ThaiContentDB
ฐานข้อมูลเนื้อหาไทยที่ครบครันที่สุด
🔍ค้นหา
กำลังโหลด...
📺ละคร🎬ภาพยนตร์👥บุคคล🔍ค้นหา💬ความคิดเห็น
ThaiContentDB
ฐานข้อมูลเนื้อหาไทยที่ครบครันที่สุด

แหล่งรวมข้อมูลละครไทยและภาพยนตร์ที่ครบครันที่สุด พร้อมรีวิว คะแนน และข้อมูลนักแสดง

เมนูหลัก

  • ละคร
  • ภาพยนตร์
  • บุคคล
  • ค้นหา
  • ความคิดเห็น

ช่วยเหลือ

  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดและเงื่อนไข
  • ติดต่อเรา
  • ช่วยเหลือ
  • แจ้งปัญหา
  • แผนผังเว็บไซต์

บล็อกและทรัพยากร

  • แพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง
  • คู่มือการใช้งาน
  • บันทึกการเปลี่ยนแปลง
  • ผู้ร่วมพัฒนา

© 2569 ThaiContentDB

←กลับไปหน้าละคร

ละครจากผลิตโดย บริษัท เมกเกอร์ เจ กรุ๊ป จำกัด

MAKER J GROUP CO.,LTD.

เกี่ยวกับสตูดิโอ

ไม่มีคำอธิบาย

พบทั้งหมด 26 เรื่อง

ใต้เงาตะวัน
ใต้เงาตะวัน

Eclipse of the Heart

256620 ตอน
ช่อง:ช่อง 3 เอชดี
เริ่มออกอากาศ:29 มีนาคม 2566

“ความมืด” ไม่อาจขับไล่ความมืด มีเพียง “แสงสว่าง” เท่านั้นที่ทำได้ ความผิดพลาดในชีวิตจึงต้องอาศัยความรักและความเข้าใจเท่านั้นที่จะเยียวยา ชีวิตของ “ปารีณา” เพียบพร้อม ราบรื่น และงดงามมาโดยตลอด เธอเป็นลูกสาวที่แสนดีของพ่อ พ่อซึ่งเปรียบเสมือนดวงตะวันสำหรับเธอ ตราบจนกระทั่งความตายมาพรากพ่อไปจากเธอ ความตายที่ดูเหมือนมีเงื่อนงำและทิ้งปมปริศนาที่เธอไม่อาจยอมรับได้ เธอจึงพยายามทุกวิถีทางที่จะค้นหาความจริงเพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีของพ่อกลับคืนมา ทว่าความจริงที่เธอค้นพบนี้ กลับทำให้เธอได้เรียนรู้ว่า ตัวตนของคนเรานั้นมีหลายแง่หลายมุม ไม่ว่าจะเป็นพ่อของเธอเองหรือ “กรณ์” ชายหนุ่มที่ประพฤติตนดุจหนุ่มเสเพลและรักชีวิตอิสระเหนือสิ่งอื่นใด และ “กานต์” ชายผู้เปรียบเสมือนพี่ชายที่แสนดีและสมบูรณ์แบบที่สุดในทุกด้าน เหนือสิ่งอื่นใด เธอได้เรียนรู้ที่จะยอมรับความเป็นปุถุชนของมนุษย์ ยอมรับว่าคนเราทำผิดพลาดกันได้ และในโลกนี้ ไม่มีใครหรอกที่จะสมบูรณ์แบบอย่างแท้จริง! (Source: ch3plus.com)

สร้อยสะบันงา
สร้อยสะบันงา

A Tale of Ylang Ylang

256516 ตอน
ช่อง:ช่อง 3 เอชดี
เริ่มออกอากาศ:24 มกราคม 2565

หลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง ร้อยโทโกสนชาญยุทธ (วรฤทธิ์ เฟื่องอารมย์) เห็นความไม่ชอบธรรม เขาและพ่อจึงลุกขึ้นมาก่อตั้งคณะกู้บ้านกู้เมือง เพื่อจะทวงอำนาจให้ประชาชน แต่เมื่อพ่ายแพ้โกสนและพ่อถูกตราหน้าว่าเป็นกบฏ โกสนต้องถูกจับในฐานะนักโทษทางการเมือง ต่อหน้าต่อตาลูกเมีย เอื้อง (ขวัญฤดี กลมกล่อม) จึงต้องพา สาละ (ปาริธ ทิมทอง) และ สร้อยสะบันงา หรือ งาม (พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์) ลูกชายและลูกสาว ระหกระเหินตกระกำลำบาก จากฐานะที่มีอันจะกินและครอบครัวข้าราชการมียศศักดิ์ กลับต้องหลบลี้หนีหน้าผู้คน ไปปลูกบ้านอยู่กลางทุ่งริมคลองพลับพลา สาละต้องคอยหาเลี้ยงครอบครัวที่ตกอยู่ในภาวะสงครามโลก โกสนที่ถูกจองจำยังคงลักลอบเขียนบทความทางการเมืองส่งให้สาละเอาออกจากคุกไปส่งขายตีพิมพ์ เป็นรายได้หาเลี้ยงครอบครัว และค่าเล่าเรียน วันหนึ่ง เทียน (ณภัทร เสียงสมบุญ) เพื่อนร่วมชั้นเรียนของสาละ บังเอิญถูกตรวจพบต้นฉบับงานเขียนของโกสน ที่ซ่อนในหนังสือที่สลับกับสาละ ทำให้เขาถูกสอบสวน แต่เทียนก็ปกป้องสาละด้วยการยอมรับผิดเอง สาละรู้สึกผิดที่เทียนเดือดร้อน และประทับใจในตัวเทียน ทั้งคู่สนิทกันมากขึ้น เทียนไปมาหาสู่กับสาละ และได้พบกับงาม หรือ สร้อยสะบันงา สาวน้อยน้องสาวสาละ งามเป็นคนฉลาด สดใส ช่างเจรจา มีความกล้าแกร่งในตัว หลายครั้งที่งามแก่นจนทำให้สาละ และเทียนต้องปวดหัว แต่เด็กหนุ่มสาวทั้งสาม มีความรักความผูกพันมากขึ้นเรื่อย ๆ สาละแอบชอบผู้หญิงคนหนึ่งและลักลอบเขียนจดหมายหากัน แต่สาละก็เจียมตัวไม่กล้าเปิดเผยตัว เพราะกลัวว่าเธอจะรับไม่ได้ที่ตนเป็นลูกกบฎ เทียนจึงคอยช่วยเหลือและส่งจดหมายให้ เธอคนนั้นคือ ท่านหญิงอุบลแก้ว หรือ ท่านหญิงแก้ว (อมลรดา ไชยเดช) เข้าใจผิดคิดว่าเทียนคือเจ้าของจดหมายรักฉบับนั้น ท่านหญิงแก้วพึงพอใจ ในตัวเทียน โกสนพ้นโทษออกมาจนเห็นสภาพความเป็นอยู่ของครอบครัว เขารับไม่ได้ที่เป็นเหตุที่ทำให้ลูกเมียตกต่ำ ถูกคนดูหมิ่นดูแคลน โกสนสั่งห้ามไม่ให้สาละทำนาและบังคับให้เรียนหนังสือให้ได้ดีเพียงอย่างเดียว เพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีให้แก่ครอบครัว ความเครียด ความโกรธแค้นสังคมและความเจ็บปวดที่ถูกหยามของโกสน ทำให้โกสนเป็นคนอารมณ์ร้าย มองโลกในแง่ลบ และสั่งสอนให้ลูก ๆ ต้องคอยกอบกู้ศักดิ์ศรีตลอดเวลา จนตัวโกสนเองก็หาความสุขไม่ได้เลย เทียนเอาเงินมาให้สาละยืมเพื่อประทังชีวิต พอโกสนรู้ก็โกรธจัดทำร้ายเทียนจนหัวแตก ทำให้สาละหมดใจกับความเกรี้ยวกราดของพ่อ ออกจากบ้านไป ทำให้ทุกคนเสียใจ เมื่อสาละไม่อยู่ เทียนยังคงดูแลงามและเอื้องต่อ โดยให้สัญญาว่าไว้ว่าจะทำให้งามมอบชีวิตที่ดีกว่าให้งาม ไม่ให้ต้องพบกับความโหดร้ายในชีวิตเหมือนอย่างที่เขากับสาละถูกทุกคนมองอย่างไร้ค่า แต่คนยึดมั่นอย่างโกสน พยายามใส่หัวงามว่าต้องกอบกู้ศักดิ์ศรีคืนมาให้ได้ งามเห็นพ่อทุกข์ทรมานด้วยความตรอมใจ ในความตกต่ำจึงสงสารพ่อเป็นอย่างมาก สร้อยสะบันงา แม่ใหญ่ (ต่อง สาวิตรี สามิภักดิ์) แม่เลี้ยงของเทียนไม่ชอบใจเพราะรู้ว่าครอบครัวของงามมักมาพึ่งพาเทียน แม่ใหญ่จึงใส่ไฟให้ เถ้าแก่เส็ง (ภาณุเดช วัฒนสุชาติ) รู้เรื่องที่เทียนไปติดพันงาม เพราะกลัวว่าเถ้าแก่เส็งจะรักเทียนมากกว่า ฮั้ว (วริษฐ์ ทิพโกมุท) ลูกชายเสเพลของตน เถ้าแก่เส็งจึงสั่งให้เทียนล่องเรือไปค้าขายที่ต่างจังหวัดกับ เม้ง (พงศธร จงวิลาศ) ซ้ำยังคิดจะจับคู่ให้เทียนแต่งงานกับ โบตั๋น (พริมา พันธุ์เจริญ) ลูกสาวของ เจ้าสัวหม่า (ศานติ สันติเวชชกุล) เจ้าสัวคนดังย่านฝั่งธนฯ เพื่อแยกเทียนจากงาม ซึ่งโบตั๋นเจอเทียนครั้งแรกก็ประทับใจ แต่เทียนคิดกับโบตั๋นแค่เพียงน้องสาว แม้ว่า เซียะ (ปวิช เวียงนนท์) พี่ชายของโบตั๋น จะคอยสนับสนุนด้วยก็ตาม ขณะที่เทียนไปทำการค้าขาย โกสนล้มป่วยลงด้วยวัณโรค งามมาขอยาที่บ้านของเทียนแต่แม่ใหญ่รังเกียจจึงไล่ตะเพิดงาม ทำให้งามไปช่วยพ่อไม่ทัน โกสนสิ้นใจ งามเจ็บใจในความจนที่ทำให้คนมองว่าเธอต้อยต่ำ ทั้งถูกตราหน้าว่าเป็นลูกกบฏ และเหยียดหยามในความยากจน งามมาแอบรู้ว่าเทียนกำลังถูกจับคู่กับลูกสาวเจ้าสัว จึงทำให้งามรู้ตัวว่าตนเองไม่มีค่าคู่ควรเป็นครั้งแรกในชีวิต ดังนั้นเมื่อ หม่อมแสงจันทร์ (อาภาศิริ นิติพน) พี่สาวแท้ ๆ ของพ่อมาเยี่ยมแล้วเห็นว่างามเป็นสาวกำลังสะสวย แล้วหม่อมแสงจันทร์ออกปากของามไปอยู่ที่วังเพื่อจะส่งเรียนโรงเรียนฝรั่ง งามที่กำลังแค้นใจในชะตาชีวิตก็ยอมรับปากไปอยู่วังกับป้า เพื่อหวังจะทวงศักดิ์ศรีของวงศ์ตระกูลคืนมา ไม่ให้ใครดูถูกได้อีกถึงแม้เทียนกับเอื้องจะคัดค้านก็ตาม บาดแผลในใจของพ่อที่ส่งผลต่อใจของงาม ทำให้ วังรวิเวศน์ คือจุดหมายครั้งใหม่ของชีวิต ที่วังรวิเวศน์ ทุกคนใช้ชีวิตหรูหราโออ่า และสุขสบาย โดยที่โกสนพ่อของเธอ ผู้ที่ช่วยปกป้องทุกคนไว้ กลับต้องรับความทุกข์ทรมานจากการจองจำและเจ็บช้ำ งามมองเห็นความไม่ยุติธรรม กับชีวิตของเธอและพ่อ งามพบว่าป้าของเธอไม่ใช่หม่อมที่ใหญ่ที่สุดในวัง เพราะ พระองค์เจ้าทองพันชั่ง (ชาตโยดม หิรัณยัษฐิติ) มีภรรยาสามคน โดยมีภรรยาเอกคือ หม่อมพิกุล (สรวงสุดา ลาวัณย์ประเสริฐ) ที่มีลูกด้วยกันถึงสามคน หม่อมแต่ละตำหนักต่างแข่งขัน ชิงดี ชิงเด่น หม่อมแสงจันทร์ตั้งใจจะเอางามเข้ามาถวายตัวเพื่อเป็นหม่อมอีกคน แต่งามไม่รู้ถึงแผนการนี้ หม่อมพิกุลเห็นหน้าตาหมดจดของงามก็รู้ทัน รู้ถึงแผนร้ายของหม่อมแสงจันทร์โดยทันที จึงกีดกันไม่ให้งามขึ้นตำหนักใหญ่ไปถึงตัวพระองค์ชายได้ งามถูกจิกกัด กลั่นแกล้งโดยที่งามไม่เข้าใจ แต่คนอย่างงาม ก็ไม่เคยยอมให้ใครรังแกได้ง่าย ๆ ฤทธิ์เดชของงามก็สร้างความระอาให้ชาววังปั่นป่วนกันทีเดียว หม่อมแสงจันทร์ส่งตัวงามไปเรียนรู้วิชาชาววังจาก หม่อมพวงนาค (พิจิตรา สิริเวชชะพันธ์) เพื่อหวังจะให้หม่อมพวงนาคเป็นพวกตน งามถูกทำโทษบ่อยครั้ง จากความดื้อดึงและหัวแข็งทำให้หม่อมพวงนาคก็ระอา ระหว่างที่งามอยู่ที่วัง เทียนก็ยังคงมาคอยดูแล เอื้องที่อยู่คนเดียว เอื้องบอกเทียนว่า เป็นห่วงงาม อยากให้งามมีอนาคตสดใส มีอนาคตที่ดี มีการศึกษาที่ดี แต่มีศักดิ์ศรี ไม่ต้องอาศัยเงินทองของใคร โดยเอื้องเอาทรัพย์สมบัติที่เป็นของตระกูลวงศ์โกสุม ฝากเทียนไปขาย เทียนจึงแอบเก็บทรัพย์สินเหล่านั้นไว้ให้เธอ และเอาเงินมาให้เอื้อง เพื่อเอื้องจะให้งามเก็บไว้เรียนสูง ๆ งามกลับมาเยี่ยมแม่ด้วยความคิดถึง และความอึดอัดใจจากวัง เทียนดีใจที่ได้เจองาม ตลอดเวลาที่ทั้งสองห่างกัน ทำให้ทั้งคู่รู้สึกได้ว่า ผูกพันกันอย่างลึกซึ้ง เทียนบอกว่าถ้างามอยู่ที่วังแล้วไม่มีความสุขก็ไม่ควรทิ้งเอื้องไป งามบอกว่าคิดถึงบ้าน คิดถึงทุกสิ่งที่บ้าน งามกำลังจะบอกว่า คนที่งานคิดถึงที่สุดอีกคนคือเทียน หม่อมแสงจันทร์ปรากฏตัวขึ้น หม่อมมาตามงามที่บ้านและ เจองามอยู่กับเทียนสองต่อสอง หม่อมแสดงความรังเกียจเทียนชัดเจน และต่อว่าที่เอื้องปล่อยให้ลูกสาวคบกับคนอย่างเทียน สร้อยสะบันงา หม่อมแสงจันทร์อ้างว่าจะมาตามงามกลับไปเรียนหนังสือ ซึ่งหม่อมจะส่งเสียให้เรียนโรงเรียนเดียวทัดเทียมกับ ม.จ.เกดโกมล หรือ ท่านหญิงเกด (น้ำหนึ่ง สุทธิเดชานัย) พี่สาวของท่านหญิงแก้ว ซึ่งในช่วงเวลานั้นการเรียนหนังสือไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะเป็นภาวะสงคราม ทำให้งามตัดสินใจกลับวังกับหม่อมแสงจันทร์เพราะอยากเรียนหนังสือ งามเห็นท่านหญิงแก้วแอบเอาจดหมายรักมาอ่าน แถมท่านหญิงแก้วยังนัดพบกับชายแปลกหน้าที่ท่าน้ำเสมอ งามเข้าใจว่าท่านหญิงแก้วมีคนรักอยู่ โดยหารู้ไม่ว่าแท้จริงแล้วผู้ชายคนนั้นก็คือ หม่อมเจ้าไอยเรศ หรือ ท่านชายช้าง (ปรมะ อิ่มอโนทัย) พี่ชายคนโตของเธอที่ไปเรียนต่อที่อเมริกาแล้วลักลอบกลับมาเป็นหนึ่งในขบวนการใต้ดินของเสรีไทย ท่านหญิงไม่ต้องการให้งามแพร่งพรายความลับจึงแกล้งยอมรับว่าท่านชายช้างคือคนรักของตน งามมีโอกาสได้เจอท่านชายช้างทุกครั้งที่กลับบ้านคลองพลับพลา เพราะท่านชายมาหลบซ่อนคอยรับส่งอาวุธอยู่แถวนั้น งามจึงคอยช่วยเหลือเขาห่าง ๆ ทำให้เทียนเป็นห่วงกลัวงามจะได้รับอันตราย งามเห็นว่าโบตั๋นคอยไปมาหาสู่เทียนที่บ้าน งามน้อยใจจึงใช้เรื่องของท่านชายช้างมาคอยปั่นหัวเทียนกลับ เทียนอึดอัดจึงปฏิเสธการแต่งงานกับโบตั๋นไปตรง ๆ ทำให้โบตั๋นผิดหวัง หม่อมพิกุลให้คนคอยจับตาดูงามจนคิดว่างามลักลอบเจอกับผู้ชายที่ท่าน้ำ หม่อมพิกุลตั้งใจจะเปิดโปงจึงให้คนไปจับชายคนนั้นมาแต่กลับพบแท้จริงแล้วคือท่านชายช้าง ฐานะของท่านชายจึงถูกเปิดเผย งามจึงได้รู้ว่าถูกท่านชายช้างและท่านหญิงแก้วหลอกมาโดยตลอด ท่านชายช้าง สนใจงาม คอยเอาอกเอาใจไปรับส่งที่โรงเรียน ทำให้ท่านหญิงเกดและหญิงแก้วไม่พอใจที่พี่ชายให้ค่ากับคนอย่างงาม ด้านงามเองก็หลงใหลได้ปลื้มไปกับยศศักดิ์และความหล่อรวยของท่านชายช้างจนลืมเทียนไป เทียนมีปัญหากับแม่ใหญ่และฮั้วหนักข้อขึ้นเรื่อย ๆ ฮั้วขโมยข้าวของในบ้านออกไปเล่นการพนัน แต่แม่ใหญ่โทษเทียน เทียนมีเรื่องชกต่อยกับฮั้วและเกือบจะอดกลั้นไม่ไหวกับแม่ใหญ่ และ จำปา (พรพรรณ ฤกษ์อัตการ) เมียของฮั้วที่ร้ายกาจเหมือนกัน เทียนจึงขอออกมาหาเงินทุนทำโรงสีเองโดยไม่ได้รับการช่วยเหลือจากทางบ้าน สร้อยสะบันงา เจ้าสัวหม่าพ่อของโบตั๋นอยากได้ตัวเทียนมาทำงานด้วย แต่เทียนไม่ต้องการถูกตราหน้าว่าตกถังข้าวสาร เพราะโบตั๋นหลงรักเทียน จึงเลือกที่จะยืนหยัดด้วยลำแข้งของตัวเอง เทียนเป็นคนดี ที่ทำการค้าที่ซื่อตรง จึงได้รับความชื่นชอบจากคู่ธุรกิจ มีชื่อว่าเป็นคนดี มีอนาคตดี ขยันหมั่นเพียร ได้ยินไปถึงพระองค์ทองพันชั่ง ที่กำลังระอากับพฤติกรรมของคุณชายช้างที่เจ้าสำราญ และไม่ยอมเข้ารับกิจการของครอบครัว เทียนได้รับการเสนอจากพระองค์ชายให้เข้าดูแลกิจการ เทียนรับปาก เพื่อจะได้มีโอกาสเข้าออกทีวัง ทำให้ทุกคนจับตามองกับความสัมพันธ์ของงามกับเทียน ด้วยความรู้สึกต่าง ๆ กันไป แต่เทียนกับงามได้กลับมาใกล้ชิดกันอีกครั้ง เพราะท่านชายช้างก็กลับไปคบกับ ท่านหญิงราชาวดี (ลลินา ชูเอ็ทท์) คู่ขาเก่าสมัยเรียนเมืองนอก พระองค์เจ้าทองพันชั่งจัดงานต้อนรับ มิสเตอร์โจนาธาน (ปีเตอร์ ธนูสตระ) แล โรส (พัชราวรรณ เชเฟอร์) หุ้นส่วนจากต่างประเทศ มีงานเต้นรำ หม่อมแสงจันทร์ต้องการให้งามได้หน้า จึงให้งามเล่นจะเข้โชว์แขกในงานเพื่อหวังจะประกาศให้งามเป็นหนึ่งในตระกูลรวิกุล หม่อมพวงนาคพยายามเตือนงามไม่ให้ทำตัวโดดเด่นจนเป็นภัย แต่งามไม่เข้าใจจึงดึงดันที่เล่นจะเข้ในงานคืนนั้นจนได้ถ่ายรูปร่วมกับครอบครัว ทำให้หม่อมพิกุลแทบคลั่ง นับตั้งแต่วันนั้นหม่อมพิกุลก็เปิดศึกกับงามแบบไม่ไว้หน้า งามจึงได้รู้ว่าที่จริงแล้วหม่อมป้าต้องการให้เธอถวายตัวเป็นหม่อมอีกคนของพระองค์เจ้าทองพันชั่ง งามรับไม่ได้แต่ก็ถลำตัวไปเป็นหมากในเกมไปเสียแล้ว ส่วนฝั่งของเทียน คอยรับรองมิสเตอร์โจอย่างดี ทำให้พระองค์เจ้าทองพันชั่งประทับใจในความเก่งของเทียน จนนึกเปรียบเทียบเทียนกับท่านชายช้างที่เก่งแต่การสมาคม พระองค์เจ้าทองพันชั่งอยากรับเทียนเป็นเขยเพื่อมาให้สานต่อธุรกิจแทน และเพื่อหวังกระตุ้นให้ท่านชายลุกขึ้นมาแสดงความรับผิดชอบครอบครัวบ้าง พระองค์เจ้าทองพันชั่งหมายตาเทียนให้กับท่านหญิงเกด ท่านหญิงเกดรับไม่ได้ที่พ่อจับคู่เธอให้กับเทียน เพราะท่านหญิงกำลังแอบชอบพอกับ สาธร (วงศ์วชิรา เพชรแก้ว) ลูกนายตำรวจใหญ่ ทำให้หญิงแก้วไม่พอใจเพราะแอบรักเทียน ขณะที่เทียนเองในใจก็มีเพียงงามเท่านั้น ท่านชายช้างแม้จะคบกับท่านหญิงราชาวดี แต่เมื่อรู้จากหม่อมพิกุลว่างามอยากถวายตัวเป็นหม่อมของพ่อ ท่านชายช้างรู้สึกหวงก้างและอยากได้งามคืนมา พระองค์เจ้าทองพันชั่งเห็นทุกคนในบ้านระแวงงาม ท่านจึงยืนยันว่าท่านไม่ได้คิดกับงามในเชิงชู้สาว หม่อมแสงจันทร์เดือดร้อนเพราะไม่อยากให้งามลงเอยกับคนไม่มีหัวนอนปลายเท้าอย่างเทียน ขณะเดียวกันงามเริ่มเข้าใจความเป็นไปของผู้คนในวัง ตัดสินใจที่จะกลับไปหาแม่เอื้อง ใช้ชีวิตแบบหญิงชาวบ้านธรรมดาดีกว่า โดยมีพี่เทียนเป็นพี่ชายที่แสนดีและคนสำคัญในชีวิตงาม แต่เรื่องราวในชีวิตของงาม และ เทียน ยังมีอีกหลายสิ่งที่ต้องฝ่าฟัน ชีวิตและความรักของเทียน และ งาม จะเดินต่อไปอย่างไร ติดตามชมกันต่อได้ในละคร สร้อยสะบันงา

ร้อยเล่ห์มารยา
ร้อยเล่ห์มารยา

Roy Leh Marnya

256317 ตอน
ช่อง:ช่อง 3 เอชดี
เริ่มออกอากาศ:5 ตุลาคม 2563

พิชชา ใช้เวลาเกือบทั้งหมดของชีวิตคู่ วิ่งตามหาความซื่อสัตย์จากสามีอย่าง ภมร ทั้งสองต่างเรียกร้องเอาตัวเองเป็นใหญ่แต่ไม่เรียนรู้ที่จะรักให้เป็น...จนชีวิตคู่ล่มสลายเพราะความเจ้าชู้ของภมร ความทุกข์ที่เจ็บปวดจากรักทำให้พิชชากลัวและไม่คิดจะมีชีวิตคู่อีกเลย รามิล ผู้ชายที่รักโดยไม่หวังการครอบครอง เขามีชีวิตเพื่อรอยยิ้มของพิชชา ผู้หญิงคนเดียวที่ได้ยืนในหัวใจที่มั่นคงของรามิลเป็นคนแรกและคนสุดท้ายของชีวิต

พิชชา (ราณี แคมเปน) สาวสวย เท่ ความมั่นใจสูง เจ้าของบริษัท แม๊กซ์ ออแกไนเซอร์ แต่งงานกับ ภมร พรหมพิริยะ (หลุยส์ สก๊อตต์) ทายาทหมื่นล้านของเครือพิริยะ ที่หล่อ รวย การศึกษาดี แต่เจ้าชู้ เพราะมีเงินและฐานะ ซึ่งแม้ว่าภมรจะรักพิชชา แต่ก็ไม่วายมีสาว ๆ เข้ามาในชีวิต

ภมรยุ่งเกี่ยวกับ ปานแก้ว (นวินดา เบอร์ต๊อดตี้) นางแบบที่ทะเยอทะยาน ต้องการเอาชนะ และต้องการเป็นเมียเบอร์หนึ่งของภมรให้ได้ ปานแก้วพยายามเปิดเผยความสัมพันธ์ของเธอกับภมรให้พิชชารู้ ซึ่งในวันที่พิชชา และเพื่อนร่วมงานที่สนิทอย่าง พี่สุนีย์ (สรวงสุดา ลาวัณย์ประเสริฐ) นิภา (วิรากานต์ เสณีตันติกุล) เบล (ชาเคอลีน มึ้นซ์) และ ตติยา (ณิชชา โชคประจักษ์ชัด) กำลังเตรียมเลี้ยงฉลองวาเลนไทน์ และงานแต่งงานครบรอบ 5 ปี ภมรบอกว่าจะมาร่วมงานเลี้ยงฉลองช้าหน่อยเพราะติดงาน แต่กลับอยู่เลี้ยงฉลองกับปานแก้ว สุดท้ายพิชชาตามไปที่ร้านที่ทั้งคู่สวีตหวานกัน พิชชาปรี๊ดแตก ทะเลาะกับทั้งปานแก้ว และภมร โดยภมรไม่ได้รู้สึกผิดแต่อย่างใด ถือว่าเป็นเรื่องปกติของผู้ชาย แต่ครั้งนี้พิชชาเกือบทำร้ายปานแก้ว ดีที่ รามิล (ธนวรรธน์ วรรรธนะภูติ) ทนายความชื่อดัง มาห้ามได้ทัน แต่กลับทำให้รามิลได้รับบาดเจ็บ ต้องพาส่งโรงพยาบาล น้าสิรี (จริยา แอนโฟเน) รีบมาเยี่ยม ทำให้เพื่อน ๆ รู้ว่า พิชชา และรามิล รู้จักกันมาก่อน แต่มีเรื่องผิดใจกันในอดีต

พิชชาโกรธภมรมาก เพราะปานแก้วขยันก่อเรื่องประจานความสัมพันธ์ของเธอกับภมรออกสื่อ ขณะที่รามิลได้รับการว่าจ้างจาก คุณรัญญา (ดวงตา ตุงคะมณี) แม่ของภมร ให้ช่วยเป็นทนายทำสัญญาแยกบริษัท แม๊กซ์ ออแกไนเซอร์ และ บริษัท พิริยะ ออกจากกัน ตามคำขอของพิชชา แต่พิชชาไม่อยากให้รามิลเป็นทนายจัดการให้ รัญญาไม่ยอม เพราะเป็นคนที่มีอำนาจเด็ดขาด ไม่ยอมใครอยู่แล้ว แม้กระทั่งลูกและสามีอย่าง คุณภูมิ (ทนงค์ศักดิ์ ศุภการ) ก็ต้องยอมอยู่ใต้คำสั่งทุกอย่าง ทำให้ มินตรา (นลินทิพย์ สกุลอ่องอำไพ) น้องสาวของภมร ซึ่งรักและหวังดีกับพิชชา ต้องเกลี้ยกล่อมให้พิชชายินยอม เพราะไม่มีทางเลี่ยง

พิชชาเจอปัญหาต่าง ๆ เกี่ยวกับเรื่องงานของบริษัท ทำให้กลุ้มใจมาก โดยไม่รู้ว่าที่แท้เป็นฝีมือของตติยา โดยตติยาเป็นลูกของแตง ลูกพี่ลูกน้องของ พรพรรณ (เพ็ญพักตร์ ศิริกุล) แม่ของพิชชา เพราะตติยาเข้าใจว่าเธอเป็นลูกของ ชัยยศ (สุเมธ องอาจ) พ่อของพิชชา เหมือนกัน แต่พรพรรณไม่ยินยอม เพียงแค่รับมาเลี้ยงดูเป็นเด็กในบ้านคนหนึ่ง ทำให้ตติยากลายเป็นเด็กบ้านแตก ตติยามีปมแค้นในใจมาตลอด จึงทำตัวเป็นน้องสาวที่อ่อนหวานของพิชชา เป็นคนดีรักพี่สาว แต่ขณะเดียวกันก็จ้องที่จะทำร้ายและยืนแทนที่พิชชาในทุกทาง

ตติยาทำให้ภมรและพิชชายิ่งเข้าใจผิดและแตกแยกกัน และยิ่งไปกว่านั้นตติยายังปั่นให้ภมรเลิกกับปานแก้ว และเธออาศัยความเจ้าชู้ของภมร เผลอพลั้งมีความสัมพันธ์กัน ภมรรู้สึกผิดที่มีความสัมพันธ์กับคนที่เป็นเหมือนน้องสาวของพิชชา แต่ก็ไม่รู้จะแก้ไขอย่างไร

พิชชาเริ่มรู้ว่าภมรเลิกรากับปานแก้ว และกำลังมีความสัมพันธ์กับผู้หญิงคนใหม่ ทำให้เธอรู้สึกปวดใจมาก เธออยากจะหย่ากับภมร แต่ภมรไม่ยอม ขณะเดียวกัน พิชชาก็มีผู้ชายเข้ามาในชีวิตอีก ทั้ง ณัฐ พีรภาส (ฐกฤต ตวันพงษ์) นักธุรกิจผู้มีอิทธิพล เป็นเจ้าของคลับบาร์ แต่มีใจรักจริงกับพิชชา แล้วยังมี พฤกษ์ (ฆนัท โรจนัย) นักธุรกิจหนุ่มที่ร่ำรวยอีกคน เป็นน้องชายต่างแม่ของรามิล ด้านรามิล ก็มีความรู้สึกดี ๆ ที่ให้กับพิชชามาตลอด ความรัก ความหวังดีที่คอยเป็นที่ปรึกษา คอยช่วยเหลือในทุกเรื่อง ทำให้พิชชาเริ่มรู้สึกหวั่นไหวอีกครั้ง

สุดท้าย ตติยาจะใช้เล่ห์มารยา เพื่อทำร้ายพิชชาได้มากแค่ไหน เส้นทางชีวิตของเธอกับภมรจะเป็นอย่างไร เส้นทางความรักของรามิล และพิชชา จะไปต่อได้อย่างไร รวมทั้งชีวิตของคนอื่น ๆ จะมีบทสรุปอย่างไร ติดตามชมได้ในละคร ร้อยเล่ห์มารยา ที่ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.00 น. ทางช่อง 3 กด 33

ซีรีส์ลูกผู้ชาย เพชร
ซีรีส์ลูกผู้ชาย เพชร

The Man Series: Petch

25628 ตอน
ช่อง:ช่อง 3 เอชดี
เริ่มออกอากาศ:17 กุมภาพันธ์ 2562

เพชร-ภวัต เอี่ยมธำรง (รังสิ สานกิ่งทอง) เด็กหนุ่มอายุ 17 ปี เกิดและเติบโตในชุมชนแออัดเล็กๆ ที่ซุกตัวอยู่เงียบ ๆ ในมุมนึงของเมืองหลวงแห่งความรุ่งเรือง ถึงจะเป็นเพียงชุมชนเล็ก ๆ แต่ที่นี่กลับเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางในสังคมใต้ดิน เพราะที่นี่เป็นสถานที่ก่อกำเนิด เหล่าเจ้าพ่อ มาเฟีย และนักเลงผู้มีอิทธิพลมากมาย แต่เพชรกลับไม่เคยพาตัวเองเข้าไปข้องเกี่ยวกับเส้นทางนั้น

ถึงแม้ชีวิตที่เกิดมาจะลำบากแสนเข็ญ เพราะ ไกรสร (ชาตโยดม หิรัญยัษฐิติ) ผู้เป็นพ่อที่ควรจะเป็นเสาหลักของบ้าน กลับตกอยู่ในวังวนของความทุกข์จากความล้มเหลวในชีวิตการทำงาน และความเสียใจที่ถูกเมียทอดทิ้ง ทำให้กลายเป็นคนขี้เมาไร้คุณค่า และเป็นที่รังเกียจแก่ผู้คนที่พบเห็น และยังมี ย่าพุดกรอง (ดวงตา ตุงคะมณี) ผู้เป็นผู้ปกครองที่เข้มแข็ง และเข้าใจความเป็นไปของชีวิตที่ยากลำบากในชุมชนแห่งนี้ ต้องใช้ความพยายามอย่างสุดกำลังในการดึงรั้ง เด็กผู้ชายที่ มีบุคลิก เข้มแข็ง กล้าหาญ มีน้ำใจ และมีฝีมือในการต่อสู้จากพรสวรรค์และการแอบฝึกฝนของเพชร จนทำให้เพชรกลายเป็นจุดหมายที่ถูกใจของ เอ (วงศ์วชิรา เพชรแก้ว) เด็กหนุ่มผู้มีประวัติอันโหดร้ายจากชุมชนอีกคน ที่ตั้งใจจะทำตัวเองให้เป็นใหญ่

เพชรต้องทำงานสารพัดชนิดตั้งแต่จำความได้ และเมื่อเริ่มเติบโต จนอ่านออก เขียนได้เพชรก็ต้องรับหน้าที่ทำงานเป็นเด็กฝึกงานในอู่ แทนไกรสรที่เอาแต่เมาจนไม่มีสติในการทำงาน แต่ด้วยความขยัน ตั้งใจ และกตัญญูต่อทุกคนทำให้บรรดาผู้ใหญ่ในอู่ต่างก็ให้ความเอ็นดู โดยเฉพาะเฮียตงเจ้าของอู่ที่ยอมให้เพชรทำงานตั้งแต่เด็ก โดยมี อาอ่อง (นิธิ สมุทรโคจร) เพื่อนรักของไกรสรคอยช่วยสอนงาน และช่วยดูแล จนเพชรค่อย ๆ เติบโตขึ้นมาเป็นผู้ช่วยช่างที่มีความสามารถคนหนึ่ง

ชีวิตที่ต้องพยายามดิ้นรนต่อสู้ แต่ด้วยความโชคร้ายที่สุขภาพของ หนูพิม (ปาณิสรา หยาง) ไม่ค่อยแข็งแรง และความเกเร เหลวไหลของไกรสร ก็ทำให้ครอบครัวต้องมีปัญหาในเรื่องเงินอยู่เนือง ๆ ทำให้ย่าพุดกรองต้องบากหน้าไปหยิบยืมเงินมาจากพวกปล่อยเงินกู้จอมโหด และต้องทำงานหนักเพื่อหาเงินมาใช้หนี้โดยไม่มีวันจบสิ้น

แต่ในความโชคร้าย ครอบครัวเอี่ยมธำรง ทั้งเพชรทั้งหนูพิมก็พยายามทำตัวเป็นสมาชิกที่ดี ขยัน กตัญญู และตั้งใจทำงานทุกอย่างเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของครอบครัว และเมื่อเพชรโตขึ้น ก็ได้รับเงินค่าจ้างเพิ่มขึ้น และมีเป้าหมายจะเรียนต่อ ภาคค่ำตามที่ฝันไว้

แต่ไกรสรก็ทำให้ความฝันของเพชรสลายลงไป เพราะไกรสรเอาเงินของเพชรไปจมกับขวดเหล้าจนหมด และเมื่อย่าโดนพวกทวงหนี้ตามมารังควาน เพชรก็ขาดสติถึงกับออกตามล่า เพื่อจะแก้แค้น แต่ยังไม่ทันได้เจอตัว เอก็โผล่มาขวาง และลากเพชรให้เข้าต่อสู้กับ โบ้ (อัศนัย เทศวงศ์) คู่อริของเพชร จนได้รับชัยชนะ โดยได้ ครูหมาย (วรฤทธิ์ เฟื่องอารมย์) มาเป็นกรรมการตัวกลาง แต่กลับกลายเป็นชัยชนะที่ทำให้เพชรกับย่าพุดกรองต้องทะเลาะกันอย่างรุนแรงด้วยความโกรธที่ยังคงคุกรุ่นอยู่ แต่เมื่อทุกอย่างสงบลงเพชรก็เข้าใจและเสียใจกับสิ่งที่ตังเองทำลงไป และสัญญากับย่าว่าจะไม่พาตัวเองเข้าไปสู่เส้นทางของพวกนักเลงอีก

เพชรกลับไปตั้งใจทำงานอย่างเข้มแข็ง และมีความหวังอีกครั้งในอู่ และยังได้ช่วยเหลือเอ จากการถูกโบ้และพวกทำร้าย ทำให้เอรู้สึกรักใคร่และชื่นชอบเพชรมากขึ้นกว่าเดิม และเมื่อเอแก้แค้นโบ้กับพวก ด้วยการแจ้งตำรวจให้บุกค้นและจับกุมครั้งใหญ่ เพชรก็ได้ช่วยเหลือ ยุทธ (ชินพรรธน์ กิตติชัยวรางค์กูร) เด็กรุ่นน้องที่กำลังเริ่มต้นเส้นทางของการค้ายา จนทำให้ยุทธกลับใจและพยายามหาทางทำมาหากินในอาชีพสุจริต โดยที่ต้องอยู่ในความดูแลของครูหมาย ครูหมายจอมโหดที่ทุกคนในชุมชมต่างก็ให้ความเคารพ หวาดกลัว และเกรงใจ

เพชรกำลังพยายามจะจัดระเบียบชีวิตของตัวเอง แต่ไกรสรก็ก้าวเข้ามาทำลายความฝันทั้งหมดอีกครั้งด้วยการบุกเข้าไปอาละวาดทำลายข้าวของในอู่จนเสียหายมากมาย และยังทำให้ตัวเองบาดเจ็บสาหัสจนถึงกับต้องสูญเสียแขนไป ย่าพุดกรองที่เคยเข้มแข็งมาตลอดถึงกับทรุดด้วยความเสียใจ ทำให้เพชรต้องลุกขึ้นมาเข้มแข็ง และกลายเป็นเสาหลักที่แข็งแกร่งให้กับทุกคนในบ้าน ตั้งแต่ยังเป็นแค่เด็กวัยรุ่นอายุ เพียงแค่ 17 ปี

หลายปีผ่านมา เพชรเติบโตขึ้นเป็นหนุ่มหล่อ ใจเย็น อารมณ์ดี และเป็นสุภาพบุรุษเต็มตัว โดยมียุทธรุ่นน้องคนสนิทที่พยายามจะเลียนแบบการใช้ชีวิตและยึดมั่นในการทำความดีของเพชรเป็นต้นแบบ ชีวิตที่ดำเนินไปตามปกติ เริ่มเปลี่ยนไป เมื่อเพชรผู้ซึ่งไม่เคยดูดายต่อความเดือดร้อนของผู้อื่น เข้าไปช่วย ปริม (บุศย์สิริ รัตนาไพศาลสุข) ที่กำลังโดนปล้น เพชรไล่ติดตามคนร้าย และจัดการด้วยเชิงมวยที่จัดเจนจนสามารถแย่งกระเป๋าของปริมกลับมาได้ แต่เมื่อ สิรินทร์ (อิษยา ฮอสุวรรณ) กับ แก้วตา (ณัฏฐธิดา ดำรงวิเศษพาณิชย์) โผล่เข้ามา เรื่องราวก็ทั้งหมดพลิกผัน จนสุดท้ายต้องไปลงเอยที่โรงพัก

รินทร์อาละวาดโวยวายเพราะคิดว่าเพชรเป็นโจรชั่วที่จะทำร้ายลวนลามแก้วตาที่กำลังเมา ไร้สติ เพราะเพิ่งอกหักจากผู้ชายคนล่าสุด รินทร์โกรธจนเผลอทำร้ายเพชร แต่เมื่อรู้ว่าเข้าใจเพชรผิด และเพชรไม่ถือโกรธ ก็ทำให้รินทร์ยิ่งรู้สึกผิด แตกต่างกับปริมที่ปลาบปลื้ม และประทับใจในตัวของเพชรเป็นอย่างมาก

ปริมเริ่มพยายามหาทางใกล้ชิดและสนิทสนมกับเพชรอย่างเต็มที่ ในขณะที่เพชรก็พยายามรักษาระยะห่างด้วยความเกรงใจ ในขณะที่รินทร์กำลังหาทางจะเอาเสื้อของเพชรมาคืน และหาทางขอโทษ แต่รินทร์ กลับต้องมาช่วยครอบครัวของเพชรโดยการพาย่าพุดกรองที่ล้มป่วยจากการทำงานหนักไปส่งโรงพยาบาลโดยบังเอิญ

หนูพิมพยายามหาทางช่วยเหลือครอบครัวด้วยการเข้าไปทำงานกับ แตน (ชุติมา เอเวอรี่) ผู้หญิงที่ไกรสรติดพัน โดยไม่รู้ว่าแตนพยายามขายหนูพิมให้กับเสี่ยผู้มีอิทธิพลซึ่งชื่นชอบเด็กสาวบริสุทธิ์ และเรื่องก็เลยเถิดไปมากมาย จนหนูพิมโดนจับตัวไป ทำให้เพชรต้องตามไปช่วยโดยมีรินทร์ติดไปด้วย

เพชรช่วยน้องสาวสำเร็จ โดยมีความรู้สึกดี ๆ กับรินทร์ ผู้หญิงแปลกหน้า ที่ให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่โดยไม่มีข้อต่อรอง หรือสร้างปัญหา ในขณะที่รินทร์ก็เริ่มรู้สึกดีกับเพชร ผู้ชายที่ไม่ยอมแพ้ต่อชะตากรรม ซึ่งตามมาอีกระลอกใหญ่ เพราะเสี่ยยังไม่ยอมปล่อยมือจากหนูพิม ทำให้หนูพิมยังตกอยู่ในอันตราย

ที่อู่ เพชรต้องรับมือกับ ณรงค์ (เขมันต์ ประสิทธิ์พานิช) ลูกชายคนเดียวของอ่อง ผู้ใหญ่ที่เพชรรักและนับถือมาก รองจากย่าพุดและพ่อ ณรงค์โดนบังคับให้มาทำงานในอู่ เพราะความเกเร แต่ณรงค์ไม่เคยยอมลงให้ใคร พยายามก่อเรื่องและทำตัวเป็นคนพิเศษอยู่เสมอ จนทำให้ทุกคนในอู่ไม่ค่อยชอบใจ โดยเฉพาะยุทธ ที่เคยที่เรื่องกันมาตั้งแต่เด็ก

ยุทธรู้เรื่องที่ณรงค์เป็นเด็กส่งยา และอยากจะเป็นหัวหน้านักเลงผู้มีอิทธิพล เพื่อที่จะได้ใช้ชีวิตสุขสบายเหมือน ๆ กับที่เอต้องการ แต่ณรงค์ก็ออกหน้ามากไม่ได้ เลยได้แต่พยายามปั้นหน้าเป็นคนดี อยู่ข้างหลัง จิตรา (ณหทัย พิจิตรา) ผู้เป็นแม่ ที่รักลูกอย่างหน้ามืดตาบอด ณรงค์หาทางกำจัดเพชรให้พ้นจากอู่ด้วยความอิจฉาและเกลียดชัง ที่ถูกปลูกฝังมาจากจิตรา แต่ความดีและความซื่อสัตย์ของเพชรทำให้ณรงค์ทำอะไรไม่ได้ เลยหาทางไปลงที่ยุทธ ที่เป็นลูกน้องและก็สำเร็จ แต่เรื่องก็ยังไม่จบ เพราะรถที่ณรงค์ทำพัง กลายเป็นรถที่เอต้องใช้ในงานสำคัญเพื่ออนาคตหน้าที่การงานของตัวเอง

หนูพิมก็โดนแตนไล่ล่าและจับตัวไปส่งให้เสี่ยผู้มีอิทธพล ซึ่งชื่นชอบเด็กสาวบริสุทธิ์จนได้ เอรับรู้เรื่องราวของหนูพิมจากลูกน้องที่ถูกส่งไปประกบตัวหนูพิม และทันทีที่เพชรชนะการแข่งขัน เอก็บอกความจริง และรับปากว่าจะไปช่วยหนูพิมออกมาอย่างปลอดภัย แต่เพชรไม่ยอมรออยู่เฉย ๆ อย่างที่เอขอเพชรโต้ตอบกับเออย่างดุดัน จนรินทร์ ยุทธ หรือแม้แต่เอเองยังขยาด และจำใจต้องยอมพาเพชรกับพวกไปที่บ้านเสี่ย

เพชรขอร้องให้รินทร์กับยุทธรออยู่ข้างนอก เพราะไม่อยากให้เข้าไปเสี่ยงด้วย รินทร์จำใจยอม แต่บอกว่าจะเรียก ชาญวิทย์ (ราชวัตร ขลิบเงิน) มาอยู่เป็นเพื่อน ทุกคนแปลกใจเมื่อรู้ว่าชาญวิทย์ ผู้แสนซื่อคือนายตำรวจหนุ่มยศสูง ซึ่งทำหน้าที่คุ้มครองรินทร์กับแก้วตามานานหลายปี

ในบ้านเสี่ย เพชรกับเอต้องพยายามทุกวิถีทาง เพื่อนำตัวหนูพิมออกมา เอเกือบต้องยอมสละมือของตัวเองเพื่อขอชีวิตของเพชรและหนูพิม แต่เพชรไม่ยอม เพชรยอมเสี่ยง จนเสี่ยกับเอยอมรับในความใจเด็ด และยอมปล่อยเพชรกับหนูพิมเป็นอิสระ โดยที่เอโดนเสี่ยเรียกไว้ และพูดถึงเพชรด้วยความเสียดายในความซื่อสัตย์ และใจถึง ทำให้เอเริ่มไม่สบายใจและห่วงใยเพชรที่กลายเป็นที่ต้องการตัวของคนระดับเสี่ยผู้มีอิทธิพลแบบนี้

เพชรและทุกคนกลับมาใช้ชีวิตที่ปกติ โดยที่ณรงค์ก็ยังคงทำตัวงี่เง่า และกวนประสาทเพชรอยู่เนือง ๆ จนอ่องเริ่มรำคาญ และพยายามจะพูดคุยเปิดอกกับณรงค์อย่างลูกผู้ชาย แต่ณรงค์ไม่ฟัง ทำให้อ่องต้องพยายามหาทางตอบแทนในสิ่งที่เพชรทำ ด้วยการหาทางดึงไกรสรกลับมาสู่ครอบครัวอีกครั้ง

ในขณะที่แตนก็เริ่มออกลายไล่ไกรสรออกจากชีวิต เพราะหาประโยชน์อะไรจากไกรสรไม่แล้ว แต่ไกรสรไม่ยอมพยายามตื้อ จนเกิดเรื่อง เมื่อ นะ สามีตัวจริงของแตนที่เพิ่งออกจากคุกโผล่เข้ามา ทำร้ายไกรสรอย่างรุ่นแรง และอ่องก็เข้าช่วยจนทำให้ตัวเองโดนทำร้ายสาหัส

เพชรมาทันลมหายใจอันรวยรินของอ่องที่เอาตัวรับคมมีดของนะแทนไกรสรจนตัวเองบาดเจ็บสาหัส และรินทร์ แก้วตา ชาญวิทย์ที่ตามมาเพื่อจะพูดเรื่องการช่วยเหลือหนูพิมและย่าพุดกรองในการขายขนม แต่ยังไม่ทันได้พูดกัน ทั้งหมดก็ต้องช่วยกันพาอ่องไปส่งโรงพยาบาล แต่อาการของอ่องสาหัสจนหมอไม่สามารถช่วยไว้ได้ทัน อ่องจากไปท่ามกลางความโศกเศร้า เสียใจ ของคนรอบข้างมากมาย โดยเฉพาะณรงค์กับจิตราที่ทั้งเสียใจ และโกรธแค้นครอบครัวของเพชรมากเป็นทวีคูณ

เพชรทุ่มเทพลังกายและใจ และความอดทนทั้งหมด เพื่อเข้าไปช่วยงาน โดยไม่สนใจคำต่อว่า ด่าทอ และฉุนเฉียวร้ายกาจของณรงค์กับจิตรา ส่วนคนอื่น ๆ ในครอบครัวเอี่ยมธำรง ทำได้เพียงไปร่วมงานวันแรก และต้องพยายามอยู่ให้ห่างจากความเคียดแค้น ชิงชังอย่างเจียมตัว ไกรสรตกอยู่ในอาการช็อกกับการจากไปของอ่อง ในขณะที่หนูพิมกลับแสดงท่าทีต่อต้าน และโกรธแค้นไกรสรมาก เพราะเชื่อว่าไกรสรเป็นต้นเหตุให้อ่องตาย

รินทร์พยายามหาทางช่วยหนูพิมให้คลายจากความทุกข์โศกของการสูญเสียและความเกลียดชัง จนหนูพิมเริ่มรู้สึกดีขึ้น แต่ไกรสรก็ทำให้เรื่องราววุ่นวายมากขึ้น ด้วยการคิดสั้นผูกคอตาย แต่ย่าพุดกรองกับหนูพิม กลับไปเจอ และพยายามช่วยจนไกรสรรอด แต่ย่าพุดกรองกลับเป็นฝ่ายทรุดด้วยสุขภาพและความเสียใจ

ทุกคนต่างก็ช่วยกันภาวนาให้ย่าพุดกรองปลอดภัย มีเพียงไกรสรผู้อ่อนแอที่ได้แต่ขุดฝังตัวเองอยู่กับความรู้สึกผิด จนเมื่อย่าพุดกรองปลอดภัย ไกรสรก็ยังจมดิ่งอยู่ในความเสียใจกับสิ่งที่ตัวเองได้กระทำลงไป จนรินทร์อดไม่ได้ จึงเริ่มหาทางดึงไกรสรให้กลับมาสู้ด้วยวิธีการ ตาต่อตา ฟันต่อฟัน และมันก็ได้ผล

ไกรสรลุกขึ้นมาทะเลาะ โวยวายกับรินทร์และยอมให้รินทร์พาเข้าไปย่าพุดกรอง และทำให้ไกรสรสัมผัสได้ถึงความรัก และความหวังดีที่ไม่เคยหวังสิ่งใดตอบแทนจากย่าพุดกรอง และปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อไกรสรอยากกลับตัวกลับใจ เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ตัวเองได้รับมาอ่อง เพื่อนที่รักที่สุดในชีวิต

รินทร์เป็นตัวตั้งตัวตีในการหาสถานบำบัดการติดเหล้าให้กับไกรสร พร้อม ๆ กับการเป็นคู่กัดที่ไม่ยอมลดราวาศอกให้กัน แต่ทุกคนที่อยู่รอบข้างกลับรู้สึกได้ถึงความปรารถนาดี และจริงใจที่ทั้งสองคนมีให้กัน และรินทร์ที่ทำงานเป็นอาสาสมัครที่สถานบำบัดในตอนกลางวัน ยังช่วยดูแลไกรสรให้ผ่านพ้นช่วงเวลาอันทุกข์ทรมานมาได้อย่างเข้มแข็ง ความมีน้ำใจของรินทร์ ทำให้เพชรยิ่งทวีความประทับใจและเริ่มผูกพันทางใจกับรินทร์แบบเงียบ ๆ โดยที่ตัวเองก็ยังไม่รู้ตัว

แต่ทั้งหมดของเรื่องราวระหว่างเพชรกับรินทร์ และครอบครัวอยู่ในสายตาของปริม ที่จับจ้องมาด้วยความอิจฉา และริษยา จนปริมเข้าไปตัดพ้อ ต่อว่าเพชร แต่เมื่อเพชรแสดงความชัดเจนในความคิดของตัวเอง ปริมผู้ซึ่งไม่เคยผิดหวัง หรือพ่ายแพ่ต่อผู้หญิงคนไหน ก็เริ่มแสดงด้านมืดของตัวเองออกมา

ณรงค์ที่ยังคอยหาเวลาทำลายเพชร ก็ดูความเป็นไปทั้งหมดอย่างรอเวลา และเมื่อปริมกำลัง ผิดหวังจนเสียหลัก ณรงค์ก็รีบก้าวเข้ามาและสัญญาว่าจะทำให้เพชรและรินทร์ต้องเสียใจกับการปฏิเสธปริม ปริมหลงเชื่อ และค่อย ๆ กลายเป็นเครื่องมือของณรงค์โดยไม่รู้ตัว

เพชรใช้เวลาในการดูแลย่า ไกรสรและหนูพิมจนทำให้ต้องขาดงาน ๆ บ่อย ๆ และณรงค์ก็ใช้เรื่องนี้เป่าหู คุณตี๋ (จักรพันธ์ จันโอ) ลูกชายของ เฮียตง (ศานติ สินติเวชชกุล) จนคุณตี๋หลงเชื่อ และเมื่อเกิดเหตุการณ์เงินหายในอู่ ณรงค์ก็ชี้นำความผิดไปที่เพชร จนทำให้ตี๋ไล่เพชรออก พร้อมกับแจ้งความจับเพชรเข้าคุก

ทุกคนที่รักเพชรต่างก็วิ่งวุ่นเพื่อหาทางช่วยเพชรออกมาจากคุก โดยเฉพาะรินทร์ที่เข้ามาช่วยดูแลทั้งย่าพุดกรอง หนูพิม และไกรสรอย่างเต็มตัว โดยมีแก้วตา ยุทธและคนอื่นคอยช่วย เพชรอยู่ในคุกอย่างสิ้นหวัง ชีวิตเหมือนมืดแปดด้าน ความรักและชีวิตการต่อสู้ของลูกผู้ชายที่ชื่อเพชร จะดำเนินไปอย่างไร ติดตามชมกันต่อได้ในซีรีส์ลูกผู้ชาย เพชร ที่ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางช่อง 3 ซีรีส์ลูกผู้ชาย เพชร เริ่มตอนแรกวันอาทิตย์ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562

ปี่แก้วนางหงส์
ปี่แก้วนางหงส์

Anguished Love

256112 ตอน
ช่อง:ช่อง 3 เอชดี
เริ่มออกอากาศ:31 ตุลาคม 2561

พิกุล (ราณี แคมเปน) หญิงสาวหน้าตาสะสวยผู้เติบโตมาในคณะมโหรีปี่พาทย์ของ จางวางพ่วง (สรพงษ์ ชาตรี) ผู้เป็นพ่อ ถูกสอนให้เป่าปี่แก้วจนมีความสามารถเป็นที่เลื่องลือไปทั่วทั้งพระนครทั้ง ๆ ที่อายุยังน้อย จางวางพ่วงเป็นหัวหน้าคณะวงมโหรีปี่พาทย์ที่มีชื่อเสียง ต่อมา เจ้าพระยาพิชัยเดชา (เกรียงไกร อุณหะนันทน์) ได้เมตตารับคณะมโหรีปี่พาทย์ของจางวางพ่วงเข้ามาอยู่ในวังพิชัยเดชา

พิกุลถูกสอนให้เป่าปี่แก้วมาตั้งแต่เด็ก โดยได้รับการสืบทอดปี่แก้วมาจากย่าของเธอที่เสียชีวิตไปแล้ว เพราะธรรมเนียมของตระกูลที่จางวางพ่วงยึดถือปฏิบัติกันมา โดยคนที่จะเป่าปี่แก้วได้นั้นจะต้องเป็นผู้หญิงเท่านั้น พิกุลมีเพื่อนสนิทคือ เอื้อย (พริมา พันธุ์เจริญ) หญิงสาววัยเดียวกันที่เป็นลูกสาวของ นางสุด (นฤมล พงษ์สุภาพ) แม่ครัวผู้อาศัยอยู่ในเรือนของจางวางพ่วง แต่เอื้อยเป็นคนที่มีนิสัยทะโมน หัวช้า มักจะจดจำโน้ตดนตรีไม่ค่อยได้ เอื้อยก็เลยถูกสอนให้เล่นฉิ่งแทนที่จะไปเล่นเครื่องดนตรีชิ้นอื่นที่ยากกว่า

ต่อมาไม่นาน หลวงราช (วรินทร ปัญหกาญจน์) ชายหนุ่มรูปงาม ลูกชายเพียงคนเดียวของเจ้าพระยาพิชัยเดชา ได้เดินทางกลับจากการไปเรียนหนังสือในมหาวิทยาลัยที่ยุโรป หลวงราชเป็นหนุ่มเพลย์บอยหัวนอกที่มากด้วยเสน่ห์ หลังจากที่กลับมาจากต่างประเทศก็ไม่ได้หางานทำเป็นชิ้นเป็นอัน อาศัยบารมีของพ่อผู้เป็นเจ้าพระยาก็เลยออกเที่ยวเตร่ดื่มกิน สนุกสนานไปวัน ๆ

ในขณะที่ ท่านผู้หญิงเกสร (ดวงตา ตุงคะมณี) มารดาของหลวงราช ก็ได้แต่คอยตามใจลูกชายจนเสียผู้เสียคน เมื่อหลวงราชบังเอิญมาพบกับพิกุลที่กำลังเป่าปี่แก้วอยู่ที่ศาลาริมสระน้ำท้ายวังพิชัยเดชาก็เกิดพึงใจในเสียงปี่แก้วของพิกุล พอ ๆ กับที่พึงใจในรูปโฉมของพิกุล ส่วนพิกุลเองก็แอบมีใจให้หลวงราชเช่นกัน หลวงราชพยายามหาเรื่องมาหาพิกุลที่ศาลาริมสระน้ำท้ายวังพิชัยเดชาซึ่งอยู่ใกล้ ๆ กับเรือนของจางวางพ่วงอยู่เสมอ

อยู่มาวันหนึ่ง เสงี่ยม ผู้มีหน้าที่เล่นฆ้องนางหงส์ประจำคณะ เกิดล้มป่วยกะทันหันและเสียชีวิตลงในที่สุด จางวางพ่วงนึกถึง สิน (อเล็กซ์ เรนเดลล์) หลานชายที่เป็นญาติห่าง ๆ เมื่อครั้งที่อยู่สุพรรณบุรี จางวางพ่วงจึงแจ้งข่าวให้สินเดินทางมาที่วังของเจ้าพระยาพิชัยเดชา และสินก็ได้รับคัดเลือกให้เป็นผู้เล่นฆ้องนางหงส์ประจำวงปี่พาทย์ของจางวางพ่วง สินดีใจมากที่เขาได้เจอกับพิกุลอีกครั้ง เพราะสินแอบมีใจให้กับพิกุลมานานแล้ว แต่พิกุลต้องติดตามจางวางพ่วงผู้เป็นพ่อเข้าไปอยู่ในบ้านท่านเจ้าพระยาพิชัยเดชาเสียก่อน สนจึงไม่มีโอกาสได้บอกความในใจแก่พิกุล ขณะเดียวกันเอื้อยเองก็แอบชอบสิน ทว่าเอื้อยก็รู้ว่าสินแอบมีใจให้กับพิกุล เมื่อความรักเข้าตาเอื้อยก็เลยไม่เห็นพิกุลเป็นเพื่อนรักเหมือนที่เคยเป็นมา เอื้อยคอยกันท่าไม่ให้สินเข้าใกล้พิกุล อีกทั้งยังแสดงออกชัดเจนว่าเธอมีใจให้กับสิน แม้สินจะปฏิเสธเอื้อยไปหลายต่อหลายครั้งว่าเขาไม่เคยมีใจให้กับเอื้อยเลยแม้แต่น้อย แต่เอื้อยก็คงยังตามติดสินอยู่ไม่ห่าง

หลวงราชแอบพบกับพิกุลจนทำให้จางวางพ่วงรู้จนได้ จางวางพ่วงโกรธมากที่รู้ว่าพิกุลไม่เจียมตัว ไปแอบชอบพอกับหลวงราชผู้เป็นลูกของเจ้านาย และด้วยความที่หลวงปู่ที่จางวางพ่วงเคารพ เคยทำนายเอาไว้ว่า หากมีลูกสาว จงให้ระวังลูกสาวจะมีเคราะห์หนักที่เกิดจากชายสูงศักดิ์นำพามาให้ ซึ่งเป็นผลมาจากกรรมในอดีตชาติ ทำให้จางวางพ่วงเป็นห่วงอนาคตของพิกุล ฝ่ายท่านผู้หญิงเกสรเมื่อรู้ว่าหลวงราชมีใจให้กับพิกุลก็ไม่พอใจเป็นอย่างมาก ท่านผู้หญิงเกสรก็เลยพยายามจะหาทางไล่ครอบครัวของจางวางพ่วงออกไปจากวัง ทว่าไม่สำเร็จ เพราะเจ้าพระยาพิชัยคอยให้ท้ายครอบครัวของจางวางพ่วงอยู่ตลอดเวลา ท่านผู้หญิงเกสรก็เลยต้องให้ สร้อย (วิมลพันธ์ ชาลีจังหาญ) บ่าวรับใช้คนสนิท ไปคอยกลั่นแกล้งพิกุลเพื่อความสะใจ แม้ว่าพิกุลจะรักหลวงราชมากเพียงใด แต่พิกุลก็ยังเป็นหญิงสาวที่ถูกสอนมาให้รักนวลสงวนตัว ไม่ยอมให้หลวงราชแตะต้องตัวเธอ หลวงราชทั้งรักทั้งหลงพิกุลมากและอยากให้พิกุลตกเป็นของเขา เขาก็เลยยอมทำทุกอย่างเพื่อให้พิกุลเชื่อใจและยอมรับในตัวเขา หลวงราชยอมเปลี่ยนแปลงตัวเองจากที่เคยเป็นคนเจ้าชู้สำมะเลเทเมาไม่เอาไหน กลายมาเป็นคนเอาการเอางาน เลิกกินเหล้าและเลิกเจ้าชู้ ท่านผู้หญิงเกสรดีใจมากที่หลวงราชกลับตัวได้ แต่ท่านผู้หญิงเกสรก็ยังไม่เห็นด้วยกับการที่หลวงราชไปรักกับผู้หญิงต่ำต้อยอย่างพิกุลอยู่ดี ขณะเดียวกันสินยังคงเป็นห่วงพิกุล และไม่เชื่อใจหลวงราชว่าหลวงราชจะเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ และรักพิกุลจริง ๆ สินพยายามเตือนพิกุล ว่าให้เลิกยุ่งเกี่ยวกับหลวงราช แต่พิกุลไม่เชื่อ สินก็เลยคอยกันท่าไม่ให้หลวงราชเข้าใกล้กับพิกุล หลวงราชไม่พอใจสินก็เลยให้ มุด (ชัชวาล เพชรวิศิษฐ์) บ่าวรับใช้ผู้ซื่อสัตย์ คอยขัดขวางสินไม่ให้เข้ามายุ่งเกี่ยวเรื่องของเขากับพิกุล

ท่านผู้หญิงเกสรกลัวว่าหลวงราชจะพลาดท่าเสียทีถูกหญิงสาวต่ำต้อยอย่างพิกุลจับเป็นสามี ก็เลยทำทีรับ คุณหญิงดาว (การัญชิดา คุ้มสุวรรณ) และ คุณหญิงเดือน (นาตาชา จุลานนท์) ลูกสาวฝาแฝดของ เจ้าพระยายุทธนามนตรี (ศานติ สันติเวชกุล) กับ ม.ร.ว.พิศพิราศ (สุรัตนา คล่องตระกูล) ที่เป็นญาติกับเจ้าพระยาพิชัยเดชาให้มาเรียนการฟ้อนรำในวังของตน เพื่อเปิดโอกาสให้หญิงสาวทั้งสองได้มาทำความรู้จักกับหลวงราช คุณหญิงดาวและคุณหญิงเดือนต่างพึงใจในตัวหลวงราชตั้งแต่แรกเห็น ขณะเดียวกันสองสาวพี่น้องคู่นี้ยังคอยแย่งกันทำตัวเด่นเพื่อเรียกร้องความสนใจจากหลวงราช ก็เลยแย่งกันเอาใจ ทั้งยังคอยตามติดชิดใกล้หลวงราช จนทำให้หลวงราชรำคาญ ยิ่งทำให้หลวงราชหาเรื่องหนีออกจากตึกใหญ่ของวังไปที่เรือนซ้อมดนตรีของจางวางพ่วง เพื่อที่จะได้เจอกับพิกุล แต่กลับทำให้พิกุลเสียสมาธิในการซ้อม เพราะมัวแต่ชะเง้อมองหลวงราช จางวางพ่วงโกรธมากเลยลงโทษพิกุล หลวงราชก็เลยต้องเข้ามาช่วย พิกุลซาบซึ้งในน้ำใจของหลวงราชที่เขาแสดงความเป็นสุภาพบุรุษช่วยเหลือเธอเอาไว้ พิกุลก็เลยยิ่งมีใจให้หลวงราชมากขึ้นอีก

หลวงราชเข้าทำงานมีตำแหน่งในกระทรวง ได้รับความไว้วางใจจาก ท่านเจ้าคุณต่วน (วิวัฒน์ ผสมทรัพย์) และได้รู้จักกับ สารภี (สุภัสสรา ธนชาต) ลูกสาวของ จีนพ้ง (ทนงศักดิ์ ศุภการ) คหบดีผู้ร่ำรวยและมีอิทธิพล สารภีชอบหลวงราชมาก คอยมาทำธุระที่กระทรวงเพื่อเจอกับหลวงราช ขณะที่เจ้าพระยาพิชัยเดชาก็เห็นว่าสารภีเหมาะสมกับหลวงราช แต่ท่านผู้หญิงเกสรไม่ชอบสารภีเลย เห็นว่าเป็นลูกเจ๊กลูกจีนไม่คู่ควรกับหลวงราช และนิสัยก็หยิ่งผยอง ไม่ยอมก้มหัวให้ใคร สารภีมีน้องสาวต่างมารดาอยู่หนึ่งคนคือ พุดกรอง (กรณิศ เล้าสุบินประเสริฐ) เด็กสาววัย 10 ขวบ ที่จีนพ้งฝากเข้าไปรับใช้งานท่านผู้หญิงเกสรในวังพิชัยเดชา แม่ของพุดกรองเป็นหญิงชาวไทยคือ นิ่ม (พรรษชล สุปรีย์) ภรรยาคนที่สองของจีนพ้ง สารภีไม่ค่อยชอบนิ่มสักเท่าใดนัก เพราะกลัววว่านิ่มจะมาฮุบเอาสมบัติของพ่อ ทำให้สารภีพลอยไม่ชอบและรังเกียจพุดกรองที่เป็นลูกเมียรองของพ่อ ทว่าพุดกรองก็ยังรักสารภีเสมือนพี่สาวแท้ ๆ ของตน ในระหว่างที่รับใช้งานท่านผู้หญิงเกสรอยู่ในวังพิชัยเดชา พุดกรองได้มีความสนินสนมกับพิกุลมากเป็นพิเศษ เพราะคนอื่น ๆ ในวังมองว่าเธอเป็นลูกเจ๊กไม่มีสกุลรุนชาติ

สารภีได้พบกับคุณหญิงดาวและคุณหญิงเดือนโดยบังเอิญ เมื่อคุณหญิงดาวและคุณหญิงเดือนรู้ว่า สารภีคือคนที่เจ้าพระยาพิชัยเดชาหมายหมั้นจะให้มาเป็นคู่ครองกับหลวงราช แทนที่จะเป็นเธอทั้งสอง คุณหญิงดาวและคุณหญิงเดือนก็เลยเกิดอาการหมั่นไส้สารภี สารภีซึ่งเป็นคนไม่ยอมคนก็เลยตอบโต้กลับ คุณหญิงดาวและคุณหญิงเดือนแค้นสารภีที่บังอาจมาสู้กับลูกเจ้าพระยาอย่างพวกเธอ คุณหญิงดาวและคุณหญิงเดือนก็เลยวางแผนให้คนไปลอบขืนใจสารภี แต่สารภีฉลาดกว่า เธอคิดแผนตลบหลังโดยให้ ชบา (คัคกิ่งรักส์ คิคคิคสะระณัง) สาวใช้คนสนิท เอาเงินไปล่อพวกคนร้ายให้บอกความจริงว่าใครเป็นคนจ้างวานพวกมันมา และใช้เงินที่มากกว่าหลายเท่าจ้างคนร้ายพวกนั้นให้กลับไปทำร้ายคุณหญิงดาวและคุณหญิงเดือนจนตายเพื่อเป็นการเอาคืน

แต่แม้จะไม่มีหญิงดาว หญิงเดือน ทางท่านผู้หญิงเกสร ก็ยังไม่ชอบทั้งพิกุลและสารภี สุดท้ายท่านผู้หญิงเกสรหาเรื่องด่าทอตบตีพิกุลอีกจนจางวางพ่วงทนไม่ไหว กราบลาเจ้าพระยาพิชัยเดชา ยกวงกลับสุพรรณบุรีบ้านเกิด สร้างความเสียใจให้หลวงราชและพิกุล ส่วนด้านสารภีดีใจ พยายามเข้าหาทางเจ้าพระยาพิชัยเดชา ที่อยากได้เธอเป็นลูกสะใภ้ แต่หลวงราชก็ไม่ได้มีใจให้สารภีแต่อย่างใด

จางวางพ่วงตัดสินใจให้สินแต่งงานกับพิกุล ทำให้พิกุลและเอื้อยเสียใจมาก แต่พิกุลก็ไม่สามารถขัดพ่อได้ แต่สินเห็นแก่ความรักที่พิกุลมีต่อหลวงราช จึงยอมเป็นผู้เสียสละ พาพิกุลไปเจอกับหลวงราชที่กระท่อมเก่า ๆ ของ ครูทับ (พรเลิศ พิพัฒน์รุ่งเรือง) และ ท่านจัน (สโรชา วาทิตตพันธ์) ครูเป่าปี่ที่รักกัน อยู่ด้วยกันจนเสียชีวิตไปแล้ว พิกุลเห็นถึงความรักของหลวงราชที่มีต่อเธอ ยอมสละความสุขสบายส่วนตัวมาอยู่อย่างลำบากในกระท่อมหลังเล็ก ๆ ทั้งยอมขัดใจท่านผู้หญิงเกสรผู้เป็นแม่ พิกุลก็เลยยอมตกเป็นของหลวงราชในที่สุด ทั้งคู่ใช้ชีวิตชาวบ้านอย่างมีความสุข ขณะที่สารภีและชบาให้คนมาตามสืบหาหลวงราช ผ่านมาที่กระท่อมของครูทับก็ไม่เจอ เพราะวิญญาณของท่านจันช่วยอำพรางเอาไว้ สุดท้ายหลวงราชตัดสินใจพาพิกุลไปขอขมาจางวางพ่วง ให้สัญญาว่าจะรีบกลับพระนคร ให้พ่อมาสู่ขอและจัดพิธีแต่งงานกับพิกุลให้ถูกต้อง จางวางพ่วงแม้จะโกรธมาก แต่สุดท้ายก็เห็นแก่ความรักของทั้งคู่ ทำให้หลวงราชและพิกุลดีใจมาก

หลวงราชกลับไปที่บ้าน เจ้าพระยาพิชัยเดชาไม่ได้ขัดข้องอะไร แต่ก็เกิดเหตุท่านผู้หญิงเกสรและสร้อยโดนโจรบุกปล้นบ้าน และฆ่าตายอย่างโหดเหี้ยม ซึ่งก็เป็นฝีมือของสารภี หลังจัดพิธีศพ ทางจีนพ้งและสารภี ยังวางแผนร้ายบีบบังคับให้หลวงราชต้องแต่งงานกับสารภี เพื่อเห็นแก่ชาติบ้านเมือง หลวงราชจำยอม โดยตั้งใจว่าหลังแต่งงานจะรีบไปอธิบายให้พิกุลเข้าใจเรื่องราวทั้งหมด แต่สารภีกลับใช้ให้ ปิง (ว่าที่ร้อยตรี ภัทรกฤษณ์ พุ่มพิพัฒน์) ลูกน้องของจีนพ้ง ไปฆ่าล้างครัว ครอบครัวของพิกุล ทำให้จางวางพ่วงและแม่เพียร สุด อ่ำ ต้องตายอย่างทารุณ เหลือเพียงพิกุล สิน และเอื้อย

พิกุลเสียใจมากที่ตัวเธอเป็นต้นเหตุที่ทำให้พ่อแม่ต้องตาย จึงเดินทางเข้าพระนครเพื่อไปหาหลวงราช หาความจริงเรื่องที่หลวงราชผิดสัญญา และกำลังจะแต่งงานกับสารภี แล้วพิกุลก็ต้องเศร้าใจอย่างมาก เพราะเห็นหลวงราชเข้าพิธีแต่งงานกับสารภีจริง ๆ พิกุลเสียใจมาก เดินไปที่ท่าน้ำที่เธอกับหลวงราชนัดเจอกันประจำ พิกุลเป่าปี่ไปเรื่อย ๆ คิดถึงเรื่องราว คำสัญญาของหลวงราช พิกุลเป่าปี่จนสิ้นใจตาย ไม่ได้เจอกับหลวงราชเป็นครั้งสุดท้าย ขณะที่หลวงราชโดนเล่ห์มารยาของสารภี กว่าจะได้มาเจอกับพิกุล ก็เหลือเพียงร่างที่ไร้วิญญาณ หลวงราชร้องไห้ฟูมฟาย เสียใจมาก สารภียังมาเยาะเย้ยถากถาง ดีใจที่เห็นพิกุลตาย หลวงราชสุดจะทน ต่อว่าสารภีจนเธอโกรธลุแก่โทสะ เอาลิ่มแทงหลวงราชจนบาดเจ็บ หลวงราชพร้อมจะตาย ท้าให้สารภีแทงให้ตรงหัวใจ พร้อมจับมือสารภีให้แทง หลวงราชยืนยันว่าจะไม่มีทางรักสารภี เพราะเขารักเพียงพิกุลคนเดียวเท่านั้น สารภีจะได้แค่เพียงร่างกาย แต่จะไม่ได้ใจของเขาไปครอง

เรื่องราวความรักของหลวงราช พิกุล และสารภี ได้สิ้นสุดลงในชาตินี้ แต่ความรัก ความแค้นของพิกุลที่มีต่อหลวงราช กำลังจะเริ่มต้นขึ้น จะเป็นอย่างไรต้องติดตามชมในชาติภพใหม่ เข้มข้น ชวนติดตามทุกฉาก ติดตามชมละคร ปี่แก้วนางหงส์ ได้ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น. ทางช่อง 3 ละคร ปี่แก้วนางหงส์ เริ่มตอนแรกวันพุธที่ 31 ตุลาคม 2561

รักหลงโรง
รักหลงโรง

Ruk Long Rohng

256012 ตอน
ช่อง:ช่อง 3 เอชดี
เริ่มออกอากาศ:1 กันยายน 2560

หลังจากที่ตำรวจบุกทะลายงานปาร์ตี้งานหนึ่ง ก็ได้พบว่าดาราสาวซูเปอร์สตาร์ผู้โด่งดังก้องฟ้าเมืองไทยนามว่า กีรณา ดรุโณทัย (ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง) ถูกจับในข้อหามียาเสพติดไว้ในครอบครอง ซึ่งก็ทำให้อนาคตที่เคยรุ่งโรจน์ของหญิงสาวดับวูบ ชะตาพลิกผันอย่างที่เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อน แม้กีรณาจะปฏิเสธไม่รู้ไม่เห็นอย่างไร แต่หลักฐานก็มัดเธอแน่นจนไม่อาจที่จะดิ้นหลุดในข้อหานี้ได้

ภายหลังจากกีรณาถูกจับก็เป็นข่าวใหญ่ครึกโครมไปทั้งประเทศ เนื่องจากเธอเป็นคนดัง และนอกจากเธอจะไม่มีใครเข้ามาช่วยเหลือแล้ว ยังได้รับการซ้ำเติมจากคนรอบข้าง เธอแทบไม่มีที่ยืนในสังคม ดาราคู่แข่งอย่าง โรสิตา (วิรากรานต์ เสณีตันติกุล) และ เนตรดารา (บุศย์สิริ รัตนาไพศาลสุข) ก็สะใจ นุ่มนิ่ม (ดีเจมะตูม) เป็นห่วง แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ แม้แต่ อารดา (พรนภา เทพทินกร) อาสาวของกีรณาก็ยังขายเธอให้กับ ท่านบวรฤทธิ์ (ศานติ สันติเวชกุล) เสี่ยผู้มีอิทธิพล กีรณาเจ็บช้ำน้ำใจมาก หลังจากประกันตัวออกมา กีรณาต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ เธอได้พบกับ ตุลา (จรณ โสรัตน์) ชายหนุ่มที่มาจากต่างจังหวัด พยายามเกลี้ยกล่อมให้เธอกลับไปเยี่ยม ยายขวัญ (โฉมฉาย ฉัตรวิไล) ญาติผู้ใหญ่เพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ของเธอ ซึ่งเป็นเจ้าของคณะลิเก ซึ่งกีรณาไม่ได้เจอยายเป็นสิบปีแล้ว

กีรณาตัดสินใจไปเยี่ยมยายที่ป่วย แต่ยังไม่ทันไปถึงบ้านยาย ก็รู้ว่ายายขวัญได้เสียชีวิตไปแล้ว กีรณาขอให้ตุลาพาไปงานศพเพื่ออำลายายเป็นครั้งสุดท้าย กีรณาเสียใจมากที่ยายตาย แต่ก็ยังปากแข็งจนตุลาหมั่นไส้ ชาวคณะลิเกไม่ว่าจะเป็น มัทรี (สุนารี ราชสีมา), กัณหา (นันทนัช โล่สุวรรณ) ลูกสาวของมัทรี รวมทั้ง ชาลี (ภูศิลป์ วารินรักษ์) และ หยกฟ้า (หทัยชนก สวนศรี) ต่างก็ไม่มีใครชอบกีรณาเท่าไหร่

กีรณามางานรดน้ำศพยายด้วยความเสียใจ เธอรู้สึกใจหาย เพราะในวัยเด็กนั้นเธออยู่กับยายหลังจากที่พ่อแม่เสียชีวิต ซึ่งชีวิตในช่วงนั้นเป็นไปด้วยความคับแค้นยากจน ยายขวัญเป็นเจ้าของคณะลิเก รับการแสดงตามงานวัด ซึ่งแต่ละครั้งก็ได้เงินไม่มากนัก ซึ่งต้องแบ่งให้กับนักแสดงรวมถึงนักดนตรี แต่ยายก็ยังยึดคณะลิเกเป็นอาชีพ ซึ่งกีรณาไม่ได้ชอบเอาเสียเลย เมื่อไปโรงเรียนก็ถูกเพื่อนล้อเลียน กีรณาจึงอยากออกจากคณะลิเกไปมีชีวิตที่สุขสบายกว่า มีชีวิตที่หรูหรา แล้ววันหนึ่งความฝันนั้นก็เป็นจริง เมื่ออารดาอาของเธอมารับ และบอกว่าจะพาไปอยู่ต่างประเทศ เธอจึงตกลงทันที ทอดทิ้งยายขวัญและคณะลิเกเอาไว้ข้างหลังอย่างไม่ใยดี อารดานำกีรณาไปอยู่ด้วยที่ต่างประเทศราว ๆ หนึ่งปี และหลังจากที่กลับมากีรณาก็เดินทางตามความฝันของตัวเอง คือไปสมัครเป็นนักแสดง ซึ่งเธอก็ทำได้ดี โด่งดังขึ้นในช่วงเวลาไม่นาน และกลายเป็นซูเปอร์สตาร์ในปัจจุบัน

แต่เมื่อเข้าวงการบันเทิง กีรณาถูกสร้างให้เป็นคนใหม่ ถูกเปลี่ยนชื่อเล่นจากแก้วเป็นแกรนด์ ส่วนชีวิตในวัยเด็กนั้นถูกปรับเปลี่ยนว่าเติบโตมาจากต่างประเทศ ซึ่งอารดานั้นก็เต็มอกเต็มใจที่จะให้กีรณาเข้าวงการบันเทิงอย่างเต็มตัว เพราะคือรายได้อันมากมายที่ช่วยให้ชีวิตของทั้งคู่ดีขึ้น โดยอารดาเข้ามาเป็นผู้จัดการส่วนตัวดูแลให้เรื่องคิว เรียกค่าตัว โดยมีเจ๊แหม่มเป็นผู้หางานให้และกินเปอร์เซ็นต์อีกที ซึ่งในระหว่างที่กีรณามีชื่อเสียงเธอก็ไม่ได้ติดต่อกลับมายังยายขวัญอีกเลย ส่วนยายขวัญเองก็ปล่อยให้กีรณามีชีวิตของเธอ แต่ก็ติดตามข่าวอยู่เสมอ โดยไม่ติดต่อไปหาเช่นกัน

เมื่อจัดงานศพยายขวัญเสร็จ กีรณาก็ถูกตุลาบังคับให้มาจัดการกับคณะลิเก ซึ่งทุกคนต่างก็มีความหวังว่าทุกอย่างจะดีขึ้น ทั้ง ลุงเสริม (ครูบุญสร้าง เรืองนนท์), หล่อ (คิง ก่อนบ่าย) รวมทั้งเด็ก ๆ อย่าง กุ๊ก (ด.ญ.กานต์พิชชา ชุนหะ), กิ๊ก (ด.ญ.กานต์ชนิต ชุนหะ) และ เปี๊ยก (ด.ช.ชนะเดช เขียวเซ็น) ส่วนกัณหา กับ หยกฟ้า ยิ่งไม่ชอบกีรณามากขึ้น ตอนแรกกีรณาคิดว่าไม่ใช่เรื่องของตน แต่เมื่อคิดว่าน่าจะมีอะไรที่พอจะขายและนำรายได้มาสู่เธอได้เธอจึงยอมไป เพราะตอนนี้เธอกำลังตกยาก เมื่อไปถึงกีรณาก็พบว่ายายขวัญได้เลี้ยงคนไว้ในคณะลิเกจำนวนกว่าสิบคน ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนแต่เป็นคนเก่าคนแก่ที่เธอเคยเห็นหน้า และอยู่กับยายขวัญมาเป็นสิบปี เมื่อทุกคนเห็นกีรณาก็ดีใจ แต่กีรณากลับไม่รู้สึกเช่นนั้น เธอเห็นว่าทุกคนคือภาระจึงประกาศว่าจะยกเลิกคณะลิเก และจะขายทุกอย่างที่ขายได้ โดยไม่สนใจเลยว่าการกระทำของเธอนั้นจะทำให้ใครเดือดร้อนหรือขาดรายได้ไปบ้าง เพราะคนทั้งหมดหากินกับคณะลิเกมานาน

ตุลาซึ่งทนความเห็นแก่ตัวของกีรณาไม่ไหว เอาเอกสารสัญญาที่ยายขวัญได้ทำไว้กับนายจ้างที่มาจ้างการแสดง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นงานวัดและงานแก้บนมาให้กีรณาดู และบอกว่าหากกีรณายกเลิกจะต้องจ่ายเงินค่ายกเลิกสัญญาเป็นสองเท่าของค่าจ้าง ซึ่งรวมแล้วก็เป็นจำนวนเงินหลายแสนบาท กีรณาตกใจ เธอไม่คิดว่าจะมีเหตุการณ์อย่างนี้ จึงปฏิเสธและทำเป็นไม่รับรู้จะกลับกรุงเทพฯ โดยที่ไม่แตะต้องอะไรเลย เคยอยู่กันมาอย่างไรก็ให้อยู่กันอย่างนั้น แต่ตุลาบอกว่าไม่ได้เพราะในสัญญายายขวัญได้ระบุว่ากีรณาจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมดหากยายขวัญมีอันเป็นไป เนื่องจากกีรณาเป็นทายาทคนเดียว อย่าว่าแต่เงินแสน ตอนนี้เงินหมื่นกีรณายังแทบไม่มี เหตุการณ์บังคับทำให้เธอต้องไปบริหารจัดการคณะลิเก

กีรณากลับไปอยู่บ้านเดิมเมื่อสมัยที่เธอเป็นเด็ก ซึ่งเป็นบ้านไม้หลังเล็ก ๆ ยกใต้ถุนสูง ที่นี่มีผู้คนในคณะลิเกอยู่ด้วยกันทำให้เธอไม่มีความเป็นส่วนตัว เวลานอนก็ต้องนอนกับกันหา ลูกสาวของมัทรี ซึ่งกันหาไม่ค่อยชอบกีรณานักเนื่องจากนิสัยส่วนตัวที่ขี้วีน ขี้เหวี่ยงของกีรณา ทั้งคู่มีเรื่องทะเลาะกันบ่อยครั้ง แต่ก็ยังต้องทนใช้ห้องเดียวกัน

คณะลิเกประสบปัญหาเรื่องค่าใช้จ่าย กีรณาจึงคิดจะเอาคนออก แต่ตุลาที่ทนไม่ได้กับความคิดอันเห็นแก่ตัวของกีรณา ก็เอาสัญญาอีกฉบับมาให้กีรณาดู ว่ากีรณาต้องเลี้ยงดูคนทั้งหมด หากไล่ใครออกต้องจ่ายเงินชดเชยจำนวนห้าแสนต่อคน ซึ่งกีรณาไม่มีเงินและไม่สามารถที่จะเลี้ยงคนเหล่านี้ได้ ตุลาก็ต้องช่วยแก้ปัญหาต่าง ๆ ให้กีรณาตลอด ขณะเดียวกันบางครั้งก็มี เสี่ยฮุ่ย (จักรกฤษณ์ อำมรัตน์) ซึ่งหลงรักมัทรีมานานแล้ว และลูกชาย ชิบ (กันต์ กรวิชญ์) ที่ชอบกัณหาคอยมาป่วน แต่ก็มี หมวดไรวินทร์ (ฐากูร การทิพย์) ซึ่งแอบชอบกัณหา มาคอยกันท่า และต่อร้องต่อเถียงกับกัณหาตลอด

ชีวิตของกีรณาเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ และเธอก็พบว่าชีวิตที่แสนวุ่นวายนี้ก็มีความสุขได้เหมือนกัน กันหาและกีรณาเริ่มญาติดีกัน และคุยกันมากขึ้น และวันหนึ่งกันหาทะเลาะกับมัทรีเพราะกันหาต้องการออกจากโรงเรียนเมื่อไม่มียายขวัญคอยส่งเสียแล้ว ซึ่งกีรณาเองก็ไม่เห็นด้วยกับกันหา สุดท้ายจึงขอให้กันหาเรียนต่อโดยเธอจะเป็นผู้ส่งเสียเอง แต่มีข้อแม้ว่ากันหาจะต้องคืนเงินเธอทุกบาททุกสตางค์เมื่อเรียนจบ เพราะรู้ว่ากันหาเป็นคนที่มีศักดิ์ศรีจะไม่ยอมรับเงินจากเธอฟรี ๆ อย่างแน่นอน เมื่อได้รับข้อเสนอดังนั้นกันหาก็ยินยอม

หยกฟ้านางเอกลิเกของคณะหนีไปกับผู้ชาย เป็นปัญหาให้คณะขาดนางเอกละคร กีรณาจึงต้องแก้ปัญหาด้วยการเป็นนางเอกลิเกแทนทั้งที่ไม่เต็มใจ โดยมีข้อแม้ว่าเธอจะต้องแต่งหน้าให้หนาไม่ให้มีใครจำเธอได้ เพราะไม่อยากให้ใครมองว่าตกอับจนต้องมาแสดงลิเกในคณะเล็ก ๆ ซึ่งมัทรีก็รับปากจะทำตามที่กีรณาต้องการ

แม้กีรณาเคยเล่นลิเกเมื่อตอนเด็ก แต่ในตอนนี้เธอก็จำไม่ได้ มัทรีฝึกสอนให้ การเล่นลิเกครั้งแรกของเธอไม่ดีนัก เนื่องจากกีรณาไม่กล้าที่จะร้องจะรำเต็มที่ เพราะเธอยังรู้สึกว่าตัวเองเคยเป็นซูเปอร์สตาร์ งานอย่างนี้ไม่เหมาะกับเธอเลย การแสดงล่มไม่เป็นท่า ถูกคนดูโห่ และเจ้าภาพขอเงินคืน ซึ่งหากคืนเงินไปก็จะไม่มีข้าวสารสำหรับวันพรุ่งนี้ไว้เลี้ยงดูผู้คน กีรณาจึงไม่อาจคืนได้ สุดท้ายเธอขอแสดงใหม่ในวันพรุ่งนี้ ความเครียด ความกดดันทำให้กีรณาแอบไปร้องไห้ที่ริมคันนา ซึ่งตุลากำลังฉีดสมุนไพรฆ่าแมลงอยู่ในนาข้าวบังเอิญเห็นเข้า ซึ่งเขาก็รู้สึกเห็นใจและสงสาร ที่ผ่านมาเขาก็พบว่าเนื้อแท้ใจจริงของกีรณาก็ไม่ใช่คนที่เลวร้ายอะไรนัก เพียงแต่โตมาในสภาพแวดล้อมที่ทำให้เธอกลายเป็นคนเช่นนั้น จึงเขามาพูดเพิ่มแรงใจ "การเป็นนักแสดงไม่ว่าอยู่ในบทบาทไหนก็ต้องทำให้ดีที่สุด" ซึ่งคำพูดของตุลาทำให้กีรณาคิดได้ เมื่อต้องขึ้นแสดงอีกครั้งเธอก็ทำได้ดี และได้รับพวงมาลัยเป็นรางวัล แม้จะไม่มากมายนักแต่กีรณาก็มีความสุขอย่างประหลาด

เมื่อรายได้หลักมาจากการแสดง กีรณาจึงคิดว่าจะต้องทำให้มีรายได้มากที่สุด จึงปรับเปลี่ยนบทลิเกให้มีความทันสมัย เดินเรื่องเร้าใจเพื่อเจาะกระแสกลุ่มคนที่ไม่ใช่เฉพาะคนแก่ เพราะเวลานี้กลุ่มคนที่ดูลิเกนั้นเหลือน้อยเต็มที ซึ่งชาวคณะต่างก็เห็นด้วย และเมื่อทำเช่นนั้นคณะลิเกก็เริ่มมีงานมากขึ้น เป็นที่กล่าวถึงบ้างในท้องถิ่นและในจังหวัดใกล้เคียง

ตุลามองการเปลี่ยนแปลงของกีรณาด้วยความพอใจ อีกทั้งท่าทางของกีรณาไม่เหมือนคนที่ต้องอยู่กับยาเสพติด เขาจึงถามไถ่เรื่องราวทั้งหมดเพื่อจะช่วยเหลือเธอ กีรณาจึงเล่าให้ฟังถึงสาเหตุนั่น คือเธอถูกเชิญไปงานเลี้ยงและดื่มเครื่องดื่มตามปกติ แต่ไม่รู้ทำไมเมื่อตรวจปัสสาวะออกมาจึงเป็นสีม่วง ซึ่งอาจจะเป็นไปได้ว่าเธอถูกใส่ร้าย แต่อย่างไรก็ตามเธอไม่มีหลักฐานมาแก้ต่างให้ตนเอง เมื่อได้ยินดังนั้นตุลาเริ่มสืบความเป็นไป หากกีรณาไม่ผิดเธอก็ไม่ควรถูกตราหน้าว่าเป็นดาราขี้ยา และกลายเป็นคนหมดอนาคตอย่างนี้ ตุลาปรึกษา รสิตา (พิมพ์ทอง วชิราคม) เพื่อนสนิทที่เรียนจบมาด้วยกัน เพื่อรื้อคดีของกีรณาขึ้นมาใหม่

กีรณากับตุลาสนิทกันมากขึ้น เพราะเมื่อมีปัญหาในคณะลิเกตุลาก็จะมาช่วยเหลือตลอดเวลา ซึ่งกีรณาไม่เคยรู้ว่าตุลาเป็นทนาย และเข้าใจว่าเขาเป็นชาวนา เนื่องจากตุลาขอครอบครัวมาอยู่กระท่อมปลายนาเพื่ออ่านหนังสือ กีรณารู้สึกมีความสุข จนกระทั่งเธอถูกว่าจ้างไปเล่นแก้บนในงานหนึ่ง ซึ่งเป็นงานของลูกสาวผู้พิพากษาที่สอบเนติบัณฑิตได้ และในวันนี้เองที่เธอได้รู้ว่าตัวเองเข้าใจเรื่องตุลาผิดมาตลอด ตุลาไม่ใช่ชาวนาอย่างที่เธอเข้าใจหากเป็นว่าที่ผู้ช่วยผู้พิพากษา เพราะเขาสามารถสอบข้อเขียนผ่าน เหลือเพียงการสอบสัมภาษณ์เท่านั้น อีกทั้งยังได้รู้ด้วยว่าตุลาเป็นแฟนกับรสิตาลูกสาวของผู้พิพากษาหรือเจ้าภาพในวันนี้ สิ่งที่รับรู้ทำให้กีรณารู้สึกต่ำต้อยอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แต่เมื่ออยู่บนเวทีเธอจำต้องแสดงต่อไป หลังจากแสดงจบเธอก็กลับมาร้องไห้ รู้สึกโกรธตุลาที่ทำเหมือนเธอเป็นตัวตลก จึงไม่ยอมพบและไม่ยอมพูดคุยกับชายหนุ่ม อีกทั้งเห็นว่าเขากำลังจะได้เป็นผู้พิพากษา ดังนั้นเขาไม่ควรยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงที่มีคดียาเสพติดติดตัวอย่างเธอ เพราะอาจมีผลกระทบต่อหน้าที่การงานของเขาในอนาคตได้

แล้ววันหนึ่งตุลาก็มาหากีรณาพร้อมกับมอบของให้ นั่นก็คือกล่องใบหนึ่งที่ยายขวัญบอกให้เขามอบให้เธอ ซึ่งความจริงเขาควรจะมอบให้ตั้งแต่วันเผาศพ แต่การกระทำของเธอทำให้เขาไม่อาจมอบให้เธอได้ เมื่อกีรณาเปิดดูก็พบว่าเป็นสมุดที่ยายขวัญตัดภาพของเธอเก็บเอาไว้ ตั้งแต่เริ่มเข้าวงการและเก็บสะสมเรื่อยมา ซึ่งก็ทำให้กีรณาร้องไห้ออกมาด้วยความเสียใจ ที่เธอละเลยยายขวัญ และที่ทำให้เธอเสียใจยิ่งกว่าคือสมุดเงินฝาก ซึ่งมีเงินกว่าห้าล้านโดยระบุว่าเงินทั้งหมดมอบให้เธอและอีกสามล้านสำหรับคนในคณะลิเก กีรณากลับไปหาตุลาด้วยความโกรธที่เขาปิดบังเรื่องนี้ เธอตบหน้าเขาที่เขาโกหก ปล่อยให้เธอต้องเผชิญเรื่องราวร้าย ๆ หากเธอได้เงินก้อนนี้มาตั้งแต่แรกเธอคงไม่ต้องมาตกระกำลำบากอยู่ในคณะลิเก แต่เมื่อกลับมาย้อนคิด หากเธอได้เงินจำนวนนี้ตั้งแต่ตอนนั้น เธอก็คงจะไม่ได้รู้จักคำว่าครอบครัว ไม่รู้จักคุณค่าของความรัก ไม่รู้จักความสุขจากการให้ และการได้รับ นี่คือของขวัญที่เธอได้รับจากตุลา ซึ่งก็ทำให้เธอหายโกรธ แต่ถึงอย่างนั้นเธอและเขาก็ไม่ควรจะยุ่งเกี่ยวกันอยู่ดี

กีรณาถอนเงินทั้งหมดออกมาเพื่อมอบให้คนในคณะทุกคนเป็นโบนัส ให้ทุกคนได้ทำทุน เพราะคิดว่าทุกคนน่าจะมีงานอย่างอื่นบ้าง เช่นมีที่ดินเป็นของตัวเอง หากแก่ตัวไปเมื่ออยู่ในคณะไม่ได้จะได้มีที่ไป ส่วนเธอนั้นจะยังทำลิเกต่อไปและจะฝึกเด็กใหม่ ๆ ขึ้นมา อีกทั้งยังหาโอกาสเสนอช่องทางการแสดงเพิ่ม ด้วยการออกรายการโทรทัศน์กับช่องเคเบิล

วันหนึ่งกีรณาได้รับหมายศาลจากคดียาเสพติดของเธอ ซึ่งเธอไม่รู้ตัวมาก่อน และไม่ได้เตรียมทนาย จึงขอให้ทางสภาทนายจัดหาทนายสำหรับคนจนให้ เนื่องจากเธอไม่เห็นความสำคัญของการขึ้นศาลครั้งนี้ เพราะโทษของเธอไม่ถึงกับติดคุก เนื่องจากมียาเสพติดไม่เกินที่กฎหมายบอกว่ามีไว้เพื่อจำหน่าย ไม่ว่าจะผิดหรือถูก เธอรู้ตัวเองดี และถึงแม้ชนะไป ก็ใช่ว่าจะทำให้เธอมีความสุขมากขึ้น กีรณาไปที่ศาลซึ่งเป็นวันเดียวกับที่ตุลามาสอบสัมภาษณ์ เธอกับเขาเจอกันหน้าตึก ตุลาเดินจากไปพร้อมกับรสิตา ซึ่งก็สร้างความเจ็บปวดให้กับกีรณาอย่างเหลือเกิน

ทุกคนในคณะมาให้กำลังใจกีรณาก่อนจะมีการเบิกตัวทนาย และกีรณาต้องตกใจเมื่อพบว่าทนายความของเธอนั้นคือ ตุลา เขาละทิ้งโอกาสการสอบสัมภาษณ์มาช่วยเธอต่อสู้คดี ตุลานำหลักฐานต่าง ๆ พร้อมกับเบิกตัวพยานว่ามีผู้นำยาใส่ในแก้วน้ำและในกระเป๋าของกีรณา ซึ่งคนที่ทำก็คือเนตรดารา ดาราร่วมช่องของเธอ ซึ่งเวลานี้กำลังกลายเป็นดาราดัง เพราะงานที่เคยเป็นของกีรณาตกเป็นของดาราผู้นี้ทั้งสิ้น เมื่อความจริงเปิดเผยกีรณากลายเป็นผู้บริสุทธิ์ บริษัทต่าง ๆ ก็ติดต่อกีรณามาให้ร่วมงานเหมือนดังเดิม ซึ่งเธอก็ยอมหวนกลับสู่วงการ ไปทำงานเก่าที่ค้างไว้ให้หมด และยิ่งได้กลับมาที่วงการบันเทิง กีรณาก็รู้ว่าที่นี่ไม่ใช่ที่สำหรับเธอ คอนโดหรูกลางใจเมืองที่เธอเคยคิดว่ามันเป็นหอคอยงาช้าง ในเวลานี้ช่างอ้างว้างและโดดเดี่ยว ไม่เหมือนห้องเล็ก ๆ ที่บ้านยายขวัญ แม้จะอึดอัดแต่ก็อบอุ่น กีรณาเฝ้ารอวันที่จะหมดสัญญากับทางบริษัท และกลับไปสู่อ้อมแขนของครอบครัว

เมื่อทำงานเสร็จ กีรณาก็กลับไปที่บ้านยายขวัญ ซึ่งเธอมอบหน้าที่ดูแลคณะลิเกที่เติบโตขึ้นให้กับกัณหาช่วยดูแลอีกทางหนึ่ง และเมื่อไปถึงเธอก็อดไม่ได้ที่จะเดินไปยังกระท่อมปลายนาของตุลา ซึ่งเธอคิดว่าเขาไม่น่าจะอยู่ที่นี่แล้ว เมื่อเข้าไปเธอก็พบรูปภาพของตัวเอง ข่าวคราวที่ตุลาตัดไว้หลังจากที่เธอพ้นคดี เมื่อประตูเปิดออกตุลามาปรากฏตัว ทั้งคู่ตกใจ ซึ่งกีรณาค่อนข้างมั่นใจว่าตุลาเองก็น่าจะมีใจให้ตน จึงตัดสินใจเปิดคำถามบุก ตุลาตกเป็นผู้ต้องหาที่ถูกไต่สวนหัวใจ ซึ่งเขาไม่อาจที่จะเก็บซ่อนสิ่งที่มีอยู่ได้ จึงสารภาพออกไปว่ารักกีรณา กีรณาจึงจัดการพิพากษาหัวใจทนายหนุ่มทันที บอกให้เขาชดใช้การโกหกหลอกลวงเธอด้วยการดูแลเธอไปตลอดชีวิต ทุกคนมีความสุข ขณะที่ตุลากับกีรณาตัดสินใจแต่งงานกัน และสานต่อคณะลิเกต่อไป คู่ของหมวดไรวินทร์กับกัณหาก็ลงตัวไม่มีปัญหา เช่นเดียวกันชาลีและหยกฟ้า ซึ่งแสดงเป็นพระเอกนางเอกคณะลิเก สานต่อลิเกกันต่อไป ติดตามชมความสนุกสนานของละคร รักหลงโรง ได้ทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละคร รักหลงโรง เริ่มตอนแรกวันศุกร์ที่ 1 กันยายน 2560

เหมือนคนละฟากฟ้า
เหมือนคนละฟากฟ้า

Muean Khon La Fark Fah

256013 ตอน
ช่อง:ช่อง 3 เอชดี
เริ่มออกอากาศ:25 เมษายน 2560

ที่ประเทศออสเตรีย โยทกา อรุณชาติ (ภีรนีย์ คงไทย) วางแผนจะเดินทางกลับเมืองไทยทันทีหลังมุ่งมั่นจนจบปริญญาโทด้านการตลาด แต่เพราะคำขอร้องให้ช่วยในงานแสดงผลิตภัณฑ์สปาออแกนิกส์ 10 อันดับที่เข้ามาเจาะตลาดโรงแรมในประเทศ โดยโยทกาต้องรับหน้าที่ในการเป็น พิธีกรดูแลบูธบริษัท Parn จากตัวแทนจัดหางานของ น้านุดี (นฤมล พงษ์สุภาพ) เพื่อนสนิทของมารดาโยทกา ผู้ให้ที่อยู่และดูแลโยทกาในออสเตรียมาตลอดแปดปี ทำให้โยทกาต้องยอมเลื่อนการเดินทางกลับเมืองไทยออกไปเพื่องานนี้

ภายในงานโยทกาแสดงความสามารถในฐานะพิธีกรได้โดดเด่นกว่าทุกคน เมื่อ ชัชรัณ วริศรักษ์ (แอนดริว เกร้กสัน) กรรมการบริษัท ธารา กับ กฤตนัย รสิกาญจน์ (วรฤทธิ์ เฟื่องอารมย์) เพื่อนรุ่นพี่สุดซี้ ที่กินตำแหน่งหุ้นส่วนคนสำคัญที่ได้ยินเสียงการให้ข้อมูลจากโยทกาก็พึงพอใจในความสามารถ ด้านโยทกากำลังหนักใจเมื่อ เวนย์ (สมิทธิ ลิขิตมาศกุล) ผู้จัดการโรงแรม ที่โยทกาเคยไปลงพื้นที่เก็บข้อมูลงานวิจัยตามมาก่อกวนเพราะโยทกาเคยตอบโต้ความหื่นของเวนย์จนเวนย์ถูกไล่ออกจากงานเก่า โยทการีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าหวังจะรีบออกไปจากงาน แต่เวนย์กลับไล่ต้อนโยทกาไปจนมุมในที่ลับตาคนและใช้กำลังจะจัดการโยทกา โยทกาพยายามจะสะบัดให้หลุดแต่สู้แรงของเวนย์ไม่ได้ ชัชรัณที่ผ่านมาเข้าช่วยเหลือไว้ได้ เวนย์ใส่ร้ายโยทกาว่าตกลงซื้อบริการกันแล้วแต่โยทกาขโมยของของเวนย์มา ชัชรัณไม่ยอมเชื่อ แต่เวนย์ที่แอบยัดกระเป๋าเงินตัวเองใส่กระเป๋าถือของโยทกาจนเอามาใช้เป็นหลักฐานทำให้ชัชรัณมองโยทกาในแง่ร้าย โยทกาโกรธมากกับความร้ายกาจของเวนย์แต่ไม่เท่ากับสายตาของชัชรัณที่มองโยทกาอย่างรังเกียจ การจากกันในคืนนั้นทำให้โยทกาเหม็นหน้าชัชรัณนับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา

โยทกาเตรียมตัวกลับเมืองไทยโดยไม่สนใจคำขอร้องของ บ๊อบ (กิจเกษม แมคแฟดเดน) เพื่อนชายคนสนิท ที่ขอเธอแต่งงานและใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน เพราะที่เมืองไทย โยทกายังมีแม่ที่เป็นห่วง เซม (บรมวุฒิ หิรัณยัษฐิติ) และ เจนจันทร์ (นลิน โฮเลอร์) เพื่อนสาวคนสนิทที่เมืองไทย ติดต่อกลับมาบอกว่า กรรณิการ์ (จินตหรา สุขพัฒน์) แม่ของเธอ กำลังจะแต่งงานกับ พลตรี เถกิง วริศรักษ์ (สันติสุข พรหมศิริ) นักธุรกิจเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ชื่อดัง โยทการ้อนใจที่แม่กำลังจะยอมถูกตราหน้าอีกครั้งว่าขายตัวเพื่อเงิน และโยทกาเชื่อว่าการขายตัวครั้งนี้ต้องมีโยทกาเป็นสาเหตุเหมือนตลอดชีวิตที่ผ่านมา

ตั้งแต่เด็กโยทกาเห็นแม่ยอมให้ตัวเองเป็นโสเภณีมีเงินเดือนเพื่อให้โยทกาได้มีกินมีใช้ ได้เรียนสูง ๆ ความเจ็บปวดจากการที่แม่ผู้ให้กำเนิดโดนดูถูก เหยียดหยาม เพื่อให้ลูกอย่างโยทกาไม่ต้องพบเจอกับความลำบากทำให้โยทกาสาบานกับตนเองว่าจะต้องได้ดีมีเงินด้วยความสามารถ จะเลี้ยงดูและไม่ให้ใครมาดูถูกแม่ได้อีก โยทกาตัดสินใจจะกลับเมืองไทยก่อนงานแต่งงานของกรรณิการ์

เช่นเดียวกับชัชรัณ ที่รู้ข่าวจาก คุณยายผ่อง วริษรักษ์ (ดวงใจ หทัยกาญจน์) ผู้เจ้าระเบียบและเคร่งครัด บอกมาว่า เถกิง บิดาของชัชรัณ กำลังจะเข้าพิธีแต่งงานกับกรรณิการ์ หญิงสาวที่มีประวัติเป็นนักร้องในคลับ มีคนยืนยันว่ากรรณิการ์เคยเป็นเมียน้อยของผู้ชายหลายคนก่อนที่จะมาพบเจอกับเถกิง คำเป่าหูของคุณยายผ่องที่ชัชรัณรักและเคารพที่สุดในชีวิตถึงพฤติกรรมของเถกิงที่ทำให้ สินี (ปรารถนา บรรจงสร้าง) แม่ของชัชรัณ ต้องตรอมใจจนตาย รวมถึงการบอกเล่าความเหลวแหลกของกรรณิการ์ ทำให้ชัชรัณโกรธพ่อและตั้งป้อมรังเกียจกรรณิการ์ตั้งแต่ยังไม่ทันเห็นหน้า โยทการับรู้ความรู้สึกของชัชรัณที่มีต่อแม่ของเธอด้วยความบังเอิญที่ต้องติดรถชัชรัณไปที่สนามบิน โยทกาตั้งใจว่าจะต้องไปขวางการแต่งงานของแม่เช่นกัน เพราะไม่อยากให้แม่เป็นทุกข์มากไปกว่านี้

เมื่อชัชรัณถึงเมืองไทย ก็ร่วมกับคุณผ่อง และ เพ็ญศรี (ไปรมา รัชตะ) ญาติตัวร้ายในบ้าน ต่อต้านไม่ให้พ่อแต่งงาน แต่เถกิงไม่สนใจ ยืนยันที่จะแต่งงานกับกรรณิการ์ให้ได้ โดยไม่สนใจอดีตของเธอ ด้านโยทกาเมื่อเดินทางมาถึงเมืองไทยก็รีบนัดให้กรรณิการ์ออกมาพบ โยทกาขอร้องให้กรรณิการ์ยกเลิกการแต่งงานครั้งนี้ โยทกาสัญญาว่าจะเลี้ยงดูกรรณิการ์อย่างดี ไม่ต้องลำบากอีกต่อไป ในขณะที่กรรณิการ์พยายามจะให้โยทกาเข้าใจว่าการแต่งงานกับเถกิงจะช่วยสร้างประวัติใหม่ให้กับโยทกา ได้สถานภาพเป็นลูกสาวของนักธุรกิจชื่อดัง มีศักดิ์ศรี มีที่ยืนดี ๆ ในสังคม ไม่ใช่ลูกเมียน้อย เมียเก็บ ถูกสังคมกดให้ต่ำต้อยเพียงเพราะโยทกาเลือกเกิดไม่ได้เหมือนที่ผ่านมา โยทกาพยายามจะบอกกรรณิการ์ว่าไม่เคยสนใจคำพูดคนอื่น ไม่ต้องการเกียรติยศ ชื่อเสียง โยทกาต้องการเห็นกรรณิการ์มีความสุข ไม่ต้องรวยล้นฟ้า แต่เราจะไม่มีวันอับจนเพราะความรู้ความสามารถที่โยทกามี โยทกาไม่อยากให้กรรณิการ์ต้องเป็นที่รองรับอารมณ์ผู้ชายมักมาก แต่กรรณิการ์ยืนยันว่าเถกิงเป็นสุภาพบุรุษ เป็นผู้ชายที่ดี โยทกาไม่อยากเชื่อเพราะสิ่งที่เห็นจากชัชรัณทำให้โยทกาคิดว่าลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นแน่ แต่แล้วโยทกาก็หาทางทำความรู้จักกับเถกิง และยอมรับในความรักที่แท้จริงของเถกิงที่มีต่อแม่ของเธอ ก็เลยสบายใจ

ก่อนวันงานแต่งงานของกรรณิการ์ โยทกาได้รู้จักกับ กิ่งกาญจน์ รสิกาญจน์ (สุนิสา เจทท์) น้องสาวของกฤตนัย หญิงสาวที่ผู้ใหญ่ของทั้งสองตระกูลหมายจะให้ได้ครองคู่กับชัชรัณ กิ่งกาญจน์รู้สึกถูกชะตา เอ็นดูโยทกาตั้งแต่แรกเห็น มิตรภาพของทั้งคู่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

ในวันงานแต่งงานของเถกิง กับ กรรณิการ์ ทาง เพ็ญศรี กับ คุณผ่อง วางแผนกลั่นแกล้งกรรณิการ์ ให้คู่อริเก่าอย่าง อรัญญา (สุรัตนา ข้องตระกูล) มาอาละวาดในงาน แต่กฤตนัย และโยทการู้เรื่องเสียก่อน ก็เลยวางแผนกับเพื่อนเซม และเจนจันทร์ จัดการจนอรัญญาไม่สามารถมาทำลายพิธีแต่งงานของเถกิงและกรรณิการ์ที่บ้านได้ การแต่งงานผ่านไปได้ด้วยดี

โยทกา เริ่มต้นทำงานที่บริษัทของชัชรัณ ทำให้ได้ติดต่อกับ ภุชงค์ (ธนกฤต พานิชวิทย์) ผู้บริหารโรงแรมบลูมูน ลูกชายคนเดียวของ ภูมิ (วิวัฒน์ ผสมทรัพย์) และ ชงโค (ปริศนา กล่ำพินิจ) รวมทั้ง กุสุมา (ณัฐวรา วงศ์วาสนา) นักบริหารจัดการคนเก่ง โดยโยทกาพยายามลุยงานเต็มที่เพื่อลบคำสบประมาทของชัชรัณ ขณะเดียวกันโยทกาก็มักจะคอยไปตอแย ไปในสวนพื้นที่ส่วนตัวของชัชรัณ ซึ่งทุกคนในบริษัทไม่มีใครกล้าไปยุ่ง ขนาดกฤตนัย และ กิ่งกาญจน์ ที่สนิท ยังไม่ค่อยที่จะเข้าไปหาชัชรัณ แต่โยทการู้สึกว่าการยั่วเสือยิ้มยากอย่างชัชรัณ เป็นความสุขอย่างหนึ่งในชีวิต

แต่ความขัดแย้งในครอบครัว ระหว่างชัชรัณกับพ่อ ส่งผลไปถึงกรรณิการ์ และโยทกา แม้จะอยู่บ้านเดียวกัน เหมือนยิ่งอยู่ห่างไกลกัน ความอดทนของชัชรัณถึงขีดสุด เมื่องานการกุศลที่เขาจัดขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ให้กับแม่ที่จากไป ถูกทำลายเพราะอรัญญามาอาละวาดหาเรื่องกรรณิการ์ในงาน ทั้งนี้แม้จะเป็นแผนร้ายของเพ็ญศรี แต่ก็กระทบทำให้งานที่ชัชรัณอุตส่าห์เตรียมงานมานาน ต้องล้มเหลวไป ชัชรัณโมโหจนไปพักผ่อนและดูงานที่เชียงใหม่ ไม่มีทีท่าจะกลับบ้าน โยทกาตามไปขอร้องให้เขากลับบ้าน แต่ชัชรัณไม่สนใจ โยทกาตื๊อและตามเขาไปทุกที่และต้องไปเสี่ยงอันตราย ช่วยเด็กชาวเขาด้วยกัน ชัชรัณและโยทกาต่างมีความรู้สึกดีต่อกัน แม้จะมีคุณยายผ่อง และ กรรณิการ์ ที่ไม่อยากให้ทั้งคู่ชอบกัน แต่ความรักก็ห้ามกันไม่ได้ แต่อุปสรรคความรักของทั้งคู่ก็มีมากมาย ทั้งเรื่องของกิ่งกาญจน์ ที่ทาง คุณหญิงละออง (ทัศน์วรรณ เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา) แม่บุญธรรมของกิ่งกาญจน์ ก็พยายามบีบบังคับทุกวิถีทางให้ชัชรัณยอมแต่งงานกับกิ่งกาญจน์ แล้วยังมีภุชงค์ที่ตามจีบโยทกาอีก โดยมีกุสุมาคอยช่วยเหลือ ด้านกฤตนัยก็ไม่เห็นด้วยที่ชัชรัณจะทิ้งกิ่งกาญจน์แล้วมารักโยทกา ทั้งที่กฤตนัยเองก็แอบหลงรักกิ่งกาญจน์ น้องสาวบุญธรรม มานานแล้ว

เรื่องราวความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวที่วุ่นวายซับซ้อน และความรักของชัชรัณ กับ โยทกา จะลงเอยอย่างไร ก็ต้องติดตามชมในละคร เหมือนคนละฟากฟ้า ที่ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.15 น. ทางช่อง 3HD ช่อง 33 ละคร เหมือนคนละฟากฟ้า เริ่มตอนแรกวันอังคารที่ 25 เมษายน 2560

เลือดรักทระนง
เลือดรักทระนง

Luead Rak Torranong

255914 ตอน
ช่อง:ช่อง 3 เอชดี
เริ่มออกอากาศ:21 สิงหาคม 2559

จะเลือดดีเลือดชั่ว หรือเลือดใด ๆ ถ้าตั้งใจจะเป็นคนดี ทำดี ก็จะทระนงได้ว่า ตนคือคนดี เลือดดี ในขณะที่พุดกรอง (ธัญญาเรศ รามณรงค์) กำลังลำบากลำบนกับการเบ่งคลอดลูกนั้น ณ โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ด้านนอก ตำรวจกำลังล้อมจับเสือกาจ (จักรกฤษณ์ อำมะรัตน์) เสือร้ายจอมโหดสามีของนางพุดกรองนั่นเอง และในที่สุดเสือกาจ ก็ถูกตำรวจจับตัวได้ ในจังหวะที่พุดกรองคลอดลูกออกมาสำเร็จเป็นลูกสาว

เสือกาจไม่มีโอกาสที่จะลาเมียหรือเห็นหน้าลูกแม้แต่น้อย แต่นั่นก็เป็นไปตามความตั้งใจของพุดกรอง เพราะพุดกรองคือคนที่วางแผน ส่งสาส์นไปบอกตำรวจให้มาจับเสือกาจในวันที่เธอคลอดลูก และเมื่อเสือกาจถูกจับแล้ว พุดกรองก็ตั้งใจทิ้งลูกน้อยที่เพิ่งคลอดไว้กับนางกุเลา พี่สาวของเสือกาจ พุดกรองเกลียดเสือกาจ หลอกเธอว่าร่ำรวยจนหลงเชื่อ ทิ้งสามีเก่า และลูกมาอยู่ด้วย แต่เมื่อเสือกาจไม่ได้รวยอย่างที่หวัง และเธอยังตั้งท้องกับเสือกาจ โดยไม่ได้ต้องการ เธอจึงคิดตีจาก และกำจัดเสือกาจ และทิ้งลูกน้อยอย่างไม่ไยดี

หญิงงามที่มีจิตใจโหดเหี้ยมโลภโมโทสัน อย่างพุดกรอง จะไม่ยอมให้ชีวิตต้องตรากตรำ อยู่กับความจนแน่นอน เธอตั้งใจมั่นว่าเธอต้องมีชีวิตที่สุขสบายเป็นคุณนายให้ได้ และเธอก็ได้นำพาชีวิตตัวเองไปพบสิ่งที่ตั้งใจไว้ เธอจึงเดินทางไปพบนางละมุด (รมิดา ประภาสโนบล) ญาติสาวที่เป็นบ่าวในคฤหาสน์นารายณ์ ณ คฤหาสน์นารายณ์ คุณพระศานต์ เลิศพาณิชย์ (ดอม เหตระกูล) คหบดีม่ายผู้มีจิตใจเมตตา อารีย์ ตั้งแต่ภรรยาเสียชีวิตไป พระศานต์ก็มอบหมายให้ แม่นิ่ม (รามาวดี นาคฉัตรีย์) ญาติของภรรยาเป็นแม่นมคอยดูแลราม ราชภักดี เลิศพาณิชย์ (ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ) บุตรชายคนเดียวเป็นอย่างดี ส่วนตัวคุณพระศานต์ เมื่อได้พบเจอกับพุดกรอง ที่ทำว่ามาเยี่ยมนางละมุดบ่าวในบ้าน นางพุดกรอง พยายาม ปั้นเสน่ห์ต่าง ๆ ให้คุณพระ ติดใจหลงใหล จนต้องขอแต่งงาน ตามแผนที่พุดกรองตั้งใจไว้

ข่าวการแต่งงานใหม่ของนางพุดกรอง รู้ถึงหูของเสือกาจที่ติดคุกอยู่ เสือกาจถึงกับคลั่งแค้น จนต้องพยายามแหกคุกออกมา หวังจะดูน้ำหน้าหญิงคนชั่วที่ทิ้งลูก และวางแผนให้เขาต้องติดคุกอยู่หลายปี เสือกาจออกมาหานางกุเลา และรับกระถิน (เดียร์น่า ฟลีโป) ลูกน้อยสายเลือดโจร ผู้อาภัพ ต้องถูกเลี้ยงดูแบบตกระกำลำบาก อด ๆ อยาก ๆ ไม่ได้รับการอบรม จึงมีนิสัยคล้ายเด็กผู้ชาย และดื้ออย่างมหาวายร้าย พูดจาหยาบคายทุกคำ เสือกาจมารับตัวกระถินเพื่อตามหาพุดกรองที่เมืองกรุง

พูดกรองเมื่อแต่งงานอย่างสุขสบายเป็นคุณนาย และได้นางละมุดเป็นต้นห้องที่เรียกได้ว่านายว่าขี้ข้าพลอยในทุกเรื่อง แม้ว่าทุกคนจำต้องยอมรับ คุณนายคนใหม่ แต่รามก็ไม่ได้ยอมรับในตัวพุดกรอง วันหนึ่งพุดกรองจำใจต้องพาสร้อยสน (ณัฐวรา วงศ์วาสนา) ลูกสาวคนแรก ให้มาอยู่ด้วยเนื่องจากสามีคนแรกตาย และญาติของนายสน สามีคนแรก ก็พาสร้อยสนมาทิ้งไว้ที่หน้าคฤหาสน์นารายณ์ คุณพระศานต์เองก็ยินดีที่จะเลี้ยงดูสร้อยสนด้วยความเมตตา

รามเกลียดตัวพุดกรองจนรังเกียจมาถึงสร้อยสน ผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ความเกลียดชังของราม แสดงออกมาอย่างที่คุณพระก็ห้ามไม่ได้ แต่แม่นมของราม คือแม่นิ่มจะคอยสอนเด็กชายให้มีใจกว้าง ๆ เป็นสุภาพบุรุษ ยอมรับในความสุขของบิดา และเอื้อเฟื้อทุกคนที่ต่ำต้อยกว่า แม่นิ่มเป็นผู้ที่อยู่ในศีล ในธรรม จึงดูแลและปกป้องคนในบ้านด้วยใจเมตตา แม่นิ่มมีต้นห้องชื่อจันทร์ (นฤมล พงษ์สุภาพ) ที่คอยช่วยเหลือเป็นหูเป็นตา เมื่อพุดกรองถูกรามเกลียดมาก ๆ นางจึงเกลียดตอบด้วย และคิดแค้นหาทางแกล้งราม และแม่นิ่มอยู่เสมอ

เมื่อเสือกาจเดินทางมาถึง คฤหาสน์นารายณ์ เขาอ้างว่าเป็นพี่ชายมาหาพุดกรอง มาพบเข้ากับนางจันทร์ นางจันทร์หวังดีจึงนำความไปบอกพุดกรองต่อหน้าคุณพระ ทำให้พุดกรองออกมาพบ แต่พุดกรองก็ต้องตกใจสุดขีด เมื่อพบว่า คนที่มาคือ เสือกาจ และกระถิน พุดกรองไม่ยอมรับคนทั้งสอง และยังขับไล่เหมือนหมูเหมือนหมา แม้ว่ากระถินจะเข้าไปหา และกอดตัวพุดกรองไว้ นางกลับสะบัด และถ่มน้ำลายใส่ ทำให้เสือกาจแค้นใจ เข้าตบตีทำร้ายกระถิน เหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ในสายตาของรามที่แอบดูอยู่ เมื่อคุณพระศานต์ออกมาเห็นเหตุการณ์ เสือกาจก็จะเข้าทำร้ายคุณพระ

นายทด (กรุณพล เทียนสุวรรณ) ทนายความประจำตระกูล เข้าช่วยจะยิงเสือกาจตกน้ำหายไป กระถินตกใจร่ำร้องหาพ่อให้เป็นที่น่าเวทนานัก คุณพระสอบถามความจริงทั้งหมด แต่นางพุดกรองไม่ยอมรับ รามจึงออกมาเปิดเผยความจริงต่อหน้าคุณพระศานต์ คุณพระรู้สึกเวทนาสงสารกระถินน้อยผู้อาภัพ ที่แม่ไม่ใยดี จึงออกปากสั่งให้พุดกรองรับกระถินไว้ในอุปการะของคฤหาสน์นารายณ์ด้วย แล้วคุณพระจึงจะให้อภัยพุดกรองดังเดิม พุดกรองผูกใจเจ็บราม และรอเวลาที่จะชิงสมบัติทุกอย่างของรามให้ได้

กระถินถูกพุดกรองรังเกียจเดียดฉันท์ จนแม่นิ่มอดเวทนาไม่ได้ จึงรับเป็นผู้ดูแลขัดเกลา กระถินเอง กระถินจากเด็กทโมนให้กลายเป็นเด็กที่มีมารยาท และฉลาดเฉลียว เธอรักแม่นิ่มมากราวกับเป็นแม่แท้ ๆ เพราะเธอไม่มีใครในโลกให้รักอีกแล้ว แม่นิ่มสงสารที่กระถินมักจะถูกแม่แท้ ๆ และนางละมุดเองก็ชอบด่าว่า ว่าเป็นเลือดโจร แม่นิ่มสั่งสอนให้กระถินได้คิด และเอาดีให้ได้ ว่าจะเลือดดีเลือดชั่ว หรือเลือดใด ๆ ถ้าตั้งใจจะเป็นคนดี ทำดี ก็จะทระนงได้ว่า ตนคือคนดี เลือดดี ซึ่งกระถินจดจำไว้เสมอ รามเห็นใจกระถินที่ถูกพุดกรองปฏิเสธ เขาจึงเอ็นดู และให้ความสนิทสนมกับกระถิน จนสร้อยสนน้อยใจเสมอ เพราะรามแสดงความรังเกียจสร้อยสน จนเธอเข้าหน้าเขาไม่ติดเลย ความรู้สึกของรามที่มีต่อกระถินค่อย ๆ พัฒนา และผูกพัน อย่างที่รามเองก็ไม่รู้ตัว

ขณะเดียวกันสองพี่น้องราชนิกุลบ้านใกล้เคียง ม.จ.บรรณบริวัฒน์ ปานปรีย์ (อเล็กซ์ เรนเดลล์) และ ม.จ.บัวบูชา ปานปรีย์ (พิจิตรา สิริเวชพันธ์) ก็ไปมาหาสู่กับคฤหาสน์นารายณ์ตลอด โดยที่ท่านบรรณเอ็นดูกระถิน ให้ความสนิทสนมด้วย และยินดีที่จะอุปการะกระถิน ถ้าหากไม่มีใครต้องการ ทำให้รามหึงหวง ไม่ค่อยพอใจ พุดกรองเองอยากให้ท่านชายบรรณคบหากับสร้อยสน ก็ต้องผิดหวัง พุดกรองเริ่มเบื่อคุณพระที่แก่ขึ้นทุกวัน เธอจึงแอบลักลอบได้เสียกับนายทด ที่หนุ่มแน่นเข้าขากับเธอมากกว่า

กระถินเริ่มโตเป็นสาวน้อย สดใส เรียนเก่ง ในขณะที่สร้อยสนเป็นเด็กหัวช้า จนต้องเรียนซ้ำชั้นกับกระถิน และมักจะทำอะไรไม่ได้ดังใจพุดกรอง ความฉลาดเฉลียวของกระถินเป็นที่ถูกใจคุณพระ คุณพระจึงให้กระถินมาคอยอ่านหนังสือให้คุณพระที่เจ็บออด ๆ แอด ๆ ฟัง พุดกรองเริ่มระแวงเพราะกระถินนั้น พอเริ่มเป็นสาวก็สวยคมสมส่วน เธอกลัวว่ากระถินจะประจบเอาใจคุณพระจนเธอหมดความหมาย

ส่วนรามนั้น ความรู้สึกของเขาได้พัฒนาจนเป็นความรัก ความผูกพันต่อสาวน้อยกระถินอย่างจริงจัง คุณพระส่งรามไปเรียนต่อเมืองนอก ตามที่พุดกรองคาด และหวังไว้ คุณพระให้กระถินเป็นผู้เขียนจดหมายโต้ตอบกับรามแทนเขา โดยแอบหวังให้รามกับกระถินได้รักใคร่ชอบพอกัน กระถินไม่อยากถูกยัดเยียดให้ราม เธอถูกให้เขียนจดหมายให้เขา ตามหน้าที่ ส่วนรามก็รู้สึกสนุกที่จะได้เขียนโต้ตอบกับหญิงสาวที่ตนแอบรัก

ในระหว่างที่รามเริ่มถูกใจกระถิน สร้อยสนก็แอบชอบพอกับนิธิ (วัทธิกร เพิ่มทรัพย์หิรัญ) หลานของทด ที่ทดส่งเสียให้เรียนหมอ เพราะนิธิจะมาคอยดูแล และอ่านหนังสือให้สร้อยสนฟัง สร้อยสนแอบเห็นความสัมพันธ์ชู้สาวของทด และพุดกรอง เธอไม่สบายใจต่อการกระทำของแม่ จึงขอร้องให้แม่เลิกพฤติกรรมแบบนี้ แต่กลับถูกพุดกรองตบตี ด่าว่า และจับได้ว่าสร้อยสนแอบรักกับนิธิ พุดกรองไม่พอใจเพราะต้องการให้สร้อยสนได้กับราม เธอโกรธมาก ขอให้ทดไล่นิธิออกไปจากชีวิตสร้อยสน กระถินได้แอบรับรู้เรื่องราวทั้งหมด ทั้งพุดกรองกับทด สร้อยสนกับนิธิ เธอรู้สึกเป็นห่วงสร้อยสน และในขณะเดียวกันก็ผิดหวัง และสงสารคุณพระศานต์มากที่ถูกพุดกรองสวมเขา แต่เธอก็ไม่กล้าที่จะเปิดโปงแม่แท้ ๆ ของเธอได้ลงคอ

รามกลับมาเยี่ยมบ้าน คราวนี้เขาได้แสดงออกชัดเจนว่าชอบกระถิน ส่วนกระถินก็ยังไม่กล้าพอที่จะยอมรับ และไม่อยากให้ถูกจับคู่ง่าย ๆ รามจึงเข้าใจผิดคิดว่ากระถินมีใจให้กับท่านชายบรรณ ทั้งคู่จึงกระเง้ากระงอดกันอยู่เสมอ ปาริชาติหรือปูเป้ (ชนิดาภา พงศ์ศิลป์พิพัฒน์) ลูกสาวพลโท คร้าม (ทนงศักดิ์ ศุภการ) นายทหารใหญ่ ถูกใจราม ตั้งแต่ที่พบกันบนเครื่องตอนเดินทางกลับไทย ปาริชาติพยายามหาทางรู้จักราม และรุกด้วยการมาหารามถึงที่บ้าน สร้างความไม่พอใจให้พุดกรองเพราะคิดว่าปาริชาติจะมาเป็นเสี้ยนหนามของสร้อยสน และเมื่อปาริชาติรู้ความจริงว่าพุดกรองเป็นเพียงแม่เลี้ยงของราม ก็ไม่ให้ความเคารพ ปาริชาติวางท่ากร่างใส่ทุกคน และกระถินเองก็ไม่พอใจที่ปาริชาติก้าวร้าวต่อพุดกรอง

กระถินออกโรงปกป้องพุดกรองจนมีเรื่องกับปาริชาติ จนรามต้องออกมาห้ามปราม และให้กระถินขอโทษต่อแขกผู้มาเยือน กระถินแอบน้อยใจที่รามตำหนิตัวเอง จนในที่สุดเธอก็รู้ตัวเองว่าเธอหลงรักรามนั่นเอง และยิ่งกระถินรู้ใจตัวเอง เธอก็ยิ่งหนีหัวใจของตัวเอง ทำตัวออกห่างจากรามให้มากเพราะคิดว่ารามกำลังชอบพอกับ ปาริชาติ และรามก็พยายามหาโอกาสอธิบาย และปรับความเข้าใจกับกระถิน โดยมีแม่นิ่มเป็นตัวกลาง ที่รามพยายามมาปรึกษาเรื่องราวของหัวใจเสมอ

รามต้องกลับไปเรียนต่อที่เมืองนอก โดยที่ระหว่างนั้น ร่างกายของคุณพระศานต์ทรุดหนักลงทุกวัน รามสัญญาต่อคุณพระว่าจะรีบเรียนให้จบ และกลับมาดูแลกิจการแทนคุณพระโดยเร็ววัน รามฝากให้กระถินดูแลคุณพระผู้เป็นพ่อแทนเขา เพราะเขาไม่ไว้ใจใคร นอกจากแม่นิ่ม และกระถินเท่านั้น กระถินรีบรับปากว่าจะดูแล และปกป้องคุณพระเท่าชีวิตของตัวเองทีเดียว

กระถินแอบจับได้ว่าพุดกรอง ร่วมกับทนายคดโกงเงินในบัญชีบริษัท และยังวางแผนจะแอบขโมย พินัยกรรมที่พระศานต์ทำขึ้น และปลอมแปลงขึ้นใหม่ เนื่องจากคุณพระต้องการยกสมบัติให้กับรามในฐานะทายาท ส่วนของพุดกรอง คุณพระกลับมอบให้กระถินดูแล กระถินตัดสินใจพูดห้ามปรามพุดกรอง แต่กลับถูกพุดกรองด่าทอและตบตี กระถินยอมให้พุดกรองตี เธอบอกว่าต่อให้พุดกรองตีเธอให้ตายไปต่อหน้า เธอก็จะไม่ยอมให้พุดกรองทำร้าย และโกงผู้มีพระคุณ อย่างคุณพระศานต์ กระถินถูกพุดกรองตบตีจนเจ็บไปทั้งตัว สร้อยสนทนไม่ได้สงสารกระถิน กระถินขอร้องสร้อยสนว่าต้องไม่ยอมให้พุดกรองเนรคุณต่อผู้ชุบเลี้ยงให้ชีวิตมา เช่นคุณพระศานต์ สร้อยสนรับปาก

เมื่อรามกลับไปศึกษาต่อ คราวนี้ด้วยปาริชาติใช้เล่ห์มารยา ความเป็นผู้หญิง รามเสียท่าพลาดพลั้ง มีความสัมพันธ์กับปาริชาติ จนปาริชาติถือโอกาสย้ายเข้ามาอยู่กับรามให้รามรับผิดชอบ ปาริชาติจับได้ว่ารามกับกระถินเขียนจดหมายหากันตลอด เธอจึงเก็บจดหมายทั้งหมดของกระถินไว้ และแอบส่งรูปของเธอกับรามกลับไปให้กระถิน เพื่อแสดงตัวว่าเป็นคนรักของราม กระถินเจ็บปวดมากเมื่อรู้ว่ารามคบกับปาริชาติไปแล้ว

และเมื่อพุดกรองรอวันให้คุณพระศานต์ ตายไปเองไม่ไหว เธอจึงคิดวางแผน วางยาคุณพระด้วยความร่วมมือของทด และละมุด คุณพระถูกวางยาจนร่างกายทรุดหนัก กระถินเริ่มเอะใจ เธอตามสืบจนพบว่า ละมุดใส่ยาในอาหาร และกระถินเองที่เป็นคนป้อนอาหารให้คุณพระกับมือ เธอพยายามจะพาคุณพระไปรักษา แต่สายไปเสียแล้ว ก่อนที่พระศานต์จะเสียชีวิต เขาขอร้องให้กระถินแต่งงานกับราม กระถินอึดอัดใจแต่ไม่กล้าขัดจึงรับปากตามที่คุณพระต้องการ

รามได้รับข่าวร้ายการตายของคุณพระศานต์ ผู้เป็นบิดา เขารีบเดินทางกลับมาทันที หลังจากงานศพคุณพระผ่านไป สร้อยสนร่วมมือกับกระถิน ในการไม่ยอมรับพุดกรอง และทดที่ทำการโกงได้สำเร็จ สร้อยสนแอบดูพินัยกรรม ที่ทดทำขึ้นใหม่ เพื่อจะไว้ใช้หักหลังพุดกรอง โดยในพินัยกรรมระบุว่า ให้รามแต่งงานกับลูกสาวของพุดกรองจนมีทายาท ถึงจะมีสิทธิ์ในสมบัติคนละครึ่งกับพุดกรอง แต่หากรามไม่ยอมแต่งงาน จะถือว่าสละสมบัติทั้งหมดให้พุดกรองแต่เพียงผู้เดียว

รามโกรธจัดเรื่องพินัยกรรม เพราะพุดกรองบอกว่ารามต้องแต่งงานกับสร้อยสน แต่สร้อยสนวางแผนหักหลังพุดกรองโดยให้กระถินเข้าพิธีแต่งงานแทนตัวเอง รามจำใจคิดว่าต้องแต่งงานกับสร้อยสนเพราะต้องการรักษาคฤหาสน์ที่เป็นของแม่เขาไว้ รามพาลโกรธกระถินเพราะคิดว่ากระถินรู้เห็นเป็นใจกับพุดกรอง และรามไม่รู้ว่ากระถินเองก็โกรธเรื่องปาริชาติ เธอกับรามมีปากเสียงกัน จนในที่สุดกระถินรู้ว่ารามไม่น่าจะรู้เห็นเรื่องจดหมายของเธอที่เขียนไป และรูปที่ปาริชาติส่งกลับมา

ในงานแต่งงาน กระถินมาปรากฏตัวขึ้นในฐานะเจ้าสาวแทนสร้อยสนที่หายตัวไป กระถินประกาศต่อหน้าแขกเหรื่อที่มางานว่าตัวเองเป็นลูกสาวคนหนึ่งของพุดกรองเช่นกัน ทำให้พุดกรองไม่พอใจที่รามได้ทั้งการแก้เผ็ดพุดกรอง และได้แต่งงานกับกระถินตามความต้องการอยู่แล้ว รามจึงประกาศยืนยันแต่งงานกับกระถินด้วยความเต็มใจ หลังจากพิธีแต่งงาน รามพยายามคาดคั้นกระถินเรื่องพินัยกรรม แต่กระถินไม่ยอมบอก ปล่อยให้ทุกอย่างเลยตามเลย เพราะเป็นสิ่งที่คุณพระศานต์ได้เคยขอร้องเอาไว้อยู่แล้ว รามจึงมีความรู้สึกอยู่ตลอดเวลาว่ากระถินมีบางอย่างที่เป็นความลับ และไม่ยอมบอกต่อเขา

รามได้ทียกให้กระถินเป็นคุณผู้หญิงของบ้านเพื่อลดบทบาทของพุดกรอง สร้อยสนแกล้งโกหกว่าเธอถูกกระถินจับขังตัวเอาไว้ พุดกรองเจ็บใจที่ถูกซ้อนแผนแย่งชิงอำนาจไป เธอจึงสั่งให้ทดหาทางกำจัดรามไปให้ได้เพื่อที่สุดท้ายแล้วเธอจะได้แย่งสมบัติจากกระถินมาเป็นของเธอ กระถินละอายที่ใช้วิธีชุบมือเปิบเข้ามาเป็นภรรยาของราม ด้วยเหตุนี้เธอจึงพยายามเลี่ยงด้วยการเป็นภรรยาแต่เพียงในนามแต่ไม่ยอมเข้าหอกับราม ตรงกันข้ามกับรามที่ต้องการจะแต่งงานอยู่กินกับกระถินจริง ๆ เพราะเขารู้สึกว่ากระถินมีเรื่องอะไรบางอย่างปกปิดไว้อยู่ และเขาเชื่อว่าถ้าได้เป็นคนคนเดียวกันแล้วเขาจะปรามกระถินได้อยู่หมัด และกระถินจะไม่กล้ามีความลับกับเขาอีก

จันทร์กับแม่นิ่มพยายามจะปราบพยศให้กระถินยอมย้ายไปอยู่ห้องเดียวกับราม กระถินทำหน้าที่ภรรยาดูแลรามแบบตะขิดตะขวงใจ รามอยากให้กระถินยอมเป็นภรรยาของเขาด้วยความเต็มใจ กระถินเอาแต่เขินอาย และไว้ตัวจนกระทั่งเธอนึกได้ว่านายทด และพุดกรองอาจจะวางแผนเก็บรามอีกคน กระถินจึงยอมที่จะย้ายไปอยู่ห้องข้าง ๆ รามเพื่อจะได้ปกป้องเขาได้อย่างใกล้ชิด รามแอบดีใจเพราะคิดว่ากระถินยอมใจอ่อนให้เขาแล้วแต่เขาก็รอเวลาให้เธอยินยอมพร้อมใจ

รามถือโอกาสพากระถินไปฮันนีมูนที่หัวหิน ทดคิดจะใช้โอกาสนี้เก็บรามเสียเพื่อไม่ให้มีคนสงสัย ที่หัวหินรามกับกระถินต้องพักอยู่ห้องเดียวกัน กระถินยอมเป็นของรามด้วยความเต็มใจโดยมีแม่นิ่ม และจันทร์คอยลุ้นอยู่ทุกขณะจิต ระหว่างที่ทั้งคู่กำลังดี่มด่ำกับห้วงรักในระหว่างฮันนีมูน ความรักของราม และกระถินกำลังจะไปด้วยดี แต่ปาริชาติ ก็ตามมาอาละวาดอีก ถือสิทธิ์ว่าเป็นภรรยาของรามอีกคน รามขอตัดขาดกับปาริชาติ ทำให้พลโท คร้าม พ่อของปาริชาติ บีบบังคับทางการค้า ทำให้รามจนตรอก ไม่รู้จะแก้ปัญหาอย่างไร ไหนจะเรื่องของพุดกอง และทด ที่พยายามจะวางแผนฆ่าราม และกระถินเพื่อเอาสมบัติ เรื่องราวความรักของราม และกระถินจะลงเอยอย่างไร ต้องติดตามชมกันต่อได้ในละคร เลือดรักทระนง ที่ออกอากาศทุกวัน เวลา 20.30 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3

แม่ยายที่รัก
แม่ยายที่รัก
2555
ช่อง:ช่อง 3 เอชดี
เริ่มออกอากาศ:12 มีนาคม 2555
แม่ยายที่รัก (2555/2012) วันรบ (ชาคริต แย้มนาม) สถาปนิกป้ายแดง ของบริษัท พชรอาคิเทค รักอยู่กับมัทรี (รณิดา เตชสิทธิ์)สถาปนิกสาว เพื่อนร่วมคณะฯ จนวันรบมั่นใจว่า มัทรีคือแม่ของลูกเขาในอนาคตมัทรีก็รักและชื่นชมในตัววันรบ แม้เธอจะเพียบพร้อมสมบูรณ์ทุกอย่าง แต่มีคุณสมบัติส่วนเกินหนึ่งอย่าง ที่เป็นอุปสรรคขวางทางรักของวันรบอย่างยิ่ง นั่นคือ มัทรีมีแม่ที่หวงลูกสาวที่สุด โหดที่สุด เค็มที่สุด อย่างคุณนาย ติรกา (ลลิตา ศศิประภา) เจ้าของกิจการค้าโอ่งชื่อดังของจังหวัดราชบุรี จนวันรบต้องมอบฉายา “ไหน้ำปลาปิศาจ” ให้ว่าที่แม่ยายด้วยความเต็มใจ คุณนายติรการักและหวงแหนมัทรียิ่งกว่าไข่ในหิน เมื่อวันรบเข้ามาพัวพันกับลูกสาวนางสิงห์ สงครามความรักชนิดนองเลือด ตาต่อตา ฟันต่อฟัน ระหว่างว่าที่แม่ยายอย่างติรกา และว่าที่ลูกเขยอย่างวันรบจึงเกิดขึ้น แต่วันรบก็ไม่ย่อท้อ เขาพยายามทำทุกอย่างตามคำเรียกร้องของติรกาเพราะความรักที่มีต่อมัทรี ติรกาไม่ต้องการให้วันรบกับมัทรีคบกัน จึงหาเหตุต่าง ๆ นานาให้ทั้งคู่แยกกัน และดึงตัว ธงฉาน (บรมวุฒิ หิรัณยัษฐิติ)เศรษฐีจากราชบุรี ที่ชอบพอมัทรีเป็นทุนเดิม เข้ามาแทรกกลางระหว่างวันรบกับมัทรีอยู่เสมอ แต่ธงฉานก็ไม่สามารถทำลายกำแพงรักของทั้งสองได้ วันรบเอาเรื่องกลุ้มใจของศึกรักครั้งนี้ ไปปรึกษา รชานนท์ (สหรัถ สังคปรีชา) เพื่อนรุ่นพี่สมัยมหาวิทยาลัย กับ พชร (จักรกฤษณ์ อำมรัตน์) เจ้านายและมีศักดิ์เป็นพี่เขยของรชานนท์ ด้วยความคะนองของฤทธิ์แอลกอฮอล์ พชรและรชานนท์แนะนำให้วันรบรวบรัดมัทรีเป็นของตัวเอง เพื่อหักหน้าติรกา ให้ยอมยกลูกสาวโดยไม่มีข้อแม้ วันรบไม่เห็นด้วย แต่มัทรีกลับใช้แผนนี้แทน มัทรีวางยานอนหลับวันรบ เซ็ทแผนหลอกติรกาว่าได้เสียกับวันรบแล้วทั้งที่ความจริงไม่มีอะไรกันเลยแม้แต่ปลายเล็บ ติรกาโกรธและเจ็บแค้นที่วันรบทำลายพรหมจรรย์ของลูกสาวสุดที่รัก เพราะเคยมีอดีตขมขื่น ฝังใจ ที่เธอเคยมีความรักและพลาดพลั้งตั้งท้องกับผู้ชายคนหนึ่ง เมื่ออายุยังน้อย แต่ผู้ชายคนนั้นกลับไม่รับผิดชอบและหนีไปเรียนต่อเมืองนอก ติรกาเสียใจและคิดทำร้ายตัวเอง แต่หมอพล ผู้ชายแสนดี เข้ามาช่วยเหลือ รับเป็นพ่อของลูกในท้องเธอ ตราบาปในอดีตกลับมาหลอกหลอนติรกา ทำให้ติรกาสาบานกับตัวเองว่าจะไม่ยอมให้ วันรบได้แต่งงานกับมัทรี จึงเรียกร้องเงินสินสอดสิบล้านเพื่อแลกกับการแต่งงาน ได้ไม่ครบสิบล้านไม่มีวันให้แต่ง!!! แต่ความจริงติรกาต้องการยื้อเวลาและหาทางแยกมัทรีกับวันรบออกจากกันเท่านั้น วันรบกลับมาปรึกษารชานนท์ กับพชรอีกครั้ง ขณะทั้งสามกำลังกึ่มได้ที่เพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ วันรบระบายความสุดเขี้ยวของว่าที่แม่ยาย ที่แสนอัดอั้นให้รุ่นพี่ทั้งสองฟัง พชรยุให้รชานนท์ไปจีบติรกา เพราะรชานนท์ยังหนุ่มโสด และวัยใกล้เคียงกับว่าที่แม่ยายยังสาวของวันรบ เมื่อรชานนท์เป็นพ่อเลี้ยง จะได้ยกมัทรีให้วันรบง่าย ๆ รชานนท์รับปากด้วยความคะนองเพราะความเมา วันรบขอให้รชานนท์ไปเป็นเพื่อนเพื่อเจรจาต่อรองเรื่องสินสอด ทันทีที่รชานนท์และติรกาเจอหน้ากัน ก็เกิดความโกลาหล เมื่อติรกาคว้าปืนลูกซองออกมาไล่ยิงรชานนท์ จนรชานนท์กับวันรบแตกกระเจิง ต้องหนีกระสุนเพื่อรักษาชีวิตแทบไม่ทัน สร้างความงุนงงให้กับ มัทรีเป็นอย่างมาก ว่าอะไรทำให้ติรกาเลือดเดือดขึ้นหน้าขนาดนี้รชานนท์เองก็ตกใจจนพูดไม่ออก ไม่ว่าวันรบจะถามถึงสาเหตุอะไร ก็ไม่ได้รับคำตอบใด ๆ จากรชานนท์ จนวันรุ่งขึ้นรชานนท์ชวนวันรบกลับไปที่บ้านติรกาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ติรกาบันดาลโทสะ ยิงรชานนท์ จนวันรบต้องหามรชานนท์ส่งโรงพยาบาล เตือนใจ(ดวงตา ตุงคะมณี)แม่ของติรกา และ พุทรา(ปาจารีย์ ณ นคร) เลขาของติรกา ก็ตกใจไปตามๆกันนลินี (พิมลวรรณ หุ่นทองคำ)พี่สาวของรชานนท์จะแจ้งตำรวจจับติรกา แต่รชานนท์ปฏิเสธ มัทรีตกใจกับเหตุการณ์ครั้งนี้ และพยายามซักไซ้ไล่เลี่ยงกับติรกาว่าทำไมถึงกับต้องยิงรชานนท์ ติรกาตอบเพียงแค่ว่า เธอเสียดายที่ยิงรชานนท์ไม่ตาย แล้วติรกาก็หนีหน้าทุกคนกลับราชบุรีทันที ท่ามกลางความงุนงงของวันรบ มัทรี พชร นลินี รชานนท์บอกความจริงกับทุกคนว่า เขาคือผู้ชายที่เคยรักกับติรกาเมื่อครั้งอดีต และเขาสังหรณ์ใจว่า มัทรีคือลูกสาวของเขา มัทรีตกใจ ไม่ยอมรับ เพราะเข้าใจว่าหมอพลคือพ่อของเธอมาตลอด มัทรีตามไปถามความจริงจากติรกา แรก ๆ ติรกาไม่ยอมบอกอะไร จนแม่ลูกมีปากเสียงกันรุนแรง ติรกาจึงหลุดปากเล่าความจริงทั้งหมด ว่ารชานนท์ คือคนที่ทำให้เธอท้องและทอดทิ้งเธอกับลูกไปเรียนต่อเมืองนอกอย่างไม่เหลียวแล มัทรีเจ็บปวดและเสียใจแทนแม่ เมื่อรู้ความจริงในอดีต ทำให้มัทรีไม่ยอมรับรชานนท์เป็นพ่อ รชานนท์บอกกับทุกคนว่าจะตามง้อขอคืนดีกับติรกา และจะทวงสิทธิ์ความเป็นพ่อในตัว มัทรีกลับมา เมื่อวันรบรู้ความลับของติรกาจึงคิดว่าเหนือกว่า แต่ติรกาบอกว่าถ้าวันรบยังยุ่งเรื่องของเธอ เธอจะคิดดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นถ้าไม่จ่าย จะล้มเลิกงานแต่งงานทันที ซึ่งคราวนี้มัทรีเห็นด้วยกับแม่อย่างเต็มที่ สร้างความกลุ้มใจให้กับวันรบยิ่งนัก ที่จู่ ๆ คนรักพลิกกลับไปเข้าข้างว่าที่แม่ยายซะงั้น ที่ราชบุรี ติรกามีสมภพ (โจโจ้ ไมอ๊อกซิ)นักธุรกิจหนุ่มใหญ่มาติดพัน สมภพเป็นคนเจ้าชู้ และมีทรงสุดา(นฤมล พงษ์สุภาพ)เป็นภรรยาอยู่แล้ว แต่แสร้งตีหน้าเป็นคนดี หลอกให้ติรกาสงสารว่าครอบครัวมีปัญหาอยู่เสมอ สมภพมีศักดิ์เป็นอาของธงฉาน วันรบ ไม่พอใจที่ธงฉานมาเกาะแกะเอาใจมัทรี ทำให้วันรบและธงฉานมีเรื่องกันทุกครั้งที่เจอ ธงฉานใช้ความกะล่อนเจ้าเล่ห์ หลอกให้ติรกาเข้าใจผิดวันรบอยู่บ่อย ๆ ทำให้ในสายตาติรกาเห็นว่า วันรบไม่คู่ควรกับมัทรีทั้งนิสัยใจคอและฐานะ ถ้าเทียบกับธงฉาน หนุ่มนิสัยดีและฐานะดี เพียบพร้อมคุณสมบัติทุกอย่าง ติรกา แอบไปต่อรองกับรชานนท์ถึงบริษัท พชรอาคิเทค ให้เลิกความคิดเรียกร้องสิทธิ์ความเป็นพ่อกับมัทรี ขณะที่ติรกากับรชานนท์มีปากเสียงและโทษกันเรื่องความผิดของอีกฝ่ายที่ทอดทิ้ง รุจี(พรรณชนิดา ศรีสำราย) น้องเมียของสมภพก็เข้ามาเจอ รุจีชอบรชานนท์มานาน และแสดงความในใจให้รชานนท์รับรู้อยู่เสมอ เมื่อเจอติรกาอยู่กับรชานนท์ จึงเกิดอาการหึงหวง พร้อมแสดงความเป็นเจ้าของรชานนท์ ทำให้ติรกาและรุจีเกิดการปะทะกันอย่างรุนแรง ติรกาผลุนผลันออกมาจากบริษัทด้วยความฉุนเฉียว จึงถูกรถยนต์เฉี่ยว หัวกระแทกพื้นอย่างแรง รชานนท์ตกใจมากรีบพาตัวติรกาส่งโรงพยาบาลทันที มัทรีตกใจเมื่อรู้เรื่อง โทษว่า รชานนท์เข้ามาทำให้ชีวิตแม่ของเธอต้องเจอกับเรื่องร้าย ๆ และยิ่งไม่ยอมรับรชานนท์ แถมพาลงอนและโกรธวันรบด้วย เมื่อติรกาฟื้นขึ้นมาพร้อมกับอาการสูญเสียความทรงจำ ท่ามกลางความสับสนและจำอะไรไม่ได้ แต่กลับจำรชานนท์ได้ว่าเป็นคนที่เธอรักมาก รชานนท์จึงถือโอกาสใช้ช่วงเวลานี้ใกล้ชิดกับติรกา แต่ทำให้มัทรีไม่พอใจที่รชานนท์ใช้โอกาสนี้แต๊ะอั๋งลวนลามแม่ของเธอ รชานนท์ย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านติรกาตามความต้องการของติรกา ทำให้มัทรีคอยขวางไม่ให้แม่เสียเปรียบรชานนท์ ร้อนถึงวันรบต้องคอยเข้ามาช่วยแยกมัทรีออกจากติรกา มัทรีทะเลาะกับวันรบเพราะกลัวแม่จะเสียเปรียบ ถ้าติรกาถูกรชานนท์ล่วงเกินทางเพศ แต่ติรกากลับมองว่าเป็นเรื่องปรกติของคู่สามีภรรยา ยิ่งทำให้วันรบชอบใจ มัทรีแอบรู้แผนที่รชานนท์จะวางยาติรกาเพื่อรวบรัด มัทรีจึงย้อนเอายานอนหลับของ ติรกาให้รชานนท์กินด้วย ทั้งคู่จึงหลับไปด้วยกันในที่สุด กำนันเรือง(สุเทพ ประยูรพิทักษ์)และ วันทนีย์(ดารณีนุช โพธิปิติ) พ่อแม่ของวันรบมาเยี่ยมลูกชายจากต่างจังหวัด วันทนีย์ไม่ชอบมัทรี เพราะรู้ว่ามัทรีเป็นต้นเหตุให้ติรกาหาเรื่องแกล้งลูกชายตัวเอง วันทนีย์ ต้องการให้วันรบแต่งงานกับกระถิน (สุมณทิพย์ เหลืองอุทัย) เด็กสาวขัดดอกที่วันทนีย์ถูกใจ กระถินคอยแสดงตัวกับมัทรีว่าเป็นคู่หมายของวันรบ ทำให้มัทรีไม่พอใจ และมีปากเสียงกับวันรบบ่อยครั้ง วันรบ ฉวยโอกาสที่ติรกาจำอะไรไม่ได้ แสร้งเล่นละครชีวิตรันทด เล่าเรื่องความลำบากอดมื้อกินมื้อ เพื่อเก็บออมเงินเอามาจ่ายค่าสินสอดให้ติรกา ติรกาภาคความจำเสื่อมสงสารและเห็นใจในความรักที่วันรบมีต่อมัทรี จึงยอมให้มีพิธีแต่งงานเกิดขึ้น ท่ามกลางความเสียใจของ ธงฉานกับกระถิน และความไม่พอใจของวันทนีย์แต่พิธีหมั้นก็เกิดขึ้นจนได้ แม้ว่าสมภพกับธงฉานจะแกล้งผีเข้า เพื่อล้มเลิกงานหมั้นแต่ก็ทำไม่สำเร็จ พิธีหมั้นผ่านไปด้วยดี แต่แล้วอยู่ดีๆ ความทรงจำของติรกาก็กลับคืนมาอีกครั้ง แต่เธออยากพิสูจน์ใจของรชานนท์ จึงไม่ได้แสดงออก มีเพียงเตือนใจ และ พุทราที่สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ความจริงใจของรชานนท์ ทำให้ติรกาใจอ่อน และเมื่อวันรบแกล้งวางแผนการอยากให้ติรกากับรชานนท์เข้าใจกันจริงๆ โดยให้โจรจับตัวไป ท่ามกลางความวุ่นวาย รชานนท์สารภาพเรื่องราวทั้งหมดว่ายังรักติรกาเสมอมา ตอนไปเรียนต่อเมืองนอกก็ตั้งใจจะให้ติรกาตามไปแต่อยู่ดีๆ ก็ได้ข่าวว่าติรกาตั้งท้อง จึงเสียใจมาก ไม่เคยคิดมีใครใหม่เลย ที่สุดพ่อแม่ลูกก็เข้าใจกันเป็นครอบครัวที่มีความสุข แต่แล้ววันทนีย์โทรสายด่วนด้วยความดีใจมาบอกวันรบว่า ให้กลับมาจัดการเรื่องกระถินท้องกับวันรบ มัทรีตกใจและเสียใจมากขอล้มเลิกงานหมั้นกับวันรบ วันรบปฏิเสธว่าไม่ได้ทำแต่มัทรีไม่เชื่อ รชานนท์ขอให้มัทรีใจเย็น ๆ และให้วันรบกลับไปพิสูจน์ไม่ใช่พ่อของลูกในท้องกระถิน วันรบ มัทรี รชานนท์ ติรกา เดินทางมาพิสูจน์ความจริงถึงบ้านวันทนีย์ที่สุพรรณ รวมทั้งมือที่สามอย่างธงฉานด้วย กระถินอ้ำอึ้งเมื่อถูกซักฟอกเรื่องเด็กในท้อง ทั้ง ๆ ที่วันทนีย์คอยถือหางให้บอกต่อหน้าทุกคนว่าวันรบคือพ่อเด็ก แต่เหตุการณ์กลับโอละพ่อวุ่นวาย เมื่อกระถินไม่ได้ท้อง วันรบพ้นข้อกล่าวหา แต่สมภพและธงฉาน ยังไม่ยอมเลิกรา ร่วมมือกับรุจี และวริษรา(ณัฐณิชา สกุลจารุพงศ์)ผู้หญิงสองคนที่หลงรักรชานนท์ และ วันรบ วางแผนแย่งชิง ใส่ร้ายป้ายสีให้สองหนุ่มตกหลุมพราง ทำให้ติรกาและมัทรีเข้าใจผิด เรื่องราวความรักของสองคู่ชู้ชื่น จะลงเอยอย่างไร ก็ต้องติดตามชมดู... ชื่อไทย : แม่ยายที่รัก ชื่ออังกฤษ : - ละครช่อง : ช่อง 3 ผลิตโดย : บทประพันธ์ : กรุง ญ ฉัตรบทโทรทัศน์ : คฑาหัสต์ บุษปะเกศ, ภาคีสร้างสุข กำกับการแสดง : เมธี เจริญพงศ์ แสดงนำ : ชาคริต แย้มนาม, สหรัถ สังคปรีชา, รณิดา เตชสิทธิ์, ลลิตา ปัญโญภาส ออกอากาศ : 13 มีนาคม 2555 - 30 เมษายน 2555 วันออกอากาศ : จันทร์ - อังคาร เวลาออกอากาศ : 20.30 - 22.45 น. จำนวนตอน : - ความยาวตอน : - เรทละคร : -
เมียแต่ง
เมียแต่ง
2554
ช่อง:ช่อง 3 เอชดี
เริ่มออกอากาศ:17 กรกฎาคม 2554
เมียแต่ง (2554/2011) คงไคย (พัชฏะ นามปาน) หนุ่มสังคมที่ใช้ชีวิตเสเพลมาตลอดต้องช็อคสุดขีดเมื่อ คุณหญิงภวัน (ดวงตา ตุงคะมณี) ประธานกรรมการบริหารพีวีเรียลเอสเตท ผู้เป็นแม่บังคับให้แต่งงานกับ อรุณประไพ (อารยา เอ ฮาร์เก็ต) ลูกสาวของอดีตนายอำเภออรุณกับ นางประไพ (เพ็ญพักตร์ ศิริกุล) ที่เคยช่วยเหลือคุณหญิงไว้เมื่อครั้งที่พ่อของคงไคยฆ่าตัวตายเมื่อยี่สิบกว่าปีที่แล้ว คงไคยรับไม่ได้เพราะปักใจเชื่อว่าตนเองนั้นรัก ปรุงฉัตร (พรชิตา ณ สงขลา) นางแบบสาวสุดฮอทลูกสาวคนเล็กของ คุณประกอบ (กฤตย์ อัทธเสรี) และ คุณเนื้อทิพย์ (ภัสสร บุณยเกียรติ) หุ้นส่วนในบริษัทที่มีจำนวนหุ้นมากเป็นอันดับสองรองจากคุณหญิงภวัน แต่คุณหญิงภวันรู้ดีกว่าการเข้ามาของปรุงฉัตรเป็นเพราะคุณประกอบต้องการรวบหุ้นทั้งหมดไว้ในมือเพื่อดันตัวเองขึ้นเป็นประธานบริหาร และผลักดันให้ ณรงค์ (นิธิ สมุทรโคจร) ผู้เป็นลูกชายขึ้นมาอยู่ในตำแหน่งรองประธานบริหาร ทำให้คุณหญิงภวันพยายามจะขัดขวางเพราะพีวีเรียลเอสเตทคือสิ่งที่คุณหญิงภวันทุ่มเทมาชั่วชีวิตเพื่อเป็นมรดกให้แก่คงไคย คุณหญิงภวันเป็นห่วงคงไคยที่ยังทำตัวเป็นเสือผู้หญิงที่เสเพลเละเทะไม่เป็นท่าไปวัน ๆ และยิ่งนึกถึงเวลาในชีวิตที่เหลืออยู่น้อยเต็มที เนื่องจากคุณหญิงภวันรู้ตัวว่ากำลังเป็นมะเร็งในระยะรุนแรงแต่เพราะเหตุผลทางธุรกิจคุณหญิงภวันจึงต้องปิดเรื่องนี้ไว้เป็นความลับและเริ่มวางแผนชีวิตให้กับลูกชาย เธอต้องการให้คงไคยได้แต่งงานกับผู้หญิงที่ดีสักคนที่ไม่ใช่ผู้หญิงรักสนุกอย่างปรุงฉัตร เพื่อที่จะช่วยประคับประคองชีวิตของคงไคยให้กลายเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาได้และอรุณประไพคือคนที่คุณหญิงภวันเลือก คงไคยไม่เชื่อว่าจะมีผู้หญิงดี ๆ ที่ไหนยอมแต่งงานกับผู้ชายที่ไม่รู้จัก จึงปักใจเชื่อว่าอรุณประไพคงเป็นผู้หญิงที่หิวเงินจึงรับข้อเสนอได้อย่างหน้าไม่อาย ยิ่งได้รู้ประวัติของอรุณประไพว่ามีพื้นเพเป็นคนต่างจังหวัดและจบทางด้านการเรือน ทำให้คงไคยรู้สึกดูถูกอรุณประไพแม้ยังไม่ได้เห็นหน้า เพราะคิดว่าอรุณประไพช่างเป็นหญิงสาวที่ไร้ศักดิ์ศรีและยอมแต่งงานเพื่อเงิน คงไคยพยายามจะขุดคุ้ยและหาข้อเสียของอรุณประไพเพื่อมาหักล้างและล้มเลิกพิธีแต่งงานให้ได้ คงไคยสืบจนรู้ว่าอรุณประไพเพิ่งเลิกราจาก ภุชงค์ (พิษณุ นิ่มสกุล) ปลัดหนุ่มที่เธอคบหาดูใจมาหลายปี เพราะภุชงค์จำเป็นต้องไปรับผิดชอบลูกในท้องของ เบญ (วรันลักษณ์ ศิริมณีวัฒนา) ผู้หญิงที่เขาเผลอไปมีสัมพันธ์ด้วย ยิ่งทำให้คงไคยผู้คร่ำหวอดกับความสัมพันธ์ฉาบฉวยมั่นใจว่าอรุณประไพไม่ใช่ผู้หญิงรักนวลสงวนตัวแสนดีอย่างที่คุณหญิงภวันเข้าใจ อาการเกเรของคงไคยสร้างความปวดหัวให้กับคุณหญิงภวันจน คุณทองถม (อนันต์ บุนนาค) ทนายความประจำตระกูล ต้องเข้ามาช่วยเกลี้ยกล่อมให้คิดถึงความรักของคุณหญิงภวันที่เลี้ยงดูคงไคยมาเพียงลำพังและพยายามบอกเป็นนัย ๆ ถึงอาการป่วยของคุณหญิงภวัน คงไคยแม้ไม่เข้าใจในสิ่งที่คุณทองถมพยายามบอกนักแต่ด้วยหัวใจที่รับรู้ถึงความรักของคุณหญิงภวันที่ครองตัวเป็นม่ายมาตลอดเพราะเป็นห่วงความรู้สึกของคงไคย ความจริงที่คุณหญิงภวันคิดถึงความสุขของคงไคยก่อนตนเองเสมอข้อนี้ทำให้คงไคยยอมตกลงเข้าพิธีแต่งงานกับอรุณประไพ ยิ่งใกล้วันแต่งอรุณประไพก็มีแต่ความลังเลไม่แน่ใจในการตัดสินใจแต่งงานครั้งนี้ เพราะลึก ๆ อรุณประไพรู้ดีว่าการยอมแต่งงานครั้งนี้เป็นเพราะอรุณประไพต้องการหนีจากภุชงค์ที่ยังพยายามจะขอคืนดี หนีให้พ้นจากคำว่ามือที่สามที่จะไปทำลายครอบครัวของใคร ประกอบกับอรุณประไพรู้ถึงอาการป่วยของคุณหญิงภวัน อรุณประไพเห็นใจในความทุกข์ของคุณหญิงภวัน แม้จะรู้ว่าสิ่งที่คุณหญิงขอร้องคือการเอาชีวิตไปผูกมัดกับชายแปลกหน้าที่ไม่มีความรักต่อกัน แต่การถูกชายคนรักทรยศก็ทำให้อรุณประไพหมดศรัทธากับความรัก เมื่อไม่เชื่อมั่นในความรักและสถานการณ์ที่ชาวบ้านจับตามองจากคำใส่ร้ายของฝ่ายภรรยาภุชงค์ ผลักดันให้อรุณประไพตัดสินใจเลือกที่จะแต่งงาน แม้ยังไม่รู้ว่าข้างหน้าจะต้องพบเจอกับอะไรบ้างแต่อรุณประไพก็เลือกที่จะเดินหน้าต่อไป แม้คงไคยจะทำเฉยชาไม่รับรู้เพื่อแสดงให้เห็นว่าต่อต้านการแต่งงานครั้งนี้ แต่งานแต่งก็มาถึงจนได้ คงไคยได้พบหน้ากับเจ้าสาวเป็นครั้งแรกในวันแต่งงาน คงไคยทึ่งในความสวยสง่าของเจ้าสาวยิ่งทำให้เขากังขาหนักขึ้นอีกว่าเหตุใด หญิงสาวที่ดูดีแบบไม่มีที่ติเช่นนี้จึงยอมลงเอยใช้ชีวิตคู่กับคนที่ไม่ได้รัก ยิ่งเมื่อคงไคยได้เห็นภุชงค์มาอวยพรหญิงสาวด้วยท่าทีอาลัยอาวรณ์ก็ยิ่งทำให้คงไคยแสดงอาการดูถูกอรุณประไพด้วยการเพิกเฉยและเย็นชาใส่เหมือนว่าเธอไม่มีตัวตนในโลกเพื่อให้สาสมกับที่อรุณประไพยอมขายวิญญาณมาแต่งงานอย่างไม่มีศักดิ์ศรีสักนิด เมื่อเริ่มต้นชีวิตคู่กับคนแปลกหน้า คงไคยพบว่าอรุณประไพนั้นห่างไกลจากผู้หญิงในแบบของเขามากจนไม่อยากจะเชื่อว่าแม่แท้ ๆ ของเขาจะเป็นคนจัดหามาให้ ในสายตาของคนขี้เบื่ออย่างคงไคยนั้นเขารู้สึกว่าอรุณประไพแสนจะเรียบง่าย ไร้เสน่ห์ จืดชืด ไม่มีอะไรท้าทายและกระตุ้นอารมณ์ของเสือผู้หญิงอย่างเขาได้แม้แต่น้อย ด้วยเหตุนี้เขาจึงแยกห้องนอนออกไปและไม่คิดที่จะแตะต้องตัวเธอแม้แต่ปลายก้อย สร้างความโล่งใจให้อรุณประไพอย่างมาก แม้ลึก ๆ อรุณประไพจะเตรียมใจที่จะต้องยอมรับหน้าที่ในการเป็นภรรยาทางพฤตินัยก็ตาม ถึงจะต้องทนกับพฤติกรรมเย็นชาของคงไคยแต่อรุณประไพก็ยังดูแลความเรียบร้อยตลอดจนอาหารการกินให้กับทุกคนในบ้านอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ความละเอียดและเอาใจใส่ค่อย ๆ ซึมลึกกลายเป็นความคุ้นเคยในชีวิตของคงไคยทีละน้อยจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ปรุงฉัตรถูกคุณประกอบเรียกกลับจากเมืองนอกทันทีที่งานแต่งงานของคงไคยผ่านไป ปรุงฉัตรถูกคุณประกอบทำร้ายเป็นที่ระบายความโกรธที่ไม่สามารถรวบคงไคยไว้ได้ทำให้เสียโอกาสทางธุรกิจ แม้สังคมจะรับรู้ว่าปรุงฉัตรคือลูกสาวของคุณประกอบและคุณเนื้อทิพย์ แต่ภายในครอบครัวปรุงฉัตรเป็นเพียงลูกติดของภรรยาลับของคุณประกอบที่ถูกเลี้ยงดูอุ้มชูแบบตามมีตามเกิด และต้องคอยเป็นคนรับใช้ให้กับณรงค์ ลูกชายแท้ ๆ ของคุณประกอบและคุณเนื้อทิพย์ตั้งแต่เด็ก เมื่อโตเป็นวัยรุ่นก็ยังถูกณรงค์ปลุกปล้ำใช้เป็นที่ระบายความใคร่ ปรุงฉัตรพยายามเรียกร้องความเป็นธรรมแต่สิ่งที่ได้รับคือสภาพที่เหมือนทาสที่ไม่มีสิทธิ์เรียกร้องใด ๆ ทั้งสิ้น ความกดดันและความแค้นที่ถูกกดขี่ผลักดันให้ปรุงฉัตรพยายามสร้างความสำคัญให้ตัวเอง จนได้เป็นนางแบบที่ประสบความสำเร็จ ความเซ็กซี่ของปรุงฉัตรดึงดูดให้ได้มีโอกาสรู้จักกับคงไคย เมื่อคุณประกอบสั่งให้ปรุงฉัตรมัดใจคงไคยจะทำให้ปรุงฉัตรพ้นจากสภาพทาสในเรือนเบี้ยนี้สักที ยิ่งคงไคยมีคุณสมบัติที่เพียบพร้อมและแสดงออกว่าหลงใหลให้ความสำคัญในตัวปรุงฉัตรมาก ทำให้ปรุงฉัตรที่รคิดที่จะแต่งงานกับคงไคยให้ได้ เมื่อคงไคยแต่งงานกับอรุณประไพทำให้ความหวังของปรุงฉัตรพังทลาย ทำให้เธอเจ็บแค้นที่คุณหญิงภวันจัดการเรื่องนี้ทั้งหมดเพื่อกีดกันไม่ให้เธอเข้าไปเป็นลูกสะใภ้ของบ้าน แต่เพราะคงไคยกลับมาสานสัมพันธ์เพื่อต้องการแสดงให้อรุณประไพเห็นว่าคงไคยไม่เห็นความสำคัญที่ต้องเกรงใจอรุณประไพ ทำให้ปรุงฉัตรมั่นใจว่าความร้อนแรงของตัวเองจะมัดใจคงไคยไว้ได้ และพยายามทำทุกทางเพื่อจะประกาศถึงความสำคัญของตัวเองที่มีต่อคงไคยให้อรุณประไพได้เห็น ไม่ว่าจะด้วยคำพูดหรือการกระทำที่หยามเย้ยให้รู้สึกว่าตำแหน่งเมียของอรุณประไพไม่ได้มีความหมายใด ๆ เลย และพยายามทำให้สังคมรับรู้ด้วยการกระจายรูปคู่แบบแนบชิดลงไปในอินเตอร์เน็ต คอยปั่นข่าวให้เกิดกระแสเพื่อบีบให้อรุณประไพอับอายและหย่าขาดจากคงไคย แต่อรุณประไพก็ยังไม่แสดงท่าทีว่าโกรธหรือใส่ใจคนทั้งคู่ด้วยซ้ำ ปรุงฉัตรกลับเป็นฝ่ายทนไม่ได้พยายามจะระรานอรุณประไพจนคุณหญิงภวันต้องคอยปกป้องโดยให้ แฉล้ม (พิสมัย วิไลศักดิ์) คนรับใช้เก่าแก่คอยรับหน้าเป็นปากเสียงแทนจนปรุงฉัตรต้องล่าถอยกลับไปทุกครั้งโดยที่อรุณประไพไม่เคยร้อนตามปรุงฉัตรเลยสักครั้งทำให้คงไคยคิดว่าผู้หญิงอย่างอรุณประไพมีแต่ความเย็นชาเป็นนางชีต่อผู้ชายทุกคนในโลก แต่เมื่อภุชงค์ยังพยายามมาหาอรุณประไพ ความอ่อนหวานของอรุณประไพที่มีต่อภุชงค์ต่างจากความเย็นชาที่แสดงออกกับคงไคย ทำให้คงไคยที่ได้ชื่อว่าเป็นเพลย์บอยเจ้าเสน่ห์ไม่พอใจที่อรุณประไพไม่เคยให้ความสำคัญเหมือนคงไคยไม่มีตัวตน คงไคยคิดจะเอาชนะอรุณประไพด้วยการทำให้อรุณประไพหลงรักให้จงได้ แต่อรุณประไพก็ไม่ได้สะทกสะท้านและให้ความสนใจแต่การทำหน้าที่ภรรยาให้ดีที่สุด เธอจัดระเบียบชีวิตให้กับคงไคยเพื่อแก้นิสัยไร้ระเบียบและมักง่ายของเขา คุณหญิงภวันรู้สึกดีใจที่เห็นความเปลี่ยนแปลงในตัวลูกชายไปทีละน้อยชนิดที่แม้แต่คงไคยเองก็คงยังไม่ทันสังเกต เพราะคงไคยมัวแต่กำลังสนุกกับการท้าทายเล่นสงครามประสาทด้วยตั้งใจให้อรุณประไพติดบ่วงเสน่ห์ของตนเอง แต่ยิ่งตอแยก็เหมือนคงไคยวิ่งไล่ตามอรุณประไพด้วยความต้องการของตัวเองโดยไม่รู้ตัว มีเพียงคุณหญิงภวันและคุณทองถมที่เฝ้าจับตามองความเป็นไปอย่างพอใจ ปรุงฉัตรประกาศทั้งทางตรงและทางอ้อมว่าตนเป็นเมียของคงไคยมาก่อน ถึงแม้ว่าจะไม่ได้มีพิธีรีตรองรองรับ แต่แน่นอนว่า เธอเป็นเมียที่คงไคยรักและใช้ชีวิตอยู่ด้วย ในขณะเดียวกัน ปรุงแตรเริ่มหึงหวง ระรานกับผู้หญิงทุกคนที่มีความสัมพันธ์หรือเข้ามาติดต่อใกล้ชิดกับคงไคย ไม่เว้นแม้แต่ผู้หญิงที่เข้ามาทำงานกับคงไคย จนเกิดเรื่องตบตีกันในที่ทำงานของคงไคย จนคุณหญิงภวันต้องยื่นคำขาดให้คงไคยจัดการกับปัญหาทั้งหมด คงไคยเริ่มรู้สึกเหนื่อยและรำคาญกับปัญหาที่ปรุงฉัตรก่อขึ้น ปรุงฉัตรสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของคงไคยที่เริ่มหายใจเข้าออกเป็นอรุณประไพ ปรุงฉัตรรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะสูญเสียคงไคยไป ปรุงฉัตรอยู่นิ่งไม่ไหวเดินหน้ารุกหนักขึ้นด้วยการเข้านอกออกในและวางตัวราวกับเป็นคุณผู้หญิงของบ้านโดยไม่สนใจสายตาตำหนิของคุณหญิงภวันสักนิด เมื่อคงไคยต้องเป็นตัวแทนบริษัทไปประชุมที่ญี่ปุ่น ปรุงฉัตรก็ขอตามไปอย่างไม่ลังเล คุณหญิงภวันรู้เรื่องเข้าก็เรียกคงไคยเข้ามาต่อว่า คงไคยเบื่อที่จะต้องปวดหัวกับปัญหารักสามเส้าจึงไปขอหย่ากับอรุณประไพให้สิ้นเรื่อง อรุณประไพยอมตกลงโดยดีแต่มีข้อแม้ว่าคงไคยจะต้องเป็นฝ่ายไปพูดกับคุณหญิงภวันเองซึ่งนั่นทำให้คงไคยรู้ว่าการหย่าคงไม่ง่ายอย่างที่คิด ภุชงค์ย้ายเข้ามาทำงานที่กระทรวงจึงได้มาเยี่ยมอรุณประไพที่บ้านบ่อย ๆ ภุชงค์มาบอกข่าวเรื่องที่แยกกันอยู่กับภรรยาหลังจากเธอแท้งลูก และความแตกต่างระหว่างภุชงค์กับภรรยาทำให้ชีวิตคู่ของภุชงค์กำลังจะจบลงเร็ว ๆ นี้ ภุชงค์ขอโอกาสจากอรุณประไพอีกครั้ง คงไคยแค่เห็นว่าภุชงค์มางอนง้อก็เข้าใจว่าอรุณประไพคงเตรียมจะกลับไปหาคนรักเก่าหลังหย่าจากเขา เขานึกดูถูกอรุณประไพที่ยินดีลดตัวไปเป็นเมียเก็บของผู้ชายคนนั้นมากกว่าจะเป็นเมียแต่งของเขา คงไคยไปบอกเรื่องหย่ากับคุณหญิงภวันตามเงื่อนไขของอรุณประไพ คุณหญิงภวันยื่นคำขาดว่าถ้าจะหย่ากับอรุณประไพ คงไคยจะต้องยอมให้คุณหญิงภวันตัดทรัพย์สินส่วนของคงไคยจ่ายให้อรุณประไพไปเพื่อชดเชยการหย่าอย่างน้อยไม่ต่ำกว่าห้าล้านบาท คงไคยเป็นเดือดเป็นร้อนไม่อยากจะต้องจ่ายให้อรุณประไพสักแดง เพราะเขารู้ดีแก่ใจว่าอรุณประไพยังไม่เคยทำหน้าที่ตามพฤตินัยกับคงไคยเลยสักครั้ง คุณหญิงภวันขีดเส้นตายให้คงไคยจัดการเรื่องหย่าให้เรียบร้อยด้วยตัวเองก่อนไปเรื่องธุรกิจที่ต่างจังหวัด เพราะถ้าให้คุณหญิงเป็นคนจัดการเองเธอจะให้คงไคยจ่ายค่าชดเชยให้อีกเป็นสองเท่า คงไคยรู้สึกเจ็บใจที่ต้องเป็นฝ่ายแพ้ขาดทุนให้กับอรุณประไพอย่างย่อยยับ คืนก่อนไปคงไคยจึงได้เข้าไปตักตวงสิ่งที่เขาควรจะได้จากอรุณประไพด้วยการทำให้เธอตกเป็นภรรยาของเขาอย่างสมบูรณ์ให้คุ้มค่ากับเงินที่เขาต้องสูญไป ความหวานที่คงไคยได้ตักตวงจากอรุณประไพยังคอยตามรบกวนจิตใจของคงไคย แม้แต่ปรุงฉัตรที่แนบกายก็ยังดึงคงไคยจากความคิดถึงอรุณประไพไม่ได้ แม้คงไคยจะพยายามบอกตัวเองว่าอรุณประไพไม่มีคุณสมบัติที่สมควรเป็นภรรยาของคงไคยที่จะเชิดหน้าชูตาในสังคมเหมือนปรุงฉัตร และเป็นได้แค่นางก้นครัวแต่ความคิดของคงไคยก็ต้องเปลี่ยนไป เมื่อคงไคยได้พบกับอรุณประไพที่ตามมาเรื่องงาน ทำให้คงไคยได้รู้ว่าที่เข้าใจว่าอรุณประไพเป็นแค่แม่ครัวหรือคนใช้ประจำบ้านนั้นไม่ใช่เลย เพราะอรุณประไพมาร่วมงานเทศกาลอาหารนานาชาติในฐานะฟู้ด สไตลิสท์ของนิตยสารอาหารชั้นนำของประเทศ คงไคยได้เห็นบทบาทการทำงานของอรุณประไพและได้เห็นสายตาที่แสดงถึงความทึ่ง ได้ยินคำชื่นชมในความเก่งรอบด้านทั้งการงานและการเรือนโดยเฉพาะจากหนุ่ม ๆ ทำให้คงไคยเกิดอาการหึงขึ้นหน้าแสดงตัวเป็นสามีของอรุณประไพอย่างไม่สนใจสายตาจะกินเลือดกินเนื้อของปรุงฉัตรสักนิด คงไคยพยายามตามติดอรุณประไพคอยกันท่าไม่ให้ใครเข้าใกล้ ปรุงฉัตรรู้สึกสงสัยอาการกระวนกระวายของคงไคยที่จะออกไปตามลำพังตลอดเวลา ร้อนถึงคุณทองถมต้องคอยหาข้ออ้างและช่วยแยกปรุงฉัตรออกไป เพื่อให้คงไคยได้มีเวลาอยู่กับอรุณประไพ ยิ่งเมื่อกลับมาบ้านคงไคยก็ตามติดอรุณประไพไม่ห่างตา ความผูกพันของทั้งคู่ยิ่งมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ปรุงฉัตรก็มีวิธีการทำให้คนหูเบา เจ้าอารมณ์อย่างคงไคยทะเลาะหาเรื่องหงุดหงิดใส่อรุณประไพได้ตลอด ระหว่างเมียแต่งอย่างอรุณประไพ และเมียเก็บอย่างปรุงฉัตร จะเชือดเฉือนบทบาทกันอย่างไร และสุดท้ายคงไคยจะเลือกใครเป็นแม่ของลูกที่แท้จริง ชื่อไทย : เมียแต่ง ชื่ออังกฤษ : - ละครช่อง : ช่อง 3 ผลิตโดย : บทประพันธ์ : นันทนา วีระชนบทโทรทัศน์ : สร้อยโสทร กำกับการแสดง : เมธี พงศ์เจริญ แสดงนำ : อัชชา นามปาน, อารยา เอ ฮาร์เก็ต, พรชิตา ณ สงขลา, ธนกฤต พานิชวิทย์ ออกอากาศ : 18 กรกฎาคม 2554 - 30 สิงหาคม 2554 วันออกอากาศ : จันทร์ - อังคาร เวลาออกอากาศ : 20.30 - 22.45 น. จำนวนตอน : - ความยาวตอน : - เรทละคร : -