SAMUN COMPANY LIMITED
ไม่มีคำอธิบาย
พบทั้งหมด 8 เรื่อง

The Secret of Moment
แอน ปรียะ (คะนึงนิจ จักรสมิทธานนท์) สาวสวยที่จบการศึกษาด้านศิลปะระดับเกียรตินิยม เธอกลับมาเยี่ยมแม่เมื่อปลายปี พ.ศ. 2561 และได้รับโปสการ์ดใบหนึ่งไม่ปรากฏชื่อผู้ส่ง นอกจากข้อความในโปสการ์ดที่เขียนว่า "ฉันอยู่ที่นี่ มาหาฉันนะ…จันทบุรี 2562" ยิ่งไปกว่านั้น ภาพวาดสีน้ำในโปสการ์ดใบนั้นมีลายพู่กันที่ไม่ต่างจากงานของแอน โดยเฉพาะเส้นหวัด ๆ ใต้ภาพก็ช่างเหมือนกับลายเซ็นของเธอยิ่งนัก แอนตัดสินใจเดินทางไปยังจังหวัดจันทบุรี เพื่อตามหาสถานที่ในโปสการ์ด ที่นั่น...แอนได้พบกับเรือนไม้โบราณริมน้ำหลังหนึ่ง บรรยากาศและรายละเอียดภายในบ้านหลังนี้ตรงกับภาพวาดในโปสการ์ด ลุงเชื่อม (สุประวัติ ปัทมสูต) ชายชราผู้เป็นเจ้าของบ้าน ปรากฏตัวขึ้นราวกับรอคอยการมาของแอน เขาพาเธอไปพบกับนาฬิกาตั้งพื้นหลังใหญ่ที่ไม่มีเข็มนาฬิกา เขาบอกเธอว่ามันคือตู้เก็บความลับของคนจีนสมัยโบราณ ด้านบนของตู้มีช่องสำหรับใส่กระดาษเขียนข้อความที่เป็นเรื่องลับเฉพาะ และความลับนี้จะถูกเก็บไว้ในที่ที่ไม่มีใครรู้ แอนไม่เชื่อและเขียนข้อความส่งไปว่า "เหลวไหล" ทันใดนั้นเกิดฝนฟ้าคะนองไฟดับทั่วเมืองจันท์ ลมกระโชกจนโปสการ์ดแผ่นนั้นของเธอปลิวตกหายไปกลางแม่น้ำ อยู่ ๆ ช่องลิ้นชักใต้ตู้นาฬิกาก็เคลื่อนตัวออกมา พร้อมกับกระดาษแผ่นเดิมที่แอนเขียนคำว่า "เหลวไหล" ร่วงหล่นมาทางช่องนี้ พร้อมปรากฏตัวหนังสือตัวใหญ่ที่เขียนเพิ่มเติมต่อข้อความของเธอว่า "คุณคือใคร" แอนถึงกับตกตะลึง และตัดสินใจเขียนข้อความส่งกลับไปอีกครั้ง ไม่นานนักก็มีคำตอบกลับ เธอจึงรู้ว่าคู่สนทนาของเธอคือชายในปี พ.ศ. 2558 เขามีชื่อว่า วิน ชวิน (อนุวัฒน์ ชูเชิดวัฒนา) ช่างภาพสารคดีที่เล่นดนตรีเป็นงานอดิเรก แม้จะไม่สามารถอธิบายปาฏิหาริย์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ได้ แต่การสื่อสารระหว่างคนทั้งสองก็ยังคงดำเนินต่อไป แอนขอร้องให้วินทำบางสิ่งบางอย่างที่เธอทำพลาดไปในปี 2558 นั่นคือ ขอให้วินถ่ายภาพพ่อและแม่ขณะที่มีความสุขในงานวันเกิดของแม่ ซึ่งในปีนั้นแอนทะเลาะกับพ่อจนทำลายบรรยากาศสวยงามของงานเลี้ยงไปจนหมด วินรับปากตามคำขอของแอน วินเดินทางไปที่บ้านแอน ตามวัน-เวลาที่แอนบอกมาในจดหมาย เขาได้พบกับแอนในปี 2558 ปีปัจจุบันเดียวกันกับเขา วินหลอกล่อ ขัดขวางไม่ให้แอนเข้าไปในบ้านของเธอ ในที่สุดเขาก็ได้ถ่ายรูปความสุขของพ่อและแม่ส่งไปให้แอนในปี 2561 ได้สำเร็จ เมื่อแอนในปี 2561 ได้รับภาพนี้ เธอดีใจจนน้ำตาไหลเช่นเดียวกับนวลปราง แม่ของเธอที่ป่วยอยู่ การกระทำของวินในครั้งนี้ส่งผลให้เหตุการณ์ในอดีตในช่วงสามปีที่ผ่านมามีการเปลี่ยนแปลงไปโดยไม่ได้คาดคิดมาก่อน และแอนก็ได้ขอร้องวินอีกครั้ง เพื่อช่วยค้นหาความจริงว่า ปกรณ์ ผู้เป็นพ่อของเธอ ฆ่าตัวตายเพราะสาเหตุใด การค้นหาความจริงในเรื่องนี้ทำให้วินได้ใกล้ชิดกับแอนในปี 2558 มากยิ่งขึ้น ความสัมพันธ์ของเขาและเธอพัฒนาไปสู่ความรักโดยไม่รู้ตัว แต่มันก็ส่งผลกระทบกับชีวิตของคนอีกสองคนด้วย นั่นก็คือ คนรักของวินและแอน สุดท้ายวินจะสามารถสืบหาความจริงเกี่ยวกับการตายของปกรณ์ได้หรือไม่ ชีวิตแอนในปี 2562 จะพ้นจากข้อครหาและความเสื่อมเสียจากการตายของปกรณ์หรือเปล่า รวมถึงชีวิตรักของวินและแอนจะลงเอยอย่างไร ติดตามชมกันต่อในละคร ปาฏิหาริย์กาลเวลา ที่ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 21.45 น. ทาง PPTV HD 36 ละคร ปาฏิหาริย์กาลเวลา เริ่มตอนแรกวันพุธที่ 10 พฤษภาคม 2566

Dong Poo Dee
ดงผู้ดี (2562/2019) ขม (ณัฐชา เจกะ) เด็กหญิงที่เติบโตมากับ แม่แข (พิมพ์พรรณ ชลายนคุปต์) ซึ่งเป็นโรคความจำเสื่อม ทั้งคู่ถูกอุปการะจากครูสมพร ผู้เป็นเจ้าของโรงเรียน แขเป็นลมในวันที่ครูจัดงานวันเกิดให้พี่ชาย เธอเลยได้เจอกับ พิทย์ (สุพจน์ จันทร์เจริญ) แล้วจำเรื่องราวทุกอย่างได้ แขเลยฝากขมให้อยู่ในความดูแลของพิทย์ก่อนตาย เมื่อจัดงานศพเสร็จ พิทย์พาขมเข้ากรุงเทพฯ และไปฝากกับเพื่อนที่ชื่อ รังสรรค์ (เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์) ให้ดูแล และให้การศึกษากับขม เสมอลูกสาวของตัวรังสรรค์เอง ซึ่งก็คือ รติรส (กฤตพร หาญโยธิน) และ พจนีย์ (อรจิรา แก้วสว่าง) แต่ความจริงแล้ว รังสรรค์ และบุหงา (อริสรา ทองบริสุทธิ์) ภรรยาใหม่ ไม่ชอบหน้าขมอย่างมาก เลยใช้งานขมเยี่ยงคนรับใช้ กลั่นแกล้งทุกทาง ด้านพิทย์ หลังจากเดินทางไปต่างประเทศ ก็ไม่ส่งข่าวกลับมาอีกเลย แต่ฝากญาติผู้น้องคือ ชาติสยาม (กฤษฎา พรเวโรจน์) ให้ช่วยดูแลขม หากเขาเป็นอะไรไป ชาติสยามให้ตุ๊กตากับขม ทำให้เธอประทับใจมาก แต่ตุ๊กตาตัวนั้นก็โดนบุหงาแย่งไป เพราะความอิจฉา ส่วน ไพลิน (มยุริญ ผ่องผุดพันธ์) พี่สาวของรังสรรค์ และคุณหญิงรัตนเดชากร (เดือนเต็ม สาลิตุล) สงสัยว่าขมเป็นลูกของแขนภา ตลอดเวลาที่ขมอาศัยอยู่ด้วย มักจะโดนรังสรรค์กระทบกระเทียบถึงพ่อแม่ เธอจึงพยายามตั้งใจเรียนจนได้รับทุน ซึ่งมีพจนีย์ที่คอยอิจฉา และดูถูกเสมอ ด้านพิทย์เมื่อเสียชีวิตไป แต่ได้ทิ้งพินัยกรรมไว้ให้กับขม พอชาติสยามกลับมาจากอังกฤษ เขาจึงอาสาทำหน้าที่คอยดูแลขมอยู่ห่าง ๆ แต่ไม่ยอมบอกเรื่องพิทย์ที่เสียชีวิตไปแล้ว ส่วนบุหงาที่เห็นชาติสยามมาหาขมบ่อย ๆ ก็พยายามเข้ามาตีสนิทด้วย แต่ชาติสยามไม่สนใจ เพราะชาติสยามมีคนรักอยู่แล้ว คือ รุ้งกาญจน์ (อุษณีย์ วัฒฐานะ) ยิ่งนานวันเข้า ขมโตขึ้นเป็นสาว ก็ยิ่งทำให้คุณหญิงรัตนเดชากร และคุณไพลิน มั่นใจมากขึ้น พวกเขาพยายามถามประวัติพิทย์จากชาติสยาม ไม่นาน ทั้งสามคนตัดสินใจเปิดเอกสารที่พิทย์ทิ้งไว้ให้ขม ซึ่งในเอกสารนั้นเขียนถึงความจริงทุกอย่างไว้ เมื่อรังสรรค์รู้เรื่อง ก็สำนึกผิด ในขณะที่ขมไม่สามารถยอมรับได้ แม้รังสรรค์จะพยายามทำดีชดใช้ให้เธอเท่าไรก็ตาม หลังจากขมไปเรียนต่อต่างประเทศ ชาติสยามก็แต่งงานกับรุ้งกาญจน์ ที่สุขภาพไม่ดี ส่วนรังสรรค์เองก็เจ็บไข้ได้ป่วย ตลอดเวลาที่อังกฤษขมสนิทกับปิยะมาก ทางด้านรังสรรค์ที่ป่วยเป็นมะเร็ง อยากพบขมเป็นครั้งสุดท้าย ไพลินจึงเขียนจดหมายไปหลอกให้เธอยอมกลับมาดูใจพ่อ ขณะนั้นเอง ปิยะหมั่นมาหาขมบ่อย ๆ ทำให้ชาติสยามหึงหวงขมเป็นอย่างมาก แต่ความรักที่เหมือนจะเป็นเรื่องต้องห้ามของพวกเขาจะลงเอยอย่างไรนั้น ติดตามได้ในละคร ดงผู้ดี

Sampat Ruttikan
จันทร์จ้า (หลิน-มชณต สุวรรณมาศ) หญิงสาววัย 19 ปี ผู้เกิดมาพร้อมกับสัมผัสพิเศษ เธอเห็นความตายของทุกชีวิตที่เธอได้แตะต้องถูกตัว ทุกสัมผัสและอ้อมกอดจึงเป็นสิ่งต้องห้ามของเธอมาตลอดชีวิต ความรัก ความอบอุ่นจากอ้อมกอดจึงเป็นสิ่งที่ขาดหายสําหรับชีวิตเธอตั้งแต่แรกเกิด แม้กระทั่งแม่ก็ไม่สามารถอุ้ม หรือแตะต้องตัวเธอได้ ชีวิตของเธอจึงตกอยู่ในการควบคุมของ ป้าชบา (หน่อย-ณัฐนี สิทธิสมาน) ที่ใช้ความสามารถพิเศษของเธอเป็นช่องทางทํามาหากินกับความเชื่อทางไสยศาสตร์ของชาวบ้าน ด้วยการเปิดตําหนักเจ้าจันทร์ตาทิพย์ รับเข้าทรง ดูความตายของผู้คน สร้างรายได้ให้กับครอบครัวป้าชบา จันทร์จ้าต้องทนกับการเห็นภาพสยดสยองของความตาย และเหนื่อยล้าทุกครั้งจนเธอคิดฆ่าตัวตายด้วยการพุ่งเข้าหารถที่วิ่งมาด้วยความเร็ว แต่เหตุการณ์กลับทําให้เธอได้พบกับ ผู้ชายสองคน ที่มีความสําคัญกับชีวิตของเธอตามคําทํานายที่ว่า "จะมีผู้ชายสองคนเข้ามามีความสําคัญต่อชีวิตเธอ...หนึ่งในนั้นคือเนื้อคู่ของเธอ แต่จงระวัง เขากําลังมีเคราะห์ร้าย..หมายถึงอันตรายของชีวิต ..เธอต้องช่วยเขา ถ้าทําไม่ได้ เธอจะต้องเป็นเหมือนนางผีเสื้อสมุทร ..ที่ต้องเฝ้าคร่ำครวญ เพราะการพลัดพรากไปจนวันตาย" ผู้ชายคนแรกคือ ดร.อิชย์ (แจ็บ-เพ็ญเพ็ชร เพ็ญกุล) หัวหน้าพรรคประชาธิป แคนดิเดดนายกรัฐมนตรีคนใหม่ในการเลือกตั้งใหญ่ที่กําลังจะเกิดขึ้น และเป็นความหวังใหม่ของประชาชนในฐานะคนเก่ง มือสะอาด และคนที่สอง ร.ต.อ.นณณ์ (กอล์ฟ-อนุวัฒน์ ชูเชิดรัตนา) หัวหน้าทีมบอดี้การ์ดร่างใหญ่ ผู้ชายสองคนในรถตู้ที่ต้องเบรกกระทันหันและเข้ามาช่วยเหลือเธอ ดร.อิชย์ได้แตะตัวจันทร์จ้า ทําให้เธอเห็นภาพที่เขาจะตายในเวทีหาเสียง จันทร์จ้าจึงต้องพยายามหาทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น เพราะเห็นในความดีของดร.อิชย์ที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ จึงเข้ามาเกี่ยวพันกับ ร.ต.อ.นณณ์ ในการช่วยให้ ดร.อิชย์ พ้นจากแผนการปลิดชีวิตของศัตรูที่ยังไม่เปิดเผยตัว ยิ่งใกล้วันเลือกตั้ง แผนสังหารดร.อิชย์มีมาเป็นระยะ แต่ก็รอดพ้นได้ทั้งหมด เพราะการรู้ล่วงหน้าของจันทร์จ้า ทําให้ศัตรูตัวจริงที่ซ่อนตัว เริ่มเปิดเผย กลายเป็นคนในใกล้ตัว อย่าง ประทิน (วิลลี่ แมคอินทอช) เลขาธิการพรรค ผู้ทรงอิทธิพลคนเก่าแก่ของพรรค ที่วางแผนร่วมมือกับ ยุทธนา (ทนงศักดิ์ ศุภการ) นักธุรกิจที่เคยเป็นคู่แข่งของดร.อิชย์ในการเลือกหัวหน้าพรรค วางแผนจะร่วมมือกับ ทวยเทพ (หนุ่ม-สันติสุข พรหมศิริ) หัวหน้าพรรคเทพไท พรรคคู่แข่ง เพราะหวังผลประโยชน์ ระหว่างการทํางานร่วมกันของจันทร์จ้ากับร.ต.อ.นณณ์ กลายเป็นความใกล้ชิดผูกพัน ทั้งสองตกหลุมรักกันแต่เป็นความรักที่ไม่สามารถแตะต้องสื่อสารทางกายกันได้ จะมีวิธีไหนบ้างที่จะช่วยทำให้ทั้งคู่ได้ครองคู่กันอย่างสมหวัง แล้ว ดร.อิชย์ จะรอดพ้นจากการทำร้ายหรือไม่ ติดตามลุ้นเรื่องราวความสนุกสนานทั้งหมดนี้ได้ในซีรีส์เรื่อง สัมผัสรัตติกาล

Tai Rom Pra Baramee: Jong Ruk Phakdee
เรื่องราวของชายหนุ่มผู้มอบกายและถวายใจเป็นความจงรักภักดีแด่องค์ภูมินทร์รัชกาลที่ ๙ ในช่วงเวลาหลังจากวันที่คนไทยทั้งแผ่นดินโศกศัลย์อย่างที่สุด เหตุจากการเสด็จสวรรคตของพ่อหลวง รัชกาลที่ ๙ เมื่อวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๙ ชีวิตของเขาและผู้คนรอบข้างได้เปลี่ยนไป แต่ท้ายที่สุดแล้ว สิ่งหนึ่งที่ยังคงอยู่ในใจก็ยังคงมิเปลี่ยนแปลง นั่นก็คือ "ความจงรักภักดี"

Banlang Hong (Behind The Throne)

Roy Ruk Raeng Kaen (Love Hatred)

Wild Heart

Suparp Burut Look Phoo Chai (The Gentleman)
เรื่องราวของ หรั่ง เด็กหนุ่มลูกกำพร้า สิ่งเดียวที่ติดตัวเขามาก็คือ ร็อกเก็ตรูปไวโอลิน ที่เขาเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี มันเป็นเพียงสมบัติชิ้นเดียวที่เขามี หรั่งรับจ้างทำงานสารพัดเพื่อส่งเสียตัวเองเรียนและเพื่อหาเงิน มาเป็นค่าผ่าตัดตาให้ ก้อย หญิงสาวตาบอดที่หรั่งรับมาดูแลอย่างน้องสาว ถึงชีวิตจะไม่ร่ำรวยแต่หรั่งก็มีความสุขที่ได้ใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านหลังเล็ก ๆ ในชุมชนแออัดกับก้อยและมีเพื่อนร่วมชุมชนอย่าง โบ้ เท่ห์ เช็ง ความสุขของหรั่งอีกอย่างก็คือ การได้เฝ้ามองดู แพรวา สาวสวยไฮโซ หรั่งรู้ตัวดีว่าเขากับแพรวาแตกต่างกันมากและ แพรวามีคู่รัก คือ ตะวันฉาย อยู่แล้ว หรั่งได้แต่มองแพรวาแบบหมาวัดหมายปองดอกฟ้าอย่างไรอย่างนั้นแต่แล้วหรั่งก็มีโอกาสได้เจอกับแพรวา แพรวาก็เริ่มประทับใจในความมีน้ำใจของหรั่ง เมื่อเธอต้องเข้าไปทำงานในบริษัทของครอบครัว เธอจึงได้ขอให้หรั่งเข้าไปทำหน้าที่ผู้ช่วยให้เธอ การได้เข้ามาใกล้ชิดกับแพรวาในฐานะผู้ช่วยทำให้หรั่งได้รู้ว่าแพรวาไม่ต้องการจะเข้ามาทำงานที่บริษัท ซึ่งตรงข้ามกับความตั้งใจของ เผ่าลาภ ที่อยากผลักดันให้แพรวาขึ้นมาสืบทอดตำแหน่ง เพื่อที่เขาจะได้ไปลงเล่นการเมืองได้เต็มตัว เผ่าลาภหวังว่าการลงไปเล่นการเมืองในพรรคของ สุริยะ พ่อของตะวันฉาย จะเป็นใบเบิกทางไปสู่สัมปทานบัตรเหมืองพลอยแห่งใหม่ แต่การขอสัมปทานก็ไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะกลับมีคู่แข่งอย่าง แสงเทพ เข้ามาขอสัมปทานให้กับบริษัท เทพทอแสง ด้วยการใช้สุริยะเป็นทางลัดเหมือนกัน การที่เผ่าลาภดันแพรวาขึ้นมาแทนที่ สร้างความไม่พอใจให้กับบารมีและอรทัย น้อง ๆ ของเผ่าลาภ เผ่าลาภรู้ดีว่าคนสองคนนี้ห่วงแต่ประโยชน์ส่วนตัว เขาจึงพยายามกันตำแหน่งไว้ให้แพรวา แต่ปัญหาก็คือแพรวาไม่มีความสามารถพอ เผ่าลาภจึงได้มอบภาระให้หรั่งทำทุกวิถีทางให้แพรวากลายเป็นผู้บริหารที่ดีให้ได้ เผ่าลาภเริ่มมีอาการปวดหัวเนื่องจากโรคความดันบ่อย ๆ เขาเริ่มกลัวว่าตัวเองจะอยู่ได้อีกไม่นาน ดังนั้นเขาจึงเร่งรัดให้หรั่งช่วยสอนให้แพรวาเป็นนักบริหารที่ดีโดยเร็ว หรั่งให้สัญญา เผ่าลาภบอกกับหรั่งว่าเขาถูกชะตากับหรั่งอย่างบอกไม่ถูก หรั่งถือโอกาสสารภาพกับเผ่าลาภว่าเขาเคยเจอกับเผ่าลาภมาก่อนแล้ว ตอนที่เขาตามคณะคนงานก่อสร้างไปสร้างบ้านริมทะเลแห่งหนึ่ง ที่นั่นเขาได้พบกับแพรวาเป็นครั้งแรก แต่แพรวายังเด็กมากจึงจำเขาคนที่เคยช่วยเธอจากการถูกกลุ่มเด็กอื่นรังแกไม่ได้ เมื่อเผ่าลาภรู้ว่าหรั่งคือเด็กชายคนที่ห้อยสร้อยไวโอลินเส้นนั้นก็ตกใจมาก บารมีร่วมกับอรทัยยักยอกพลอยในสต็อกของบริษัทไปขาย ทำให้บริษัทซึ่งกำลังต้องการขายพลอยก้อนเพื่อเอาเงินมาหมุนต้องเดือดร้อน เผ่าลาภไล่บารมีและอรทัยออก เผ่าลาภเองเครียดจัดจนถึงกับเส้นเลือดในสมองแตกกลายเป็นอัมพาต ทำให้แพรวาต้องขึ้นรักษาการแทน ในขณะที่กำลังวุ่นวายกับปัญหาการเงินของบริษัท ตะวันฉายก็มาขอเลิกกับแพรวา แพรวาเสียใจอย่างมากแต่โชคดีที่มีหรั่งคอยอยู่เคียงข้าง ทำให้เธอทำใจได้เร็วกว่าที่คิด หรั่งถือโอกาสบอกความจริงกับแพรวาเรื่องที่เขาและเธอเคยเจอกันมาก่อนเมื่อ ตอนเด็ก เมื่อแพรวารู้ว่าหรั่งคือเด็กชายตัวโตคนนั้นก็รู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูก ความผูกพันจากวัยเด็กทำให้คนทั้งคู่ยิ่งรู้สึกดีต่อกัน แพรวายอมรับความรู้สึกตัวเองแล้วว่าเธอมีใจเริ่มรักหรั่งเข้าแล้ว แต่แล้วขณะที่ทุกอย่างเริ่มจะดีขึ้น เผ่าลาภก็มาด่วนจากไปอย่างกะทันหันในเหตุการณ์ลิฟต์ระเบิด ตำรวจพบว่าการตายของเผ่าลาภนั้นเป็นการฆาตกรรม ด้วยพยานหลักฐานที่มัดตัวทำให้หรั่งกลายเป็นผู้ต้องสงสัย ญาติ ๆ ทุกคนคิดว่าหรั่งตั้งใจฆ่าเผ่าลาภแล้วใช้ความไว้วางใจที่แพรวามีให้เข้ามายึดอำนาจในบริษัท แพรวานึกไม่ถึงว่าหรั่งจะมีแผนไม่ซื่อกับเธอ หรั่งหมดอิสรภาพ เขาถูกจับเข้าคุกทันที แพรวารู้สึกผิดหวังในตัวหรั่งอย่างมาก คืนหนึ่งลูกน้องของเผ่าลาภพาแพรวามาที่บ้านหลังหนึ่ง ที่นั่นแพรวาได้เจอกับเผ่าลาภและหรั่ง เธอจึงได้รู้ความจริงว่าเผ่าลาภแกล้งตายแล้วให้หรั่งเป็นแพะรับบาปในคดี เพื่อจะหาหลักฐานมาดัดหลังคนที่วางแผนฆาตกรรมตัวจริง แพรวาได้รู้ว่าคนบงการฆ่าตัวจริงคือ แสงเทพและตะวันฉายที่ต้องการจะฆ่าเผ่าลาภเพื่อให้ตัวเองเป็นฝ่ายได้สัมปทาน แล้วเอาที่ดินนั้นไปใช้เป็นโกดังเก็บของเถื่อนโดยใช้การทำเหมืองพลอยบังหน้า แต่แผนของแสงเทพก็ถูกเปิดเผยด้วยโน้ตลับจากบารมีที่เริ่มสำนึกได้แล้วเขียนมาเตือนเผ่าลาภให้ไหวตัวก่อน แพรวาร่วมมือกับหรั่งที่ยังแสร้งติดคุกอยู่หาหลักฐานมาเปิดโปงเทพทอแสงทำให้แสงเทพถูกจับและสัมปทานก็ตกมาเป็นของบริษัท แพรวาอยากลาออกแล้วคืนตำแหน่งให้เผ่าลาภ แต่เผ่าลาภปฏิเสธ เขาต้องการให้ทุกคนเข้าใจว่าเขาตายไปแล้วเพื่อที่เขาจะไปใช้ชีวิตเงียบสงบในบั้นปลาย ก่อนจะไปเผ่าลาภบอกความจริงกับหรั่งว่าที่จริงนั้นหรั่งเป็นลูกชายของเผด็จศึก พี่ชายของเขาที่ตายไป หรั่งไม่เข้าใจ เผ่าลาภบอกว่าถ้าหรั่งคือเด็กผู้ชายคนที่ห้อยสร้อยคอไวโอลินคนนั้น หรั่งก็คือลูกของเผด็จศึกแน่ ๆ เพราะก่อนเผด็จศึกจะตายเคยบอกกับเผ่าลาภไว้ว่าเขามีลูกชายหนึ่งคนที่มีร็อกเก็ตไวโอลินเป็นสัญลักษณ์ หรั่งทนรับความจริงไม่ได้เมื่อรู้ว่าเขากับแพรวาเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาหรั่งจึงหนีหน้าไป ทิ้งให้แพรวาดำเนินงานไปคนเดียว น้าเบิ้ม พ่อของโบ้มาบอกความจริงแก่หรั่งว่าที่จริงร็อกเก็ตนั้นไม่ได้เป็นของหรั่ง แต่เป็นของที่ติดตัวโบ้มาตั้งแต่เด็ก น้าเบิ้มเป็นเพียงคนที่เก็บโบ้มาเลี้ยงแล้วก็เป็นคนถอดสร้อยนั้นใส่ให้หรั่งเองโดยไม่คิดอะไร หรั่งจึงรู้ความจริงว่าโบ้ต่างหากที่เป็นลูกพี่ลูกน้องกับแพรวา หรั่งรีบไปหาแพรวาที่บริษัทขณะกำลังแถลงข่าวของบริษัทอยู่ หรั่งไปในเวลาที่มือปืนลึกลับกำลังเล็งปืนขึ้นยิงบารมีพอดี บารมีถูกยิงล้มลง หรั่งปราดเข้าไปถึงตัวมือปืนทำให้ลูกกระสุนพลาดไปถูกแพรวาหนึ่งนัด หรั่งวิ่งเข้าไปหาแพรวาแล้วบอกความจริงกับแพรวาว่าทั้งคู่ไม่ได้เป็นพี่น้องกัน แพรวาหมดสติไปในอ้อมแขนหรั่ง เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้บารมีเสียชีวิต ตำรวจสืบสวนจนรู้ว่าตะวันฉายเป็นคนสั่งฆ่าบารมีปิดปากเพราะบารมีรู้ว่าเขาเป็นคนบงการฆ่าเผ่าลาภ ตะวันฉายถูกจับดำเนินคดี ส่วนหรั่งนั้นเขาไปใช้ชีวิตอยู่ที่เก่าแห่งหนึ่งเพื่ออยู่ดูแลแพรวาที่อยู่ในระหว่างมาพักรักษาตัว หรั่งบอกแพรวาว่าเขาจะขอปกป้องดูแลแพรวาอย่างที่เขาเคยทำมาตั้งแต่เด็กและจะทำเช่นนี้ตลอดไป