกลับคิดว่าปานฉัตรไปเป็นพวกของล้อมเดือนแล้ว จึงรุมใส่ร้ายกันต์ลอง เธอจึงไม่เชื่อใครนอกจากตัวเอง กันต์ลองได้ใจจึงลอยหน้าอยู่ในบ้านฉัตราการได้ต่อไป เมื่อสบโอกาสก็ใช้กำลังเข้าปลุกปล้ำปานฉัตรอีก แต่ครั้งนี้ชีวิตถึงฆาตลีลาวดีมาพบพอดี เธอจึงตัดสินใจฆ่ากันต์ลองเพื่อปกป้องลูกสาว ล้อมเดือนยื่นมือเข้ามาเป็นทนายว่าความให้ จนลีลาวดีหลุดพ้นข้อหาฆ่าคนตายโดยไม่เจตนา เมื่อสิ้นกันต์ลองทุกคนในบ้านฉัตราการกลับมามีความสุขกันอีกครั้ง และพร้อมที่จะไปใช้ชีวิตที่บ้านหลังใหม่ด้วยกัน
เมื่อรักแท้ถูกตีราคาเป็นเรื่องเงินทอง จิตใจที่ดีงามถูกมองข้ามเพียงเพราะอคติ แล้วจะมีสิ่งใดที่เอาชนะจิตใจที่มืดบอดของเจ้าสัวธารินทร์ได้ ล้อมเดือนจะมีวันทำความฝันของตัวเองให้เป็นจริงได้หรือไม่ เรือนล้อมรัก บ้านที่เคยเต็มไปด้วยความอบอุ่น และความทรงจำของพ่อกับแม่จะไกลเกินเอื้อมสำหรับเด็กกำพร้าอย่างเธอหรือไม่ ติดตามหาคำตอบ และเป็นกำลังใจในรักแท้ที่ต่างฐานะ ระหว่างล้อมเดือนและแทนตะวัน ใน ละครเรือนล้อมรัก ได้ทุกวัน เวลา 18.40 น. ทางช่อง 7 สี ละครเรือนล้อมรัก เริ่มตอนแรก วันเสาร์ที่ 17 กันยายน 2554

Somwang Su Su
หลังจาก โต้ง (เขตต์ ฐานทัพ) ครีเอทีฟค่ายเพลงกับ น้ำขิง (ปุณยาพร พูลพิพัฒน์) สาวนักประชาสัมพันธ์ตัดสินใจที่จะแต่งงานกัน ทั้งสองจึงนัดกันที่จะไปลองชุดเจ้าบ่าวเจ้าสาวที่ร้านวิวาห์ของ ผ่องพรรณ (มณีนุช เสมรสุต) แม่หม้ายลูกติดที่เป็นครูสอนร้องเพลงด้วย และเป็นเพื่อนบ้านที่ดีของโต้งและน้ำขิง แต่โต้งกลับมาช้าเพราะมัวแต่ทำงานจนลืมเวลา โดยมีสมหวัง สุนัขแสนรู้คอยเตือนแต่โต้งก็ไม่ได้สนใจ พอเห็นเวลาล่วงเลยไปมากแล้วโต้งจึงรีบขับรถไปอย่างรวดเร็ว จนเป็นเหตุให้รถเฉี่ยว รุ้งแก้ว (ธิดารัตน์ จักรสิงโต) ดีเจสาวที่หน้าร้าน ด้วยความตกใจโต้งรีบประคองรุ้งแก้วไปส่งโรงพยาบาล จังหวะเดียวกับที่น้ำขิงเดินออกมาหน้าร้านพอดี ขณะเดียวกัน แจ๊ค (มณฑล ปริวัฒน์) ขับรถผ่านมา น้ำขิงขอให้แจ๊คขับรถตามรถโต้งไปที่โรงพยาบาล
พอไปถึงโรงพยาบาล บัวลอย (อรุณ ภาวิไล) กับ ไข่หวาน (สมิทธิ์ สุขไพบูลย์) ลูกน้องของ เสี่ยจั๊ว (สุเทพ ประยูรพิทักษ์) พ่อของแจ๊คที่ปลอมตัวมาเป็นหมอ บอกให้โต้งเซ็นหนังสือรับผิดชอบถ้ารุ้งแก้วและลูกในท้องเป็นอะไรไป โต้งจำเป็นต้องเซ็นเพราะคิดว่าตัวเองเป็นคนผิด โดยหารู้ไม่ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นแผนการที่แจ๊คสร้างขึ้นมา เพราะอยากให้โต้งกับน้ำขิงเกิดการเข้าใจผิดกัน เพราะแจ๊คหลงรักน้ำขิงมานาน ทั้ง ๆ ที่ตัวเองก็มีรุ้งแก้วเป็นเมียลับ ๆ อยู่แล้ว แผนการครั้งนี้สำเร็จเพราะน้ำขิงมาทันเห็นโต้งประคองรุ้งแก้วออกจากโรงพยาบาลพอดี
รุ้งแก้วบอกให้แจ๊ครับผิดชอบลูกในท้องของเธอ แต่แจ๊คขอให้รุ้งแก้วร่วมมือกับเขาเพื่อแก้แค้นครอบครัวโต้งก่อน เพราะในอดีตพ่อของเขาถูก โต (ขมิ้น เชิญยิ้ม) พ่อของโต้งมาแย่งคนรักไป ถ้าการแก้แค้นสำเร็จเขายินดีที่จะรับผิดชอบรุ้งแก้วและลูกในท้อง รุ้งแก้วเชื่อเพราะรักแจ๊คมากและยังโดน แจ่มใส (ราตรี วิทวัส) แม่ที่ติดการพนันและเป็นลูกหนี้รายใหญ่ของเสี่ยจั๊ว คอยกำชับให้เธอคอยช่วยเหลือแจ๊คมิฉนั้นไม่มีบ้านจะอยู่ รุ้งแก้วจำเป็นต้องฝืนใจทำตามที่แจ๊คและเสี่ยจั๊วคอยบงการทุกอย่าง
น้ำขิงเสียใจและโกรธโต้งมากเลยคิดที่จะล้มเลิกงานแต่งงาน เธอจึงไปปรับทุกข์กับ หมอเฟิร์น (ชมพูนุช ปิยธรรมชัย) เพื่อนสนิทที่เป็นสัตวแพทย์ ส่วนโต้งก็ให้ เต๋อ (วิชญ จารุจินดา) เพื่อนสนิทเจ้าของบริษัทค่ายเพลงและเป็นแฟนกับหมอเฟิร์น ช่วยเป็นสื่อกลางอธิบายให้น้ำขิงเข้าใจว่าตนกับรุ้งแก้วไม่ได้มีอะไรกัน แต่ก็ไม่สามารถช่วยได้เพราะน้ำขิงไม่ยอมรับฟัง
สมหวังเห็นเจ้านายเครียดก็ไม่สบายใจจึงไปปรึกษา ข้าวเหนียว (สุนัขของน้ำขิง) และเรียกสุนัขเพื่อนบ้านมาประชุมด่วน เพื่อหาทางช่วยให้โต้งและน้ำขิงคืนดีกัน โดยมีสมาชิกสุนัขเข้าร่วมประชุมคือ ข้าวสวยสุนัขของผ่องพรรณ, ต้มยำสุนัขของ ปราชญ์ (เอกพัน บรรลือฤทธิ์) ตำรวจนักสืบประจำหมู่บ้าน และ จิ๊กโก๋สุนัขของ เปรื่อง (ไพโรจน์ สังวริบุตร) พ่อหม้ายลูกติด ที่แย่งกันจีบผ่องพรรณแข่งกับปราชญ์ชนิดที่ไม่มีใครยอมใคร แก๊งสี่ขาวางแผนแกล้งป่วยไม่ยอมทานอาหาร หมอเฟิร์นแนะนำให้พาแก๊งสี่ขาไปพักผ่อนตากอากาศแล้วอาการก็จะดีขึ้น เพราะสุนัขทุกตัวป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ต้องรักษาด้วยการบำบัดทางจิตใจ ทุกคนจึงพร้อมใจกันพาสุนัขไปพักผ่อนโดยมีหมอเฟิร์นกับเต๋อไปด้วย
แก๊งสี่ขาวางแผนให้โต้งกับน้ำขิงดีกัน โดยแอบหนีเข้าไปในป่าเพื่อให้ทั้งสองตามหา แต่เหตุการณ์กลับพลิกผันทำให้ น้องโทน (ด.ช.นครินทร์ สุขไพบูลย์) ลูกชายของเปรื่อง และ น้องพริ้มเพรา (ด.ญ.ธนันท์รัฐ ศรีหาจันทร์) ลูกสาวของผ่องพรรณหลงป่า เพราะถูกแจ๊คที่มาตามหาน้ำขิงหลอกให้พาไปหาน้ำขิง พอเจอเรื่องร้ายกลางป่าแจ๊คกลับทิ้งเด็ก ๆ แล้วหนีเอาตัวรอด พริ้มเพราเดินข้ามสะพานไม้ที่เก่าจนพลาดตกสะพาน แล้วไหลไปตามกระแสน้ำที่เชี่ยว โทนร้องเรียกให้คนช่วย!!!....สมหวังกับข้าวเหนียวเข้าช่วยพริ้มเพรา ที่เกาะติดอยู่กลางกระแสน้ำเอาไว้ได้ ในขณะที่โต้งและน้ำขิงช่วยกันตามหาสุนัขของตัวเอง น้ำขิงสะดุดล้มจนเจ็บข้อเท้าโต้งคอยดูแลอย่างใกล้ชิด ทำให้ทั้งสองมีโอกาสปรับความเข้าใจกันเรื่องรุ้งแก้ว
เสี่ยจั๊วและแจ๊คเจ็บใจมากเมื่อรู้ว่าโต้งกับน้ำขิงกลับมารักกันและไม่ยกเลิกการแต่งงาน จึงคิดแผนร้ายใช้รุ้งแก้วกับแจ่มใสเป็นเครื่องมือ โดยเอาเงินมาเป็นตัวล่อแจ่มใส ในวันที่โต้งยกขันหมากมาสู่ขอน้ำขิง แจ่มใสพารุ้งแก้วมาโวยวายว่า โต้งทำลูกสาวท้องแล้วไม่รับผิดชอบ และยังจะไปแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่นอีก น้ำขิงได้ยินเสียงเอะอะจึงออกมาดู รุ้งแก้ววิ่งไปกอดน้ำขิงแล้วร้องไห้ฟูมฟาย และขอโต้งซึ่งเป็นพ่อของลูกในท้องคืน น้ำขิงจำรุ้งแก้วได้ว่าเป็นเพื่อนสมัยเรียนของเธอ และยังเป็นคนเดียวกับที่โต้งประคองไปโรงพยาบาล
แจ่มใสแกล้งร้องไห้ฟูมฟายขอความเป็นธรรมจากคนที่มาร่วมงาน และต่อว่าน้ำขิงจนเธอรู้สึกอับอายและโกรธโต้งมาก เสี่ยจั๊วกับแจ๊คก็มารุมว่าโต้งเสีย ๆ หาย ๆ รุ้งแก้วยืนยันว่ามีความสัมพันธ์กับโต้งจริง และเธอเคยอยู่ที่บ้านโต้งด้วย เพื่อความบริสุทธิ์ใจโต้งพาทุกคนไปพิสูจน์ความจริงที่บ้าน เมื่อไปถึงบ้านโต้งถึงกับตกใจ เพราะข้าวของเครื่องใช้ของรุ้งแก้วอยู่ในห้องนอนของเขา โด่ง (ไพโรจน์ ใจสิงห์) พ่อของน้ำขิงโกรธมากจึงเข้าไปต่อยโต้ง และบอกว่าโต้งไม่ใช่ลูกผู้ชาย ทำให้งานแต่งระหว่างโต้งกับน้ำขิงถูกล้มกลางคัน
แจ๊คตามจีบน้ำขิงและค่อยพูดให้ร้ายโต้งอยู่ตลอดเวลา ในขณะเดียวกันรุ้งแก้วกับแจ่มใสก็ย้ายเข้ามาอยู่บ้านโต้ง โดยที่โต้งไม่อาจจะปฏิเสธได้ เพราะพ่อเป็นคนอนุญาตเพื่อเห็นแก่เด็กในท้อง เฟิร์นและเต๋อทนเห็นสถานการณ์ระหว่างเพื่อนรักทั้งสองคนต่อไปไม่ได้ จึงวางแผนให้ทั้งคู่มาทำงานร่วมกัน ซึ่งทั้งคู่ก็ยอมรับที่จะทำงานให้ โดยที่น้ำขิงตอบตกลงไปอย่างเสียไม่ได้ น้ำขิงร้องไห้เสียใจทุกวันที่เห็นภาพโต้งคอยเอาใจรุ้งแก้ว เมื่อทนไม่ไหวน้ำขิงตัดสินใจไปอยู่ที่รีสอร์ตของพ่อที่พัทยา โต้งมาหาน้ำขิงที่บ้านเพื่อปรึกษาเรื่องงาน แต่ไม่พบ ผ่องพิศ(กรุณา มอริส) ดีไซเนอร์น้องสาวผ่องพรรณ บอกว่าน้ำขิงไม่อยู่ไปพัทยา โต้งตัดสินใจตามไปทันที ส่วนแจ๊คก็มาหาน้ำขิงที่พัทยาและมาถึงก่อนโต้ง จึงชวนน้ำขิงไปทำบุญที่วัดเพื่อสร้างภาพว่าตนเป็นคนดี พอกลับออกมาจากวัดได้เจอกับโต้งที่มาวัดเช่นกัน แต่ทั้งคู่ต่างนิ่งเฉยใส่กัน
โตมาหาโด่งเพื่อขอร้องให้น้ำขิงช่วยทำการประชาสัมพันธ์ตลาดน้ำ 4 ภาคของตน เนื่องจากระยะหลังนักท่องเที่ยวลดลงโดยมีโต้งคอยช่วย โด่งยอมช่วยเหลือในฐานะที่เป็นเพื่อนมานาน แจ๊คและเสี่ยจั๊วแอบได้ยินจึงคิดวางแผนร้ายกลั่นแกล้ง โดยใช้รุ้งแก้วกับแจ่มใสเป็นเครื่องมือเช่นเคย ตลาดน้ำ 4 ภาคเกิดเหตุการณ์ไม่ดีขึ้นมากมาย ทั้งฉก ชิง วิ่งราว นักท่องเที่ยวไม่ได้รับความปลอดภัย ทำให้ธุรกิจของโตแย่ลงซึ่งก็เป็นไปตามแผนที่สองพ่อลูกวางไว้ โต้งกับน้ำขิงช่วยกันประชาสัมพันธ์ และจัดกิจกรรมต่าง ๆ เข้าช่วย จึงได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ยิ่งสร้างความแค้นใจให้กับเสี่ยจั๊วและแจ๊คมากขึ้น ถึงแม้จะทำงานร่วมกันน้ำขิงยังปฏิเสธโต้งเรื่องที่จะกลับมารักกันเหมือนเดิม โต้งพยายามต่อรองทุกทางเพราะรักน้ำขิงมาก น้ำขิงจำใจยื่นขอเสนอให้คบกันแบบเพื่อน โต้งตอบตกลงอย่างไม่มีทางเลือก เพราะไม่อยากเสียน้ำขิงไป ทั้งที่หัวใจทั้งคู่ยังคงรักกัน
พ่อของหมอเฟิร์นได้อาหารสัตว์มาเป็นสปอนเซอร์ในการจัดงานโรงพยาบาลสัตว์ โดยมีเต๋อรับหน้าที่ถ่ายโฆษณาให้กับลูกค้าแต่มีข้อแม้ว่า ต้องให้สมหวังกับข้าวเหนียวเป็นพรีเซนเตอร์ แต่เหตุการไม่คาดคิดเกิดขึ้นเมื่อสุนัขหายไป จากการวางแผนของสองพ่อลูกสุดแสบ เป็นเหตุให้เต๋อไม่สามารถถ่ายทำได้ทันตามกำหนด เต๋อเครียดมากเพราะถ้าผิดสัญญากับลูกค้า จะต้องถูกปรับเป็นเงินหลายล้านบาท เสี่ยจั๊วจึงแกล้งเสนอตัวเข้ามาที่จะช่วยจ่ายค่าปรับแทน แต่ต้องให้เขาเข้ามาถือหุ้นใหญ่ในค่ายเพลงของเต๋อ เมื่อไม่มีทางเลือกเต๋อจึงยอมถึงแม้โต้งจะไม่เห็นด้วยก็ตาม
เสี่ยจั๊วมีโอกาสเจอกับ บุญกล้า (เทวัญ ไชยสมบูรณ์) เด็กหนุ่มบ้านนอกเกิดถูกใจ โดยมีบัวลอยและไข่หวานสองลูกน้องตัวแสบคอยจัดแจงให้ เพราะตั้งแต่เมียตายและจนแจ๊คโตเป็นหนุ่ม เสี่ยจั๊วยังไม่เคยมองผู้หญิงคนไหนอีกเลย ทั้งสองต่างสงสัยว่าเสี่ยจั๊วจะชอบไม่ป่าเดียวกัน ทางด้านเสี่ยจั๊วก็เริ่มไม่มั่นใจในตัวเองเหมือนกัน โต้งไม่อนุญาตให้รุ้งแก้วและแจ่มใสมาอยู่ด้วยที่บ้าน เพราะไม่อยากให้น้ำขิงเข้าใจผิด แต่สุดท้ายก็ต้องยอมเพราะแผนการของสองแม่ลูก ที่มีเสี่ยจั๊วและแจ๊คได้วางแผนไว้ให้ รุ้งแก้วบอกให้แจ่มใสเลิกเล่นการพนัน เพราะไม่อยากใช้ชีวิตที่ต้องเป็นเครื่องมือของเสี่ยจั๊วอีก แจ่มใสบอกถ้าไม่ทำแบบนี้แล้วจะเอาเงินที่ไหนมาใช้จ่าย รุ้งแก้วบอกเธอจะไปเป็นนักร้องในค่ายเพลงของเสี่ยจั๊ว และบอกแจ่มใสว่าเธอไม่ได้ท้อง พร้อมทั้งวางแผนทำเป็นแท้งลูกเพื่อให้แจ๊คหลงเชื่ออีก
เสี่ยจั๊วใช้อำนาจในการเป็นหุ้นส่วนใหญ่ของค่ายเพลง พาบุญกล้าไปฝากโต้งและเต๋อช่วยจัดการ ทำให้บุญกล้ากลายเป็นนักร้องดังให้ได้ และยังพ่วงรุ้งแก้วไปอีกคนตามความต้องการของแจ๊ค สมหวังมีส่วนช่วยให้บุญกล้ามีความมั่นใจและร้องเพลงได้ดีขึ้น แจ๊คเริ่มทำธุรกิจผิดกฎหมายโดยที่เสี่ยจั๊วไม่รู้ โดยบังคับให้รุ้งแก้วขายยาเสพติดให้กับคนในวงการ ยาเสพติดเริ่มแพร่กระจายไปในชุมชนหมู่บ้านมากขึ้น ปราชญ์และเปรื่องสงสัยบัวลอยกับไข่หวาน จึงวางแผนสืบราชการลับเพื่อหานายทุนค้ายาให้ได้ ทางการส่ง นีน่า (กัณจนาณัฏ พัฒนะสิริกุลชัย) มาช่วยปราชญ์และเปรื่องในคดีนี้
โต้งและเต๋อถูกตำรวจจับในคดีมียาเสพติดไว้ในครอบครอง ซึ่งเป็นแผนการที่แจ๊ควางไว้เพื่อต้องการแก้แค้นทั้งสองคน น้ำขิง หมอเฟิร์น และทุกคน รวมทั้งแก๊งสี่ขาต่างช่วยกันหาหลักฐานมาสู้คดี เพราะไม่เชื่อว่าโต้งและเต๋อมีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด สมหวังกับข้าวเหนียวพร้อมพ้องเพื่อนสืบหาหลักฐานได้สำเร็จ จนตำรวจสามารถจับกุมบัวลอยกับไข่หวานและผู้ค้ารายใหญ่ได้ แจ๊คถูกตำรวจไล่ล่าจึงจับน้ำขิงเป็นตัวประกัน โต้งและทุกคนพยายามหาทางช่วยน้ำขิง สมหวังมีส่วนสำคัญที่เข้าช่วยน้ำขิงได้สำเร็จ แต่ถูกแจ๊คยิงบาดเจ็บสาหัส สมหวังเสียเลือดมากหมอเฟิร์นต้องการเลือดที่เป็นกรุ๊ปเดียวกันด่วน โต้ง น้ำขิง เต๋อ ต่างช่วยกันประกาศหาเลือดของสุนัขแต่หาไม่ได้ สุดท้ายสมหวังก็ได้เลือดของข้าวเหนียวมาช่วยได้ทันเวลา
ความรักของสมหวังกับข้าวเหนียวสุดแสนจะแฮปปี้ แต่…ความรักของเจ้านายอย่างโต้งและน้ำขิง จะลงเอยกันด้วยดีเหมือนสุนัขตัวเองอย่างไร ? โปรดติดตามหาคำตอบและรับชมเรื่องราวที่สนุกสนานระหว่างคนกับสุนัขแสนรู้ใน ละครสมหวังสู้สู้ ได้ทุกวันจันทร์-อาทิตย์ เวลา 18.45 น.ทางช่อง 7 สี ละครสมหวังสู้สู้ เริ่มตอนแรกวันพฤหัสบดีที่ 24 มี.ค. เป็นต้นไป

Koek E Leung Han Sa

Rak Kham Rua (The Love Next Door)

Jai Soo Moong Soo Fun
ใจสู้มุ่งสู่ฝัน: เสียง เชียร์กระหึ่มกึกก้องไปทั่วสนามกีฬาเซปักตะกร้อ ทุกคนต่างก็มารอดูลูกตบล้อเกวียนของเตชิน และหนึ่งในนั้นก็มีโค้ชนำชัย ซึ่งเป็นโค้ชทีมชาติได้มาดูด้วยเพื่อมาคัดเลือกนักกีฬาเข้าร่วมทีมชาติ การแข่งขันของคู่นี้ดำเนินไปอย่างดุเดือดทั้งลีลาและชั้นเชิงสูสีกันมากแต้ม ผลัดกันนำผลัดกันตาม จนคนดูและคนเล่นหายใจหายคอแทบไม่ทันและสิ่งที่ทุกคนในสนามกำลังรอคอยอยู่ นั้น ก็คือ ลูกตบล้อเกวียน เตชินกระโดดหมุนตัวกลางอากาศคล้ายกับกงล้อที่กำลังหมุน ลูกตะกร้อกระทบเท้าของเตชินและพุ่งตรงไปยังฝ่ายตรงข้าม แต่ลูกตะกร้อกลับพุ่งกลับมายังฝ่ายของเตชินอย่างรวดเร็วด้วยลูกตบซันแบ็กของ ประกาศิต ผอ.ชาญวิทย์ เรียกครูพละทุกคนมาประชุมเรื่องการคัดตัวนักกีฬาไปร่วมแข่งขันกีฬามัธยมแห่ง ชาติซึ่งจะมีขึ้นในปลายปีนี้ ผอ.ชาญวิทย์ต้องการเหรียญทองมากที่สุด โดยเฉพาะกีฬาเทนนิสซึ่งอดีตโรงเรียนนี้เคยเป็นแชมป์สี่ปีซ้อนแต่หลังจากครู อำนวยถูกดึงตัวให้ไปเป็นโค้ชกับโรงเรียนคู่แข่งตั้งแต่นั้นมา โรงเรียนนี้ก็ไม่เคยได้รับเหรียญใดๆ อีกเลย ความหวังนี้จึงตกมาอยู่ที่ครูสอนเทนนิสคนใหม่ชื่อครูเปียโน เธอหนักใจที่ ผอ.คาดหวังกับเธอไว้สูงมากถึงแม้เธอจะเคยเป็นแชมป์เยาวชนมาก่อนก็ตาม แต่การที่เปียโนมาเป็นครูพละที่นี่ก็เพราะความจำเป็นบางอย่าง นั่นก็คือเธอต้องการใบรับรองว่าเธอเป็นครูพละเพื่อที่จะไปยื่นต่อกองประกวด นางสาวไทย ซึ่งนี่คือความฝันของเธอตั้งแต่วัยเยาว์ เรื่องนี้เป็นความลับมีเพียงแม่และพ่อของเธอเท่านั้นที่รู้ เพราะแม่เธอเป็นคนฝากเธอเข้าทำงานที่โรงเรียนนี้เอง เตชิน รู้สึกว่าโรงเรียนนี้เน้นไปทางกีฬาฝรั่ง เขาจึงเสนอกีฬาเซปักตะกร้อซึ่งเป็นกีฬาไทยๆ ขึ้นมาเพื่อให้เด็กรุ่นใหม่รู้จักกีฬาของไทยที่นับวันก็จะถูกกลืนหายไปกับ สังคมตะวันตก แต่ทุกคนเห็นว่าเป็นเรื่องตลกโดยเฉพาะ ครูสมพร ซึ่งเป็นครูสอนฟุตบอลที่เห็นว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะนำเหรียญทองหรือแม้กระทั่ง เหรียญทองแดงมาให้กับโรงเรียน เพราะเด็กที่นี่ไม่มีพื้นฐานกีฬาประเภทนี้เลย และที่สำคัญโรงเรียนเอกชนที่มีแต่ลูกคนรวยๆ เรียนกันคงไม่มีใครอยากเตะตะกร้อ เพราะทุกอย่างต้องดูอินเตอร์ แต่เตชินก็ยังยืนยันว่าจะสร้างทีมเซปัคตะกร้อขึ้นมาและพร้อมที่จะเอาตำแหน่ง ของตัวเองเป็นประกัน ถ้าเขาไม่สามารถนำชัยชนะมาได้ ผู้อำนวยการเห็นว่าเตชินมีความมุ่งมั่นและเห็นว่าเตชินเองก็เป็นอดีตนักกีฬา ตะกร้อดาวรุ่งที่มีชื่อเสียงมาก่อน จึงอนุญาตให้เตชินจัดทีมนักกีฬาตะกร้อขึ้นมา แต่พอเสร็จการประชุมผู้อำนวยการก็สร้างความกดดันกับเตชิน โดยเน้นว่าห้ามให้เขาเสียหน้าเป็นอันขาด ในวันรับสมัครนักกีฬา มีเด็กไม่กี่คนที่เข้ามาร่วมชมตะกร้อและเด็กแต่ละคนไม่มีความสามารถพอจะเป็น นักกีฬาได้เลย ปัญหาอีกอย่างนั่นก็คือ สนามกีฬา สำหรับฝึกซ้อมไม่มีเป็นของตัวเองเพราะเป็นชมรมที่เกิดขึ้นกะทันหัน ลุงหมอกซึ่งเป็นภารโรงรู้สึกสงสารเตชินจึงหาที่ฝึกซ้อมให้ นั่นก็คือลานจอดรถที่ติดกับสนามเทนนิสเอาไว้เป็นที่เล่นชั่วคราวไปก่อน โดยลุงหมอกนำปูนขาวมาโรยตีเส้นและเอาเน็ตมาขึงกับเสาไฟฟ้าแค่นี้ก็เป็นสนาม ตะกร้อได้แล้ว เด็กๆ ในชมรมพากันลาออกเพราะเห็นความไม่พร้อมของชมรมแต่เหลือเพียง โฟกัสคนเดียวที่มีศักยภาพด้านกีฬาต่ำสุดแต่มีความตั้งใจจริงยังอยู่ ชมรมเทนนิสซึ่งอยู่ข้างๆ มีเปียโนเป็นครูสอนก็มีปัญหาเหมือนกันเพราะเด็กๆ มาสมัครเยอะเกินไป โดยเฉพาะวัยรุ่นชายที่ไม่ได้ตั้งใจมาเป็นนักกีฬาแต่จุดประสงค์หลักก็เพื่อ เข้ามาจีบสาวในชมรมที่ขึ้นชื่อว่าสวยทั้งครู สวยทั้งนักเรียน เด็กสาวหลายคนล้วนเป็นลูกคุณหนูไฮโซหน้าตาดีๆ ทั้งนั้น โดยเฉพาะ น้ำค้าง ไข่มุก และสีรุ้ง ซึ่งเป็นดาวของโรงเรียนนี้ ชมรมเทนนิสจึงได้ฉายาว่า ชมรมรวมดาว ในชมรม สีรุ้ง และ ไข่มุก เป็นนักกีฬาเทนนิสซึ่งทั้งคู่ก็เก่งไม่แพ้กัน จึงเป็นสาเหตุให้ทั้งสองสาวต้องชิงดำชิงแดงกันเป็นที่หนึ่งของครูสาว เพื่อจะได้เป็นตัวแทนไปแข่งขัน ส่วน น้ำค้าง เป็นฝ่ายสันธนาการของชมรมมีหน้าที่คอยบริการน้ำท่าให้เพื่อนๆ กลุ่มของนาย ฟีม และ บอส นักเรียนชั้น ม.4 ทั้งคู่เป็นคู่หูที่แสบพอๆ กัน พวกเขาสร้างความวุ่นวายให้กับชมรมเทนนิสอย่างมาก เพราะเอาแต่แซวสาว จนพวกเธอไม่มีสมาธิในการซ้อม เปียโนจึงตัดปัญหาโดยการไล่นักเรียนชายออจากชมรมจนหมดให้เหลือเพียงนักเรียน หญิงเท่านั้น ถึงไม่ได้อยู่ชมรมเดียวกัน แต่ได้ใกล้ชิดกันก็ยังดี บอส จึงชวน ฟีม มาสมัครเป็นนักกีฬาตะกร้อ เตชิน รู้ทันความคิดของสองคนนี้จึงจับมาฝึกอย่างหนักเพื่อไม่ให้มีเวลาแซวพวกสาวๆ อีก แต่ปัญหายังไม่จบ จะด้วยความตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ไม่รู้ แต่ลูกกลมๆ ของทั้งสองฝ่ายก็มักจะกระดอนข้ามมาอยู่เสมอ จึงทำให้เกิดการปะทะคารมของทั้งสองชมรมขึ้นบ่อยๆ โดยเฉพาะ เปียโน กับ เตชิน ซึ่งต้องคอยห้ามนักเรียนทั้งสองฝ่าย สุดท้ายครูทั้งสองกลับทะเลาะกันเอง ทำให้คนทั้งคู่กลายเป็นคู่กัดกัน ในสายตาของเตชิน เปียโน ไม่เหมาะกับการสอนพละอีกต่างหาก เธอจะใส่ชุดสวยงามและรองเท้าส้นสูงตลอดเวลาไม่ตั้งใจสอน ดีแต่แต่งตัวสวยไปวันๆ เขาจึงพูดกับเธอตรงๆ ว่า ถ้าทำตัวเหลาะแหละแบบนี้อย่ามาสอนให้เสียเวลาเลย ไปประกวดนางงามไปเล่นละครหรือไปทำอย่างอื่นที่มีประโยชน์มากกว่านี้น่าจะดี กว่า เพราะไม่อย่างนั้นเด็กจะไม่ให้ความเคารพและนับถือ เปียโน โกรธจัด ด้วยความที่เธอเป็นคนที่ไม่เคยยอมใครจึงท้าพนัน ว่าในการนำนักกีฬาไปแข่งครั้งนี้ถ้าใครแพ้กลับมามือเปล่า คนนั้นจะต้องลาออกและเธอจะพิสูจน์ให้เห็นว่า สวยๆ อย่างเธอนี่แหละจะนำชัยชนะมาให้โรงเรียน เตชิน รับคำท้าทันที ไข่มุก หัวโจก ของชมรมเทนนิส ชวนเพื่อนร่วมกันแอนตี้ครูเปียโน โดยไม่ให้ความร่วมมือในการฝึกซ้อม เปียโน เริ่มเข้าใจในคำพูดเตือนสติของเตชินและในใจของเปียโนก็แอบขอบคุณเตชินอยู่ ลึกๆ แต่ก็อดโกรธไม่ได้ที่โดนเตชินดูถูก เธอสัญญากับตัวเองว่าตั้งแต่นี้เธอจะเปลี่ยนเป็นคนใหม่ ส่วนพ่อของทั้งสองเจอหน้ากันทีไรก็ต้องแขวะใส่กันตลอด ทั้งที่เมื่อก่อนเคยเป็นเพื่อนรักกันแท้ๆ ธีระนาถ เคยรับราชการเป็นครูแต่ตอนนี้เกษียรแล้ว เขาเปิดชมรมดนตรีไทยที่บ้านเพื่อให้เด็กๆ และคนทั่วไปในชุมชนมาเรียนกัน ธีระนาถ พ่อของเตชินมักจะพูด แซว ทรงผมเอลวิสของส่ง ธรรมทัศ ที่ไม่เข้ากับหน้าแป๊ะยิ้มเอาเสียเลย ส่วนธรรมทัศเองก็มักจะพูดกระทบกระทั่งเรื่องความเชยของธีระนาถทั้งเล่นดนตรี ไทย ทั้งการแต่งตัว แต่ฝีปากสู้ธีระนาถไม่ได้ก็มักใช้ไม้ตายโดยการทวงเงินค่าเช่าที่ แล้วรีบเดินจากไป แต่ลึกๆ แล้วสาเหตุของการไม่ถูกกันนั่นก็คือ สมัยที่ทั้งคู่หนุ่มๆ เคยรักผู้หญิงคนเดียวกัน นั่นก็คือ แม่ของ เปียโน แต่สุดท้ายคนที่ได้ครอบครองเฉิดโฉม คือ ธรรมทัศ เพราะฐานะที่ร่ำรวยจึงทำให้ผู้ใหญ่ของเฉิดโฉมยกเธอให้กับเขา แต่ถึงแม้ว่าเวลาจะผ่านมาเนิ่นนานแล้วก็ตาม ธรรมทัศก็ยังรู้สึกหึงๆ และไม่ไว้ใจธีระนาถตลอดเวลาเพราะรู้ดีว่าหัวใจของเฉิดโฉมนั้นเคยมีธีระนาถ นั่งอยู่ในห้องหัวใจ เปียโน เปลี่ยนตัวเองไปเป็นคนละคนจนทุกคนไม่เชื่อสายตา เธอดูจริงจังมากขึ้น ไม่เหยาะแหยะเหมือนเมื่อก่อน ทั้งการแต่งตัว ก็ดูเปลี่ยนไปจน เตชิน ตกใจ การแข่งเทนนิสประเภทคู่ของสโมสรที่เปียโนจะพาเด็กๆ ไปลับฝีมือใกล้เข้ามา แต่ไข่มุกและสีรุ้งไม่เชื่อฟังการสอนของเปียโนเลย ถึงเธอจะเปลี่ยนเป็นคนใหม่แล้ว แต่ภาพเก่าๆ ของเธอก็ยังอยู่ในหัวของเด็กๆ เพื่อเป็นการสั่งสอน เปียโนเลยท้าแข่งกับไข่มุก ซึ่งเป็นหัวโจก ถ้าเปียโนชนะ ไข่มุกต้องยอมเชื่อฟังเธอทุกอย่าง แต่ถ้าเปียโนแพ้ ไข่มุกอยากทำอะไรก็เชิญตามสบาย ข่าวนี้ดังไปทั่วโรงเรียน ในวันแข่งขันทั้งครู และนักเรียนมารอลุ้นจนล้นขอบสนาม ผลปรากฏว่า เปียโน ชนะขาด เตชิน พบว่า บอส มีลูกเตะที่หนักหน่วงจึงวางตัวให้ไปอยู่ตำแหน่งเสิร์ฟ แต่ต้องปรับเรื่องการใช้แรงและการกำหนดทิศทางของลูก ส่วนฟีมที่อยากเป็นตัวตบแต่กลับได้เป็นตัวชงทำให้เขาไม่พอใจเท่าไหร่ ส่วนโฟกัสต้องคอยเก็บลูก แต่ระหว่างที่ว่างก็แอบเดาะลูกคนเดียวจนเตชินเห็นแววเลยเอามาเป็นตัวสำรอง สำหรับตัวตบเขายังหาไม่ได้ ผอ.ชาญวิทย์ ตามตัววิทยา ลูกชายคนเดียวของเขาให้กลับมาช่วยบริหารโรงเรียน ทำให้เขาได้พบกับครูเปียโน เขาถึงกับตะลึงในความงาม เขาพยายามตามจีบเปียโนจนดูเหมือนทั้งสองคนเป็นแฟนกัน เพราะขณะที่เปียโนซ้อมกีฬาให้เด็กๆ วิทยาก็ไปนั่งดูที่ขอบสนามอยู่เสมอ แต่เปียโนก็ไม่ได้มีท่าทางว่าจะชอบเขาเลย มีเพียงวิทยาเท่านั้นที่คิดไปคนเดียว ระหว่างที่เตชินกำลังฝึกเด็กๆ เล่นตะกร้อ เขาสังเกตเห็นนักเรียนชายคนหนึ่งมายืนดูพวกเขาซ้อมอยู่เสมอ แต่ก็อยู่แค่พักเดียวแล้วก็กลับไป เด่นดนัย เป็นเด็กยากจนแต่เรียนดี มีโอกาสเรียนที่นี่เพราะได้รับทุนจาก ผอ.ชาญวิทย์ ตกเย็นต้องไปช่วย ชื่น ซึ่งเป็นแม่ ขายของชำในตลาด ส่วนพ่อตายตั้งแต่เขายังเด็ก เด่นดนัย มีนิสัยเก็บตัวเงียบไม่ค่อยสุงสิงกับใคร แต่เรื่องเรียนเขาเป็นที่หนึ่งทุกครั้ง เขาชอบมาดูเพื่อนๆ ซ้อมตะกร้อแต่ไม่อยากเข้าชมรมเพราะต้องรีบกลับบ้านไปช่วยแม่ขายของ เตชินลองให้เขาเล่นให้ดูปรากฏว่าเด็กคนนี้แหละคือตัวตบที่เขาตามหา เตชินจึงไปขออนุญาตกับแม่ของเขาและสัญญาว่าซ้อมเสร็จเมื่อไหร่จะรีบไปส่งที่ บ้านทันที ชื่นดีใจมากที่ลูกตัวเองจะได้ทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อนๆ วัยเดียวกันบ้าง เพราะสงสารลูกที่ต้องรีบกลับมาช่วยแม่ทำงานจนเด่นดนัยเกือบจะไม่มีเวลาของ ความเป็นวัยรุ่นอีกเลย เตชิน ฝึกซ้อมเด็กๆ จนมีความพร้อม ครูทุกคนในโรงเรียนไม่อยากจะเชื่อว่าวันนี้ชมรมอนาถากลายเป็นชมรมตะกร้อขึ้น มาจนได้ เตชินสามารถนำทีมชนะการแข่งขันนัดกระชับมิตรระหว่างโรงเรียนด้วยลูกตบล้อ เกวียนที่ฝึกให้กับเด่นดนัย ส่วนเปียโนก็ใช่ย่อยเพราะเธอสามารถนำทีมเทนนิส เอาชนะสโมสรต่างๆ ได้เช่นกันจึงทำให้เธอเป็นที่ยอมรับของทั้งสองสาวและคนในโรงเรียนมากยิ่ง ขึ้น ทำให้ ผอ.ชาญวิทย์ เอ่ยปากชมเชย ความสัมพันธ์ของเปียโนกับเตชินก่อตัวขึ้นเพราะเตชินไปเชียร์การแข่งขัน เทนนิสทุกแม็ตพร้อมกับเด็กๆ ในชมรม ทำให้วิทยารู้สึกหมั่นไส้ที่คนทั้งคู่สนิทสนมกัน กลุ่มของ ไข่มุก สีรุ้ง จากที่ไม่ชอบ บอส กับ ฟีม เท่าไหร่เพราะเห็นว่าเป็นคนที่เกเรไปวันๆ แต่ตอนนี้ทั้งสองกลับมีความตั้งใจมุ่งมั่นฝึกซ้อมทำให้พวกเธอชื่นชมในตัวพวก เขา ถึงบอส กับฟีม จะเริ่มจริงจังกับการเล่นกีฬาจนนิสัยเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น แต่ก็ยังไม่รู้จักแบ่งเวลาจึงทำให้การเรียนเขาตกต่ำกว่าเดิม พ่อแม่ของพวกเขาเลยสั่งให้ออกจากชมรมตะกร้อ ทั้งสองขอโอกาสกับผู้ปกครองอีกครั้งว่าจะพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นเพราะการเล่น ตะกร้อมันคือส่วนหนึ่งของพวกเขาไปแล้ว แม่ของบอสยื่นเงื่อนไข ถ้าการเรียนยังคงตกต่ำลงไปอีกคราวนี้ต้องออกจากชมรม ไข่มุก และ สีรุ้ง เห็นใจบอสกับฟีมมากจึงช่วยกันติวหนังสือให้กับพวกผู้ชาย จนกลายเป็นความสนิทสนม ส่วนเด่นดนัย รู้สึกเป็นห่วงชื่นที่ต้องทำงานหนักอยู่คนเดียวจนช่วงนี้เริ่มป่วย หลายครั้งที่เขาอยากออกจากโรงเรียนเพื่อไปช่วยแม่ทำงานหาเงิน ไม่อยากให้แม่ลำบาก เด่นดนัยเก็บความทุกข์นี้ไว้คนเดียว มีเพียงน้ำค้างเท่านั้นที่สามารถเป็นเพื่อนระบายความทุกข์ในใจของเขาได้ วิทยา ต้องการหักหน้าเตชิน โดยการนำทีมของโค้ช ประกาศิต คู่ปรับเก่าของเตชินเข้ามาแข่งถึงโรงเรียน การแข่งตะกร้อกับทีมของประกาศิตมีเวลาเตรียมตัวไม่มากนัก เขาจึงฝึกเด็กหนักขึ้นกว่าเดิมจนร่างกายแต่ละคนล้าไปหมด คนมาดูการแข่งขันครั้งนี้จนล้นสนาม ธีระนาถขนดนตรีไทยไปชุดใหญ่ทั้งฆ้องวง กลองยาว ไปนั่งเชียร์กันถึงขอบสนามสร้างสีสันให้กับการแข่งขันเป็นอย่างมาก การแข่งขันครั้งนี้ดุเด็ดเผ็ดมัน แต่ไม้ตายลูกเตะล้อเกวียนของเตชินก็กลับพ่ายแพ้ให้แก่ลูกตบซันแบ็คของฝ่าย ตรงข้ามอย่างสิ้นเชิง มันทำให้เหมือนฝันร้ายของเขากลับมาอีกครั้ง วิทยา สะใจในความพ่ายแพ้ครั้งนี้ของเตชินมาก ส่วน ผอ.ชาญวิทย์ ให้กำลังใจเตชินแต่สำหรับเตชิน เขารู้สึกมืดแปดด้านเพราะไม่รู้จะเอาชนะลูกตบซันแบ็คอย่างไร เตชินหมดกำลังใจที่จะต่อสู้ ธีระนาถ พ่อของเตชินจึงเตือนสติให้สู้กับความกลัวที่มีต่อลูกตบซันแบ็กหากเตชินยัง หนีต่อไป ก็เท่ากับว่าต้องแพ้ไปตลอดชีวิต ทุกครั้งที่เตชินมีปัญหาเขามักจะระบายออกด้วยการเล่นดนตรีไทย เขาเล่นดนตรีได้เกือบทุกชนิด นั่นก็เป็นเพราะว่าธีระนาถพ่อของเขาได้ปลูกฝังและฝึกซ้อมให้กับเขาตั้งแต่ เด็กๆ ถึงแม้ว่าช่วงแรกๆ เตชิน จะต่อต้านดนตรีอยู่บ้างเพราะเขาชอบเล่นกีฬามากกว่า จนวันหนึ่งเตชินค้นพบว่าดนตรีที่พ่อของเขา พล่ามสอนให้นั้นมันมีประโยชน์กับเขามากเสียงดนตรีที่ฟังแล้วซาบซึ้งใจอย่าง ขลุ่ยหรือซอก็ทำให้เขามีสมาธิ ส่วนฆ้อง ระนาดและกลองเขาใช้ระบายอารมณ์เมื่อยามที่หงุดหงิดหรือเครียดเตชินจะตีดนตรี พวกนี้จากทำนองที่เล่าร้อนดุดัน จนค่อยๆ อ่อนลงและแผ่วเบา และสติกับสมาธิก็กลับมาเหมือนเดิม ธีระนาถบอกกับเตชินอยู่เสมอว่า ถ้าหากเรามีดนตรีในหัวใจ ชีวิตก็จะเบิกบานเพราะดนตรีก็คือศิลปะแขนงหนึ่งที่จะทำให้เรามีความสุขและ อิ่มเอมกับเสียงของมัน เตชิน รวบรวมสติแล้วคิดวิธีแก้ลูกตบชันแบ็กแต่ก็คิดไม่ออก วันหนึ่งลุงหมอกแนะนำเทคนิคแก่เตชินว่าต้องทำยังไงถึงสามารถแก้ลูกตบซันแบ็ก ได้ เตชินไม่อยากจะเชื่อคำของภารโรงแก่ๆ แต่เมื่อทำตามคำแนะนำของลุงหมอก ปรากฎว่าสามารถแก้ลูกตบซันแบ็กได้จริงๆ เตชินจึงรีบกลับไปหาลุงหมอกที่ห้องพักแต่ลุงหมอกไม่อยู่ เตชินพบว่าในห้องลุงหมอกมีรูปลุงหมอกสมัยหนุ่มๆ ใส่ชุดนักกีฬาทีมชาติและถ้วยรางวัลเต็มไปหมดเตชินจึงรู้ความจริงว่าลุงหมอก เป็นนักตะกร้อในตำนานที่เขาชื่นชมตั้งแต่เด็กๆ แต่เกิดอุบัติเหตุระหว่างการเล่นจนเอ็นข้อเท้าขาดทำให้เขาไม่สามารถเล่น ตะกร้อได้อีกเลย เปียโนเองก็ต้องพบกับความพ่ายแพ้เช่นกัน เมื่อทีมของเธอพบกับทีมของ ครูอำนวย ด้วยลูกตบเอสพิฆาต แต่เปียโนกลับท้าครูอำนวยว่าคราวหน้าเด็กของเธอจะต้องชนะแน่ๆ ครูอำนวยเยาะเย้ยและบอกกับเธอว่าให้ไปฝึกมาอีกสิบปีแล้วค่อยมาเจอกันใหม่ก็ ได้ งานนี้ทำให้เปียโนถึงกับเครียดจัดเพราะไหนจะถูกหยาม และกลัวว่าจะไม่สามารถนำชัยชนะมาให้ ผอ.ได้ เตชิน บอกกับเปียโนว่าถึงแม้ว่าวันนี้เราแพ้แต่พรุ่งนี้เราอาจจะชนะ ขอเพียงอย่าสิ้นหวัง เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้คนทั้งสองเห็นอกเห็นใจกันมากขึ้น ความรู้สึกดีๆ จึงตามมา เตชินบอกกับเปียโนว่าเขาจะพาเด็กๆ ไปฝึกที่ชายทะเล ถ้าหากเปียโนสนใจก็ไปด้วยกันได้ถือเป็นการพักผ่อนไปในตัว เธอรับปากว่าจะไปแต่ขอพาสาวๆ ไปด้วย ระหว่างอยู่ที่ทะเลเด็กๆ เห็นครูทั้งสองแอบหวานใส่กัน ก็ลุ้นให้ทั้งคู่เป็นแฟนกันจริงๆ ให้ได้ จึงทำตัวเป็นพ่อสื่อแม่สื่อ สร้างเหตุบังเอิญให้สองคนนี้อยู่กับสองต่อสอง เด็กทุกคนต้องประหลาดใจกับการฝึกแนวใหม่ของเตชิน นั่นคือ ตะกร้อชายหาดซึ่งเป็นเทคนิคที่ลุงหมอกแนะนำมาเพื่อฝึกกำลังขาเพราะพื้นทราย จะมีความหนืดจึงต้องใช้แรงมากกว่าเล่นตะกร้อบนพื้นธรรมดา ขณะที่ทีมของเตชินกำลังซ้อมกันอยู่พวกเด็กๆ ซึ่งเป็นลูกชาวเลแถวนั้นเข้ามาท้าแข่งกับพวกของเตชิน เตชินนั่งดูวิธีการเล่นของเด็กๆ ชาวเลที่ตบลูกและเสิร์ฟลูกแรงและเร็วจนไม่สามารถจับทางได้ว่าจะมาไม้ไหนจน ทีมเตชินแพ้ราบคาบ เตชินจึงนำกลวิธีที่ชาวบ้านเล่นกันมาประยุกต์ใช้ กับการเล่นแบบสากลจนกลายเป็นการเล่นแบบใหม่และคิดว่าวิธีนี้ต้องปราบลูกตบ ซันแบ็กของทีม ประกาศิต ได้แน่ๆ เมื่อกลับถึงกรุงเทพฯ เด่นดนัยก็พบว่าแม่ป่วยหนักเพราะต้องทำงานอยู่คนเดียว เขารู้สึกแย่มากที่ทอดทิ้งแม่ไป เขาจึงขอลาออกจากทีม การแข่งขันกำลังจะเริ่มในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เตชิน ต้องจัดตำแหน่งกันใหม่ โดยเอาโฟกัสมาแทน ฟีม คือตำแหน่งชง ส่วน ฟีม มาแทน เด่นดนัย คือตำแหน่งตบ ทั้งสามเล่นไม่ค่อยเข้าขากันต้องฝึกกันใหม่เพื่อให้เข้าที่เข้าทาง ทำให้ เตชิน กลุ้มใจมาก เด่นดนัย นอกจากจะลาออกจากชมรมตะกร้อแล้วเขายังหยุดเรียนไปหลายวัน น้ำค้างรู้สึกเป็นห่วงจึงไปหาเด่นดนัยที่กำลังขายของชำในตลาดเพื่อนำเงินไป รักษาแม่ที่ป่วยอยู่ เด่นดนัยไม่อยากบอกเรื่องนี้กับใคร แต่น้ำค้างนำเรื่องนี้มาปรึกษาเตชินกับเปียโน ทั้งคู่จึงตัดสินใจไปหาเด่นดนัยที่บ้านแต่ไม่พบ กลับเจอแต่ชื่นแม่ของเขาเท่านั้นที่นอนป่วยอยู่ เตชินกับเปียโนจึงพาชื่นส่งโรงพยาบาลและดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายทั้งหมด เตชิน และ เปียโนขอร้องให้เขากลับไปเรียนต่อ เพราะเสียดายอนาคตของเด่นดนัย เปียโนศึกษาวิธีการเล่นเทนนิส ของนักกีฬาระดับโลกหลายๆ คน แล้วเอามาประยุกต์ใช้ให้กับไข่มุกและสีรุ้ง ยิ่งใกล้ถึงวันแข่งขันเปียโนก็ยิ่งกดดัน เพราะหลายคนตั้งความหวังไว้กับเธอสูงมากโดยเฉพาะ ผอ.ชาญวิทย์ และที่สำคัญเธออยากเป็นที่ยอมรับของทุกคนว่าไม่ใช่เธอจะสวยอย่างเดียว แต่ความสามารถก็มีพอตัว และวันนี้ที่รอคอยก็มาถึง การแข่งขันกีฬามัธยมแห่งชาติ ซึ่งเปียโนจะต้องพาเด็กๆ ของเธอแข่งในวันแรก ไข่มุกและสีรุ้งก็ตั้งใจเต็มที่เพื่อเป็นของขวัญให้กับเปียโน ทั้งคู่แข่งจนถึงนัดสุดท้าย และต้องมาเจอกับเด็กของครูอำนวย ซึ่งเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวที่สุดแต่ปรากฎว่าผลการแข่งขันเปียโนสามารถนำชัย ชนะมาให้โรงเรียนชาญวิทย์จนได้ เด็กๆต่างใจดีและขอมอบรางวัลนี้เป็นที่ระลึกกับเปียโน เสียงเชียร์กระหึ่มกึกก้องไปทั่วสนามกีฬาเซปัคตะกร้อ ทีมของเตชินเข้ามาถึงนัดสุดท้ายต้องมาเจอกับทีมของ ประกาศิต การแข่งขันทุกรอบ ธีระนาถ จะนำวงดนตรีไทยไปเชียร์เพื่อเป็นสีสันทำให้เกิดความฮึกเหิมและความตื่นเต้น มากขึ้น ลุงหมอกแต่งตัวเป็นลิเกเต็มยศเป็นหัวหน้านำเชียร์ การแข่งขันเริ่มขึ้นลูกตบล้อเกวียนของทีม เตชินไม่สามารถทำแต้มได้เลย เพราะฟีมไม่ได้ฝึกมาตั้งแต่แรก จึงทำให้ลูกพุ่งไปไม่แรงเท่าที่ควร เกมส์ล่วงเลยมาถึงปลายเซ็ตที่หนึ่งไม่มีท่าทีชนะทีมของประกาศิตได้เลย การแข่งขันตะกร้อมีการถ่ายทอดผ่านทางทีวีซึ่งเด่นดนัยนั่งดูอยู่ในโรงพยาบาล กับแม่ ชื่นสังเกตเห็นว่าลูกชายดูกระวนกระวายนั่งไม่ติดเก้าอี้อยากไปช่วยเพื่อนมาก เธอจึงขอให้เขาไปทำหน้าที่ของตนเอง ช่วงกลางของเกมส์ที่สองฝ่ายประกาศิตทำแต้มขาดลอย จนกระทั่งเด่นดนัยมาถึง ทุกคนในทีมรวมทั้งเตชินต่างดีใจ เตชินจึงขอเปลี่ยนตัวโฟกัสออกแล้วเอาเด่นดนัยลงแทนในตำแหน่งตบส่วนฟีมมาเป็น ตัวชงเหมือนเดิม เกมส์เริ่มต้นขึ้นอีกครั้งฝ่ายประกาสิตรุกหนักกว่าเดิม ประเดิมด้วยลูกตบซันแบ็กแต่เด่นดนัยก็สามารถงัดลูกตบซันแบ็กได้ทุกครั้ง เสียงเชียร์ดังกระหึ่มขึ้นมาอีกครั้งเมื่อเด่นดนัยกระโดดลอยตัวท่าล้อเกวียน ฟาดแข้งไปอย่างแรงจนฝ่ายตรงข้ามไม่สามารถรับได้ ประกาศิตต้องขอเวลานอกเพื่อปรับกลยุทธ์ ตอนนี้ทั้งสองทีมเสมอกันอยู่ การแข่งขันเริ่มขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ทีมของเตชินเป็นฝ่ายรุกบ้าง โดยไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายทำคะแนนได้เลย เตชินดีใจที่เขาสามารถปราบลูกตบซันแบ็กได้สำเร็จ และได้เอาชนะความกลัวในใจจนหมดสิ้น เขาจะไม่นอนฝันร้ายอีกแล้ว ธีระนาถบอกกับเตชินว่า ถ้าหากคนเรามีความสามัคคีและมีสติในการแก้ปัญหา พลังที่สร้างสรรค์ก็จะเกิดขึ้นทุกอย่างก็จะคลี่คลายไปในทางที่ดี เตชินบอกกับเด็กๆ ทุกคนว่าถึงแม้วันนี้เราจะชนะและได้ถ้วยรางวัล แต่ก็ไม่ได้หมายความว่านั่นคือรางวัลที่ยิ่งใหญ่เพราะสิ่งที่ยิ่งใหญ่นั้น ก็คือรางวัลชีวิตต่างหาก เพราพวกเราได้ฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ มาด้วยกันจนวันนี้เราประสบความสำเร็จร่วมกัน มีความรักความสามัคคี นี่แหละที่เขาเรียกว่ารางวัลชีวิต ผอ.ชาญวิทย์ จัดงานเลี้ยงขอบคุณทั้งครูและนักกีฬาที่นำชื่อเสียงมาสู่โรงเรียน เมื่อเพลงบรรเลงขึ้น เตชินมาขอเต้นรำกับครูเปียโน ส่วนเด็กๆ ก็จับคู่เต้นรำและในคืนนี้เองเตชินได้บอกรักกับเปียโนท่ามกลางสักขีพยานใน คืนแห่งชัยชนะ

Ta Han Ying Hua Jai Waew

Ta Wan Rung Tee Tung Kra Ting