STEP ONNARD COMPANY LIMITED
ไม่มีคำอธิบาย
พบทั้งหมด 30 เรื่อง

The Wedding Contract
พิมพิกา หรือ พิม (ภูริตา สุปินชุมภู) ผู้เพียบพร้อมทุกอย่าง วันหนึ่งเกิดไฟไหม้โรงงาน ทำให้พ่อแม่ของเธอเสียชีวิต พิมและ รวี (วรชน แก้วจินดา) พี่ชายต้องมาอาศัยอยู่กับ ปู่รุจน์ (ชลิต เฟื่องอารมย์) ญาติเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ของทั้งคู่ ในทุกวันพิมจะพาแกะแอบเข้าไปกินหญ้าที่ไร่ของ สรัล (อ้วน เด่นคุณ งามเนตร)นายฮ้อยเจ้าของไร่ส้มที่สนิทสนมกับปู่รุจน์มานาน จนกระทั่งวันหนึ่งสรัลจับได้และพยายามแนะนำวิธีปลูกหญ้าไว้ให้กับพิมได้ลองปลูกเอง ซึ่งทำให้พิมหงุดหงิดรู้สึกไม่ค่อยถูกชะตากลายเป็นคู่ปรับคนสำคัญที่พิมไม่อยากยุ่งด้วย ด้านรวีต้องการใช้เงินจึงนำที่ดินไปขายให้กับ ทินมัย (กัมมัญญ์ กลมแก้ว) เจ้าของไร่ส้มผู้ทรงอิทธิพล พร้อมด้วยเงื่อนไขเพิ่มเติมในท้ายสัญญาว่าเขาจะยกน้องสาวให้ทินมัยด้วยเพื่อเป็นการใช้หนี้ สรัลเข้ามาช่วยเหลือด้วยการใช้หนี้และจดทะเบียนสมรสกับพิม เพื่อให้ทินมัยเลิกยุ่งกับเธอ งานนี้สรัลจะจัดการกับสารพัดปัญหานี้อย่างไร เขาจะสามารถพิชิตใจพิมเพื่อให้เธอเป็นเจ้าสาวบ้านไร่ตัวจริงได้หรือไม่ ติดตามลุ้นและเอาใจช่วยพวกเขากันได้ใน “เจ้าสาวบ้านไร่” (ที่มา : ch3plus)

You Are My Universe
แก้ว สาวพาร์ทไทม์ร้อยกะ ดิ้นรนเพื่อเลี้ยงตัวเองและครอบครัว ครอบครัวคนเดียวของเธอคือยายพรายที่แม้ไม่ได้เป็นญาติ แต่เลี้ยงดูเธอมาตั้งแต่แบเบาะ แต่เรื่องกลับตาลปัตรเมื่อยายพรายเสียชีวิต เพราะมีคนข่มขู่ต้องการที่ดินริมหาดที่หวงไว้ยิ่งกว่าไข่จงอาง แต่ที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือยายพรายกลับยกที่ดินริมหาดนั้นที่เป็นของเธอ ให้กับ เฑียร ผู้ชายที่เพิ่งเจอเพียงไม่กี่วันพร้อมเซ็นสัญญาเช่าไปเรียบร้อย โดยแลกเปลี่ยนกับการที่ เฑียร จะต้องเอาแก้วไปดูแลพร้อมคำสัญญาจะช่วยเธอตามหาพ่อกับแม่ แก้ว เด็กสาวที่มองโลกเป็นสีชมพู มีความสุข ถึงแม้จะไม่ได้มีต้นทุนชีวิตแบบ เฑียร หนุ่มที่มีต้นทุนสูงลิ่ว ชีวิตมีครบทุกอย่าง แต่เขากลับรู้สึกขาดและไม่มีความสุขกับสิ่งที่มีหรือสิ่งที่เป็นเลย เขารู้สึกแปลกใจที่แก้วมีความสุขทั้ง ๆ ที่ไม่มีอะไร เมื่อสองคนได้มาอยู่ด้วยกัน ทั้งคู่ได้เรียนรู้ที่จะมีความสุขและเป็นครอบครัวของกันและกัน แต่อดีต...เมื่อวนกลับมา มันสร้างความเปลี่ยนแปลงให้ปัจจุบันเสมอ การตามหาครอบครัวของแก้วทำให้แก้วรู้ว่าพ่อของแก้วเป็นมหาเศรษฐีที่มีเงินไม่ต่างจากบ้านเฑียรเลย แต่อดีตไม่ได้นำมาแต่เรื่องดีๆ มันกลับนำเรื่องที่นึกไม่ถึงมาด้วย เพราะชัยมงคล คนที่แก้วคิดว่าเป็นพ่อ กลับเป็นฝาแฝดที่ฆ่าพ่อของเธอในอดีต และการที่ รุ้ง แม่ของแก้วหายไปอย่างไร้ร่องรอยก็เพราะการตามล่าของเขา แก้วต้องประสานรอยร้าวในบ้านของเฑียรและจับมือกับเฑียรเพื่อเอาตัวรอดจากคนที่เธอคิดว่าเป็นครอบครัวให้ได้ ในรักสุดใจยัยตัวแสบ (Source: ch3plus.com)

Mae Krua Kon Mai (My Mischievous Fiancee)

The Rural Angel
ใบหม่อนเกิดในตระกูลชาวนามาตั้งแต่ปู่ย่าตาทวด มีที่นาทำมาหากินเป็นมรดก ตกทอดมาเป็นรุ่น ๆ จนถึงรุ่นพ่อแม่ของใบหม่อนถึงร้อยไร่ แต่เป็นร้อยไร่ที่ห่างไกลจากความเจริญ แต่พ่อแม่และใบหม่อนก็มีความสุขอยู่กับความพอเพียงที่ได้รับแบบในน้ำมีปลา ที่สามารถเอามากินเป็นประจำ เอามาทำปลาร้าเก็บไว้กิน ในนามีข้าวปลูกเอาไว้กิน ที่ดินที่เหลือ ๆ ก็เอามาปลูกผักเล็ก ๆ น้อย ๆ กินกันไปแบ่งขายไปบ้าง นางนกขาบแม่ของใบหม่อนไม่ได้เรียนหนังสือ แต่พ่อของใบหม่อนต้องการให้ใบหม่อนเรียนหนังสือให้มากที่สุด
หลังจากจบป.6 ใบหม่อนก็อยากเรียนต่อสูง ๆ เช่นกัน จึงตัดสินใจขอพ่อเข้าไปเรียนต่อในอำเภอ โดยอาศัยอยู่ที่ของร้าน คำหลอย เพื่อนรัก เริ่มผลิตปลาร้าพื้นบ้าน โดยมีสูตรเด็ดที่แม่ได้รับสืบทอดมาจากบรรพบุรุษของแม่ ขายให้กับคนในอำเภอ ทำให้พอมีเงินส่งตัวเองเรียนบ้าง
คำหลอย มีแม่ชื่อนางคำเหลา คำเหลาเป็นเพื่อนสนิทกับนางนกขาบ คำเหลาได้สามีเป็นฝรั่งหัวใจไทยชาวยุโรปชื่อ โรเบิร์ต เปิดร้านอาหารอีสานเล็ก ๆ ให้นางคำเหลาในอำเภอ ส่วนใบหม่อนก็ผลิตปลาร้าไป เรียนไปช่วยเสิร์ฟอาหารไปที่ร้านของคำหลอย
มหัศจรรย์ เป็นชายหนุ่มผู้เพียบพร้อมด้วยรูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ เนื่องจาก คุณสุดสวย ผู้เป็นแม่สอนเอาไว้ว่า รวยซะอย่าง อยากทำอะไรก็ทำไป ยกเว้นอย่าไปยุ่งกับพวกคนจนคนไม่มีระดับ ผิดกับ ท่านปาฎิหารย์ สส. คนดีศรีสังคมของปวงชนชาวไทย พ่อของมหัศจรรย์ มีความหวังจะเห็นคนอีสานไม่ต้องเดินทางเร่ร่อนเข้ากรุงมาแย่งกันหางานทำ ต้องจากบ้านจากเมืองพ่อแม่พี่น้องและลูก มาทำงานหาเงินส่งกลับบ้าน ท่านสส. พยายามช่วยเหลือชาวบ้านสุดความสามารถ ช่วยได้ก็แยะ ยังช่วยไม่ได้อีกก็มากมาย ต่อมาท่านสส. สุขภาพไม่ดี ท่านกลัวตายก่อนไม่มีใครสืบทอดอุดมการณ์ มองเห็นก็แต่ลูกชายสุดที่รัก ท่านสส.บอกลูกชายว่าจะส่งไปเรียน วิชา พชม. พัฒนาชีวิตเพื่อนมุษย์ มหัศจรรย์ดีใจว่าจะได้เมืองนอก แต่ท่านสส. บอกว่าไปบ้านนอก ยกเหตุผลให้ลงไปคลุกคคลีกับชาวบ้าน เพื่อเรียนรู้ความเป็นมนุษย์ที่แท้จริง ถึงความรู้จักหิวรู้จักทุกข์ และรู้จักพอเพียง และช่วยเหลือผู้อื่น โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน แต่สิ่งตอบแทนที่ได้รับคือความสุขใจที่ได้เห็นคนเหล่านั้นมีชีวิตที่ดีขึ้น
ต่อมา มหัศจรรย์ได้พบกับสาวสวยไฮโซกำมะลอชื่อ ร่วมฤดี ลูกสาวของแม่หม้ายสาวสวยไฮโซชื่อ รวยรื่น สองแม่ลูกทำตัวร่ำรวยหรูหรา รวยรื่นวางแผนให้ร่วมฤดีจับมหัศจรรย์ทันที และก็เป็นไปตามแผน แต่ปาฎิหารย์รั้งไว้ บอกว่าต้องไปคลุกคลีกับชาวบ้านสามเดือนก่อน เพราะหวังว่าในเวลาสามเดือน จะทำให้มหัศจรรย์เกิดอุดมการณ์และรู้จักเพื่อนมนุษย์ดีขึ้น มหัศจรรย์ขอต่อรองว่า ถ้าเขาทำสำเร็จ กลับมาต้องยกที่ดินซอยทองหล่อให้เป็นเรือนหอของเขากับร่วมฤดี
ในที่สุดมหัศจรรย์ก็ไปอีสานบ้านใบหม่อน โดยท่านสส. ได้ฝากฝังมาทางผู้ว่าฯ ผู้ว่าฯ ฝากฝังต่อมาทางปลัดจังหวัด ปลัดจังหวัดฝากฝังต่อมายังนายอำเภอ ต่อมายังปลัดอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และมาถึงผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านชื่อ อ้วก มหัศจรรย์จึงต้องมาอยู่ร่วมบ้านกับพวกใบหม่อนด้วยความรังเกียจ และเรียกร้องสารพัดจากครอบครัวนี้
ก่อนหน้าจะมาถึงหมู่บ้านของใบหม่อน มหัศจรรย์ได้พบกับใบหม่อนระหว่างทาง ทั้งสองมีปากเสียงกัน สร้างความแค้นให้มหัศจรรย์มาก กว่ามหัศจรรย์จะมาถึงบ้านผู้ใหญ่อ้วกได้ ก็ต้องพบกับความลำบากมากมาย ผู้ใหญ่อ้วก นกขาบต้อนรับมหัศจรรย์เป็นอย่างดี ด้วยการส่งใบหม่อนไปดูแล เมื่อมหัศจรรย์รู้ว่าใบหม่อนเป็นลูกสาวผู้ใหญ่อ้วก ก็ได้ทีล้างแค้น บอกให้ใบหม่อนมาเป็นเด็กรับใช้ของเขาเป็นเวลาสามเดือน
มหัศจรรย์ต้องเรียนรู้ตามตารางที่พ่อจัดไว้ในสามเดือน ทั้งทำไร่ ไถนา ต้องไปหัดพายเรือ โดยมีใบหม่อนเป็นคนสอน มหัศจรรย์ยังคงใช้ที่ชีวิตอยู่ที่ต่างจังหวัด โดยมีผู้ใหญ่อ้วก นกขาบดูแลเป็นอย่างดี จะมีบ้างก็ที่ต้องถูกใบหม่อน และคำหลอยกลั่นแกล้งตลอดเวลา แต่มหัศจรรย์ก็เริ่มซึมซับสิ่งดี ๆ ไปบ้าง
รวยรื่นไม่วางใจ รีบให้ร่วมฤดีตามไปหามหัศจรรย์ทันที อีกทั้งตนเองยังวางแผนกับ พักตรา หลอกเอาที่ดินของนกขาบ คำเหลา จ่อย ไปขาย โดยให้ทั้งสามคนเซ็นชื่อยินยอมให้ อ้างว่าจะไปทำเรื่องออกโฉนดให้ โดยใช้ชื่อของ หิรัญ เป็นคนจัดการทุกอย่าง เพื่อโยนความผิดให้โดยที่หิรัญไม่ทันรู้ตัว เป็นการล้างแค้นที่หิรัญไปแต่งงานกับสุดคะนึง สุดท้ายที่นาของใบหม่อนก็ถูกยึดไป เธอแค้นใจมาก สาบานว่าจะเอาที่ดินคืนมาให้ได้ ต้องไปเรียนนิติศาสตร์เป็นทนาย เพื่อมาทวงที่นาคืนมาสักวัน
พ่อแม่และใบหม่อนโดนไล่จากบ้าน ต้องพากันไปอาศัยเถียงนาของบ้านคำหลอยอยู่ ใบหม่อนตัดสินใจเข้ากรุงเทพฯ มาหางานทำ เพื่อส่งตัวเองเรียน คำหลอยอยากมาเที่ยวกรุงเทพฯ จึงตามมาด้วย ทั้งคู่ได้พบกับซกเล็ก หนุ่มอีสานที่เปิดร้านขายส้มตำอยู่ในกรุงเทพฯ เขาแนะนำให้ใบหม่อนและคำหลอยได้รู้จักกับ เสี้ยม สาวใช้บ้านท่าน ส.ส.ปาฎิหารย์ ที่กำลังรับสมัครคนรับใช้อยู่ ทั้งสองจึงได้เข้าไปทำงานที่บ้านโดย ถูกเสี้ยมหักค่านายหน้าทุกเดือน
ใบหม่อนและคำหลอยทำงานด้วยความตั้งใจ แม้จะถูก สุดสวย สุดคะนึง ใช้งานสารพัด แต่โชคดีที่ปาฎิหารย์รักและเอ็นดู ทำให้ทั้งสองเอาตัวรอดไปได้ มหัศจรรย์กลับมาที่บ้าน ได้พบกับใบหม่อนกับคำหลอย กลัวพ่อจะรู้ความจริง ว่าทั้งคู่เป็นลูกของผู้ใหญ่อ้วก คนที่ดูและตนเองระหว่างที่ไปอยู่ต่างจังหวัดก็ไม่สบายใจหนักขึ้นไปอีก คำหลอยอยากออกไปจากบ้านนี้ แต่ใบหม่อนยืนกรานจะอยู่ต่อไป แม้ต้องอดทนยาวนาน เพราะต้องการสืบว่ารวยรื่นแม่ของร่วมฤดีเกี่ยวข้องกับการโกงที่ดินของพ่อแม่หรือเปล่า
ที่บ้านของมหัศจรรย์เกิดเรื่องราวปั่นป่วนมากมาย เพราะสองสาวไปเป็นสาวใช้ มีทั้งชิงรักหักสวาท หึงหวงของสุดคะนึงที่หึงหิรัญ ร่วมฤดีที่หึงมหัศจรรย์ แต่สองคนก็ไม่เคยโดนไล่ออกจากบ้าน เพราะมีปาฎิหารย์คอยปกป้องเด็กทั้งสอง
ใบหม่อนหาทางแอบทำปลาร้าขาย แล้วยังหาเวลาไปช่วยซกเล็กที่ร้านอีกด้วย แล้วในที่สุดปาฎิหารย์ก็อนุญาตให้ใบหม่อนได้เรียนหนังสือควบคู่ไปด้วย ใบหม่อนดีใจมาก ส่วนมหัศจรรย์ก็แปลกใจตัวเอง ที่วันไหนถ้าไม่ได้ไปทะเลาะเบาะแว้งหรือหาเรื่องกับใบหม่อน ก็รู้สึกอึดอัด มีอะไรขาดหายไป มหัศจรรย์มีใจให้ใบหม่อนโดยที่เขาไม่รู้ตัว
หิรัญทำทีออกไปทำงานข้างนอก แต่แอบนัดแนะพบปะกับรวยรื่นที่บ่อนชายแดน เล่นการพนันกันไปด้วย บังเอิญว่าใบหม่อน คำหลอย และซกเล็กไปส่งปลาร้าที่นั่น เห็นสองคนไปด้วยกันจึงเก็บความสงสัยเอาไว้ และได้รู้ความจริงว่าที่แท้ สุดคะนึงน่าจะโดนหลอก และสองคนเป็นนักพนันตัวยง
ร่วมฤดีกับมหัศจรรย์หมั้นกันในเวลาต่อมา และวางแผนสร้างเรือนหอที่ที่ดินซอยทองหล่อตามสัญญา ร่วมฤดีต้องการแต่งงานโดยทันที แต่มหัศจรรย์กลับเฉื่อยชาลงไป และขอผัดผ่อน ทำให้สองแม่ลูกไม่พอใจ พาลมาถึงกล่าวโทษว่าเป็นเพราะใบหม่อน
หิรัญ รวยรื่น พักตรา วางแผนพาสุดคะนึงไปเข้าบ่อน จนหมดเนื้อหมดตัว แล้วให้สุดคะนึงนำโฉนดบ้านและที่ดินมาจำนองไว้กับตน กว่าความจริงจะเปิดเผย ทั้งบ้าน ที่ดินของปาฎิหารย์และสุดสวยก็ถูกยึด สุดคะนึงจึงรู้ตัวว่าถูกหลอก ครอบครัวของเธอต้องไปเช่าบ้านหลักเล็ก ๆ อยู่ โดยมีใบหม่อนและคำหลอยยืนกรานจะอยู่รับใช้ทุกคนต่อไป ถึงไม่มีเงินเดือน เพราะตอนนี้ใบหม่อนเรียนจบและได้ทำงานที่สำนักงานทนายความแล้ว
รวยรื่น และพักตรา ย้ายเข้าไปอยู่บ้านส.ส.ปาฎิหารย์ โดยมีเสี้ยมคอยรับใช้ รวยรื่นไม่ยอมให้หิรัญเข้ามาเหยียบบ้าน ซ้ำหิรัญยังโดนข้อหาฉ้อโกงที่ดินของพ่อแม่ของใบหม่อน และคำหลอยอีกด้วย หิรัญต้องหนีหัวซุกหัวซุน ไม่มีทั้งบ้านและเงิน
รวยรื่นยื่นคำขาดให้ร่วมฤดีเลิกกับมหัศจรรย์ ร่วมฤดีรักมหัศจรรย์ด้วยใจจริง แต่ไม่สามารถขัดใจแม่ได้ มหัศจรรย์เห็นในน้ำใจจริงที่ใบหม่อนมีให้กับครอบครัวตน จึงรักใบหม่อนมากขึ้นทุกวัน ส่วนกิจการปลาร้าและอาหารอีสานไปดีขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งใบหม่อน คำหลอย และซกเล็ก ทั้งสามไปเช่าร้านใหม่ เป็นตึกใหญ่โต มีลูกค้ามากินอาหารที่ร้านมากมาย คำหลอยกับซกเล็กตกหลุมรักกันและกัน และกลายเป็นหุ้นส่วนชีวิตในเวลาต่อมา
ทั้งหมดพากันไปที่สำนักทนาย ทางสำนักทนายส่งทนายสาวมาว่าความให้ ทั้งหมดถึงกับตะลึง เพราะทนายสาวคนนั้น ช่างเหมือนกับใบหม่อนสาวใช้ที่บ้าน ใบหม่อนช่วยหาหลักฐานและเอกสารการโกง ในที่สุดท่านสส. และครอบครัวก็ชนะคดี ได้ของคืนมาทั้งหมด พากันขอบใจคำหลอยกับใบหม่อน ที่ขอลาออกจากการเป็นสาวใช้ โดยไม่บอกว่าจะไปทำงานที่ไหน ทุกคนเสียดายมากแต่ทัดทานไม่ไหว โดยเฉพาะมหัศจรรย์ ที่เสียใจที่สุด
ทั้งใบหม่อนและคำหลอยพากันกลับบ้าน ร่วมทั้งมีซกเล็กมาด้วย การกลับมาครั้งนี้เพื่อมาจัดการฟ้องเรียกที่ดินที่โดนโกงไปคืนจากรวยรื่น สรุปผลว่า พวกใบหม่อนได้ที่ดินคืน รวยรื่นกับหิรัญถูกจับ
มหัศจรรย์ทนคิดถึงใบหม่อนไม่ไหว บอกท่านสส.กับแม่และน้องสาวว่าจะไปดูแลมวลชนที่อีสาน มหัศจรรย์มาพบใบหม่อนในฐานะสาวชาวนาทำปลาร้าเหมือนเดิม และยังได้พบกับทนายสาวที่ไปว่าความฟรีให้ชาวบ้านที่โดนโกง มหัศจรรย์สับสนไปหมด รักทั้งสองคน คือทนายอาสาผู้มีฐานะดี ผู้มีกิจการปลาร้าปลากระป๋องส่งออก กับใบหม่อนสาวชาวนาที่ทำปลาร้าขายกินไปวัน ๆ ในหมู่บ้าน คำหลอยให้คำปรึกษาว่าให้ถามหัวใจตัวเองให้ได้ว่ารักใครกันแน่ ในที่สุดมหัศจรรย์จึงมาสารภาพรักกับใบหม่อนสาวชาวนาทำปลาร้าขายชาวบ้าน โดยไม่สนใจว่าเธอเคยเป็นสาวใช้ที่บ้านเป็นคนต่ำต้อยกว่า มหัศจรรย์เข้าใจแล้วว่า ทุกคนมีความเป็นมนุษย์เท่าเทียมกัน ท่านสส. คุณสุดสวย สุดคะนึงลงมาอีสาน เพื่อพากันมาสู่ขอใบหม่อนโดยไม่มีใครรังเกียจใบหม่อน ทำให้ใบหม่อนรู้แล้วว่า มหัศจรรย์รักเธอด้วยความจริงใจ ติดตามชมความสนุกของละคร เทพธิดาปลาร้า ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 14.50 น.

Perfect Wife
หลายต่อหลายคนมุ่งค้นหาคนรักที่สมบูรณ์แบบ หารู้ไม่ว่าแก่นแท้ความรักและการครองคู่นั้นคือ การรักและยอมรับในเนื้อแท้แห่งตัวตนของแต่ละคนต่างหาก จึงจะค้นพบความรักที่เที่ยงแท้และสมบูรณ์แบบ
โครงการ Perfect Wife ของ The Plan บริษัทจัดหาภรรยาสมบูรณ์แบบ ล็อก Spec ได้ ฝันหรือหวังภรรยาที่มีคุณสมบัติอย่างไร ตั้งแต่รูปร่าง หน้าตา สัดส่วน สีผิว การศึกษา ชาติตระกูล หน้าที่การงาน หรือแม้กระทั่งรสนิยมทางเพศ...ก็สามารถจัดให้ ที่สุดยอดคือ ทดลองใช้สินค้าก่อนได้เป็นเวลาสามเดือน ถ้าไม่พอใจบริษัทจะชดเชยเป็นเงินค่าเสียเวลา...แต่คุณต้องเป็นเศรษฐีระดับ Super VVIP เท่านั้น...
กษิดิศ เวโรจน์ หนุ่มหล่อ รวย ไฮโซ ไม่ได้แร้นแค้นผู้หญิงสวยรอบตัว ยังถึงกับใจสั่นทุกครั้งเมื่อได้สบตา ชลลดา หญิงสาวผู้งดงามราวภาพฝันและเป็นทุกอย่างดั่งที่เขาได้วาดหวังไว้ทุกประการ หญิงสาวที่ถูกเรียกว่า สินค้าทดลองใช้เป็นระยะเวลาสามเดือน ไม่พอใจก็คืนสินค้าได้ แถมได้เงินค่าชดเชยอีกต่างหาก ชลลดา สินค้าทดลองใช้ ที่ผ่านการอบรมมาอย่างดี มีหน้าที่ทำทุกวิธีให้ลูกค้าตัดสินใจเซ็นสัญญาเป็น Perfect Wife ยกเว้นกฎเหล็กอย่างเดียวคือ ห้ามรักลูกค้าเด็ดขาด !
ภายในงานเลี้ยงเปิดตัวเครื่องสำอางยอร์ก แบรนด์ระดับโลกที่มิสเตอร์โรเบิร์ตเป็นหุ้นส่วน กษิดิศ เวโรจน์ นักธุรกิจหนุ่มสุดหล่อ หนึ่งในแขกระดับ Super VVIP ซึ่งได้รับเชิญให้มาร่วมแสดงความยินดี ก็ต้องประหลาดใจ เมื่อมิสเตอร์โรเบิร์ตได้แนะนำให้เขารู้จักกับเดอะแพลน ธุรกิจ Perfect Wife จัดหาภรรยาที่สมบูรณ์แบบเฉพาะลูกค้าที่คัดสรรแล้วว่าคู่ควร กษิดิศไม่ทันฟังจนจบก็ปฏิเสธทันที หนุ่มหล่อ ไฮโซ ทายาทผู้บริหาร Way Ex Logistics หล่อ รวย เลือกได้อย่างเขา ไม่ขาดแคลนผู้หญิงสวยสมบูรณ์แบบมาเคียงข้าง ถึงขนาดต้องใช้วิธีนี้ในการหาคู่ควง โดยเฉพาะการหาภรรยายิ่งไม่เคยอยู่ในความคิด และอีกเหตุผล กษิดิศไม่เห็นด้วยกับธุรกิจที่นำผู้หญิงมาเป็นสินค้า เลยไม่ปกปิดอาการรังเกียจและไม่พอใจ
มิสเตอร์โรเบิร์ตเดินหน้าแล้วไม่มีวันถอย ยังรุกกษิดิศต่อโดยใช้สถานการณ์ที่ Way Ex ผิดพลาดเรื่องการขนส่งสินค้า มากดดันให้กษิดิศทบทวนข้อเสนอเกี่ยวกับโครงการ Perfect Wife โดยรับรองว่าสินค้าของตนเองไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน แต่กษิดิศก็ยืนยันปฏิเสธพร้อมตอกกลับด้วยคำพูดที่ว่า "ผมเชื่อว่าเครื่องสำอางเป็นสินค้า แต่สำหรับผู้หญิงเธอไม่ใช่สินค้า"
ดาว-ชลดา เกียรติสิริกรกุล เป็นผู้หญิงที่กษิดิศได้เจอโดยบังเอิญจากอุบัติเหตุเดินชนกัน กษิดิศมองดาวไม่วางตา ดาวคือสินค้าที่ทางมิสเตอร์โรเบิร์ตเตรียมไว้ให้กับเขา ซึ่งเป็นเป้าหมายของเดอะแพลน
แอนนา Window Display Designer เพื่อนสมัยเรียนมัธยม ที่แอบชอบกษิดิศมานาน เพราะประทับใจที่กษิดิศมองเห็นว่าเธอสวย แม้ใคร ๆ จะตั้งฉายาเธอว่า อ๊วก เธอพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อหวังว่าวันหนึ่งกษิดิศจะรับรู้ถึงความรู้สึกของเธอ
มหานที เจ้าของธุรกิจ A&S Logistics บริษัทคู่แข่งของ Way Ex ที่นอกจากต้องแข่งขันกันเรื่องงานแล้ว ยังมีทีท่าว่าจะต้องแข่งขันกันในเรื่องความรัก เพราะดันมาประทับใจในผู้หญิงคนเดียวกันคือ ดาว
ดาว ชลดา สมัครเข้ามาทำงานในตำแหน่งเลขานุการของกษิดิศ โดยมีเบื้องหลังการผลักดันจากคุณวลัยลักษณ์ แม่ของกษิดิศ ที่ต้องการหาผู้หญิงสวย สมบูรณ์แบบ ให้กับลูกชายของตนเอง ซึ่งกษิดิศก็ไม่ทำให้แม่ผิดหวัง เพราะประทับใจในตัวดาวเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ดาวเข้ามาทำงานในบริษัท Way Ex โดยต้องรับมือกับปัญหารอบด้าน ไม่ว่าจะเป็น เมตตา เลขาฯ เก่าที่คอยเขม่น เพราะกลัวตัวเองถูกเลื่อยขาเก้าอี้, แอนนา เพื่อนสาวที่แอบหลงรักกษิดิศ, จารุณี คู่สะใภ้ของวลัยลักษณ์ ที่ไม่ต้องการให้กษิดิศ ติดใจเลขาฯ คนสวย แล้วมีลูกชายคนแรกให้กับครอบครัว เพื่อสืบทอดตำแหน่งผู้บริหารของ Way Ex ดาวต้องคอยแก้ไขความเข้าใจผิดของกษิดิศ ที่คิดว่าเธอมีใจให้กับ มหานที รวมถึง กชกร น้องสาวขี้งกที่หวงพี่ชายยิ่งกว่าอะไรในโลกนี้
กษิดิศนอกจากต้องแข่งขันกับคู่แข่งทางธุรกิจที่แข็งแกร่งอย่าง A&S Logistics แล้ว ยังต้องรับมือกับจารุณี ที่ต้องการจะยึดตำแหน่งผู้บริหาร และเป้าหมายอันคลุมเครือของเดอะแพลนในการนำเสนอสินค้า และแอนนาที่พยายามแทรกกลางระหว่างความรักของกษิดิศและดาว ท่ามกลางความรักที่กำลังเริ่มก่อตัว ดาวกลับรู้สึกผิดกับการหลอกลวงของตัวเอง เธอรู้ว่าทุกสิ่งที่ทำไปก็เพื่อพ่อของเธอ และเริ่มรู้ตัวว่าเธอเริ่มหลงรักเป้าหมาย แต่แล้วก็เกิดเหตุการณ์ตาลปัตรเมื่อแอนนาเปิดเผยว่าดาวคือสินค้าของเดอะแพลน กษิดิศเสียใจกับเรื่องราวที่รับรู้ จึงตั้งใจทำทุกอย่างเพื่อให้ดาวเจ็บ ท่ามกลางความผิดหวัง เสียใจ และความเข้าใจผิดต่าง ๆ ดาวกลับได้รู้ว่าจารุณีและโรเบิร์ต เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการลอบยิงกษิดิศ การปล่อยข่าวต่าง ๆ เพื่อปั่นหุ้นของ Way Ex การวางแผนโกงบริษัท โดยมีคนในบริษัทรู้เห็น เธอจึงพยายามทำทุกอย่างเพื่อคนที่เธอรัก จนทำให้ตกอยู่ในอันตราย แต่ภายใต้สถานการณ์อันเลวร้าย มหานทีได้เข้ามาคอยช่วยเหลือดาว และบอกความนัยให้เธอรู้ สุดท้ายแล้วดาวจะเลือกใคร ระหว่างมหานที ผู้ชายที่หลงรักเธอและพร้อมจะอยู่เคียงข้างเสมอ หรือจะเป็นคนที่เธอรักและพร้อมที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะเมียอาชีพ อย่างไม่หวั่นเกรงอุปสรรคไปกับกษิดิศ ลูกค้าที่เธอหลงรัก มาร่วมลุ้นความรักของเธอว่าจะลงเอยอย่างไรได้ในละคร เมียอาชีพ ที่ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 14.20 น. ทางช่อง 3 กด 33

Cloudy Days
เมื่อความรักเป็นเรื่องหลอกลวง เมื่อเบื้องหลังความสัมพันธ์ที่น่าอิจฉากลับเป็นแผนการที่แยบยลเพื่อจะเปิดโปงคนที่เธอเรียกว่า...พ่อ ปานมาศ หรือ หนูเล็ก เป็นลูกสาวคนเล็กของตระกูลวัฒนาการ เจ้าของ พี เอ็น กรุ๊ป เจ้าพ่อวงการก่อสร้างโครงการยักษ์ใหญ่ มีแฟนหนุ่มตากล้องที่ทำงานอยู่ด้วยกันอย่าง วาริท และยังแสนดีจนน่าอิจฉา แต่ที่ทุกคนไม่รู้ สิ่งที่วาริทกำลังปิดบัง แท้จริงแล้วคือ เมฆ สายลับหนุ่มจากองค์กรณ์ราชสีห์ ที่เข้ามาในชีวิตหนูเล็กเพียงเพื่อหวังผลประโยชน์เพื่อเอาข้อมูลที่ต้องการมาเปิดโปง ภาณุ วัฒนาการ พ่อของหนูเล็ก หนูเล็กรู้ความจริงว่า วาริท เป็นหนึ่งในสายลับขององค์กรณ์ราชสีห์ หนูเล็กเลยตกลงใจยอมร่วมมือกับเมฆเพื่อช่วยให้พ่อตนพ้นคำครหา เมฆสารภาพทุกอย่าง เพื่อจะให้หนูเล็กร่วมมือ เมื่อความจริงใกล้เปิด ภานุจับหนูเล็กเป็นตัวประกัน และขอแลกตัวเช่นชนก การที่โชนรังสียอมมาที่นี่เพื่อช่วยหนู เธอจะไม่ทนให้ภาณุใช้หนูเล็กมาข่มขู่เธอได้อีก หนูเล็กแทบไม่อยากเชื่อสิ่งที่ได้ยิน ว่าโชนรังสีคือ พาขวัญ แม่ของเธอ เมฆสงสารหนูเล็ก เมื่อได้รู้ความจริงว่าภาณุเลี้ยงดูเธอไว้เพื่อข่มขู่แม่แท้ๆ ของตัวเอง แล้ววันที่ภารกิจของเมฆจบลงก็มาถึง เค้าต้องหายไปจากชีวิตของหนูเล็ก แต่เมฆกลับตัดใจจากหนูเล็กไม่ได้ หนูเล็กเองพยายามทำใจแข็ง ปากแข็ง เมฆเลยตัดสินใจ ไปแอบดูหนูเล็กที่ร้าน หนูเล็กเจอเมฆและสารภาพว่าเธอรักเมฆมาก จนเธอไม่เคยถือโทษโกรธเมฆที่หลอกเธอ เมฆเข้าไปกอดหนูเล็ก ขอหนูเล็กแต่งงาน จากนี้เค้าจะเป็นทุกอย่าง ของหนูเล็ก เค้าจะสัญญาจะเติมเต็ม และทำให้ทุกวันของหนูเล็กเป็นวันที่สุขสดใส…..

Nai Yim Ma Yom Wan
ภัสดา ภัทรราชย์ ชายหนุ่มวัย 30 ปี ผู้เพียบพร้อมทั้งรูปสมบัติ คุณสมบัติ และทรัพย์สมบัติ ขาดเพียงอย่างเดียวคือศรีภรรยา ทำให้ หม่อมสุภางค์ ผู้เป็นป้ากลัวว่า ราชสกุลภัทรราชย์ของตนจะสูญสิ้น จึงพยายามสรรหาสาว ๆ ในแวดวงไฮโซ ที่มีฐานะทัดเทียมกันมาให้หลานชายเลือก โดยอาศัยงานเปิดตัวโรงแรมเทวฤทธิ์ ซึ่งดัดแปลงมาจากวังเก่าแก่ของตระกูลเป็นสถานที่เลือกคู่ ภัสดารู้ทันแผนการของหม่อมสุภางค์ ดังนั้นวันงานเขาจึงดับฝันผู้เป็นป้า ด้วยการไม่ไปร่วมงาน แต่ส่งบุรินทร์ เพื่อนสนิท ซึ่งเป็นมือขวาในการบริหารโรงแรมไปเป็นตัวแทน
ในงานเดียวกัน...เบญจแขไข เจ้าของร้านขนมไทยประยุกต์วัย 22 ปี ได้รับการว่าจ้างให้มาสาธิตการทำขนมไทยแบบร่วมสมัย โดยใช้มะยมเป็นส่วนประกอบสำคัญในการทำขนม ซึ่งเป็นไฮไลต์ของงาน ในระหว่างการสาธิตทำขนมมีเหตุการณ์วุ่นวายเกิดขึ้นจากบรรดาสาว ๆ ที่หม่อมสุภางค์เชิญมาร่วมงาน ที่เข้าใจผิดคิดว่า หากใครทำขนมได้เด็ดถูกใจหม่อมป้าจะได้รับเลือกให้เป็นหลานสะใภ้ สาว ๆ เหล่านั้นจึงพากันปั่นป่วนการสาธิตทำขนมของเบญจแขไข
หนึ่งในนั้นก็คือ จตุชไม (สี่) พี่สาวแท้ ๆ ของเบญจแขไข ที่ไม่ยอมรับเบญจแขไขเป็นน้อง และสั่งห้ามไม่ให้บอกใครว่าเป็นพี่น้องกัน เพราะอายที่ไฮโซอย่างตนมีน้องเป็นแม่ค้าขายขนม จตุชไมถือว่าตนเป็นลูกรักของพ่อแม่ ส่วนเบญจแขไขเป็นลูกชัง ซึ่งถูกเนรเทศไปให้ ย่าพิศ เลี้ยงที่บ้านสวนตั้งแต่แบเบาะ จตุชไมเกลียดขี้หน้าเบญจแขไขมาก เพราะเบญจแขไขสวยกว่า เก่งกว่าทั้งงานบ้าน งานครัว แถมยังช่วยดูแลกิจการร้านขนมไทยของย่าพิศ จนมีชื่อเสียงโด่งดังอีกด้วย
ความโกลาหลที่เกิดขึ้น ทำให้งานของเบญจแขไขเกือบจะพังไม่เป็นท่า แต่ก็โชคดีที่ นายยิ้ม มะยมหวาน ผู้ชายมอซอ ดูแล้วไม่มีออร่าของผู้ดีเลยสักนิด มาช่วยกู้สถานการณ์ไว้ได้ทัน ทุกอย่างจึงผ่านไปด้วยดี เบญจแขไขกล่าวขอบคุณนายยิ้มอย่างจริงใจ ในขณะที่จตุชไมด่านายยิ้มยกใหญ่ ที่มาช่วยเบญจแขไข และขู่ว่าจะไปฟ้องภัสดาเจ้าของโรงแรมให้ไล่นายยิ้มออก นอกจากนี้ยังดูถูกว่านายยิ้มเป็นคนจนต่ำต้อย น่ารังเกียจอีกด้วย เบญจแขไขสงสารนายยิ้มที่ทำดีแต่กลับถูกด่าฟรี จึงออกหน้าปกป้องนายยิ้ม โดยการต่อว่าจตุชไมกลับไปแรง ๆ ทำให้นายยิ้มรู้สึกประทับใจเบญจแขไขมาก ที่ยอมมีเรื่องกับจตุชไมเพื่อคนต่ำต้อยด้อยค่าอย่างตน
หลังจากความโกลาหลผ่านพ้นไป บุรินทร์ก็ได้รับโทรศัพท์จากภัสดาเพื่อถามเรื่องการสาธิตการทำขนมของเบญจแขไข ว่าไปจ้างใคร มาจากไหน พิมพา อาของเบญจแขไขก็เดินผ่านมาได้ยินและเข้าใจผิด คิดว่าภัสดาโทร. มาต่อว่า ที่เบญจแขไขทำให้งานเกือบล่ม พิมพากลัวว่าหลานสาวจะมีความผิด จึงรีบไปบอกหลาน แต่จังหวะนั้นก็เกิดซุ่มซ่ามเดินชนกับพนักงานที่ถือถาดแก้วน้ำที่เดินมาทางเดียวกัน จนเลอะเทอะไปทั้งตัว บุรินทร์เห็นก็รีบเดินเข้าไปตำหนิพนักงานที่ทำงานไม่ระวัง พิมพาบอกไม่ใช่ความผิดของพนักงาน ตนซุ่มซ่ามเองแล้วรีบเดินหนี ส่วนบุรินทร์มองตามยิ้ม ๆ ถูกใจความสวยของพิมพา โดยไม่รู้เลยว่าพิมพาอายุมากกว่าตนเองถึง 5 ปี
พิมพานำเรื่องมาบอกเบญจแขไข พร้อมกันนั้น ธงทิว (ทิว) ชายหนุ่มที่เป็นเพื่อนชายคนพิเศษของเบญจแขไข เจ้าของบริษัทออแกนไนเซอร์ ซึ่งเป็นคนจ้างเบญจแขไขมาทำงานนี้ ก็เอาเงินค่าจ้างมาให้ แต่แอบหักหัวคิวไป 50% มากกว่าทุกครั้ง ธงทิวมักจะเอาเปรียบและกอบโกยผลประโยชน์จากเบญจแขไขมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และครั้งนี้ธงทิวก็หลอกเบญจแขไขว่า ภัสดา เจ้าของโรงแรมโกรธมาก ที่เบญจแขไขก่อความวุ่นวาย จนภาพลักษณ์ของโรงแรมเสียหาย จึงจ่ายค่าจ้างเพียงครึ่งเดียว ทำให้เบญจแขไขรู้สึกโกรธภัสดามาก เพราะคิดว่าภัสดาเป็นนักธุรกิจหน้าเลือด เห็นแก่ชื่อเสียงและผลประโยชน์ของตัวเอง แถมยังด่วนตัดสินว่าเธอผิด โดยไม่ให้โอกาสอธิบาย ทั้ง ๆ ที่เรื่องวุ่นวายทั้งหมดนี้ เกิดขึ้นจากผู้หญิงที่จ้องจะจับเขาทั้งสิ้น
หลังจากจบงาน จตุชไมก็กลับไปฟ้อง คุณนายสายสวาท ผู้เป็นมารดาว่าตนไม่เจอตัวภัสดาในงานเลี้ยงเพราะเบญจแขไขก่อเหตุวุ่นวาย แถมยังใส่สีตีไข่เกินความจริงอีกมาก ทำให้คุณนายสายสวาทโกรธสุด ๆ และด่าเบญจแขไขว่าเป็นตัวซวยตั้งแต่เกิด เกิดมาก็ทำให้แม่เกือบตาย ทำให้ นายพนัส ผู้เป็นพ่อพลาดโอกาสได้เป็นพระเอกหนัง แถมยังมาขัดขวางการจับผู้ชายของพี่สาวอีก คุณนายสายสวาทปลอบใจลูกสาวคนโปรดว่า ไม่ต้องเสียใจเดี๋ยวตนจะพาไปจับภัสดาใหม่อีกรอบ คราวนี้จะเข้าให้ถึงตัว บุกให้ถึงวังเลย
ทางด้านหม่อมสุภางค์ก็ร้อนใจที่ภัสดาหายตัวไป ตั้งแต่วันงานเปิดตัวโรงแรม จึงเรียกบุรินทร์เข้าไปถามที่วัง แต่บุรินทร์ก็ให้คำตอบไม่ได้ เพราะเขาก็ไม่เจอตัวภัสดาตั้งแต่วันนั้นเช่นกัน หม่อมสุภางค์ ออกคำสั่งแบบเด็ดขาดให้บุรินทร์ตามหาตัวภัสดาให้เจอภายใน 3 วัน ไม่เช่นนั้นจะหักเงินเดือน จะไล่ออกจากงาน จะยึดบ้าน ยึดรถคืน และขู่อีกสารพัด จนบุรินทร์เครียดหนัก
บุรินทร์พยายามติดต่อภัสดาทุกเครื่องมือการสื่อสารที่มีในโลก แต่ก็ติดต่อไม่ได้ และในที่สุดภัสดาก็เป็นฝ่ายโทร. มาบอกบุรินทร์เองว่า เขาจะหายตัวไปสักระยะ เพราะต้องการหนีการจับคู่ของหม่อมสุภางค์ ให้บุรินทร์ประจำการดูแลงานที่โรงแรมแทน บุรินทร์พยายามถามว่าภัสดาจะหลบไปอยู่ที่ไหน แต่ภัสดาไม่ยอมบอก และสั่งห้ามไม่ให้บอกหม่อมสุภางค์ว่าเขาติดต่อมา บุรินทร์เครียดยิ่งกว่าเดิม เพราะรู้ว่าต้องโดนหม่อมสุภางค์เล่นงานหนักแน่นอน หากครบกำหนดแล้วไม่มีคำตอบไปรายงาน
นายยิ้ม มาด้อม ๆ มอง ๆ อยู่หน้าร้านขายขนมของเบญจแขไข เด็กชายไข่ วัยประมาณ 8 ปี ลูกสมุนของเบญจแขไขเห็นเข้าก็กลัวว่าจะเป็นโจร จึงไปตามเบญจแขไขมาดู นายยิ้มถามทางไปส่งพิซซ่า เบญจแขไขบอกทางให้แต่โดยดี แต่นายยิ้มกลับโดนวัยรุ่นชายดักตีและแย่งชิงรถมอเตอร์ไซค์ไป
นายยิ้มบอกเบญจแขไขว่าถูกภัสดาไล่ออกจากงาน เพราะช่วยเบญจแขไขเมื่อวันก่อน ไปสมัครงานที่ใหม่มาแล้วหลายที่แต่ก็ไม่มีคนรับ เบญจแขไขสงสาร ประกอบกับคิดว่าเป็นความผิดของตนด้วยส่วนหนึ่งที่ทำให้นายยิ้มตกงาน เลยบอกว่าจะไปขอให้ย่าพิศรับนายยิ้มเข้าทำงานที่ร้าน ทำให้นายยิ้มรู้สึกซาบซึ้งในความมีน้ำใจของเบญจแขไขมากยิ่งขึ้น
เบญจแขไขเล่าเรื่องที่นายยิ้มถูกภัสดาไล่ออกจากงานให้ย่าพิศฟังด้วยความโกรธเคือง ที่ภัสดาไม่เห็นใจพนักงานระดับรากหญ้าอย่างนายยิ้ม ย่าพิศรับฟังแล้วก็สอนให้เบญจแขไขรู้จักใจเย็น อย่าด่วนตัดสินภัสดาจากคำพูดที่คนอื่นพูดถึงเขา รอให้เจอตัวจริงก่อนค่อยตัดสินว่าเขาเป็นคนดีหรือไม่ดี แต่เบญจแขไขก็บอกว่าตนตัดสินภัสดา เหมือนที่ภัสดาเคยตัดสินว่าตนผิด โดยไม่ฟังเหตุผลเช่นกัน พิมพาที่นั่งฟังอยู่ด้วยจึงสอนหลานว่า ให้เอาชนะความโกรธด้วยความไม่โกรธ เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร แต่เบญจแขไขบอกว่าโกรธแล้วโกรธเลย และจะไม่มีวันญาติดีกับภัสดาเด็ดขาด
ย่าพิศอนุญาตให้นายยิ้มทำงานที่ร้านขนม แต่ระหว่างที่ทำงานนายยิ้มก็ถูกจับตามองจากคนงานทุกคน โดยเฉพาะเด็กชายไข่ ที่เฝ้าระวังไม่ให้นายยิ้มเข้าใกล้เบญจแขไขง่าย ๆ เพราะนายยิ้มดูลึกลับ และไม่ยอมให้บัตรประชาชนมาตอนสมัครงาน แต่เบญจแขไขก็เชื่อมั่นในความรู้สึกของตัวเอง ว่านายยิ้มต้องเป็นคนดี และยังบอกอีกว่าเราควรมองคนที่ปัจจุบัน ต่อให้นายยิ้มเคยทำผิดหรือเป็นโจรมาก่อน แต่เราก็ควรให้โอกาสเขาได้แก้ตัว ถ้าสังคมไม่ให้โอกาสคน โลกเราก็คงไม่มีใครอยากกลับตัวเป็นคนดี ทำให้นายยิ้มยิ่งปลื้มและสัญญาว่าจะรักและภักดีต่อเบญจแขไขตลอดไป
ระหว่างที่ช่วยงานในร้านขนม...นายยิ้มก็ได้เห็นว่า เบญจแขไขเป็นผู้หญิงที่ทำงานเก่ง และมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาสูตรขนมไทยให้มีความแปลกใหม่ เข้ากับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป โดยไม่ทิ้งรากความเป็นไทย นายยิ้มชื่นชมแนวคิดของเบญจแขไข จึงเสนอตัวเป็นผู้ช่วยหมายเลขหนึ่ง และช่วยคิดชื่อขนมว่า มะยมยิ้ม เพราะเห็นว่าในสวนของย่าพิศมีต้นมะยมเยอะ น่าจะนำมาแปรรูปได้หลายอย่าง นอกจากนี้นายยิ้มยังให้คำแนะนำที่มีหลักการ มากเกินความรู้แค่ ป. 6 อย่างที่เขาเคยบอกไว้ จนเบญจแขไขสงสัย แต่นายยิ้มก็อ้างว่าตัวเองเป็นคนชอบอ่านหนังสือเลยรู้เยอะ
ธงทิวพยายามเข้ามาทำคะแนนกับเบญจแขไขและย่าพิศ ด้วยการนำลูกค้าใหม่ที่ทำธุรกิจส่งออกอาหารไปต่างประเทศ ครอบครัวเบญจแขไขดีใจเพราะรายได้จากการทำขนมส่งเป็นเงินก้อนโต แต่กลับมีเรื่องวุ่นย้อนกลับมาเมื่อตำรวจตรวจพบยาเสพติดซุกซ่อนอยู่ในขนมซึ่งลูกค้าลักลอบนำออกไปต่างประเทศ เบญจแขไขตกเป็นจำเลยขึ้นโรงพัก ในขณะที่ธงทิวหนีหายไปไม่รับผิดชอบ ร้อนถึงยิ้มต้องสั่งให้บุรินทร์ช่วยติดต่อนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ให้เร่งติดตามหาคนร้ายตัวจริง
เบญจแขไขตกเป็นข่าวเสียหายไปทั่ว ลูกค้าประจำส่งคืนขนม ทั้งโดนสายสวาทต่อว่าที่สร้างความอับอาย แต่ยิ้มให้กำลังใจเบญจแขไขและนำขนมไปตั้งแผงขายเพื่อหารายได้ประทังครอบครัว
แต่เมื่อวันหนึ่ง ธงทิวรู้ข่าวว่าจะมีทางด่วนตัดผ่านที่ดินแถบบ้านสวนของย่าพิศ และราคาที่ดินแถบนั้นก็จะต้องพุ่งปรี๊ดสูงขึ้นอีกหลายสิบเท่า ดังนั้นธงทิวจึงรบเร้าเบญจแขไขเรื่องการแต่งงานหนักขึ้น เพื่อหวังฮุบที่ดินและสมบัติทั้งหมด แต่เบญจแขไขก็บ่ายเบี่ยงเพราะยังไม่แน่ใจตัวเองว่ารักธงทิวจริงหรือไม่ ทั้งที่เธอคบหาดูใจกับธงทิวมาตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย
ฉากหน้าที่ทุกคนในสังคมเห็นว่าธงทิวเป็นนักธุรกิจหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรง เจ้าของบริษัทออกาไนเซอร์อนาคตไกลนั้น เบญจแขไขรู้ดีว่าเขามาจากครอบครัวชนชั้นกลางที่สร้างฐานะมาจากการทำงานหนัก พ่อแม่ของธงทิวเลี้ยงลูกชายคนเดียวแบบไข่ในหิน ประเคนข้าวของเครื่องใช้อย่างดีให้ทุกอย่างจนธงทิวเสียนิสัย เมื่อโตขึ้น เขาจึงกลายเป็นคนเอาแต่ใจ เห็นตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาล มีเสน่ห์ที่หน้าตาและคารม เจ้าชู้ และใช้เงินเป็นเบี้ย โชคดีที่ธงทิวเป็นคนหัวดี จึงเรียนเก่ง ได้เกรดสูง ๆ มาตลอด
ต่อมาเมื่อเศรษฐกิจตกต่ำ ฟองสบู่แตก ครอบครัวของธงทิวเข้าสู่สภาวะล้มละลาย พ่อของธงทิวติดหนี้สินมากมายหลายสิบล้าน บังเกิดความเครียดจนผูกคอตาย แม่ของธงทิวรับสภาพไม่ไหว ล้มป่วยจนต้องส่งเข้ารับการรักษาทางจิตอยู่พักใหญ่ ก่อนจะออกไปปฏิบัติธรรมอยู่ที่สำนักวิปัสสนาในชนบท
ธงทิว เหมือนตกลงจากหอคอยงาช้าง บ้านช่องที่ดินทรัพย์สมบัติต่าง ๆ ถูกขายเพื่อนำเงินมาใช้หนี้ ธงทิวสัญญากับตัวเองว่าเขาจะต้องทำทุกอย่างเพื่อวันหนึ่งเขาจะกลับไปร่ำรวยเหมือนเดิม
เมื่อเปิดบริษัทออกาไนซ์ของตัวเอง แรก ๆ กิจการทำท่าจะไปได้สวยเพราะความเก่งและคารมดีของธงทิว ฐานะเงินทองของธงทิวกลับมาเฟื่องฟู แต่นิสัยใช้จ่ายฟุ่มเฟือยของเขาพาตัวเองเข้าไปอยู่ในวังวนหนี้สิน ธงทิวติดหนี้เสี่ยหลักชัยที่กู้ยืมมาหมุนเวียนใช้ในบริษัทหลายล้านบาท
เบญจแขไขเห็นอกเห็นใจธงทิว เธอทราบดีถึงความทะเยอทะยานของธงทิว จึงคอยเป็นกำลังใจและช่วยเหลือธงทิวอยู่เสมอ ธงทิวซาบซึ้งใจดี แม้ความเห็นแก่ตัวของเขาทำให้คอยเอาเปรียบเบญจแขไขทุกครั้งที่มีโอกาส แต่ลึก ๆ แล้วเขามีความรักให้เบญจแขไข ธงทิวมาหาเบญจแขไขที่ร้านบ่อย ๆ พร้อมทั้งมีของกำนัลมากมายมาฝากย่าพิศและพิมพาเพื่อเอาใจ แต่ก็ถูกนายยิ้มกับเด็กชายไข่ที่หันมาร่วมมือกันปกป้องเบญจแขไขเล่นงานสะบักสะบอมกลับไปทุกครั้ง
ธงทิวเริ่มสังเกตเห็นว่าเบญจแขไขกับนายยิ้มสนิทกันมากเกินเจ้านายกับลูกน้องก็เกิดอาการหึงหวง จึงต่อว่าเบญจแขไขที่ลดตัวลงไปคลุกคลีกับคนงานระดับล่าง เบญจแขไขบอกว่าตนไม่ได้เลือกคบคนที่ฐานะ แต่เลือกคบคนที่จิตใจ และบอกอีกด้วยว่าตนแค่สงสารนายยิ้มที่ถูกคนรวย ๆ อย่างภัสดารังแกจนไม่มีที่ไป แต่ไม่ได้รักเขาอย่างที่ธงทิวกล่าวหา นายยิ้มที่แอบฟังอยู่รู้สึกปลื้มที่เบญจแขไขไม่รังเกียจคนจน ในขณะเดียวกันก็รู้สึกเศร้าที่เบญจแขไขบอกว่าไม่ได้รักเขา เพราะตอนนี้นายยิ้มรักเบญจแขไขเต็มหัวใจแล้ว
เวลาผ่านไป บุรินทร์เริ่มทนไม่ได้ที่ภัสดาหายตัวไป เพราะตอนนี้เขาต้องรับศึกหนักหลายด้าน ทั้งหม่อมป้าสุภางค์ ทั้งจตุชไม ที่พอตามหาภัสดาไม่เจอก็พากันมารุมเขา และที่สำคัญ ทางโรงแรมกำลังจะจัดงานเทศกาลขนมนานาชาติ ซึ่งเป็นงานใหญ่ระดับเอเชียอาคเนย์ และครั้งนี้ภัสดาจะต้องมาคุมงานด้วยตัวเอง ดังนั้นบุรินทร์จึงร่วมมือกับหม่อมสุภางค์วางแผนล่อให้ภัสดาออกจากถ้ำ ทั้งปล่อยข่าวหลอกว่าหม่อมสุภางค์ป่วยหนัก จ้างนักสืบออกตามหา และอีกสารพัดวิธีแต่ภัสดาก็ไม่หลงกล และแผนเด็ดก๊อกสุดท้ายที่บุรินทร์งัดออกมาใช้ก็คือ ปล่อยข่าวฉาวเรื่องผู้หญิงของภัสดา
หนังสือพิมพ์และนิตยสารแทบทุกฉบับก็พร้อมใจกันลงข่าวซุบซิบว่า เสน่ห์ไฮโซหนุ่มสุดฮอต ภ. แรง !! จนทำงานเปิดตัวโรงแรมเกือบล่ม เหตุทำชีกอใส่เจ้าของร้านขนมสาวสวยนิรนาม จนสาวอื่นอิจฉารุมทึ้งสาวนิรนาม จนเกือบเอาตัวไม่รอด
ภัสดาเห็นข่าวก็โทร. มาด่าบุรินทร์ทันที และสั่งให้บุรินทร์แก้ข่าวให้เร็วที่สุด เพราะข่าวนี้มีผลกระทบต่อชื่อเสียงร้านขนมของเบญจแขไข รวมถึงตัวเบญจแขไขมากด้วย และที่สำคัญภัสดากลัวว่าเบญจแขไขจะมองเขาไม่ดี บุรินทร์เริ่มเอะใจที่ภัสดาแคร์เบญจแขไขมากเป็นพิเศษ และรู้ความเคลื่อนไหวของร้านขนมเป็นอย่างดีอีกด้วย
บุรินทร์สงสัยจึงไปที่ร้านขนมของเบญจแขไข แล้วก็ได้เห็นภัสดาอยู่ที่นั่นในฐานะนายยิ้ม มะยมหวาน ลูกจ้างร้านขนม บุรินทร์ ดีใจที่ตามหาภัสดาเจอ สองคนหลบออกไปคุยกันในที่ลับตาคน ภัสดาเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้บุรินทร์ฟังโดยไม่ปิดบังอีก และสารภาพว่าเขาคิดจะจีบเบญจแขไขอย่างจริงจัง บุรินทร์ฟันธงว่า เบญจแขไขไม่มีทางหลงรักนายยิ้ม มะยมหวาน ลูกจ้างร้านขนมแน่นอน แต่ภัสดาก็มั่นใจว่าสามารถทำได้ บุรินทร์จึงท้าให้ภัสดาให้จีบเบญจแขไขให้สำเร็จภายใน 3 เดือน ถ้าทำได้บุรินทร์จะยอมกินมะยมจนหมดสวนย่าพิศ ภัสดารับคำท้า เพราะมั่นใจว่ามองคนไม่ผิด
บุรินทร์ใช้เรื่องนี้มาเป็นข้อต่อรองให้ภัสดากลับไปดูแลงานเทศกาลขนมนานาชาติ ภัสดากลัวความลับเรื่องที่เขาโกหกเบญจแขไขว่าเป็นนายยิ้ม มะยมหวานแตก จึงต้องยอมกลับไปทำงานที่โรงแรมตามเดิม แต่ก็ยื่นเงื่อนไขให้บุรินทร์ติดต่อเบญจแขไขไปเปิดซุ้มขนมไทย ในฐานะตัวแทนของโรงแรมในงานนี้ด้วย บุรินทร์ตอบตกลงทันที
เบญจแขไขรู้สึกเหงาแปลก ๆ เมื่อไม่มีนายยิ้มมาคอยวนเวียนรอบตัว ชวนคุย ชวนหัวเราะเหมือนเคย และในขณะที่เบญจแขไขกำลังคิดถึงนายยิ้มอยู่นั้น บุรินทร์ก็โผล่มาที่ร้าน เพื่อติดต่อให้เบญจแขไขไปช่วยงานเทศกาลขนมนานาชาติที่โรงแรมเทวฤทธิ์ โดยให้โจทย์ที่ภัสดาเป็นคนคิดให้เข้ากับตัวเองว่า ต้องเป็นขนมที่ทำจากมะยม และจะให้ขนมของเบญจแขไขเป็นไฮไลต์ของงาน เบญจแขไขไม่อยากรับงานนี้ เพราะเกลียดภัสดา แต่บุรินทร์ก็หว่านล้อมว่าการทำงานนี้จะช่วยโปรโมตร้านของเบญจแขไขให้เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติได้ ในที่สุดเบญจแขไขก็ยอมตกลง
ระหว่างที่คุยงานกับเบญจแขไขอยู่นั้น บุรินทร์ก็สมาธิหลุดเมื่อเห็นพิมพาเดินเข้ามาในร้าน และก็ต้องอึ้งกิมกี่ เมื่อรู้ว่าพิมพาเป็นอาของเบญจแขไข วูบแรกบุรินทร์คิดว่าต้องอายุมากกว่าเขาแน่ ๆ แต่เพราะพิมพาเป็นคนหน้าเด็ก บุรินทร์จึงเดาไม่ออกว่าพิมพาอายุเท่าไรกันแน่ แต่ถึงอย่างไรอายุก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับบุรินทร์ถ้าเขาคิดจะรัก บุรินทร์ฉวยโอกาสคะยั้นคะยอให้พิมพาไปช่วยงานเบญจแขไขที่โรงแรมด้วย พิมพางงว่าทำไมบุรินทร์ต้องอยากให้ตนไป แต่ก็ตอบว่าถึงบุรินทร์ไม่ชวนตนก็ต้องไปช่วยงานเบญจแขไขเป็นปกติอยู่แล้ว บุรินทร์ดีใจหน้าบานจนเก็บอาการไม่อยู่ ที่จะได้มีโอกาสใกล้ชิดกับพิมพา
ธงทิวรู้ข่าวว่าเบญจแขไขจะไปออกซุ้มขนมในงานใหญ่ก็ตาลุกวาว หวังจะเบียดเบียนผลประโยชน์จากเบญจแขไขเหมือนเคย ดังนั้นเขาจึงเสนอตัวเป็นออแกนไนเซอร์ช่วยจัดงาน เบญจแขไขปฏิเสธเพราะมีทีมงานของโรงแรมช่วยอยู่แล้วส่วนหนึ่ง แต่ธงทิวก็ยกเอาเหตุความวุ่นวายจากงานเปิดตัวโรงแรมคราวก่อนมาเป็นข้ออ้าง จนเบญจแขไขขาดความมั่นใจ กลัวงานเละเหมือนคราวก่อนอีก จึงยอมให้ธงทิวมาช่วยงาน เมื่อภัสดารู้ก็ไม่พอใจ อารมณ์หึงพุ่งสูงปรี๊ด แต่ก็พยายามข่มจิต
ภัสดาทนคิดถึงเบญจแขไขไม่ไหว จึงขับรถมาแอบดูเบญจแขไขที่หน้าร้านบ้างในวันที่มีเวลาน้อย แวะมาเยี่ยมในคราบของ นายยิ้ม มะยมหวาน บ้างในวันที่มีเวลาว่างมาก ๆ โดยอ้างว่าเป็นวันหยุดเลยอยากมาช่วยงานเบญจแขไข ภัสดาทำตัวไม่ต่างกับพวกโรคจิตที่คอยติดตามว่าวัน ๆ เบญจแขไขไปทำอะไร อย่างไร ที่ไหน กับใคร และยิ่งเห็นเบญจแขไขอยู่กับธงทิวก็ยิ่งร้อนรนแทบทนไม่ไหว ภัสดาเร่งวันเร่งคืนอยากให้ถึงงานเทศกาลขนมนานาชาติเร็ว ๆ เพราะเบญจแขไขจะต้องไปเตรียมงานล่วงหน้า รวมกับระยะเวลาจัดงาน เขาก็จะได้มีโอกาสเจอเบญจแขไขทุกวันเป็นเวลาอย่างน้อย 1 เดือนเต็ม ภัสดาไม่รู้ตัวเลยว่างานที่เขาหยิบยื่นให้เบญจแขไขทำนั้นกำลังจะนำภัยมาสู่ตัวเอง
และแล้ว วันที่ภัสดารอคอยก็มาถึง เบญจแขไขต้องมาเตรียมงานล่วงหน้าที่โรงแรมเป็นเวลา 1 สัปดาห์ ภัสดาจึงแอบมาช่วยงานเบญจแขไขในฐานะนายยิ้ม ภัสดาสวมบทนายยิ้มใส่ร้ายบุรินทร์ในทางเสีย ๆ หาย ๆ ด้วยความหมั่นไส้เพื่อน ว่าเป็นเจ้านายจอมโหด ร้อนถึงบุรินทร์ที่กลัวว่าพิมพาจะมองตนไม่ดี จึงเอาคืนโดยการใส่ไฟว่าที่ตนเป็นอย่างนี้เพราะ ภัสดาเจ้าชู้ ขี้งก เป็นเจ้าของโรงแรมมหาโหด ไม่มีอะไรดีสักอย่าง ภัสดาที่อยู่ในฐานะนายยิ้มกับบุรินทร์ใส่ไฟกันไปมา แต่แล้วภัสดาก็ชิ่งหนีไปดื้อ ๆ เมื่อเห็นหม่อมสุภางค์เดินมากับจตุชไม
บุรินทร์แนะนำให้เบญจแขไขและพิมพารู้จักกับหม่อมสุภางค์อย่างเป็นทางการ หม่อมสุภางค์รู้สึกถูกชะตาและเอ็นดูเบญจแขไขมากเป็นพิเศษ เพราะไม่บ่อยนักที่ท่านจะได้พบกับเด็กรุ่นใหม่ที่มีกิริยาเรียบร้อยงดงามเช่นนี้ จตุชไมแกล้งทำเป็นไม่รู้จักเบญจแขไขกับพิมพา แต่ก็แอบส่งสายตาอาฆาตให้เบญจแขไขที่ได้คะแนนนิยมจากหม่อมสุภางค์มากกว่าตนทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรเลย ในขณะที่ตัวเองต้องประจบเอาใจหม่อมสุภางค์สารพัด แต่ท่าทางหม่อมสุภางค์ก็ปลื้มเบญจแขไขมากกว่า
ในระหว่างเทศกาลขนมนานาชาติ ภัสดาต้องคอยสับรางตัวเองไม่ให้พวกของเบญจแขไขและหม่อมสุภางค์มาเจอเขาพร้อมกัน จึงทำให้ดูเหมือนเป็นคนลุกลี้ลุกลน จนเบญจแขไขผิดสังเกต โดยเฉพาะตอนที่หม่อมสุภางค์เดินมาที่ซุ้มของเบญจแขไขพร้อมกับจตุชไม นายยิ้มก็รีบชิ่งหลบทันที
ภัสดาสงสัยว่าจตุชไมเป็นใคร ทำไมถึงได้อยู่กับหม่อมสุภางค์ตลอดเวลา บุรินทร์จึงเล่าให้ฟังว่า จตุชไมเป็นผู้เข้าชิงตำแหน่งหลานสะใภ้ของหม่อมสุภางค์หมายเลขหนึ่ง และบอกอีกว่าจตุชไมเป็นลูกสาวบ้าน เปรียบทอง ที่ขึ้นชื่อเรื่องการจับผู้ชายรวย ๆ ไปทำสามี โดยมีคุณนายสายสวาทผู้เห็นเงินเป็นพระเจ้าคอยยุยงส่งเสริม และคุณนายสายสวาทก็ขายลูกสาวให้เศรษฐีสำเร็จไปแล้วสองคนคือ หนึ่งฤทัย และตรีวิลัย และเหยื่อรายต่อไปก็คือภัสดา
ภัสดารู้สึกรังเกียจนิสัยมองคนแต่เปลือกของคนบ้านเปรียบทอง และอยากจะให้บทเรียนแก่จตุชไมบ้าง จึงวางแผนสั่งสอนโดยการแกล้งพูดจาให้ความหวังต่าง ๆ นานา จนจตุชไมคิดว่าภัสดามีใจให้ แต่ที่จตุชไมขัดใจมากก็คือ ภัสดามักจะนัดไปพบในสถานที่แปลก ๆ บรรยากาศแปลก ๆ และแต่ละครั้งจตุชไมก็จะไม่เคยได้พบภัสดาเลยสักครั้ง เพราะภัสดาสร้างสถานการณ์ให้คลาดกันตลอด
จตุชไมเกือบจะเจอตัวภัสดาจัง ๆ ในงานเทศกาลขนมฯ อยู่หลายครั้ง แต่ก็ถูกบุรินทร์สกัดดาวรุ่ง จนต้องล่าถอยกลับไป แต่จังหวะที่กำลังจะออกจากโรงแรมก็เจอกับธงทิวที่มาช่วยงานเบญจแขไข ต่างฝ่ายต่างจ้องกันตาเป็นมัน เพราะบุคลิกภายนอกของทั้งคู่ดูเป็นคนรวยมาก ๆ ธงทิวรีบปราดเข้าไปทำความรู้จักหวังจะคบเพื่อหลอกเอาเงินทอง ส่วนจตุชไมก็อ่อยเหยื่อให้ท่าธงทิว หวังเก็บไว้เป็นผู้ชายเบอร์สอง คบไว้คั่นเวลาระหว่างที่ยังจับภัสดาไม่ติด โดยหารู้ไม่ว่าตอนนี้ธงทิวมีแต่เปลือก เงินในบัญชีติดลบ บริษัทก็กำลังจะเจ๊ง พวกที่มีแต่เปลือกเหมือนกันก็เลยได้มีโอกาสได้จ้องจับกันเอง
ในที่สุดงานเทศกาลขนมนานาชาติก็ผ่านไปด้วยดี เบญจแขไขหน้าบานยิ้มไม่หุบ เพราะขนมสูตรมะยมยิ้ม ที่มีแรงบันดาลใจมาจากนายยิ้ม มะยมหวาน ได้รับความสนใจจากลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ จนมีออเดอร์เข้ามากมายจนแทบทำไม่ทัน เป็นเหตุให้ ลุงเผือก เจ้าของร้านขนมคู่แข่งเกิดความอิจฉา จ้องจะทำลายล้างร้านของเบญจแขไขให้ได้
ในขณะที่ชีวิตของเบญจแขไขกำลังไปได้สวย คุณนายสายสวาทก็เป็นหนี้การพนัน เสี่ยหลักชัย จำนวน 10 ล้านบาท และเมื่อถูกทวงมาก ๆ แล้วไม่มีเงินใช้หนี้ คุณนายสายสวาทก็โบ้ยให้เสี่ยหลักชัยไปทวงกับย่าพิศและเบญจแขไขที่บ้านสวน โดยอ้างความเป็นแม่กับเบญจแขไขทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยสนใจลูกคนนี้เลย
เสี่ยหลักชัยรู้มาว่าที่ดินบริเวณนั้นกำลังจะมีทางด่วนตัดผ่าน และราคาจะสูงมากในอนาคต เสี่ยหลักชัยจึงบุกไปทวงหนี้ถึงที่บ้านสวน และขู่บังคับให้ย่าพิศยกที่ดินผืนนี้ให้ตน เพื่อล้างหนี้ให้คุณนายสายสวาท แต่ย่าพิศก็ไม่ยอมง่าย ๆ เสี่ยหลักชัยจึงส่งลูกน้องไปคุกคามย่าพิศ เบญจแขไข และพิมพาต่าง ๆ นานา ทั้งขู่ว่าจะมาเผาบ้านบ้าง จะจับเบญจแขไขไปขายบ้าง หากไม่มีเงินมาใช้หนี้ภายใน 7 วัน
นายพนัสถูกคุณนายสายสวาทบังคับให้ไปขโมยโฉนดที่ดินบ้านสวนของย่าพิศมาให้หลักชัย เพราะหลักชัยได้ทำสัญญาซื้อขายเตรียมไว้แล้ว คุณพนัสรู้ว่าคุณย่ารักบ้านสวนนี้มาก จึงขอต่อรองเป็นสัญญาจำนองที่ดิน หากตนไม่สามารถหาเงิน 10 ล้านมาคืนได้ภายใน 30 วัน โฉนดที่ดินก็จะตกเป็นของหลักชัย หลักชัยเห็นว่านายพนัสไม่มีทางหาเงินมาทันจึงตอบตกลง และบังคับให้ย่าพิศเซ็นสัญญา ย่าพิศไม่ยอมเซ็นดี ๆ หลักชัยจึงบังคับพิมพ์ลายนิ้วมือไปจนได้ ย่าพิศต่อสู้จนตกบันได ต้องเข้าห้อง ICU อาการหนักมาก หมอสั่งให้ญาติทำใจ ระหว่างที่อยู่ในห้อง ICU ย่าพิศก็เพ้อบอกให้เบญจแขไขเอาที่ดินคืนมาให้ได้
เบญจแขไขกลุ้มใจมาก เพราะทุกอย่างรุมเร้าเข้ามาพร้อม ๆ กันจนตั้งรับแทบไม่ทัน ทั้งย่าป่วย ถูกเจ้าหนี้คุกคาม ร้านขนมก็ถูกคู่แข่งทางธุรกิจกลั่นแกล้ง โดยการปลอมขนมมะยมยิ้ม พอลูกค้าซื้อไปกินก็เกิดท้องร่วงอย่างรุนแรง จนสินค้าถูกตีกลับมาหมด รวมถึงออเดอร์ต่างประเทศก็ถูกยกเลิกทั้งหมด เพราะลูกค้าไม่มั่นใจคุณภาพของขนม
ลุงเผือกเจ้าของร้านคู่แข่ง ได้ทีจึงติดต่อธงทิวให้เป็นนายหน้าไปเจรจาขอซื้อที่ดินบ้านสวนจากเบญจแขไข เพราะที่ดินของคุณย่าพิศทำเลดี แถมวัตถุดิบในการทำขนมก็อุดมสมบูรณ์เต็มสวน ถ้าได้ที่ดินของคุณย่ามาก็เหมือนได้ทั้งแหล่งผลิต แหล่งขาย แถมได้จัดการตัดแขนตัดขาร้านคู่แข่งอีก ถือเป็นการยิ่งปืนนัดเดียวได้นกหลายตัว ลุงเผือกเสนอค่านายหน้าให้ธงทิวสูงกว่าปกติ แต่มีข้อแม้ว่าไม่ให้บอกว่าลุงเผือกเป็นคนมาขอซื้อ เพราะที่ผ่านมาลุงเผือกเป็นเพื่อนที่ดีของย่าพิศมาตลอด ธงทิวก็ตกปากรับทำงานนี้ทันทีเพราะเห็นแก่เงิน
ธงทิวพยายามหว่านล้อมเบญจแขไขให้ขายที่สุดฤทธิ์ บอกว่านายทุนคนนี้ให้ค่าที่สูงถึง 15 ล้าน เอาเงินใช้หนี้ 10 ล้าน แล้วยังเหลือเงินไปใช้รักษาย่าพิศอีกตั้ง 5 ล้าน ดีกว่ายกโฉนดที่ดินให้เจ้าหนี้ไปเปล่า ๆ เบญจแขไขไม่สนใจ แล้วบอกธงทิวว่าตนยอมทำงานเหนื่อย ยอมทำอะไรก็ได้เพื่อแลกเงิน ยอมขายสมบัติอื่น ๆ ทุกอย่างที่มี แต่จะไม่มีวันขายหรือยกที่ดินบ้านสวนของย่าพิศให้ใครเด็ดขาด
ธงทิวรู้ว่าเบญจแขไขเป็นคนดื้อ พูดคำไหนคำนั้น และคิดว่างานนี้เบญจแขไขคงยอมขายทุกอย่างจนเหลือแต่ตัว แต่ก็คงจะรักษาที่ดินของย่าพิศไว้ไม่ได้ ธงทิวเลยคิดจะชิ่ง เพราะเบญจแขไขคงไม่เหลือสมบัติอะไรให้ปอกลอกอีกต่อไป ประกอบกับเสี่ยหลักชัยทวงหนี้ธงทิวอย่างหนักเพื่อบีบให้ธงทิวพยายามตื้อเบญจแขไขให้ได้
ธงทิวหลบหน้าเบญจแขไขและเสี่ยหลักชัยไปต่างจังหวัด พอดีกับแม่ของธงทิวซึ่งปฏิบัติธรรมอยู่สำนักวิปัสสนาต่างจังหวัดล้มป่วย ธงทิวจึงไปเยี่ยม และรู้สึกหดหู่ใจเมื่อเห็นแม่ที่เคยเป็นเศรษฐีนีมีหน้าตาในสังคม นุ่งขาวห่มขาวใช้ชีวิตสมถะ สอนธรรมะและวิปัสสนาให้แก่ผู้คน แม่ของธงทิวพยายามชี้ให้ธงทิวเห็นถึงความสุขที่แท้จริงของชีวิต คือความสงบและพอเพียง แต่ธงทิวกลับไม่เชื่อ เขาเชื่อว่าเงินเท่านั้นที่จะนำความสุขมาให้เขาได้ เขาจึงต้องมองหาบ่อเงินบ่อทองแห่งใหม่...นั่นคือ จตุชไม ที่เขาหลงเข้าใจว่าเป็นลูกเศรษฐีผู้ดีเก่า
ในช่วงเวลาที่แย่ที่สุดของชีวิต ธงทิวก็หายไปจากชีวิตของเบญจแขไขเพราะมีเป้าหมายใหม่คือจตุชไม ส่วน นายยิ้ม มะยมหวาน ก็กลับเข้ามาในชีวิตของเบญจแขไขอีกครั้งหนึ่ง นายยิ้มมาอยู่ช่วยงานและเป็นกำลังใจให้ทุกอย่าง จนเบญจแขไขเข้มแข็งขึ้นและมีแรงฮึดสู้อีกครั้ง ในขณะเดียวกัน เบญจแขไขก็รู้สึกหวั่นไหวและเริ่มหลงรักนายยิ้มอย่างไม่รู้ตัว
นายยิ้มเป็นห่วงกลัวว่าเบญจแขไขจะได้รับอันตรายจากเสี่ยหลักชัย จึงบอกเบญจแขไขว่าภัสดายินดีจะช่วยเหลือเบญจแขไข โดยจะจ้างเบญจแขไขไปเป็นผู้เชี่ยวชาญพิเศษ มีหน้าที่คิดสูตรขนมไทยแปลกใหม่ ให้กับโรงแรมเทวฤทธิ์ ถ้าภัสดาถูกใจก็จะให้สูตรละ 1 ล้านบาท แต่มีเงื่อนไขว่าเบญจแขไขต้องพักอยู่ในโรงแรม ห้ามออกไปไหน เพื่อป้องกันสูตรขนมรั่วไหล และภัสดาก็จะส่งบุรินทร์ไปคอยดูแลพิมพาให้ด้วย แม้จะแปลกใจที่ภัสดาให้ค่าจ้างสูงผิดปกติและมีเงื่อนไขแปลก ๆ แต่เบญจแขไขก็ไม่มีเวลาคิด เพราะต้องเร่งคิดสูตรขนมเพื่อเอาเงินไปซื้อที่คืนมาให้ย่าพิศ เบญจแขไขทุ่มเทเวลาในการทำงานแบบไม่ยอมพักผ่อน โดยมีนายยิ้มแอบมาเป็นลูกมือและให้กำลังใจอยู่เสมอ จนเบญจแขไขต้องไล่ให้ไปทำงาน เพราะกลัวว่านายยิ้มจะถูกภัสดาเล่นงานอีก
ธงทิวรู้ว่าเบญจแขไขไปทำงานที่โรงแรมเทวฤทธิ์และได้เงินค่าจ้างสูง และมีแนวโน้มว่าจะรักษาบ้านสวนไว้ได้ ก็หันกลับมาทำดีกับเบญจแขไขอีกครั้ง แต่เบญจแขไขไม่ดีด้วยและบอกเลิกเป็นแฟนกับธงทิว เพราะรู้แล้วว่าธงทิวไม่จริงใจ ธงทิวรู้สึกโกรธที่เบญจแขไขคิดจะตีจาก และคิดว่าเบญจแขไขปฏิเสธตนเพราะจะไปคบกับนายยิ้ม จึงคิดหาทางรวบหัวรวบหางเบญจแขไข
ภัสดาไม่ไว้ใจธงทิว จึงสั่งย้ายเบญจแขไขให้มาอยู่ที่บ้านพักของตนแทน เบญจแขไขเองก็อยากจะหลบหน้าธงทิวที่ตามตอแยไม่เลิกอยู่แล้ว จึงยอมย้ายเข้าไปอยู่ที่บ้านของภัสดา ที่นายยิ้มบอกว่าเป็นเซฟเฮาส์ของโรงแรม โดยมีนายยิ้มช่วยอำนวยความสะดวกให้ทุกอย่าง แต่นายยิ้มก็กำชับเบญจแขไขว่า ถ้าบังเอิญเดินไปเจอภัสดาก็ให้รีบหลบ รีบก้มหน้า ห้ามมองหน้าภัสดาเด็ดขาด เพราะภัสดาเป็นคนแปลกถือว่าตนเองมีศักดิ์มีตระกูลไม่ชอบให้ใครมองหน้า เหมือนสมัยก่อนที่ใครมองแล้วจะโดยประหาร ถ้าเบญจแขไขเผลอไปมองหน้า ภัสดาอาจจะโกรธและไล่ออกจากงานได้
แล้วก็เป็นจริงอย่างที่นายยิ้มบอก เพราะหลายครั้งที่เบญจแขไขบังเอิญเจอภัสดาที่โรงแรมหรือที่บ้านพัก เขาก็มักจะสั่งให้ก้มหน้าบ้าง หันหลังให้เขาบ้าง บางครั้งก็คุยกันผ่านห้องกระจกฝ้า ผ่านม่านกั้น ไม่ยอมให้เห็นหน้าเขาสักครั้ง จนเบญจแขไขหมั่นไส้ปนสงสัยพฤติกรรมแปลก ๆ ของภัสดา
เมื่อนายธงทิวตามหาเบญจแขไขไม่เจอก็เครียด ธงทิวจึงนัดจตุชไมมากินเหล้าที่ผับแห่งหนึ่ง สองคนเมาหนักเพราะต่างฝ่ายต่างก็มีเรื่องกลุ้มใจ ธงทิวหัวเสียเรื่องที่เบญจแขไขกำลังจะตีจากไปหานายยิ้ม ส่วนจตุชไมก็อารมณ์เสียที่จับภัสดาไม่ติดสักที ยิ่งระยะหลังภัสดาก็หายเงียบไป ติดต่อไม่ได้เลย และแล้วพิษแอลกอฮอล์ก็ทำให้ธงทิวและจตุชไมตกเป็นของกันและกันอย่างไม่ตั้งใจ แต่จตุชไมก็ไม่ได้เรียกร้องให้ธงทิวรับผิดชอบ เพราะถือว่าธงทิวเป็นแค่ทางผ่าน ส่วนเป้าหมายใหญ่ของจตุชไมอยู่ที่ภัสดา
จตุชไมบุกไปหาภัสดาที่โรงแรมอีกครั้ง แต่ก็ถูกบุรินทร์กันไว้อีกตามเคย และครั้งนี้จตุชไมก็ได้เจอกับเบญจแขไขด้วย จตุชไมพูดจาประชดเสียดสีว่าเบญจแขไขตกต่ำถึงขนาดต้องมาเป็นพนักงานโรงแรม ระดับล่าง จตุชไมแสดงท่าทางรังเกียจเบญจแขไข พร้อมทั้งสั่งกำชับว่าอย่าได้เที่ยวไปบอกใคร ๆ ว่าเป็นน้องสาวของตน เพราะว่าที่ภรรยาเจ้าของโรงแรมเทวฤทธิ์ไม่นับญาติกับคนจน
ภัสดาบังเอิญผ่านมาได้ยินว่าเบญจแขไขและจตุชไมเป็นพี่น้องกัน แต่ก็ยังไม่เข้าใจอะไรมากนัก จึงให้บุรินทร์ช่วยสืบให้ จนรู้เรื่องราวโดยละเอียด ภัสดารู้สึกสงสารเบญจแขไขมากที่ถูกพ่อแม่แท้ ๆ ผลักไสให้ไปอยู่กับย่าพิศตั้งแต่แบเบาะ แถมยังโยนภาระหนี้ก้อนโตให้อีกต่างห่าง อีกทั้งยังรู้สึกรังเกียจนิสัยดูหมิ่นคนจนของจตุชไมและคุณนายสายสวาทมากขึ้น ภัสดารู้ตัวว่าตัวเองงานเข้าเพราะตนชอบคนน้อง แต่คนพี่ดันชอบตน
ตั้งแต่เบญจแขไขไปทำงานที่โรงแรมเทวฤทธิ์ก็หายเงียบไป ไม่ค่อยได้ไปเยี่ยมย่าพิศที่โรงพยาบาล ได้แต่โทรศัพท์ไปถามข่าวคราว ทำให้พิมพานึกเป็นห่วงหลาน จึงไปเยี่ยมที่โรงแรม และแอบได้ยินบุรินทร์คุยกับภัสดาเรื่องที่ภัสดาหลอกเบญจแขไขว่าเป็น นายยิ้ม มะยมหวาน พิมพาจึงเข้าไปต่อว่าทั้งภัสดาและบุรินทร์ที่มาหลอกลวงครอบครัวตน ภัสดาขอโทษพิมพาและเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟังว่าที่ทำไปเพราะรักเบญจแขไข ด้วยความจริงใจ และขอร้องไม่ให้พิมพาบอกเรื่องนี้กับเบญจแขไข เพราะเขาอยากสารภาพเรื่องนี้ด้วยตัวเอง พิมพายอมยกโทษให้ภัสดา แต่ไม่ยอมยกโทษให้บุรินทร์ บุรินทร์จึงต้องปวดหัวคอยตามง้อขอคืนดีกับพิมพา
จตุชไมไม่วางใจที่เบญจแขไขไปทำงานที่โรงแรมเทวฤทธิ์และได้อยู่ใกล้ชิดกับภัสดา เพราะกลัวภัสดาจะหลงเสน่ห์ความสวยของเบญจแขไขจึงคิดหาทางกำจัด โดยการหลอกมอมยาแล้วพาไปให้ธงทิวปล้ำ ธงทิวตกใจเมื่อรู้ว่าน้องสาวของจตุชไมก็คือเบญจแขไข แต่ใจหนึ่ง ธงทิวรักเบญจแขไขเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ยิ่งเห็นเบญจแขไขให้ความสนิทสนมกับนายยิ้ม ธงทิวก็ยิ่งเจ็บแค้น เขาจึงยอมทำตามแผนของจตุชไม
เบญจแขไขเกือบเสียทีธงทิว แต่นายยิ้มก็มาช่วยไว้ได้ทัน ธงทิวหลบหนี แต่นายยิ้มกับบุรินทร์จับตัวไว้ได้ แล้วพาส่งตำรวจ ธงทิวมาถึงจุดตกต่ำเพราะเขาทำร้ายผู้หญิงที่รักที่สุดอย่างเบญจแขไข และไม่มีใครยื่นมือเข้ามาช่วยประกันตัว เพราะเขาไม่เคยสร้างความดีและช่วยเหลือใคร จตุชไมเองก็หนีเอาตัวรอด ไม่ช่วยเหลือ ทั้งยังเป็นข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ แต่แล้วธงทิวต้องประหลาดใจเพราะคนที่มายื่นประกันตัวให้เขาก็คือแม่ของเขา เบญจแขไขเสียใจมากที่จตุชไมเกลียดตนถึงขนาดวางแผนทำร้ายกันถึงขนาดนี้ แต่นายยิ้มก็ปลอบใจและทำให้เบญจแขไขรู้สึกดีขึ้น และวันนี้เองที่เบญจแขไขรู้ใจตัวเองว่าเธอรัก นายยิ้ม มะยมหวาน
วันรุ่งขึ้น จตุชไมตั้งใจจะไปเยาะเย้ยเบญจแขไขที่โรงแรมเต็มที่ โดยไม่รู้ว่าเบญจแขไขรอดพ้นมือมารมาได้อย่างหวุดหวิด เบญจแขไขตอบโต้กลับไปแรงกว่าที่เคยด้วยความโกรธและน้อยใจที่จตุชไมไม่เคยมอง ว่าเธอเป็นน้องสาวเลย จตุชไมสู้ไม่ได้เลยต้องถอนทัพกลับ ตอนกลับจตุชไมเห็นภัสดายืนส่งลูกค้าชาวต่างชาติขึ้นรถอยู่ที่หน้าโรงแรม จึงปราดเข้าไปหาแต่บุรินทร์ก็เข้ามาขวางไว้ได้อีกตามเคย ทำให้ภัสดาหลบได้ทัน ก่อนที่จตุชไมจะเห็นหน้าเขาแบบเต็ม ๆ เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาเขาแกล้งจตุชไม โดยหลบหลีกไม่ให้จตุชไมเห็นหน้าเขาชัด ๆ สักครั้ง
อาการย่าพิศยังไม่ดีขึ้น เพ้อหาแต่โฉนดที่ดินและเพ้อให้เบญจแขไขเอากลับมาให้ได้ เบญจแขไขคิดว่าหากเอาโฉนดไปคืนให้ย่าพิศได้ ย่าพิศคงจะมีอาการดีขึ้น ดังนั้นเมื่อรวมรวมเงินทั้งจากการคิดสูตรขนม เงินเก็บของตัวเอง ของพิมพา ของทวิไฉไลและนายพนัสที่สำนึกผิดแอบเอาเงินเก็บส่วนตัวมาให้เบญจแขไขไปซื้อที่คืน ส่วนจตุชไมกับคุณนายสายสวาทไม่ต้องพูดถึง สองคนนี้ทำตัวลอยเหนือปัญหาทุกอย่าง ไม่รู้ไม่ชี้ ทั้งที่ตัวเองเป็นคนสร้างเรื่อง
เบญจแขไขไปหาหลักชัยที่บ้านเพื่อขอซื้อที่คืน แต่หลักชัยบอกว่า ขายที่ของย่าพิศให้คนอื่นไปแล้ว เบญจแขไขตกใจมาก และคิดว่าเป็นพวกลุงเผือก จึงไปหาลุงเผือกที่บ้าน แต่ลุงเผือกปฏิเสธว่าตนไม่ได้เป็นคนซื้อ การมาบ้านลุงเผือกครั้งนี้ทำให้เบญจแขไขได้เห็นอะไรบางอย่างที่ผิดสังเกต และคิดว่าคนที่ปลอมขนมมะยมยิ้มน่าจะเป็นร้านลุงเผือก จึงแอบสืบเรื่องนี้อย่างลับ ๆ โดยมีเด็กชายไข่ ต่วนและตุ่นเป็นผู้ช่วย แล้วในที่สุดเบญจแขไขก็รู้ความจริงว่า ลุงเผือกเพื่อนบ้านร้านใกล้เคียงที่แสนดี ที่แท้ก็เป็นศัตรูตัวฉกาจของร้านขนมย่าพิศ
ทางด้านพิมพาก็ให้บุรินทร์ช่วยสืบว่าใครเป็นนายทุนคนใหม่ที่ซื้อที่ดินบ้านสวนของย่าพิศไป แถมยังใจดีให้ทุกคนอยู่ต่อเหมือนเดิมอีก ตอนแรกภัสดาจะปิดเรื่องที่เขาซื้อที่คืนมาจากเสี่ยหลักชัยไว้เป็นความลับ แต่ก็กลัวว่าอาการของย่าพิศจะทรุดหนักจึงยอมบอกความจริงกับพิมพา และให้พิมพาไปบอกย่าพิศว่าได้ที่ดินกลับคืนมาแล้ว ย่าพิศจะได้สบายใจและหายเร็วขึ้น
พิมพาจะขอซื้อที่ดินคืนเพราะไม่ชอบรับของใครเปล่า ๆ แต่ภัสดาบอกว่าไม่ต้องซื้อ เพราะยังไงเขาก็ต้องคืนให้อยู่แล้ว และถ้าพิมพาไม่สบายใจก็ให้คิดซะว่า ที่ดินผืนนี้เป็นสินสอดล่วงหน้าของเบญจแขไข พิมพาเห็นแก่ย่าพิศจึงยอมตกลงไปบอกย่าพิศว่าซื้อที่ดินคืนมาได้แล้ว ส่วนเรื่องที่ภัสดาจะแต่งงานกับเบญจแขไขเอาไว้คุยกันทีหลัง เพราะถ้าเบญจแขไขรู้ว่าถูกภัสดาหลอกขนาดนี้ต้องโกรธมากแน่ ๆ
ภัสดาตั้งใจจะสารภาพความจริงกับเบญจแขไขที่บ้านสวน พร้อมกับเซอร์ไพรส์เบญจแขไขโดยการปรับลุคส์ร้านขนมของย่าพิศให้ทันสมัยและน่ารักขึ้น ให้สมกับที่ขนมมะยมยิ้มกำลังจะโกอินเตอร์ ภัสดาวางแผนจะขอเบญจแขไขแต่งงาน พร้อมกับมอบโฉนดที่ดินคืนให้เป็นของขวัญในวันนั้นด้วย
หม่อมสุภางค์แปลกใจที่จู่ ๆ ภัสดาก็ซื้อที่ดินบ้านสวนในราคาแพงลิบ แถมวัน ๆ ก็เอาแต่หมกตัวอยู่ที่นั่น เพื่อตกแต่งร้านขนมจนลืมงานที่โรงแรม หม่อมสุภางค์ถามบุรินทร์ แต่บุรินทร์กลับตอบแบบกำกวมว่าภัสดาจะสร้างเรือนหอ หม่อมสุภางค์ดีใจมากที่จะมีหลานสะใภ้แต่ก็ยังไม่วางใจ เพราะกลัวได้คนไม่ดี จึงเรียกภัสดามาซักฟอกเป็นการด่วน ว่าไปแอบรักสาวที่ไหน ภัสดาบอกว่าเขาหลงรักหลานสาวย่าพิศ เจ้าของที่ดินที่เขาซื้อมา แต่ยังไม่ยอมบอกว่าเป็นใคร หม่อมสุภางค์อยากรู้ใจจะขาด จึงจ้างนักสืบไปสืบว่าผู้หญิงที่ภัสดารักเป็นใครกันแน่ ?
ภัสดาให้คนโทร. นัดเบญจแขไขมารับโฉนดที่ดินคืนที่บ้านสวนย่าพิศ แต่ยังไม่บอกว่าคนซื้อเป็นใคร ระหว่างรอให้ถึงวันนัด ภัสดาก็ยิ้มแย้ม มีความสุขกับการตกแต่งร้าน เพราะมั่นใจว่าเบญจแขไขต้องชอบ แต่แล้วทุกอย่างก็ไม่เป็นดังฝัน เมื่อเบญจแขไขสืบจนรู้ว่าคนที่ซื้อที่ดินบ้านสวนของย่าพิศไปจากเสี่ยหลักชัยก็คือภัสดานั่นเอง เบญจแขไขเข้าใจผิดคิดว่าภัสดาต้องการซื้อที่รวมถึงร้านขนมของตัวเองไปเพื่อจะเอาไปตีตราเป็นแบรนด์ของโรงแรมก็โกรธมาก จึงบุกไปหาภัสดาที่โรงแรมแต่เลขาหลุดปากบอกว่าภัสดาอยู่บ้านสวน เบญจแขไขจึงรีบตามไปที่บ้านสวนทันที
เมื่อไปถึง เบญจแขไขเห็นร้านขนมถูกตกแต่งใหม่สวยงามก็เผลอยิ้มชอบใจ แต่เมื่อนึกได้ว่าภัสดาเป็นคนตกแต่งก็เปลี่ยนอารมณ์เป็นไม่ชอบขึ้นมาทันที แล้วเดินตามหาภัสดา แต่กลับเจอนายยิ้ม มะยมหวานกำลังยืนสั่งงานคนงานอยู่ เบญจแขไขกำลังจะเข้าไปทัก แต่ได้ยินคนงานเรียกนายยิ้มว่า ภัสดา จึงชะงักเท้าแล้วแอบซุ่มฟังอยู่ห่าง ๆ แล้วก็เห็นว่าภัสดาคุยโทรศัพท์กับบุรินทร์ แล้วก็รับสายลูกค้าอีกสาย คุยเป็นภาษาอังกฤษคล่องปรื๋อ ต่อด้วยภาษาจีนไฟแล่บ เบญจแขไขตกใจมาก สมองเร่งประมวลผลและสรุปได้ว่า ภัสดากับนายยิ้มต้องเป็นคนเดียวกันแน่นนอนล้านเปอร์เซ็นต์ เบญจแขไขโกรธมากที่ภัสดาหลอกลวงตนหลายเรื่องมาก แต่ก็ทนเงียบเอาไว้ เพราะอยากจะรู้ว่าภัสดาจะมาไม้ไหนอีก
ทางด้านหม่อมสุภางค์ก็สืบจนรู้ว่าหลานสาวของย่าพิศมีหลายคน แต่คนที่เข้าข่ายจะเป็นผู้หญิงของภัสดามากที่สุดก็คือ จตุชไม เพราะสองคนนี้นัดเจอกันบ่อย ๆ แต่หม่อมสุภางค์หารู้ไม่ว่า การเจอกันแต่ละครั้งของทั้งคู่นั้นภัสดาสร้างสถานการณ์พิลึกพิลั่นมากลั่นแกล้งจตุชไมมากขนาดไหน ดังนั้นหม่อมสุภางค์จึงสรุปเอาเองว่า ว่าที่หลานสะใภ้ของตนคือจตุชไม
ด้วยความหวังดี กลัวภัสดาจะหน้าแตกหากไปเซอร์ไพร้ส์ขอจตุชไมแต่งงาน หม่อมสุภางค์จึงไปทาบทามจตุชไมกับคุณนายสายสวาทไว้ล่วงหน้าก่อน และบอกว่าตอนนี้ภัสดากำลังวางแผนจะเซอร์ไพร้ส์ขอจตุชไมแต่งงานที่บ้านสวนของย่าพิศ จตุชไมรู้สึกทะแม่ง ๆ ว่าต้องมีการเข้าใจผิดอะไรสักอย่างแน่นอน แต่ก็ตอบตกลงแต่งงานกับภัสดาด้วยความยินดี เพราะไหน ๆ โอกาสก็ลอยมาตรงหน้าแล้ว หากไม่รีบคว้าไว้ก็โง่เต็มที
จตุชไมแปลกใจว่าทำไมภัสดาถึงเลือกใช้บ้านสวนเป็นสถานที่ขอแต่งงาน จึงแอบไปดูที่บ้านสวน เมื่อไปถึงก็เห็น นายยิ้ม มะยมหวาน กำลังทำงานในหน้าที่คนงานอย่างขะมักเขม้น จตุชไมกำลังจะเข้าไปจิกถามหาภัสดา แต่บุรินทร์ก็โผล่มาทักทายนายยิ้มซะก่อน แต่ที่สะดุดหูจตุชไมก็คือ บุรินทร์เรียกนายยิ้มว่าภัสดา แล้วก็ถามถึงเรื่องที่จะเซอร์ไพรส์ขอเบญจแขไขแต่งงานและสารภาพความจริงที่หลอกว่าเป็นนายยิ้ม จตุชไมอึ้ง ทำไมอะไรไม่ถูก ไม่คิดว่าผู้ชายต่ำต้อย ที่ตนดูถูกเหยียดหยามมาตลอดคือ ภัสดา ภัทรราชย์ ไฮโซหนุ่มเจ้าของโรงแรมเทวฤทธิ์ที่เธอไล่ตามมาตลอด จตุชไมทั้งเจ็บใจ ทั้งเสียหน้า อย่างไรก็ตามจตุชไมก็ไม่มีวันปล่อยให้เบญจแขไขได้ภัสดาไปครองง่าย ๆ แน่
เบญจแขไขเล่าเรื่องที่ภัสดาหลอกว่าเป็นนายยิ้มให้พิมพาฟัง พิมพาจึงยอมสารภาพว่าตนรู้ความจริงมาพักหนึ่งแล้ว แถมยังช่วยแก้ตัวแทนภัสดาอีกด้วยว่า ที่ภัสดาทำไปทั้งหมดเพราะรักและต้องการปกป้องเบญจแขไข และที่เตรียมแต่งร้านและนัดเบญจแขไขมาก็เพราะจะสารภาพความจริง และขอโทษสำหรับเรื่องโกหกที่ผ่านมา พิมพายังบอกอีกว่าภัสดาไม่ได้ซื้อที่ดินบ้านสวนและร้านขนมเพื่อไปทำเป็นแบรนด์ของตัวเองอย่างที่เบญจแขไขเข้าใจ แต่เขาซื้อมาคืนให้เบญจแขไขจริง ๆ เบญจแขไขยอมเข้าใจและหายโกรธลงไปนิดหนึ่ง แล้วก็ขอร้องพิมพาว่าไม่ให้บอกภัสดาว่าตนรู้ความจริงแล้ว เพราะอยากจะดัดหลังคนชอบโกหกซะบ้าง
แม้เบญจแขไขจะโกรธที่โดนภัสดาหลอก แต่ก็ไม่คิดจะงอนแล้วให้พระเอกมาง้ออย่างในละคร ผู้หญิงอย่างเบญจแขไขจะต้องแก้เผ็ดภัสดาให้เจ็บยิ่งกว่า เบญจแขไขจึงแกล้งทำเป็นไม่รู้ความจริงต่อไป และหาวิธีเอาคืนภัสดาต่าง ๆ นานา ทั้งใช้งานนายยิ้มให้ทำงานหนักขึ้น เย็นชาขึ้น และพูดจาหลอกด่าภัสดาเป็นระยะ ๆ จนเขาสะอึกไปหลายที ทำให้ภัสดากลัวการสารภาพความจริงขึ้นมา
ทางด้านจตุชไมหลังจากที่รู้ความจริงแล้วก็ยังคงตามจับภัสดาไม่หยุดหย่อน ยิ่งพอรู้ตัวว่าตัวเองกำลังตั้งท้องกับธงทิวก็ยิ่งตามล่าอย่างหนักหน่วงมากขึ้น จนภัสดาต้องพูดกับจตุชไมตรง ๆ ว่าตนชอบเบญจแขไข จตุชไมแทบกรี๊ดแต่ก็ต้องเก็บอาการไว้
จตุชไมเห็นว่าภัสดารู้ความจริงแล้ว จึงอาศัยจังหวะนี้ใส่ความเบญจแขไขว่า จริง ๆ แล้วเบญจแขไขรู้แต่แรกแล้วว่านายยิ้มเป็นใคร แต่เบญจแขไขคิดจะแข่งจับภัสดากับตน จึงสร้างภาพแกล้งทำดีกับนายยิ้มจนภัสดาตายใจและหลงรักในความดีของเบญจแขไข ทั้งหมดเป็นแผนที่เบญจแขไขวางไว้ตั้งแต่แรก ภัสดาไม่หลงเชื่อง่าย ๆ เพราะเขามั่นใจว่าเบญจแขไขเป็นคนดีจริง ๆ จตุชไมเลยซ้อนแผนด้วยการขอความช่วยเหลือจากธงทิวให้มาช่วยสร้างความร้าวฉานอีกแรง
หลังจากเกิดเรื่องปลุกปล้ำเบญจแขไข จนเป็นคดีความลงหน้าหนังสือพิมพ์ ธงทิวไปเก็บตัวอยู่ที่สำนักวิปัสสนากับแม่ได้พักหนึ่ง เขาจำเป็นต้องใช้ชีวิตแบบสมถะอย่างอัดอั้นตันใจ ธรรมะที่เขาได้ยินแม่สอนผู้มาปฏิบัติธรรมไม่ได้ซึมซาบเข้าไปในจิตใจ ธงทิวจึงกลับมาหาจตุชไมอีกครั้ง และได้รู้ว่าจตุชไมตั้งท้องกับเขา ธงทิวจึงเริ่มคิดอยากเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อลูก แต่จตุชไมสารภาพว่าครอบครัวของเธอเหลือแต่เปลือก จำเป็นที่ต้องได้เงินจากภัสดามากู้หน้าในสังคม จตุชไมขอให้ธงทิวร่วมมือหลอกภัสดาให้เข้าใจผิดเบญจแขไข ธงทิวรู้ดีว่าด้วยฐานะย่ำแย่ของเขาไม่สามารถดูแลลูกและจตุชไมได้ดี เขาจึงยอมเป็นเครื่องมือของจตุชไม เพราะจตุชไมหลอกธงทิวว่าเมื่อเธอได้แต่งงานกับภัสดาแล้วเธอจะกอบโกยสมบัติของเทวฤทธิ์ จากนั้นเธอจะหย่าแล้วมาสร้างครอบครัวกับธงทิว
จตุชไมกับธงทิวร่วมกันสร้างสถานการณ์และหลักฐานเท็จตบตาภัสดาว่า เบญจแขไขสมคบกับธงทิวเข้ามาหลอกเอาเงินของภัสดามาตั้งแต่ต้น ด้วยความโมโหหึง ทำให้ภัสดาเกือบจะหลงกลจตุชไมและธงทิว แต่ภัสดาไม่ใช่คนหูเบาเพราะเขาเชื่อว่าเบญจแขไขไม่มีทางรู้ว่านายยิ้มกับภัสดาคือคน ๆ เดียวกัน แต่ภัสดายังไม่มั่นใจว่า เบญจแขไขเป็นผู้หญิงหิวเงิน จ้องแต่จะจับผู้ชายรวย ๆ เหมือนคนบ้านเปรียบทองจริงหรือไม่ เพราะลูกไม้ก็ไม่น่าจะหล่นไกลต้น ภัสดาจึงหาวิธีพิสูจน์เบญจแขไขอีกครั้งหนึ่ง
ภัสดาแกล้งลองใจเบญจแขไขด้วยการให้บุรินทร์ไปยื่นเงื่อนไขกับเบญจแขไขว่า ให้เบญจแขไขแต่งงานกับภัสดา แล้วภัสดาจะคืนที่ดินฝืนนี้ให้เป็นฟรี ๆ เบญจแขไขยอมรับเงื่อนไขง่าย ๆ เพราะรู้อยู่แล้วว่าภัสดาก็คือนายยิ้ม แต่คนที่เจ็บปวดที่สุดก็คือ ภัสดาที่ยังไม่รู้ความจริงว่ากำลังถูกเบญจแขไขซ้อนแผน ภัสดาผิดหวังมากที่เบญจแขไขก็เป็นผู้หญิงเห็นแก่เงินเหมือนผู้หญิงคนอื่น ที่ยอมแต่งงานกับผู้ชายที่ไม่รู้จักได้เพื่อเงิน
ภัสดาเสียใจมากจนแทบไม่เป็นผู้เป็นคน ทิ้งงานทิ้งการที่โรงแรม เอาแต่เก็บตัวอยู่ในบ้านเล็ก เพราะเชื่อว่าเขาถูกหลอกเหมือนที่แม่ของเขาโดนพ่อหลอกมาแล้ว จตุชไมฉวยโอกาสเข้าไปดูแลภัสดา หม่อมสุภางค์เกลี้ยกล่อมให้ภัสดาแต่งงานกับจตุชไม เพราะหม่อมสุภางค์ก็หลงเข้าใจผิดว่า เบญจแขไขเป็นหญิงชั่วที่จ้องจับหลานชายของเธอ
การเตรียมงานหมั้นของจตุชไมกับภัสดาเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้นทุกที เบญจแขไขถูกตามตัวเข้ามาช่วยเตรียมงาน ด้วยหัวใจที่ปวดร้าว บุรินทร์และพิมพารู้สึกสงสารภัสดาและเบญจแขไขมาก และเห็นว่าทั้งสองรักกันด้วยใจจริง จึงพยายามหาทางช่วย และบอกความจริงให้ภัสดารู้ว่า ที่เบญจแขไขยอมรับเงื่อนไขเรื่องบ้านของภัสดาก็เพราะรู้ความจริงที่ว่าภัสดากับนายยิ้มเป็นคนเดียวกันแล้วนั่นเอง แต่ภัสดายังไม่ยอมเชื่อ
ขณะที่จตุชไมกำลังเริงร่าดีใจที่จะได้ครอบครองภัสดาและเทวฤทธิ์ ธงทิวได้รู้ความจริงว่าเขาเพียงถูกหลอกใช้ เพราะจตุชไมไม่เคยคิดหย่าและกลับมาหาเขาเลย จตุชไมเห็นเขาเป็นแค่เครื่องมือที่ใช้งานแล้วโยนทิ้งลงถังขยะ ธงทิวแค้นใจ แต่ได้สติเพราะแม่ของเขาชี้ให้เห็นว่าความสุขจากเงินทองเป็นเพียงเปลือกนอก...ไม่ใช่ความสุขที่แท้จริง แต่ความสุขจากการทำความดีต่างหากที่จีรังยั่งยืนและเป็นของจริง
ธงทิวตัดสินใจสารภาพความจริงทั้งหมดให้ภัสดารู้ ภัสดาเสียใจที่มองเบญจแขไขผิดไป ภัสดารีบไปหาเบญจแขไขที่บ้าน เพื่อขอโทษและสารภาพความจริงจากปากของตัวเองอีกครั้ง เบญจแขไขบอกว่าตนหายโกรธเรื่องที่ภัสดาโกหกว่าเป็น นายยิ้ม มะยมหวาน แล้ว เพราะได้เอาคืนอย่างสาสมแล้ว ภัสดาดีใจหน้าบาน แล้วก็ต้องหุบลงทันที เมื่อเบญจแขไขบอกว่ายังไม่หายโกรธเรื่องที่ภัสดาพนันกับบุรินทร์ ภัสดาพยายามอธิบายว่าตนรักเบญจแขไขจริง ๆ แต่เบญจแขไขก็แกล้งภัสดาต่อ โดยการดราม่าใส่ว่า ตนไม่เชื่อว่าภัสดารักตนจริง แต่ที่ทำไปทั้งหมดเพราะต้องการเอาชนะพนันบุรินทร์เท่านั้น ภัสดาพยายามยืนยัน แต่เบญจแขไขก็ยังแกล้งทำเป็นไม่เชื่อ เพราะต้องการให้บทเรียนแก่ภัสดา ว่าการหลอกลวง ไม่จริงใจ สุดท้ายแล้วก็จะไม่มีใครเชื่อเราเหมือนเด็กเลี้ยงแกะ
ระหว่างที่ตามง้อเบญจแขไขยังไม่สำเร็จ จตุชไมที่ท้องกับธงทิวก็พยายามจะจับภัสดามาเป็นพ่อของลูกให้ได้ จึงแสร้งตีหน้าเศร้าไปหาเบญจแขไขแล้วบอกว่าตนท้องกับภัสดา ขอให้เบญจแขไขเห็นแก่ความเป็นพี่น้อง ปล่อยภัสดามาให้ตน เบญจแขไขหลงเชื่อจตุชไม จึงตีตัวออกห่างภัสดา ร้อนถึงผู้คนรอบข้างที่ต้องพยายามหาทางช่วยเหลือให้คู่รักได้ลงเอยกัน
บุรินทร์กับพิมพาที่เพิ่งฝ่าด่านความรักต่างวัยมาได้ ก็อยากเห็นเบญจแขไขและภัสดามีความสุขเหมือนคู่ตน ก็พยายามหาทางสืบความจริงจนรู้ว่าจริง ๆ แล้วจตุชไมท้องกับธงทิว และเมื่อความจริงเปิดเผยจตุชไมก็อับอายจนต้องยอมแต่งงานจดทะเบียนกับธงทิว เพราะคิดว่าถึงแม้ธงทิวจะไม่รวยเท่าภัสดาแต่ก็ถือว่าเป็นเจ้าของบริษัท มีหน้ามีตาในสังคมระดับหนึ่ง จึงยอมแต่งดีกว่าท้องไม่มีพ่อ แต่หลังจากแต่งงานจึงได้รู้ว่าธงทิวมีแต่เปลือก มิหนำซ้ำจตุชไมยังต้องแบกรับหนี้สินร่วมกับธงทิวอีกมากมาย
ธงทิวได้รับบทเรียนมากมายจากชีวิตของเขา ว่าการตะเกียกตะกายไขว่คว้าเงินทองด้วยวิธีที่ผิดไม่ได้ให้อะไรดีกับชีวิต ธงทิวปิดบริษัทออกาไนเซอร์ ขายบ้านและรถใช้หนี้ แล้วหันมาเปิดร้านก๋วยเตี๋ยว ใช้ชีวิตเรียบง่ายสมฐานะ แต่จตุชไมยังทำใจยอมรับการเปลี่ยนแปลงไม่ได้ เธอและคุณนายสายสวาทยังพยายามหลอกตัวเองและสร้างเปลือกจอมปลอมให้ตัวเองต่อไป ท่ามกลางสายตาอันเหนื่อยหน่ายของธงทิวและพนัส
เบญจแขไขบอกให้ทุกคนเตรียมเก็บของย้ายออกจากบ้าน และเข้าไปกราบขอโทษย่าพิศที่เพิ่งกลับจากโรงพยาบาลมาพักฟื้นที่บ้าน เบญจแขไขบอกว่าเสียใจที่ไม่สามารถรักษาสมบัติที่มีค่าที่สุดของย่าพิศไว้ได้ ย่าพิศที่รู้ความจริงทั้งหมดแล้วก็กอดเบญจแขไขเอาไว้แล้วบอกว่า สมบัติที่มีค่าที่สุดของย่าพิศก็คือเบญจแขไข ย่าพิศภูมิใจที่เบญจแขไขเติบโตขึ้นมาเป็นคนดีแบบนี้ ย่าพิศไม่ยึดติดกับสมบัตินอกกายใด ๆ อีกแล้ว
ในขณะที่ภัสดายังคงตามง้อเบญจแขไขทุกวัน แต่ก็ไม่มีทีท่าว่าสาวเจ้าจะยอมใจอ่อน ภัสดาจึงต้องหันไปออดอ้อนให้หม่อมสุภางค์ช่วย หม่อมสุภางค์จึงจัดงานแถลงข่าวการสร้างโรงเรียนสอนทำขนมไทยครบวงจร ซึ่งจะสร้างบนที่ดินบ้านสวนของย่าพิศ เนื่องจากเบญจแขไขและย่าพิศไม่ยอมรับที่ดินกลับคืนไปเปล่า ๆ ภัสดาและหม่อมสุภางค์ก็เลยคิดว่าต้องคืนให้ทางอ้อม โดยการให้เป็นสินสอดแทน
วันงานแถลงข่าว เจ้าหน้าที่ของโรงแรมมาเตรียมสถานที่กันแต่เช้า เบญจแขไขกะจะชิ่งหนีออกจากบ้าน แต่พิมพาและบุรินทร์ก็หาข้ออ้างดึงตัวเบญจแขไขไปช่วยงานจนได้ จนกระทั่งถึงเวลาแถลงข่าว มีแขกผู้มีเกียรติและผู้สื่อข่าวมาร่วมงานมากมาย หม่อมสุภางค์ก็แถลงเรื่องโรงเรียนสอนทำขนม และปิดท้ายด้วยการสู่ขอเบญจแขไขจากย่าพิศกลางเวที เบญจแขไขตกใจ รู้สึกเหมือนถูกมัดมือชกแล้วก็ทำท่าจะไม่ยอม แต่ย่าพิศที่อยู่บนเวทีตอบตกลงยกเบญจแขไขให้ภัสดาไปเรียบร้อยแล้ว เพราะรู้ว่าเบญจแขไขก็รักภัสดามาก
จากนั้นภัสดาก็ขอโทษเบญจแขไขต่อหน้าทุกคนสำหรับเรื่องโกหกทั้งหมดที่ผ่านมา แล้วก็บอกรักและขอแต่งงาน อีกทั้งยังสัญญากับเบญจแขไขต่อหน้าทุกคนว่า ต่อไปนี้เขาจะไม่โกหกเบญจแขไขแม้แต่คำเดียว เบญจแขไขยอมใจอ่อนและยอมแต่งงานด้วย ท่ามกลางความยินดีของทุกคน ที่ในที่สุดคู่รักคู่นี้ก็ลงเลยกันได้เสียที สุดท้ายบุรินทร์ก็เป็นฝ่ายแพ้พนันต้องกินมะยมทั้งสวนของย่าพิศตามที่พนันกันไว้ แต่เบญจแขไขก็สั่งให้ภัสดากินมะยมด้วย ภัสดาและบุรินทร์จึงจำต้องก้มหน้าก้มตากินมะยมทั้งสวนให้สามสมกับความผิดที่ก่อไว้
ด้านคุณนายสายสวาท เมื่อรู้ว่าลูกชังอย่างเบญจแขไขจะแต่งงานกับภัสดาก็รับไม่ได้ มาโวยวายกับย่าพิศ ไม่เข้าใจว่าทำไมลูกรักอย่างจตุชไมที่ตนเลี้ยงดูมาอย่างดี กลับได้พวกที่มีแต่เปลือกมาเป็นคู่ชีวิต แต่เบญจแขไขกลับได้ดิบได้ดี ได้แต่งงานกับคนมียศมีศักดิ์ คุณนายสายสวาทอยากรู้ว่าคนอย่างเบญจแขไขมีดีอะไร ย่าพิศสอนให้จับผู้ชายยังไง
ย่าพิศบอกว่าตนสอนเบญจแขไขอยู่เสมอว่า บรรดาศักดิ์ เกียรติยศ คือสิ่งที่ติดกับเสื้อผ้า หากอยู่ในห้องอาบน้ำรวมที่ต้องแก้ผ้า ราชา สามัญชนเราก็เทียบเท่ากันหมด สิ่งหนึ่งที่ยังไงก็ติดตัวเราไปตลอดก็คือความดีที่เบญจแขไขมี ความดีที่ไม่ว่าจะไปอยู่ที่ไหนรัศมีแห่งความดีก็ยังเปล่งประกายให้คนได้รับรู้ได้ ความดีคือสิ่งที่เบญจแขไขใช้จับภัสดาได้อยู่หมัด ความดีที่ไม่ต้องไปหาซื้อที่ไหน แต่คุณนายสายสวาทก็ไม่เคยสอนให้จตุชไมมี คุณนายสายสวาทอึ้ง แลเพิ่งสำนึกได้เดี๋ยวนี้เองว่าตนสอนลูกแบบผิด ๆ มาตลอด
ในที่สุดภัสดากับเบญจแขไขก็แต่งงานกัน ภัสดารู้สึกภูมิใจที่เขามองคนไม่ผิด เขากราบขอบคุณคุณย่าพิศที่เลี้ยงเบญจแขไขมาเป็นอย่างดี จึงทำให้เติบโตมาเป็นคนที่มีจิตใจงดงาม เป็นทองเนื้อแท้ที่แสนบริสุทธิ์ ไม่ใช่มีแต่เปลือกฉาบฉวย หม่อมสุภางค์ยิ้มหน้าบาน ในที่สุดก็ได้หลานสะใภ้สมใจ แต่หม่อมสุภางค์ก็ยังไม่พอใจอยากให้ภัสดามีลูกเยอะ ๆ เป็นมะยมดกอีกด้วย ความรักทองเนื้อแท้ที่แสนบริสุทธิ์ของเบญจแขไข กับ นายยิ้ม มะยมหวาน ก็จบลงด้วยประการฉะนี้ ความรักที่ไม่ได้มากจากการคบกันแค่เปลือกนอก แต่เป็นความรักที่มีแต่เนื้อแท้ของความรักที่บริสุทธิ์ของกันและกัน ติดตามชมละคร นายยิ้มมะยมหวาน ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.50 น. ทางช่อง 3 กด 33

Chum Phae
เพิก ชุมแพ ปรากฏตัวที่ท่ารถเมล์ชุมแพด้วยมาดผู้ดีอังกฤษ แต่งตัวเนี้ยบตั้งแต่หัวจรดเท้า หลังจากหายไป 10 ปี โพน ภูเวียง, ด้วง เดชอุดม, บุ้ง บางพลี สามนักเลงอันธพาลลูกน้อง จ่าบุญถม หรือจ่าถม รุมเล่นงานเพิกที่ท่ารถเมล์ แววดาว เจ้าของร้านเสริมสวยเคลื่อนที่ นั่งรถตู้ขนอุปกรณ์เสริมสวยมากับเฉียบ ผู้ช่วยควบตำแหน่งคนขับรถของแววดาว มาเจอเหตุการณ์เข้าพอดี ชาวบ้านต่างมุงดูอยู่ห่าง ๆ ไม่มีใครกล้าห้ามหรือแจ้งตำรวจ เพิกปัดฝุ่นตามตัวและเช็ดรองเท้าจนมันวาว คว้ากระเป๋าเดินไปนั่งสามล้อของเหม็นอย่างใจเย็น เหม็นขับรถสามล้อมาส่งเพิกที่บ้านลุงพลอย เฒ่าขี้เมาประจำอำเภอ ด้วยความตื่นเต้น เพิกกอดลุงพลอยผู้เปรียบเสมือนญาติเพียงคนเดียวในเวลานี้ เขานึกถึงอดีตที่แสนเจ็บปวด อดีตที่เขาไม่มีวันลืม...
10 ปีที่แล้ว มีข่าวว่ากรมทางหลวงจะสร้างถนนสายหล่มสัก-ชุมแพ เชื่อมต่อกับถนนมะลิวัลย์ (เดิมคือถนนสายขอนแก่น-เลย-เชียงคาน ก่อนกำหนดให้เป็นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 12) เพื่อเปิดเส้นทางให้ภาคอีสานและภาคเหนือเดินทางสะดวกขึ้น พัน พ่อของเพิก เป็นผู้ได้รับสัมปทานเส้นทางเดินรถระหว่างชุมแพ-ขอนแก่น และเป็นเจ้าของที่ดินมากมายในชุมแพ ถูกยิงตายปริศนา ในคืนเดียวกันนั้นบ้านพันก็ถูกเผา เพิกเห็นตัวร้ายที่วางเพลิงจึงถูกตามฆ่าปิดปาก ลุงพลอยช่วยเพิกให้หนีรอดไปได้ ตำรวจไม่สามารถจับตัวคนร้ายที่ฆ่าพันและเผาบ้านพันได้ ไม่มีหลักฐานหรือพยาน ไม่มีชาวบ้านคนใดให้เบาะแส เพราะทุกคนต่างเกรงกลัวอิทธิพลมืดที่ครอบงำชุมแพ
เพิกกลับมาทวงแค้นในอดีตมาตามหาตัวฆาตกรที่ฆ่าพ่อ และเอาทุกอย่างที่เป็นของเขากลับคืนมา เพิกมั่นใจว่าคนชั่วที่ฆ่าพ่อเขาคือจ่าถม ลุงพลอยบอกให้เพิกลืมความแค้นแล้วออกไปจากชุมแพก่อนที่จะตายแบบพัน เพิกยิ้มกริ่ม ในเมื่อกฎหมายทำอะไรคนชั่วไม่ได้ เขาก็จะใช้กฎโจรล้างโจร เพิกประกาศจะขึ้นมาเป็นใหญ่ในชุมแพ เป็นเจ้าพ่อชุมแพแทนจ่าถม !
ผู้กองไชโย เป็นตำรวจหนุ่มตงฉิน ย้ายมารับตำแหน่งผู้บังคับกองสถานีตำรวจภูธรชุมแพ ผู้กองไชโยประกาศต่อสู้กับผู้มีอิทธิพลที่รีดไถชาวบ้าน ทำให้ชาวบ้านหลายคนแอบหวังว่าชุมแพจะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น การปรากฏตัวของเพิกและก่อเหตุสองครั้งในเวลาไล่เลี่ยกัน จึงทำให้ผู้กองไชโยคิดว่าเพิกคือนักเลงที่จะมาลูบคมเขาอีกคน
จ่าถมไปกดดันผู้กองไชโยบนโรงพักให้จับเพิกมาดำเนินคดี และยุให้จับตายเสือเพิกเพื่อความสงบสุขของชุมแพ ถ้าผู้กองไชโยไม่ทำก็ให้ดวงพรไปร้องเรียนผู้กำกับที่ขอนแก่นว่าผู้กองไชโยละเลยการปฏิบัติหน้าที่ จ่าถมอ้างชื่อผู้กองไชโยเป็นว่าที่ลูกเขยไปรีดไถเงินสินบนจากเจ้าของรถเมล์ที่มาวิ่งรถในเส้นทางที่จ่าถมได้รับสัมปทาน ผู้กองไชโยคิดถึงคำเตือนในจดหมายเพิกว่าอย่าเป็นเครื่องมือช่วยจ่าถมหากิน เพราะเขายังเป็นตำรวจใหม่ในชุมแพ ยังไม่รู้เบื้องลึกว่าใครดีใครร้าย ผู้กองสับสน เพราะเขาเห็นจ่าถมเป็นนักธุรกิจที่ทำมาหากินจากการสัมปทานเส้นทางเดินรถ เก็บค่าเช่าแผงในตลาด ค้าขายที่ดิน และออกเงินกู้ให้ชาวบ้านในชุมแพเท่านั้น
ดวงพรมาขอร้องให้ผู้กองไชโยทำตามใจพ่อของเธอ ใช้ความรักต่อรองและบีบให้ผู้กองไชโยฆ่าเพิกตามที่พ่อเธอสั่ง ผู้กองไชโยมองดวงพรอย่างเริ่มไม่แน่ใจว่าผู้หญิงที่บอกให้เขาฆ่าคนตามคำสั่งพ่อ เป็นคนเดียวกับผู้หญิงอ่อนหวาน จิตใจดี ชอบช่วยเหลือผู้อื่นในวันแรกที่เขาหลงรักรึเปล่า ผู้กองไชโยถูกกดดันอย่างหนักทั้งเรื่องหน้าที่และความรัก แต่สิ่งที่แรกที่ต้องทำก่อนคือการตามล่าตัวเพิกมาสอบสวน จ่าถมสั่งห้ามดวงพรรักผู้กองไชโยจริง ๆ ที่ผ่านมาเป็นเพียงการแสดงละครให้ดวงพรจับผู้กองไชโยมาเป็นพวกเท่านั้น ดวงพรสงสารผู้กองไชโยและแอบรักเขาไปแล้ว แต่ไม่กล้าขัดคำสั่งพ่อ จ่าถมจะให้ดวงพรแต่งงานกับแลง ถ้าแลงฆ่าเพิกได้ก่อน
เพิกพบ พิง ภูเขียว เพื่อนสมัยเรียน ที่ทำมาหากินอยู่ภูเขียวและมีลูกน้องมากมาย เพิกอยากให้พิงไปร่วมชนกับจ่าถม เพื่อปราบอิทธิพลมืดให้ออกไปจากชุมแพเสียที เสือเพิก, พิง และลูกน้องเริ่มปฏิบัติการดักปล้นรถขนเงินบ่อนการพนันของจ่าถมไปแจกจ่ายให้ชาวบ้านที่เสียพนันจากบ่อนจ่าถม, ปล้นธนบัตรปลอมมาเผาทำลาย, แอบช่วยผู้หญิงหลายคนที่ถูกบังคับจับมาขายตัวในซ่อง, จัดการลูกน้องจ่าถมที่ลักลอบตัดไม้ในป่าไปขาย ฯลฯ
การกระทำของเพิก ทำให้เสี่ยกู้ ขอนแก่น หุ้นส่วนทางธุรกิจมืดของจ่าถม ร้อนรนมาเอาเรื่องที่ปล่อยให้เสือเพิกลอยนวลจนธุรกิจเสียหาย สูญเงินมากมาย จ่าถมตามตัวภู น้ำพอง เจ้าพ่อดงลาน มือสังหารลับ มาจัดการเพิก มีกองกำลังมาล้อมขบวนรถของผู้กองไชโยและรถจ่าถมระหว่างเดินทางกลับชุมแพตรงถนนมะลิวัลย์ จัดฉากว่าเป็นพวกเสือเพิก ยิงถล่มฆ่าลูกน้องจ่าถมและตำรวจตายไปหลายคน ก่อนจะระเบิดรถหลายคันแล้วหนีไปอย่างไร้ร่องรอย จ่าบุญถมคิดว่าเป็นฝีมือเสือเพิก พอดีมีรถบรรทุกหกล้อแล่นผ่านถนนมะลิวัลย์อาสาขับรถพาทุกคนไปส่งที่ชุมแพ เพิกหยอดหวานกับแววดาว ไม่ยอมพาแววดาวไปส่งบ้านเช่า แต่บอกว่าจะพาไปซ่อง แววดาวไม่ยอมลงจากรถ เพิกจึงอุ้มลงมา แววดาวดิ้น เพิกหอมแก้มจนแววดาวหยุด เพิกพาแววดาวมาที่ซ่อนตัวลับซึ่งมีความสะดวกสบายและลูกน้องคุ้มกันแน่นหนา เธอได้เข้ามาอยู่ในรังโจรแล้ว แววดาวนึกถึงตอนผู้บังคับบัญชาสั่งให้เธอปลอมตัวมารับภารกิจลับที่ชุมแพ...เพื่อทำงานเพื่อชาติ ปราบคอร์รัปชัน และการค้าเถื่อนที่ชุมแพ เพื่อรอช่วยเหลือคนคนหนึ่งจากหน่วยงานอื่น โดยที่ไม่รู้ว่าเป็นใคร ใจหนึ่งแววดาวคิดว่าเพิกเป็นคนที่จะมาทำงานร่วมกับเธอ แต่ด้วยความห่าม ก่อกวนป่วนเมืองไม่เว้นวันของเพิกทำให้แววดาวคิดว่าคงไม่ใช่
เพิกปลอมตัวเป็นนักเที่ยวเข้าไปที่ซ่องบัวขาวและซ่องบัวบาน เพื่อสืบประวัติยัน ยงยุทธ หนุ่มเจ้าสำอาง ลูกน้องอีกคนของจ่าถม ที่คอยคุมธุรกิจค้าประเวณีทั้งตำบลหัวหนองให้จ่าถม ทำให้รู้จักกับกุหลาบ ดาวเด่นของซ่องบัวขาว ซึ่งเป็นคนโปรดของจ่าถม ชีวิตของกุหลาบมีชะตากรรมที่ไม่ต่างจากผู้หญิงหลาย ๆ คนในซ่อง ที่ถูกหลอกมาขายและถูกบังคับให้ขายตัว จุดจบของคนที่คิดจะหนีออกไปจากซ่องนรกนี้ คือตายเท่านั้น เพิกมาหาเหม็นที่บ้าน แต่ช้ากว่าภู น้ำพอง ซึ่งพบว่าเหม็นถูกฆ่ารัดคอตายอย่างเหี้ยมโหด ผู้กองไชโยพากำลังตำรวจมาล้อมจับเพิก เพิกพยายามหนีโดยไม่ต่อสู้กับตำรวจ
แววดาวหลอกถามยันเรื่องค้าผู้หญิงในซ่อง เพิกแอบดูอยู่ตลอดเวลาแต่เห็นหน้าภูไม่ชัด เพิกจึงตามมาบอกว่ายันคือหัวหน้าซ่อง หลอกผู้หญิงไปขายและทำร้ายผู้หญิง ส่วนภูเป็นมือสังหาร ค้าของเถื่อน แววดาวดื้อไม่เชื่อ เพิกเล่าความจริงเรื่องพ่อถูกฆ่าตายให้แววดาวฟัง มีแต่ลุงพลอยกับเหม็นที่ช่วยแบกศพพ่อไปเผา เขาจึงไม่มีวันฆ่าเพื่อนแท้อย่างเหม็นได้ แววดาวเห็นใจเพิกเรื่องพ่อ แต่ยังไม่เชื่อว่าเพิกพูดความจริงทั้งหมด เพิกจะพาแววดาวกลับไปส่งบ้านเช่า ระหว่างทางมีรถตามไล่ล่าเพิก เพิกพาแววดาวมาค้างคืนที่ทุ่งกามัง พ่อแง่แม่งอนกัน
ภูยุดวงพรเรื่องผู้กองไชโยมาจีบดวงพรเพื่อหวังจับลูกสาวของผู้มีอิทธิพลในชุมแพ เพื่อความก้าวหน้าในอาชีพการงานเท่านั้น ดวงพรตะเพิดไล่ภู ทำให้แลงหลุดปากบอกดวงพรก็ไม่ใช่ลูกคนดี จ่าถมไม่ได้ทำอาชีพสุจริตอย่างที่ดวงพรเห็น เพราะจ่าถมเป็นคนสั่งฆ่าพัน พ่อของเพิก โกก, เหม็น, ด้วง, บุ้ง และทำชั่วมากมายในชุมแพ จ่าถมประกาศว่าใครฆ่าเสือเพิกได้จะยกลูกสาวให้ ดวงพรเสียใจจนหนีออกจากบ้าน เพิกดักพาดวงพรขึ้นรถไป
เพิก, พิง และลูกน้องแอบรวบรวมกำลังคนจากพวกรถเมล์ รถสามล้อ และชาวบ้านที่ถูกกดขี่จากจ่าถมมาร่วมฝึกอบรมลูกเสือชาวบ้าน สอนให้ชาวบ้านรู้จักต่อสู้กับความอยุติธรรม รู้จักพึ่งพาตนเอง มีความสามัคคีกัน ช่วยเป็นหูเป็นตาและส่งข้อมูลการกระทำผิดให้กับทางราชการ เสือเพิกปิดประกาศยึดอำนาจและลูกสาวของจ่าถมทั่วเมืองชุมแพ จ่าถมโกรธมาก สั่งลิ่ว, แลง ให้พาคนไปข่มขู่ชาวบ้านที่คิดจะแปรพักตร์ไปร่วมมือกับเพิก ใครต่อต้านจะถูกฆ่าทั้งครอบครัว เพิกบุกเดี่ยวไปถล่มผู้ใหญ่เสือที่โนนทันคนเดียว ผู้ใหญ่เสือกำลังฉลองความสำเร็จหน้าบ้าน เพิกขี่มอเตอร์ไซค์ผ่ากลางวงเหล้าแล้วยิงกราด จับผู้ใหญ่เสือกับลูกน้องมัดมือร้อยเอวรวมกัน ผูกกับมอเตอร์ไซค์ขี่ลากไป ระหว่างทางเพิกให้ผู้ใหญ่เสือสารภาพว่าเป็นคนเผารถและไม้เถื่อนของจ่าถมเพื่อป้ายสีเขา ผู้ใหญ่เสือไม่ยอมรับ เพิกขี่มอเตอร์ไซค์ลากผู้ใหญ่เสือกับลูกน้องให้วิ่งตามไปชุมแพ เอาไปส่งให้ผู้กองไชโยถึงหน้าโรงพักก่อนจะหนีไป
ในขบวนแห่พรรษาของเมืองชุมแพ ดวงพรนั่งบนรถแห่เทียนในชุดไทยสวยงาม เพิกปลอมตัวเป็นหมอแคนอยู่ในขบวน ผู้กองไชโยพากำลังตำรวจมาคอยจับตาดูเสือเพิก แววดาวในชุดไทยสวยสง่าก็นั่งบนรถแห่เทียนอีกคัน แววดาวปะทะคารมกับผู้กองไชโย เรื่องผู้กองไชโยตามจับเพิกเพราะห่วงศักดิ์ศรีตนเองจนมองไม่เห็นความจริง เพิกป่วนในงานแห่เทียนจนวุ่น หมอแคนจุดประทัดจนชาวบ้านคิดว่าเป็นปืน เพิกขับรถแห่เทียนที่มีดวงพรนั่งอยู่หนีไปต่อหน้าแววดาว แล้วจะมอบผ้าแพรสีชมพูคล้องคอฝากรักดวงพรก่อนจากไป ผู้กองไชโยขอผ้าแพรมาเป็นหลักฐานแต่ดวงพรไม่ยอมให้ ผู้กองไชโยแอบหึง ความจริงเขารักดวงพร แต่แกล้งห่างเหินเพราะไม่อยากให้ใครดูถูกว่าเขาหวังอิทธิพลของจ่าถมเพื่อตำแหน่งหน้าที่ของตัวเอง ผู้กองไชโยสอบปากคำเสริมกับคณะหมอแคนของพิง อ้างว่าไม่รู้จักเพิกที่มาขอร่วมวงแคนระหว่างทาง
เพิกจับ ลิ่ว, แลง, โพน มัดไว้ ให้ลิ่วสารภาพเรื่องฆ่าพ่อของเขา เพิกซ้อมแลงจนลิ่วยอมบอกว่าแลงฆ่าโกก ภูฆ่าเหม็น, ด้วง, บุ้งตามคำสั่งจ่าถม ส่วนการตายของพ่อเพิก จ่าบุญถมเป็นคนวางแผน ผู้ใหญ่เสือเป็นคนลงมือฆ่า เพราะผู้ใหญ่เสือไม่พอใจที่พันคัดค้านเรื่องเขาจะยึดทุ่งกามังไว้เลี้ยงสัตว์คนเดียว จ่าถมก็อยากครอบครองสัมปทานรถเมล์ที่พันประมูลได้ กลัวเพิกจะรับมรดกแทนพ่อจึงต้องตามเก็บเพิกอีกคน แล้วยึดที่ดินทั้งหมดของพันเป็นของตัวเอง
เพิกขอให้กุหลาบเข้าไปหาเอกสารที่สามารถเอาผิดจ่าถมได้ เพื่อช่วยกันกำจัดอิทธิพลมืดจากชุมแพ กุหลาบกลัวอำนาจของจ่าถม แต่เพิกรับปากจะหาคนดี ๆ มาดูแลกุหลาบเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจโจรล้างโจร เพิกพากุหลาบมาพักกับแววดาว ฝากให้แววดาวช่วยดูแล กุหลาบพูดถึงความใจดีของเพิกด้วยความปลาบปลื้มที่ไม่รังเกียจผู้หญิงสกปรกอย่างเธอ แววดาวให้กำลังใจกุหลาบ แอบเจ็บลึก ๆ ที่เพิกดีกับผู้หญิงทุกคน แต่กลับกวนประสาทเธอได้ตลอดเวลา
แววดาวหลอกล่อจ่าถมเพื่อถ่วงเวลาให้กุหลาบไปค้นหาเอกสารเอาผิดจ่าถม กุหลาบเจอโฉนดที่ดินของชาวบ้านมากมายรวมทั้งโฉนดที่ดินของพันทั้งหมด แต่ยังไม่ทันจะเอามา ภูก็เข้ามาเจอซะก่อน กุหลาบถูกภูทำร้ายปางตายโดยที่จ่าถมมาปรามไม่ทัน กุหลาบไม่ยอมบอกว่าเข้ามาทำอะไรในห้องทำงานจ่าถม และทำเป็นไม่รู้จักแววดาว เพื่อให้แววดาวปลอดภัย แววดาวกลับออกมาบอกเพิกว่ากุหลาบถูกทำร้ายและขังไว้ในบ้านจ่าถม เพิกไปช่วยกุหลาบไม่ยอมให้แววดาวไปด้วย แววดาวแปลงโฉมในชุดหนังรัดรูปสีดำ ใส่แว่นตาดำสุดเท่ ขี่ชอปเปอร์ที่ซ่อนในรถพ่วงหลังรถเสริมสวยออกไป เพิกแอบมาช่วยกุหลาบ จ่าถมกับเสี่ยกู้ ภู พาลูกน้องมาล้อมจับเสือเพิก วางแผนล่อเสือเพิกมาติดกับได้สำเร็จ แววดาวทำร้ายลูกน้องจ่าถมอีกทางเพื่อดึงความสนใจของทุกคนมาที่เธอ เพิกพากุหลาบหนีออกไปได้ แววดาวขี่ชอปเปอร์หนีไป ภูตามไล่ล่า แววดาวหนีไปได้โดยที่ภูไม่รู้ว่าเธอเป็นใครกันแน่
ผู้กองไชโยวิเคราะห์เรื่องเสือเพิกตัวปลอมกับตัวจริง จ่างึมรายงานว่าสายตำรวจเห็นแววดาวใส่ชุดดำขี่ชอปเปอร์ไปทางบ้านจ่าถมวันก่อน ผู้กองไชโยสงสัยว่าแววดาวจะเป็นพวกเดียวกับเสือเพิก จึงพาตำรวจไปค้นบ้านเช่าของแววดาว เกิดการต่อสู้กันระหว่างผู้กองไชโยกับแววดาว ก่อนจ่างึมจะเจอบัตรประจำตัวตำรวจ จึงรู้ว่าแววดาวเป็น ร.ต.อ.หญิง แววดาว ริปูแสยง ลูกสาวของ พล.ต.อ. หลวง ริปูแสยง อดีตรองอธิบดีตำรวจ ผู้กองไชโยระแวงว่าแววดาวมาตรวจสอบการทำงานของเขา แววดาวบอกว่างานของเธอเป็นความลับ
เพิกขอให้ดวงพรเกลี้ยกล่อมจ่าถมให้สารภาพความผิด โทษหนักจะได้เป็นเบา ดวงพรรู้เรื่องเพิกดูแลกุหลาบ ไม่พอใจที่เพิกพาโสเภณีมาดูแล เพิกขอให้ดวงพรสงสารกุหลาบ ให้มองกุหลาบเหมือนเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน แต่ยังหยอดหวานอ่อนโยนกับดวงพรยิ่งทำให้ดวงพรหลงรักเพิกมากขึ้น ดวงพรรับปากจะช่วยเพิกเกลี้ยกล่อมจ่าถม เมื่อเพิกจัดการเรื่องวุ่นวายในชุมแพแล้ว ดวงพรจะประกาศบอกทุกคนว่าเธอเป็นคนรักของเพิก
จ่าถมสารภาพว่าสั่งฆ่าพัน ลักลอบตัดไม้ สินบนรถเมล์ ยึดไร่นาที่ชาวบ้านเอามาจำนอง เก็บค่าคุ้มครองในตลาด ค้าธนบัตรเถื่อน ค้าอาวุธเถื่อน สั่งฆ่าโกก, เหม็น เพิกให้ลูกน้องเอาจ่าถมไปขังแยก ไม่ให้รู้ว่าลิ่วกับแลงยังไม่ตาย เพื่อวางแผนลวงภูกับเสี่ยกู้ให้มาติดกับ ภูกับเสี่ยกู้ระดมคนมาช่วยจ่าถม ลิ่ว, แลง, ดำ และลูกน้องออกมา เกิดการปะทะกันอย่างดุเดือด เพิก, พิง และพรรคพวกกำลังจะเข้าตาจน แววดาว, เฉียบ และตำรวจพิเศษหลายสิบนายเข้ามาโอบล้อมพวกภูไว้อีกที สู้กันร่วงระนาว
เพิกจะฆ่าภูด้วยมือตัวเอง เมื่อรู้ว่าภูคือมือปืนสังหารพ่อของเขา ขณะที่เพิกกำลังพลาดท่า ผู้กองไชโยก็เข้ามาช่วย ผู้กองตงฉินกับเสือเพิกจึงร่วมมือกันจัดการกับเหล่าลูกน้องอิทธิพลเถื่อน เพิกฆ่าภูด้วยตัวเอง ลูกน้องของผู้กองไชโยและลูกน้องของแววดาวรวบตัวไว้หมดแล้ว ความจริงเปิดเผยว่าแววดาวให้ลูกน้องตำรวจปลอมตัวเป็นมือปืน ปลอมตัวเป็นลูกน้องจ่าถม เพื่อแทรกซึมเข้าไปสืบข่าวความเคลื่อนไหวของจ่าถมกับพรรคพวก เพิกประกาศบอกชาวบ้านว่าพรุ่งนี้เสือเพิกจะเข้ามอบตัวที่ว่าการอำเภอชุมแพ ผู้กองไชโยปรับความเข้าใจกับเพิกอย่างลูกผู้ชาย ทั้งในเรื่องงานและเรื่องหัวใจ เพิกให้กุหลาบอยู่บ้านดวงพรไปก่อน ซึ่งดวงพรก็สอนวิชาตัดเย็บเสื้อผ้าให้กุหลาบ เพื่อที่กุหลาบจะได้เลิกอาชีพโสเภณี
มีข่าวว่าเสือเพิกจะเข้ามามอบตัว ทำให้ชาวบ้านมาเฝ้ารอดูกันเต็มลานหน้าที่ว่าการอำเภอชุมแพ เพิกปรากฏตัวในชุดนายอำเภอ ผู้กำกับประกาศว่าเพิก กลับมาเพื่อปราบปรามอิทธิพลมืดกลยุทธ์โจรล้างโจร โดยมีผู้กองแววดาวกับผู้กองไชโยคอยช่วยเหลือ ฐานะที่แท้จริงของเสือเพิก คือนายอำเภอมือปราบของชุมแพ
ผู้กองไชโยตามง้อขอคืนดีดวงพร แต่ดวงพรไม่อยากให้ผู้กองไชโยอับอายที่มารักกับลูกโจร ผู้กองไชโยไม่สนใจสายตาและคำพูดของใครทั้งนั้น เขาห่วงแค่หัวใจของคนที่เขารักเพียงคนเดียวคือดวงพร ผู้กองไชโยขอดวงพรแต่งงาน และจะขอดูแลดวงพรตลอดไป
แววดาวมึนตึงใส่เพิก เก็บข้าวของเตรียมตัวกลับกรุงเทพฯ เพิกมาปรับความเข้าใจกับแววดาวสไตล์กวนบาทา เขายืนยันว่ากับผู้หญิงทุกคนที่ผ่านมาเป็นเพียงเรื่องงาน แต่หัวใจของเพิก ชุมแพ มีแววดาวคนเดียวเท่านั้นและไม่มีวันจะแปรเปลี่ยนเป็นคนอื่น แววดาวคัดค้านเสียงหัวใจตัวเองไม่ไหว ยอมวางหน้าที่และทิฐิ มาอยู่ในอ้อมกอดของเสือเพิก...ชายหนึ่งเดียวในดวงใจของเธอเช่นกัน ติดตามได้ในละคร ชุมแพ ได้ทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 19.05 น. และวันศุกร์ เวลา 18.45 น. ทางช่อง 3 ละคร ชุมแพ เริ่มตอนแรกวันจันทร์ที่ 7 มกราคม 2562

Jao Jom
จอม เจิดจ้า (แก๊ป ชนกสุดา รักษนาเวศ) ชื่อนี้ใคร ๆ ในย่านคลองรังสิตรู้จักกันดีในความขยัน อดทน และกตัญญู ซึ่งมีหน้าตาผิวพรรณสะอาดดูดี ซึ่งไม่หน้าเชื่อว่าจะ เป็นลูกของนางลำเจียกได้เลย ลำเจียกทารุณกรรมตบตีจอมตลอด ดังไม่ใช่ลูกของตนและแท้ที่จริงจอมก็ไม่ใช่ลูกลำเจียก จอมเป็นลูกของพุทธชาติ (จินตหรา สุขพัฒน์) ที่เกิดกับดำรง (สันติสุข พรหมศิริ) ก็เห็นจะมีแต่ยายจันหญิงชราตาบอดแม่ของลำเจียกที่รักและเอ็นดูจอมมากกว่าลูกแท้ ๆ ของตนเอง จอมเป็นเด็ก กตัญญูรู้คุณมาก เธอพยายามทำงานทุกอย่างเพื่อนำเงินมาให้กับลำเจียกใช้สอย แต่ลำเจียกก็นำไปเล่นการพนัน จนหมด ซึ่งจอมก็หาได้รับความรักจากลำเจียก เลย กลับตอบแทนเธอด้วยการทารุณกรรม ตบตี จอมจนเจ็บป่วยอยู่บ่อยครั้ง มีเพียงยายจันเท่านั้นที่มอบความรัก ความห่วงใย และความอบอุ่นให้จอม แต่จอม ก็ยังรักลำเจียกที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแม่ของตนเสมอมา แต่จอมหารู้ไม่ว่าแท้จริงแล้วลำเจียกไม่ใช่แม่ของตนมันมีความลับบางอย่างที่จอมไม่รู้เลย
เจ้าเปีย เพื่อนรักในวัยเด็กของจอม ที่คอยช่วยเหลือเธอมาตลอด แม้กระทั่งตอนที่เจ็บป่วยจากการถูกนางลำเจียกตบตีก็หายามาให้เพราะความจนและลำเจียกก็ ไม่เคยดูดำดูดีในตอนที่จอมป่วยเลย แต่เธอก็ไม่เคยย่อท้อเพียงแต่คิดเสมอว่าทำไมแม่จึงไม่รักตน….จอมไปรับฝักบัวมาขายตามสี่แยกถนนแถวรังสิต เพื่อราย ได้มาดูแลยายจันทำให้เธอได้พบกับ แรก ทัดเทพ ธรรมสถิต (อั๋น วิทยา วสุไกรไพศาล) เมื่อเขาเห็นจอมก็ตกใจเพราะจอมหน้าเหมือน รอง น้องชายของเขา ที่จมน้ำตายไปต่อหน้าซึ่งไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้เลย เพราะความเป็นคนใจร้ายใจดำความริษยาของทับทิม (สาวิตรี สามิภักดิ์) แม่ของตนเอง ฆ่ารองตาย แบบเลือดเย็นเพราะต้องการให้ตนเป็นทายาทผู้รับสมบัติจากเจ้าคุณปู่ (สมภพ เบญจาธิกุล) เพียงผู้เดียวแต่ทับทิมก็หาความสุขไม่ได้เพราะแรกได้เห็นการ กระทำของแม่ตนแต่ก็ไม่แน่ใจว่าแม่ของตนจะอำมหิตเกินคน….แต่แรกก็ช่วยรองไม่ทันการทำให้รองตายไปต่อหน้าแรก ซึ่งแรกก็หมางเมินคลางแคลงกับแม่มาตลอด
แรก และจอม ถูกชะตากันมาก แรกบอกกับจอมว่าอาทิตย์หน้าให้มารอเขาที่สี่แยกนี้เพราะแรกจะพาจอมไปธรรมสถิตเพื่อหาเจ้าคุณปู่ ซึ่งเจ้าคุณปู่ไม่รู้ว่า รองหลานชายคนเล็กของเขานั้นตายจากไปแล้ว เพราะแรกโกหกว่ารองไปอยู่ต่างประเทศกับพุทธชาติ แต่แรกก็ไม่ได้เจอจอมอีกเพราะโดนนางลำเจียกนำไป ขายให้กับคุณนายบุญชุบ แม่เล้าชั้นดี ตลอดเวลา 3 ปี ที่ผ่านมา คุณนายบุญชุบและแม่วอนคอยสั่งสอนกิริยามารยาทให้กับจอมจนเธอกลายเป็นเด็กที่น่ารัก อ่อนหวานแต่ในความอ่อนหวาน และสง่างามก็มีความเข้มแรงฉลาดหลักแหลมในตัวตน แต่แม่วอนผู้เป็นคนดูแลเด็กในบ้านของคุณนายบุญชุบก็รักและคอยช่วย เหลือจอมไม่ให้โดนขายไปกับท่าน ซึ่งพอเห็นจอมก็หลงรักและอยากได้ไปเป็นอนุของท่าน
จอมสนิทกับลูกสาวของคุณนายบุญชุบซึ่งสติไม่สมประกอบ เธอได้ช่วยให้จอมรอดพ้นจากการโดนขายให้กับท่านจนมีอุบัติเหตุ ดล (จิรายุ ตันตระกูล) เพื่อนรัก ของแรกสนิทกันมาก ดลเป็นคนจิตใจดีเหมือนกับแรก ช่วยแรกตามหาจอมโดยไม่รู้ว่าแท้ที่จริงแล้วคือน้องสาวของตนดำรงพ่อของดลได้ทำตราบาปไว้กับพุทธ ชาติเมียเพื่อนรัก พ่อของรอง อาแท้ ๆ ของแรก ดำรงขืนใจพุทธชาติในช่วงที่ฤกษ์ไปเมืองนอกจนเธอท้อง ทำให้พุทธชาติหนีออกจากบ้านไปโดยไม่มีใครรู้ว่า เธอหายไปไหน เมื่อฤกษ์รู้คนรักหายไปก็ตรอมใจตาย ดำรงรู้สึกผิดมาตลอดชีวิตเขาจึงบอกกับดลให้รักแรกเพื่อนของเขาให้มากอย่าให้เรื่องผู้หญิงมาทำลาย ความสัมพันธ์ได้
จอมหนีออกจากบ้านคุณนายบุญชุบ แต่ระหว่างทางเจอคนร้ายเข้ามารุมทำร้าย แต่เธอก็ต่อสู้สุดชีวิตจนหนีออกมาได้แต่ก็มาถูกรถของแรกชน แรกพาจอมมา ดูแลรักษาบาดแผลที่โดนรถชนที่บ้าน ทับทิมไม่พอใจเป็นอย่างมากและไม่ชอบหน้าจอมเพราะจอมมีหน้าตาคล้ายรอง ต่อมาแรกให้จอมเข้ามาอยู่ในบ้านฐานะ น้องชายของเขาเอง ก็คือ รอง แรกพาจอมไปพบคุณปู่เทพและหลอกคุณปู่ว่าจอมคือรองกลับมาจากอังกฤษแล้ว ทำให้ปู่เทพดีใจและรักจอมมาก ซึ่งปู่เทพเอง ก็รู้ว่าจอมเป็นเด็กผู้หญิงแต่ก็ไม่ได้พูดออกไปกลับคอยช่วยเหลือและเป็นกำลังใจให้กับจอมเพื่อให้เธอต่อสู้กับครอบครัวทับทิมและหลานทั้ง 3 คนของเธอ
เพลินภรรยาทำนุ น้องสาวของทับทิมนิสัยชอบยุแยงตะแคงรั่วไม่ชอบเห็นใครได้ดีขี้อิจฉาอยากให้นิด (เซลิน่า เพียซ) เป็นภรรยาของแรกจนออกนอกหน้าเพื่อหวังสมบัติได้พาครอบครัวมาขออาศัยในบ้านเก่าของฤกษ์และพุทธชาติที่ปิดตายในรั้วเดียวกันกับธรรมสถิต..น้อย (ณิชาวรินทร์ อรุณรุ่งไพศาล) ลูกสาวคนโต สงบเสงี่ยมรู้ว่าแม่ไม่รักเท่านิดไม่ค่อยสุงสิงพูดจากับใครแต่แอบฉลาดเพราะความน่ารักจึงไปโดนใจดลเพื่อนรักของแรกอย่างแรงส์..ส่วนนิดลูกสาวคนเล็ก นิสัย ไม่ดี อยากได้แรกเป็นแฟน ชอบกลั่นแกล้งจอม กล่าวหาจอมหาเรื่องจอมตลอดเวลาที่อาศัยอยู่ที่ธรรมสถิต
ส่วนหน่อย (แมทธิว ดีน ฉันทวานิช) นิสัยเป็นคุณหนูไม่ต่างจากนิดแต่มาในรูปแบบผู้ชาย เจ้าชู้เอาตัวลอดเก่งไม่ว่าจะผิดอย่างไรก็ไม่ยอมรับความเป็นจริง….นิด กับเพลินได้สร้างปัญหาต่าง ๆ อีกทั้งคอยสร้างเรื่องโกหกและทำร้ายใส่ความจอมต่าง ๆ นานา ตลอดจนเกิดเหตุการณ์รุมทำร้ายจอมและจอมก็ป้องกันตัวจนทำให้นิด เลือดตกยางออก จนแรกเข้าใจผิดตบหน้าจอม จอมเสียใจอย่างมากที่แรกไม่ฟังคำอธิบายของตนเพราะตนไม่ผิดตนโดนนิดใส่ความ….จากการโดนรุมตบตีจาก นิดกับเพลินทำให้จอมป่วยเป็นนิวมอเนียแต่เธอก็พยายามหนีออกจากบ้านแต่แรกก็พบพอดีแรกไม่ยอมให้จอมหนีไปไหนเพราะเป็นห่วงจอมและรักจอมโดยไม่รู้ ตัว…. ทั้งคู่ปรับความเข้าใจกัน จอมจึงสัญญากับแรกว่าจะดูแลคุณปู่เทพจนกว่าแรก จะกลับมาจากเมืองนอก
ต่อมาคุณปู่เทพเสียชีวิตลง ทับทิมเรียกจอมไปพบและให้อ่านจดหมายของแรกซึ่งทับทิมปลอมมันขึ้นมาว่า เมื่อคุณปู่ตายแล้วจอมก็หมดหน้าที่ดังนั้นให้ทับทิม จัดการให้จอมออกจากบ้านไปเพราะหมดหน้าที่ในการดูแลเจ้าคุณปู่แล้ว จอมหลงกลทับทิมและเข้าใจผิดแรก….เก็บเอาความเสียใจน้อยใจแรกจนเกิดเป็นแรงทิฐิ จอมออกไปหาที่อยู่ใหม่และได้เจอกับเปียเพื่อนเก่าสมัยเด็กซึ่งเปียได้มาขับรถแท็กซี่ในกรุงเทพฯ และได้มาเช่ารถที่อู่ของเติมจึงทำให้การตามหาลูกสาวของ ดำรงง่ายขึ้น
ท่านชายภัทรยุทธ์ (ตุลภากร ธนศรีวนิชชัย) ลูกชายคนเดียวของหม่อมจิต (อลิษา ขจรไชยกุล) ซึ่งวังอยู่ติดกับธรรมสถิต ได้มางานศพของคุณปู่เทพ เมื่อเขา เห็นหน้าจอมก็รู้สึกถูกชะตาอย่างมากแต่ก็อดแปลกใจที่จอมดูแตกต่างจากหลานสาว 2 คนของทับทิมโดยสิ้นเชิง
ดำรงตามหาพุทธชาติโดยได้เบาะแสจากเติมคนขับแท็กซี่ ซึ่งเคยช่วยเหลือพุทธชาติไม่ให้โดดน้ำตาย แต่เธอกลับถูกเมียของเติมหลอกไปขายให้กับอาโกขืนใจ ทำให้พุทธชาติเป็นบ้าและหายสาบสูญไปโดยทิ้งลูกสาวไว้กับเมียของเติม แต่เติมก็ต้องมาติดคุกเพราะไปฆ่าอาโกที่ขืนใจพุทธชาติ ดำรงตามหา ดุจฤดีลูกสาว ของพุทธชาติตามบันทึกของพุทธชาติที่เติมนำมาให้ดำรงเป็นหลักฐาน เมื่อแรกกลับมาจากเมืองนอก ทับทิมจึงบอกเขาว่าจอมใจแตกขอออกจากบ้านธรรมสถิตไปมีสามีและใช้ชีวิตส่วนตัวกับครอบครัว ทำให้แรกเข้าใจจอมผิดและเสียใจกับการกระทำของจอม
ดุจฤดี ดนุรัฐ (จอม) เปิดตัวเป็นลูกสาวของดำรงผู้ร่ำรวยไฮโซและเป็นน้องสาวต่างมารดาของดล แรกเห็นดุจฤดีนึกว่าเป็นจอมเพราะเหมือนมากแต่ดุจฤดีก็ทำเป็น ไม่รู้จักแรก เพราะจอม (ดุจฤดี) เสียใจในการที่แรกให้ตนออกจากบ้านธรรมสถิต ความสวยงามและอ่อนหวานของดุจฤดี เป็นที่ต้องตาต้องใจทุกคน ที่พบเห็น แม้แต่ท่านชายภัทรยุทธ์ก็แอบหลงรักในตัวดุจฤดี ถึงแม้ว่านิดลูกสาวของเพลินจะพยายามทำดีกับแรก แต่แรกก็ไม่เคยสนใจ แรกกลายเป็นคนเย็นชา คล้ายคน มีทุกข์ซุกซ่อนอะไรบางอย่างอยู่ในใจแรกได้เจอกับดุจฤดีที่ร้านหนังสือเขาจึงอาสาไปส่งเธอที่บ้าน เมื่อแรกรู้ว่าดุจฤดีสนิทสนมกับท่านชายภัทรยุทธ์ทำให้เขา รู้สึกไม่พอใจในความสัมพันธ์ของทั้งสองในงานวันเกิดท่านชาย เพลิน เพียงจันทร์ และขวัญดาว ถึงกับตกใจเมื่อเห็นหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ท่านชายนั้นคือ จอม หรือ ดุจฤดี เมื่อแรกเห็นดุจฤดีเต้นรำกับท่านชายก็รู้สึกปวดใจกับภาพที่บาดตาที่เห็น เพราะที่ผ่านมาแรกไม่เคยรู้ตัวเลยว่าเขารักจอมมากเพียงใด
ก่อนเจ้าคุณปู่เทพจะเสียชีวิตได้ทำพินัยกรรมยกธรรมสถิตให้กับแรกไว้ โดยมีข้อแม้ว่าแรกต้องแต่งงานกับจอม เพราะถ้าไม่แต่งสมบัติทั้งหมดจะตกเป็นของจอม แต่เพียงผู้เดียว เมื่อทับทิมรู้เรื่องพินัยกรรมก็เป็นลมล้มพับไป แรกสับสนกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นเขาอยากปรึกษาใครสักคนโดยเฉพาะกับดลเพื่อนรักของเขาเองแต่ ดลนั้นอยู่ต่างประเทศ เขาจึงระบายความทุกข์ให้ดุจฤดีฟังทำให้เธอรู้ว่าทับทิมหลอกแรกว่าจอมที่หนีไปแต่งงานแต่ด้วยความมีทิฐิของจอมก็ไม่อภัยให้กับแรก เพราะน้อยเนื้อต่ำใจ ความสัมพันธ์ระหว่างดุจฤดีและท่านชายภัทรยุทธ์กำลังราบรื่น ท่านชายหลงรักดุจฤดีเป็นอย่างมากอีกทั้งเธอก็ไม่มีทีท่าปฏิเสธต่อความสัมพันธ์แต่อย่างใด เพราะดุจฤดีจะใช้ท่านชายเป็นเครื่องมือแก้แค้นแรก
แรกได้รู้ความจริงว่าจอมไม่ได้เป็นเด็กใจแตกไม่ได้หนีออกไปแต่งงานจากสำลี สาวใช้ที่ดูแลจอม บอกเรื่องที่เกิดขึ้นจอมถูกใส่ร้ายมาตลอด คุณหลวงทนาย ความได้เจอตัวพุทธชาติแต่เธอกลับพยายามหลบหนีแรกก็ตามหาพุทธชาติเช่นกัน พอข่าวรู้ถึงดำรงว่าพุทธชาติยังไม่ตาย พุทธชาติเข้าไปอยู่กับหม่อมจิตเพื่อน รักที่วังเหมรินทร์แล้วและมีโอกาสได้พบกับดุจฤดีลูกสาวของตนจนบอกความจริงว่าจอมก็คือลูกของตนที่เกิดจากการขืนใจของดำรง ท่านชายภัทรยุทธ์ให้หม่อมแม่มาสู่ขอดุจฤดีจากดำรง เธอไม่ปฏิเสธ เมื่อแรกรู้ก็เสียใจมาก ดุจฤดีพยายามหาหลักฐานมัดตัวทับทิมที่ฆ่ารองพี่ชายของเธอ แต่ ทับทิมก็เกิดสติแตกเมื่อเจอหน้าดุจฤดีทำเธอสารภาพว่าเป็นคนให้รองลงไปเก็บสร้อยจนจมน้ำตาย เมื่อสารภาพความผิดทับทิมก็กระโดดตึกที่ธรรมสถิตตาย ดุจฤดีสงสารแรกที่ต้องสูญเสียทั้งแม่และจอม
ดุจฤดีรับหมั้นคุณชายภัทรยุทธ์ ทำให้แรกเสียใจกลายเป็นคนเงียบขรึมไม่ยอมพูดยอมจากับใครเหมือนคนไร้หัวใจ ดุจฤดีรู้ว่าทุกอย่างมันสายเกินไปถึงจะรู้ว่าตัวเองทำผิดแต่ด้วยทิฐิทำให้ไม่ยอมฟังเหตุผลที่ดลและแรกได้บอกกับตนแต่ด้วยความต้องการประชดประชันแรก และคิดเสมอว่าแรกต้องการแต่งงานกับจอม เพราะสมบัติของธรรมสถิตตามพินัยกรรมของเจ้าคุณปู่อีกทั้งอยากเอาชนะเพียงเพื่อต้องการเห็นแรกเจ็บปวดแต่ที่จริงแล้วตัวเธอเองก็เจ็บปวดไม่แพ้กัน
แรกจะหนีไปต่างประเทศเพื่อเรียนต่อแต่ก็ไปเพื่ออยากลืมความเจ็บปวดทุกอย่าง เมื่อท่านชายภัทรยุทธ์รู้ว่าดุจฤดีคือคนเดียวกับจอม ก็บอกให้เธอยอมรับหัวใจ ตัวเองเพราะท่านรู้เสมอว่าดุจฤดีนั้นรักแรกเป็นอย่างมาก ไม่ได้รักท่านชายเลยที่ทำทุกอย่างเพียงเพราะต้องประชดแรกเท่านั้น…และท่านก็เป็นสุภาพบุรุษพอที่ จะไม่รั้งเธอไว้กับตนเอง ถึงแม้จะรักมากก็ตาม ท่านชายจึงคืนดุจฤดีให้กับแรก (ทัดเทพ) ท่านชายบอกแรกว่าเขาคืนดุจฤดีให้เขาแล้ว แรกจึงรีบมาหาดุจฤดีและให้เธอยอมรับว่าเป็นจอมและขอเธอแต่งงาน มันไม่ใช่เพราะเรื่องพินัยกรรมแต่เพราะเแรก รักจอมเพียงคนเดียวและรักมาตลอด ดุจฤดียอมรับและสารภาพว่าเธอคือจอม เธอยอมทำตามความปราถนาของหัวใจในที่สุด ทำให้ทั้งสองเข้าใจกันและได้รัก กันในที่สุด ติดตามชมละคร เจ้าจอม ได้ทุกวันจันทร์–ศุกร์ เวลา 08.25-10.05 น. ทางช่อง 3 ละคร เจ้าจอม รีรันตอนแรกวันพุธที่ 12 สิงหาคม 2563

Bussaba Na Talad
เรื่องราวของสาวน้อยลูกมหาเศรษฐีณีที่โดนแย่งสมบัติไปตั้งแต่ลืมตาดูโลก แต่ชะตาเจ้ากรรมที่ส่งเด็กน้อยอย่างดอกไม้ให้ไปเติบโตในร้านดอกไม้แถวปากคลองตลาดอย่างอบอุ่น แล้วก็ขีดเส้นทางให้เธอได้เดินกลับมาเพื่อช่วยแม่แท้ ๆ ที่เสียสติไปทวงสมบัติของเธอคืน ดอกไม้ข้างถนนต้องปรับตัวให้เป็นดอกไม้ชั้นสูงให้ได้เพื่อทวงสิทธิ์ที่เป็นของเธอและแม่แท้ ๆ คืนมา
ตลาดดอกไม้... ฝนเทลงมาหนาเม็ดจนแทบมองไม่เห็น ในเงามืดมีร่างของใครบางคนกำลังวางทารกตัวน้อยที่กำลังร้องไห้เสียงดังสนั่นหน้าร้านดอกไม้ในตลาด เสียงร้องของเด็กน้อยทำให้ประตูร้านถูกเปิดออก ละมุนอุ้มเด็กขึ้นมา จ่าผุยที่กำลังเข้าเวรขี่จักรยานตรวจชุมชนที่สงสัยว่าเด็กที่ไหนมาร้องอยู่ เขาเป็นพยานเพียงคนเดียวในคืนนั้นที่เห็นเหตุการณ์
18 ปีผ่านไป ร้านดอกไม้บุษบา เป็นที่รู้จักของคนในตลาดทั้งเรื่องฝีมือการจัดดอกไม้ที่ไม่เป็นรองร้านดอกไม้ใหญ่ ๆ มีชื่อโด่งดังในแถบนั้นเพราะแม่ละมุนเจ้าของร้านมักจะหาวิธีจัดดอกไม้ใหม่ ๆ มาอยู่เสมอ และดอกไม้ลูกสาวคนสวยที่อายุอานามเพิ่งย่างเข้าสู่วัย 18 กับลูกสมุนปากกรรไกรอย่างไอ้ดุ้งเองก็เป็นที่รู้จักกันทั่วแต่ถึงแม้สองคนนี้จะแสบยังไงดอกไม้ก็ยังเป็นที่รักของชาวตลาดด้วยความมีน้ำใจคอยช่วยเหลือแม่ค้าด้วยกันแถบนั้นอยู่เสมอ
เช้าตรู่วันหนึ่งตอนที่ดอกไม้กำลังไปส่งดอกไม้ให้ละมุนเหมือนปกติ เสน่ห์หรือตาเหน่คนขับรถตู้ของคฑาลูกชายคนเดียวของคุณหญิงช้องนางเจ้าของตลาด ก็จะขับรถชนกรรณิกาแก้ว พอดีดอกไม้เห็นเข้าเสียก่อนจึงเข้าช่วยไว้ได้ทัน แต่ดอกไม้ไม่รู้ว่าบ้านของแก้วอยู่ที่ไหน จึงพาแก้ว กลับไปที่บ้านของตน คฑา ซึ่งนั่งอยู่ในรถเสน่ห์ เลยลงจากรถมาดูเหตุการณ์ พวกแม่ค้าเห็นคฑาก็จำได้ทันทีว่าเป็นลูกชายคนเดียวของคุณหญิงช้องนางเจ้าของตลาด คฑากลับมาบ้านพบช้องนางผู้เป็นแม่ ทั้งสองสวมกอดกันด้วยความดีใจ เขาเล่าเหตุการณ์เรื่องที่เสน่ห์ขับรถเกือบชนดอกไม้ให้แม่ฟัง แต่สืบสงวน พี่สาวกลับไม่ไยดี เกรงดอกไม้จะมาหาประโยชน์จากคฑา
พนัสให้กรจีบตามหาแก้ว เพราะหากเธอหายสาบสูญ กว่าพนัส กรจีบ จะมีสิทธิ์จัดการกับมรดกของแก้ว ต้องรอถึง 5 ปี แต่หากหลอกให้แก้วเซ็นมอบมรดกให้ยังดีกว่า สุดท้าย กรจีบ จึงรีบออกตามหาแก้ว พนัสเป็นสามีใหม่ของกรจีบ แต่พอลับตาคน เขาก็ชอบลวนลามกรกนกอยู่บ่อยครั้ง รุ่งขึ้นประมุขพากรจีบ กรกนก ถนอมศรี มาแจ้งความเรื่องแก้วหาย พอดีกับที่ ดอกไม้กับจ่าผุย พาแก้วมาที่โรงพัก ทำให้แก้วได้พบกับทุกคน คฑาไปเริ่มงานที่บริษัทของช้องนาง โดยมีสืบสงวนเป็นพี่เลี้ยงให้ สืบสงวนเหมือนไม่เต็มใจให้คฑาเข้าไปรู้ความลับที่บริษัทนัก อ้างกับช้องนางให้เปิดบริษัทใหม่ให้ แต่คฑาไม่เห็นด้วย สืบสงวนพาคฑาไปเดินดูกิจการที่ตลาด จนคฑาสังเกตเห็นได้ว่า พ่อค้าแม่ค้า ไม่ชอบสืบสงวนนัก
ถมเงิน เพื่อนของคฑา ซึ่งเป็นทนายความ เปิดบริษัท สำนักงานทนายความถมทอง และบุตร อยู่ที่เดียวกับบริษัทของอังกาบ ทำให้เขาได้พบกับดรุณพิมพ์ ลูกของอังกาบ ทั้งคู่บังเอิญติดอยู่ในลิฟต์ที่กำลังค้างอยู่ด้วยกัน ทำให้ถมเงินรู้สึกประทับใจในตัวดรุณพิมพ์ตั้งแต่แรกเห็น ซึ่งดรุณพิมพ์เอง ก็เป็นเพื่อนรักกับดอกไม้ แถมเล่าเรื่องที่สืบสงวน พาน้องชายคือคฑา มาดูกิจการที่ตลาดให้ดอกไม้ฟังด้วย ดรุณพิมพ์ไม่ชอบใจที่อังกาบผู้เป็นแม่ จะให้เธอ หรือดรุณา พี่สาว คนใดคนหนึ่ง แต่งงานกับคฑาอีกด้วย สำหรับดรุณพิมพ์แล้ว เขาสนิทกับคฑามาตั้งแต่เด็ก คิดเพียงว่าคฑาเป็นพี่ชายคนหนึ่งเท่านั้น ด้านกรกนก ก็ไม่อยากอยู่บ้านกับกรจีบ และพนัส จึงมาของานทำกับพอลล่า พอลล่าจึงส่งกรกนก ไปคัดตัวเป็นนางแบบเสื้อผ้าให้กับ เครือกิจไพบูลย์ของอังกาบ ทำให้กรกนกได้พบกับดรุณา ทั้งคู่ไม่ถูกชะตากันตั้งแต่แรก
ช้องนางจัดงานเลี้ยงต้อนรับการกลับมาของคฑาขึ้นที่บ้าน สืบสงวนแอบอิจฉา อังกาบพาดรุณามางานด้วย ส่วนดรุณพิมพ์ไปช่วยดอกไม้จัดดอกไม้ในงาน กรจีบก็พากรกนกมาแนะนำให้คฑารู้จักด้วย สืบสงวนได้พบกับพนัส รู้สึกพอใจในตัวพนัสตั้งแต่แรกเห็น ช้องนางกับแก้ว ก็พูดคุยกันตามประสาเพื่อนรัก ประมุขมาหาแก้วที่บ้าน จึงรู้ว่าไปงานเลี้ยง นึกถึงอดีตที่แก้วร้องไห้กับช้องนาง เรื่องที่ท้องกับเอก ประมุขยินดีแต่งงานกับแก้ว เพื่อรับเป็นพ่อของเด็กในท้อง แต่แก้วปฎิเสธ ทำให้เขาเสียใจมาก
ดรุณพิมพ์ พาดอกไม้ กับดุ้ง มากินข้าวในงานเลี้ยง ดอกไม้จึงได้พบกับคฑา ส่วนดรุณพิมพ์ก็ได้พบกับถมเงิน ถมเงินจึงรู้ว่าดรุณพิมพ์ เป็นลูกคุณอังกาบ ส่วนคฑาก็รู้ว่า ดอกไม้เป็นเพื่อนกับดรุณพิมพ์ แก้วดีใจมากที่ได้พบกับดอกไม้ แก้วพูดอวดว่าดอกไม้จบมัณฑนศิลป์มา ช้องนางเองก็ชื่นชมดอกไม้ คฑาได้ที รีบชวนให้ดอกไม้มาทำงานตกแต่งคอนโด กับโฮมออฟฟิศของบริษัทด้วย ดอกไม้อยากช่วยงานแม่ที่ร้าน คฑาจึงเสนอให้มาทำงานกับเขาอาทิตย์ละ 3 วัน ละมุนจึงเห็นดีด้วย
พนัสถูกเจ้าหนี้ซ้อมปางตายแล้วยึดรถไป สืบสงวนไปพบเข้าพอดี จึงนำส่งโรงพยาบาล กรจีบรีบมาเยี่ยมทันที จนพนัสพ้นขีดอันตราย รุ่งขึ้น สืบสงวนเอากระเช้าไปเยี่ยม พนัสรีบจับมือสืบสงวน ทั้งสองมีใจตรงกัน โดยที่กรจีบยังไม่ทันระแวงสงสัย คฑาพาดอกไม้มาส่งที่บ้าน ทั้งคู่ตัวเปียกปอน เพราะก๊อกน้ำรั่ว แล้วน้ำก็กระเด็นใส่ ละมุนจึงให้ดอกไม้พาคฑาไปเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วคฑาก็เผลอหลับไปที่บ้านของดอกไม้นั่นเอง จ่าผุยมาเจอคฑาอยู่ที่บ้าน นึกหึงละมุนคิดว่าคฑามาเฝ้าละมุน จนดอกไม้ต้องไล่คฑากลับไป คฑาสงสัยเรื่องก๊อกน้ำรั่ว จึงถามดอกไม้ รุ่งขึ้นดอกไม้จึงให้คฑาเอาแบบ และสเปคของผลิตภัณฑ์ที่สั่งมา ดอกไม้จึงบอกกับคฑาว่ามันผิดสเปค ถ้าผู้รับเหมาไม่ชุ่ย ก็เป็นการร่วมมือกันระหว่างผู้รับเหมากับสืบสงวน
คฑาเริ่มเครียด ผู้รับเหมารีบโทรบอกสืบสงวน สืบสงวนจึงจะหาทางกำจัดดอกไม้ กรจีบเป็นคนสั่งให้คนร้ายไปทำร้ายดอกไม้ แต่เมื่อลูกน้องโทรมารายงาน แล้วบอกว่า มีชายหน้าบากคนหนึ่งมาช่วยดอกไม้ไว้ กรจีบแทบล้มทั้งยืน รู้ว่าต้องเป็นเสงี่ยม คนสวนเก่าแก่ในบ้าน แน่นอน ยิ่งเสงี่ยมปกป้องดอกไม้มากเท่าไหร่ กรจีบก็แน่ใจว่าดอกไม้เป็นลูกของแก้ว กรจีบเครียดจัด ไปเล่าเรื่องให้ชมัยฟัง เสงี่ยมตั้งปฎิญาณต่อหน้าพระประธาน ว่าจะแก้ไขเรื่องราวที่ตนเคยทำเลวร้ายไว้กับดอกไม้ และจะปกป้องดอกไม้ให้ถึงที่สุด
ดรุณาหาทางเข้าใกล้คฑา ด้วยการไปเสนองานเรื่องคอมเพล็กซ์ให้ช้องนางฟัง และชวนเข้าร่วมหุ้นด้วยกัน เพราะนอกจากจะได้เงินแล้ว ยังได้ใกล้ชิดคฑาอีกด้วย สืบสงวนส่งคนร้ายไปเผาบ้านดอกไม้ แต่เสงี่ยมช่วยไว้ได้ทัน ด้านดรุณพิพม์ก็ไปทำงานที่บริษัทของถมเงินอีกด้วย คฑาให้ถมเงินเป็นทนายความส่วนตัวให้ ดูแลเรื่องสัญญาคอมเพล็กซ์ เพราะไม่ไว้ใจคนของสืบสงวนอีกต่อไป
กรจีบส่งคนร้ายไปยิงดอกไม้จนได้รับบาดเจ็บ คฑาพาส่งโรงพยาบาล และชวนถมเงินไปแจ้งความ จ่าผุยรู้เรื่องรีบให้ตำรวจเข้ามาดูแล แก้วรู้ข่าวว่าดอกไม้ถูกยิง ก็รีบมาเยี่ยมทันที แก้วทำพินัยกรรม ยกมรดกให้กับดอกไม้ พร้อมทั้งรับเป็นลูกบุญธรรมอีกด้วย ดอกไม้ไม่รับ แต่แก้วให้ช้องนางไปช่วยพูดให้ดอกไม้มาอยู่เป็นเพื่อนแก้วที่บ้าน ละมุนมีข้อแม้ ว่าจะยอมให้ดอกไม้ไปอยู่ด้วย จนกว่าแก้วจะหาลูกที่แท้จริงพบ สุดท้ายดอกไม้กับดุ้ง จึงไปอยู่ที่บ้านแก้ว โดยมีคฑา และดรุณพิมพ์ คอยไปดูแลอยู่ไม่ห่าง
กรกนกไปถ่ายแบบให้แฟชั่นคอมเพล็กซ์ โดยมีอังกาบ ดรุณา มาดูการถ่ายแบบด้วย คฑาก็พาดอกไม้มาด้วยเช่นกัน เพราะดอกไม้เคยรับปากไว้กับช้องนางไว้ว่า จะช่วยงานให้ถึงที่สุด กรกนกทำทีแกล้งเป็นลม เพื่อได้ใกล้ชิดกับคฑา ซ้ำยังหาทางแกล้งดอกไม้ด้วย แต่คฑาไม่สนใจกรกนก อีกทั้งยังตามดอกไม้ไม่ห่าง ทั้งกรกนก อังกาบ ดรุณา ไม่พอใจที่ดอกไม้ได้ใจของคฑาไปครอง ข่าวเรื่องที่แก้วรับดอกไม้เป็นลูกบุญธรรม ถูกลงหนังสือพิมพ์จนทั่ว สุดท้ายแก้วตัดสินใจพาดอกไม้ ไปเปิดตัวที่งานการกุศลงานหนึ่ง วาริศ ซึ่งเป็นเจ้าของแกลลอรี่ ก็นำภาพวาดมาประมูลด้วย เขาได้เห็นดอกไม้ และรู้สึกประทับใจตั้งแต่แรกพบเลยทีเดียว
กรจีบยังไม่ละความพยายามที่จะเขี่ยให้ดอกไม้พ้นจากแก้วไปให้ได้ เธอให้บริษัทที่จัดงานไปจ้างละมุนมาจัดดอกไม้ ละมุนมางานโดยที่ไม่รู้ว่า ดอกไม้อยู่ที่นั่นด้วย ดอกไม้ดีใจที่ได้พบกับละมุน แต่กลับถูกสาวสังคมต่อว่าเรื่องที่มีชาติกำเนิดเป็นลูกสาวร้านขายดอกไม้ ดอกไม้ไม่สนใจคำครหา กลับตรงเข้าไปหาละมุน และพูดปกป้องศักดิ์ศรีของแม่ตนเอง วาริศยิ่งทึ่งในความดีในตัวดอกไม้ แก้วเสียใจที่ทำให้ดอกไม้ต้องพบกับเรื่องไม่ดี และสัญญาจะไม่พาเธอออกงานสังคมอีก
ดอกไม้มาส่งแม่ที่บ้าน ละมุนพูดเตือนสติ ด้วยความเป็นห่วง ว่าสังคมชั้นสูง จะทำให้ลูกสาวเธอเจ็บปวด โดยเฉพาะคฑา ซึ่งเป็นทายาทเศรษฐี กลัวดอกไม้จะต้องพบกับความเจ็บปวด เพราะด้วยความที่ต่างชนชั้น ทำให้ดอกไม้ได้คิด และเริ่มตีตัวออกห่าง ไม่เข้าใกล้คฑาอีก เพราะกลัวใจตนเองจะหวั่นไหว ทำให้คฑาเสียใจมาก อีกทั้งสืบสงวน ยังคงพูดใส่ไฟให้ช้องนางฟังว่าดอกไม้ลืมกำพืดตนเอง ตีตัวออกห่างคฑา แล้วไปคบหากับวาริศ ทำให้ช้องนาง เข้าใจในตัวดอกไม้ผิดไป
คฑาพาดอกไม้มาทำบุญที่วัด และได้พบกับเสงี่ยม ดอกไม้จำได้ว่าเสงี่ยมเคยช่วยชีวิตเธอไว้ ตอนที่บ้านถูกไฟไหม้ เสงี่ยมบอกว่า ในอดีตตนเองเป็นคนสวนบ้านของแก้ว อยากจะพบ และพูดคุยเรื่องสำคัญกับแก้วสักครั้ง เมื่อกรจีบรู้เรื่อง จึงให้คนไปดักทำร้ายเสงี่ยม แต่สืบสงวน และพนัสรู้เข้าเสียก่อน เลยมาชิงตัวเสงี่ยมไป แล้วทำทีว่าเป็นคนดี โดยที่เสงี่ยมไม่รู้เท่าทัน พนัสกับสืบสงวน หวังจะให้เสงี่ยมบอกความลับเรื่องลูกของแก้วออกมาให้ได้ ดอกไม้ตกลงรับปากไปเป็นนางแบบให้กับวาริศ ยิ่งสร้างความหึงหวงให้กับคฑา วาริศยอมรับกับคฑาว่าชอบดอกไม้ด้วยใจจริง ยิ่งทำให้คฑาเครียดหนัก อังกาบไปตามให้ดรุณพิมพ์กลับมาอยู่ที่บ้าน พร้อมทั้งไปอาละวาดกับถมเงิน ถมเงินปฏิเสธว่าดรุณพิมพ์ไม่ได้อยู่กับตน สุดท้ายอังกาบจึงรู้ว่าลูกสาวไปอยู่กับละมุนนั่นเอง
แก้วขอร่วมหุ้น ลงทุนเรื่องคอมเพล็กซ์กับช้องนาง โดยคฑานั้นเป็นผู้ดูแลกิจการแทนช้องนาง ส่วนแก้วให้ดอกไม้ เป็นผู้ดูแลเรื่องงานตกแต่งภายในทั้งหมด อังกาบไม่พอใจที่ดอกไม้ เข้ามามีสิทธิ์เสมอตน กรจีบกับสืบสงวนเองก็นิ่งเฉยไม่ได้ สืบสงวนหลอกให้ดอกไม้ใช้ผู้รับเหมาที่เธอรู้กันมารับทำช่วงต่อจากดอกไม้ หวังจะกลั่นแกล้งดอกไม้จนถึงที่สุด
ในงานเปิดตัวคอมเพล็กซ์ กรกนก ได้เป็นนางแบบหลัก เดินแบบพร้อมเครื่องเพชรราคาแพง สืบสงวนได้ทีใส่ร้ายดอกไม้ จึงวางแผนอย่างแยบยลให้พนัสปลอมตัวเป็นพนักงาน แล้วสลับเครื่องเพชรตัวจริงเอาไปเสียเอง ส่วนดอกไม้กลับรับเคราะห์ ตกเป็นผู้ต้องสงสัย พนัสขโมยเพชรตัวจริงไป สารวัตรดนัยนพเข้ามาสืบเรื่องราวด้วยตนเอง ดรุณาได้ทีจะหาเรื่องดอกไม้ จึงขอให้ดนัยนพจับคนร้ายให้ได้ ซึ่งดนัยนพเองนั้นรับปาก แต่ก็เชื่อมั่นว่าดอกไม้ไม่ใช่คนร้าย คฑาเป็นห่วงดอกไม้มากที่ถูกใส่ร้าย แต่เขาก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะตอนนี้ดอกไม้ตีตัวออกห่างเขาเหลือเกิน ช้องนางเองก็เสียใจที่ดอกไม้ทอดทิ้งคฑา จึงบอกให้สืบสงวนยกเลิกการสั่งดอกไม้จากร้านละมุน ทำให้ดอกไม้ และละมุนเสียใจมาก
ดรุณาตัดต่อคลิปเสียงว่าดอกไม้รักทั้งคฑา และวาริศในเวลาเดียวกัน ทำให้คฑาเสียใจมาก แต่ดรุณพิมพ์พบความจริงเข้าเสียก่อน จึงบอกกับดอกไม้ว่าจะบอกความจริงกับคฑาให้ได้ ดรุณพิมพ์ต่อว่าดรุณาที่ใช้วิธีสกปรก เพื่อที่จะได้หัวใจของคฑามา ซ้ำเธอยังรู้อีกว่าแม่ให้คนไปสืบประวัติของถมเงิน ยิ่งทำให้ดรุณพิมพ์เสียใจที่ทั้งแม่และพี่สาวไม่เข้าใจในตัวเธอ คฑารู้ความจริงในที่สุด มาหาดอกไม้เพื่อปรับความเข้าใจกัน
ดอกไม้ถูกใส่ร้ายเรื่องที่ไม่โปร่งใสด้านการบริหารงาน สุดท้ายเรื่องราวใหญ่โต สืบสงวนรีบฆ่าปิดปากคนที่เกี่ยวข้อง จนดอกไม้กลายเป็นผู้ต้องสงสัยไปอีก ละมุนห่วงลูกสาวมาก กรจีบหาทางขับไล่ดอกไม้ให้ออกจากบ้านแก้วได้ในที่สุด ดอกไม้จึงกลับมาอยู่กับแม่ กรจีบยังไม่หยุดแค่นั้น ส่งคนร้ายไปทำร้ายแก้วปางตาย คฑารีบไปเยี่ยมแก้วในวันรุ่งขึ้น แต่พนัสกับกรจีบไม่ให้เยี่ยม ดอกไม้เสียใจ ซบหน้าร้องไห้กับคฑา แก้วต้องผ่าตัดด่วน และต้องการเลือด แต่กรจีบไม่ยอมบริจาคให้ ดอกไม้อาสาบริจาคเลือดให้ โชคดีที่เป็นกรุ๊ปเดียวกัน หมอประมุขจึงขอให้ดอกไม้พาละมุนมาบริจาคเลือดอีกคนเผื่อไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉินกับแก้ว แต่กลายเป็นว่าดอกไม้กับละมุน มีกรุ๊ปเลือดคนละกรุ๊ปกัน หมอประมุขเริ่มสงสัยอะไรบางอย่าง
อังกาบรู้ความจริงเรื่องที่ถมเงินมีฐานะ และเป็นเศรษฐีคนหนึ่งเลยทีเดียว จึงไม่ขัดขวางความรักระหว่างดรุณพิมพ์และถมเงินอีกต่อไป ซ้ำยังจะบังคับให้ดรุณพิมพ์หมั้นกับถมเงินอีกด้วย แต่ดรุณพิมพ์ไม่ยอม เพราะเป็นการบังคับถมเงินเกินไป แก้วกลายเป็นอัมพาต สมใจกรจีบ ซ้ำกรจีบยังไล่ถนอมศรีพยาบาลประจำตัวออกไปอีกด้วย ถึงแม้คฑาจะหาทางไปเยี่ยมแก้ว แต่กรจีบก็กีดกันทุกทาง กรกนกเห็นความร้ายกาจของแม่มากขึ้นทุกวัน เริ่มสงสารและเห็นใจแก้ว กรกนกเริ่มกลับใจ พยายามหาทางให้ดอกไม้กับวาริศ มานำตัวแก้วไป แต่ถูกแม่จับได้เสียก่อน
เสงี่ยมเห็นข่าวการป่วยของแก้ว เป็นห่วง เพราะทุกอย่างเกิดจากความผิดของตนเอง ยิ่งได้ฟังเรื่องที่สืบสงวนกับพนัสคุยกัน เรื่องที่จะกำจัดแก้วกับดอกไม้ เสงี่ยมจึงตัดสินใจหนีไปจากห้องที่พนัสขังตัวเองได้ในที่สุด แล้วรีบไปหาดอกไม้ที่บ้านละมุน พบคฑาอยู่ด้วยกัน เสงี่ยมเล่าความจริงเมื่อยี่สิบปีที่แล้วให้ทุกคนฟัง เสงี่ยมบอกถึงเหตุการณ์วันที่แก้วคลอดลูกออกมาเป็นผู้หญิง แล้วกรจีบให้ชมัย นำเด็กไปกำจัดทิ้งเพราะเป็นลูกไม่มีพ่อ กลัวครอบครัวจะอับอาย ชมัยจึงนำเด็กมาให้ตน เสงี่ยมไม่อยากฆ่าเด็ก จึงนำมาวางไว้ที่หน้าบ้านละมุน ละมุนกับจ่าผุยมาเจอเข้า ละมุนจึงเก็บเด็กมาเลี้ยง ซึ่งเด็กคนนั้นก็คือดอกไม้นั่นเอง ละมุนน้ำตาไหลพราก เมื่อความจริงเปิดเผยกลัวดอกไม้จะไม่รักตนแล้ว แต่ดอกไม้กลับก้มลงกราบแทบเท้าที่ละมุนเลี้ยงดูเธอจนเติบใหญ่ เสงี่ยมกราบขอโทษละมุน และดอกไม้ที่เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้น คฑาก็พลอยร้องไห้ไปกับดอกไม้ด้วย ไม่เว้นแม้แต่ดุ้งที่นั่งฟังอยู่ก็ร้องไห้ไปด้วย
ทั้งดรุณพิมพ์ ถมเงิน วาริศ ดนัยนพ ต่างได้รับรู้เรื่องราวทั้งหมด คฑาแนะนำให้ดอกไม้ไปตรวจดีเอ็นเอ ที่สำคัญ ต้องช่วยแก้ว แม่แท้ ๆ ของดอกไม้ มาจากกรจีบให้ได้เสียก่อน คฑา วาริศ ดอกไม้ ได้รับความช่วยเหลือจากกรกนก พาแก้วออกมาได้ในที่สุด แก้วดีใจมากที่รู้ความจริงเรื่องที่ดอกไม้เป็นลูกที่แท้จริงของเธอ แก้วพูดขอบใจที่ละมุนเลี้ยงดูแก้วมาเป็นอย่างดี ช้องนางเอง ก็พลอยดีใจไปกับดอกไม้ด้วยที่ได้พบแม่ที่แท้จริงเสียที
ผลตรวจดีเอ็นเอออกมา ปรากฏว่าดอกไม้กับแก้ว เป็นแม่ลูกกันจริง ๆ กรจีบรับไม่ได้ที่ดอกไม้จะมาแย่งทุกอย่างไป เธอกลายเป็นคนที่ไม่ได้อะไรเลย พนัสเห็นว่ากรจีบหมดตัว จึงตีตัวออกห่าง หนีไปอยู่กับสืบสงวน กรจีบคุ้มคลั่ง สะกดรอยตามมา จึงรู้ว่าทั้งคู่ลักลอบคบหากัน ความแค้นจึงทำให้กรจีบนำปืนไปยิงสืบสงวน แต่พนัสกลับรับเคราะห์แทน แล้วรีบให้สืบสงวนหนีไป เมื่อไปถึงโรงพยาบาล พนัสก็เสียชีวิต กรจีบจึงถูกตำรวจจับ ไปชดใช้กรรมในคุก กรกนกเสียใจมาก ทั้งแก้ว และดอกไม้ ต่างปลอบโยน ว่ายังมีคนที่รักและหวังดีต่อกรกนกอยู่
แก้ว ดอกไม้ คฑา ช้องนาง ดรุณพิมพ์ ถมเงิน ทุกคนต่างเป็นธุระจัดงานศพให้พนัส สืบสงวนแอบมายืนร้องไห้อยู่ในงานสวดศพ กรกนกเห็นสืบสงวน จึงตามไปคุยเรื่องที่พนัสกับสืบสงวนแอบคบหากัน จนเกิดเรื่องราวร้าย ๆ ขึ้น ช้องนางเดินเข้าไปได้ยินพอดี จึงรู้ว่า สืบสงวนเป็นชู้กับพนัส ช้องนางเสียใจมาก ซ้ำร้าย เธอยังพบเพชรที่หายไปอยู่ในกระเป๋าของสืบสงวน ช้องนางจึงมั่นใจว่าลูกสาวตนเองมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องราวเลวร้ายทั้งหลายด้วย เมื่อช้องนางรู้ความลับทุกอย่าง สืบสงวนจึงต้องจำใจปิดปากช้องนาง เธอแกล้งผลักให้แม่ตกบันได แต่โชคดีคฑากับดอกไม้มาช่วยไว้ทัน นำส่งโรงพยาบาล สืบสงวนจึงถูกตำรวจจับในที่สุด
อังกาบกับดรุณพิมพ์ ปรับความเข้าใจกันได้ ถมเงินพาดรุณพิมพ์กลับไปส่งที่บ้าน และมีงานหมั้นหมายระหว่างดรุณพิมพ์กับถมเงินในเวลาต่อมา ดรุณาอดน้อยใจไม่ได้ ที่น้องสาวมีคนรักไปแล้ว แต่ก็ไม่นาน สารวัตรดนัยนพ ก็มาสานสัมพันธ์ ปลูกต้นรัก และคบหากับดรุณาอีกด้วย คฑายังคงน้อยใจที่วาริศ ยังเฝ้าตามติดดอกไม้ไม่ห่าง ช้องนางก็นึกสงสารคฑา จึงอยากให้ลูกชายแต่งงาน ความน้อยใจ คฑาจึงพูดไปว่าจะแต่งงานกับกรกนก ดอกไม้เองก็เสียใจ ละมุนไม่อาจทนเห็นดอกไม้ไม่มีความสุข จึงไปสารภาพกับช้องนาง ว่าตนเป็นคนขอร้องให้ดอกไม้ ตีตัวออกห่างคฑา เพราะกลัวว่าดอกไม้จะต้องเสียใจ ไม่นึกว่าจะทำให้คฑาและดอกไม้ต้องเจ็บปวด
ช้องนางจึงเข้าใจทุกอย่าง วาริศเองก็ยอมรับกับดอกไม้ว่า รักเธอจริง ๆ แต่เขาก็ยอมรับว่าดอกไม้นั้นมีคฑาอยู่เต็มหัวใจ เช่นเดียวกับกรกนก ที่รู้ชัดว่าคฑาเองก็รักดอกไม้เช่นเดียวกัน สุดท้ายทุกคน ทั้งช้องนาง วาริศ กรกนก คฑา แก้ว ละมุน จึงทำทีจัดงานแต่งงานระหว่างคฑา และกรกนกขึ้น แล้วเชิญดอกไม้เข้ามาในงาน กรกนกเอ่ยปากขอโทษทุกอย่างที่ผ่านมา และจะยินดีมาก หากคนที่เธอรักมีความสุข นั่นก็คือดอกไม้ คฑาขอดอกไม้แต่งงานท่ามกลางสักขีพยานมากมาย ดอกไม้กับคฑาจึงได้แต่งงานกันอย่างมีความสุข หมดเรื่องราวร้าย ๆ เสียที ติดตามชมละคร บุบุษบาหน้าตลาด ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.30-19.45 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละคร บุษบาหน้าตลาด เริ่มตอนแรกวันจันทร์ที่ 27 มิถุนายน 2559