ThaiContentDB
ฐานข้อมูลเนื้อหาไทยที่ครบครันที่สุด
🔍ค้นหา
กำลังโหลด...
📺ละคร🎬ภาพยนตร์👥บุคคล🔍ค้นหา💬ความคิดเห็น
ThaiContentDB
ฐานข้อมูลเนื้อหาไทยที่ครบครันที่สุด

แหล่งรวมข้อมูลละครไทยและภาพยนตร์ที่ครบครันที่สุด พร้อมรีวิว คะแนน และข้อมูลนักแสดง

เมนูหลัก

  • ละคร
  • ภาพยนตร์
  • บุคคล
  • ค้นหา
  • ความคิดเห็น

ช่วยเหลือ

  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดและเงื่อนไข
  • ติดต่อเรา
  • ช่วยเหลือ
  • แจ้งปัญหา
  • แผนผังเว็บไซต์

บล็อกและทรัพยากร

  • แพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง
  • คู่มือการใช้งาน
  • บันทึกการเปลี่ยนแปลง
  • ผู้ร่วมพัฒนา

© 2569 ThaiContentDB

←กลับไปหน้าละคร

ละครจากผลิตโดย บริษัท แอค-อาร์ต เจเนเรชั่น จำกัด

ACT-ART GENERATION CO., LTD.

เกี่ยวกับสตูดิโอ

ไม่มีคำอธิบาย

พบทั้งหมด 25 เรื่อง

เปลือกรักปมลวง
เปลือกรักปมลวง

Hangout

256616 ตอน
ช่อง:ช่อง Mono 29
เริ่มออกอากาศ:17 พฤศจิกายน 2566

เรื่องราวของกลุ่มเพื่อนสนิทสมัยมัธยมที่มีโอกาสได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง และได้มาอาศัยอยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน ประกอบได้ด้วย “ธาริณี” (อุษามณี ไวทยานนท์) ศัลยแพทย์ฝีมือดีที่ภายนอกดูเหมือนชีวิตคู่จะเพอร์เฟกต์แต่เธอกลับต้องมาเป็นส่วนเกินในชีวิตคู่ของตัวเอง “กันตา” (มนัสนันท์ พันเลิศวงศ์สกุล) หญิงสาวที่ทำทุกอย่างเพื่อรักษาคำว่าครอบครัว แม้จะต้องแลกมาด้วยความเจ็บปวดก็ตาม “โสมสุดา” (เขมนิจ จามิกรณ์) หญิงสาวที่เกิดมาพร้อมความสูงส่ง แต่ความสูงส่งนั้นกับทำให้ชีวิตรักของเธอต้องทนอยู่อย่างหน้าชื่นอกตรม และรุ่นน้องคนเดียวในกลุ่ม “นภา” (ศิรินทร์ ปรีดียานนท์) หญิงสาวธรรมดาที่อยากมีชีวิตครอบครัวที่สมบูรณ์แต่ใครจะไปรู้ว่าเส้นทางนี้ของเธอมันไม่ได้ง่ายเลยแม้แต่นิดเดียว และคนสุดท้าย “ดุจดาว” (ปิยธิดา มิตรธีรโรจน์) สาวโสดประจำกลุ่ม เจ้าของหมู่บ้าน ผู้ซึ่งเปิดประตูต้อนรับกลุ่มเพื่อนสาว ให้เข้ามาแชร์เรื่องราวผ่านคืน HANGOUT ของพวกเธอ.... บางทีเรื่องราวของพวกเธออาจจะทำให้มุมมองความรักของพวกคุณเปลี่ยนไปตลอดกาล (ที่มา : monomax.me)

ลายกินรี
ลายกินรี

The Kinnaree Conspiracy

256516 ตอน
ช่อง:ช่อง 3 เอชดี
เริ่มออกอากาศ:24 ตุลาคม 2565

เรื่องราวของออกหลวงอินทราชภักดี (ณเดชน์ คูกิมิยะ) ขุนนางหนุ่มแห่งกรมพระตำรวจที่ต้องร่วมมือกับหมอพุดซ้อน (อุรัสยา เสปอร์บันด์) ในการสืบหาฆาตกรตัวจริงในคดีฆาตกรรมกัปตันฌอง (เดวิด อัศวนนท์) กัปตันเดินเรือชาวฝรั่งเศสที่มีผ้าลายกินรีซึ่งมีเฉพาะในราชสำนักเข้ามาเกี่ยวข้องอันจะส่งผลต่อความอยู่รอดของ อาณาจักรอยุธยา โดยมีมองสิเออร์โรแบร์ (ชัยพล จูเลี่ยน พูพาร์ต) เลขานุการของนายพลฟอบัง เข้ามาร่วมสืบคดีจนเกิดเป็นรักสามเส้า

กรงกรรม
กรงกรรม

Krong Kam

256219 ตอน
ช่อง:ช่อง 3 เอชดี
เริ่มออกอากาศ:26 กุมภาพันธ์ 2562

ปี พ.ศ. 2510 ณ ตลาดอำเภอชุมแสง ในจังหวัดนครสวรรค์ ย้อย เถ้าแก่เนี้ยเจ้าของกิจการร้านค้าและโรงสี ผู้เจ้ากี้เจ้าการกับทุกเรื่องของทุกคนในครอบครัว ย้อยแต่งงานกับเจ๊กเซ้งและมีลูกชายด้วยกันทั้งหมด 4 คน คือ ปฐม, ประสงค์, กมล และ มงคล

ปฐม ลูกชายคนโต กลับมาเยี่ยมบ้านหลังจากไปเป็นทหารที่ตาคลี เขากลับมาพร้อมกับเรณู หญิงสาวที่ทำอาชีพขายบริการในบาร์ที่ตาคลี ปฐมต้องพาเรณูกลับมาด้วยเพราะเรณูบอกว่าท้องกับเขา ย้อยเห็นลูกชายพาผู้หญิงขายบริการเข้าบ้านก็ไม่พอใจอย่างมาก เพราะปฐมมีคู่หมั้นอยู่แล้ว ซึ่งก็คือพิไล ลูกสาวเถ้าแก่โรงสีที่ตลาดทับกฤช ซึ่งเพียบพร้อมด้วยหน้าตา ฐานะ และการศึกษา ย้อยไม่อยากให้เรณูอยู่บ้านเดียวกันกับเธอ จึงให้ไปอยู่ที่บ้านในตรอกซึ่งเขาได้จากการรับจำนองมา ย้อยไม่อยากมีปัญหากับครอบครัวของพิไล จึงไปหาประสงค์ซึ่งบวชอยู่ที่วัด และขอให้เขาสึกออกมาแต่งงานกับพิไลแทนปฐม แม้ว่าประสงค์จะไม่อยากแต่งงาน เพราะเขาแอบชอบจันตา ซึ่งเป็นลูกจ้างร้านสังฆภัณฑ์ของนางป่วยฮวย แต่เขารู้ดีว่าเขาไม่สามารถขัดใจแม่ได้ จึงตอบตกลง

ย้อยจึงไปบอกข่าวกับพิไล แต่พิไลยื่นข้อเสนอว่าขอสินสอดทองหมั้นใหม่ทั้งหมด และให้นางย้อยเป็นคนรับผิดชอบค่าจัดงานด้วย แม้ย้อยจะไม่พอใจแต่ก็ตอบตกลงเพราะไม่อยากเสียหน้า และอยากให้เรณูถูกเปรียบเทียบและกดดันโดยลูกสะใภ้ด้วยกัน เมื่อได้ฤกษ์แต่งงาน ย้อยก็ไล่เรณูไปอยู่ที่บ้านหลังโรงสี และเอาบ้านในตรอกเป็นเรือนหอของประสงค์และพิไล ด้านเรณู หลังจากเรณูย้ายไปอยู่ที่หลังโรงสี ก็สร้างกระท่อมใหม่ขึ้นมาอีกหลังหนึ่งเพื่อไว้ใช้ทำขนมขาย โดยได้ความช่วยเหลือจากเจ๊กเซ้งและกมล

มงคลไปเรียนช่างที่ปากน้ำโพ นั่งรถไฟกลับมาเยี่ยมบ้านที่ชุมแสง บังเอิญเจอวรรณา น้องสาวของเรณู ที่เรียนตัดเย็บเสื้อผ้าอยู่ที่ปากน้ำโพเหมือนกัน มงคลจีบวรรณาตามประสาคนเจ้าชู้ แต่วรรณาไม่สนใจ วรรณามาตามเรณูกลับบ้านซึ่งอยู่ที่ปากน้ำโพโดยด่วน เพราะเรไร แม่ของเธอ ป่วยหนัก เรณูจึงรีบไปเยี่ยมแม่ทันที หลังจากสั่งเสียกันเสร็จ แม่ของเรณูก็สิ้นลม เรณูจึงต้องอยู่ช่วยจัดงานศพที่บ้าน 3 วัน โดยงานศพถูกจัดขึ้นที่ปากน้ำโพ หลังจากแม่ตาย เรณูก็ตั้งใจว่าจะเอาป๊อก ลูกของเธอซึ่งเกิดจากการถูกพี่เขยข่มขืน ไปอยู่ด้วยกันที่ชุมแสง แต่สุดท้ายป๊อกก็ตัดสินใจอยู่กับหลวงพ่อที่วัดไปก่อน

ย้อยไปที่ทับกฤชและแวะพักที่ปากน้ำโพหนึ่งคืน บังเอิญได้ยินคนในตลาดคุยกันว่าเรณูมีลูกมาก่อนแล้ว ย้อยแค้นใจที่เรณูหลอกลูกชายของเธอ เมื่อกลับไปถึงชุมแสงก็เอากุญแจไปล็อกบ้านหลังโรงสีของเรณู เมื่อเรณูกลับมาจึงเข้าบ้านไม่ได้ เรณูจึงไปขอกุญแจที่ร้านของย้อยก็บอกให้รอวันรุ่งขึ้นจึงจะให้ เรณูจึงขอไปนอนที่บ้านของจันตาหนึ่งคืน แล้วรีบออกมาที่หน้าร้านของย้อยแต่เช้า ทำเหมือนว่าเธอนั้นนอนหน้าบ้านมาทั้งคืนให้ชาวบ้านเห็นใจและไปต่อว่าย้อยว่าใจดำกับคนท้อง หลังจากนั้นไม่นาน เรณูก็ปล่อยข่าวว่าแท้งจากการลื่นล้มเพราะทำงานหนักเกินไป ย้อยได้ยินก็ไม่เชื่อและพยายามคิดหาทางกำจัดเรณูให้เร็วที่สุด

หลังงานแต่งงานของประสงค์และพิไลผ่านพ้นไป ทั้งสองคนก็ไปอยู่ที่บ้านในตรอกของย้อย แต่พิไลทำงานบ้านไม่เป็นสักอย่างเพราะปกตินางพิกุล ผู้เป็นแม่ ทำให้อยู่เสมอ พิไลจึงขอจ้างคนอื่นมาทำงานบ้านแทนทุกอย่าง แม้ประสงค์และย้อยจะไม่พอใจ แต่เมื่อแต่งเข้ามาแล้วก็จำใจต้องหาทางอยู่ด้วยกันให้ได้ ป้อมกับบุญปลูก สองพี่น้อง ซึ่งทำงานอยู่ในร้านย้อย ก็ขยันขันแข็ง และเป็นคนซื่อสัตย์ เป็นที่รู้ดีของย้อย บุญปลูก แอบรักประสงค์อยู่เงียบ ๆ ยิ่งเห็นประสงค์ต้องทำงานบ้านแทนพิไล ก็นึกสงสาร จึงมาช่วยประสงค์กับพิไลทำงานบ้านอยู่บ่อยครั้ง ความรักที่เธอมีต่อไปประสงค์ไม่เคยเปลี่ยนแปลง

ประนอมกับติ๋ม เพื่อนที่เคยทำงานในบาร์กับเรณู มาธุระที่ชุมแสง เรณูเล่าชีวิตของเธอให้ฟัง ติ๋มฟังเรื่องที่ย้อยรังแกเรณูอย่างไรบ้าง ก็แนะนำให้เรณูไปทำเสน่ห์ใส่ย้อยเหมือนที่เคยทำใส่ปฐม ย้อยรู้ว่าเรณูพาเพื่อนขายบริการมาที่บ้านก็ตามไปด่าทอถึงบ้าน เรณูหลุดปากพูดเรื่องที่ปฐมหลงคนหัวปักหัวปำ ย้อยจึงคิดขึ้นมาได้ว่าเรณูอาจจะทำเสน่ห์ใส่ปฐม ย้อยจึงนั่งเรือไปหาหมอมีที่เกยไชย หมอมีตรวจดูแล้วพบว่าปฐมถูกเสน่ห์จริง แต่ถ้าอยากถอนเสน่ห์จะต้องพาปฐมมาด้วยเท่านั้น เรณูรู้ข่าวว่าย้อยไปหาหมอมีก็กลัวปฐมถูกถอนเสน่ห์ จึงรีบไปหาหมอก้อน คนทำเสน่ห์ให้ ติ๋มจึงแนะนำให้เรณูทำของใส่ย้อยด้วย โดยติ๋มเป็นคนออกเงินให้ เพราะติ๋มเองก็มีความแค้นกับย้อยที่ยึดบ้านของเธอไป ทำให้เธอต้องไปขายบริการที่ตาคลี และอยากให้เรณูแก้แค้นแทนเธอ

นางศรี ลูกค้าประจำของที่ร้าน ถูกใจนิสัยของกมลจึงอยากได้ไปเป็นหลานเขยของเธอ ย้อยกลัวว่ากมลจะไปหาลูกสะใภ้ไม่ดีให้อีก จึงพยายามจับคู่กมลกับเพียงเพ็ญ หลานของนางศรี ลูกสาวคนเล็กของกำนันศร ที่ตำบลฆะมัง แต่มีข้อแม้ว่าเมื่อแต่งงานแล้วต้องให้กมลไปอยู่ที่ฆะมังด้วย แต่ความจริงแล้วเพียงเพ็ญนั้นรักชอบอยู่กับก้านและได้เสียกันไปแล้ว นางศรีและกำนันศรเพียงต้องการรีบหาทางแยกสองคนนั้นออกจากกัน ด้านกมลนั้นแอบชอบอยู่กับจันตา ย้อยรู้ข่าวจากคนในตลาดว่ากมลอาจจะมีใจให้กับจันตา ก็บังคับให้กมลรีบแต่งงานทันที แม้กมลไม่อยากแต่งงานก็ขัดใจย้อยไม่ได้

ก้านมาซื้อยาให้นางกุ่น ผู้เป็นแม่ ที่ชุมแสง แต่มีเงินไม่พอ บังเอิญกมลมาซื้อยาให้เจ๊กเซ้งพอดี เมื่อเห็นว่าก้านเงินไม่พอค่ายาก็ช่วยออกเงินให้ ทำให้ก้านซาบซึ้งใจ โดยที่ทั้งคู่ไม่ได้ทราบชื่อกันแล้วแยกย้ายไป ต่อมาก้านแอบไปหาเพียงเพ็ญและรู้ข่าวว่ากำนันศรจะบังคับให้เพียงเพ็ญแต่งงานกับกมล อีกทั้งเพียงเพ็ญยังตั้งท้องลูกของเขาอยู่ด้วย เขาตั้งใจจะฆ่ากมลทิ้งแต่เมื่อไปถึงชุมแสงและทราบว่ากมลคือคนที่เคยออกเงินค่ายาให้แม่ของเขา เขาจึงตัดสินใจไม่ฆ่ากมล แล้วก้านก็ย้ายไปอยู่กับวงดนตรีที่กรุงเทพฯ เพราะก้านมีพรสวรรค์ทางด้านการร้องเพลง ปล่อยให้เพียงเพ็ญแต่งงานกับกมลตามความต้องการของผู้ใหญ่

เมื่อย้อยโดนเรณูทำเสน่ห์ ย้อยก็เอ็นดูเรณูมาก สั่งให้คนไปซื้อขนมของเรณูมากินทุกวัน และยังจ้างเรณูทำขนมมงคลในงานแต่งงานของกมลด้วย ฝ่ายพิไลเมื่อเห็นย้อยเอ็นดูเรณูก็อิจฉา ยิ่งพิไลพยายามยุให้ย้อยเกลียดเรณู ย้อยกลับรักเรณูมากขึ้นไปอีก จนถึงวันงานแต่งงานของกมล ย้อยก็ให้สร้อยทองกับเรณูเพื่อใส่ไปงาน แม้ว่าเรณูบอกว่าจะคืนหลังจบงาน แต่นางย้อยก็บอกว่าให้แล้วให้เลยไม่รับคืน พิไลเห็นว่าผิดปกติอย่างมากและสงสัยว่าย้อยอาจะถูกเรณูทำเสน่ห์ใส่ จึงคิดจะไปหาหมอมีเพื่อหาทางแก้คุณไสย บังเอิญเจอเชิดซึ่งเป็นลูกน้องเก่าของพ่อที่ทำอาชีพรับจ้างขับเรือ พิไลจึงจ้างเชิดขับเรือไปหาหมอมี แต่หมอมีดันป่วยตายกะทันหัน พิไลจึงต้องกลับบ้านมือเปล่า แต่ฝากเชิดหาข่าวเกี่ยวกับหมอคุณไสยเก่ง ๆ มาให้

เชิดไปที่ตาคลีเพื่อสืบข่าว บังเอิญได้เจอกับติ๋มและเล่าเรื่องพิไลกับเรณูให้ฟัง ติ๋มจึงแนะนำหมอบางที่อยู่ท่าน้ำอ้อย ซึ่งเป็นเจ้าแม่ร่างทรงชอบหลอกเก็บเงินแพง ๆ เพื่อเลี่ยงให้เชิดไม่เจอกับหมอก้อน คนทำเสน่ห์ให้เรณู เชิดไปหาหมอบางและได้ความว่าต้องเอาคนถูกคุณไสยมา พิไลยังคิดหาทางพาย้อยไปไม่ได้ จึงหาทางแก้แค้นเรณูโดยให้เชิดไปขโมยสร้อยทองที่ย้อยให้เรณู แต่ย้อยกลับให้สร้อยทองใหม่กับเรณูอีก อีกทั้งยังบอกว่าจะเปิดร้านตัดเสื้อผ้าให้วรรณาเมื่อเรียนจบด้วย พิไลยิ่งอิจฉาและตั้งใจปล่อยข่าวเรื่องที่เรณูทำคุณไสยใส่ย้อยให้กระจายไปทั่วตลาดชุมแสง แต่เรณูก็พยายามทำตัวปกติเพื่อลบล้างข่าวที่เกิดขึ้น

หลังจากแต่งงานเพียงเพ็ญก็แพ้ท้องอย่างหนัก เพียงเพ็ญยังซื่อสัตย์ต่อก้าน จึงอ้างว่าเธฮไม่สบายกลัวกมลติดไข้ จึงขอแยกเตียงนอนกับกมล ซึ่งกมลก็ไม่ได้ขัดข้องอะไร ฝ่ายก้านหลังจากไปกรุงเทพฯ ไม่นานก็ต้องกลับมาเพราะบังอรส่งข่าวไปว่านางกุ่นป่วยหนัก บังอรเป็นลูกของเจ้าของที่นาในฆะมังที่ก้านและกุ่นไปรับจ้างทำนาให้ บังอรแอบชอบก้านและหวังจะแต่งงานด้วยจึงมาคอยดูแลนางกุ่น นางกุ่นขอให้ก้านตัดใจจากเพียงเพ็ญและแต่งงานกับบังอร กำนันศรต้องการตัดขาดก้านกับเพียงเพ็ญจึงเสนอเงินส่วนหนึ่งให้บังอรรีบจัดงานแต่งงานกับก้านให้เร็วที่สุด แต่ก่อนงานแต่งงานหนึ่งวันนางกุ่นก็สิ้นลม ทำให้งานแต่งงานถูกยกเลิกไป

ฝ่ายเพียงเพ็ญตัดสินใจบอกกมลเรื่องที่เธอท้องมาก่อนแต่งงาน และให้กมลตัดสินใจทำตามใจตัวเองว่าจะเอาอย่างไรต่อไป สุดท้ายทั้งคู่ตัดสินใจไปเซ็นใบหย่ากันเงียบ ๆ ที่อำเภอ กมลบอกกับพ่อแม่ของเพ็ญว่าจะกลับไปเฝ้าพ่อที่กำลังป่วยที่ชุมแสง ส่วนเพ็ญก็หนีออกจากบ้านไปอย่างเงียบ ๆ เพราะไม่อยากให้พ่อแม่ต้องอับอายไปมากกว่านี้

หลังจากเจ๊กเซ้งป่วยมะเร็งปอดไม่นานก็เสียชีวิต งานศพถูกจัดขึ้นที่ปากน้ำโพ ทั้งเรณูและพิไลต่างก็มาช่วยงาน พิไลคิดแค้นเรณูจึงป่าวประกาศให้ทุกคนในงานศพรู้ว่าเรณูทำคุณไสยใส่ย้อย ญาติ ๆ ในงานก็มองเรณูด้วยความรังเกียจ แม้ว่าเรณูจะทำเป็นไม่สนใจ แต่ในใจเธอนั้นรู้สึกเสียใจและละอายใจที่ทำคุณไสยใส่ทั้งปฐมและย้อย ย้อยรู้ความจริงในที่สุด ว่ากมลหย่ากับเพียงเพ็ญแล้ว ย้อยแค้นใจที่ถูกย้อมแมวขาย ที่สำคัญ นึกเวทนากมลเป็นอย่างมาก เพียงเพ็ญเป็นลมหมดสติอยู่ที่สถานีรถไฟ กมลมาเจอเข้า จึงช่วยไว้ และพาไปอยู่ที่บ้านสวนท้ายโรงสี ก้านมาตามหาเพ็ญ กมลจึงฝากก้านทำงานที่โรงสีอยู่กับประสงค์ ก้านกับเพียงเพ็ญได้พบกันในที่สุด กมลให้ก้านทำความดีชนะใจเพียงเพ็ญให้ได้

มงคลคบกับมาลาไม่นานมาลาก็ท้อง มงคลไม่อยากรับผิดชอบและขอให้มาลาไปทำแท้ง แต่มาลาไม่กล้าทำไม่กล้าบอกพ่อแม่ จึงมาหาย้อยเพื่อขอความช่วยเหลือ โดยขอให้วรรณาไปเป็นเพื่อนและเป็นพยานว่าเธอคบกับมงคลจริง เพราะทั้งคู่เคยเรียนอยู่โรงเรียนใกล้ ๆ กันในปากน้ำโพ แต่ย้อยไม่เชื่อและให้มาลาสาบาน มาลาจึงกล่าวสาบานกับเจ้าพ่อชุมแสงว่าถ้าโกหกขอให้มีอันเป็นไปในสามวันเจ็ดวัน แต่ถ้าพูดความจริงแล้วไม่ช่วยอะไรขอให้มงคลมีอันเป็นไปแทน ไม่กี่วันต่อมามงคลก็จมน้ำตาย

เรณูจะไปแจ้งข่าวเรื่องการตายของมงคลกับปฐมที่ค่ายทหาร แต่ปฐมพาลูกสาวเจ้านายไปขับรถเล่น จึงฝากเรื่องไว้กับเพื่อนของเขา ระหว่างจะกลับก็มีอาการแพ้ท้อง ปฐมกลับมารู้ข่าวจากเพื่อนว่าเรณูท้องก็ดีใจอย่างมาก ในขณะที่พิไลรู้ข่าวก็คับแค้นใจอย่างหนัก คิดจะพาย้อยไปเอาเสน่ห์ออกให้เร็วขึ้น เพราะกลัวว่าสมบัติที่ตัวเองควรได้จะตกไปอยู่ที่เรณูและลูก

เชิดเห็นติ๋มมาเยี่ยมเรณูที่ชุมแสง จึงรู้ว่าตัวเองถูกหลอกให้ไปหาหมอบางแน่ พิไลจึงสั่งให้เชิดไปเค้นมาว่าเรณูทำคุณไสยที่ไหน แต่ด้วยความแค้นเชิดจึงซ้อมจนติ๋มบาดเจ็บสาหัส ติ๋มจึงรีบไปหาหมอก้อน เพราะกลัวว่าฝั่งเชิดจะมาขอให้เอาของออก แต่หมอก้อนไปทำพิธีที่ต่างจังหวัด ทำให้ทั้งเชิดและติ๋มต่างก็ไม่ได้พบกันหมอก้อน

ด้านจันตา หลังจากกมลแต่งงานไป ปลัดจินกรก็มาสู่ขอจันตากับนางป่วยฮวย แต่ในวันงาน กรองแก้วซึ่งเป็นญาติของปลัด จินกรมาพร้อมกับสามี เมื่อเห็นหน้าจันตาก็ป่าวประกาศว่าจันตาเคยเป็นเมียน้อยของสามีเธอ รวมถึงเคยท้องและทำแท้งมาก่อนด้วย งานแต่งงานจึงต้องยกเลิกกลางคัน ข่าวเรื่องจันตากระจายไปทั่วชุมแสง จันตาเสียใจมากและคิดฆ่าตัวตาย นางป่วยฮวยจึงส่งจันตาไปเรียนเสริมสวยที่ปากน้ำโพอย่างที่เธออยากทำ โดยเรณูและกมลช่วยสมทบทุนให้ กมลดีใจที่จันตากลับมาเป็นโสดอีกครั้ง เขาจึงสารภาพกับย้อยว่าเขารักจันตา และขอแหวนไปหมั้นกับจันตาไว้ก่อน แม้ย้อยจะไม่พอใจนัก แต่ด้วยความรักและสงสารลูกที่เคยบังคับให้แต่งงานมาแล้วครั้งหนึ่งและทำให้ชีวิตแต่งงานของลูกพังไปแล้วจึงยอมแต่โดยดี

พิไลได้หมอมือดีชื่ออาจารย์สมดี จากทับกฤช จึงไปรับมาเปิดโปงเรื่องที่เรณูทำคุณไสยให้คนทั้งตลาดฟัง เรณูรู้สึกอับอายมาก จึงย้ายไปอยู่พยุหะคีรี พร้อมกับวรรณา และขอให้หมอก้อนเอาคุณไสยออกจากปฐมและย้อย ฝ่ายติ๋มแค้นที่ถูกนายเชิดทำร้ายร่างกาย ไปขอให้หมอบางช่วย แต่หมอบางปฏิเสธเรื่องการทำไสยดำจนถึงแก่ความตาย ติ๋มจึงวานต๋อม พี่ชาย ไปหาหมอเบี้ยว เมื่อทำคุณไสยเสร็จ พิไลทำทุรนทุราย เพ้อว่าจะมีคนมาฆ่าตลอดเวลา จนมีข่าวลือว่าพิไลอาการเหมือนผีเข้าและเรณูเป็นคนทำเพื่อชำระแค้น ติ๋มกลัวว่าเรื่องราวจะบานปลายไปถึงเรณู จึงออกไปประกาศหน้าบ้านย้อยว่าเป็นฝีมือของเธอ ถ้าพิไลอยากหายดีก็ต้องให้พิไลมาคุยกันหน้าบ้าน ไม่เช่นนั้นประสงค์จะโดนไปด้วย ย้อยกลัวว่าประสงค์จะเดือดร้อนจึงเรียกพิไลออกมา และต้องป่าวประกาศเรื่องร้าย ๆ ที่เคยทำไว้ให้คนที่ชุมแสงฟังตามคำสั่งติ๋มเพื่อขอเอาชีวิตรอด ติ๋มจึงเลิกอาฆาตและขอให้หมอเบี้ยวหยุดทำคุณไสย อาจารย์สมดีมาช่วยรักษาพิไลแต่อาการกลับหนักขึ้นไปอีก เพราะฝั่งหมอเบี้ยวต้องการลองวิชาอาคม บวกกับแรงพยาบาทที่มีในใจของพิไลทำให้อาคมแข็งแกร่งมาก อาจารย์สมดีจึงขอให้พิไลคลายความเดือดแค้นและความละโมบในใจออกมาพร้อมกับนึกถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ อยู่พักใหญ่จึงจะหายดี เมื่อพิไลได้สติก็ขอกลับไปอยู่ที่ทับกฤชเพราะอายชาวบ้าน โดยอ้างว่าจะขอกลับไปบวชชี

เมื่อเรณูย้ายมาก็เปิดร้านขายข้าวเกรียบปากหม้อเพื่อหารายได้ ติ๋มผ่านมาทำธุระแถวนั้นจึงมาบอกข่าวเรื่องปฐมและลูกสาวเจ้านาย หรืออรพรรณี ได้เสียกันไปแล้ว ทำให้เรณูเสียใจมาก ฝ่ายปฐมปลดทหารก็กลับไปบ้าน พร้อมกับอรพรรณี ปฐมตั้งใจจะมา ตกลงกับเรณูเรื่องลูกและเมียใหม่ของเขา แต่เรณูย้ายไปแล้ว จึงไม่ได้เจอกัน ย้อยไม่ชอบใจอรพรรณีอย่างมาก แต่เมื่อรู้ว่าที่บ้านของอรพรรณีมีฐานะและวางแผนอนาคตของลูกชายเธอไว้อย่างดี ก็ตัดสินใจว่าให้ปฐมกลับไปอยู่ทางบ้านเมียเพราะดูมีอนาคตสดใสกว่าอยู่ที่ชุมแสง ส่วนกมลก็ตัดสินใจไปอยู่กับจันตาที่ปากน้ำโพ ย้อยยกตึกแถวของเธอที่ปากน้ำโพให้เปิดเป็นร้านเสริมสวยของจันตา และตั้งใจว่าจะย้ายไปอยู่ด้วยเพราะใกล้โรงพยาบาลมากกว่าที่ชุมแสง ส่วนประสงค์นั้นให้ดูแลกิจการทั้งหมดที่มีในชุมแสงต่อไป

3 ปีต่อมา... ย้อยก็เหมือนมีลูกเล็กอีกคน เพราะมาลาคลอดลูกแล้วมาทิ้งไว้ให้เลี้ยง ส่วนมาลากลับไปแต่งงานที่เขากะลา ประสงค์แต่งงานกับบุญปลูก กมลแต่งงานกับจันตา วรรณาได้แต่งงานกับปลัดจินกร เรณูรับป๊อกมาอยู่ด้วยกันที่ร้านที่พยุหะคีรี โดยมีกิจการขายขนมไทย ข้าวเกรียบปากหม้อ และสาคูไส้หมูที่เป็นไปได้ด้วยดี ฝั่งปฐม แม้จะได้เรียนสูงและไปทำงานในบริษัทของอรพรรณี มีลูกด้วยกัน 1 คน แต่เขาไม่มีความสุขเลย อรพรรณีเที่ยวเล่นทุกวัน เขาลาไปเยี่ยมแม่ที่บ้านและบังเอิญได้พบกับเรณูที่มาเยี่ยมย้อยเช่นกัน ทั้งคู่ได้เจอกันและปรับความเข้าใจกัน

บั้นปลายชีวิต เบาหวานของย้อยกำเริบหนักจนต้องตัดขาทิ้ง ระหว่างพักฟื้น ปฐมตั้งใจขับรถกลับมาเยี่ยมแม่ แต่เกิดอุบัติเหตุรถชนจนบาดเจ็บสาหัส ย้อยได้ยินข่าวก็ช็อกจนขาดใจตายในวัย 51 ปี อรพรรณีได้ยินข่าวอุบัติเหตุเห็นว่ารักษาไปก็ไม่หายเป็นปกติแน่จึงปฏิเสธเรื่องการช่วยเหลือทางการเงินใด ๆ ประสงค์และกมลจึงตัดสินใจจำนองที่ดินที่ย้อยแบ่งให้ปฐมจนหมดเพื่อเป็นค่ารักษา ปฐมรักษาตัวอยู่ 3 ปีก็กลับมาเป็นปกติโดยมีเรณูคอยดูแล ทั้งสองคนช่วยกันขยายกิจการร้านขนมของเรณูจนเปิดโรงงานขนมได้ และอยู่กันอย่างมีความสุข

รากนครา
รากนครา

Rak Nakara

256011 ตอน
ช่อง:ช่อง 3 เอชดี
เริ่มออกอากาศ:5 กันยายน 2560

ในปี พ.ศ.2427 เจ้าศุขวงศ์ หรือ เจ้าน้อย เดินทางกลับมาบ้านเกิดหลังจากที่จากไปเป็นเวลาถึง 15 ปี เขาเป็นบุตรชายคนเดียวของ เจ้าราชบุตรศุษิระ ผู้ล่วงลับ เจ้าศุษิระเป็นผู้มีความคิดสมัยใหม่ เมื่อเห็นว่าอาณาจักรของเขาและบ้านพี่เมืองน้องในดินแดนล้านนาไม่สามารถดำรงความเป็นอิสระไว้ได้ จำเป็นต้องอาศัยบารมีของสยาม เพื่อปกป้องแผ่นดินจากการตกเป็นเมืองขึ้นของตะวันตก เจ้าศุษิระจึงส่งเจ้าศุขวงศ์ไปศึกษาที่สิงคโปร์ตั้งแต่อายุได้เพียง 10 ขวบ แล้วเจ้าศุษิระและชายาก็ล้มป่วยเสียชีวิต หลังจากเจ้าศุขวงศ์เรียนจบ เขาได้กลับมารับราชการในราชสำนักสยาม

เจ้าศุขวงศ์ได้พา มิสเตอร์จอห์น แบร็กกิ้น ฝรั่งชาวอังกฤษซึ่งสนใจสำรวจป่าเพื่อหาลู่ทางทำไม้เดินทางกลับบ้านเกิดพร้อมกันกับเขา แท้จริงแล้วนั้นแบร็กกิ้นมีเบื้องหลังเป็นเจ้าหน้าที่ของ บริษัท บริติช บอร์เนียว บริษัทสัมปทานทำไม้ขนาดใหญ่ซึ่งมีอิทธิพลมาก แบร็กกิ้นมีความประสงค์ที่จะมาสอดส่องทรัพยากรป่าไม้ในดินแดนล้านนา เพื่อประโยชน์ทางธุรกิจของอังกฤษในอนาคต เจ้าศุขวงศ์เคยมีบุญคุณช่วยชีวิตแบร็กกิ้นไว้ ทั้งสองเป็นทั้งเพื่อนที่รู้ใจและรู้เท่าทันกันทุกอย่าง เจ้าศุขวงศ์จึงตัดสินใจให้แบรกกิ้น อยู่ในสายตาของเขาตลอดเวลา เพื่อที่จะสามารถควบคุมแบรกกิ้นได้โดยง่าย

การพาฝรั่งกลับบ้าน อีกทั้งการแต่งกายแบบสยามซึ่งรับเอาวัฒนธรรมตะวันตกของเจ้าศุขวงศ์ ทำให้ เจ้าเรือนคำ ย่าของเขาไม่พอใจ เจ้าศุขวงศ์พยายามหว่านล้อมให้เจ้าย่าเห็นว่าการพาแบร็กกิ้นมาด้วย แทนที่จะปล่อยให้แบรกกิ้นเข้ามาสำรวจป่าตามใจชอบนั้นเป็นประโยชน์ต่อบ้านเกิดเมืองนอน เพราะทำให้เขารู้เท่าทัน และสามารถรักษาผลประโยชน์ของอาณาจักรได้ เจ้าเรือนคำไม่ใคร่พอใจ แต่ด้วยความรักหลาน เจ้าเรือนคำก็ใจอ่อน เจ้าศุขวงศ์พยายามหว่านล้อมเจ้าหลวงศรีวงศ์ซึ่งเป็นอา เจ้าหลวงคนปัจจุบันให้ยอมออกใบอนุญาตสำรวจป่าให้แบร็กกิ้น และศุขวงศ์ยังต้องการเข้าร่วมทุนทำไม้กับแบร็กกิ้นเพื่อควบคุมและรักษาสิทธิในการแสวงประโยชน์จากทรัพยากรป่าไม้ อินทร ข้าเก่าคนสนิทของเจ้าศุษิระได้แสดงตัวขอเป็นผู้รับใช้เจ้าศุขวงศ์ด้วยความจงรักภักดี

วันหนึ่ง เจ้าหลวงศรีวงษ์ให้เจ้าศุขวงศ์เป็นผู้แทนเดินทางไปร่วมงานศพของ เจ้าสิงห์คำ เจ้าอุปราชเมืองเชียงเงินซึ่งมีศักดิ์เป็นญาติ ศุขวงศ์จำต้องพาแบร็กกิ้นเดินทางไปด้วยเพราะไม่ไว้ใจให้แบร็กกิ้นอยู่ไกลสายตา ที่เชียงเงินซึ่งเป็นเมืองเล็กๆ และเป็นประเทศราชของสยามด้วยเช่นกัน ศุขวงศ์ได้พบกับ เจ้าแม้นเมือง บุตรสาวคนโตของ เจ้าหลวงแสนอินทะ กลางดงชมพูป่าซึ่งออกดอกสีชมพูสะพรั่งเพียง 10 วันในแต่ละปีเท่านั้น ศุขวงศ์รู้สึกสนใจในตัวแม้นเมืองมากเนื่องจากประทับใจในความเป็นตัวของตัวเองของเธอ จากการสังเกต ศุขวงศ์พบว่าแม้นเมืองมีสถานภาพเป็นรอง เจ้ามิ่งหล้า น้องสาวต่างมารดามากทั้ง ๆ ที่แม้นเมืองเป็นพี่สาว เนื่องจาก เจ้านางข่ายคำ เจ้านางหลวงคนปัจจุบันซึ่งเป็นมารดาของมิ่งหล้า และมีศักดิ์เป็นน้าแท้ ๆ ของแม้นเมือง เลี้ยงดูให้แม้นเมืองต้องยอมมิ่งหล้าทุกอย่าง ด้วยความกลัวว่าแม้นเมืองจะได้ดีกว่าลูกสาวของตน ศุขวงศ์ยังได้รู้จักกับ เจ้าหน่อเมือง พี่ชายแท้ ๆ ของแม้นเมืองซึ่งได้รับตำแหน่งเจ้าอุปราชต่อจากเจ้าสิงห์คำผู้ล่วงลับ หน่อเมืองแสดงความไม่ชอบใจศุขวงศ์ตั้งแต่แรกเห็น เนื่องจากรูปลักษณ์และความคิดของศุขวงศ์ยืนยันชัดเจนว่าเขายอมหมอบราบคาบแก้วให้กับสยามและตะวันตก ทั้งนี้ หลังจากที่มารดาเสียชีวิต และเจ้าหลวงแสนอินทะ บิดาได้สมรสใหม่ เจ้าหน่อเมืองและเจ้าแม้นเมืองสองพี่น้องก็อยู่ในความดูแลของเจ้าอุปราชสิงห์คำผู้มีความรักชาติอย่างแรงกล้า ทำให้ทั้งหน่อเมืองและแม้นเมืองได้รับการปลูกฝังให้รักความอิสระ เชื่อมั่นในเสรีภาพ และมุ่งมั่นกระทำทุกวิถีทางเพื่อทำให้เชียงเงินเป็นรัฐอิสระให้ได้

จากการสนทนาทำให้ศุขวงศ์ทราบว่าเจ้าหลวงแสนอินทะเอง ก็มีความมุ่งมั่นในการแยกตัวเป็นอิสระ และรังเกียจตะวันตกอย่างยิ่ง เจ้าศุขวงศ์มีโอกาสได้พบเจ้าแม้นเมืองตามลำพังที่ดงชมพูป่า แม้นเมืองแสดงความเชื่อของเธออย่างเปิดเผยว่าการยอมรับเอาขนบธรรมเนียมประเพณีของชาติอื่นมาเป็นของตน เช่นที่ศุขวงศ์กระทำ เป็นการแสดงออกถึงความไร้ราก ไร้ความคิด และไร้ศักดิ์ศรี ทว่าคำบอกเล่าของศุขวงศ์เรื่องเมืองมัณฑ์ เมืองใหญ่ในแถบนั้นซึ่งเป็นเมืองอิสระและไม่เคยยอมก้มหัวให้สยามและตะวันตก กำลังจะกลายเป็นเมืองขึ้นของตะวันตกภายในเวลาไม่นาน ก็ทำให้แม้นเมืองเริ่มไม่แน่ใจในความคิดของเธอ แต่แม้นเมืองก็พยายามเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนมา และโต้ตอบศุขวงศ์ว่าการล่มสลายอย่างมีศักดิ์ศรี ไม่ยอมเปลี่ยนแปลงตัวเองของเชียงเงินเป็นสิ่งที่เธอภาคภูมิใจมากกว่าการยอมปรับเปลี่ยนตัวเอง

ในงานศพของเจ้าอุปราชสิงห์คำ เจ้าแม้นเมืองแสดงความโศกเศร้าอย่างยิ่ง และตกเป็นเป้าสายตาของเจ้าศุขวงศ์ตลอดเวลา เจ้ามิ่งหล้าซึ่งเคยชินกับการได้รับความสนใจ และต้องเป็นที่หนึ่งเสมอ สังเกตเห็นสายตาของศุขวงศ์ที่มองแม้นเมือง ทำให้มิ่งหล้าไม่พอใจ และหาทางเอาชนะแม้นเมืองให้ได้ มิ่งหล้าได้ออกอุบายเพื่อให้ตนได้ใกล้ชิดกับศุขวงศ์ มิ่งหล้าพูดให้พี่สาวเข้าใจว่าศุขวงศ์สนใจปองรักตน

เจ้าศุขวงศ์พยายามหาโอกาสใกล้ชิดกับเจ้าแม้นเมือง เขาจึงตอบรับคำขอของเจ้ามิ่งหล้าที่ขอให้เขาเข้าไปแปลหนังสือภาพภาษาอังกฤษให้เธอ ทว่าศุขวงศ์ไม่เคยมีโอกาสได้พบแม้นเมืองในคุ้มหลวงเลยสักครั้ง จนวันหนึ่ง ทั้งสองได้พบกันที่ดงชมพูป่าโดยบังเอิญ ศุขวงศ์จึงมีโอกาสสัมผัสตัวตนที่อ่อนโยนของแม้นเมือง จากเหตุการณ์ที่เธอพยายามช่วยนำลูกนกที่ตกจากรังไปใส่คืนไว้ในรังของมัน ทั้งสองพูดคุยกันด้วยดีเป็นครั้งแรก ศุขวงศ์ออกปากว่าเขาจะมารอพบแม้นเมืองที่ดงชมพูป่านี้ทุกวัน ไม่ว่าเธอจะมาหรือไม่ก็ตาม เป็นที่น่าเสียดายว่ามิ่งหล้ายังคงเพียรพยายามสร้างความเข้าใจผิดให้แม้นเมืองเชื่อว่าศุขวงศ์หลงรักตน แม้นเมืองจึงพยายามขจัดความรู้สึกสนใจที่เธอเริ่มมีให้ศุขวงศ์ออกไปจากใจ ด้วยความรักน้องสาว

เจ้าหลวงแสนอินทะและเจ้าหน่อเมืองร่วมกันวางแผนการสามทาง เพื่อการประกาศตัวเป็นรัฐอิสระของเชียงเงิน เริ่มด้วยการให้หน่อเมืองเดินทางไปรับสารตราตั้งตำแหน่งเจ้าอุปราช และดื่มน้ำพระพิพัฒน์สัตยายอมเป็นข้าของสยามที่เชียงใหม่ ในขณะเดียวกันก็วางแผนส่งตัวมิ่งหล้าไปเป็นสนมกษัตริย์เมืองมัณฑ์ และสุดท้าย จัดการให้แม้นเมืองแต่งงานกับศุขวงศ์เพื่อทำให้ญาติฝ่ายล้านนาตายใจ ว่าเชียงเงินไม่ได้เอาใจออกห่างหมู่ญาติ มิ่งหล้าอาละวาดอย่างหนัก เธอบีบบังคับให้แม้นเมืองรับอาสาเดินทางไปเป็นสนมกษัตริย์เมืองมัณฑ์แทนเธอ ด้วยความรักชาติ แม้นเมืองจึงยอมทำตามคำขอ ทว่าไม่เป็นผลสำเร็จ เนื่องจากเมืองมัณฑ์ระบุมาว่าต้องการตัวมิ่งหล้าซึ่งมีสถานะสูงกว่าแม้นเมือง เจ้านางข่ายคำสนับสนุนความคิดที่จะส่งมิ่งหล้าไปเมืองมัณฑ์ เนื่องจากเกรงว่าแม้นเมืองจะกลายเป็นผู้มีความสำคัญมากกว่าลูกสาวของตน เจ้านางข่ายคำจึงบีบบังคับให้แม้นเมืองเกลี้ยกล่อมมิ่งหล้าให้ได้ มิ่งหล้าโกรธมาก เพราะไม่เคยถูกขัดใจมาก่อนในชีวิต ประกอบกับเมื่อมิ่งหล้ารู้ว่าแม้นเมืองได้รับการวางตัวให้แต่งงานกับศุขวงศ์ ความโกรธจนขาดสติทำให้มิ่งหล้าประกาศตัดพี่ตัดน้องกับแม้นเมือง

เจ้ามิ่งหล้าลอบหนีออกไปจากคุ้มหลวงเพื่อไปขอให้เจ้าศุขวงศ์ช่วยพาเธอหนี เธอขู่จะฆ่าตัวตายหากศุขวงศ์ไม่ยอมช่วย ศุขวงศ์เห็นแก่ความเป็นญาติ และยังเล็งเห็นว่าการที่เชียงเงินส่งมิ่งหล้าไปเป็นสนมกษัตริย์เมืองมัณฑ์นั้นเป็นการกระทำที่ไร้ประโยชน์ เนื่องจากอีกไม่นานเมืองมัณฑ์ต้องเสียเมืองแก่ตะวันตกแน่นอน มิ่งหล้าดีใจมากที่ศุขวงศ์ยอมรับปาก แต่เรื่องกลับรู้ถึงหูของเจ้าหลวงแสนอินทะเสียก่อน ศุขวงศ์รู้ไม่เท่าทัน จึงไปลอบพาตัวแม้นเมืองที่ปลอมตัวเป็นมิ่งหล้ามา ทำให้เขาต้องแต่งงานกับแม้นเมือง ส่วนมิ่งหล้าก็ต้องถูกส่งตัวไปเมืองมัณฑ์ในที่สุด

แม้นเมืองเดินทางไปยังเชียงพระคำ พร้อมกับศุขวงศ์ เขียนจันทร์ คำแก้ว อินทร โดยมีหน่อเมืองตามไปส่ง ทั้งสองตกเป็นของกันและกัน โดยที่แม้นเมืองยังเข้าใจผิด คิดว่าศุขวงศ์มีใจรักต่อมิ่งหล้า ส่วนศุขวงศ์เองก็ยังคิดน้อยใจ ว่าแม้นเมืองไม่รักตน แต่ที่ยอมแต่งงานด้วย เพราะต้องการช่วยเหลือบ้านเมืองของตน

ศุขวงศ์พาแม้นเมืองกลับมาที่เชียงพระคำ เจ้าย่าอดแปลกใจไม่ได้ที่ศุขวงศ์แต่งงานอย่างกะทันหัน แต่คนที่เสียใจที่สุด เห็นจะเป็นละอองคำ ลูกพี่ลูกน้องของศุขวงศ์ที่แอบหลงรักศุขวงศ์มาอย่างเนิ่นนาน สุดท้ายเจ้าย่าเรือนคำตัดสินใจ ขอให้ละอองคำเป็นเมียของศุขวงศ์อีกคน โดยพูดต่อหน้าแม้นเมือง แม้นเมืองไม่ว่ากระไร เพราะให้เกียรติศุขวงศ์ แต่ศุขวงศ์เองเสียอีกที่ไม่ยอมแตะต้องละอองคำ จนทำให้ละอองคำละอายใจ ถึงขนาดตั้งใจผูกคอตาย ดีที่บัวผันช่วยไว้ได้ทัน แม้นเมืองไม่ได้ต่อว่าอะไรละอองคำ มีเพียงคำให้กำลังใจ ขอให้ละอองคำรักษาตัวให้หายโดยไว้ ทำให้ละอองคำได้คิด ว่าแม้นเมืองคือผู้หญิงที่ดีเพียบพร้อม ถึงทำให้ศุขวงศ์รักเช่นนั้น ศุขวงศ์เตือนสติให้ละอองคำ อยู่กับคนที่รักละอองคำอย่างแท้จริง ชีวิตจะได้ไม่ต้องทุกข์ระทมไปตลอด ศุขวงศ์บอกกับเจ้าย่า ว่าจักรคำคือผู้ชายที่หมายปองละอองคำมาเนิ่นนาน สุดท้ายศุขวงศ์จึงพาจักรคำมาเยี่ยมละอองคำ จักรคำและละอองคำจึงเริ่มใกล้ชิดกันมากขึ้น และตกลงใจคบหากันต่อไป ซึ่งทั้งคู่ก็มีโครงการจะแต่งงานกันในไม่ช้า

ด้านเจ้านางข่ายคำ ก็พาขบวนของมิ่งหล้ามายังเมืองมัณฑ์ โดยมีฟองจันทร์ตามมารับใช้มิ่งหล้าอีกด้วย การเข้าพบกษัตริย์เมืองมัณฑ์ เต็มไปด้วยความยากลำบาก เพราะเจ้านางปัทมสุดา เจ้านางหลวงของกษัตริย์ หาวิธีกีดกันสารพัด โดยมีลูกน้องคู่ใจอย่าง ขิ่นแหม่และนางมิ่น เป็นคนรับคำสั่งอย่างเคร่งครัด แต่ด้วยความที่อยากเอาชนะ มิ่งหล้าก็หาวิธีจนได้ ด้วยการให้กรมวังเป็นคนดูต้นทางให้ กษัตริย์และมิ่งหล้าได้พบกันในที่สุด แล้วมิ่งหล้าก็ได้ถวายตัวให้แก่กษัตริย์ เจ้านางปัมสุดาแค้นจัด กุเรื่องว่าตนเองท้อง โดยมีนางมิ่นรู้ความลับ ว่าแท้ที่จริงแล้วเจ้านางไม่ได้ท้องอย่างที่เอ่ยอ้าง ความโลภมากของนางมิ่นทำให้เธอแอบยักยกทรัพย์สินเงินทองไว้เป็นส่วนตัว จนเรื่องรู้ถึงหูเจ้านางปัทมสุดา นางมิ่นถูกเฆี่ยนปางตาย เอาชีวิตเกือบไม่รอด ดีที่มิ่งหล้ามาช่วยไว้ เพราะหวังจะให้นางมิ่นมาช่วยงานใหญ่ สุดท้ายพอนางมิ่นหายดี มิ่งหล้าก็นำความลับขึ้นทูลถวายกษัตริย์ เป็นฎีการ้องเรียนเรื่องที่เจ้านางปัทมสุดาไม่ได้ท้อง แต่กล่าวเท็จต่อกษัตริย์ เจ้านางปัทมสุดาลงทุนฆ่าปิดปากแม้กระทั่งหมอ และคนใกล้ชิดทุกคน แต่สุดท้าย นางมิ่นกลับมาเป็นพยานปากเอกให้กับมิ่งหล้า จนทำให้เจ้านางปัทมสุดาถูกปลดออกจากตำแหน่ง

เจ้านางข่ายคำหลงว่ามิ่งหล้าจะได้ขึ้นเป็นใหญ่ จึงกลับไปที่เชียงเงิน และจับได้ว่า เจ้าหลวงแสนอินทะนำผู้หญิงไม่มีหัวนอนปลายเท้าขึ้นมาเป็นเมียอีกคน ด้วยความแค้น เจ้านางข่ายคำก็ทำร้าย เฆี่ยนตี จนหญิงผู้นั้นถึงแก่ความตาย เจ้าหลวงแสนอินทะโกรธมาก และได้รู้ถึงความโหดเหี้ยม ที่สำคัญ เจ้านางข่ายคำสารภาพออกมา ว่าเธอคือคนที่ฆ่าแม่ของแม้นเมืองเสียชีวิต ทำให้เจ้าหลวงแสนอินทะหมดความปรานีต่อ เลิกรากันในที่สุด เจ้านางข่ายคำไม่สนใจ กลับไปหามิ่งหล้าที่เมืองมัณฑ์ทันที

เจ้านางปัทมสุดาให้ขิ่นแหม่นำกำลังทหารไปจับตัวมิ่งหล้ามาทรมานจนเกือบปางตาย ฟองจันทร์รอดชีวิตมาได้ ออกตามหาคนของศุขวงศ์ เพื่อส่งข่าวให้ศุขวงศ์มาช่วยมิ่งหล้าจากเมืองมัณฑ์เสียที ส่วนนางมิ่นก็ถูกฆ่าตายอย่างอนาถ ศพถูกแขวนประจานให้แร้งกากิน กรมวังเองก็เอาชีวิตไม่รอด เจ้านางปัทมสุดาไม่ปล่อยให้ใครเล็ดรอดชีวิตไปได้ ระหว่างนั้น ความรักของแม้นเมืองกับเจ้าศุขวงศ์ก็กำลังดำเนินไปได้ด้วยดี แม้นเมืองท้องแก่จนเจ็บท้องคลอด ศุขวงศ์ดีใจมาก เขาได้ลูกชาย และตั้งชื่อว่า เจ้าภูแก้ว หรือเจ้าไศลรัตน์

เจ้านางข่ายคำจะมาหามิ่งหล้า แต่ถึงแค่ชายป่าเมืองมัณฑ์ ก็ถูกโจรปล้นทรัพย์สมบัติจนหมด ส่วนเมืองมัณฑ์ก็ถูกอังกฤษตีแตก กษัตริย์และเจ้านางปัทมสุดา ถูกคุมตัวขึ้นเรือไปประเทศอินเดีย โชคดีที่เจ้าศุขวงศ์มาช่วยมิ่งหล้าได้ทัน ทำให้มิ่งหล้ารอดชีวิตมาได้หวุดหวิด เมื่อแม้นเมืองได้เห็นสภาพของมิ่งหล้าก็ใจหาย นึกสงสารน้องจับใจ รู้สึกผิดที่ตนเองมีส่วนทำให้มิ่งหล้าต้องเดินทางไปที่เมืองมัณฑ์ และยังคงคิดว่าศุขวงศ์ยังรักมิ่งหล้าอยู่ จึงตั้งใจจะคืนทุกอย่างให้กับมิ่งหล้า

ศุขวงศ์บอกเจ้าย่าเรื่องที่จะไปเชียงใหม่ เพื่อประชุมกำหนดเขตแดน ฝ่ายเมืองมัณฑ์จะมีผู้แทนจากอังกฤษมาหลายคน ศุขวงศ์บอกเจ้าย่าว่า อังกฤษพยายามปลุกปั่นให้เชียงเงินเป็นอิสระจากสยาม เพื่อจะได้เข้ายึดครองเชียงเงินได้อย่างง่ายดาย ง่ายกว่าการตัดเฉือนเอาจากสยาม หน่อเมืองมาหาแม้นเมืองที่เชียงพระคำ บอกว่าจะประกาศความเป็นอิสระ และจะพาแม้นเมืองกลับเชียงเงิน หลังจากประชุมที่เชียงใหม่เสร็จ โดยไม่ยอมให้แม้นเมืองนำลูกที่มีกับศุขวงศ์ ที่มีเชื้อสายของเชียงพระคำกลับไปด้วย หัวใจของแม้นเมืองเจ็บปวดเกินกว่าจะบรรยาย มิ่งหล้าเริ่มมีอาการดีขึ้น ยอมรับกับแม้นเมืองว่า ความทะเยอทะยาน อยากเอาชนะ ทำให้ตนมีสภาพเช่นนี้

ที่เชียงใหม่ หน่อเมืองบอกว่า เชียงเงินเป็นรัฐอิสระ ในนามตัวแทนเจ้าหลวงแห่งเชียงเงิน ไม่ขึ้นต่อสยาม แต่แล้วศุขวงศ์ก็เอาหนังสือที่มีตราประทับของเจ้าหลวงแสนอินทะออกมา หนังสือลงนามกำกับประทับตราแต่งตั้งเจ้าผาคำ สำเร็จราชการแทนเจ้าหลวงแสนอินทะ และสั่งปลดหน่อเมืองออกจากการเป็นอุปราชแห่งเชียงเงินแล้ว ซึ่งข้อนี้เองที่ทำให้หน่อเมืองได้รับรู้ถึงแผนการอันแยบยลของศุขวงศ์ และแค้นใจอย่างบอกไม่ถูก ที่ศุขวงศ์ส่งคนไปที่บ้านของตน และบังคับให้พ่อของตนเองต้องทำเรื่องเช่นนี้ และอาฆาตแค้น จะต้องฆ่าศุขวงศ์ให้ได้ โดยที่ศุขวงศ์นั้นมีเจตนาไม่ต้องการให้เชียงเงินถูกครอบครองโดยอังกฤษ

หน่อเมืองกลับมาหาแม้นเมืองอีกครั้ง นัดแนะให้แม้นเมืองหลอกพาศุขวงศ์ไปให้ตนเองฆ่า แม้นเมืองจำใจรับปาก ทั้งที่หัวใจเจ็บปวด ก่อนที่ศุขวงศ์จะเดินทางกลับมาถึงเรือน แม้นเมืองก็อุ้มลูกไปฝากไว้กับมิ่งหล้า สั่งเสียให้มิ่งหล้าดูแลลูกของตนเองให้ดี แล้วแม้นเมืองก็ปลอมตัวเป็นชายไปหาหน่อเมืองในนามของศุขวงศ์ ความคั่งแค้น บดบังตา จนทำให้หน่อเมืองฆ่าน้องสาวตนเอง ส่วนแม้นเมืองนั้นดีใจที่ได้ตอบแทนความรักที่เธอมีให้ต่อศุขวงศ์อย่างแท้จริง เธอได้สละชีวิตให้กับคนที่เธอรัก และอีกประการหนึ่งที่สำคัญ เธอได้ทดแทนคุณของแผ่นดินเกิด ที่หน่อเมืองมักอ้างถึงความเป็นอิสระของเชียงเงิน ได้ทำหน้าที่ระบายแค้นแก่พี่ชายของเธอ แม้นเมืองเขียนจดหมายสั่งลาหน่อเมืองไว้ล่วงหน้า และขอร้องว่าไม่อยากให้หน่อเมืองกลับมาเหยียบแผ่นดินเชียงพระคำของศุขวงศ์อีก ศุขวงศ์กลับมาที่เรือนจึงรู้ความจริงจากมิ่งหล้า แต่เขาก็มาไม่ทันได้ช่วยชีวิตแม้นเมือง มีเพียงแต่คำบอกรักของแม้นเมือง เป็นคำสุดท้ายที่ศุขวงศ์ได้ยินจากแม้นเมือง แล้วจากนั้นเธอก็สิ้นลม

20 ปีต่อมา ศุขวงศ์บอกเล่าเรื่องราวในอดีตทั้งหมดให้แก่เจ้าไศลรัตน์ฟัง ศุขวงศ์ยังคงรักและคิดถึงแม้นเมืองทุกลมหายใจ ไศลรัตน์ก้มลงกราบเจดีย์ของแม้นเมือง ที่ซึ่งศุขวงศ์บอกว่า เป็นที่เก็บกระดูกของหญิงที่มากไปด้วยความเสียสละ และความรักที่มีต่อทุกคน ติดตามชมความเข้มข้นของละคร รากนครา ได้ทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละคร รากนครา เริ่มตอนแรกวันอังคารที่ 5 กันยายน 2560

นาคี
นาคี

Nakee

255911 ตอน
ช่อง:ช่อง 3 เอชดี
เริ่มออกอากาศ:26 กันยายน 2559
โขงเจียม อุบลราชธานี พ.ศ. 2480 นายเคนสามีของคำปองจับได้งูลักษณะประหลาดเป็นสีขาวตลอดตัวขนาดใหญ่กว่าแขนยาวประมาณวาเศษบนหัวมีหงอนเหมือนหงอนพญานาค ชาวบ้านเชื่อกันว่าเป็นงูเจ้าแม่ที่เรียกกันว่า “นาคี” เขานำไปขายให้กับฝรั่งนักค้างู จอห์น วินสัน ด้วยราคาสูงลิ่ว คำปองซึ่งท้องแปดเดือนมีความเชื่อเช่นเดียวกับชายบ้านอีกหลายคนว่างูเจ้าแม่นี้หากไปหลบหลู่ดูหมิ่นจะต้องประสบกับความพินาศฉิบหาย นางพยายามห้ามปรามสามีแต่สายไปเสียแล้ว กลุ่มของจอห์น วินสัน ประกอบด้วยผู้ช่วยชาวไทยอีกสองคนคือ นายกอ และ นายบุญส่ง นายบุญส่งนั้นร้องด่าหลบหลู่งูขาวที่จับมาได้และท้าทายว่าหากเป็นงูเจ้าแม่จริงก็ให้สำแดงฤทธิ์เดช ฉับพลันนั้นเองขณะที่เปิดกรงเพื่อนำงูที่จับได้บรรทุกขึ้นเกวียน ปรากฏอาเพศบนท้องฟ้าเกิดสุริยคราสพายุอื้ออึงฟ้ามืดครึ้มเกิดลมพายุรุนแรงจนหมู่บ้านถล่ม นายเคนถูกกระท่อมทับตายคาที่ บุญส่งถูกไม้ทับขาข้างหนึ่งจนแหลกเหลว นายกอนั้นหนีไปได้ แต่จอห์น วินสัน ถูกงูเผือกฉกตาย ส่วนคำปองนั้นเกิดเจ็บท้องคลอดกะทันหันเด็กทารกหญิงที่คลอดออกมาสิ้นชีวิต แต่ก่อนที่คำปองจะหมดสติไปนางบังเกิดเห็นภาพงูใหญ่เลื้อยแทรกกลืนหายเข้าตัวเด็ก และลูกของนางก็กลับมามีชีวิตอีกครั้ง คำปองตั้งชื่อบุตรสาวว่าคำแก้วย้ายจากโขงเจียมไปอยู่ดอนไม้ป่าครองตัวเป็นแม่ม่าย เด็กหญิงคำแก้วในวัยเรียนชั้นประถมศึกษามีลักษณะต่างจากเด็กทั่วไปบางครั้งขอบเดินเที่ยวในป่าคนเดียวหรือมักนั่งเงียบครุ่นคิดที่น่าประหลาดคือมักปรากฏอสรพิษอยู่ใกล้เด็กหญิงเสมอแต่ไม่เคยทำร้าย คำปองซึ่งยังเป็นสาวงามแม้จะตกพุ่มม่ายมีนายหวานพ่อม่ายลูกติดมาชอบพอแต่นางปฏิเสธไปด้วยใจยังไม่ลืมสามีและด้วยความรักที่มีต่อบุตรสาว คำแก้วมักหายตัวไปบริเวณปราสาทหินร้างท้ายหมู่บ้าน เด็กหญิงยังบอกอีกว่าสามารถพูดคุยกับงูได้และพวกมันเชื่อฟังเธอ คำปองเชื่อว่าเด็กหญิงคิดเอาเองตามประสาเด็ก คำแก้วเล่าให้แม่ฟังอีกว่าเธอชอบปราสาทหินร้างแห่งนั้นรู้จักคุ้นเคยราวกับเคยอยู่ที่นั่นมาก่อน 20 ปีผ่านไป... พ.ศ. 2500 คณะอาจารย์และนักศึกษาโดยการนำของอาจารย์ทัศนัยได้ลงพื้นที่ขุดค้นโบราณวัตถุ ในจำนวนนี้มี ทศพล นักศึกษาปีสุดท้ายของคณะโบราณคดีรวมอยู่ด้วย เขาเป็นคนรูปงามและหลงใหลในวัตถุโบราณเป็นอย่างมาก ทศพลขุดพบรูปปั้นประหลาดเป็นหินสลักสีขาวอมชมพูรูปหญิงสาวเปลือยท่านอนบิดตัว ช่วงล่างตั้งแต่สะโพกลงไปเป็นหางงูส่วนบนของหน้าผากที่จรดกับศีรษะมีหงอน ซึ่งอาจารย์ทัศนัยอธิบายว่านั่นคือสัญลักษณ์ของนาคีหรือพญานาค ทศพลหลงใหลในความงามของรูปปั้นจนเก็บไปเพ้อถึงทำให้พิมพ์พรที่แอบชอบเขาอยู่ไม่พอใจ ตั้งแต่ขุดพบรูปปั้นประหลาดมีเรื่องราวแปลกๆเกิดขึ้นกับคณะทำงาน เริ่มตั้งแต่ทศพลพบเด็กสาวสวยสวมชุดแพรเยื่อไม้สีกลีบบัว แต่เมื่อเขาติดตามไปหล่อนหายไปอย่างไร้ร่องรอย ในเวลาเดียวกันคำแก้วซึ่งเติบโตเป็นสาวสวยของบ้านดอนไม้ป่าเกิดฝันประหลาดว่าได้พบชายหนุ่มรูปงามเขาและพวกกำลังขุดหาวัตถุโบราณอยู่ ทศพลและเพื่อน ๆ คือ วันชนะ ประกิต เชษฐ์ สมมาตร รวมถึง พิมพ์พร รัตนาวดี ไม่ได้การต้อนรับจากกำนันแย้ม เพราะกำนันแย้ม ไม่ต้องการให้คนต่างถิ่นเข้ามายุ่มย่ามในหมู่บ้าน รวมถึงการขุดค้นที่เทวาลัย จึงขับไล่ทุกคน ไม่ให้นอนค้างที่หมู่บ้าน สุดท้ายทัศนัย จึงพาเด็ก ๆ ไปอาศัยอยู่ที่บ้านของคำปอง และที่นั่นเอง ทศพลก็ได้พบกับคำแก้ว และเริ่มชอบคำแก้วในที่สุด พิมพ์พรเดินตลาดของบ้านดอนไม้ป่าได้พบกับคำแก้วที่เก็บดอกไม้ป่าหลากชนิดมาขาย เธอไม่ชอบหน้าคำแก้วแต่แรกเห็นเพราะสวยจัดทั้งยังฉลาดรู้จักยอกย้อนต่อปากต่อคำต่างกับหญิงชาวบ้านทั่วไป พิมพ์พรเห็นรูปปั้นนาคี พิมพ์พรถึงกับประหลาดใจเมื่อพบว่าใบหน้าของรูปปั้นนั้นเหมือนเด็กสาวชาวป่าที่เธอเพิ่งได้พบแทบไม่ผิดเพี้ยน หมออ่วมทำนายกับกำนันแย้มว่าอีกเจ็ดวันจะเกิดสุริยคราสทำความวิตกให้กับเขามากเนื่องจากทุกครั้งที่เกิดปรากฏการณ์นี้จะต้องมีคนถูกฝูงงูกัดกินจนตายทุกครั้ง หมออ่วมบอกว่านี่เป็นอิทธิฤทธิ์ของเจ้าแม่นาคี เขาทำนายพิมพ์พรว่ากำลังมีเคราะห์หนักจนอาจถึงสิ้นชีวิตภายในเจ็ดวัน พิมพ์พรและรัตนาวดีได้พบกับคำแก้วที่ตลาดอีกครั้ง รัตนาวดีเริ่มเอะใจเธอจำได้ว่าคำแก้วมีใบหน้าคล้ายกับรูปปั้นนาคีทีทศพลขุดได้พิมพ์พรขอให้เธอเก็บไว้เป็นความลับ หมออ่วม ฉุกใจคิดว่าเจ้าแม่นาทีที่แสดงอิทธิฤทธิ์ฆ่าคนจะเกี่ยวข้องกับคำแก้วเด็กสาวที่เกิดในวันสุริยคราสที่อำเภอโขงเจียมและเป็นวันเดียวกับที่เจ้าแม่อาละวาดเมื่อหลายปีก่อน นายอ่วมต้องการกำจัดเจ้าแม่นาคีแต่กำลังสืบหาที่อยู่และหาของขลังมาปราบ ส่วนลำเจียก ลูกสาวนายกอ ก็ตกหลุมรักทศพล ด้วยรูปร่างหน้าตาอันหล่อเหลา ยิ่งเมื่อเห็นทศพลชอบอยู่ใกล้ชิดกับคำแก้ว ก็ยิ่งไม่พอใจ ลำเจียกหาทางกลั่นแกล้งคำแก้วอยู่เสมอ โดยมีซ่อนกลิ่นกับชบาคอยเป็นมือขวาให้ลำเจียก ทศพลพบภาพประหลาดเป็นปราสาทราชวังตะการตาและหญิงสาวสวมมงกุฏงูคนเดิมเช่นเดียวกับคำแก้วที่ฝันถึงทศพล พิมพ์พรเห็นภาพประหลาดเป็นงูเผือกยักษ์กำลังโอบรัดทศพลอยู่เธอกังวลและหวาดกลัวจนต้องเล่าให้ทศพลฟังว่างูใหญ่บางตัวมีฤทธิ์แปลงเป็นคนได้จากคำบอกเล่าของบิดา นั่นก็คือนายบุญส่งที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์อาเพศเจ้าแม่นาคีเหมือนหลายปีก่อนนั่นเอง หมออ่วมลอบนำว่านพญาลิ้นงูที่ได้จากสัปเหร่อคงไปฝังไว้ที่ใต้ถุนเรือนคำปอง เพื่อทดสอบว่าคำแก้วคือร่างแปลงของนาคี จนคำแก้วร้อนรนจนอยู่บนเรือนไม่ได้ต้องเสาะหาขุดว่านนั้นทำลายเสีย หมออ่วมเริ่มแน่ใจมากขึ้น ทางด้านอาจารย์ทัศนัยขุดพบซากเมืองโบราณที่เต็มไปด้วยสัญลักษณ์งูเต็มไปหมดนอกจากนี้เขายังสันนิษฐานว่ารูปปั้นนาคีนั้นแท้ที่จริงแล้วไม่ใช่หินสลักหรือวัตถุทั่วไปแต่เป็นศพอาบน้ำยาเช่นเดียวกับมัมมี่ ของอียิปต์ที่ถูกฝังไว้เป็นเวลานานจนแปรสภาพเป็นเนื้อหิน กำนันแย้มและหมออ่วมแจ้งเตือนชาวบ้านถึงวันสุริยคราสที่จะมาถึงในพรุ่งนี้ ยังบอกอีกว่าเจ้าแม่นาคีจะต้องอาละวาดฆ่าคนอีกเพราะที่ปราสาทหินร้างท้ายหมู่บ้านนั้นมีถ้ำติดต่อไปยังอำเภอโขงเจียมที่เจ้าแม่เคยปรากฏอิทธิฤทธิ์ หมออ่วมเสริมว่าเจ้าแม่นาคีนั้นมีร่างเป็นคนอาศัยปะปนอยู่กับชาวบ้านแต่เมื่อคำแก้วคาดคั้นให้บอกออกมาว่าเป็นใครเขาก็กลับอึกอักบอกว่ายังไม่มีหลักฐานแน่นหนาพอ คนขับรถที่พาคณะของอ.ทัศนัย และเด็ก ๆ ถูกงูกัดตาย ทัศนัยจะเอาศพคนขับกลับไปทำพิธี แต่กำนันไม่ยอม บอกว่าถูกงูกัดตาย หากเคลื่อนย้ายศพ จะเกิดอาเพศใหญ่ ลำเจียกไปหาทศพลถึงที่บ้านคำแก้ว ขากลับ เจองูเผือกจะทำร้าย ดีที่ใส่แหวนที่พ่อให้ไว้ จึงรอดมาได้ ทศพลกับพวก มาที่บ้านสัปเหร่อคง ถามเรื่องที่ฝังศพคนรถ ทศพลจ้างให้สัปเหร่อไปขุดโลง เปิดออกมา เห็นงูกำลังกัดกินศพอย่างหน้าสะอิดสะเอียน ทุกคนแทบช็อค ส่วนรัตนาวดีก็กลัวตาย วิ่งหนีไปจากหมู่บ้าน เจอเข้ากับผี โดนทำร้ายจนสลบไป ทุกคนตกใจ รัตนาวดีหายไป ไปแจ้งกำนันแย้ม ก็ไม่รับแจ้ง บอกถ้าภายใน 3 วันไม่กลับมาคือไม่รอด ทัศนัย แบ่งเด็ก ๆ เป็น 2 กลุ่ม ออกไปตามหา คำแก้ว ช่วยเหลือรัตนาวดีมาได้ โดยพิมพ์พร และเจิดนภา พากลับมาที่บ้านพัก แต่รัตนาวดี อยู่ในอาการหวาดกลัว ยังคงไม่พูดจากับใคร สุดท้ายคำปอง จึงไปหาหมออ่วมให้มารักษา หมออ่วมเห็นแววตาคำแก้ว พร้อมกับกลิ่นสาบงู เริ่มมั่นใจ ว่าคำแก้ว จะต้องเป็นบริวารของเจ้าแม่นาคี ส่วนทศพล วันชนะ และประกิต ต้องค้างที่เทวาลัย เนื่องจากฝนตกหนัก ทำให้ทศพล ค้นพบ ถ้ำใต้เทวาลัย และได้พบกับร่างทิพย์ของเจ้าแม่นาคี ที่มีหน้าตาเหมือนกับคำแก้วอย่างไม่มีผิดเพื้ยน หลังจากออกจากถ้ำ ทศพล จึงบอกกับทัศนัย และจะพาทีมนักศึกษา เข้าไปสำรวจถ้ำต่อไป และได้พบกับวัตถุโบราณจำนวนมาก ลำเจียก ขะมักเขม้น ซ้อมรำถวายเจ้าแม่ ตอนแรก คำแก้ว จะไม่ยอมรำถวาย ทำให้กำนันไม่พอใจ แต่สุดท้ายคำปองเกลี้ยกล่อม ให้ทำเพื่อเจ้าแม่นาคี เพราะเคยสัญญาไว้ตั้งแต่ตอนท้องคำแก้ว ว่าหากคำแก้วปลอดภัยดี จะยกคำแก้วให้กับเจ้าแม่นาคี สุดท้ายคำแก้วจึงยอมรำถวายให้ ชาวบ้านดอนไม้ป่าเชื่อว่า เมื่อเกิดสุริยุปราคา มนุษย์ต้องสังเวยชีวิตเพื่อให้พญานาคคายดวงอาทิตย์ออกมา และเมื่อถึงวันบวงสรวง ชาวบ้านต่างมากันพร้อมหน้าที่หน้าเทวาลัย คำแก้วก็มารำถวายด้วย คำแก้วเริ่มรำไปได้ไม่นาน เธอก็เริ่มเลื้อยเหมือนงู ผิวหนังเริ่มเป็นเกล็ด ลำเจียกหันมาเห็น ร้องตกใจใหญ่ ทำให้พิธีต้องหยุดกะทันหัน คำแก้ววิ่งไปที่เทวาลัย ในขณะที่ทศพล และอาจารย์ รวมทั้งเพื่อน ๆ ต้องรีบหนีออกมาจากเทวาลัย ทศพลหยิบโบราณวัตถุออกมา ทำให้วัชระปราการ ฉัตรสุดา เลื่อมประภัส ซึ่งเป็นบริวารเจ้าแม่นาคี หลุดออกจากคำสาป กลายร่างเป็นคน ทศพลสงสารคำแก้ว ที่ถูกชาวบ้านใส่ร้ายว่าเป็นเจ้าแม่นาคี จึงชวนไปอยู่กรุงเทพฯด้วยกัน ลำเจียกมาพบพอดีไม่พอใจ เธอไม่กลัวคำแก้ว เพราะใส่แหวนพิรอดของกอมาด้วย ลำเจียกวางแผนร่วมมือกับเลื่อง จะเอาคำแก้ว มาเป็นเมียเลื่องให้ได้ ทศพล เริ่มอ่านเรื่องราวจากศิลา พบชื่อ เมืองมรุกขนครและกษัตริย์ที่ปกครองเมืองนี้ก็คือพระเจ้านิรุทธราช! คำแก้วถูกลำเจียกหลอกมาที่กระท่อม ให้เลื่องปล้ำ คำแก้วตกใจ กลายร่างเป็นงูเผือก เลื่องเห็นแทบช็อค คำแก้วหมดสติไป แล้วเลื่องก็ถูกงูฉกตาย เดี่ยวกับทัพเข้ามาเจอ ถูกฉกตายไปด้วยทั้งคู่ ลำเจียกรีบวิ่งหนีไป กำนันแย้มแค้นใจมาก ลำเจียกบอกคำแก้วเป็นคนฆ่า ชาวบ้านแห่กันมาจะเอาเรื่องคำแก้ว แต่ลำเจียกไม่กล้าพูดมากนัก เพราะกลัวเรื่องจะแดงขึ้นมา ว่าตนเอง เป็นคนวางแผนให้เลื่องฉุดคำแก้วไป กำนันแย้ม ร่วมมือกับหมออ่วม ทำพิธี กำจัดเจ้าแม่นาคี ใช้แหวนพิรอด พันกับสายสิญจน์ ผูกไว้ และเผาหุ่นเจ้าแม่นาคี คำแก้ว ซึ่งกำลังขายดอกไม้ เริ่มร้อน ทุรุนทุราย ทนไม่ไหว ทศพลเห็นหมออ่วมทำพิธี รีบวิ่งไปหาคำแก้ว ถึงแม้จะถูกลูกน้องกำนันแย้มทำร้ายก็ตาม ส่วนลำเจียกเองก็กลัว ที่ต้องถอดแหวนพิรอดออกจากนิ้ว ที่กอให้ไว้ เพราะกลัวจะถูกเจ้าแม่นาคีทำร้าย ร่างทิพย์เจ้าแม่นาคีพุ่งวูบออกมาจากร่างคำแก้ว เจ้าแม่นาคีทำพิธีเรียกฝน กางแขนออก ปากขมุบขมิบสาธยายร่ายคาถาเรียกฝนมาสู้กับพิธีของหมออ่วม พายุฝนตกอย่างแรง ฟ้าฝ่าจนสายสิญจน์ขาด ไฟที่หุ่นฟางดับลง พิธีหยุดลงกะทันหัน ทุกคนวิ่งหลบฝน คำแก้วสลบอยู่ในอ้อมกอดทศพล แล้วทศพล ก็อุ้มเข้าเทวาลัยไป จนคำแก้วฟื้น ทศพลจึงให้คำแก้วขี่หลังกลับไปที่บ้าน ลำเจียกแต่งตัวเลียนแบบเจ้าแม่นาคี มาปล้ำทศพลถึงที่พัก แถมร้องโวยวายว่าถูกปล้ำ ทั้ง ทัศนัย พร้อมด้วยลูกศิษย์ ต่างตกใจ แต่คำแก้วบอก ว่าลำเจียกต่างหากที่มาปล้ำทศพลถึงที่พัก ทำให้ทศพล รอดพ้นจากลำเจียกไปได้ ลำเจียกแค้นใจคำแก้วมาก รุ่งเช้า ทศพล สารภาพรักกับคำแก้ว คำแก้วอดดีใจไม่ได้ แต่ทำทีปฎิเสธ จนทศพลเสียใจ หมออ่วม กำนันแย้ม ลำเจียก มาที่กระท่อมทศพล ใช้แหวนพิรอด ส่องทาง ไม่ให้เจ้าแม่นาคีบังตา จนพบกับ เทวรูปเจ้าแม่นาคี กำนันแย้มและพวก จึงไปจับตัว ทศพลและเพื่อน ๆ เอาไว้ คำแก้วรีบตามไปดู ถูกชาวบ้านเอาหินปาใส่ หาว่าคำแก้วเป็นงู ทศพลเข้าช่วย บอกกับกำนันแย้มและทุกคน ว่าจะไปพิสูจน์เรื่องเจ้าแม่นาคีที่เทวาลัย เพราะไม่ว่าใครจะไปที่นั่น ก็ไม่รอดกลับมา แต่หากเขารอดกลับมาได้ ต้องยอมปล่อยตัวทุกคน และไม่ต่อว่าคำแก้วอีก คำแก้วเป็นห่วงทศพล อยากตามไปช่วย ทัศนัย เข้าไปที่เทวาลัยพบศิลาจารึก พร้อมลวดลายอักขระ บนศิลา คือ มนต์อาลัมพายน์! เป็นวิชาสะกดจิตอย่างหนึ่งที่ใช้สะกดจิตพวกนาค ทัศนัยมัวแต่สนใจ อ่านอักขระ ไม่ทันมอง ว่า - เงางูใหญ่ทาบทับลงไปบนแผ่นศิลา ทำให้ทัศนัยรู้สึกตัว พอหันหลังกลับไปมองก็เห็นดวงตาเรืองๆ ของงูใหญ่วัชระปราการมองมาอย่างมุ่งร้าย สุดท้ายทัศนัยก็หมดสติไป ทศพลเริ่มหนาวเพราะอากาศในถ้ำ เขาเห็นเงาทัศนัย เดินตามไป ส่วนงูเขียว พาคำแก้ว เข้ามาที่ถ้ำจนได้ เจ้ามานาคีเข้าสิงห์ร่างคำแก้ว แล้วก็มาพบกับทศพล ทศพลดีใจมากที่ได้เจอคำแก้ว โดยที่ไม่รู้ว่าเป็นเจ้าแม่นาคี เจ้าแม่พาทศพล มายังสระน้ำสีมรกต น้ำใส เป็นประกายระยิบระยับ สระแห่งนี้เป็นเส้นทางเชื่อมไปได้หลายแห่ง เป็นรอยต่อระหว่างโลกมนุษย์กับวังบาดาลเมืองของพวกพญานาค เจ้าแม่เล่าเรื่องอดีตให้ทศพลฟัง และบอกว่าตนเองรออยู่ จนไชยสิงห์ มาเกิดเป็นทศพล คำแก้ว ก็คือเจ้าแม่นาคีนั่นเอง รุ่งเช้า ทศพลหลับอยู่กับคำแก้ว คำแก้วตื่นมาตกใจ จำอะไรไม่ได้ คำแก้วกลับบ้านไปแบบงุนงง ไม่แน่ใจว่าตนเองเป็นของทศพลหรือเปล่า กำนันแย้ม หมออ่วม กอ สั่งลูกน้อง ทั้งทุบ ทั้งเผา รูปเจ้าแม่นาคี แต่ก็ไม่สำเร็จ สุดท้ายเอาล่องแพ ไปเผาที่วัด คำแก้ว ทศพล และเพื่อน ๆ ช่วยกันออกตามหาเทวรูป แพของกำนันแตก ลูกสมุน ถูกน้ำวน ดูดจมหายไป เทวรูปก็จมไปด้วย ทศพลเสียดายมาก แต่คำแก้วบอกว่ามันอยู่ในที่เหมาะสมแล้ว คือในน้ำนั่นเอง ลำเจียกบอกกับทุกคนว่าคำแก้ว กับทศพล ผิดผีกันแล้ว คำปองเสียใจ แต่ทศพล กลับบอกว่า เป็นผัวเมียกันแล้ว ทศพลขอรับผิดชอบ สุดท้ายคำแก้วกับทศพลจึงได้แต่งงานกันในที่สุด ซึ่งลึก ๆ แล้วคำปองก็ดีใจที่คำแก้วจะมีทศพลมาคอยปกป้อง หมออ่วม จะปราบนาคี โดยใช้ครุฑ คำปองมาได้ยิน แต่ถูกคนของกำนันจับตัวไว้ เลื่อมประพัตร ฉัตรสุดา ไปบอกคำแก้ว คำแก้วรีบไปช่วยแม่ แต่ถูกจับตัวเอาไว้ ฉัตรสุดาจึงกลายร่างเป็นคน ไปบอกให้ทศพลมาช่วยคำแก้ว ทศพลถุกซ้อมจนสลบไป คำแก้ว กลายร่างเป็นงู ฉกสมุนกำนันแย้ม ฉกจนสมุนตายเรียบ บุญส่ง กำนันแย้ม หมออ่วม กอวิ่งหนีงูเจ้าแม่นาคี นาคีจะฆ่าบุญส่ง แต่คำปองห้ามไว้ วัชระปราการมาช่วยนาคี สกัดพวก กำนันแย้ม หมออ่วมไว้ คำแก้วกลายร่างกลับเป็นคนร้องไห้เสียใจ ไม่อยากเป็นงู คำปองกอดลูกไว้ บอกว่าต้องมีวิธีแก้อาถรรพ์ให้ได้ ดร.สุภัทรมาที่หมู่บ้าน และได้รู้ว่าทศพลแต่งงานกับคำแก้วแล้ว ทศพลทำสัญลักษณ์ของนาคีบนหน้าผากรูปปั้นหลุดออกมาเขาจึงเก็บไว้กับตัวตั้งใจว่าจะเก็บไว้ติดให้เหมือนเดิม นายบุญส่งตามมาที่หมู่บ้าน และดีใจมากที่พิมพ์พร ลูกสาวของเขาปลอดภัย เขาได้พบกับคำแก้วทำให้คำแก้วจำได้ว่าเคยเป็นงูเผือกถูกจับมาขาย และนายบุญส่งได้ร้องท้าทายจนเธอโกรธจัดและอาละวาดฆ่าคน คำแก้วเกินนิมิตหยั่งรู้ว่าหากเมื่อใดที่เธอมีความโกรธหรือระลึกชาติได้ครบถ้วนเธอจะกลายร่างเป็นงูมีเพียงสถานที่เดียวคือต้องขึ้นไปบนปราสาทหินเพื่อระลึกชาติจึงจะไม่กลายร่าง คำแก้วเห็นอดีตชาติของตนเอง ตำบลหนองไทรในอดีตคือมรุกขนครปกครองโดยพระเจ้านิรุทธราชซึ่งมีรูปร่างหน้าตาเป็นพิมพ์เดียวกับบุญส่ง ทิศเหนือของนครมีสระน้ำกว้างใหญ่ใสสะอาดให้ชาวเมืองได้อาบกินทำการประมงที่ก้นสระนั้นเป็นที่อาศัยของนางพญานาค ขณะนั้นเจ้าชายแสนเมืองหรือทศพลในชาตินี้ได้เป็นเชลยที่ถูกจับมาจากประเทศราช นางนาคีแปลงร่างเป็นสาวสวยพบรักและสมสู่อยู่กินกับเจ้าชาย แต่ในยามหลับนางกลับคืนร่างเป็นงูเผือกยักษ์หงอนสีแดงทำให้เจ้าชายรังเกียจนางจึงหนีกลับลงบาดาลไป เมื่อเจ้าชายแสนเมืองระลึกได้ถึงความรักที่มีต่อกันจึงไปเรียกหาที่สระ แต่นางนาคีซึ่งบำเพ็ญเพียรอยู่ก้นสระไม่ยอมใจอ่อนอีก ต่อมาพระเจ้านิรุทธราชจับปลาไหลเผือกได้นำมาเชือดเนื้อกินกันในหมู่บริวารซึ่งล้วนแต่เป็นผู้ที่คิดปองร้ายนางในชาตินี้ได้แก่หมออ่วม นายกอ กำนันแย้ม เชษฐ์ เคน รวมถึงผู้คนที่ถูกนางพญานาคีกัดตายในวันสุริยคราสนั่นเอง สนมสองนางของพระเจ้านิรุทธราชก็คือพิมพ์พรและลำเจียกทุกคนล้วนกินเนื้อของนาง ยกเว้นไว้แต่นางกำนัลคำปองที่สงสารปลาไหลไม่ยอมกิน เนื้อของปลาไหลประหลาดนั้นยิ่งหั่นแจกก็กลับยิ่งทวีคูณเพิ่มขึ้นจนต้องนำไปแจกชาวประชาให้ได้กินกันทั้งเมือง ตกค่ำคืนนั้นลมพัดแรงนางกำนัลคำปองได้ยินเสียงกระซิบให้หนีออกจากเมืองเสียก่อนที่จะเกิดหายนะครั้งใหญ่นางทำตามคำบอก คืนนั้นเองเจ้าแม่สำแดงอิทธิฤทธิ์บันดาลให้ฝนตกกระหน่ำแผ่นดินไหวน้ำท่วมมรุกขนครถล่มทลาย ด้วยกรรมหนักที่ได้ก่อนางจึงถูกฟ้าดินสาปให้กลายเป็นหินครึ่งหนึ่งเป็นคนแสดงถึงความดีงามครึ่งหนึ่งเป็นงูหมายถึงความชั่วร้าย ส่วนจิตวิญญาณเร่ร่อนเกิดแล้วตาย ตายแล้วเกิด เป็นงูบ้างคนบ้างจนกระทั่งสิ้นเวร หลังจากนั้นนับศตวรรษนางพญาเกิดเป็นงูเผือกที่โขงเจียมบำเพ็ญเพียรแต่กลับถูกจับมาขายฝรั่ง คำปองคลอดลูกตาย เจ้าแม่นาคีจึงกลั้นใจตายแทรกวิญญาณทับร่างด็กเติบโตเป็นคำแก้วนั่นเอง ทุกครั้งที่มีการตายโดยงูกัดในวัน สุริยคราสหรือวันอื่นๆ คำแก้วจะไม่รู้สึกตัวรับรู้แต่เพียงฝันร้ายว่าฆ่าคนตายเท่านั้น บุญส่ง นายกอ กำนันแย้ม และหมออ่วมเดินทางไปตำบลหนองไทรเพื่อหาของขลังมาปราบเจ้าแม่นาคี ต่อมานำรูปปั้นพญาครุฑเพื่อกำจัดคำแก้วอีกครั้งโดยจับตัวคำปองมาเป็นเหยื่อล่อ ด้านลำเจียกให้หมออ่วมทำเสน่ห์จนทศพลหลงใหลทิ้งคำแก้วไปยังตำบลนาคหนีซึ่งเจ้าแม่นาคีไม่สามารถไปได้ เนื่องจากที่ตำบลนี้มีตำนานเล่าว่านางนาคตนหนึ่งแปลงกายมายั่วพระธุดงค์ให้ตบะแตกท่านจึงสาปให้นาคใดๆไม่สามารถเข้าเขตได้ คำแก้วตามหาทศพลไปถึงตำบลนาคหนีแต่ทศพลถูกเสน่ห์ของลำเจียก ไม่ยอมกลับ แถมยังสู้ลำเจียกไม่ได้เพราะไม่มีอิทธิฤทธิ์ใดๆเกือบถูกฆ่าตายด้วยการผลักให้จมน้ำ กลับกลายเป็นว่าเมื่อลงน้ำคำแก้วมีกำลังมากขึ้นหนีจากลำเจียกที่มุ่งร้ายมาได้ เมื่อกลับมาถึงบ้านเธอพบว่าคำปองถูกคนจับไปเสียอีก คำปองนั้นอันที่จริงรอดพ้นจากน้ำมือของพวกนายกอมาได้ ด้วยบริวารของเจ้าแม่คอยคุ้มกัน ไล่ต้อนคำปองขึ้นไปกักขังไว้ในปราสาทหินจนพวกของนายกอหาไม่เจอ ลำเจียกอยู่ที่ตำบลนาคหนีได้พบเมืองอินทร์หมอผีอายุสามสิบเศษที่มีวิชาแก่กล้า หล่อนทอดตัวเป็นเมียเพื่อให้เขาช่วยกำจัดนางพญานาคี เมืองอินทร์จึงเดินทางมาพร้อมกับลำเจียกที่บ้านดอนไม้ป่า ทศพลจึงเริ่มคืนสติและกลับมาหาคำแก้ว และแหวนหลวงปู่มั่นนั้นจะไม่คุ้มครองลำเจียกอีกเนื่องจากหล่อนทำเสน่ห์เล่ห์กลซึ่งเป็นของต่ำ ทั้งยังคิดร้ายฆ่าเมียหลวงชิงผัวเขามา คำแก้วระลึกชาติได้อีกเมืองอินทร์ในอดีตชาติคือเจ้าอินทร์ผู้ซึ่งร่ายคาถาจับปลาไหลเผือกนำมาถวายพระเจ้าอนิรุทธราช คำอ้ายหรือลำเจียกในชาตินี้แอบมองเจ้าอินทร์จากหลังม่านทำตาเจ้าชู้ เจ้าอินทร์เป็นคนหนึ่งที่กินเนื้อปลาไหลเผือกจึงต้องโทษสิ้นชีพไปเช่นกัน ลำเจียกเกิดโมโหเอามีดไล่ฟันคำแก้วในวันหนึ่งจึงถูกเจ้าแม่นาคีกลายร่างขึ้นฆ่าเธอตาย พวกของบุญส่งหลอกทศพลว่าหากต้องการให้คำแก้วพ้นข้อกล่าวหาขอให้ทศพลนำชิ้นส่วนที่เป็นหงอนของรูปปั้นนำไปติดที่หน้าผากของคำแก้ว หากมีนางพญานาคีสิงอยู่นางจะปรากฏร่างออกมาและคำแก้วจะปลอดภัยเป็นคนธรรมดาไม่มีวิญญาณร้ายสิงสู่อีก ทศพลทำตามแท้ที่จริงแล้วการทำเช่นนั้นจะทำให้คำแก้วกลายร่างเป็นงูตลอดชีวิต คำแก้วเสียใจหนีไปยังปราสาทร้างกราบไว้พระอ้อนวอนขออยู่ในร่างคน เสียงจากพระพุทธรูปบอกเธอว่าให้ถือศีลอยู่แต่ในถ้ำนี้ห้ามออกไปไหนเด็ดขาดจนครบร้อยวันคำแก้วจะเป็นคนโดยสมบูรณ์ไม่มีวันกลายเป็นงูอีก ทศพลพาคำปองหลบหนีพวกของนายบุญส่งที่ต้องการจับตัวไปล่อให้นางพญานาคีออกมา แต่ ท้ายที่สุดจึงถูกพวกของเมืองอินทร์และนายบุญส่งจับตัวได้ พวกของเมืองอินทร์จับคำปองและทศพลเผาทั้งเป็นเพื่อล่อคำแก้วออกมา คำแก้วอดทนจนถึงที่สุดแต่ก็ไม่อาจยับยั้งคนใจทรามได้ คำปองไม่อาจทนเห็นสภาพคำแก้ว ที่ถูกชาวบ้านทำร้ายได้ จึงยอมปลิดชีวิตตนเอง เพื่อช่วยเหลือลูก ทศพลรอดชีวิต คำแก้วในร่างนางพญางูออกอาละวาดฆ่าคนทั้งหมดตายไป และกลายร่างเป็นงูตลอดอายุขัย ทศพลเสียใจร้องขอให้คำแก้วอยู่กับเขาไม่ว่าจะในสภาพใดก็ตาม แต่คำแก้วไม่อาจอยู่ร่วมกับเขาได้ หนีกลับขึ้นไปยังเทวาลัย ทั้งสองต้องพลัดพรากจากกันอีกครั้ง และจากกันด้วยน้ำตา พระธุดงค์ได้ชี้ทางสว่างให้แก่ทศพลโดยให้เขาบวชเป็นพระจนสิ้นอายุขัย
เลือดมังกร สิงห์
เลือดมังกร สิงห์
2558
ช่อง:ช่อง 3 เอชดี
เริ่มออกอากาศ:12 เมษายน 2558
เลือดมังกร สิงห์ (2558/2015) ทรงกลด ลูกชายคนเดียวของเจ้าสัวตง มหาเศรษฐีเจ้าของเซียงกงย่านเยาวราช ผู้มีพร้อมทุกสิ่งทุกอย่าง แต่สิ่งที่ขาดไปคือความรักและความอบอุ่นทางใจ ตงไล่เขากับวรดีผู้เป็นแม่ไปจากชีวิต ทรงกลดจึงไม่ลงรอยกับพ่อเท่าไรนัก เจ้าสัวตงแต่งงานอีกครั้งกับ เหมยลี่ หญิงสาวคราวลูกยิ่งทำให้เขากลายเป็นส่วนเกินของครอบครัวแต่แล้วหัวใจที่หยาบกระด้างของเขาก็กลับอ่อนละมุนลงเมื่อได้พบกับอาจู สาวน้อยที่ก้าวเข้ามาสมัครงานในตำแหน่งเลขานุการส่วนตัวที่ช่วยเติมเต็มสิ่งที่เขาขาดหายมาทั้งชีวิต ในเทศกาลสารทจีน ทรงกลดถูกลอบปองร้ายจากใครบางคนจนแทบเอาชีวิตไม่รอดที่โรงงิ้ว ทำให้อาจู ต้องพลอยรับชะตากรรมไปด้วย ถึงแม้ภายนอกของอาจูจะดูเป็นผู้หญิงเรียบร้อย แต่กลับฉลาดทันเกมเขาไปเสียทุกเรื่อง ทำให้ทรงกลดอดเอ็นดูเลขาสาวไม่ได้ ทรงกลดมืดแปดด้านไม่รู้ว่าใครที่เป็นหมาลอบกัดกล้าปองร้ายสิงห์หนุ่มอย่างเขาในช่วงที่เกิดเหตุชุลมุน อาอัน มือขวาของทรงกลดสืบข่าวจนรู้เบาะแสบางอย่างจากหยกมณี คนรักที่เป็นนักร้องในภัตตาคารฉั่วเทียนเหลาว่าคนที่ลอบทำร้ายทรงกลดอาจจะเป็นคนของแก๊งเต่ามังกร ของเสี่ยเคี้ยง ก็เป็นได้ ทรงกลดปักใจเชื่อเนื่องจากแก๊งเต่ามังกรคือแก๊งอันธพาลที่เก็บค่าคุ้มครองในย่านเยาวราชจนกระทั่งรุกล้ำเข้ามาในเขตของแก๊งเขี้ยวสิงห์ที่อยู่ภายใต้การปกครองของเจ้าสัวตงอยู่บ่อยครั้ง ด้วยความมุทะลุของสิงห์จึงพาอาอันกับสมุนบุกไปถึงถิ่นแก๊งเต่ามังกรอย่างไม่กลัวตายทันที ทรงกลดบุกเข้าไปเผชิญหน้ากับ เสี่ยเคี้ยง หัวหน้าแก๊งเต่ามังกรทันที ทรงกลดหาว่าเต่ามังกรเล่นไม่ซื่อ ส่งให้ อาอิก สมุนมือขวาวางแผนสกปรกลอบกัดทีเผลอ แต่เสี่ยเคี้ยงกลับยืนกรานปฏิเสธ ทรงกลดไม่ไว้ใจเสี่ยเคี้ยงตลอดมา ทรงกลดกับอาจูใกล้ชิดสนิทสนมในเวลาอันรวดเร็ว เขาอยากรู้จักอาจูจึงสะกดรอยตามไปที่บ้านของเธอ จนพบว่าอาจูอาศัยอยู่ห้องแถวไม้ซอมซ่อกับ เง็กผู้เป็นแม่ ย่าซิ่วเอ็ง และอาเว่ยน้องชาย โดยทำขนมถ้วยจีน ขายที่หน้าศาลเจ้า ส่วนพ่อตายตั้งแต่อาจูยังจำความไม่ได้ ทรงกลดรู้สึกเห็นใจและสงสารในชีวิตความเป็นอยู่ของอาจูที่ต้องทำงานหาเลี้ยงแม่และย่าและส่งเสียน้องชายให้เรียนมหาวิทยาลัย อาจูแนะนำทรงกลดให้แม่และย่ารู้จัก แต่แล้วเง็กก็ถึงกับหน้าถอดสีเมื่อรู้ว่าทรงกลดเป็นลูกชายของเจ้าสัวตง หัวหน้าแก๊งเขี้ยวสิงห์ ในขณะที่ซิ่วเอ็งตาวาวโรจน์ด้วยความยินดีที่การรอคอยเพื่อแก้แค้นให้อาเหลียง ลูกชายของนางเป็นเวลากว่า 20 ปีมาถึงแล้ว เง็กสั่งห้ามอาจูไม่ให้คบหากับทรงกลดเด็ดขาด จนถึงขั้นสั่งให้อาจูลาออกจากการเป็นเลขาส่วนตัวของทรงกลด เง็กยอมเล่าความจริงให้ฟังว่าไม่อยากให้อาจูคบหากับทรงกลดเพราะไม่ไว้ใจพวกนักเลง กลัวว่าทรงกลด จะพลอยทำให้อาจูเดือดร้อนไปด้วย อีกอย่างเจ้าสัวตงมีส่วนทำให้อาเหลียง ลูกชายของซิ่วเอ็งต้องผูกคอตาย ทรงกลดไปมาหาสู่อาจูเสมอ เขารักอาจูอย่างจริงใจ เพราะถึงแม้อาจูจะเป็นเพียงหญิงสาวตัวเล็ก ๆ แต่เธอก็เสี่ยวเป็นเสี่ยงตาย ร่วมกับทรงกลดมาหลายครั้ง ซิ่วเอ็งหาหนทางเข้าถึงตัวของตงได้ในที่สุด เพราะซิ่วเอ็ง เข้าใจว่า ตง พ่อของทรงกลด เป็นคนฆ่าเหลียง ลูกชายคนเดียวของซิ่วเอ็ง พ่อของเว่ย ซิ่วเอ็งวางยาในน้ำชา ให้ทรงกลดและอาจูดื่ม วันที่ทรงกลดมาหาอาจูที่บ้าน แล้วจับคนทั้งคู่ ขึ้นไปนอนอยู่เตียงเดียวกัน เมื่อเง็กกลับมาที่บ้าน เห็นสภาพของทรงกลดและอาจู ก็โกรธจัด เฆี่ยนตีอาจูไม่ยั้ง ซิ่วเอ็ง ไปพบตงที่บ้าน บอกให้ตงรับผิดชอบด้วยการ ให้ทรงกลดแต่งงานกับอาจู อันเริ่มสงสัย ว่ามีคนอยู่เบื้องหลัง ทำให้ทรงกลดพลอยคิดมากไปด้วย แต่ก็ยังไม่รู้ว่าเป็นแผนของใคร อาจูจับได้ว่าซิ่วเอ็ง เป็นคนวางยา ซิ่วเอ็งบังคับให้อาจูเข้าไปอยู่ที่บ้านทรงกลด ไม่เช่นนั้น เง็ก กับเว่ยจะเป็นอันตราย อาจูจึงจำใจยอมรับสภาพในที่สุด ไม่กล้าเล่าให้ใครฟัง งานแต่งของทรงกลดกับอาจู ถูกจัดขึ้นอย่างเงียบ ๆ ทรงกลด อัน มารับตัวอาจูที่บ้าน โดยมีเว่ย ตามไปส่งอาจูด้วย ระหว่างทาง อิก ลูกน้องของเคี้ยง มาจับตัวอาจูไป แล้วให้ทรงกลด ไปรับตัวอาจู ที่แก๊งเต่ามังกรของเคี้ยง เพราะเคี้ยงแค้นใจที่ทรงกลด ส่งคนไปบุกที่บ่อน และโรงฝิ่น ซึ่งทรงกลดเองไม่รู้เรื่องเลยว่า คนที่ให้ร้ายทรงกลด คือหมง และอิก ที่ร่วมมือกัน โดยมีเล้งบงการอยู่เบื้องหลัง เคี้ยงจึงเข้าใจทรงกลดผิดไป ทรงกลดยอมคุกเข่าขอขมาเคี้ยง ด้วยความแค้นใจ แต่ด้วยเพราะอยากช่วยอาจู แล้วทรงกลด ก็พาอาจูกลับบ้านไป เมื่อเง็กรู้ว่าเคี้ยงจับตัวอาจูไปก็แค้นใจจัด ตรงไปที่บ้านของเคี้ยง ตบตี ด่าว่า เคี้ยงสารพัด จนแทบไม่เหลือมาด หัวหน้าแก๊งเต่ามังการ เง็กเปิดเผยว่า อาจู คือลูกของเคี้ยงกับเง็ก ที่เง็กตั้งท้องตั้งแต่ยังสาว ตอนที่ยังอยู่กินกับเคี้ยง แล้วเง็กก็เลิกราไป เพราะรับสภาพของเคี้ยงไม่ได้ ที่ชอบเลือกเดินทางแบบนักเลง เคี้ยงทั้งดีใจ ทั้งตกใจ และเสียใจที่เป็นคนทำร้ายลูกสาวของตนเองกับมือ ที่สำคัญ เคี้ยงกลายเป็นพ่อตาของทรงกลดไปเสียแล้ว ตงทำพิธีต้อนรับอาจูที่บ้าน เคี้ยงระงับอารมณ์ไว้ไม่อยู่ จึงไปที่บ้านของตงพร้อมเง็ก และเปิดเผยต่อหน้า ตง ปอ อัน ทรงกลด เหมยลี่ หมง ว่าอาจูเป็นลูกสาวของตน ทุกคนช็อคไปตาม ๆ กัน อาจูรับไม่ได้ว่าเคี้ยงเป็นพ่อ ที่สร้างความร้ายกาจให้กับทรงกลดมากมาย ทรงกลดเองก็รับไม่ได้ ที่อาจูกลายเป็นลูกของเคี้ยง คืนนั้น อาจูต้องนอนอยู่ในห้องหอเพียงลำพัง เพราะทรงกลดทำใจยอมรับไม่ได้ รุ่งเช้า เธอจึงเก็บเสื้อผ้าออกจากบ้านตงทันที ทรงกลดทำอะไรไม่ถูก มีเพียงอันที่คอยเตือนสติ ให้ทรงกลด รีบคิด รีบแก้ไขเหตุการณ์แต่โดยเร็ว ก่อนที่จะไม่ได้เห็นหน้าอาจูอีก ทรงกลดไปถึงบ้านอาจู ก่อนที่อาจูจะกลับมาพบเง็ก เขามานั่งรออาจู พร้อมทั้งขนข้าวของให้ซิ่วเอ็ง เง็ก และเว่ย ย้ายไปอยู่ที่บ้านตงด้วยกัน แรกทีเดียวอาจูไม่ยอม แต่สุดท้าย ทั้งซิ่วเอ็ง และเง้ก ก็เกลี้ยกล่อมให้อาจู ทำหน้าที่ภรรยาให้ดีที่สุด อาจู เลยต้องจำยอม ตงเห็นความตั้งใจของทรงกลด เรื่องการนำเข้ารถยนต์ จึงอนุมัติให้ทรงกลด ได้ทำงานในโครงการนี้ ซ้ำยังช่วยไปพูดให้อาจู ยอมเข้าหอกับตงในที่สุด ซิ่วเอ็ง เง็ก เว่ย เข้าไปช่วยงานในครัว ตามที่เหมยลี่สั่ง ถึงแม้ตงจะไม่พอใจ เพราะครอบครัวของอาจู ไม่ได้อยู่ในฐานะคนอาศัย แต่อยู่ในฐานะ ครอบครัวของสะใภ้แก๊งเขี้ยวสิงห์ แต่ซิ่วเอ็งกลับตอบรับอย่างยินดี เพราะตั้งใจ จะต้มสมุนไพร ใส่ยาพิษให้ตงกินอยู่แล้ว เง็กเอง ก็ไม่กล้ามองหน้าตงเท่าใดนัก เพราะในอดีต พ่อของเว่ยเคยทำงานกับตง แต่ตงจำเง็กไม่ได้ ทรงกลด กับอัน จับได้ว่า หมงกับเหมยลี่ มีความสัมพันธ์กัน ทรงกลดตัดสินใจบอกความจริงกับตง แต่ตงไม่เชื่อ ทำให้ทรงกลดเสียใจมาก เหมยลี่เบื่อที่จะต้องเป็นเมียเก็บของหมง จึงยุให้หมงฆ่าตง หมงจะได้ขึ้นตำแหน่งหัวหน้าแก๊งแทน เพราะหมงเองก็รู้ดีว่า การที่ตงจะมอบตำแหน่งหัวหน้าแก๊งให้ตนเอง เพียงเพราะต้องการให้หมง เป็นเกราะกันกระสุนให้กับทรงกลด ตงไม่ต้องการให้ทรงกลด มีอันตราย จากศรัตรูรอบด้านนั่นเอง เคี้ยงพยายามงอนง้อเง็กทุกวิถีทาง แต่เง็กไม่มีทีท่าว่าจะใจอ่อน เว่ยกับทรงกลด เลยวางแผนลองใจเคี้ยง โดยให้เคี้ยงไปช่วยเง็กหาบขนมขาย เคี้ยงก็ยอมทุกอย่าง กลายเป็นว่า เคี้ยงกับทรงกลด ญาติดีกันโดยปริยาย แต่เง้กก็ยังยื่นคำขาดอีกว่า หากเคี้ยงยังไม่เลิกเปิดบ่อน และโรงฝิ่น เง็กก็จะไม่ยอมฝากชีวิตไว้กับเคี้ยงอีกต่อไป ทำให้เคี้ยงคิดหนักมาก อิกเห็นภาพที่เคี้ยงกลายเป็นพ่อค้าขายขนมแล้วทำใจไม่ได้ ตัดสินใจขอไปอยู่กับเล้ง เล้งเลยสั่งให้อิกฆ่าเคี้ยง แล้วยังบอกให้หมง ฆ่าตงและทรงกลดอีกด้วย เมื่อหมงและอิก ได้ขึ้นเป็นหัวหน้าแก๊ง เล้งจะได้มีคะแนนเสียงเพิ่มอีกสองคะแนนในการสนับสนุน ให้เล้งเป็นหัวหน้าแก๊งทั้งหลายอีกที อิกไปเที่ยวที่ฉั่วเทียนเหลา แถมยังตามไปส่งหยกมณีถึงที่บ้าน อันหึงหยกมณีจนเห็นได้ชัด หยกมณีบอกว่าตนเองจะไปร้องเพลงที่ฮ่องกง อันไม่คัดค้าน เพราะเห็นว่าเป็นอนาคตของหยกมณี ยิ่งทำให้หยกมณีเสียใจที่อันไม่รั้งตนเองไว้ แต่สุดท้ายทรงกลด ก็พูดเตือนสติ ให้อันเห็นแก่ความรักที่หยกมณี มีต่ออัน จนสุดท้าย อันก็ตามมาง้อขอคืนดีกับหยกมณีได้ในที่สุด ทรงกลด มาตงไปหาหมอ จึงรู้ว่าตงโดนยาพิษ มุ่ยบอกว่า เห็นเหมยลี่ เอายาพิษใส่ไปในอาหารให้ตงกิน เหมยลี่ ถูกอัน และทรงกลดจับตัวไปขัง ซิ่วเอ็ง กับหมง กลัวเหมยลี่ ซัดทอดมาถึงตน ซิ่วเอ็งจึงเอายากล่อมประสาทให้เหมยลี่กิน และสั่งให้ฆ่าตัวตายในที่สุด ส่วนมุ่ย ก็รู้ความจริงเรื่อที่หมง ร่วมมือกับซิ่วเอ็ง จะฆ่าตง ซิ่วเอ็ง เลยฆ่ามุ่ย ตายตามไปอีกคนหนึ่ง ตงฟื้นขึ้นมา ได้รับรู้ทุกสิ่ง เขาทำใจยอมรับ เรื่องที่เหมยลี่ เป็นชู้กับหมง หมงกลัวความผิด จึงขอให้ซิ่วเอ็ง รีบกำจัดตงอีกครั้ง ตง ตั้งใจ จะให้ทรงกลดเป็นหัวหน้าแก๊งเขี้ยวสิงห์ จึงบอกกับปอ แต่ซิ่วเอ็ง วางยาตง จนตงกลายเป็นอัมพาต พูดไม่ได้ ไปเสียก่อน เคี้ยงยังคงแวะเวียนมาหาเง็กอยู่เสมอ เขาขอเวลาอีกนิด เพื่อที่จะเลิกทำธุรกิจผิดกฎหมาย แต่มากกว่านั้น เคี้ยงต้องการให้อาจูเรียกว่าป๊า เขารู้สึกภูมิใจมากที่มีลูกสาวที่เพียบพร้อมอย่างอาจู แต่อาจู ยังไม่มีทีท่าใจอ่อนลงเลย ทำให้เง็ก เริ่มสงสาร เห็นใจเคี้ยงมากขึ้น หยกมณี มาบอกอันด้วยความดีใจ ว่าได้ฤกษ์แต่งงานแล้ว อีก 3 เดือนข้างหน้า อันบอกว่า เมื่อทรงกลดได้เป็นหัวหน้าแก๊งเขี้ยวสิงห์เมื่อไหร่ อันเอง ก็จะมีลูกน้อง มาช่วยดูแลทรงกลด ทำให้มีโอกาสได้อยู่กับหยกมณีมากขึ้น หยกมณียิ้มปลื้มด้วยความดีใจ ที่บ้านทรงกลด ปอประกาศให้ทุกคนรู้ว่า ทรงกลดจะเป็นหัวหน้าแก๊งเขี้ยวสิงห์ จนกว่าตง จะหายจากอาการป่วย หมงไม่ยอม แค้นใจจัด จึงจับอาจูเป็นตัวประกัน หมงจะฆ่าอาจู อาจูหนี ทรงกลดยิงหมง แล้วหมงก็รีบหนี ไปขออาศัยอยู่กับเล้งในที่สุด ทรงกลดรู้สึกผิดที่ทำให้อาจูเจ็บตัวอีกครั้ง ซิ่วเอ็งไม่ได้ยินดียินร้ายเลย เรื่องที่อาจูต้องเจ็บตัวเพราะหมง กลับขู่ตงอีกว่า ไม่มีวันกลับไปเป็นปกติเหมือนเดิมได้ ตงรู้แล้วว่า ซิ่วเอ็งเป็นคนร้าย แต่ไม่สามารถบอกใครได้ วันเลือกตั้งนายกสมาคมเลือดมังกรคนใหม่แทนสุง ที่เสียชีวิตไป ทั้งภรพ ธราม คณิน หงส์ มาเป็นกำลังใจให้กับทรงกลดอย่างพร้อมหน้า ส่วนเล้งก็ขู่ให้เคี้ยงเลือกตนเองเป็นหัวหน้า ดั่งคำที่เคี้ยงเคยให้สัญญากับเล้งไว้ ไม่เช่นนั้น เคี้ยงอาจจะเดือดร้อน การเลือกตั้ง เป็นไปอย่างสูสี เล้งเรียกคะแนนด้วยการยอมสละเสียงของตนเองหนึ่งเสียง ไม่ยอมลงคะแนน ซึ่งสุดท้าย เคี้ยงจำใจต้องเลือกเล้ง ดังคำสัญญา เลยทำให้คะแนนของทรงกลด และเล้ง เท่ากันอยู่ 9 ต่อ 9 ทรงกลดตัวสินใจ ลงคะแนนให้ตนเอง จนทำให้ทรงกลดได้เป็นหัวหน้าแก๊งเลือดมังกรในที่สุด เล้งจับมือแสดงความยินดีกับทรงกลด ด้วยใจที่เจ็บแค้น ทรงกลดแถลงนโยบาย จะทำถิ่นมังกรสีขาว เลิกโรงน้ำชา โรงฝิ่น ฝ่ายเล้งไม่เห็นด้วย เล้งจึงท้าทรงกลด ว่าถ้าหากหนึ่งเดือนนับจากนี้ ทรงกลดทำไม่สำเร็จ เล้งจะเป็นฝ่ายยึดตำแหน่งหัวหน้าแก๊งเลือดมังกรจากทรงกลดกับมือ ทรงกลดขอแรงสนับสนุนจากเคี้ยง เพราะรู้ดีว่า หากเคี้ยงเปลี่ยนใจ มาอยู่ฝ่ายทรงกลด จะมีผู้นำ พวกพ้องของเคี้ยงอีกหลายคน ที่เห็นด้วยกับทรงกลด เคี้ยงยังไม่รับปากในทันที เขาบอกกับทรงกลด ว่าหากทรงกลด ทำให้อาจู เรียกเคี้ยงว่าอาป๊า เมื่อไหร่ จะยอมช่วย ทรงกลด เล้งแค้นใจทรงกลดมาก สั่งให้อิกกับหมง ฆ่าทรงกลด ธาม คณิน และหงส์ให้ได้ อาจูและทรงกลด พบจดหมายของตง และวรดี แม่ของทรงกลด เขียนติดต่อกัน ทำให้ทรงกลดรู้ว่า สาเหตุที่ตงส่งทรงกลดกับแม่ไปอยู่อเมริกา ก็เพื่อความปลอดภัย ทรงกลดรู้สึกผิดต่อพ่อ ถึงขนาดไปคุกเข่าขอโทษตง อาจูดีใจที่พ่อลูกปรับความเข้าใจกันได้ ทรงกลดเริ่มรู้ตัวว่า โชคชะตาของตนเองเริ่มเหมือนกับต่อ ที่จะต้องเสียสละเพื่อคนรัก เพราะเขาเอง เริ่มรู้แล้วว่า การต่อสู้กับเล้ง กำลังจะเริ่มขึ้น และคนที่น่าเป็นห่วงที่สุด ก็คืออาจู ทรงกลด ธาม คณิน หงส์ นัดเจอกันที่ฉั่วเทียนเหลา เพื่อหาทางพูดจาโน้มน้าว ให้สมาชิกเลือดมังกร เห็นด้วยกับนโยบายของทรงกลด แต่เล้ง สั่งให้อิกและหมง มากำจัดทรงกลด และ ธาม คณิน หงส์ จึงเกิดการยิงปะทะกัน ทุกคนแยกย้ายกันไป ทรงกลด ฝ่าดงกระสุนออกมาได้ อาจูตามมาด้วยความเป็นห่วง อันจึงยิงต่อสู้ เพื่อปกป้องอาจู สุดท้ายทรงกลด วิ่งออกมาเจอกับอาจู อันตามไปยิงสกัดอิก จนอิกหนีรอดไปได้ หมงจะยิงทรงกลด พอดีอาจูเห็นเข้าเสียก่อน อาจูจึงโชคร้าย ถูกหมงยิงบาดเจ็บ ทรงกลดแค้นหมงมาก จะตามหมงไป แต่ก็เป็นห่วงอาจู เลยต้องพาอาจูไปรักษาที่โรงพยาบาลก่อน ทั้งเง็ก เคี้ยง ต่างก็โกรธจัดที่ทรงกลดทำให้อาจูต้องเจ็บตัว ถึงแม้อาจู จะบอกว่าไม่ใช่ความผิดของทรงกลดก็ตาม ทรงกลดตัดสินใจในที่สุด เพื่อทำให้อาจูปลอดภัย จากคนร้าย เขาพาตัวอาจู เง็ก ให้ไปอยู่ที่บ้านเคี้ยง เง็กเข้าใจถึงเจตนาของทรงกลดเอง ว่าต้องการปกป้องอาจู แต่อาจูกลับเข้าใจผิด คิดว่าทรงกลดไม่รักตนแล้ว จึงทอดทิ้งตน และลูกในท้อง ทำให้ทรงกลดเองก็เสียใจมาก เพราะไม่รู้ด้วยว่า อาจู มีลูกติดท้องไปด้วย เว่ย ต้องอยู่กับซิ่วเอ็งที่บ้านของตงต่อไป เพราะซิ่วเอ็งไม่ยอมไหนจนกว่า จะฆ่าตงได้ ยิ่งเมื่อรู้ว่าอาจูท้อง ตงมีผู้สืบสกุล ยิ่งทำให้ซิ่วเอ็งแค้นใจหนัก ซิ่วเอ็งสารภาพว่าเธอคือแม่ของเหลียง ถึงแม้ตงจะพยายามบอกว่า เขาไม่ได้โกงเหลียง ดั่งที่เหลียงบอกแก่ซิ่วเอ็ง ก่อนผูกคอตาย แต่ซิ่วเอ็งตอนนี้ ก็กลายเป็นคนที่คุ้มคลั่งจนน่ากลัวไปแล้ว ซิ่วเอ็งพาเว่ยออกไปจากบ้าน แล้วเขียนจดหมายถึงทรงกลด ทำทีว่าหมงจับตัวเว่ยกับตนเองไป ทำให้ทรงกลดร้อนใจจะออกตามหาเว่ย และไปเล่าเรื่องราวทุกอย่างให้เคี้ยง เง็ก อาจู ได้รับรู้ หมงไปจับตัวตงถึงที่ในบ้าน ทรงกลดบุกไปช่วยซิ่วเอ็งและเว่ย ที่โกดังร้าง เขาโดนอิกกับหมง เล่นงานจนแทบสู้ไม่ได้ พอดีอันมาช่วย เลยทำให้ทรงกลดรอดมาได้อย่างหวุดหวิด แต่เขาแทบช็อค เมื่อเห็นซิ่วเอ็งกำลังจะฆ่าตงผู้เป็นพ่อ ทำให้ทรงกลดรู้ว่า แท้ที่จริงแล้ว ซิ่วเอ็งกับหมง ร่วมมือกันจะฆ่าคนในครอบครัวของเขานั่นเอง อาจูเอง ก็ตามมาด้วย เพราะสงสัย ว่าซิ่วเอ็งจะรู้เห็นเป็นใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น แล้วก็เป็นดังคาด ซิ่วเอ็ง กำลังจะฆ่าทรงกลด เคี้ยงก็ปรากฏตัวขึ้น บอกกับซิ่วเอ็ง ว่า เหลียงติดการพนันจนหมดตัว เลยเอาร้านมาขายให้ตง แล้วเอาเงินตงไป โดยเคี้ยงเป็นพยานให้ ซิ่วเอ็งรู้ความจริงเริ่มคุ้มคลั่ง หมงจะยิงทรงกลด อาจูยิงไว้ได้ก่อน แล้วก็การเกิดต่อสู้กันขึ้น หมงจะยิงทรงกลด อันเห็นก่อน เอาตัวเข้าขวาง ทรงกลดแค้น ยิงหมงตาย แต่อันก็ถูกหมงยิงเช่นเดียวกัน อันฝากให้ทรงกลด เอาสร้อยคอแก๊งเขี้ยวสิงห์ไปให้หยก ทรงกลดรับฝากทั้งน้ำตา อันบอก ว่าเขาได้ทำหน้าที่ปกป้องทรงกลด อย่างสมบูรณ์แล้ว แล้วอันก็หมดลมหายใจ ในอ้อมกอดทรงกลด ทั้งเคี้ยง เง็ก อาจู ปอ ตง ต่างเศร้าไปตาม ๆ กัน อาจูสงสารทรงกลดอย่างจับหัวใจ ซิ่วเอ็ง ทำใจไม่ได้ ที่เป็นต้นเหตุ อยากร่ำรวย จนทำให้อาเหลียง ต้องหาเงินแบบผิด ๆ จนสุดท้ายต้องฆ่าตัวตาย ซิ่วเอ็งเลยตัดสินใจ ฆ่าตัวตายในที่สุด ทั้งเง็ก อาจู เว่ย เวทนาซิ่วเอ็งเป็นอย่างมาก หยกมณีเสียใจที่สุด ที่อันจากไป ทรงกลดเองก็รู้สึกผิด ที่ไม่อาจทำให้อัน ได้แต่งงานกับหยกมณี แต่ถึงแม้หยกมณีจะเสียใจ ที่ไม่อาจได้ร่วมชีวิตกับอัน แต่เธอก็ยืนหยัด ใช้ชีวิตเพียงลำพัง โดยมีอันอยู่ในใจเสมอ ตงเริ่มมีอาการดีขึ้น จนสามารถเดินได้ดังเดิม ตงบอกให้ทรงกลด ไปพาอาจูกลับมาเป็นนายหญิงแห่งแก๊งเขี้ยวสิงห์ให้ได้ อาจูยอมเรียกเคี้ยงว่า ป๊า ในที่สุด ทำให้เคี้ยงดีใจมาก ส่วนทรงกลด ก็ไปง้ออาจู จนอาจูใจอ่อน ยอมกลับมาอยู่ที่บ้านทรงกลด ทั้งเคี้ยง เง็ก เว่ย ตง ปอ ต่างดีใจที่อาจูกำลังตั้งท้อง โดยเฉพาะทรงกลด เขาให้คำมั่น จะดูแล ปกป้องอาจู และทุกคนในครอบครัว ให้มีความสุขตลอดไป ชื่อไทย : เลือดมังกร สิงห์ ชื่ออังกฤษ : - ละครช่อง : ช่อง 3 ผลิตโดย : บทประพันธ์ : ลิซบทโทรทัศน์ : พิมพ์ธนา กำกับการแสดง : บัณฑิต ทองดี แสดงนำ : เจษฎาภรณ์ ผลดี, นิษฐา จิรยั่งยืน ออกอากาศ : 13 เมษายน 2558 - 12 พฤษภาคม 2558 วันออกอากาศ : จันทร์ - อังคาร เวลาออกอากาศ : 20.15 - 22.45 น. จำนวนตอน : - ความยาวตอน : - เรทละคร : -
รอยไหม
รอยไหม
2554
ช่อง:ช่อง 3 เอชดี
เริ่มออกอากาศ:4 กันยายน 2554
รอยไหม (2554/2011) เรริน (ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ) เห็นธาตุแท้ของ ธนินทร์(เจสัน ยัง) คู่หมั้นที่หมั้นกันเอาไว้หลายปีแล้วด้วยการจัดการของผู้ใหญ่ เพราะธนินทร์แอบขายผ้าทอผลงานของเธอโดยไม่บอกกล่าว เรรินโกรธมาก เดินทางขึ้นเชียงใหม่ทันที เธอต้องการสงบสติอารมณ์ ที่เชียงใหม่เรรินแวะเวียนไปตามหมู่บ้านต่าง ๆ เพื่อชมการทอผ้า และที่แม่แจ่ม เธอได้พบ สุริยวงศ์ (อธิชาติ ชุมนานนท์) และได้ อาศัยรถของเขากลับเข้าเมืองด้วย เรรินได้ที่พักเป็นรีสอร์ตแห่งหนึ่ง ซึ่งเจ้าของที่อัธยาศัยดีในคืนแรกที่พักเธอได้ยินเสียงเรียกชื่อตน เธอจึงลุกออกมาและได้พบชายคนหนึ่ง เขาพูดคุยกับเธอเหมือนรู้จักคุ้นเคยมานาน เขาแสดงความยินดีที่เธอกลับมาแล้ว สร้างความงงงวยให้เรรินเป็นอย่างมาก เรรินพบว่าสุริยวงศ์เป็นน้องชายวันดารา(อรอนงค์ ปัญญาวงศ์)เจ้าของรีสอร์ตเขาตกหลุมรักเธอตั้งแต่แรกพบ และเมื่อรู้ว่าเรรินสนใจงานผ้าโบราณ เขาจึงอาสาพาเรรินไปพบ บัวเงิน(พิสมัย วิไลศักดิ์) ย่าของเขา เพราะบัวเงินครอบครองผ้าโบราณล้านนามากมาย นาทีแรกที่บัวเงินได้เห็นหน้าของเรริน ทุกอย่างกลับตาลปัตร บัวเงินไล่ตะเพิดและด่าทอเรริน รวมถึงแสดงความเกลียดชัง สร้างความงุนงงให้กับเรรินและสุริยวงศ์ บัวเงินรู้ดีว่ามณีรินกลับมาแล้ว เพื่อทวงแค้นของเธอ เรรินได้แวะเข้าชมพิพิธภัณฑ์ผ้า และในบรรดาผ้าตระกูลล้านนา เธอรู้สึกผูกพันกับผ้ากลุ่มไทเขินจากเชียงตุงเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะผ้าซึ่งเจ้าของเดิมคือ เจ้านางมณีริน(ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ) รวมถึงประวัติเรื่องเล่าชีวิตของเจ้านางมณีรินได้ดึงดูดความสนใจของเรรินเป็นอย่างมากจนเธออยากรู้จัก เจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์เมื่อรู้ว่าเรรินสนใจผ้าโบราณ จึงพาเธอเข้าไปชมผ้าผืนหนึ่งที่ยังทอไม่เสร็จและทันทีที่เรรินได้เห็นผ้าผืนนั้น เธอเหมือนตกอยู่ในภวังค์เธอเข้าไปนั่งลงและเริ่มทอผ้าผืนนั้นต่อทันที ช่วงเวลาที่เธอได้อยู่กับการทอผ้า และการได้พบชายแปลกหน้ายามวิกาล ทำให้เธอเหมือนได้หลุดไปสู่อีกมิติหนึ่งและได้รู้จักเจ้านางมณีริน เจ้านางมณีริน เป็นเจ้าหญิงจากแคว้นเชียงตุงที่ถูกส่งตัวมาเชียงใหม่ เพื่อเข้าพิธีแต่งงานกับเจ้าศิริวัฒนา(ชาตโยดม หิรัณยัษฐิติ) ทั้งที่เธอไม่ได้รู้สึกรักเขาเลย เจ้านางมณีรินหนีออกจากคุ้มเจ้าหลวงไปเที่ยวตลาด โดยมีนางคำเที่ยง(สะแกวัลย์ ยงใจยุทธ) พี่เลี้ยงคนสนิทติดตามไปด้วย ที่ตลาด มณีรินได้รู้จัก เจ้าศิริวงศ์ (อธิชาติ ชุมนานนท์)และมิตรภาพเบ่งบานเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ต่างรู้ใจกันและกันจนก่อเกิดเป็นความรัก เมื่อต่างฝ่ายต่างรู้ความจริงเรื่องสถานะของกันและกัน ความรักของคนทั้งคู่จึงกลายเป็นรักต้องห้าม บัวเงินหม่อมของเจ้าศิริวัฒนา เมื่อรู้ว่ามณีรินเดินทางมาเพื่อแต่งงานกับศิริวัฒนา จึงคุมแค้นและต้องการกำจัดมณีรินให้พ้นทาง แล้วโชคเข้าข้างบัวเงินเมื่อ เจ้าหลวง (เผ่าทอง ทองเจือ) และ พระชายา(ชลิดา เถาว์ชาลี ตันติพิภพ) ไว้วางใจให้บัวเงินเป็นพี่เลี้ยงคอยดูแลมณีริน มณีรินชอบทอผ้า พระชายาจึงมอบหมายให้บัวเงินเป็นครูสอนมณีริน บัวเงินเหยียบย่ำ ถากถางมณีริน ต่าง ๆ นานา แต่ฝีมือมณีรินยิ่งดีวันดีคืน ผลงานผ้าทอของมณีรินเป็นที่ปลาบปลื้มชื่นจิตพระชายาเป็นนักหนา และท่าทางศิริวัฒนาจะรักมณีรินมากขึ้นทุกวัน แต่โอกาสก็เข้าข้างบัวเงินเสมอ ครั้งหนึ่งบัวเงินจงใจผลักมณีรินตกน้ำ โดยตั้งใจจะให้เสียหน้า เฉย ๆ แต่มณีรินกลับจมน้ำเพราะว่ายน้ำไม่เป็น ศิริวงศ์มาช่วยไว้ได้ทันเวลา ยิ่งทำให้ความผูกพันระหว่างมณีรินและศิริวงศ์กระชับแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ในงานถวายผ้าห่มพระธาตุ เจ้าหลวงและพระชายาสั่งให้มณีรินและบัวเงินแข่งขันกับทอผ้า บัวเงินใช้กลโกงในการทอ ทำให้มณีรินไม่มีฝ้ายในการทอผ้า แต่ในนาทีสุดท้ายนั้นเองศิริวงศ์ ซึ่งล่วงรู้แผนการของบัวเงิน ก็ขนฝ้ายจำนวนมากมาให้มณีริน ผลการแข่งขันได้หักหน้าบัวเงินอย่างแรง เพราะมณีรินเป็นฝ่ายถูกตัดสินให้เป็นฝ่ายชนะด้วยฝีมือปักผ้าแบบเชียงตุงเพิ่มเข้าไป บัวเงินสะสมความแค้นต่อมณีริน และยิ่งรู่สึกว่าเจ้าหลวงลำเอียงเอ็นดูมณีรินมากกว่า อีเม้ย(ชุดาภา จันทเขตต์) ขี้ข้าคนสนิทของบัวเงิน ออกความคิดช่วยกำจัดมณีรินโดยใส่งูเห่าไว้ในกระชุดอกไม้ หวังให้งูกัดมณีริน แต่คนที่รับเคราะห์ถูกงูกัดคือศิริวงศ์ มณีรินดูดพิษงูจากแขนศิริวงศ์ โดยไม่กลัวความตาย ทั้งคู่รักกันมากขึ้น และอีเม้ยเริ่มสงสัยความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ อีเม้ยถูกจับเฆี่ยนเพราะถูกจับได้ว่าเป็นผู้ต้องสงสัย แต่มณีรินขอชีวิตอีเม้ยไว้ไม่ถือโทษเพราะถือว่าไม่มีหลักฐาน ศิริวัฒนา สนใจในตัวบัวเงินน้อยลงทุกที อีเม้ยออกความคิดทำเสน่ห์ยาแฝด ซึ่งเป็นเรื่องผิดอาญาแผ่นดิน ศิริวัฒนาล้มป่วยเพราะโดนของ ศิริวงศ์และมณีรินล่วงรู้แผนการของบัวเงิน และกำจัดมนต์ดำนั้นได้ เจ้าหลวงไม่ค่อยสบาย แต่อาการดีขึ้นด้วยอาหารที่มณีรินจัดขึ้นถวาย เจ้าหลวงจึงมอบหมายให้มณีรินดูแลเรื่องอาหารตลอดไป บัวเงินคุมแค้นและใช้โอกาสนี้ ยอกย้อนมณีริน โดยใส่ยาพิษในอาหาร หวังจะฆ่าเจ้าหลวง และกำจัดมณีรินไปพร้อม ๆ กัน อีเม้ยยอมเป็นฝ่ายรับเคราะห์แทนบัวเงิน โทษฐานวางยาเจ้าหลวง อีเม้ยฆ่าตัวตาย โดยสั่งเสียบัวเงินไว้ว่าวิญญาณของตนจะอยู่รับใช้บัวเงินตลอดไป บัวเงินล่วงรู้ความสัมพันธ์อันลึกซึ้งของมณีรินกับศิริวงศ์เพราะผีอีเม้ย บัวเงินแฉเรื่องเลวร้ายนี้ หวังให้ศิริวัฒนากำจัดมณีริน ศิริวัฒนาโกรธจัดแต่เมื่อทั้งมณีรินและศิริวงศ์ ยอมรับความจริง และให้ขอศิริวัฒนา เห็นใจในความรักแท้ ศิริวัฒนาก็อ่อนลง วันสงกรานต์ ศิริวงศ์นัดพบมณีริน ผีอีเม้ยเข้าสิงครอบงำศิริวัฒนา ตามไปและพลั้งมือฆ่าศิริวงศ์ มณีรินเสียใจอย่างหนัก ต้องการตายตามชายที่รัก ศิริวัฒนารู้สึกผิดที่พลั้งมือฆ่าน้องชาย แต่ต้องการไถ่โทษด้วยการแต่งงานและดูแลมณีรินอย่างดีที่สุด ศิริวัฒนาออกคำสั่งให้มณีรินทอผ้าตุ๊มเพื่อให้ใช้ในพิธีแต่งงาน มณีรินมิได้ขัดขืน ตั้งใจทอผ้าตุ๊มให้เสร็จโดยหวังจะใช้ผ้าผืนนี้ผูกคอตายตามศิริวงศ์ บัวเงินขัดขวางมณีริน กรอกยาพิษจนมณีรินขาดใจตายคากี่ทอผ้า ศิริวงศ์ตรอมใจและตายตามในที่สุด บัวเงินเหมือนอยู่ในนรกตลอดเวลาเจ็ดสิบปี เมื่อมณีรินกลับมาเกิดใหม่ในฐานะเรริน บัวเงินจึงยังคุ้มแค้น บัวเงินและผีอีเม้ยขัดขวางเรรินทุกวิถีทางไม่ให้เรรินทอผ้าผืนนั้นเสร็จ แต่ด้วยความช่วยเหลือของทั้งศิริวัฒนาและศิริวงศ์ เรรินก็ทอผ้าผืนนั้นเสร็จสมบูรณ์จนได้ บัวเงินสั่งผีอีเม้ย เข้าสิงธนินทร์เพื่อจับตัวเรรินไปฆ่า เหตุการณ์จะเป็นอย่างไรต่อไป ติดตามได้ใน ...รอยไหม ชื่อไทย : รอยไหม ชื่ออังกฤษ : - ละครช่อง : ช่อง 3 ผลิตโดย : บทประพันธ์ : พงศกรบทโทรทัศน์ : ยิ่งยศ ปัญญา กำกับการแสดง : พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง แสดงนำ : อธิชาติ ชุมนานนท์, ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ ออกอากาศ : 5 กันยายน 2554 - 24 ตุลาคม 2554 วันออกอากาศ : จันทร์ - อังคาร เวลาออกอากาศ : 20.30 - 22.45 น. จำนวนตอน : - ความยาวตอน : - เรทละคร : -
เมื่อดอกรักบาน
เมื่อดอกรักบาน

Meuh Dok Rak Ban

2550
ช่อง:ช่อง 3 เอชดี
เริ่มออกอากาศ:23 กรกฎาคม 2550
ย้อนเวลาไปเกือบ 50 ปี ท่ามกลางบรรยากาศสวยงามของเมืองเชียงใหม่ กานท์ นักศึกษาหนุ่มหล่อจากบางกอก ไปเรียนที่เชียงใหม่ ได้ตกหลุมรัก สายไหม ทันทีที่ได้เห็นในงานวันสงกรานต์ จึงให้เพื่อนรักร่วมสถาบัน ตะวัน ช่วยค้นหาจนเจอและให้ช่วยชวน สายไหม ไปเที่ยวงานเลี้ยง แต่ สายบัว แม่ของ สายไหม ไม่อนุญาต เพราะจะให้ สายไหม เข้าพิธีหมั้นกับ ชาย โดยที่ สายไหม ไม่รู้มาก่อน หญิงสาวปฏิเสธเพราะไม่ได้รัก ชาย แม่สายบัว เลยเข้าใจผิดว่า สายไหม ชอบอยู่กับ ตะวัน ตะวัน รับปากช่วย กานท์ เรื่อง สายไหม โดยมีข้อแม้ว่า กานท์ ต้องบอกความในใจของ ตะวัน หลงรัก เคลีย สาวที่มาติดพัน กานท์ ให้รู้ เคลีย ช้ำรักจาก กานท์ เลยบอกให้ กานท์ รู้ว่า สายไหม เคยแต่งงานแล้ว แต่ชายหนุ่มไม่สนใจ ยิ่งทำให้ เคลีย เสียใจวิ่งร้องไห้ โดยมี ตะวัน วิ่งตามไป ระหว่างทางฝนตกทั้งคู่ไปหลบที่กระท่อมทำให้ เคลีย ตกเป็นของ ตะวัน ติดตามต่อได้ใน เมื่อดอกรักบาน
12 ราศี
12 ราศี
2546
ช่อง:ช่อง 3 เอชดี
12 ราศี (2546/2003) เจ๋ง ตำรวจหนุ่มนิสัยมุทะลุ เลือดร้อน จนได้รับฉายาว่า ไอ้หมาบ้า?มี หมวดลาก เพื่อนรุ่นพี่และ ไตรภพ หัวหน้าของเจ๋งคอยปราบเจ๋ง ด้วยความเลือดร้อนของเจ๋ง แม้ว่างานจะเสร็จลงได้แต่เจ๋งก็ต้องโดนไตรภพต่อว่า เพราะความเสียหายที่เกิดขึ้น จึงโดนพักงาน และโดนย้ายไปหน่วยอบรมอาสาสมัคร เจ๋ง เคยมีคนรักเป็นหมอชันสูตรศพ คือ หมอดา แต่เพราะความห่วงของหมอดาที่มีต่อเจ๋ง หมอดาจึงขอให้เจ๋งลาออกจากการเป็นตำรวจ เจ๋งไม่ยอมลาออก ทั้งคู่จึงเหลือไว้เพียงความเป็นเพื่อนกัน โดยมี หมออี๊ด ซึ่งเป็นเพื่อนของทั้งคู่คอยประสานความสัมพันธ์ไว้ วันหนึ่งไตรภพแนะนำให้เจ๋งรู้จักกับ บราลี ลูกสาว องอาจ นักธุรกิจที่ร่ำรวย โดยบอกว่าจะมาเป็นคู่หูของเจ๊ง บราลีมีความหลังอยู่คือ เธอจะนึกถึงหญิงชายคู่หนึ่งที่เคยถ่ายรูปกับเธอและพ่อ และภาพของคนทั้งคู่นอนตายอยู่บนเตียง ดังนั้นเธอจึงอยากเป็นตำรวจ แม้ว่าพ่อบุญธรรมของเธอจะไม่เห็นด้วย แต่ก็ทนเสียงรบเร้าของลูกสาวไม่ได้ จึงพาบราสีมาฝากกับไตรภพ ไตรภพจึงส่งบราลีให้เป็นคู่หูของเจ๋ง เจ๋งต่อต้านการมีคู่หู เพราะเพื่อนรักของเจ๋งที่เป็นคู่หูในการทำงาน ถูกยิงตายไปต่อหน้าในการไปล่อซื้อยาเสพติด ภาพนี้ฝังใจเจ๋งมาตลอด ส่วนบราลีเมื่อเจอเจ๋งก็ต่อต้าน พร้อมที่จะงัดข้อกับเจ๋ง ทั้งคู่ร่วมกันทำงานแบบคู่หูคู่กัด จนวันหนึ่งเจ๋งถูกพ่อค้ายาจ้างมือปืนมายิง ขณะตามไปช่วยบราลีได้ทัน แต่เจ๋งได้รับบาดเจ็บ เขาจึงปฏิเสธการร่วมงานกับบราลีทันที ชื่อไทย : 12 ราศี ชื่ออังกฤษ : 12 Rasee ละครช่อง : ช่อง 3 ผลิตโดย : บริษัท แอค-อาร์ต เจเนเรชั่น จำกัด บทประพันธ์ : เอกนรีบทโทรทัศน์ : ปณธี ศุภศักดิ์สุทัศน์ กำกับการแสดง : พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง แสดงนำ : แอนดริว เกร็กสัน, ภัครมัย โปตระนันท์, ตระการ พันธุมเลิศรุจี, สรวงสุดา ลาวัณย์ประเสริฐ ออกอากาศ : 4 มิถุนายน 2546 - 9 กรกฎาคม 2546 วันออกอากาศ : วันพุธ - พฤหัสบดี เวลาออกอากาศ : 20:15 - 22:20 น. จำนวนตอน : 12 ความยาวตอน : - เรทละคร : - *เพลงประกอบละคร เพลง อย่าขยับ ขับร้องโดย โจอี้ บอย      เพลง ฉันทำเพื่อเธอ ขับร้องโดย ภัครมัย โปตระนันท์
4 หัวใจแห่งขุนเขา วายุภัคมนตรา
4 หัวใจแห่งขุนเขา วายุภัคมนตรา
2553
ช่อง:ช่อง 3 เอชดี
4 หัวใจแห่งขุนเขา วายุภัคมนตรา (2553/2010) ทิชากร หรือ กะทิ ( ราศรี บาเล็นซิเอก้า ) เป็นนักเขียนนิยายโรมานซ์ซึ่งมีนามปากกาว่า “ฮัมมิ่งเบิร์ด”นิยายของ ทิชากรได้รับความนิยมในหมู่นักอ่านเพราะมีบทโรมานซ์หวือหวาเอาใจตลาดแต่ความจริงเธอยัง เวอร์จิ้น และเริ่มจะหมดมุกเลิฟซีนที่จะเขียนเธอเป็นสาวโบฮีเมียนขนานแท้แถมยังชอบทำอะไรโก๊ะๆโดยไม่รู้ตัวอยู่บ่อยๆ และสิ่งที่น้อยคนรู้ก็คือเธอเป็นลูกสาวของหมอไกรฤทธิ์ (สุเชาว์ พงษ์วิไล) อดีตหมอไสยจอมขมังเวทที่ผันตัวมาเป็นแพทย์แผนโบราณเพราะกลัวบาป ทิชากรกำลังจะเขียนนิยายโรมานซ์ซึ่งเกิดในไร่องุ่น ซาร่า (บรมวุฒิ หิรัณยัษฐิติ) บก.สาวประเภทสองของเธอจึงเสนอให้หญิงสาวไปใช้ชีวิตในไร่องุ่นสายลม ซึ่งเป็นไร่องุ่นของรุ่นน้องซาร่าเพื่อหาข้อมูล หารู้ไม่ว่าไกรฤทธิ์หวงลูกสาวคนเดียวที่จะต้องจากบ้านไปไกลโดยลำพัง เขาจึงแอบส่งรัก(สุพิชชา มงคลจิตตานนท์)-ยม (ทัศน์พล วิวิธวรรธ์) ให้ไปตามดูแลเธอ ในวันที่ ทิชากรไปถึงไร่องุ่นสายลม เธอประหลาดใจเมื่อเห็นท้องฟ้าเหนือไร่องุ่นเต็มไปด้วยเมฆดำทะมึนปกคลุม เธอรู้โดย สัญชาตญาณของลูกอดีตจอมขมังเวทว่าต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่รวมทั้ง รัก-ยมในกระเป๋าก็ออกมายื่นยันว่ามีสิ่งผิดปกติ สิ่งที่ทิชากรเห็นไม่ใช่ความหล่อบาดใจของเขาที่ผู้หญิงทุกคนเป็นต้องหลงใหล แต่เป็นใบหน้าหมองคล้ำเหมือนถูกของและเงาของ นางโหงพราย(จุฬา ศรีคำมา) ที่เกาะอยู่บนหลังเขาต่างหาก ทิชากรจึงเดินเทิ่งๆไปบอกผู้ชายคนนั้น แต่กลับถูกเขาตอกหน้ากลับมาอย่างไม่เชื่อถือทำให้เธอโกรธมาก หนุ่มหล่อปากร้ายคนนั้นก็คือ วายุภัค หรือ ลม (ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์) หนึ่งในสี่ฝาแฝดตระกูลอดิศวรซึ่งได้รับหมอบหมายให้ดูแลไร่องุ่นของครอบครัวนั่นเอง วายุภัคมีนิสัยไม่ต่างจากลมเพลมพัด รักง่ายหน่ายเร็ว ไม่ชอบทำอะไรซ้ำๆ และมีอารมณ์ศิลปินสูง ด้วยหน้าตาที่หล่อเหลาบาดใจราวกับเทพบุตรเดินดินและนิสัยรื่นรมย์ช่างยิ้ม วายุภัคจึงมีสาวมากหน้าหลายตาผลัดเปลี่ยนไปมาอยู่ตลอด เมื่อต่างคนต่างรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร วายุภัคกับ ทิชากรจึง ปฎิเสธที่จะเกี่ยวข้องกัน แต่ซาร่าห้ามไว้และเตือนให้เธอเห็นแก่หน้าที่ พร้อมกับลำเลิกบุญคุณกับวายุภัคที่เธอเคยกีดกันสาวๆของเขาสมัยที่ชายหนุ่มไปเรียนปริญญาโทด้านการองุ่นและทำไวน์ ที่ ฝรั่งเศส ชายหนุ่มจึง ปฏิเสธไม่ได้ สองคนจึงต้องอยู่ในไร่องุ่นอย่างเป็นไม้เบื่อไม้เมาต่อไป วายุภัคมีอาการเปลี่ยนไปจากเดิม มักได้ยินภาษาแปลกๆ เห็นเงาวูบวาบ ปวดศรีษะและท้องทรมานอย่างไม่รู้สาเหตุ ทิชากรรู้จากท่านเจ้าที่ว่านางโหงพราย ถูกหมอไสยคนหนึ่งเสกมาเพราะมีความแค้นกับวายุภัคแต่ไม่รู้ว่าเป็นใคร ทิชากรจึงพยายามบอกกับวายุภัค เขายิ่งคิดว่าเธอบ้า ทิชากรกับวายุภัคทะเลาะกันหลายครั้ง ทิชากรโกรธจัดจึงประกาศกร้าวว่าเธอจะทำให้เขาเห็นว่าเขาผิดให้ได้และต้องคลานมาขอโทษเธอ การต่อสู้ห้ำหั่นกันระเบิดขึ้นไปทั้งไร่ เมื่อ ทิชากรบุกสาดน้ำมนต์ใส่วายุภัคไปทุกที่ด้วยวิธีการ ต๊องๆตามประสาเธอ เพื่อให้อาการของคนถูกของแสดงออกมาแต่วายุภัคก็ไวสมชื่อลม เขาสามารถรอดพ้นจากการจู่โจมของ ทิชากรได้ทุกที สาวๆของวายุภัคหายไปเกือบหมดแต่ วายุภัคไม่เดือดร้อนกับการที่ผู้หญิงของเขาหายหน้าไปทีเดี่ยวเกือบหมด ที่สำคัญ วายุภัคแอบประทับใจทิชากรอย่างไม่รู้ตัว เธอเป็นผู้หญิงคนแรกที่เขาไม่เคยนึกเบื่อ หมอไสยดำ(สะอาด เปี่ยมพงศ์สานต์) ส่งคุณไสยครอบงำจิตใจของวายุภัคจนใช้ชีวิตไม่ต่างจากผีดิบ โดยทั้งให้นางโหงพรายถึงสามตนควบคุมเขาไว้ ทิชากรจึงบุกเข้าไปช่วยเขาโดยมี รัก-ยม และเจ้าที่อีกแรงหนึ่ง เมื่อวายุภัคฟื้น เขาโกรธจัด เพราะเสียหน้าที่หญิงสาวบุกเข้ามาถึงในบ้านและกล่อมทุกคนในครอบครัวเขาจนเชื่อว่าเขาถูกคุณไสยจริง พวกเขาจึงมีปากเสียงกันรุนแรง วายุภัคเผลอลวนลามจูบ ทิชากรไปโดยไม่รู้ตัว ทำให้เธอโกรธมากและประกาศว่าจะไม่ช่วยวายุภัคอีกแล้ว วันนั้นเองวายุภัคถูกคุณไสยและผีตายโหงทำร้ายปวดท้องเกือบตาย เขาจึงเริ่มเชื่อเธอในที่สุด เมื่อไปถึงโรงพยาบาลก็พบวัตถุประหลาดที่อยู่ในท้องของวายุภัค ทิชากรเลยจำเป็นต้องช่วยเขาเพราะไม่อยากให้เขาตาย จึงเอาน้ำมนต์ให้ดื่มแล้วอาเจียนออกมาโดยที่ไม่ต้องผ่าตัด วายุภัคพบความจริงว่าเขาหลงรัก ทิชากรเข้าแล้ว วายุภัคยอมให้ ทิชากรช่วยอย่างเต็มใจ เขาหัดสวดมนต์ นั่งสมาธิ ทำบุญทำทานแผ่เมตตา แม้จะไม่หายขาดเพราะหมอไสยดำยังไม่ยอมรามือแต่อาการของวายุภัคก็ดีขึ้นพร้อมๆกับความสัมพันธ์ของเขากับ ทิชากรที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว ความสัมพันธ์ที่ดีก็สะดุดลงเมื่อ พัชนี(สุมนต์รัตน์ วัฒนาเศลารัตน์) บุตรสาวกำนันทอง(สมชาย ศักดิกุล) ซึ่งหลงรักวายุภัคมาตั้งนาน มาหา ทิชากรและบอกเธอว่าวายุภัคมีลูกมีเมียแล้ว ทิชากรจึงทะเลาะกับชายหนุ่มรุนแรง วายุภัคน้อยใจที่หญิงสาวไม่เชื่อ ความสัมพันธ์ของทั้งสองยิ่งเลวร้ายกว่าเก่าเมื่อ ซองแตล (อเล็กซานดร้า สติเบิร์ท) คู่รักเก่าของวายุภัคและที่ปรึกษาของไร่เดินทางมาจากฝรั่งเศสเพื่อช่วยพัฒนาคุณภาพไวน์ ความสวยสง่าและมีรสนิยมเดียวกันของลมกับซองแตลตอกย้ำให้ ทิชากรเห็นความแตกต่างระหว่างเธอกับชายหนุ่มมากขึ้นทุกที ทิชากรรู้สึกแปลกแยกทุกครั้งที่ซองแตลพูดเรื่องในอดีตของเธอกับวายุภัค ในเทศกาลเก็บเกี่ยวองุ่นประจำปีของไร่ วายุภัคอธิบายให้นักเขียนสาวได้รับรู้ถึงความรักและจริงใจที่เขามีต่อเธอ และถือโอกาสปรับความเข้าใจกันได้ในที่สุด ทิชากรพยายามสืบหาว่าใครเป็นคนสั่งหมอไสยให้ทำร้ายวายุภัค จึงขอความช่วยเหลือจาก อัจจิมา(อุรัสยา เสปอร์บันด์)ภรรยาของ อัคนี (ณเดช คูกิมิยะ)และ เฌอเอม(ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง)คนรักของ ปฐพี (ปริญ สุภารัตน์)สามสาวจึงบุกบ้านปิ่นมุกรวมทั้งตระเวนทั่วจังหวัดเพื่อหาหมอไสยดำ หมอไสยดำรู้ว่า ทิชากรตามหาเขา เขายังรู้อีกว่างานของเขาถูกขัดขวางจากเธอเขาจึงเบนเข็มมาจัดการทิชากรก่อน หญิงสาวโดนทำคุณไสย ทิชากรฝันร้ายและอาการไม่ดี ในเวลาเดียวกัน ไกรฤทธิ์โทรศัพท์มาบอกว่าเธอกับวายุภัคมีเคราะห์หนักห้ามออกไปไหนเด็ดขาด เธอจึงรีบไปตามวายุภัคแต่ถูก ปฏิเสธและเข้าข้างซองแตลตำหนิ ทิชากรว่าเหมือนเด็กไม่มีเหตุผล ทิชากรโกรธและน้อยใจมากเธอจึงไปสวดมนต์นั่งสมาธิคนเดียวเพื่อช่วยวายุภัค วันนั้น หญิงสาวได้รับจดหมายลับให้ไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง ถ้าต้องการช่วยวายุภัคเธอจึงรีบไปเพียงลำพัง ด้วยความเป็นห่วงชายหนุ่ม แต่พบหมอไสยดำที่รอคอยทำร้ายเธอให้กลายเป็นนางโหงพรายรับใช้ วายุภัครู้ข่าวว่า ทิชากรหายตัวไปจากปฐพีและอัคนี อัจจิมากับเฌอเอมเล่าความจริงว่า ทิชากรทำอะไรมากมายเพื่อวายุภัคบ้าง เขาจึงสำนึกผิดและออกตามหา ทิชากรที่บ้านกำนันทองพร้อมพี่น้องของเขาและ เจ้าชายภูวเนศ(อธิชาติ ชุมนานนท์) และองครักษ์ที่มาเมืองไทยพอดีกำนันทองรับสารภาพว่าสะกดรอยตาม ทิชากรจิงแต่ไม่ได้ทำร้าย และบอกตำแหน่งสุดท้ายที่คนของเขาเห็นหญิงสาวทั้งหมดจึงรีบตามไปทันที รัก-ยม บอกชายหนุ่มว่า ทิชากรอยู่ในป่าช้าพวกเขาช่วยเธอออกมาได้โดยมีนางโหงพรายสามตนช่วยอีกแรงเนื่องจาก ทิชากรและวายุภัคแผ่เมตตาให้พวกมันมาตลอด ทิชากรอาการหนักไม่ฟื้นเสียที ไกรฤทธิ์กับภรรยาก็มาถึงโรงพยาบาลอย่างไม่มีใครคาดฝัน และต่อว่าวายุภัคที่ไม่ยอมเชื่อลูกสาวเขา และกีดกันตามประสาคนห่วงลูก หมอไสยดำใช้อำนาจทำร้าย ทิชากรกับวายุภัคอีก แต่ไกรฤทธิ์ไม่ยอมอยู่เฉยจึงใช้อาคมสู้กับหมอไสยดำ จึงช่วยทิชากรและวายุภัคไว้ได้ ส่วนหมอไสยดำก็ถูกนางโหงพรายทั้งสามฆ่าตายด้วยความแค้น ทิชากรฟื้นคืนสติ แต่เธอไม่ยกโทษให้วายุภัคเพราะไม่กล้าเชื่อใจเขาอีกต่อไป ปฐพี อัคนี และ ทิพย์ธารา(คิมเบอร์รี่ แอนโวลเทมัส) คู่แฝดของวายุภัคจึงช่วยกันวางแผนง้องอน จนหญิงสาวยอมใจอ่อนและเปิดเผยความลับที่วายุภัคหมกมุ่นกับการทำไวน์จนละเลยทิชากร ก็เพราะต้องการทำไวน์ที่เหมาะสมกับผู้หญิงสวยเก๋ ห้าวหาญ มุ่งมั่น และไม่น่าเบื่ออย่าง ทิชากร รามทั้งส่งไวน์รุ่น “ทิชากร” นี้ เข้าประกวดรางวัลระดับโลก เพื่อเป็นของขวัญแต่งงานให้กับเจ้าสาวของเขา วายุภัคขอโทษทิชากรและคืนดีกันในที่สุด วายุภัคสัญญากับทิชากรว่าเขาจะไม่เจ้าชู้อีก เพราะเห็นโทษของความเจ้าชู้ที่ทำให้เข้ากับคนที่เขารักเกือบตายมาแล้ว วายุภัคแต่งงานกับทิชากร หลังทำไวน์ที่เหมาะสมกับหญิงสาวได้สำเร็จ โดยกวาดรางวัลมากมายสมความตั้งใจ แต่เขาก็ยังไม่หยุดที่จะพัฒนาไวน์ใหม่ๆและสะสมถ้วยรางวัลให้เต็มห้อง ขณะที่ทิชากรเองก็มีฉากรักไว้เขียนนิยายโรมานซ์ของเธอโดยไม่ติดขัดอีกเลย ชื่อไทย : 4 หัวใจแห่งขุนเขา วายุภัคมนตรา ชื่ออังกฤษ : - ละครช่อง : ช่อง 3 ผลิตโดย : บทประพันธ์ : แพรณัฐบทโทรทัศน์ : ฐานวดี สถิตยุทธการ กำกับการแสดง : พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง แสดงนำ : ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์, ราศรี บาเล็นซิเอก้า จิราธิวัฒน์ ออกอากาศ : 10 ธันวาคม 2553 - 25 ธันวาคม 2553 วัน/เวลาออกอากาศ : ศุกร์ 20.30 - 22.30 น. , เสาร์ - อาทิตย์ 20.15 - 22.30 น. จำนวนตอน : - ความยาวตอน : - เรทละคร : -