SAMSEARN COMPANY LIMITED
ไม่มีคำอธิบาย
พบทั้งหมด 83 เรื่อง

Kaew Na Mah
ไม่ใช่แค่เรื่องหญิงรูปร่างประหลาดที่ได้เป็นมเหสีเจ้าชาย หากเป็นเรื่องของความกล้า ศักดิ์ศรี ความเมตตา และความรักที่พิสูจน์ว่า ความงามแท้จริงเริ่มจากหัวใจ ก่อนจะสะท้อนออกมาบนใบหน้าและสายตาของผู้ที่มองเห็นคุณค่าอย่างแท้จริง
ณ เมืองมิถิลา พระปิ่นทอง (สุรศักดิ์ สุวรรณวงษ์) โอรสรูปงามของ ท้าวปิ่นภูวดล (มาฬิศร์ เชยโสภณ) กับ พระนางนันทา (กุสุมา ตันสกุล) ผู้โปรดปรานการเล่นว่าว ได้ทำว่าวจุฬาตัวโปรดหลุดลอยไปตกในเมืองทานตะวัน พระองค์ทรงพระสุบินเห็นหญิงสาวแสนสวยเก็บว่าวไว้ จึงออกตามหาด้วยความหวังว่าจะได้พบนางในฝันและรับเป็นชายา
แต่เมื่อไปถึงกลับพบเพียง แก้ว (กุ๊กกิ๊ก กชกร) หญิงชาวบ้านที่มีใบหน้าคล้ายม้า และกิริยากระโดกกระเดก เป็นผู้เก็บว่าวได้ พระปิ่นทองจำใจรับปากจะรับนางเข้าวังตามสัตย์ปฏิญาณ แต่ด้วยความรังเกียจรูปลักษณ์ จึงพยายามบ่ายเบี่ยงและหนีกลับเมือง
การพิสูจน์ศักดิ์ศรีและภารกิจที่เป็นไปไม่ได้ แก้วเฝ้ารอสัญญาจนกลายเป็นที่ขบขันของชาวบ้าน จึงตัดสินใจเดินทางไปทวงสัญญาถึงในวัง ท้าวปิ่นภูวดลรังเกียจว่าที่ลูกสะใภ้ จึงกลั่นแกล้งด้วยการส่งเสลี่ยงมารับ แต่ตั้งเงื่อนไขห้ามวางเสลี่ยงลงพื้น หากแก้วขึ้นไม่ได้ถือเป็นโมฆะ แก้วแก้เกมด้วยการใช้ไม้ไผ่พาดปีนขึ้นเสลี่ยงอย่างทุลักทุเลแต่เต็มไปด้วยศักดิ์ศรี จนสามารถเข้าวังได้สำเร็จ
ทว่าความวุ่นวายยังไม่จบ พระปิ่นทอง กับบิดา ยังหาทางกำจัดแก้ว โดยออกอุบายให้แก้วไปนำ เขาพระสุเมรุ มาถวายภายใน 7 วัน มิเช่นนั้นจะถูกประหาร
ปาฏิหาริย์และรักแท้ที่ถูกมองข้าม ด้วยความกตัญญูและจิตใจที่มุ่งมั่น พระฤๅษีจึงเมตตาช่วยเหลือ มอบเรือเหาะกับอีโต้เพชรให้ พร้อมทั้งถอดรูปหน้าม้าให้เห็นความงามที่ซ่อนอยู่ภายใน แต่แก้วขอสวมหน้าม้าดังเดิมเพื่อพิสูจน์รักแท้
แก้วเหาะไปตัดเขาพระสุเมรุกลับมาได้ทันเวลา พระนางนันทาเริ่มเห็นความดีและความสามารถด้านยาสมุนไพรของแก้ว จึงเมตตารับไว้ดูแล แต่พระปิ่นทองยังคงหาทางหนีห่าง โดยออกเดินทางไปต่างเมือง และได้ธิดายักษ์ สร้อยสุวรรณ (กุลปริยา ศรนิล) กับ จันทร์สุดา (นงนภัส พวงประพันธ์) มาเป็นชายา
ศึกชิงรักและการเสียสละยังไม่จบ พระปิ่นทองเดินทางต่อไปยังเมืองโรมวิถี และหลงรัก พระธิดาทัศมาลี (ชนารดี อุ่นทะศรี) จนลืมสัญญาทุกอย่าง แก้วซึ่งติดตามมาด้วยความเป็นห่วงแปลงกายเป็นชายหนุ่มรูปงามนามว่า วัชรา (ภูธนิน สินสมใจ) เข้าช่วยเหลือพระปิ่นทองจากอันตรายหลายครั้ง ทั้งสู้กับยักษ์ และแก้ไขมนตร์ดำที่ทัศมาลีทำใส่พระปิ่นทองจนหลงใหล แม้จะถูกเข้าใจผิดและถูกกระทำย่ำยีน้ำใจ แก้วในร่างวัชราก็ยังปกป้องสามี และแสดงความเมตตาต่อศัตรูหัวใจ จนทัศมาลียอมจำนนต่อความดี
งานนี้รักแท้จะผ่านบทพิสูจน์ได้หรือไม่ ติดตามชมกันต่อได้ในละคร แก้วหน้าม้า ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 08.00 น. เริ่มตอนแรกวันเสาร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 ทางช่อง 7HD กด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TV ติดตามข่าวคราวความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ได้ทางช่องทางออนไลน์ Ch7HD (Facebook, IG, TikTok, X, YouTube) และ Ch7HD Drama Society (Facebook, IG, TikTok) และ www.ch7.com

Det-asun Khankaeo Nopphakao
เป็นเรื่องราว ณ นครไตรตรึง อาณาจักรอันยิ่งใหญ่ในตำนาน พระโอรสพระธิดาฝาแฝดได้ถือกำเนิดขึ้นท่ามกลางลางบอกเหตุ และคำทำนายจากโหรทิพจักร คือ ผู้หนึ่งถือขันวิเศษ นามว่า ขันแก้ว อีกผู้หนึ่งถือแหวนเก้าอัญมณี นามว่า นพเก้า โดยทั้งคู่ถูกพรากจากกันตั้งแต่แรกเกิด ขันแก้ว (ภูธนิน สินสมใจ) เติบโตขึ้นในป่าโดยได้รับการเลี้ยงดูจากพญาลิงแสนรู้ จนวันหนึ่งได้พบขันวิเศษซึ่งปลุกอสูรนามว่า วาริน (มิตร มิตรชัย) ให้ปรากฏขึ้น วารินขี้บ่น ขี้โม้ แต่มากความสามารถ และกลายเป็นคู่หูของขันแก้ว นพเก้า (ปภาดา ประกอบเสียง) ในอีกด้านหนึ่ง ถูกเลี้ยงดูอย่างลึกลับพร้อมกับแหวนวิเศษอัญมณีเก้าเม็ด ซึ่งแต่ละเม็ดมีพลังพิเศษซ่อนอยู่ เมื่อนางเริ่มเติบโต อัญมณีเหล่านั้นก็เริ่มปลุกพลัง และตัวตนของนางที่เปลี่ยนร่างเป็นบุคคลหลากหลาย อาทิ เพชรรัตน์ (ปัญชญา สุวรรณกูฎ), มณีแดง (ภัทราภรณ์ เมาลี), มรกต (รัชโลธร ชูตระกูล), บุษราคัม (กฤชสร เปรมปรีดิ์), มุกดา (ประถมาภรณ์ รัตนภักดี), โกเมน (เรด วรนิษฐา), นิลกาล (กุลปรียา ศรนิล), ไพฑูรย์ (ปริญากร ปรุงจิตต์) และ เพทาย (ชรินพร เงินเจริญ) เมื่ออัญมณีทั้งเก้าถูกล่าจากศัตรูร้ายคือ สุริยะ (ปรเมษฐ์ ศิลปประภา) เทพตกสวรรค์ผู้อาฆาตแค้น และ โยคีดำ (ปอนด์ โอภาภูมิ) ผู้ใช้เวทมนตร์มืด ทั้งสองต้องการรวบรวมอัญมณี เพื่อครอบครองขันวิเศษ และกลายเป็นเทพอมตะ การเดินทางแห่งมิตรภาพ ความรัก และการเสียสละ ขันแก้วเดินทางร่วมกับเพื่อนคู่ใจอย่าง ตุ๊กกะตุ่น (ปิ่นปินัทธ์ นิธิศกุลไพศาล) และทหารทั้งสี่ ออกตามหาอัญมณี และค่อย ๆ พบกับร่างต่าง ๆ ของนพเก้า รวมถึง ศรีวิชัย (คมกริช เอกรัตน์) องครักษ์หนุ่ม ผู้เป็นทั้งเพื่อน และผู้ปกป้องนางมาตลอด แต่ละอัญมณี ถูกปลุกจากภารกิจแห่งชีวิต ความตาย การต่อสู้ และการให้อภัย บางร่างเสียชีวิต บางร่างพลีชีพ เพื่อให้อัญมณีส่งต่อถึงดวงสุดท้าย เพทาย ในเวลาเดียวกัน ขันแก้วต้องตอบคำถามลึกลับจากอสูรกลางหนองน้ำเพื่อรับขันวิเศษ ขณะเดียวกันศัตรูอย่างโยคีดำและสุริยะก็ใช้เล่ห์เหลี่ยมพรากอัญมณีไปทีละดวง กองทัพปีศาจโครงกระดูกบุกทำลายแคว้นต่าง ๆ ทุกฝ่ายต้องรวมพลังหยุดยั้งความมืดมิดนี้ให้ทันเวลา ตำนานที่ยังหายใจ นครไตรตรึง นครไพบูลย์ และแว่นแคว้นทั้งปวงกลับสู่ความสงบ ขันแก้วนพเก้ากลายเป็นสัญลักษณ์แห่งธรรมะ ความกล้าหาญ และความรัก ตำนานของพวกเขาจบลงอย่างงดงาม และจะถูกเล่าขานไปตลอดกาล ติดตามชมความสนุกของละคร เดชอสูรขันแก้วนพเก้า ได้ทุกวันเสาร์ - อาทิตย์ เวลา 08.00 น. ทางช่อง 7HD กด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TV ติดตามข่าวคราวความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ได้ทางช่องทางออนไลน์ Ch7HD (Facebook, IG, TikTok, X, YouTube) และ Ch7HD Drama Society (Facebook, IG, TikTok) และ www.ch7.com ละคร เดชอสูรขันแก้วนพเก้า เริ่มตอนแรกวันเสาร์ที่ 30 สิงหาคม 2568

Mae Pla Bu

Kula Saen Suay
พระราชธิดาของกษัตริย์นครโรมวิสัยประสูติได้มีเรือนไม้เล็กๆ ติดมือออกมาด้วย เมื่อพระธิดาเจริญวัยขึ้น เรือนไม้นี้ก็โตขึ้นตาม ดังนั้น พระบิดาจึงตั้งชื่อพระธิดาว่า โสนน้อยเรือนงาม เมื่อโสนน้อยเรือนงามโตขึ้น โหรทูลว่านางกำลังมีเคราะห์ ควรให้ออกไปจากเมือง พระบิดาและพระมารดาจึงจำใจต้องให้โสนน้อยเรือนงามออกจากเมืองไปโดยลำพัง ด้านพระอินทร์มีความสงสารนาง จึงแปลงร่างเป็นชีปะขาวมามอบยาวิเศษสำหรับรักษาคนตายให้ฟื้นได้ เมื่อโสนน้อยเรือนงามพบนางกุลาถูกงูกัดตายในป่า นางจึงนำยาของชีปะขาวมารักษานางกุลา ดังนั้นนางกุลาจึงขอเป็นทาสติดตามโสนน้อยเรือนงามไปด้วย

Dab Jed See
โอม (ฉัตรมงคล บำเพ็ญ), สุ (อัมพล สวนสุข), จิ (ศราวัฒน์ อมศิริ), ปุ (วิเชษฐ์ นิลกลาง), ลิ (ณรงค์ ปานชัน), พ้วง (อิศรา กิจรักษา), เพี้ยง (มิน จอ ริน) ฤาษีทั้งเจ็ดแห่งเทือกเขาสายรุ้ง ช่วยกันสร้างดาบเจ็ดสี อาวุธวิเศษที่ทรงมหิทธานุภาพ ใครได้ครอบครองจะได้ครองทั้งสามโลก มีเพียง มณีเจ็ดแสง ที่ต่อกรกับดาบเจ็ดสีได้ ผู้คนมากมายเที่ยวตามหาดาบเจ็ดสี แต่หารู้ไม่ว่าผู้ที่จะได้ครอบครองต้องมี 7 สิ่งอยู่ในตัว คือ กตัญญูรู้คุณ เกื้อหนุนเมตตา กรุณาผู้น้อย คอยช่วยเพื่อนมนุษย์ ใจสุดมั่นคง ซื่อตรงความดี พลีชีพปราบมาร โอรสเพชรฤทธิ์ (รชฏ สกุลสิงห์ดุสิต) แห่งจันทรนคร ต้องหนีตายจาก ท้าวพันตา (สุรศักดิ์ สุวรรณวงษ์) ผู้ที่หวังครอบครองดาบเจ็ดสี ท้าวพันตาต้องการตำราวิเศษ ของคู่บ้านคู่เมืองจันทรนคร ที่จะบอกได้ว่าดาบเจ็ดสีอยู่ที่ไหน เพชรฤทธิ์ กับ แก้ว (ศิฐฑา ตาบโกไสย) มหาดเล็กคนสนิท จึงออกตามหา ไกรเดช (รชฏ สกุลสิงห์ดุสิต) พระเชษฐา ที่ไปตามหาดาบเจ็ดสี เพื่อกลับมาช่วยเสด็จพ่อจันทราทิตย์ (ศุภราช เกษศิริ) และเสด็จแม่นันทาวดี (ชนารดี อุ่นทะศรี) ที่ถูกท้าวพันตาจับตัวไป ขณะเดินทาง เพชรฤทธิ์ได้พบฤาษีทั้ง 7 ตน สอนวิชาให้ แถมยังเสกไม้เท้าวิเศษที่จะกลายเป็นม้าบินได้ให้ แล้วก็ให้ลูกแก้วที่อมแล้วยืดหยุ่นตัวได้ให้เจ้าแก้ว เมื่อเพชรฤทธิ์กับแก้วเดินทาง ก็มีนกแก้วตัวหนึ่งบินมาขอความช่วยเหลือ ให้เพชรฤทธิ์ไปที่เมืองเนมิน ที่ทั้งเมืองมีแต่ผู้หญิง เพชรฤทธิ์จึงช่วยพระธิดา วนาลี (ภัทราภรณ์ เมาลี) จากการอภิเษกกับ ภูตจักรกลด (รัฐศิลป์ นลินธนาพัฒน์) บริวารของท้าวพันตา ต่อมาเพชรฤทธิ์ได้พบกับหนุ่มน้อยสุวรรณ โดยไม่รู้ว่า สุวรรณมาลัย (สัตตบงกช อารีรักษ์) คือธิดาของ ครุฑธาเทพ (โอภาภูมิ ชิตาพัณณ์) ที่ครองเมืองมนุษย์ครุฑธา เพชรฤทธิ์ฝันถึงนางในฝันซึ่งมีหน้าตาเหมือนหนุ่มน้อยสุวรรณ เพชรฤทธิ์ตามหานางในฝัน จนหลงเข้าไปในเมืองมนุษย์ครุฑธา และถูกสาปเป็นกระต่าย สุวรรณมาลัยจึงช่วยถอนคำสาปให้เพชรฤทธิ์ และหาทางเอาไม้เท้าที่ครุฑธาเทพยึดไปมาคืนให้ ทางด้าน สิงห์ (ภูธนิน สินสมใจ) ชายหนุ่มที่อาศัยอยู่กับตาและยาย ได้เดินทางเข้าป่าเพื่อหายาวิเศษมารักษาตาของยายที่บอด การเดินทางครั้งนี้นอกจากพบยาวิเศษแล้ว สิงห์ยังได้พบเพื่อนรู้ใจ ดำทมิฬ หมาพูดได้ และแหวนวงหนึ่ง ซึ่งเมื่อถูหัวแหวน กุมารี (ด.ญ.อณิกา ทอมลินสัน) ผู้มีฤทธิ์เดชในแหวน จะทำหน้าที่คอยรับใช้ผู้เป็นเจ้าของแหวน สิงห์ใช้ยาวิเศษรักษาดวงตาของยาย จนผู้คนร่ำลือไปถึงกษัตริย์แห่งอุตรนคร นครนี้มีธิดาชื่อ อัมราวดี (อิสซาเบล โคปิเต่) ที่มีนิสัยโหดร้าย เพราะได้รับการเลี้ยงดูจาก แม่เฒ่าเมาฬี (สิริยา นฤนาท) ซึ่งเป็นปีศาจแมว สมุนของท้าวพันตา ใบหน้าอัมราวดีครึ่งหนึ่งน่ากลัวเหมือนปีศาจ อีกครึ่งงามดังเทพธิดา มเหสีอำภา (ชนุชตรา สุขสันต์) แม่ของอัมราวดี ให้คนไปพาตัวสิงห์มารักษาอัมราวดี อุตระราชา (พบศิลป์ โตสกุล) ให้ข้อเสนอสิงห์ว่า หากรักษาธิดาของเขาหายจะให้สิงห์อภิเษกกับนาง แต่หากรักษาไม่หายจะต้องถูกประหาร เมื่อสิงห์ได้พบอัมราวดีก็เกิดหลงรัก สิงห์ใช้กุมารีรักษาใบหน้าของอัมราวดีจนเป็นปกติ เมาฬีสงสัยว่าสิงห์ต้องมีของวิเศษ ทำให้คำสาปที่เคยสาปอัมราวดีตั้งแต่อยู่ในครรภ์หายได้ จึงวางแผนให้อัมราวดีหลอกล่อ แกล้งทำเป็นรักสิงห์ สิงห์หลงกล มอบแหวนให้อัมราวดี และถูก กาฬราช (พศิณ กรรณสูต) ผีดูดเลือดที่หลงรักอัมราวดี ทำให้สิงห์กลายเป็นผีดิบ แต่สิงห์ก็สามารถหนีรอดไปจากเมืองได้ เพราะได้เพชรฤทธิ์กับแก้วช่วยเอาไว้ บนยอดปราสาทเมืองท้าวพันตา ลีลาวดี (รมิตา รัตนภักดี) ธิดาของท้าวพันตา มีหน้าที่ปรุงยารักษาสมุนปีศาจของท้าวพันตาที่ได้รับบาดเจ็บ ลีลาวดีรัก อัคนี (ภากร รอดขำปิยเศรษฐ์) องค์ชายที่ท้าวพันตาหมายมั่นจะให้แต่งงานด้วย แต่ดูเหมือนอัคนีจะรักลีลาวดีเพียงแค่น้องสาว เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป ติดตามชมกันต่อได้ในละคร ดาบเจ็ดสี ที่ออกอากาศทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 08.00 น. ทางช่อง 7HD ละคร ดาบเจ็ดสี เริ่มตอนแรกวันอาทิตย์ที่ 15 ตุลาคม 2566 (ที่มา : ช่อง 7)

Gomin Phu Kla
ณ เมืองกุสินคร มีพระราชานามว่า "โกสุทัม" และพระมเหสีนามว่า "ฉวีวรรณ" ทั้งสองพระองค์มีพระโอรสถึงสามพระองค์ คนโตนามว่า "โกเมศ" คนรองคือ "โกมล" และน้องเล็กสุดท้องที่ทรงฤทธานุภาพเพราะตอนแรกเกิด ได้มีของวิเศษติดตัวมาด้วยอันได้แก่ผ้าเมาลีสีแดง และกำไลหยกที่สามารถใช้เป็นอาวุธได้นามว่า "โกมินทร์" โกมินทร์แม้นว่ายังเป็นเด็กอายุเพียง 12 ปี แต่ความสามารถไม่เป็นรองใคร ความที่เก่งกล้าเฉพาะตัวและยังมีอาวุธวิเศษ ทำให้โกมินทร์ไม่เกรงกลัวผู้ใด ทำให้เป็นที่ริษยาของอำมาตย์นามว่า อภิมัน ส่วนโกเมศและโกมล พระราชาโกสุทัมได้ส่งไปศึกษาวิชากับพระดาบสเพื่อจะได้มีความเก่งกล้าสามารถทัดเทียมกับน้องชาย แต่โกมินทร์กลับคิดไปว่าพ่อไม่รักจึงไม่ส่งตนไปเรียนเหมือนกับพี่ทั้งสอง วันหนึ่งโกมินทร์กับเพื่อนนามว่า มัสกา ซึ่งก็เป็นลูกชายของอำมาตย์อภิมันนั่นเอง ได้ไปเที่ยวแถวชายทะเล แล้วไปพบกับอัคคี บุตรชายของกะโตหน พญานาคราชแห่งเมืองใต้บาดาล เกิดการเขม่นกันขึ้น จนถึงขั้นต่อสู้กัน อัคนีพ่ายแพ้ถูกโกมินทร์ฆ่าตาย แล้วตัดขนดหางไป เมื่อกะโตหนรู้ว่าบุตรชายถูกฆ่าตาย ก็พาทหารเอกคือนัคคา บุกมาถึงเมืองกุสินคร ขู่บังคับให้โกสุทัมส่งโกมินทร์มาให้ตนลงโทษ โกสุทัมเกรงกลัวอำนาจกะโตหน จึงคิดจะส่งโกมินทร์ให้ แต่โกมินทร์ไม่ยอม ทำแสร้งเป็นหนีไป กะโตหนออกไล่ล่าโกมินทร์ แล้วเกิดการสู้รบกันบนเขาไกรลาศ กะโตหนพ่ายแพ้แก่โกมินทร์ จนร่างกายต้องกลายเป็นงูเขียวธรรมดาไป โกมินทร์พางูเขียวกะโตหนมาเฝ้าโกสุทัม แล้วให้กะโตหนสาบานว่า จะไม่คิดมารุกรานเมืองกุสินครอีก จากนั้นโกมินทร์จึงปล่อยตัวกะโตหนกลับไป โกสุทัมดีใจที่ลูกชายสามารถปราบพญานาคราช ทุกคนปลื้มกับโกมินทร์ ยกเว้นอภิมันที่เจ็บแค้นโกมินทร์ เพราะคิดว่าโกมินทร์คือต้นเหตุที่ทำให้มัสกาบุตรชายถูกนัคคาฆ่าตาย ในระหว่างที่ โกมินทร์แสร้งทำเป็นหนีกะโตหนไปเขาไกรลาศ จึงเก็บความแค้นเอาไว้ตลอดมา (Source: inter.bugaboo.tv) ดู โกมินทร์ผู้กล้า (2566) ชื่อไทย : โกมินทร์ผู้กล้า ชื่ออังกฤษ : Gomin ละครช่อง : ช่อง 7 ผลิตโดย : บทประพันธ์ : บุราณบทโทรทัศน์ : คลองมอญ กำกับการแสดง : คูณฉกาจ วรสิทธิ์ แสดงนำ : ภูธนิน สินสมใจ, ชัญญ จรัสวสุท, ปิ่นปินัทธ์ นิธิศกุลไพศาล ออกอากาศ : 11 มีนาคม 2566 - 14 ตุลาคม 2566 วันออกอากาศ : เสาร์ - อาทิตย์ เวลาออกอากาศ : 08.00 - 09.00 น. จำนวนตอน : 61 ความยาวตอน : 43 นาที เรทละคร : -

Look Poo Chai Chue Krai Thong

Jaoying Phikun Thong

Pra Suthon Manora

Nang Sib Song (The Twelve Sisters)
นานมาแล้วมีเศรษฐีคนหนึ่งชื่อ นนท์ และภรรยาของเขาชื่อ พราหมณี ทั้งสองมีลูกสาวถึง 12 คน ด้วยความที่ลูกเยอะฐานะทางบ้านจึงค่อย ๆ ตกต่ำลง เงินทองที่เก็บไว้ก็หายไปหมดเนื่องจากต้องเลี้ยงดูลูกสาวทั้งสิบสองคน อยู่มาวันหนึ่งพ่อของนางสิบสองก็ได้คิดอุบายว่าจะนำลูก ๆ ทั้งสิบสองคนไปปล่อยป่า โดยหลอกลูกของตนว่าตนจะไปเยี่ยมญาติจะพาลูก ๆ ไปด้วย เมื่อมาถึงกลางป่าเขาก็บอกกับลูกว่าจะไปหาผลไม้มาให้กินให้ลูก ๆ เมื่อได้โอกาสเขาก็หนีไปโดยหวังว่าจะมีคนที่ดีกว่านี้มารับเลี้ยงดู นางสิบสองรอบิดาของตนจนเหนื่อย โชคดีที่นางเภาน้องคนสุดท้องที่มีความฉลาดมากกว่าพวกพี่ ๆ ได้นำข้าวตากโรยตามทางที่เดินมา พวกนางทั้งสิบสองจึงกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย เมื่อบิดาและมารดาเห็นลูกของตนกลับมาได้ก็ตกใจมากและได้คิดว่าจะนำลูกของตนไปปล่อยป่าอีกครั้ง และวันนั้นก็มาถึง พ่อของนางสิบสองได้นำลูกของตนไปปล่อยป่าอีก คราวนี้โชคร้ายนางเภาไม่ได้เอาข้าวตากมาทำให้นางทั้งสิบสองติดอยู่ในป่า นางทั้งสิบสองได้อยู่ในป่าจนรุ่งเช้าของอีกวัน นางเภาได้บอกกับพี่ของตนว่าควรจะหาทางกลับบ้านใหม่ แต่เดินไปเท่าไหร่ก็ไม่ถึงสักที จนในที่สุดก็มาเจอกับนางยักษ์สันตราพอดี นางยักษ์สันตราพอได้เห็นนางทั้งสิบสองก็เกิดความรักและเอ็นดูเนื่องจากตนไม่มีลูกและสามีของตนก็ตายไปแล้ว นางยักษ์จึงนำนางทั้งสิบสองมาเลี้ยงไว้ในวังโดยสั่งให้ทุกคนในเมืองทานตะวันแปลงกายเป็นมนุษย์ให้หมดเนื่องจากกลัวว่านางทั้งสิบสองจะหวาดกลัวและเกลียดตน ส่วนตนเองก็ได้เปลี่ยนชื่อจากสันตราเป็นสันธมาลา นางทั้งสิบสองใช้ชีวิตอยู่ในวังอย่างสุขสบายจนกระทั่งโตเป็นสาว นางเภาก็เกิดสงสัยขึ้นมาว่าเมืองนี้เป็นเมืองยักษ์เพราะว่าตนนั้นไม่เคยเห็นสัตว์ตัวไหนในเมืองในเมืองนี้เลยและพี่ของตนก็ได้เจอกับกองกระดูกที่พวกยักษ์กินไว้ทางท้ายวังซึ่งนางสันธมาลาห้ามไม่ให้ไปอีกด้วย นางเภาจึงพาพวกพี่หนีจากเมืองยักษ์จนนางสันตราตามมา แต่มองไม่เห็นนางทั้งสิบสองเพราะเทวดาในป่าคุ้มครอง นางสันตราจึงกลับเมืองไปด้วยความอาฆาตแค้น นางทั้งสิบสองดีใจที่หนีจากนางยักษ์มาได้และก็เดินทางไปโดยไร้จุดหมาย จนมาถึงเมืองกุตลนครซึ่งมีราชารถสิทธิ์เป็นผู้ปกครองเมือง ท้าวรถสิทธิ์ เมื่อได้เห็นนางเภาที่รูปงามและพวกพี่ ๆ ของนางแล้วก็เกิดความรักใคร่ โดยรักนางเภามากที่สุด ท้าวรถสิทธิ์ได้นางทั้งสิบสองเป็นมเหสี อยู่มาวันหนึ่งนางทั้งสิบสองคนก็ได้ตั้งครรภ์ อีกด้านหนึ่งในขณะเดียวกันนางยักษ์สัตราได้ใช้มนต์วิเศษของตนดูภาพพวกนางทั้งสิบสองผ่านกระจก นางสันตราจึงได้เห็นและรู้ว่านางสิบสองอยู่ที่เมืองกุตลนครและได้เป็นมเหสีของราชารถสิทธิ์ ก็ได้ตามไปจนมาถึงเมืองกุตลนครและได้พบกับท้าวรถสิทธิ์ นางจึงเป่ามนต์สะกดให้ท้าวรถสิทธิ์รักใคร่และแต่งตั้งให้ตนเป็นพระมเหสีเอกแทนนางทั้งสิบสอง เมื่อนางสิบสองรู้ข่าวว่าพระสวามีตนมีมเหสีใหม่จึงโมโหและอยากรู้ว่าเป็นใคร พอดีนางยักษ์สันตราผ่านมาพอดีนางสิบสองจึงได้รู้ว่าเป็นนางยักษ์สันตราก็ตกใจกลัว และร้องขอว่าอย่าทำอะไรตนเลย นางยักษ์สันตราไม่ยอมจึงเป่ามนต์ให้ท้าวรถสิทธิ์เกลียดนางทั้งสิบสองและสั่งนางทั้งสิบสองไปขังไว้ในถ้ำ นางทั้งสิบสองต้องทนทุกข์ทรมานอยู่ในถ้ำขณะที่ท้องของนางก็เริ่มโตขึ้นทุกวัน ฝ่ายนางยักษ์สันตรายังไม่หยุดแค้นนางสิบสองจึงออกอุบายว่าตนป่วยเป็นโรคประหลาดและได้เป่ามนต์ใส่หมอหลวงให้พูดว่าต้องใช้ลูกตานางทั้งสิบสองมาทำยาให้กินจึงจะหาย พระรถสิทธิ์จึงรีบให้จัดการควักลูกตานางสิบสองมาถวายทันทีโดยนางยักษ์ได้สั่งให้วิรุฬและจำบัง สมุนเอกของตนรับหน้าที่นี้ เมื่อมาถึงถ้ำทั้งสองได้ควักลูกตานางสิบสองทันทีโดยเรียงจากพี่ไปน้อง ด้านนางค่อมผู้ซื่อสัตย์ต่อนางสิบสองได้อ้อนวอน ขอให้พระรถสิทธิ์สั่งไม่ให้ควักลูกตานางสิบสองอยู่พักใหญ่ก็ได้นำราชโองการมาให้วิรุฬและจำบังดูแต่ด้วยตนเองแก่แล้วและหลังก็ค่อมอีกด้วย จึงมาไม่ทันโดยวิรุฬจำบังได้ควักลูกตาไปทั้ง 11 คนแล้ว เว้นแต่นางเภาโดนควักไปเพียงข้างเดียวเพราะตนมาทันที่นางเภาพอดี วิรุฬจำบังจึงได้นำลูกตาของนางสิบสองใส่โถไปถวายให้นางสันธมาลา นางค่อมได้โมโหตัวเองที่มาไม่ทัน นี่ก็เป็นเพราะเวรกรรมของนางทั้งสิบสองที่ตอนเด็กได้ควักตาปลาออกมาเล่นแต่นางเภาควักออกมาเพียงข้างเดียว จึงไม่โดนควักลูกตาทั้ง 2 ข้าง นางทั้งสิบสองต้องทุกข์ทรมานเข้าอีกปวดทั้งตาและท้องแก่ที่ใกล้คลอดโดยหากบเขียดแถวนั้นมาย่างกินประทังชีวิตและข้าวที่นางค่อมคอยแอบนำมาถวาย เวลาผ่านไปจนกระทั่งพวกนางคลอดลูกมาแต่ลูกของนางทั้ง 11 คนตายหมด เพราะพวกนางอดอยากจึงกินลูกตัวเองเหลือแต่นางเภาที่ให้กำเนิดพระโอรสและตั้งชื่อว่า รถเสน รถเสนเป็นเด็กฉลาดและรูปงามมากและเป็นหัวแก้วหัวแหวนของแม่และป้าทั้ง 11 คน