STAR PHOENIX (THAILAND) COMPANY LIMITED
ไม่มีคำอธิบาย
พบทั้งหมด 2 เรื่อง

Rujak Phi Yajai Mai?
“ยาใจหัตถ์เทวดา” ฉายาของ ยาใจ หมอนวดสาวที่เป็นที่ต้องการตัวของรีสอร์ตสปามากมายแต่หลบหนีทุกสิ่ง ใช้ชีวิตลึกลับ เพื่อซ่อนตัวจากชื่อเสียงมาอยู่ในแฟตเล็ก ๆ ที่มีชาวแฟลตขี้ระแวง และสงสัยว่าเธอทำมาหากินไม่สุจริต และหลบซ่อนตัวจาก คุณยายน้อย ญาติผู้ใหญ่เพียงคนเดียวของเธอที่พยายามจะจับคู่เธอกับ เกรียงไกร เพื่อหวังให้มีทายาทเพื่อสืบทอดวิชาการนวด “หัตถ์เทวดา” ท่ามกลางความสงสัยของเหล่าเพื่อนบ้านและความวุ่นวายรอบตัว เธอมีที่พักใจเพียงแห่งเดียว คือ ร้านทำผมของ ชาติชาย ซึ่งเป็นเพื่อนที่รู้จักมาตั้งแต่สมัยมัธยม แต่ก็ต้องพบกับการต่อต้านของ ชมพู ลูกสาวของชาติชาย ชีวิตของยาใจ จะดำเนินต่อไปอย่างไร ผู้คนรอบข้างจะทำให้เธอวุ่นวายแค่ไหน ต้องติดตาม “รู้จักพี่ยาใจไหม ?”

Once upon a Time
นที เด็กหนุ่มวัย 27 กำลังตามหาความฝันที่อยากจะเป็นคนเขียนบทภาพยนตร์ เขาได้ชวน ภารดร เพื่อนสนิทวัยเดียวกันให้มาร่วมเขียนบทด้วยกัน นทีได้แรงบันดาลใจการเขียนบทมาจากบทกลอนที่แขวนเรียงรายอยู่ในร้านอาหารที่ชื่อ รถราง บทกลอนเหล่านี้เขียนขึ้นโดยเจ้าของร้านที่ชื่อ อารักษ์ เมื่อนทีได้ทำความรู้จักกับอารักษ์มากขึ้นก็ทำให้ล่วงรู้เรื่องราวส่วนตัวเพิ่มขึ้นเช่นกัน พวกเขารับรู้ว่ารักแรกของอารักษ์นั้นเริ่มต้นขึ้นในวันที่รถรางวิ่งเป็นวันสุดท้าย บนรกรางเที่ยวสุดท้ายวันนั้น อารักษ์และเพื่อนสนิทที่ชื่อ บริพัตร และพวกเขาทั้งสองกลับตกหลุมรักหญิงสาวคนเดียวกันที่ชื่อ มุกดา หลังจากวันนั้นเรื่องราวรักสามเส้าก็ได้เริ่มต้นขึ้น บทหนังที่เป็นรักสามเส้าเหมือนถูกทับซ้อนด้วยเรื่องจริงของนที ภราดร และ ซอแก้ว เพราะซอแก้วหลงรักนที และภารดรหลงรักซอแก้ว แต่นทีไม่ได้คิดกับซอแก้วอย่างแฟนสาว แม่ของซอแก้วชื่อ บุหงา เป็นแม่ครัวของร้านอาหารรถราง และเป็นเมียคนที่สองของอารักษ์ที่ไม่ได้มีการจดทะเบียนสมรส หรือพิธีแต่งงานแต่อย่างไร ซอแก้วไม่ชอบอารักษ์ และไม่ยอมเรียกเขาว่าพ่อ เธอหาทางที่จะพาแม่ออกไปจากชีวิตของอารักษ์ตลอดเวลา รวมถึงการเปลี่ยนช่วงเวลาของร้านอาหารที่ก้าวเข้าสู่ยุคปัจจุบัน ปัญหาต่าง ๆ เกิดขึ้นทับซ้อนกันระหว่างช่วงรอยต่อของคนรุ่นเก่า และคนรุ่นใหม่ ทุกคนรอบตัวอารักษ์ต้องมีส่วนร่วมในการสร้างร้านนี้ขึ้นมาใหม่ แต่อารักษ์ยังลังเลที่จะให้คนรุ่นลูก ๆ มีส่วนร่วมในการบูรณะร้านรถรางแห่งนี้ ทุกคนล้วนต้องเรียนรู้จากความผิดพลาดของตัวเอง อารักษ์ต้องยอมรับความจริง และยังต้องยอมรับด้วยว่าอดีตก็ไม่ได้มีแต่เรื่องงดงามอย่างที่อารักษ์ต้องการให้นทีและภราดรเขียนไว้ในบทภาพยนตร์ ดู รถรางเที่ยวสุดท้าย