K.K. ENTERTAINMENT CO., LTD.
ไม่มีคำอธิบาย
พบทั้งหมด 4 เรื่อง

Khun Nai Sailap

Mae Dokrak Re
ในสังคมเมืองใหญ่ยุคปัจจุบัน ความเชื่อเรื่อง ความขยันอดทน และยึดมั่นในความดี จะทำให้ชีวิตได้ดี กำลังจางหายไป แทบทุกคนในยุคนี้คิดแต่เรื่องการฉวยโอกาส ทำอย่างไรให้ร่ำรวยได้โดยเร็วโดยไม่คำนึงถึงความดี ความซื่อสัตย์กันอีกต่อไปแล้ว เรื่องราวการต่อสู้ชีวิตของลูกผู้หญิงซื่อ ๆ จากบ้านนา เข้าสู่เมืองกรุง ที่สนุกสนาน เฮฮา เธอผู้มีแค่หัวใจที่ยึดมั่นในความดี และสู้ยิบตา ไม่ว่าจะต้องฝ่าฟัน เหนื่อยยากกับอุปสรรคมากมายแค่ไหน มาร่วมกันลุ้น เอาใจช่วยเธอ ไปพร้อม ๆ กับเสียงหัวเราะ ความสนุกสนาน และความประทับใจ
บัวตอง (อาภา ภาวิไล) สาวน้อยบ้านนอกอายุแค่ 20 เรียนจบ ม.6 แต่ยังไม่ได้เรียนต่อ เพราะต้องออกมาช่วย ยุภา (วรารัตน์ เทพโสธร) แม่ของเธอทำนา แต่แล้วเกิดปัญหาดินเสีย ที่นาไม่ได้ผลผลิต จนต้องหมดเนื้อหมดตัว เพราะกู้หนี้ยืมสินจาก ตาเอิบ (เกรียงศักดิ์ เหรียญทอง) เศรษฐีเงินกู้จอมโกง และยังหัวงูเป็นที่สุด ตาเอิบจ้องจะงาบบัวตองมาหลายนาน จึงตั้งใจปล่อยกู้ให้ยุภาทำนา แล้วลอบโรยสารเคมีทำให้ดินเสีย จนปลูกข้าวไม่ได้ และเมื่อเห็นว่ายุภากับบัวตองหมดปัญญาใช้หนี้ ตาเอิบก็ยื่นข้อเสนอทันที ว่าถ้ายุภายกบัวตองให้เป็นเมียตน ก็จะยินยอมยกหนี้พร้อมดอกเบี้ยร่วมห้าแสนให้ มิฉะนั้น จะยึดที่นาทำกินแห่งนี้ซะ ยุภาสอนบัวตองมาแต่เกิดให้ยึดมั่นในคุณธรรมความดี ไม่มีวันที่ยุภาจะยอมให้บัวตองทำสิ่งที่ไร้ศักดิ์ศรีแบบนี้ บัวตองเลยประเคนผ่าหมากตาเอิบให้ทีหนึ่ง ก่อนจะลั่นวาจาว่าจะขอเวลา 3 เดือน หาเงินมาใช้หนี้ตาเอิบให้ได้
ดวง (มหัศจรรย์ มาตศรี) หนุ่มหล่อผู้เป็นคนรักของบัวตอง กำลังขับร้องเพลงลูกทุ่ง ในชุดเสื้อสูทผูกหูกระต่ายหล่อเหลา มีมาลัยเต็มคอ ก่อนจะกว้างออกมา เห็นว่าดวงร้องเพลงอยู่บนแคร่ข้างกองฟาง ท่อนล่างยังนุ่งผ้าขาวม้า คนดูที่ดวงยื่นไมโครโฟนให้ จริง ๆ คือควายที่บัวตองจูงมากินหญ้า มีเพียงบัวตองที่ยังคอยเชียร์คอยให้กำลังใจดวง บัวตองเจอข่าวค่ายเพลงลูกทุ่งชื่อดัง ซาวด์สยาม กำลังจัดโครงการค้นหา นักร้องลูกทุ่ง ดาวรุ่งดวงใหม่ จึงยุให้ดวง เดินทางจากตำบลบ้านนาดอนแห่งนี้ เพื่อมุ่งหน้าตามล่าฝันในเมืองกรุงไปพร้อมกับเธอ ที่ตั้งใจจะไปหางานทำที่กรุงเทพฯ อยู่เหมือนกัน ดวงมีความทะเยอทะยาน อยากเป็นนักร้องลูกทุ่งอย่างแรงกล้า จึงรีบตกลงปลงใจทันที
ดวงกับบัวตองจึงหิ้วกระเป๋ามุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ ด้วยกัน มีเหตุให้ต้องพลัดพรากกันตั้งแต่ที่ขนส่ง เพราะระหว่างที่ดวงไปเข้าห้องน้ำ บัวตองถูกคนร้ายกระชากกระเป๋าไป บัวตองร้องให้ช่วย บัวตองเดินริมฟุตปาธอย่างไร้จุดหมาย เพราะกระเป๋าสตางค์ดันอยู่ในกระเป๋าเดินทางใบนั้น แต่เมืองกรุงก็ยังมีคนดี พี่แท็กซี่นายหนึ่งเห็นบัวตองเดินปาดน้ำตา ก็รีบอาสาพาไปส่ง ที่บริษัท ซาวด์สยาม แต่ดันพามุดเข้าซอยเปลี่ยวเพื่อฉุดเข้าป่าหญ้าข้างทางจะปลุกปล้ำ บัวตองสู้สุดชีวิต ถีบ ข่วน กัด แต่ก็สู้แรงผู้ชายหื่น ๆ ไม่ได้ แต่สวรรค์ยังเห็นใจ เมื่อ กรณ์เทพ (บูม-ปิยพันธ์ ขากฤษ) หนุ่มเซลส์แมนขายเครื่องดับเพลิงเดินมาพอดี กรณ์เทพต่อสู้ปกป้องบัวตองอย่างไม่เกรงกลัว
ในขณะที่ดวงไปที่บริษัทซาวด์สยาม และได้พบกับ นวลอนงค์ (ปลา-ปาลิตา โกศลศักดิ์) คุณหนูสวยเปรี้ยว ลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของ เฮียช้าง (สุเมธ องอาจ) เจ้าของบริษัทค่ายเพลงลูกทุ่งชื่อดังแห่งนี้ นวลอนงค์เห็นความหล่อเข้มของดวง ก็แทบใจละลาย ในการร้องออดิชั่นคัดเลือกนักร้องเข้าสังกัดที่เฮียช้างมานั่งเป็นกรรมการเอง เฮียช้างจะไม่ให้ผ่าน แต่นวลอนงค์ ดุให้พ่อรีบเปลี่ยนใจ เฮียช้างที่ดุ เป็นมาเฟียในวงการเพลงลูกทุ่ง ก็ยังต้องยอมแพ้ลูกสาว ดวงคิดว่าบัวตองที่คลาดกันไป คงจะรีบมาหาเขาที่นี่ จึงนั่งรออยู่หน้าเคาน์เตอร์ต้อนรับ จนหลับคาเก้าอี้ไปด้วยความเหนื่อยอ่อน จนเลิกงาน รปภ.นุ้ย (หนุงหนิง) มาปิดประตูบริษัท ขังดวงไว้โดยไม่รู้ตัว
กรณ์เทพพาบัวตองไปที่ค่ายเพลงซาวด์สยาม แต่ก็พบว่าประตูบริษัทปิดไปแล้ว ไปยืนด้อม ๆ มอง ๆ ก็โดนรปภ.นุ้ยตะเพิดออกมา กรณ์เทพรู้ว่าบัวตองไม่มีเงินติดตัวสักบาท ก็พาไปพักที่บ้านบอกว่าตนพักกับแม่ บัวตองจึงยอมไป แต่พอถึงหน้าประตูบ้าน กลับกลายเป็นว่ามีสองหนุ่มมาเปิดประตูบ้าน บัวตองจินตนาการไปถึงว่าสามหนุ่มเป็นพวกจิตทราม ใช้กำลังฉุดจะรุมโทรมเธอ ก่อนจะสะดุ้งจากจินตนาการ เพราะทั้งสองแสดงท่าทีสุภาพและเป็นมิตร
สองหนุ่มก็คือ ทองดี (หมู-ธีรภัทร์ แย้มศรี) ที่ดูจะมีอายุมากกว่าอีกสองหนุ่ม เขาแนะนำตัวเองว่าเป็นข้าราชการกทม.และมีรถประจำตำแหน่งด้วย อีกคนคือ เบ๊นซ์ (ตอง-พชรพล ศุขอร่าม) หนุ่มหน้าหยกที่แนะนำตัวเองว่าเป็นนักแสดงที่รับบทพระเอกมาแล้ว เบ๊นซ์ท่าทางกรุ้มกริ่มปากหวาน เห็นว่าบัวตองสวย น่ารัก ก็ทำท่าจะจีบ กรณ์เทพต้องด่าเอาว่า บัวตองมีแฟนแล้ว และแค่มาพักคืนสองคืน พอเจอแฟนที่ชื่อดวง แล้วก็จะกลับ คืนนั้น สามหนุ่มคึกคัก ทำตัวหล่อกันเป็นพิเศษ เพราะร้อยวันพันปี จะมีผู้หญิงสวย ๆ มาค้างคืนอยู่ร่วมชายคาสักครั้ง ป้าพลอย (อุทุมพร ศิลาพันธ์) แม่ของกรณ์เทพ เป็นคนปากจัดใจดี เห็นบัวตองก็เข้าใจผิด คิดว่าเป็นพวกเด็กใจแตก หนีตามแฟนเข้าเมืองกรุง แต่พอได้คุยกัน ก็กลับกลายเป็นรู้สึกเอ็นดูขึ้นมาแทน เพราะความใสซื่อ ไร้จริตของบัวตอง
รุ่งเช้า นวลอนงค์มาที่บริษัทแล้วพบ ดวงที่นอนหลับอยู่ ก็เฉ่ง รปภ.นุ้ยซะยับ ดวงเล่าเรื่องของตัวเองกับบัวตองให้นวลอนงค์ฟัง วันนั้นในห้องอัด นักร้องที่นัดไว้เกิดหวัดลงคอ ร้องเพลงไม่ได้ นวลอนงค์จึงให้ดวงร้องเสียบแทนไปซะเลย พอเข้าห้องอัด ดวงก็ทำได้ดีมาก จนเฮียช้างถึงกับออกปากว่า ตามประสบการณ์ที่ทำค่ายเพลงลูกทุ่งมาหลายสิบปี ขอบอกว่า ดวง คือนักร้องดาวรุ่งพุ่งแรงที่สุดเท่าที่เคยเห็น พร้อมตั้งชื่อให้ว่า ดวงดี นาดอน (ตามชื่อตำบลบ้านนาดอน ที่ดวงจากมา) นวลอนงค์ยิ่งเห็นรัศมีนักร้องดาวรุ่งดวงใหม่ ก็ยิ่งหลงใหลในตัวดวง
เมื่อบัวตองมาถามหาดวงที่บริษัทอีกครั้ง นวลอนงค์รับหน้าพอดี เลยโกหกว่า ดวงไม่ผ่านการออดิชั่น และคงกลับต่างจังหวัดไปแล้ว บัวตองเสียใจ คิดว่าหาเงินได้ครบห้าแสนเมื่อไหร่ค่อยกลับไปหาดวง ใบพาย (ภัทรนิษฐ์ แก้วมณี) กับ ลิ้นจี่ (เสาวนิตย์ ณัฐวรวโรฒน์) สองหางเครื่องประจำวง ได้เห็นเรื่องราวทั้งหมด ใบพายเป็นสาวเปรี้ยวจี๊ด คอยประจบสนับสนุนนวลอนงค์ ในขณะที่ ลิ้นจี่ จะรักความถูกต้อง จนรู้สึกสงสาร และลั่นไว้ว่าวันหนึ่งจะบอกความจริงให้ดวงฟัง
บัวตองเริ่มสนิทสนมกับ กรณ์เทพ มากขึ้น และยังได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากทุกคนในชุมชนแจ่มใจ ชุมชนที่รวบรวมคนที่จนเงิน แต่ไม่จนน้ำใจ แต่ทุกคนก็แสบก็ร้าย ไม่ธรรมดา ตั้งแต่ เจ๊พริ้ง (ราตรี วิทวัส) เจ้าของร้านเสริมสวย ที่มีบริการนวดเท้าในร้าน ที่นี่จะเป็นแหล่งรวมขาเม้าท์ประจำชุมชน เจ๊พริ้งมีลูกมืออีกคนคือ พอลล่า (พลอย-จุฑามาศ มันตะลัมพะ) ที่มีชื่อตามบัตรประชาชนว่า พรหล้า ซึ่งเป็นหลานสาวของเจ๊พริ้ง ที่เพิ่งมาเริ่มหัดวิชาเสริมสวย และมักจะทำผมให้ลูกค้าเจ๊ง เตลิดเปิดเปิง อยู่บ่อย ๆ แต่ก็เป็นที่หมายปองของทองดี ที่ชอบแวะมาแทะเล็มบ่อยๆ
อีกมุมของชุมชน มีสำนักเจ้าแม่ของ เจ้าแม่ไผ่แก้ว (ไปรมา รัชตะ) ที่รับดูหมอ สะเดาะเคราะห์ ใบ้หวย ดูฤกษ์ยาม หรืออะไรก็ตาม ที่ได้เงิน เจ้าแม่ไผ่แก้วเป็นคนกะล่อน หาเลี้ยงชีพปากกัดตีนถีบ อาศัยรู้จริงตามตำราโหราศาสตร์มาบ้าง แต่ส่วนมากมักจะมั่ว โดนจับได้บ้าง ไม่ได้บ้าง แต่ที่หลอกเงินชาวบ้านก็เพราะต้องเลี้ยงดู หน่อไม้ (ดิสรยา เตชะไพบูลย์) ลูกสาววัยสิบขวบ ที่ฉลาด ฉาดฉาน ช่างถาม แก่นแก้ว แต่ก็มีความน่ารักสมวัย ส่วนทองดี ที่อวดว่าตนเป็นข้าราชการกทม. มีรถประจำตำแหน่ง บัวตองก็ได้พบความจริง ที่ทองดีมากับรถขยะ เป็นพนักงานขนขยะของกทม.นั่นเอง
บัวตอง พยายามตระเวนสมัครงาน แต่ก็ไม่มีใครรับเลย เพราะคุณสมบัติที่เรียนจบแค่ ม.6 จึงหางานดี ๆ ได้ยากเหลือเกิน จนเริ่มคิดว่าอาจจะต้องทำงานแบบใช้แรงงานหาเงินประทังชีวิตไปก่อน โดยมี กรณ์เทพ ทองดี และ เบ๊นซ์ คอยช่วยให้กำลังใจ ทองดีนั้น อาศัยอ่านหนังสือที่คนทิ้งขยะมากมาย จึงเป็นคนที่มีคำคม คำสอนใจมาให้กำลังใจบ่อย ๆ ส่วนนายเบ๊นซ์ ก็คอยกะล่อน เล่นมุกแซวให้บัวตองยิ้มได้ และเมื่อบัวตองเศร้าเรื่องของดวง เหมือนคนอกหัก ก็จะได้กรณ์เทพที่คอยดูแลหัวใจให้เป็นอย่างดี เฮียช้างนั้น นอกจากจะเป็นเจ้าของค่ายเพลงผู้ทรงอิทธิพลในวงการลูกทุ่งแล้ว ยังเป็นเจ้าของที่ดินเกือบทั้งหมดในละแวกชุมชนแจ่มใจ แม้แต่บ้านของกรณ์เทพ ก็เป็นบ้านเช่าของเฮียช้างเช่นกัน โดยเฮียช้างมอบหมายให้ อาวุธ (ภูริกูลกฤษฎ์ ชูศักดิ์สกุลวิบูล) ลูกคนโตจอมกร่าง เป็นคนเก็บค่าเช่าทั้งบ้าน ทั้งพื้นที่ค้าขาย ดูแลผลประโยชน์ในพื้นที่นี้ โดยมี จ๊อด (เทวินธวิ์ คุณารัตนวัฒน์) เป็นลูกสมุนคู่ใจ เขาหมายมั่นปั้นมือว่าจะจีบบัวตองให้ได้
เพลงของดวงเริ่มดัง และขายดี นวลอนงค์จึงยื่นข้อเสนอให้ดวงว่า ถ้าอยากจะดัง เป็นนักร้องลูกทุ่งดาวรุ่งพุ่งแรงตัวจริง และได้เซ็นสัญญาออกอัลบั้มกับบริษัท มีเงินเดือนและที่พักหรู มีข้อแม้เพียงข้อเดียวคือ ให้เลิกกับแฟนอย่างเด็ดขาด ดวงหน้ามืด ใฝ่ฝันอยากดัง จึงตอบรับทันที กรณ์เทพ พาบัวตอง ไปตระเวนสมัครงาน แต่ก็ยังไม่มีบริษัทไหนรับ บัวตองจึงแอบไปสมัครงานก่อสร้าง คอยแบกปูน แต่ก็พลาดพลั้งไปเทปูนหล่อติดเอาหัวหน้าช่างติดพื้นปูนไปครึ่งแข้ง โดนตะเพิดออกมา บัวตองท้อใจ คิดว่าคงเป็นไปไม่ได้ที่จะหาเงินใช้หนี้ ระหว่างนั้น กรณ์เทพ โหมทำงานหนัก พยายามขยันขายเครื่องดับเพลิงให้มากขึ้นเพื่อค่าคอมมิชชั่น และยังรับทำงานกะดึก ด้วยการเป็นรปภ.หมู่บ้านใกล้ ๆ จับพลัดจับผลูไปช่วยจับโจรที่กำลังจะปล้นบ้านของ เจ้าสัวสมโชค (เฉลิมพร พุ่มพันธ์วงศ์) อภิอัครมหาเศรษฐีจากตระกูลที่เป็นเจ้าของกิจการอสังหาริมทรัพย์ เจ้าสัวจึงตบรางวัลให้อย่างงาม เพื่อเป็นการตอบแทนความดีของกรณ์เทพ แต่การทำงานทั้งกะดึกกะกลางวัน ก็หนักหนาเกินกำลัง จนกรณ์เทพ ต้องเลิกงานเป็นรปภ.หมู่บ้านไปซะ
ที่ทำเลติดถนนใหญ่ของชุมชนแจ่มใจที่จะมีผู้คนพลุกพล่าน เป็นทำเลที่ดีของร้านอาหารการกิน มีร้านขายอาหารตามสั่ง ของเชฟหอย (ยุทธพิชัย ป๋วยเฮง) ที่ชอบคุยโม้ว่า ตนคือเชฟระดับ เชฟกระทะเหล็ก ที่อนาคตจะต้องมีภัตตาคารหรูเป็นของตนเอง ร้านเชฟหอยขายดี เพราะอร่อยและมีอยู่ร้านเดียว และมี คิงคอง (กฤตไน เลาหปราสาท) ลูกชายวัย 11 ขวบ (เป็นคู่ซี้คู่ทะเลาะของหน่อไม้ ลูกเจ้าแม่ไผ่แก้ว) คอยเป็นผู้ช่วย
คิงคอง จะคอยช่วยพ่อเสิร์ฟ ช่วยล้างถ้วยชาม ทำงานสารพัดเกินวัย จนกลายเป็นเด็กที่ค่อนข้างกร้านโลก แก่แดดกว่าหน่อไม้ กรณ์เทพกับบัวตองมานั่งกินข้าวที่นี่ เห็นร้านติดกันติดป้ายให้เช่า ก็เกิดความคิดว่านอกจากอาหารตามสั่งแล้ว ชุมชนละแวกนี้ยังไม่มีใครทำข้าวมันไก่ขาย แต่ถ้าบัวตองไปฝึกและขอสูตรจากป้าพลอย แม่ของตน ก็น่าจะเปิดร้านขายข้าวมันไก่ได้ บัวตองจึงรีบไปกราบคารวะขอเป็นลูกศิษย์ป้าพลอย จนในที่สุด ด้วยนิสัยสู้ยิบตา ไม่มีถอยของบัวตอง ทำให้เธอสามารถทำได้
วันหนึ่งรถยนต์หรูของ เจ้าสัวสมโชค ดันมาเครื่องยนต์ดับอยู่แถวชุมชนแจ่มใจ เจ้าสัวได้เจอหน้ากรณ์เทพก็จำได้ ที่กรณ์เทพเคยช่วยไว้จากโจรที่ปล้นบ้านเจ้าสัว กรณ์เทพยังช่วยดูเครื่องยนต์ให้ ปรากฏว่าเป็นความสะเพร่าของ นายบุญช่วย คนขับรถที่ดันลืมเติมน้ำมันซะเอง เจ้าสัวด่าบุญช่วยยกใหญ่ ก่อนจะบ่นว่าหิว กรณ์เทพจึงรีบอาสาพาไปกินข้าวมันไก่ของบัวตอง เพียงชิมน้ำซุปคำแรก เจ้าสัวสมโชคก็น้ำตาไหลพรั่งพรู เพ้อว่านี่คือรสมือของอดีตเมียเสี่ยคนเก่าก่อน ที่เสี่ยรักฝังใจ ไม่เคยลืม หลังจากนั้น เจ้าสัวสมโชคจะแวะเวียนมากินข้าวมันไก่อีกครั้ง เจ้าสัวสอบถามบัวตอง ว่าไปได้สูตรน้ำซุปไก่แบบนี้มาจากไหน ขอร้องให้พาไปพบเจ้าของสูตรนั้น
บัวตองกับกรณ์เทพพาเจ้าสัวสมโชคไปพบกับป้าพลอย ทันทีที่ทั้งสองพบกัน ก็ต่างโผเข้าสวมกอดร้องห่มร้องไห้ กรณ์เทพถึงกับอึ้ง ที่ป้าพลอยบอกให้เรียกเจ้าสัวว่า พ่อ เห็นเด็ก ๆ งง เจ้าสัวสมโชคจึงเล่าย้อนอดีตให้ฟัง ป้าพลอยจึงเล่าต่อว่า ที่ตนหายไปนั้น เพราะพ่อแม่ของเจ้าสัวสมโชคบุกมาเจรจาข่มขู่ว่า ถ้าไม่หนีออกไปจากชีวิตของสมโชคซะจะจ้างมือปืนมาเก็บ เจ้าสัวสมโชคคุกเข่าขอโทษ พร้อมยื่นข้อเสนอว่าจะเลี้ยงดูทุกคนอย่างดี แต่ป้าพลอยปฏิเสธทันที พร้อมสั่งให้กรณ์เทพห้ามรับเงินทองจากสมโชค เพราะไม่อยากให้ทางบ้านสมโชคดูถูกเอาได้
ในงานเลี้ยงเปิดตลาดนัด มีงานประกวดเทพีชุมชนแจ่มใจ กรณ์เทพได้เห็นบัวตองใส่ชุดสวย แต่งหน้าทำผมเผ้าสวยหยาดเยิ้มขึ้นประกวดบนเวที โดยมีพอลล่า ใบพาย ลิ้นจี่ มาร่วมประกวดด้วยและแน่นอนผู้ชนะคือบัวตอง คืนนั้น กรณ์เทพรู้สึกความรักแน่นคับอก จนต้องระบายออก เขาตัดสินใจบอกรักบัวตอง บัวตองไม่ตอบรับ แต่ก็ไม่ปฏิเสธ พูดแต่เพียงว่า ขอจัดการเคลียร์หนี้ของแม่ให้เรียบร้อยแล้วค่อยมาว่ากันใหม่ บัวตองถึงกับสับสน แต่เมื่อได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดจากปากของดวง ที่ไม่ได้ตั้งใจจะทิ้งเธอไปเลย บัวตองก็ใจอ่อน ตอบรับรักจากดวง ที่พอรู้สาเหตุว่าบัวตองไม่ได้ตั้งใจทิ้งตนไป ก็ขอร้องบัวตองให้มาเริ่มนับหนึ่งใหม่กับเขาอีกครั้ง เพราะเขาเองก็เริ่มมีฐานะพอตั้งตัว และคิดสร้างครอบครัวในอนาคตได้ ทำเอากรณ์เทพถึงกับอกหัก หัวใจสลาย เป็นที่น่าสงสาร จนทองดีและเบ๊นซ์ ต้องคอยเฝ้าปลอบใจ
บัวตองรู้ตัวแล้วในนาทีนี้ ว่าใครกันแน่ ที่ดีกับเธอ และเห็นความสำคัญของเธอจริง ๆ บัวตองรีบตรงไปหากรณ์เทพ แต่ก็พบว่าสายไปเสียแล้ว เพราะทองดีกับเบ๊นซ์เล่าให้ฟังว่า กรณ์เทพ หลบไปเลียแผลใจ และสั่งทองดีกับเบ๊นซ์ไว้ว่า ห้ามบอกบัวตอง ว่าเขาหายไปไหน เพราะเขาไม่อยากเห็นหน้าบัวตองอีกให้เจ็บปวดใจ บัวตองเสียใจ แต่ก็ต้องยอมรับ เพราะตนเป็นฝ่ายทิ้งกรณ์เทพให้เจ็บก่อนจริง ๆ บัวตองเก็บร้านขายข้าวมันไก่ จะย้ายกลับไปที่ตำบลบ้านนาดอน บ้านเกิดของตน
บัวตองกลับไปเจอยุภา แม่ของตน ก็สารภาพว่าหาเงินได้ไม่ครบห้าแสน มีอยู่เพียงแค่แสนห้า ตาเอิบ เห็นบัวตองกลับมา ก็ตามมากะลิ้มกะเหลี่ย ทำท่าหัวงูอีก ยุภาเลยบอกให้บัวตองเตะผ่าหมากสั่งสอนเสี่ยซะ พร้อมบอกว่าตนเคลียร์หนี้ตาเอิบไปหมดแล้ว ไม่มีอะไรต้องเกรงใจกันอีก บัวตองงงว่าแม่เอาเงินจากไหน ยุภาก็งง เพราะได้เงินจากที่บัวตองส่งมา บัวตองนึกย้อน แล้วรู้ทันทีว่ากรณ์เทพเป็นคนส่งมาแน่ ๆ เพราะกรณ์เทพเล่าว่าเคยทำงานพิเศษ เคยทำงานหนักสารพัด เคยได้รับเงินเป็นน้ำใจที่ช่วยให้เจ้าสัวสมโชครอดจากเงื้อมมือโจร บัวตองเพิ่งรู้ว่าเงินทั้งหมดนี่ เป็นความช่วยเหลือจาก กรณ์เทพ นั่นเอง
บัวตองรีบกลับไปกรุงเทพฯ อีกที เธออธิบายให้ทองดี และเบ๊นซ์ เข้าใจ เรื่องราวทั้งหมด พร้อมขอร้องให้บอกเธอว่ากรณ์เทพหนีไปอยู่ที่ไหน ทั้งสองจึงตกลงว่าจะพาไป โดยมีรถยนต์ลีมูซีนหรูของเจ้าสัวสมโชค ที่นายบุญช่วยขับมาช่วยอำนวยความสะดวกถึงที่ เรื่องราวของ บัวทอง และ กรณ์เทพ จะลงเอยอย่างไร? จะสมหวังในรักหรือไม่? ต้องติดตามชมกันต่อได้ใน ละครแม่ดอกรักเร่ ที่ออกอากาศทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 18.35 น. และวันศุกร์ เวลา 18.00 น. ทางช่อง 7 สี ละครแม่ดอกรักเร่ เริ่มตอนแรกวันพุธที่ 29 กรกฎาคม 2558

Saming Ban Rai
สมิง บ้านไร่ จากบ้านไร่ ถิ่นกำเนิดของเขาไปตั้งแต่วัยรุ่น ไปทำงานหาเงินเรียนเองในกรุงเทพ เพราะพ่อแม่ เป็น ชาว ไร่ ธรรมดาที่ไม่มีเงินพอจะส่งเสียลูกให้เรียนสูง ๆ ได้ ด้วยความอุตสาหะประกอบกับสติปัญญาดี เขาจึง เรียนจบ ปริญญาตรีและได้ทุนไปเรียนต่อต่างประเทศในสาขาเกษตรกรรม เมื่อเรียนจบแล้วเขาจึงกลับมาบ้านไร่ หวังจะใช้วิชา ที่ร่ำเรียนมาพัฒนาบ้านเกิดแต่เขากลับพบว่าพ่อแม่ของเขาตายหมดแล้ว สาเหตุเกิดจากที่พ่อเขาไป กู้เงินจาก โมขศักดิ์ ผู้มีอิทธิพลระดับเจ้าพ่อแล้วโดนโกงยึดที่ดินไปเกือบหมดเหลือไว้แต่กระต๊อบ หลัง เล็กกับที่ดิน เนื้อ ที่แค่หยิบมือ แม่กลุ้มใจผูกคอตาย พ่อตรอมใจตายตาม ชาวบ้านแถบนั้นอีกหลายครอบครัวซึ่งไม่รู้หนังสือ ก็โดนโกงเช่นเดียวกัน สมิงตั้งใจจะล้มล้างอิทธิพลของโมขศักดิ์ให้ได้ แต่โมขศักดิ์มีบริวาร มากมายลำพัง สมิงคนเดียว ย่อม ทำอะไรไม่ได้ แม้ว่าเขาจะมีฝีมือแม่นปืน ชักปืนไว จนได้ฉายา "มือลั่นไกสายฟ้าแลบ" เคยเป็นนัก กีฬายิงปืนระดับเหรียญทองของมหาวิทยาลัยก็ตาม จึงคิดระดมสมัครพรรคพวกที่มีอุดมการณ์เดียวกัน คือเกลียด ชังความอยุติธรรม แล้วเขาก็ได้เจอกับ สมัย บ้าน ดอน"ขุนขวานผู้ไม่ปรานีเป้า" พกขวานคราวละโหล เขวี้ยงทีไร ไม่พลาดเป้าสักที และ กะเหรี่ยง สะกา "จอมขมังหน้า ไม้ ไม่ได้โม้" ใช้ลูกดอกอาบยาหัวเราะที่เหยื่อโดนแล้ว หัวเราะไม่หยุดจนตาย จึงชวนมาขยายกระต๊อบให้เป็นบ้าน อยู่ด้วยกันและจะแสวงหาพวกเพิ่มเพื่อผนึกกำลัง ต่อสู้กับพวกโมกขศักดิ์ อันมี ลาย เป็นสมุนเอก และเมฆกับหมอกเป็นสมุนรอง โมขศักดิ์มีลูก สาวสวยแสนรักแสนหวงแสนจะเกรงใจอยู่ 2 คนคือ ปลาแดงกับนก เขียวไม่มีใครกล้าตอแยลูกสาว เจ้าพ่อทั้งคู่ ปลาแดงนั้นชอบประจบประแจงพ่อ อยู่ในบ้านแต่นกเขียวชอบออกไปเปิดหูเปิดตานอกบ้านแถวตลาดกับพี่เลี้ยงชื่อ แก้วตา ซึ่งโมขศักดิ์จ้างไว้ให้คอยคุมนกเขียวแต่แก้วตากลับเข้าข้างนกเขียว คอยปิดบัง เรื่องที่นกเขียวไม่ต้องการให้พ่อรู้ให้ วันหนึ่งจึงได้ไปเจอกับสมิงและสมัยที่ร้าน อาซ้งซึ่งขายขายอาหารและเครื่องดื่ม สมิงปิ๊งนกเขียวตั้งแต่แรกเห็น ทำให้ ซูฉีลูกสาวอาซ้งแอบน้อยใจ เพราะเธอแอบจับจองสมิงไว้ในใจก่อนแล้วแต่สมิง ดูไม่สนเธอเลยสักนิด สมัยที่เธอชอบเป็นอันดับรองก็ดันไปปิ๊งแก้วตา ซะอีก แต่ซูฉีไม่ท้อ ขอมุ่งเอาความดีชนะใจสมิงหรือไม่ก็สมัยให้ได้ สักวันจะได้ลงจากคานซะที หากไม่ได้ 2 คนนึ้ก็จะมองหาอันดับอื่นๆต่อไป เมฆกับหมอกที่มากับสมุนคนอื่นๆของ โมขศักดิ์หมั่นไส้สมิงกับสมัยเป็นกำลังจึงเบ่งโวโอ้อวดว่าตน เป็นลูกน้องของลายหาเรื่องเตะต่อยแต่ 2 คนสู้สมัยคน เดียวไม่ได้จึงชักปืนจะยิง สมิงไวกว่ายิงข้อมือของเมฆกับหมอกปืนหล่นกระเด็น ซูฉีหัวเราะร่าไม่เสียแรงที่เชียร์ แทบขาดใจ นกเขียวกับแก้วตาชื่นชมในฝีมือของสมิงกับสมัย แก้วตาจะเข้าไปคุยด้วยแต่นกเขียวยื้อไว้ให้รู้จักวาง ฟอร์มกับคนแปลกหน้า จะได้ดูดีมีราคาหน่อย พอสมิงเข้าไปทักทายนกเขียวก็ทำเป็นคุย แบบเสียไม่ได้ เมฆหมอกเจ็บตัวคลานกลับ ไปฟ้องลาย พร้อมเล่าว่าเห็นท่าทางสมิงกับสมัยจะปิ๊งนกเขียวกับ แก้วตา ลาย โกรธมากเพราะตนแอบชอบนกเขียวอยู่ตั้งนานแต่อยู่นอกสายตานกเขียวตลอดมา จึงนำความไปฟ้องโมขศักดิ์ต่อ โมขศักดิ์โกรธที่มีผู้อาจหาญมาลูบคม ทำเด็กๆ ของตนเจ็บตัวแล้วยังกำแหงมาชอบลูกสาวของตนอีก จึงสั่งให้ลายกับ ลูกน้องคอย ติดตามจับตาดูสมิงกับสมัยทุกฝีก้าวว่าจะมาทำอะไรที่บ้านไร่กันแน่ และคอยกีด กันไม่ให้เข้าใกล้นกเขียว พร้อมสั่งแก้วตาด้วย สมิง กลับไปเพ้อละเมอถึงแต่นกเขียวจนกินไม่เป็นอันกินอันนอน สมัยรู้ใจจึงชวนไปแถวๆตลาดบ้านไร่เผื่อเจอ นกเขียวกับแก้วตาอีก ทางฝ่ายนกเขียวก็ดูแปลกๆไป ปลาแดงสงสัยนกเขียวว่าเป็นอะไร แก้วตาแก้ให้ว่าไม่สบายเดี๋ยว จะพาไปหาหมอ แล้วก็ชวนกันออกไปที่ตลาดแล้วก็ได้ไปเจอกับสมิงและสมัยสมกับที่แอบตั้งใจไว้ ได้พูดคุยยวน ใส่กันแต่ชอบกัน นัดเจอกันอีก เมฆกับหมอกมาเห็นเอาไปฟ้องลาย ลายกำชับให้เมฆกับหมอกสะกดรอยตาม นกเขียว อย่าให้คลาดสายตา ทั้งสอง ถึงกับลงทุนพรางตัวในรูปแบบต่างๆให้เข้ากับสถานที่ที่นกเขียวนัดเจอกับสมิง เช่นปลอมเป็นต้นไม้ในไร่ เป็นเต่าริมทะเล เป็นค้างคาวในถ้ำ เป็นลิงในสวนมะพร้าวแล้วกลับไปรายงานเจ้านายพร้อมรูปถ่ายเป็นหลักฐาน โมขศักดิ์ขอไปดูให้เห็นกับตา ปลาแดงเห็นหน้าหล่อๆของสมิงในรูปแอบติดใจจึงขอตามไปด้วย โมขศักดิ์ ไปเจอจังๆก็ฉุนจัดแต่เกรงใจนกเขียวไม่กล้วพูดจารุนแรงอ้อนวอนให้กลับ บ้านวันหน้าค่อยมาใหม่ และแอบกระซิบขู่สมิงว่าอย่ามายุ่งกับลูกสาวตนอีก ขืนไม่ ฟัง ไม่ตายก็เลี้ยงไม่โตแน่แต่ปลาแดงเห็นสมิงตัวจริงแล้วยิ่งคลั่งไคล้ตั้งใจจะ หาทางเอาเป็นแฟน จึงพยายามซักไซ้นกเขียวถึงสมิงใหญ่เลย ว่าเขาเป็นใครอยู่ ที่ไหน นกเขียวชักหวง บอกไม่รู้ ไม่สน ที่เจอกันก็โดยบังเอิญทุกที แก้วตาช่วยยืน ยันอีกคน แต่ปลาแดงไม่เชื่อ จะหาทางรู้เองให้ได้ โมขศักดิ์แกล้งหากิจกรรม ให้นก เขียวช่วยทำจนไม่สามารถปลีกตัวออกไปไหน ในที่สุดโมขศักดิ์สมองตัน นึกไม่ออก ว่า จะให้ทำอะไรแล้ว นกเขียวกับแก้วตาจึงออกไปพบสมัยกับสมิงอีก สมิงรู้ว่า เมฆกับหมอก คอยตามดูและถ่ายรูป จึงลงทุนแต่งตัวเป็นผู้หญิง โมขศักดิ์จึงวางใจที่ลูกสาวกับพี่เลี้ยงแค่ออกไป หาเพื่อนผู้หญิง ดูจากในรูปเห็นเป็นผู้หญิงที่ออกจะล่ำบึ้กไปสักหน่อยแต่หน้าตาเข้าทีดูเซ๊ก ซี่ ไม่เบา เห็นแล้วอยาก ได้มาเป็นแม่เลี้ยงของลูก จึงถามนกเขียวว่าชื่ออะไร บ้านอยู่ที่ไหน นกเขียวว่าชื่อ ขวัญมิ่ง กับพิศมัย เป็นเพื่อน มาจากต่างจังหวัด โมขศักดิ์บอกสนขวัญมิ่ง อยากให้นกเขียวช่วยเป็นแม่สื่อให้ นกเขียวโอเคนัดให้พ่อได้เจอกันแล้ว ไปคุยทาบทามกันเอาเอง พอได้เจอโมขศักดิ์ก็เจ้าชู้ยักษ์ใส่สารพัด บอกขวัญมิ่ง(สมิง)ว่าอยากได้อะไรจะทุ่ม ให้หมด เลย สมิงเผลอตอบว่าอยากได้ลูกสาว โมขศักดิ์ช๊อคที่ขวัญมิ่งเป็นทอม กลับมาขอร้องนกเขียวให้เลิกคบนกเขียว ว่าพ่อไม่ให้คบผู้ชายก็ต้องคบทอมสิ โมขศักดิ์เสียงอ่อยงั้นให้คบผู้ชายได้ แต่ควรเป็นคนที่พ่อเห็นดีด้วย ใน งานวัดแห่งหนึ่งของบ้านไร่ สมิงได้เจอ สมร บ้านด่าน นักมวยพเนจร ฉายา "ยอดมวยแม่ไม้ดก" ชกชนะน๊อคนัก มวย ดังตั้งแต่ยกแรก นักเลงแพ้พนันพากันโกรธไล่ตีสมรดีที่สมิงกับสมัยช่วยสกัดไว้ สมิงชวนสมร ให้เลิกเร่ร่อนมาอยู่ด้วยกันเพื่อปราบคนโกง สมรตกลงพออกจากร้านก็เจอ สมาน บ้านนา เซียนกอล์ฟ กำลังตีกอล์ฟระเบิดใส่พวกเมฆกับหมอกหนีกันกระจุยกระเจิง จึงชวนมาเข้ากลุ่มอีกคนรวมเป็น 5 สะเข้าข้างชาว บ้าน ที่ถูกพวกโมขศักดิ์ระรานทวงหนี้ ยุว่าอย่าไปยอมให้กับคนโกง ถ้าพวกมันมารังควาญก็จะคุ้มครองให้เอง ให้ตั้งหน้าทำมาหากินดีกว่า โม ขศักดิ์ยั๊วะจัดที่พวกสมิงยุชาวบ้านให้เบี้ยวหนี้ ประกาศก้องว่า อย่างนี้ ต้อง ราวีให้แหลกกันไปข้างหนึ่ง ปลาแดงเป็นห่วงสมิงบอกพ่ออย่ารุนแรงนักเลย เกรงใจนกเขียวมั่งรู้สึกว่าจะชอบๆกันอยู่นา โมขศักดิ์หันไปสบตานกเขียว นก เขียวตาเขียวใส่พร้อมบอกว่าแค่พบปะพูดจากันยังไม่ได้เป็นแฟนกัน สักหน่อย แต่ถ้าพ่อบังคับกันมากๆจะหาทางหนีไปหาสมิงซะเลย ปลาแดงจึงยุให้ โมขศักดิ์ ล่ามโซ่นกเขียวเสีย โมขศักดิ์ไม่กล้า ปลาแดงขอจัดการเองโดย สั่งแก้วตาล่าม แก้วตาทำตาม แล้วแอบไปปั๊มกุญแจแล้วเอาตัวจริงให้ปลาแดงไป ปลาแดงได้ ทีดอด ไปตื๊อสมิงถึงร้านอาซ้ง ปะทะกับซูฉีต่างกระแทกแดกดันกัน เกือบจะ ตบตีกัน อา ซ้งรีบห้ามซูฉีอย่าสะเออะไปกัดกับลูกสาวเจ้าพ่อเดี๋ยวตนจะหมดหนทางค้าขาย สมิงแกล้งชอบปลาแดงเพื่อ หาทางเขาใกล้นกเขียวที่เขารักและเป็นห่วงจับใจ ปลาแดงไม่ระแวงหลงคิดว่าตัวเองเสน่ห์แรงมัดใจสมิงได้ ก็ ไปบอกนกเขียวให้เจ็บใจเล่น แต่กลับบอกโมขศักดิ์ว่าจะล่อสมิงมาให้ติดกับ โมขศักดิ์ชอบใจที่มีลูกสาวฉลาดมาก อย่างปลาแดง ไม่ฉลาดน้อยหมือนนกเขียว สมิง สมัย สมร สมาน และสะกา ร่วมกันปรึกษาหาทางช่วยชาวบ้าน สมิงเสนอความคิดให้ตั้งสหกรณ์รับซื้อผลิตผล เกษตร จากชาวบ้าน พวกเขาจะได้มีรายได้เลี้ยงตัวไม่ต้องไปเป็นหนี้โมขศักดิ์อีก โดยก่อนอื่นเขา จะสอนชาวบ้าน ให้ปลูกผักปลอดสารพิษที่ได้ผลเร็วและได้ราคาดี ทุกคนเห็นด้วย ชาวบ้านรู้ข่าวก็อาสาช่วยกันมากมาย เตรียมสร้าง ทำนบเพื่อการเกษตร พร้อมเตรียมอาวุธป้องกันไอ้ตัวร้ายมารบกวน ข่าวนี้รู้ถึงหูโมขศักดิ์จึงไม่พอใจ ที่สมิงตั้งตัว เป็นศัตรูคิดตัดอาชีพเงินกู้ของเขา ต้องหาทางล้มล้างสหกรณ์ให้ได้ โดยฆ่าสมิงตัวนำชาวบ้านเสีย ปลาแดงกับ นกเขียวร้องเสียงหลงขึ้นมาพร้อมกันว่าอย่าฆ่าสมิงเรื่องจะบานปลายไปใหญ่ โตเพราะเขาผูกใจชาวบ้านไว้ ได้เกือบหมดหมู่บ้านแล้ว โมขศักดิ์พูดเอาใจลูกสาวว่าไม่ฆ่าก็ไม่ฆ่า(ตอนนี้หรอก) นกเขียวแอบให้แก้วตาไปส่ง ข่าวให้สมิงระวังตัว แก้วตาไปเจอกับปลาแดงที่แอบไปเตือนสมิงเช่นกันจึงรีบหลบ สมิงคิดถึง นกเขียวอาการหนักจนเพื่อนฝูงพากันเป็นห่วง สะกาจึงช่วยไปปีนต้นไม้ยิงหน้าไม้ ผูกติดจดหมาย รักของสมิงเข้าไปทางหน้าต่างนกเขียว ตามด้วยยาน้ำสมุนไพรนอนหลับฤทธิ์แรง มีคำสั่งให้ใส่กระบอกฉีด ตอนกลางคืน นกเขียวจึงหน้าชื่นขึ้นจนปลาแดงสงสัย นกเขียวว่าเป็นเพราะตนตัดใจจากสมิงได้แล้ว ปลาแดงดีใจ ที่สิ้นคู่แข่งไปอีกคน สะกาลงจากต้นไม้เจอสมุน ของโมขศักด์ลากตัวไปหาเจ้านาย สะกาแก้ตัวว่าตนมาตามตัวตะ กวด ซึ่งมันหนีมาขึ้นต้นไม้แล้ว ลงวิ่งหายเข้าไปในบ้านโมขศักดิ์ โมขศักดิ์ตกใจกลัวความซวยจะเข้าบ้านจึงรีบปล่อย สะกาไป บอกให้เหล่าสมุนค้นหา ตัวตะกวดทั่วบ้านแต่ไม่เจอ ลายเข้าไปหาในห้องนกเขียวนกเขียว ให้ลายไปมองดู กระจก แล้วจะเห็นตัวตะกวดได้ชัด ลายไม่ทันคิดเผลอทำตามแล้วสะดุ้งโหยง ตกกลางคืน แก้ว ตากับนกเขียว ป้องกันตนเองแล้วฉีดยาสมุนไพรให้ทุกคนในบ้าน หลับ แก้วตาไข กุญแจโซ่ให้นกเขียวแล้วพากันเก็บเสื้อผ้าหนีออกมา สมิงและสมัย ซึ่งรออยู่หน้าบ้านจึงรับตัวไปรุ่งขึ้นโมขศักดิ์โกรธจัดที่ ทุกคนนอน หลับไม่ได้ สติปล่อยให้ นกเขียวกับแก้วตาหนีไปได้ ปลาแดงก็ร้อนใจคิดว่านกเขียวหลอก ให้ตนดีใจว่าตัดใจจากสมิงได้ นี่คงหนีไปหาสมิงแน่เลย จึงตีโพยตีพายใหญ่ โมขศักดิ์สงสัย อ้อนถามจนปลาแดงสารภาพว่ารักสมิงเข้าแล้ว โมขศักดิ์จึงตีอกชกตัวเอง ว่าเวรกรรมอะไร หนอลูก สาวทั้ง 2 คนจึงไปรักไอ้หนุ่มศัตรูตัวฉกาจ อย่างนี้เอามันไว้ไม่ได้เสียแล้ว ต้องบุกชิงตัวนกเขียวและจับตัวสมิง มาแล่เนื้อเลาะกระดูกทิ้งโถส้วม ปลาแดงจึงเอาแต่ร้องไห้แล้วก็โดนล่ามโซ่เหมือนที่นกเขียวเคยโดน โมขศักดิ์ขอ โทษปลาแดงที่จำต้องทำอย่างนี้ ลายเสนอโมขศักดิ์ให้บุกตะลุยพวกสมิงก่อนสว่าง ไม่ให้ตั้งหลักได้ทัน โมขศักดิ์เห็นด้วยจึงประชุมวางแผนเสร็จ แล้วแจกเงินบำรุงขวัญเหล่าสมุน สมุนจึงยกพวกไปเฮกัน ที่ร้านเจอาซ้ง แล้วเมาเผลอโม้ถึงแผนวันรุ่งขึ้น ซูฉีได้ยินจึงแอบวิ่งไปบอกชาวบ้านคนหนึ่งซึ่งเดินผ่านหน้าร้านให้ไปบอกสมิง ด้วย สมิงจึงระดมกำลังพรรคพวกและชาวบ้านเตรียมตั้งรับเต็มอัตราศึก โม ขศักดิ์สั่งกองโจรเสือจิ๊บกับเสือจ๊อยจากในป่าลึกมาสมทบเพื่อบุกโจมตีบ้าน สมิง เช้ามืดจึงสั่งเคลื่อนพลเป็น ขบวนรถยนต์บุกเข้าบ้าน แต่ตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ เพราะ ในบ้านสมิงไม่มีใครอยู่เลย กลุ่มสมิงซุ่มอยู่ข้างนอก แต่พวกเสือจิ๊บเสือจ๊อย แอบโจมตีด้านหลังจนได้ ชาวบ้านเจ็บไปหลายคนแต่ แล้วสะกาก็ยกกองทัพ กะเหรี่ยงมาใช้หน้าไม้ยิงพวกโมขศักดิ์หัวเราะหยุดไม่ได้จนตายเรียบ ลายรีบเผ่น หนีจะเอาตัวรอดแต่ก็ไม่รอดคมขวานของสมัย เลยเหลือโมขศักดิ์คนเดียว สมิงตะ โกนให้โมขศักดิ์มอบตัวเสีย แต่โมขศักดิ์ไม่ยอม จะขอยิงตัวตายเพื่อศักดิ์ศรีอัน ยิ่งใหญ่ แต่โดนลูกกอล์ฟของสมาน ปืนกระเด็นไปเสียก่อน จึงลงนั่งร้องให้เท้า กระทืบพื้นเหมือนเด็กๆ ถามหาไหนล่ะตำรวจอยู่ไหนเค้าจะมอบตัวง่ะ สมัย สมร สมาน จึงแสดงตัวเป็นตำรวจกันพร้อมพรึ่บ นกเขียวรีบวิ่งไปซบอกพ่อ พลางขอร้องตำรวจอย่าทำอะไรพ่อเลย โมขศักดิ์ว่าปล่อยให้ตำรวจทำตามหน้าที่ของเขาเถอะ พ่อมันไม่ดีเองพลางยื่นมือให้ตำรวจใส่กุญแจแต่โดยดี และสั่งความสมิงไว้ว่า " ให้รักและสงสารนกเขียวของพ่อให้มากๆนะ..อ้อ..แถมปลาแดงด้วยอีกคน " สมิงไม่ยอมรับของแถมขอมีนกเขียวคนเดียว สมรกับสมานแย่งกันขอดูแลปลาแดง โมขศักดิ์บอกให้ไปแสดง ฝีมือแข่งกันเองก็แล้วกันสมานสละสิทธ์ไม่ขอลงแข่งกับสมรซึ่งขี้อาย และตนก็เล็งๆซูฉีเอาไว้อีกคนทั้งรู้ว่า ซูฉีก็เล็งเขาไว้ในอันดับอยู่เหมือนกัน ถ้าไม่เอานายตำรวจอย่างเขาก็คงไม่ต้องลงจากคานแล้ว ส่วนสมัยอุ่นใจ ที่มีแก้วตาอยู่ในหัวใจตลอด ในที่สุดความสุขสงบก็กลับคืนสู่บ้านไร่ สมดังความปรารถนาของทุกคน

Sai Jai
วรทัศน์ เทพการ เป็นตระกูลเก่าแก่ต้นตระกูลเป็นถึงขุนน้ำขุนนาง กลับต้องมาตกอับถึงขนาดขายของเก่ากิน เพราะเล่นการพนัน สมบัติที่มีต่างถูกจำนองจำนำจนหมดสิ้น สุดท้ายสองสามีภรรยาเจ้าคุณ ( มนตรี เจนอักษร ) และ คุณนาย ( เดือนเต็ม สาลิตุล ) ก็คิดที่จะขายลูกสาวคือ สุชาดา ( นุสบา ปุณณกันต์ ) กับ สุขุมาลย์( วรรณษา ทองวิเศษ ) สุขุ มาลย์ ผู้น้องมีนิสัยที่ทันคน เป็นเด็กนักเรียนนอก แต่ต้องเรียนไม่จบเพราะถูกเรียกตัวกลับมาก่อน มีนิสัยต่าง กันลิบลับกับสุชาดาผู้พี่ที่เรียบร้อย ค่อนข้างปิดตัว อาจเป็นเพราะความผิดหวังที่ประดังใส่เธอเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ครอบครัว เรื่องคนรัก เรื่องเรียน จึงทำให้เธอเป็นคนแบบนั้นไป ทั้งสองพี่น้องไม่รู้เลยว่า เธอกำลังถูกพ่อแม่หมาย มั่นปั้นมือว่าจะจับคู่ให้กับพ่อเลี้ยงเมืองเหนือ เด่นพงษ์ ( จิรายุส วรรธนะสิน ) กับเศรษฐีเมืองใต้ ศักดิ์สิทธ์ ( จอห์น รัตนเวโจน์ ) เจ้าหนี้รายใหญ่ของตระกูล เรื่องวุ่นวายเริ่มก่อตัวขึ้นเพราะความ เข้าใจผิดของครอบครัววรทัศน์เทพการ คิดว่า จิตติ ( สุรวุฑ ไหมกัน ) ผู้จัดการปางไม้เวียงผาคือพ่อเลี้ยงผู้มั่งคั่งแต่ความจริงแล้วเด่นพงษ์ต่าง หากที่เป็นพ่อเลี้ยงตัวจริง ความที่เป็นคนสนุก ติดดิน จึงไม่คิดบอกความจริงคงปล่อยให้เข้าใจว่าเด่นพงษ์เป็นเพียงผู้จัดการต๊อก ต๋อยด้านเจ้าคุณและคุณนายไม่ ชอบ ขี้หน้าเด่นพงษ์ สุขุมาลย์ เองนั้นรู้สึกเขม่นหน้านายเด่นพงษ์ เพราะว่าเขารู้ทันเธอไปซะทุกเรื่อง เจ้าคุณเป็น หนี้นายหัวศักดิ์สิทธิ์เป็นจำนวนเงินไม่น้อย นายหัวรู้ทันว่าเจ้าคุณจะยัดเยียดลูกสาวให้เขา ทำให้เขามองคนตระกูล นี้ต่ำลงไปอีก คนที่ได้รับผลกระทบนี้ก็คือสุชาดา ทำให้เธอกับเขามีเรื่องให้ประชดประชันกันตลอด แต่มีสิ่งหนึ่งที่ นายหัวรู้สึกกับผู้หญิงคนนี้คือเธอทำให้เขาหวั่นไหวแต่นั้นยิ่งทำให้เขาแสดง ความกระด้างออกมาใส่เธอ เด่นพงษ์ ได้ชวนครอบครัว วรทัศน์เทพการ ไปเที่ยวไร่ของเขาที่ติดอยู่กับไร่ของ เทพจิต เทพจิตคือคนรักเก่าของ สุชาดา เขารู้ว่าสุชาดามาเที่ยวที่ไร่ จึงหาทางหวังจะคืนดีกับเธอแต่สุชาดาได้ตัดใจจากเขาแล้ว ในการเดินทางครั้งนี้ยัง ประกอบด้วยภัทราเป็นคนช่วยดูแลยายหนูที่เป็นลูกติดของนายหัวศักดิ์สิทธิ์ และยังมีสุวรรณชายหนุ่มชาวจีนที่ตาม เทียวไล้เทียวขื่อสุชาดา ขณะที่ คณะเดินทางได้ไปเที่ยวชมธรรมชาติป่าเขา ต้องมาปะทะกับขบวนยาบ้า ทำให้ต้องหนีกระเจิงออกมา เกิด พลัดหลงกันแยกไปเป็นคู่ สุชาดาติดไปกับศักดิ์สิทธิ์ ส่วนสุขุมาลย์ติดไปกับเด่นพงษ์ และยังมีจิตติที่พลัดหลงในป่าอีก คนด้วย ความลำบาก ธรรมชาติ ความโรแมนติค ทำให้ทั้ง 2 คู่เกิดเห็นแก่นแท้ของหัวใจ แต่กว่าความรักจะเดินทาง มาถึงก็เกือบสาย เพราะศักดิ์สิทธิ์ได้รับปากแต่งงานกับภัทราเพราะความดีของเธอ ส่วนสุขุมาลย์หลังจากกลับจากป่า สุขุมาลย์ ก็ถูกบังคับให้แต่งงานกับจิตติ เพราะท่านเจ้าคุณเข้าใจว่า สุขุมาลย์หลงหายเข้าป่ากับจิตติ แต่กลายเป็นว่าสุขุมาลย์ไปติดป่ากับเด่นพงษ์ เรื่องจึงกลายเป็นว่าสุขุมาลย์ถูกบังคับให้แต่งงานกับเด่นพงษ์ เธอจึงยอมแต่งงานด้วย เพราะมีใจให้กับเขาอยู่แล้ว แต่เมื่อความลับ แตก เขาก็ตามง้อเธอจนให้อภัยกันส่วนสุชาดาเดินทางกลับกรุงเทพ มาหางานทำที่บริษัทแห่งหนึ่ง โดยไม่รู้ว่าศักดิ์สิทธิ์ใช้เส้นหางานให้เธอ เมื่อเธอรู้ก็ลาออก แต่ศักดิ์สิทธิ์เองก็คงพยายาม ช่วยเหลือปัญหาครอบครัวของสุชาดาอยู่ตลอด จนสุดท้ายความจริงในใจ ต่างต้องยอมพ่ายแพ้ให้กับความรัก ทั้ง 2 จึง ลงเอยกันได้ด้วยดี......