MASTER ONE VIDEO PRODUCTION CO., LTD.
ไม่มีคำอธิบาย
พบทั้งหมด 30 เรื่อง

The Under Gowns

Mummy Tee Rak
เรื่องราวของ พริมา (มาร์กี้ ราศรี) ยูทูบเบอร์สุดสวยแซ่บซ่า แม่เลี้ยงเดี่ยวสายสตรองที่แข็งนอกอ่อนใน ต้องเจอทั้งปัญหา Online และ Offline เมื่อ ภาณุ (มาร์ช จุฑาวุฒิ) สามีสายอินดี้ ที่อยากกลับเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต แถมยังมีเชฟฝีมือดีคารมเลิศ พีระ (บอม ธนิน) เข้ามาเป็นปัญหาหัวใจอีก สรินตา (หญิง รฐา) ภริยาหนุ่มนักการเมืองอนาคตไกล ปรเมศวร์ (เดี่ยว สุริยนต์) แต่พอแต่งงานกลับต้องมาเป็นช้างเท้าหลังวางตัวให้ดีเดินตามหลังสามี ทั้ง ๆ ที่ตัวเองจริง ๆ อยากเป็นนักร้อง นักเต้น แล้วยังต้องมาเจอปัญหาแม่สามีที่ยิ่งกว่าในละครไทยโบราณ กันนรี (จอย รินลณี) คุณแม่สาวใหญ่วัย (เกือบ) ทอง ผู้จัดการฝ่ายสินเชื่อผู้ยึดมั่นในความสมบูรณ์แบบ ทุกอย่างเหมือนจะดูดี เพอร์เฟกต์ แต่สามี ชนะชล (ณัฐ ศักดาทร) ดันเปิดตัวแฟนใหม่เป็นผู้ชาย !! ทั้งหนุ่ม อายุน้อย อ่อนโยน เข้ากับลูกสาวได้เป็นอย่างดี 3 แม่ที่ต้องเผชิญกับปัญหาส่วนตัวเยอะอยู่แล้ว ยังมาทะเลาะกันใหญ่โตในกรุ๊ปไลน์ผู้ปกครองนักเรียน ก่อนที่เรื่องราวจะบานปลายจนกรุ๊ปไลน์แตก ครูใหญ่ต้องจัดกิจกรรมเร่งด่วนเพื่อความสมัครสมานสามัคคีของผู้ปกครอง เรื่องคงจบเพียงแค่นี้ ถ้าเพียงแต่ขณะที่ทำกิจกรรมอยู่นั้น 3 แม่ไม่ได้กลายเป็นพยานในเหตุการณ์ฆาตกรรม จนถูกฆาตกรลึกลับคุกคามเอาชีวิต !!! ในขณะที่แต่ละคนต่างก็มีปัญหาส่วนตัวที่ยังแก้ไม่ตก นอกจากนี้ยังมีนักแสดงอีกคับคั่งที่จะมาร่วมกันสร้างความสนุกบนหน้าจอ และที่ขาดไม่ได้คือนักแสดงเด็ก น้องแก้มใส-น้องริวจิ-น้องเพลง ที่ขอย้ำว่าเด็กแค่ตัว การแสดงนั้นใหญ่มาก ๆ จนพี่ ๆ ทุกคนต้องขอปรบมือให้ จะเก่งกันแค่ไหนฝากติดตามเป็นกำลังใจให้กับละครเรื่อง มามี้ที่รัก

My Precious Bad Luck
ลัคนา หรือ ลัคกี้ (แปลว่าโชคดี ทุกคนเรียกสั้น ๆ ว่า กี้) ลัคนาเป็นพนักงานขายที่ บริษัท แอ็กซ์ คอสเมติก ผู้ผลิตเครื่องสำอางชั้นนำ มีเพื่อนสนิทคือ มานพ (หรือ แมน) หมอดูคือหลักยึดเหนี่ยวของลัคนา แทนพ่อที่ตายไป แต่ยึดอะไรแม่ไม่ได้ เพราะลัคนาคือลูกชัง เนื่องจากดันเกิดในเวลาตกฟากที่เป็นอริกับ อิงบุญ พาทั้งพ่อแม่ตกงาน กว่าจะลืมตาอ้าปากได้ก็ตอนที่มี พูนลาภ (หรือ เกรท ที่แปลว่ายิ่งใหญ่) ออกมาลืมตาดูโลก พูนลาภจึงกลายเป็นลูกรัก และพ่วงตำแหน่งมาสคอตเรียกโชคลาภประจำครอบครัว เพราะพูนลาภทำงานพิเศษหาเงินได้มากกว่าลัคนา ที่เป็นมนุษย์เงินเดือน ด้วยรูปร่างหน้าตาที่สวยกว่าพี่ ทำให้พูนลาภรับจ๊อบเป็นเอ็มซี และรีวิวสินค้าต่าง ๆ
ลัคนาต้องแบกรับภาระการผ่อนบ้าน ค่าใช้จ่ายในบ้าน ค่าเล่าเรียนของพูนลาภ แล้วยังต้องแบ่งเงินส่วนหนึ่งเป็นค่าทำพิธีสะเดาะเคราะห์ทุกเดือนให้กับ เจ้าแม่หมอนทอง หรือ ป้าหมอน ร่างทรงเทพจิตสัมผัส ที่ลัคนายกให้เป็นที่ปรึกษาทางจิตวิญญาณ !! เปิดตำหนักใหญ่โตอยู่ละแวกบ้านเดียวกัน ไม่มีใครรู้เลยว่าป้าหมอนเป็นคนที่พรสวรรค์ด้านทำนานทายทัก แต่ถูกความโลภเข้าครอบงำ หลัง ๆ มีเพียงความมั่วเพราะหวังเงินทำพิธีเท่านั้น
ลัคนาต้องใส่เสื้อผ้าสีฉูดฉาด ถูกโฉลกตามวันและก้าวเท้าขวาออกจากบ้านทุกครั้ง พร้อมกระทืบสามครั้งเอาฤกษ์เอาชัย ห้ามขาดห้ามเกิน ถ้าวันไหนลืมทำตามกฎข้อนี้...วันนั้นทั้งวันลัคนาจะหมดความมั่นใจไปทันที เช้าวันนี้ลัคนาทำทุกอย่างเป๊ะ เช็กดวงชะตารายวัน "ดวงวันนี้ท่านจะพบพานเนื้อคู่แต่ให้ระวังเรื่องอุบัติเหตุ !! จะส่งผลให้เสียทรัพย์ !!" แล้ว...จิ้งจกร้องทักอีก ลัคนาไหว้ฟ้าดิน ขออนุญาตออกจากบ้าน
ลัคนาวิ่งออกจากบ้านอย่างไม่มั่นใจ ลัคนาใช้บริการมอเตอร์ไซด์วินเป็นประจำและหยิบมือถือรุ่นใหม่ล่าสุดที่เพิ่งถอยออกมาแต่ยังผ่อนไม่หมด ยังไม่ทันไร เสียงเบรกรถกะทันหันดังเอี๊ยด !! เฉี่ยวชนคุณป้าล้ม รถเก๋งคันหลังที่ตามมาติด ๆ เหยียบเอาโทรศัพท์แตกละเอียด ลัคนาทำได้เพียงอ้าปากค้างตะลึงตรึงโป๊ะในความหล่อเทพของเจ้าของรถ เนื้อคู่มายืนอยู่ตรงหน้าตามคำทำนาย !! แต่แล้วก็ต้องรับยาสลายมโน เขาคือ โชคบดี ปานบัวเอี่ยม แฟนเก่าสมัยมหาวิทยาลัยแต่โชคบดีในตอนนั้น ทั้งอ้วน เนิร์ดสิวเขรอะ ใส่แว่นตาหนาเตอะ และลัคนาก็เป็นฝ่ายบอกเลิกโชคบดี ลัคนาไม่อยากให้โชคบดีจำเธอได้ว่าเธอคืออดีตผู้หญิงใจร้ายคนนั้นที่เทโชคบดี ก่อนจะแยกกันที่รพ.คุณป้าขอบคุณที่ช่วยเหลือ และบอกกับลัคนาว่า "ความดีงามจะคุ้มครองเธอและจะนำพาให้ได้พบเจอทูตสวรรค์ชี้ทางสว่าง" ทูตสวรรค์คือใคร แต่ลัคนามั่นใจต้องเป็นเรื่องราวดี ๆ
ป้าหมอนเคยทำนายเอาไว้ว่า พื้นดวงเธอจะมีเนื้อคู่เป็นผู้มีอันจะกิน แล้วเธอก็ได้พบกับ กำยำ หรือ กาย ไฮโซหนุ่มหล่อเพลย์บอยขวัญใจสาว ๆ ลูกชายคนเล็กของ พาที ประธานบริษัท โดยบังเอิญ ลัคนามั่นใจนี่แหละทูตสวรรค์ !! ลัคนาพร่ำเพ้อถึงกายมาก
กายเข้ามาทำงานที่แอ็กซ์ฯ เพราะถูกยื่นคำขาดจาก กำยาน หรือ กิ่ง ผู้เป็นแม่จอมบงการให้เลิกทำตัวเหลวไหล เพื่อพิสูจน์ตัวเองให้พาทีผู้เป็นพ่อยอมรับในความสามารถและยกตำแหน่งประธานให้ โดยได้รับความช่วยเหลืออย่างเต็มที่จาก พันธกานต์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ลูกเลี้ยงของ พาทีและกิ่ง กิ่งจัดการให้พันธกานต์แต่งงานกับดาวิกา ลูกสาวของเพื่อนกิ่ง พันธกานต์ยอมแต่งงานทั้ง ๆ ที่รักอยู่กับ ฐิตาวรรณ ซีเนียร์ฝ่ายขายมากฝีมือดีของบริษัท
ลัคนาเดินคอตกเข้าออฟฟิศ แล้วก็แทบช็อกเมื่อพบว่าโชคบดีเข้ามาทำงานในบริษัทเดียวกับเธอ ยิ่งหนียิ่งเจอคือสัจธรรม โชคบดีตั้งใจทำงาน โดยที่ไม่มีใครรู้เป้าหมายที่ซ่อนเร้นของการเข้ามา... โชคบดีเปลี่ยนนามสกุล เข้ามาทำงานที่แอ็กซ์ฯ โดยมี เนื้อแพร เพื่อนสนิทคอยให้ความช่วยเหลือ เพื่อให้โชคบดีเข้ามาหาหลักฐานการตายของ โชคชัย พี่ชายของโชคบดี เพราะครอบครัวของโชคบดีไม่เชื่อว่าโชคชัยตายเพราะอุบัติเหตุตามที่ตำรวจสรุปสำนวนคดี หลังจากที่พบศพในบ่อบำบัดน้ำเสียของโรงงานแอ็กซ์ฯ และไม่พบหลักฐานใด ๆ ในคืนเกิดเหตุ
โชคบดีทำให้บรรยากาศในออฟฟิศมีชีวิตชีวา แม้แต่แมนและ น้องเลิฟ พนักงานสาวก็พลอยหลงเสน่ห์โชคบดีไปด้วย น้องเลิฟอ่อยโชคบดีจนลัคนาเริ่มออกอาการหมั่นไส้ แต่ไม่พ้นสายตาของแมน เพื่อนสาวที่คอยเยาะเย้ยในความโง่ของเธอที่ทิ้งโชคบดีไป ลัคนามักหาเรื่องเหน็บแนมใส่ร้ายโชคบดีอยู่เสมอ จนน้องเลิฟเริ่มสงสัยว่าทั้งคู่มีเรื่องบาดหมางอะไรกัน
ลัคนาได้รับคำเตือนให้ระวังกาย เพราะเขาเป็นคนเจ้าชู้ ถ้าไม่อยากถูกฟันแล้วทิ้ง และลัคนาอาจจะเดือดร้อนได้ถ้าเรื่องถึงหูกิ่ง แต่แล้วกิ่งก็รู้เรื่องจนได้ จากการคาบข่าวไปบอกของ เจ๊หมู หัวหน้าฝ่ายบุคคล กายตั้งใจหลอกใช้ลัคนา แต่ทำ ให้กายรู้สึกรักลัคนาขึ้นมาจนอยากจะจริงจังด้วย
อิงบุญตื่นเต้นดีใจยิ่งกว่าถูกหวยชุด ที่เห็นลูกชายเจ้าของบริษัทแสดงความสนใจในตัวลัคนา ประตูดวงกำลังเปิด ตามคำทำนายของป้าหมอนแล้ว !! อิงบุญและป้าหมอนช่วยกันสะกดจิตลัคนาให้จับกาย !! เพราะมีคุณสมบัติเป็นเนื้อคู่ของลัคนาทุกประการ ลัคนาตัดสินใจลองคบหากับกาย ทวนกระแสเสียงเม้าท์มอยนินทาในแง่ร้าย ส่วนคนที่หวั่นไหวแต่ไม่แสดงออกคือโชคบดี เพราะความสนิทสนมในช่วงเวลาที่ผ่านมา ทั้งเรื่องดีเรื่องร้าย ทำให้โชคบดีผูกพันและยังคงรักลัคนามาตลอด
โชคบดีสนิทสนมกับฐิตามากขึ้น ทำให้ลัคนาเข้าใจผิดคิดว่าทั้งคู่มีใจให้กัน ลัคนาเริ่มอึดอัดกับการเป็นแฟนกาย แต่กลับสบายใจเมื่ออยู่กับโชคบดี เลยตัดสินใจเลิกกับกาย กายเสียใจมากพยายามง้อลัคนา ลัคนาไม่กล้าบอกแม่ว่าเลิกกับกายแล้ว จนกระทั่งความแตก อิงบุญแทบบ้าแทบอยากจะแหกอกลัคนา เพราะไปกู้เงินนอกระบบมาให้ป้าหมอนทำพิธีผูกดวงลัคนากับกาย
โชคบดีตัดสินใจเล่าเรื่องพี่ชายให้ลัคนาฟัง ลัคนาเดินหน้าคอยช่วยเหลือโชคบดี สืบหาสาเหตุการเสียชีวิตของโชคชัย จนพบเบาะแสบางอย่างแต่ยังไม่มีหลักฐาน กายถูกจับพบหลักฐานการโกงบริษัท พันธกานต์ขอลาออกเพราะต้องการรับผิดชอบที่สอนงานกายไม่ดีและทำให้บริษัทวุ่นวาย
โชคบดีสารภาพรักลัคนา จู่ ๆ ก็รู้สึกว่ามีใครบางคนมองอยู่ มีผู้หญิงยืนจ้องหน้าแล้วชี้ ผู้ชายคนนี้เป็นตัวซวย อยู่กับเขาชีวิตจะมีแต่เรื่องร้าย ๆ ตึง !! ลัคนาอึ้งปล่อยมือโชคบดี คนที่อยู่กับเรื่องดวงมาทั้งชีวิตแบบลัคนา จะตัดสินใจเชื่อดวง หรือเชื่อผู้ชายที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ติดตามชมกันต่อได้ในละคร ดวงแบบนี้ไม่มีจู๋ ที่ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางช่อง 3 กด 33 ละคร ดวงแบบนี้ไม่มีจู๋ เริ่มตอนแรกวันอังคารที่ 28 กรกฎาคม 2563
จำไว้นะ ไม่มีคาถาหรือพรข้อใดที่ปัดเป่าภยันตรายทุกอย่างจากชีวิตเราไปได้ตลอดหรอก สมองและสองมือของเราเองนี่แหล่ะ ที่จะทำนายชีวิตของเราได้แม่นยำที่สุด รังสรรค์พรทุกประการให้เป็นจริงได้ก็คือเรา จะพลิกวิกฤติเป็นโอกาสได้ก็คือเรา...มีแต่เราเท่านั้น

Wai Sab Saraek Kad Season 2
ฟังเสียงจากข้างใน...เราจะเข้าใจกันมากขึ้น
2 ปีต่อมา ...
ครูกร (ผู้อำนวยการแห่งโรงเรียนเปี่ยมคุณ) เดินหน้าทำโครงการ ผูกสาแหรก ปรับพฤติกรรมและแก้ปัญหาเด็กที่มีพื้นฐานครอบครัวแตกแยก เป็นครอบครัวเลี้ยงเดี่ยว ในการทำงานครั้งนี้ยังมีผู้ดำเนินโครงการคือ ครูทรายทิพย์ ซึ่งตอนนี้เรียนจบปริญญาโทเป็นที่เรียบร้อย
ท่านผ.อ. กร และ ครูทรายต้องจับมือกับค้นหาต้นตอของปัญหาของเด็กที่อยู่ในโครงการ และช่วยกันหาทางแก้ปัญหา ท่ามกลางความไม่เข้าใจของคนในครอบครัวและสังคมรอบข้าง และในครั้งนี้ทั้งสองคนไม่ได้อยู่ในฐานะเจ้านายและลูกน้อง แต่ยังมีสถานะเป็น สามี-ภรรยา คู่รักที่เพิ่งแต่งงานกัน
ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่คู่รักซึ่งทำงานด้วยกันจะดำเนินชีวิตคู่ โดยไม่เอาปัญหาเรื่องงานเข้ามาในบ้าน หรือแม้แต่ขึ้นมาถกเถียงกันบนเตียงนอน ทั้งกรและทรายต้องเจอปัญหาอันใหญ่หลวงทั้งที่โรงเรียน และการปรับตัวเข้าหากัน ความรักที่เติบโตมาอย่างหนักแน่น และสวยงาม กำลังโดนสั่นคลอนด้วยการทำงานที่เต็มไปด้วยความท้าทาย และโดนกดดันจากคนรอบข้าง
ทรายทิพย์รับเด็กเข้าโครงการ 5 คน คือ ด.ช.พีท (ลูกพีท) อยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1, เด็กหญิงไออุ่น (อุ่น) อยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3, นายกายภัทร (ใบพัด) มัธยมศึกษาปีที่ 4, นายมหาสมุทร (บุ๊ค) มัธยมศึกษาปีที่ 5 และนางสาววีธารี (วีหนึ่ง) มัธยมศึกษาปีที่ 6 ทั้ง 5 คนมีปัญหาที่ทำให้ทรายและกรต้องกุมขมับอีกครั้ง
ลูกพีท เป็นเด็กที่มีลักษณะ Temper Tantrum (เด็กกรี๊ด) “โม” แม่ของลูกพีท ทำงานเป็นผู้จัดการกองถ่ายละคร คุณพ่อเสียตั้งแต่พีทยังรู้ความ โมต้องออกกองไม่ค่อยมีเวลาเลี้ยงลูก ลูกพีทอยู่กับตาและยายที่เลี้ยงหลานตามใจยิ่งกว่า “หลานเทพ” อยากได้อะไรให้หมดทุกอย่าง สปอยล์ยิ่งกว่าสปอยล์ พอโมมีเวลาอยู่กับลูกทีก็เจอกับอาการเอาแต่ใจ ทำให้กลายเป็นแม่ที่เข้มงวด ลูกพีทก็แสดงอาการกรี๊ดใส่ ยิ่งกรี๊ดตายายก็ยิ่งตามใจ เด็กก็ยิ่งเรียกร้อง จนโมทนไม่ได้พาลูกมาเข้าโครงการ ทรายต้องทำการประสานการเลี้ยงดู ปรับความเข้าใจให้โมและพ่อแม่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ยากมาก ปรับพฤติกรรมผู้ใหญ่ยากกว่าการปรับพฤติกรรมเด็กล้านเท่า
อุ่น มีปัญหาความหลากหลายในเพศของตัวเอง Gender Creative ชอบอยู่คนเดียว เก็บตัว พ่อแม่แยกทางกันเลยแบ่งกันดูแลอุ่น อุ่นอยู่กับแม่ (วิ/กวิตา) 3 วัน และ พ่อ (ฤทธิ์/เกริกฤทธิ์) 4 วัน พ่อทำธุรกิจขนส่ง มีรถบรรทุกประมาณ 10 กว่าคัน ฐานะค่อนข้างดี แม่ทำธุรกิจแล้วล้มเหลวหลายครั้ง ค่อนข้างจับจด รบกวนเงินพ่อเป็นประจำ อุ่นทำหน้าที่ไปขอเงินพ่อมาให้ แม่มักจะโดนต่อว่า ดูถูกอยู่เสมอ ทำให้อุ่นรู้สึกลึก ๆ ว่าแม่อ่อนแอ และล้มเหลว ส่งผลให้อุ่นมีความไม่ภูมิใจ และไม่พึงใจในเพศหญิงของตัวเอง โดยเฉพาะเวลาที่คนอื่นมาย้ำ หรือมาจี้ว่าจะเป็นเหมือนแม่ยิ่งไม่ชอบ อุ่นที่เห็นความอ่อนแอของแม่ยิ่งเกลียดความเป็นผู้หญิงของตัวเอง ทรายต้องคิดหนักเพราะมันเป็นปัญหาที่แสนซับซ้อนและละเอียดอ่อนอย่างมาก อุ่นคือภาพสะท้อนของความหลากหลายทางเพศในยุคปัจจุบัน ความจริงที่เราต้องเปิดใจ และทำความเข้าใจก่อนที่จะสายเกินไป
ใบพัด เป็นเด็กที่ความผิดปกติทางการเรียนรู้ พ่อแม่ของใบพัดเสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุ พ่อของใบพัดเป็นคนมีฐานะดี เป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์หลายแห่งในกรุงเทพฯ เมื่อเสียชีวิตทุกอย่างจึงตกเป็นของใบพัด พิณแก้วและนโรธทำพินัยกรรมให้ใบพัดทั้งหมด โดยแต่งตั้งให้กองพล (ลุง) เป็นผู้จัดการมรดก แต่กองพลเป็นคนที่ไม่เคยรับรู้เลยว่าใบพัดหลานชายคนเดียวมีอาการออทิสติก ทรายยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเพื่อทำให้ใบพัดเข้าใจคนปกติ และทำให้คนปกติเข้าใจสภาวะของเด็กออทิสติกเช่นกัน สิ่งเหล่านี้ทำให้ทรายกับกรต้องทำงานอย่างหนัก เพื่อทำให้ใบพัดเข้าไปเรียนในโรงเรียนปกติให้ได้
บุ๊ค ชื่อแปลว่าหนังสือ แต่ในชีวิตจริงไม่ค่อยได้จับหนังสือ เพราะมัวแต่จับเมาท์ คีย์บอร์ด เล่นเกมอย่างบ้าคลั่ง บุ๊คมีอาการ Gaming Addiction ถึงขั้นไม่ยอมมาโรงเรียน ไม่ยอมหลับไม่ยอมนอน เข้าสังคมไม่เป็น ครอบครัวของบุ๊คเป็นครอบครัวที่มีความห่างเหิน แม่ตัดสินใจไปทำงานร้านอาหารที่ต่างประเทศ บุ๊คอยู่กับพ่อที่วัน ๆ เอาแต่ทำงาน และเลี้ยงเขาด้วยการซื้อคอมพิวเตอร์ให้เล่นเกม เลี้ยงลูกด้วยเกม จนลูกมีอาหาร Gaming Addiction ขั้นรุนแรง บุ๊คอยู่ชั้น ม. 5 ผลการเรียนแย่มาก จนเกือบจะตก แม่บินกลับมาพอเห็นสภาพลูกก็แทบช็อกที่ทิ้งลูกไป ลูกเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ทำให้แม่ทนไม่ได้บังคับให้บุ๊คมาเข้าโครงการกับครูทราย เพื่อรักษาอาการติดเกม ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะพ่อของเค้าคิดเสมอว่า "แค่เด็กติดเกม ไม่เห็นจะเป็นปัญหา" เมียถึงกับกรอกตามองบน "เนี่ยนะไม่มีปัญหา ?"
วีหนึ่ง (จริง ๆ ชื่อ วี แต่ในห้องมีหลายวี เพื่อน ๆ ตั้งชื่อว่า วีหนึ่ง เพราะสอบได้ที่หนึ่งตลอด) เป็นเด็กหญิงที่ดูเพียบพร้อม สมบูรณ์แบบทุกอย่าง เรียนเก่ง ครอบครัวดี มีผลการเรียนดีเยี่ยม ปัญหาเดียวที่วีหนึ่งมีคือ ต้องการเป็นที่หนึ่งตลอดเวลาและแพ้ใครไม่ได้ มีลักษณะของ Perfectionism ทำให้กดดันตัวเองตลอดเวลา ทั้งเรื่องการเรียน กีฬา ทำทุกอย่างต้องดีที่สุด ความกดดันตัวเองของวีหนึ่งทำให้เพื่อน ๆ ในห้อง เพลินเพลิน, คีต์ และโต๋เต๋ เอาชีวิตของวีหนึ่งไปเปรียบเทียบกับรุ่นพี่ในตำนาน พี่ปุ่น ที่มีเรื่องเล่าว่าพี่ปุ่นกระโดดตึกฆ่าตัวตาย ทรายกับกรต้องเข้ามาช่วยให้วีหนึ่งเข้าใจตัวเอง และลดความคาดหวังลงก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป เหมือนที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วกับปุ่น
เด็ก 5 คน กับ 5 ปัญหา ที่แสนโหด ยังไม่พอ กรและทรายยังต้องเผชิญกับ ครูพรรณี หัวหน้าฝ่ายวิชาการที่มีความมุ่งมั่นในการสอนและยึดติดกับการวัดผล เชื่อว่าผลคะแนน หรือสถิติต่าง ๆ ที่ได้จากการแข่งขันคือสิ่งสำคัญของเด็กนักเรียน ถ้าไม่มีคะแนนมาเป็นเครื่องชี้วัดจะรู้ได้อย่างไรว่าการสอนสำเร็จหรือไม่ พรรณีพยายามต่อสู้กับกรเพื่อคงไว้ซึ่งการเรียนการสอนแบบเดิม ๆ เป็นการต่อสู้ที่ไม่มีใครผิดใครถูก แต่ต้องหาตรงกลางและรูปแบบที่เหมาะสมที่สุด
ทั้งกรและทรายต้องเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตคู่ไปพร้อมกับการแก้ปัญหาให้คนอื่น และหลายครั้งที่ช่วยเขาได้แต่เกือบเอาตัวเองไม่รอด แก้ปัญหาคนอื่นว่ายากแล้ว แต่ปัญหาตัวเองนี่แหละยากที่สุด ทั้ง ลูกพีท, อุ่น, ใบพัด, บุ๊ค และวีหนึ่ง และคือ 5 วัยแสบรุ่นต่อไป ที่ทรายกับกรจะต้องพาพวกเขาเดินผ่านอุโมงค์แห่งความมืดมิด เพื่อไปสู่แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ ติดตามชมละคร วัยแสบสาแหรกขาด โครงการ 2 ได้ทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางช่อง 3 ละคร วัยแสบสาแหรกขาด โครงการ 2 เริ่มตอนแรกวันศุกร์ที่ 29 มีนาคม 2562

The Man Series: Pat
ปัทม์ ก้าวเข้าสู่เจ้าของธุรกิจน้ำดื่มสมุนไพร ไฟท์ ที่กำลังประสบความสำเร็จในโลกธุรกิจ "กว่าผมจะมาถึงวันนี้ได้ ผมโตขึ้นมาพร้อมกับคำด่าว่าผมเป็นลูกกะหรี่ครับ" ชีวิตในวัยเด็กของปัทม์เรียกได้ว่าติดลบ เป็นเด็กกำพร้าถูกทิ้งอยู่ในบึงบัว จนกระทั่ง ลินจง (ขวัญฤดี กลมกล่อม) หญิงขายบริการที่กำลังปลิดชีพตัวเอง ระหว่างนั้นลินจงได้ยินเสียงเด็กร้องไห้ จึงเดินไปตามเสียงร้องและพบเด็กน้อยถูกทิ้งในกะละมังลอยติดกอบัว มันคงเป็นชะตาชีวิตของสองแม่ลูก ชีวิตของเราไม่ควรจบลงเพียงเพราะคนชั่วที่ทิ้งเราไว้ จึงตัดสินใจเก็บปัทม์มาเลี้ยง พร้อมตั้งชื่อให้ว่า ปัทม์ (นัทธวัชร์ แก้วบัวสาย) ที่มีความหมายแปลว่าดอกบัว แต่ด้วยอาชีพของลินจงนั้น ทำให้ปัทม์เติบโตขึ้นมาในซ่อง ในสลัม
ลินจงเลี้ยงดูปัทม์อย่างสองแม่ลูกที่รักกันมาก แม้ไม่ได้ผูกพันกันทางสายเลือด ปัทม์ถูกล้อว่าเป็นลูกกะหรี่มาตลอด ปัทม์ทำงานพิเศษหลายอย่างตั้งแต่ไปช่วยป้าแป้นขายน้ำในงานวัด หนูตุ่น (ศรัณยา จำปาทิพย์) ถูกนั่งร้านพันสายไฟล้มทับ ทุกคนต่างกลัวไฟช็อตจนไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วยหนูตุ่น มีเพียงปัทม์คนเดียวเท่านั้นที่กล้าเสี่ยงเข้าไปช่วยจนหนูต่นปลอดภัย ครูอัญ (เพชรดา เทียมเพ็ชร) แม่ของหนูตุ่น ตอบแทนน้ำใจปัทม์ด้วยเงินจำนวนหนึ่ง แต่ปัทม์ไม่ขอรับเพราะช่วยโดยไม่หวังผลตอบแทน ทำให้หนูตุ่นประทับใจในตัวปัทม์
ลินจงเจอลูกค้ากลัดมัน มีทั้งรอยกัดรอยช้ำตามตัว อาบน้ำร้องไห้ไปด้วยความสงสารตัวเอง ปัทม์เห็นแม่มีร่องรอยเหมือนถูกทำร้ายมา กลุ้มใจนอนไม่หลับสงสารแม่อยากให้แม่เลิกอาชีพนี้ ปัทม์ถูกพักการเรียนเพราะไปต่อยเพื่อนนักเรียน ที่ไปเที่ยวซ่องและล้อว่าแม่เป็นกะหรี่ ปัทม์ไปทำงานล้างจานที่ร้านขายก๋วยเตี๋ยว เฮียเจ้าของร้านอึ้งไปที่รู้ว่าปัทม์เป็นลูกของลินจง เฮียโยนความผิดให้ปัทม์เป็นคนแนะนำเขาให้ลินจง เมียร้านก๋วยเตี๋ยวจึงด่าทอปัทม์สารพัด ดูถูกว่าเป็นลูกกะหรี่ ลินจงกับ สมพร (สโรชา วาทิตตพันธ์) ทราบข่าวจึงตามมาอาละวาดร้านก๋วยเตี๋ยวพัง จากคนที่ไม่รู้ว่าปัทม์เป็นลูกกะหรี่เลยได้รู้กันทั้งตลาด ลินจงเสียใจที่ทำให้ลูกรู้สึกไม่ดี ปัทม์ไม่โกรธแม่ ลินจงกลัวมันจะเป็นตราบาปติดตัวไปตลอดชีวิต ตัดสินใจเลิกอาชีพนี้ สองแม่ลูกกอดกันร้องไห้ด้วยความตื้นตัน
แต่เรื่องราวมันไม่จบง่าย ๆ เจ้าของบ้านเช่าที่รู้ว่าลินจงเป็นกะหรี่ก็มาไล่สองแม่ลูกออกจากบ้าน สองแม่ลูกมาหยุดที่บ้านสมพร โสเภณีที่รักและนับถือกันกับลินจง ปัทม์และลินจงเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยการทำขนมไทยขายในตลาด แต่เหมือนตลาดจะไม่ใช่ที่ของอดีตโสเภณี บรรดาแม่ค้าต่างออกมาขับไล่ให้ไปขายของที่อื่น ปัทม์เสียใจที่ทุกคนขับไล่แม่ทั้งที่ต้องการทำมาหากินสุจริต ปัทม์ได้กลยุทธ์การขายจากสมพร เทเงินหมดกระป๋องทำขนมและเอาไปแจกให้ทุกคนได้ชิมฟรี และแล้วโชคก็เข้าข้าง เมื่อทุกคนได้ชิมขนมอร่อย จนทำขายกันแทบไม่ทัน ครูอัญหาทางช่วยให้ลินจงได้เข้ามาขายขนมในโรงเรียน และทำให้ปัทม์กลับเข้ามาเรียนหนังสืออีกครั้ง
ชีวิตปัทม์ได้เดินทางเข้าสู่โลกสีดำเมื่อได้พบกับ เฮียเล้ง (ประกาศิต โบสุวรรณ) เจ้าของโรงน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุด เฮียเล้งเสนอให้ปัทม์ไปช่วยงานโดยใช้เวลาหลังเลิกเรียน โรงน้ำแข็งคือธุรกิจบังหน้า โลกสีดำที่ปัทม์ไม่เคยคิดเลยว่าจะถลำเข้าไปเพราะความนับถือเฮียเล้ง ธุรกิจที่เฮียกำลังทำอยู่ตอนนั้นคือ การเรียกค่าคุ้มครองจากทุกซ่องในย่านนี้ โดยร่วมมือกับสารวัตรภักดี ซ่องไหนไม่ให้ความร่วมมือก็จะถูกตำรวจก่อกวนหนัก ปัทม์ทำงานดึกจนอ่อนเพลียหลับในห้องเรียน ขายของก็หลับจนทุกคนเป็นห่วง ปัทม์ไม่กล้าบอกใคร ได้แต่บอกว่าโรงงานน้ำแข็งเร่งผลิต ลินจงป่วยหนักต้องเข้าโรงพยาบาล ค่ารักษาจำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมาก เฮียเล้งดูแลให้ทั้งหมด ปัทม์จึงไม่มีทางเลือก เลิกคิดที่จะออกจากใต้ปีกของเฮียเล้ง เฮียเล้งมอบกุญแจเซฟที่ซ่อนเงินไว้ให้ปัทม์ไปตั้งตัว บรรดาซ่องต่าง ๆ ที่โดนคุกคามรวมตัวกันจ้างมือปืนฆ่าสารวัตรภักดี และตามประกบยิงเฮียเล้ง การตายของเฮียเล้งถึงแม้ปัทม์จะเสียใจ แต่ก็ดีใจที่ได้ล้างมือจากวงจรโสมม สมพรดีใจกับปัมท์และลินจงที่จะสบายได้ไปสร้างชีวิตใหม่ แต่ปัมท์เลือกที่จะคืนทุกอย่างให้กับ เดือนกนก (กรรวี แก้วกอ) ลูกสาวเฮียเล้ง ปัทม์หันหลังให้กับโรงน้ำแข็ง และตั้งใจจะทำขนมและเรียนให้จบ
ปัทม์ตัดสินใจเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัย และแล้วชีวิตที่เหมือนจะดี กลับเข้าสู่การเริ่มต้นนับเวลาถอยหลังในการที่ปัทม์กับแม่จะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน สถิตย์ (โฆษวิส ปิยะสกุลแก้ว) หอบลูกมาขอยืมเงินลินจง ปัทม์จำได้แม่นว่าสถิตย์คือแฟนเก่าของแม่ที่ไม่ทำมาหากินอะไร กินเหล้าเมาซ้อมทุบตีลินจง ลินจงตามไปทวงเงิน สถิตย์ไม่ยอมคืน จึงไปทวงกับเมียของสถิตย์ สถิตย์โกรธแค้นลินจงมากตามมาเอาเรื่องจนถูกสถิตย์ใช้มีดแทง ลินจงถูกนำส่งโรงพยาบาล ลินจงเฝ้ารอปัทม์ แต่สุดท้ายปัทม์ได้แต่วิ่งเข้าไปกอดร่างอันไร้วิญญาณที่ดับลง ปัทม์สติหลุดจนเจ้าหน้าที่ต้องมาควบคุมตัว ความโศกเศร้าของปัทม์ทำให้ทุกคนเป็นห่วง หมดอาลัยตายอยากกับชีวิต โลกทั้งใบของเขามืดดับลงเช่นกัน
สมพรเลิกทำอาชีพโสเภณี สมพรปลูกสมุนไพรไว้รอบบ้านใช้รักษาตัวเองมาเป็นเวลานาน หลังจากเสียลินจงก็มีแต่สมพรที่คอยดูแลปัทม์ทุกอย่าง สมพรมีแฟนใหม่ ปัทม์เห็นภาพของสมพรกับ เดวิด (คริสโตเฟอร์ เชฟ) สวีตกันจนปัทม์รู้สึกเป็นส่วนเกิน จึงตัดสินใจเขียนจดหมายลา ตัดสินใจจะไปอยู่กับลินจง หนูตุ่นตามไปห้าม คำพูดของหนูตุ่นกระแทกเข้าไปในใจ จนปัทม์คิดได้อีกครั้ง ปัทม์ตัดสินใจออกไปใช้ชีวิตของตัวเอง แต่ครูอัญขอให้ปัทม์ไปอยู่ด้วยกัน ปัทม์ช่วยดูแลหนูตุ่นและช่วยขายของ ปัทม์คอยไปรับไปส่งหนูตุ่นทุกวันที่มหาวิทยาลัย จนปัทม์ขึ้นปี 4 หนูตุ่นถูกเพื่อนแซวที่มีปัทม์มาส่งทุกวัน จนปัทม์รู้สึกอึดอัด หนูตุ่นแอบงอนที่เห็นปัทม์สนิทกับ รสสุคนธ์ (กฤษณ์สิรี สุขสวัสดิ์)
ปัทม์ไปเยี่ยมสมพรที่ย้ายไปทำไร่สมุนไพรที่เชียงราย โชคดีที่เดวิดสานฝันสมพรให้เป็นจริง ปัทม์ตะลึงที่เห็นสมพรปลูกสมุนไพรได้มากขนาดนี้ และมั่นใจว่าในอนาคตคนจะหันมาสนใจมันมากขึ้น สมพรช่วยเรื่องการศึกษาของปัทม์จนจบ ปัทม์ทดลองเอาสมุนไพรที่สมพรให้มาทำน้ำสมุนไพรขายที่ร้านแต่ก็ขายไม่ออก หนูตุ่นกับปัทม์ต้องช่วยกันกินเองจนพุงกาง และช่วยกันเอามาแจกฟรี ชีวิตที่เหมือนจะไปดีกลับถูกติฉินนินทาจากกลุ่มชาวบ้านว่าเป็นลูกกะหรี่อยากยกระดับเป็นลูกเขยครู คำนินทาจากชาวบ้านยิ่งทำให้ระยะห่างของปัทม์กับหนูตุ่นเพิ่มมากขึ้น ปัทม์เหินห่างกับหนูตุ่นจนทะเลาะกัน หนูตุ่นรับรู้ได้ถึงความเหินห่างของปัทม์ ปัทม์ไปปรึกษารสสุคนธ์ ไม่สบายใจที่จะอยู่บ้านครูอัญอีกต่อไปแล้ว ถึงแม้ครูอัญจะมีบุญคุญต่อปัทม์มาก แต่ก็ไม่อยากให้ใครมองว่าเกาะบ้านนี้กิน ปัทม์ไล่หาสมัครงานทุกที่แต่ก็ไม่มีใครเรียก จนรสสุคนธ์แนะนำให้ปัทม์ไปสมัครบริษัทเดียวกัน ปัทม์ดีใจที่ได้ทำงานกับรสสุคนธ์ ทั้งคู่รู้สึกดีต่อกัน
แต่ปัทม์ก็ต้องเจอจุดเปลี่ยนอีกครั้งเมื่อเจอสมพรแจ้งข่าวร้าย เดวิดเสียชีวิตแล้ว อยากให้ปัทม์ไปอยู่ด้วยกันที่เชียงราย ปัทม์กังวลใจไม่รู้จะเลือกตัดสินใจทางไหน ปัทม์ตัดสินใจย้ายไปอยู่กับสมพรโดยไม่บอกลาหนูตุ่น หนูตุ่นร้องไห้เสียใจมาก ส่วนรสสุคนธ์โกรธมากที่ปัทม์ไม่ยอมทำงานทำให้ตนเองเสียหน้า และอาจพลาดโอกาสในการทำงานไปด้วย จนความสัมพันธ์จบลงทั้งที่อาจจะได้เป็นแฟนกันแล้ว
ปัทม์มาถึงไร่ของสมพร สวนสมุนไพรที่สมพรได้สร้างมันขึ้น และเห็นความสุขภายในใจผ่านสายตาของสมพร สมพรพาปัทม์เดินดูสมุนไพรแต่ละชนิด โดยที่ไม่รู้ว่าวันหนึ่งมันจะมีค่ามากกว่าทอง ปัทม์เรียนรู้การทำเกษตรและทำน้ำสมุนไพรด้วยความตั้งใจ ปัทม์เขียนจดหมายไปหาหนูตุ่น แต่ไม่ได้รับการตอบรับใด ๆ เพราะหนูตุ่นยังคงโกรธที่จากมาโดยไม่ลา และไม่เคยคุยกับปัทม์อีกเลยตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
9 ปีผ่านไป ปัทม์ในวัยที่โตขึ้นยังยังปลูกต้นไม้ทุกวัน โดยมีคนงานมาช่วยเพิ่มขึ้น คือ เอ้ (ชาเคอลีน มึ้นช์) กับ มิ่ง (กรวิชญ์ สูงกิจบูลย์) ญาติของ อ้ายคำ (ถนอม สามโทน) ที่ทุกคนต่างก็รักปัทม์ โดยเฉพาะเอ้ สาวน้อยเมืองเหนือ ที่หลงรักปัทม์แบบหนุ่มสาว สมพรแข็งแรงขึ้นมากด้วยสมุนไพรที่ปลูกและมีโอกาสได้แบ่งปันเพื่อนบ้าน รสสุคนธ์ปรากฏตัวอีกครั้งที่ไร่ของปัทม์ สร้างความประหลาดใจให้ปัทม์ ปัทม์มีอาการเคอะเขินรสสุคนธ์ จนทุกคนเดาว่าคือแฟนปัทม์
แต่แล้ว...ก็เหมือนฟ้าเล่นตลกกับปัทม์อีกครั้ง ระหว่างที่สมพรกำลังข้ามถนน มีรถยนต์พุ่งเข้ามาชนร่างของสมพรกระเด็นไปต่อหน้า สมพรไม่ได้สติ เป็นอีกครั้งในชีวิตที่ปัทม์ต้องเผชิญวิกฤต หลังจากผ่าตัดใหญ่สมพรก็ยังไม่ฟื้น ปัทม์เสียใจมากและคอยเฝ้าสมพร โดยมีรสสุคนธ์คอยให้กำลังใจ ภาพในหลาย ๆ เหตุการณ์ที่สมพรคอยทำทุกอย่างให้ปัทม์ลอยเข้ามาในหัว หลังจากสูญเสียสมพร ปัทม์ก็อยู่ในอาการเสียศูนย์ละทิ้งทุกอย่าง จะขายไร่ทิ้งจนทะเลาะกับอ้ายคำ ทุกคนเสียใจกับการตัดสินใจของปัทม์
หนูตุ่นกลับเข้ามาในชีวิตของปัทม์อีกครั้ง และคอยให้สติปัทม์ให้ลุกขึ้นมาสู้อีกครั้ง และตั้งเป้าหมายในชีวิต ปัทม์ขอโทษ อ้ายคำ, เอ้, มิ่ง ขอร้องทุกคนให้กลับมาช่วยกันอีกครั้ง ปัทม์จะสานฝันสมพรให้เป็นจริง ปัทม์ตัดสินใจออกหาประสบการณ์การทำงานอีกครั้ง คนแรกที่ปัทม์นึกถึงคือรสสุคนธ์ ที่ทำบริษัทน้ำอัดลม รสสุคนธ์ฝากงานให้ปัทม์ และย้ายมาเช่าบ้านอยู่เอง หนูตุ่นงอนที่ปัทม์ไม่ยอมบอก ปัทม์เข้าทำงานในบริษัทน้ำอัดลม TK ของ ไตรคุณ (สมมาตร ไพรหิรัญ) ในตำแหน่งฝ่ายขาย โดยมีรสสุคนธ์ และ ทยุต (นริศสันต์ โลกวิทย์) คอยช่วย บริษัทกำลังมีปัญหา ไตรคุณยึดติดกับความสำเร็จแบบเดิม ๆ ไตรภพ (สุรินทร คารวุตม์) ลูกชาย ที่ไม่อยากสานต่อธุรกิจ ปัทม์เสนอกิจกรรมส่งเสริมการขายโดยมีรสสุคนธ์คอยช่วย ปัทม์เรียนรู้การทำการตลาดจากรสสุคนธ์และทยุต เข้า-ออกร้านค้าร้านนั้นร้านนี้ จนยอดขายพุ่งสร้างผลงานดี ทั้งที่ทำงานได้ไม่นาน ไตรคุณตัดสินใจยกตำแหน่งผู้บริหารคนใหม่ให้กับปัทม์ ปัทม์ต้องพิสูจน์ตัวเองอย่างมาก ปัทม์กุมมือรสสุคนธ์ที่คอยให้กำลังใจอยู่ข้าง ๆ กัน หนูตุ่นยังโกรธปัทม์ที่หายไปเลย หนู่ตุ่นมุ่งมั่นในการทำร้านขนมไทยให้ดูทันสมัยขึ้น โดยมีอารักษ์ เพื่อนสนิทที่มีใจให้กับหนูตุ่น คอยช่วยเหลือทุกอย่าง ปัทม์แอบตึง ๆ ที่เห็นอารักษ์และหนูตุ่นสนิทสนมกันและแอบหึง ส่วนหนูตุ่นเองก็แอบหึงรสสุคนธ์กับปัทม์
ทยุตคอยคิดโปรเจกต์ต่าง ๆ ให้กับน้ำอัดลมจนยอดขายพุ่งขึ้นเรื่อย ๆ จึงปล่อยให้ทยุตทำตามใจ ปัทม์รู้สึกเจอปัญหาขัดแย้งกับตนเอง เป็นผู้บริหารที่ไม่มีอำนาจ ยอดขายพุ่งขึ้นเป็นประวัติการณ์ ปัทม์ทนไม่ได้ที่จะเห็นสุขภาพของเด็กแย่ลงเพราะน้ำอัดลมที่มีแต่น้ำตาล เริ่มมีปัญหากับหลายฝ่ายในที่ประชุม ปัทม์ผิดหวังคนเดียว และที่ปัทม์คิดถึงคนแรกคือหนูตุ่น หนูตุ่นยุ่งกับการทำขนมที่มีออร์เดอร์เพิ่มมากขึ้น ปัทม์รู้สึกเหมือนตัวคนเดียวอีกครั้ง หนูตุ่นเหนื่อยแต่มีความสุข แตกต่างจากตัวปัทม์เองที่เหนื่อยแต่มีความทุกข์
บริษัทน้ำอัดลม TK ถูกโจมตีหนักจนยอดขายตก ร้านค้าคืนสินค้า ทยุตขอโทษที่ไม่ฟังปัทม์ พร้อมกับบอร์ดบริหารที่พากันลาออก ทยุตกับรสสุคนธ์แอบลงขันกันเปิดบริษัทใหม่ ปัทม์ผิดหวังในตัวรสสุคนธ์ ปัทม์ได้หลักฐานว่ารสสุคนธ์ร่วมมือกับทยุตโกงบริษัท ล็อบบี้พนักงานเก่าออกไปทำบริษัทที่ตัวเองร่วมกันต่อตั้ง หลอกใช้ปัทม์เป็นเครื่องมือ ปัทม์ที่กำลังผิดหวังกับชีวิตขังตัวเองไว้กับความเศร้า หมดอาลัยตายอยากในชีวิต หนูตุ่นสารภาพรักปัทม์และจะไม่ทิ้งปัทม์ไปไหน ปัทม์เองก็สารภาพรักหนูตุ่น เป็นอีกครั้งในชีวิตที่หนูตุ่นมาฉุดเขาให้ลุกขึ้นยืนได้อีกครั้ง หนูตุ่นจุดประกายให้ปัทม์ลุกขึ้นมาทำน้ำดื่มสมุนไพรอย่างจริงจังอีกครั้ง น้ำสมุนไพรยี่ห้อ Fight ปัทม์ขอเทหมดหน้าตักสำหรับงานนี้...ชีวิตที่ล้มแล้วล้มอีกของปัทม์จะลุกขึ้นมายืนหยัดได้อย่างไร ปัทม์ บุญวิจักษ์ ผู้พร้อมจะเปิดเผยเรื่องราวของตัวเองให้คนอื่นได้รู้ ว่าคนเรา แม้จะเกิดมากับโชคชะตาที่มืดมน ก็สามารถจะก้าวเดินตามทางที่มุ่งหวังได้ ติดตามชมซีรีส์ ลูกผู้ชาย เรื่อง ปัทม์ ได้ทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางช่อง 3 ซีรีส์ ลูกผู้ชาย เรื่อง ปัทม์ เริ่มตอนแรกวันเสาร์ที่ 9 มีนาคม 2562

The Single Mom
มุลิลา (จ๊ะ-จิตตาภา แจ่มปฐม) เจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดสาว วัย 30 ผู้มากความสามารถ มั่นใจในตัวเอง อีโก้มาเต็ม แต่ชีวิตของเธอดั่งสวรรค์ฟ้ากลั่นแกล้งเมื่อเธอได้ถูกไล่ออกจากงานเพียงเพราะหัวหน้างานบอกว่าเธอมีลูก ทำงานไม่เต็มที่ ความวัวยังไม่ทันจะหายความควายก็เข้ามาแทรก เพราะเธอดันจับได้ว่า พงศ์พิศุทธิ์ (คริน-สาครินทร์ สุธรรมสมัย) สามีจอบเจ้าชู้ที่แสนไม่เอาไหนของเธอได้พาผู้หญิงแปลกหน้ามานอนบนเตียงนอนที่เธอและสามีได้ให้กำเนิด น้องปลื้ม (ด.ช.เฟรดดริก โซลร์เบิร์ก) ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนเพียงคนเดียว ถึงแม้จะมาจากความไม่ตั้งใจก็ตาม แต่เธอก็รักและอดทนสู้ทำงานเหนื่อยเพื่อลูกมาตลอด
มุลิลาจึงตัดสินใจอย่ากับสามี เพราะทนความเจ้าชู้ไม่ไหว ต้องตา (อาย-กมลเนตร เรืองศรี) เพื่อนสาวที่ใจเย็นดั่งน้ำแข็งในห้องแช่และ พี่ยักษ์ (แบด-ศิวัช คูสกุลธรรม) แฟนของต้องตาที่คบกันมานานแต่ไม่ยอมแต่งงานกันสักที คอยช่วยเหลืออยู่ข้าง ๆ หลังจากมุลิลาอย่าขาดกับสามี ทำให้เธอกลายเป็น Single Mom ทันที เพราะเธอไม่ยอมให้สามียุ่งเกี่ยวกับลูก เมื่อไม่มีงานเป็นหลักแหล่งจากชีวิตที่เคยอยู่สุขสบาย บ้านไม่ต้องเช่าข้าวไม่ต้องซื้อ ต้องมาเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวหาเลี้ยงลูกชายคนเดียว
มุลิลาจำต้องหางานใหม่ ยังดีที่ฟ้ายังมีตา เมื่อต้องตาได้โทรมาบอกกับเธอว่า ดนัยเทพ (ก้อง-จักรพันธ์ ตัณฑะสุวรรณะ) หรือ ดอลลี่ เพื่อนสนิทตอนมหาลัยที่ตอนนี้กลายเป็นผู้บริหารที่ Wow Shopping TV ที่ต้องการผู้กอบกู้สถานการณ์อันย่ำแย่ของสถานี ที่เพิ่งถูกเทคโอเวอร์โดย M-ONE บริษัทอุปโภคบริโภคยักษ์ใหญ่ มุลิลาจำใจกัดฟันรับงานแลกกับกับเงินอันน้อยนิดเมื่อเทียบกับความสามาถของเธอ เพื่อมีเงินไว้เป็นทุนสำรองและเพื่อหนีการคุกคามจากสามีเก่าที่ขู่เธอว่าหากไม่มีงานทำภายใน สามเดือนเขาจะเอาลูกไปเลี้ยงเอง !!
ที่บริษัท Wow TV มุลิลาได้ทำงานในตำแหน่งหัวหน้า A Merchandise Marketing ที่ต้องทำงานกับ อัศวิน (เก้า-จิรายุ ละอองมณี) หนุ่มตี๋หล่อใสเกาหลีเรียกพี่ หัวหน้าฝ่ายผลิตฝีมือขั้นเทพ แต่กวนบาทา ทั้งคู่จึงกลายเป็นคู่กัดกัน หากแต่ว่าก็ไม่ได้คลาดจากสายตาอันแหลมคมของ พราวฟ้า (คริสซี่-กฤษณ์สิรี สุขสวัสดิ์) เลขาหน้าหวานประจำตัวดอลลี่ที่แอบชอบอัศวินตั้งแต่แต่ครั้งแรก และ รัชนก (นิวเคลียร์-หรรษา จึงวิวัฒนวงศ์) AE สาวประจำบริษัทไม่ชอบขี้หน้ามุลิลาเพราะเห็นว่ามุลิลาหน้าใหม่ไฟแรง
ด้วยความเก่งของมุลิลาที่ทั้งทำงานและเลี้ยงลูกเพียงคนเดียวไปด้วย ประกอบกับความมั่นใจที่เธอมี ทำให้โดนตาโดนใจ ชิษณุ (วิลลี่ แมคอินทอช) นักธุรกิจหนุ่มรูปหล่อเจ้าของบริษัท M-ONE ผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่ และ Wow Shopping TV ที่มี ตรีดา (หญิง-รังสิกานต์ โรจน์ชีวิน) หุ้นส่วนรายใหญ่แสนสวย เพียบพร้อมด้วยฐานะและชาติตระกูล แต่ขี้วีนและวางอำนาจ ที่พ่อแม่หมายมั่นปั้นมือให้แต่งงานกัน ด้วยเหตุผลทางธุรกิจ และตรีดาวยังไม่ใช่สำหรับเขา แต่กลับกลายเป็นมุลิลา แม่ม่ายลูกติดที่ได้เจอเพียงครั้งแรกก็ตกหลุมรักและคิดว่านี้แหละคือคนที่เขารอมานาน
เมื่อมุลิลาได้ทำงานใกล้ชิดกับอัศวินมากขึ้น ทั้งคู่ได้เกิดความรู้สึกดี ๆ ต่อกันขึ้นโดยไม่รู้ตัว รวมถึงชิษณุที่ออกตัวว่ารู้สึกอย่างไรกับมุลิลาอย่างออกนอกหน้า ทำให้ยิ่งสร้างความไม่พอใจให้กับพราวฟ้าและรัชนกเป็นอย่างมาก ทั้งสองจึงคอยหาทางกลั่นแกล้งมุลิลาโดยการสร้างข่าวลือต่าง ๆ นานา เพื่อให้ทุกคนเข้าใจผิด
ความโชคร้ายของมุลิลายังหมดแค่นั้น เพราะยังมีพงศ์พิสุทธิ์สามีเก่าก็ยังคอยมาตามราวีมุลิลาไม่เลิก เพราะเกิดความรู้สึกผิดและเสียดายมุลิลาขึ้นมา เรื่องราวทั้งหมดจะดำเนินไปอย่างไร มุลิลาคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ต้องต่อสู้เพื่อลูกและรับมือกับคนที่คอยอิจฉา รวมทั้งหัวใจที่ถูกปิดเอาไว้เพราะความกลัว จะเปิดรับใครระหว่างอัศวินหนุ่มตี๋ หล่อใส เกาหลีเรียกพี่ หัวหน้าฝ่ายผลิต ที่ใช้ความรักในการเดินทาง หรือ ชิษณุ ผู้ที่เพียบพร้อมทุกอย่าง และพงศ์พิศุทธิ์สามีเก่าที่ยังตามราวีเธออยู่ เธอจะกล้าเปิดใจให้โอกาสตัวเองอีกครั้งหรือไม่ ไม่มีใครให้คำตอบได้...นอกจากตัวเธอเอง !! ในละคร The Single Mom คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวหัวใจฟรุ้งฟริ้ง ที่ออกอากาศทุกวันศุกร์ เวลา 20.00-23.00 น. และวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.15-22.45 น. ทางช่อง 3 และ ช่อง 33 ละคร The Single Mom คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวหัวใจฟรุ้งฟริ้ง เริ่มตอนแรกวันศุกร์ที่ 28 กรกรฎาคม 2560

Wai Sab Saraek Kad
ทรายทิพย์ (ทราย) นักจิตวิทยาให้การปรึกษาเกี่ยวกับเด็ก และครอบครัว (counseling phychology) หนอนหนังสือบ้าตำรา ก้มหน้าก้มตาเรียนรวดเดียวตั้งแต่อนุบาลจนถึงดอกเตอร์ ชีวิตไม่เคยทำอย่างอื่น นอกจากเรียน ทรายหอบปริญญาทางด้านจิตวิทยากลับมาจากต่างประเทศ พร้อมกับไฟในการทำงานอันเต็มเปี่ยม แต่เมื่อมาเจอความเป็นจริงของสังคมไทย ความฝันของเธอถูกดับอย่างอนาถ ไม่มีใครให้ความสำคัญกับการรับคำปรึกษาจากนักจิตวิทยา ทรายกำลังจะสิ้นหวัง แต่แล้ว เหมือนฟ้ามีตา เธอได้รับการติดต่อมาจาก เปรมมิกา (ปาล์ม) เพื่อนสนิท ปาล์มทำงานอยู่ที่ โรงเรียนเปี่ยมคุณศึกษา (ป.ศ) ทรายพุ่งเข้าไปรับงานพร้อมความมั่นใจ โดยไม่รู้เลยว่างานนี้ไม่ได้หมูอย่างที่เธอคิด
โรงเรียนเปี่ยมคุณฯ ก่อตั้งโดย นพลักษณ์ (ลักษณ์) ไฮโซ ผู้ดีเก่า ผู้มากความสามารถ มั่นใจ แม้แต่ สมภพ สามี ยังต้องขอเลิก และหนีไปทำนา (แบบเกษตรสมัยใหม่เน้นความพอเพียง) เพราะทนต่อการโดนข่มไม่ไหว ภาระแห่งการต่อสู้เพื่อเอาชนะอัตตาของนพลักษณ์จึงตกมาถึง คุณชวนากร (กร) ลูกชายคนเดียว ผู้ต้องสืบทอดกิจการโรงเรียนต่อไป หลายคนมองว่าเขาโชคดีมีแม่ปูทางธุรกิจไว้ให้อย่างเข้มแข็ง แต่ในความเป็นจริง กรต้องต่อสู้กับความเก่งของแม่ เขาพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้แม่ยอมรับ ในขณะเดียวกันต้องเร่งสร้างผลงานให้บรรดาครูใหญ่ และครูน้อยในโรงเรียนเห็นว่าเขาไม่ใช่คุณหนูที่ทำอะไรไม่เป็น กรกดดันตัวเองจนกลายเป็นเจ้านายสุดเขี้ยว อารมณ์ร้ายเข้ากับใครไม่ค่อยได้ โดยเฉพาะ อำนาจ ครูใหญ่ กรกับอำนาจมีเรื่องต้องขัดแข้ง ขัดขา ขัดใจ ปะทะคารมกันเป็นประจำ พนักงานเพียงคนเดียวที่พอคุยกับกรรู้เรื่องก็คือ ปาล์ม เลขาคนสนิท
ผลงานแรกที่กรหมายมั่นปั้นมือต้องทำให้สำเร็จ คือ โครงการ เด็กดีไม่มีปัญหา (Sweet broken home) โครงการนี้เกิดขึ้นเพราะมี เด็กแสบ สร้างปัญหาจนถึงขั้นต้องไล่ออกพร้อมกันถึง 5 คน อำนาจยืนยันว่าเด็กกลุ่มนี้เกินเยียวยาต้องไล่ออกเท่านั้น แต่หลังจากดูประวัติกรเห็นว่าเด็กทั้ง 5 มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน คือ พ่อแม่แยกทางกัน เด็กแต่ละคนมีครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์ กรจึงเกิดความคิดที่จะทำโครงการพิเศษนี้ขึ้น เพื่อแก้ปัญหาให้เด็กสามารถใช้ชีวิตกับคนอื่นได้ ไม่ใช่โยนเด็กที่มีปัญหาออกไปสู่สังคมภายนอกโดยไม่ทำอะไร ซึ่งความคิดนี้ตรงกันข้ามกับอำนาจอย่างสิ้นเชิง และนพลักษณ์ก็เลือกที่จะให้กรพิสูจน์ตัวเองทำให้อำนาจไม่พอใจอยู่ลึก ๆ
นพลักษณ์ยื่นคำขาด ถ้าโครงการนี้ลดความแสบของเด็กทั้ง 5 ลงได้ถือว่ากรสอบผ่าน เด็กได้เรียนต่อและอาจจะมีโครงการนี้ต่อไป แต่ถ้าล้มเหลว เด็กทั้ง 5 ต้องโดนไล่ออก กรยอมรับการพิสูจน์ครั้งนี้ และสั่งให้ปาล์มตามหานักจิตวิทยาเฉพาะทางที่จะมาเป็นหัวหน้าโครงการโดยด่วน และคนคนนั้นก็คือ ทรายทิพย์ นั่นเอง!!
ในการพบกันครั้งแรกของทรายทิพย์ และ กร ไม่ได้สวยหรูอย่างที่เธอคิดไว้ เขาไม่ได้ปลื้มกับใบปริญญาที่วางเรียงเป็นแผงและเกรดอันดีเยี่ยมของเธอแม้แต่น้อย แต่เขากลับไม่ไว้ใจเพราะเธอไม่เคยทำงานจริง และ อายุก็ยังน้อย ทรายเลยสวนกลับไปว่า "คุณกำลังตีค่าฉัน เหมือนกับที่ครูในโรงเรียนตีค่าคุณ พวกเขาคิดว่าคุณทำงานแทนแม่คุณไม่ได้ เพราะไม่มีประสบการณ์และอายุน้อย ถ้าคุณไม่พอใจที่คนอื่นตัดสินคุณด้วยเหตุผลนี้ คุณเองก็ไม่ควรตัดสินฉันด้วยเหตุผลนี้เช่นกัน".... คำพูดของทรายจี้ใจดำกรอย่างแรง กรตัดสินใจยอมรับเธอเข้ามาทำงานในตำแหน่ง หัวหน้าโครงการเด็กดีฯ
เมื่อนักจิตวิทยาบ้าตำรายังไม่เคยเจอของจริง ต้องมาทำงานกับ คนจริงสุดเขี้ยว และยังต้องปะทะกับเด็กแสบอีก 5 คน ความปั่นป่วน ชวนเวียนหัวจึงได้เกิดขึ้น ความผูกพันอันสวยงามของกรและทรายค่อย ๆ ก่อตัวขึ้น พร้อม ๆ ไปกับการทำงานที่ใกล้ชิดแบบตัวแทบจะติดกัน
เด็กคนแรก ด.ญ.ญาทิป (น้องปิ๊กปิ๊ก) อยู่ชั้น ป.4 เด็กน้อยหน้าตาจิ้มลิ้ม แววตาใสซื่อ พ่อ (จักรินทร์) เป็นนักธุรกิจใหญ่ ร่ำรวย เจ้าชู้ จนต้องแยกทางกับ แม่ (ตรีทิพย์) ที่มีฐานะร่ำรวยไม่แพ้กัน แต่ปิ๊กปิ๊กกลับมีพฤติกรรม ชอบขโมย จนเพื่อนไม่อยากคบ แต่ปิ๊กปิ๊กกลับไม่รู้ร้อนรู้หนาว ไม่หยุดพฤติกรรม จอมฉก ปิ๊กปิ๊กจึงเป็นเด็กดีหมายเลข 1 ที่ท้าทายความสามารถของกรและทรายทิพย์
เด็กดี No.2 เป็นเด็กชายอยู่ชั้น ป.6 ชื่อ ด.ช.ดังใจ (โชกุน) พ่อแม่แยกทางกัน ดุจฤทัย (ดุจ) เป็นผู้หญิงเก่งที่ทุกอย่างต้อง เป๊ะ ๆ ๆ ๆ จน ภูทอง (ภู) สามี ขอหย่า และหันไปเปิดผับเล็ก ๆ ในขณะที่ดุจฤทัยเป็นผู้บริหารระดับสูงของบริษัทข้ามชาติ ความเนี้ยบของดุจทำให้ โชกุน มีปัญหา ไม่กล้าบอกความจริง และนำมาสู่การเป็น เด็กเลี้ยงแกะ จอมโกหกของโรงเรียน
เมษา (ตังเม) เป็นเด็กคนที่สาม ที่กรและทรายคัดเข้ามาอยู่ในโครงการ ตังเมอยู่ ม.3 มีปัญหา หมกหมุ่นกับการฆ่าตัวตาย พ่อตังเมชื่อ ชัยภูมิ (ภูมิ) เป็นเจ้าของโรงงานขนาดใหญ่มีครอบครัวแล้ว นวลสราญ (นวล) แม่ของเธอมีฐานะเป็นเมียน้อยอย่างไม่เต็มใจ นวลปล่อยตัวให้จมกับความทุกข์ ไม่ลุกขึ้นสู้กับความผิดพลาดที่เกิดขึ้น ทำให้ตังเมเป็นเด็กที่ไม่ได้รับความรัก จึงขู่ฆ่าตัวตายเพื่อเรียกร้องให้พ่อแม่หันมาสนใจ
คนที่ 4 ที่สุดแสบ แสบทั้งแม่ทั้งลูก เรียกได้ว่า แสบสะท้านวงการ เพราะเธอเป็นลูกสาวของ พีรดา (รดา) อดีตซุปตาร์ ที่กำลังอยู่ในขาลง มงกุฎแก้ว (มินนี่) เป็นดาวโรงเรียน เป็นคนหลงตัวเองอย่างสุดขั้ว แม่ลูกคู่วีน เหวี่ยง เป็นจอมสร้างภาพอันดับต้น ๆ ของประเทศไทย มินนี่วางตัวเป็นเจ้าแม่คอยควบคุมเพื่อน เผด็จการ เป็นตัวแทนของเด็กในยุค GEN Me อย่างแท้จริง ติดโซเชียลมีเดีย จนถึงขั้นรับความจริงไม่ได้ พีรดา และมินนี่ เธอรับไม่ได้ที่ตัวเองถูกส่งมารวมกับไอ้เด็กมีปัญหา อาละวาดจนทรายและกรต้องปวดหัว
ความปวดหัวสุดท้ายที่ทำให้กรและทราย คือเด็กคนที่ 5 ถวายชัย (หวาย) เด็กชั้น ม.6 หน้าตาดี ภายนอกดูสุภาพ เรียบร้อย พูดน้อย ทรายทิพย์แทบไม่อยากเชื่อเลยว่าหวายจะเป็นเด็กที่ชอบใช้ความรุนแรง มีเรื่องชกต่อยกับเพื่อนเป็นประจำ ไม่ให้ความร่วมมืออะไรทั้งสิ้น เธอรู้แค่ว่าพ่อของหวายชื่อ ยอดยุทธ เป็นเจ้าของโรงเหล็ก ส่วน เป็นสุข ผู้เป็นแม่ แยกทางกับพ่อได้สองสามปี หวายมีน้องสาวชื่อ ถวายพร (ลูกหว้า) อยู่กับแม่
หลังจากได้รู้จักเด็กทั้ง 5 คน ทรายทิพย์เครียดสุด ๆ เพราะแต่ละปัญหาไม่ได้ง่ายอย่างที่เธอคิด ซ้ำร้ายยังไม่มีใครให้ความร่วมมือแม้แต่คนเดียว ทั้งตัวเด็ก พ่อ แม่ แต่สิ่งที่ทั้งสองคนได้โดยไม่คาดคิดคือ การได้เรียนรู้กันและกัน ทั้งกรและทรายได้เก็บข้อมูลของกันและกันโดยไม่ตั้งใจ ทรายได้รู้ถึงความกดดันที่ทำให้กรเป็นคนดุ และจริงจังจนเกินไป กรเองก็ได้รู้ว่าปัจจัยสำคัญที่ทำให้ทรายเป็นผู้หญิงคิดบวก ไม่ท้อแท้ ไม่ยอมแพ้อะไรง่าย ๆ เป็นเพราะเธอมีครอบครัวที่แสนดี เป็นกองหนุนสำคัญ
กรเองก็แอบมาขอกำลังใจจากพ่อแม่ของเธอเป็นประจำ เขาคิดว่ากรเป็นลูกชายคนหนึ่งโดยไม่รู้ตัว แต่ถึงแม้ทรายจะได้กำลังใจอย่างมากจากครอบครัว แต่ปัญหาสารพันที่รุมเร้าเข้ามา และฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ทรายสติขาดผึง เมื่อกรมาระบายความกดดันใส่ ด้วยการจิกเอาผลงาน การไล่บี้แบบไม่สนใจเหตุผลของกร ทำให้ทรายระเบิดอารมณ์อย่างกดดัน "ไม่ไหวแล้วเว้ยยยยยย....ฉันขอลาออก" ทรายเก็บของและเดินออกไปเลย กร และ ปาล์ม ถึงกับอึ้ง ! การลาออกของทรายทำให้อำนาจสะใจอย่างแรง อำนาจสรุปเลยว่าโครงการ เด็กดีฯ (จอมปลอม) ล้มเหลว ไม่มีชิ้นดี ขณะนี้อำนาจหวังสูง เขาต้องการบีบขอซื้อหุ้นจากนพลักษณ์และยึดโรงเรียนมาเป็นของตัวเอง ต้องทำทุกอย่างเพื่อให้กรหมดความน่าเชื่อถือ
กรเองเมื่อไม่มีทรายก็เริ่มรู้สึกเหมือนขาดคนรู้ใจ กรเร่งให้ปาล์มไปตามตัวทรายกลับมา ทางด้านทรายหลังจากลาออก เธอกลับรู้สึกว่างจนเหงา ด้วยทิฐิทรายพยายามไม่ยอมรับความรู้สึกที่แท้จริง ยืนยันกับปาล์มว่า ไม่กลับไปทำงานเด็ดขาด แต่แล้ว..ความตั้งใจของเธอก็ต้องเปลี่ยนไป .. เมื่อ ลูกหว้า น้องสาวของหวาย มาหาเธอที่บ้าน พร้อมกับ เป็นสุข ผู้เป็นแม่ ทั้งสองคนมาเพื่อขอให้ช่วยหวาย เพราะถ้าโดนไล่ออกจริง ๆ จะโดนพ่อตีอย่างหนักแน่ ๆ ยอดยุทธ (พ่อ) เป็นคนอารมณ์ร้ายมาก ทำให้เป็นสุขทนไม่ได้ ขอหย่า และแบ่งลูกกัน หวายจึงเป็นคนเดียวที่ต้องรองรับอารมณ์ของพ่อ ทำให้เขากลายเป็นเด็กก้าวร้าว และใช้กำลังตัดสินปัญหา
ในระหว่างที่ลังเลอยู่นั้น กรก็พ่ายแพ้ต่อความรู้สึกของตัวเอง เขามาหาเธอที่บ้านเพื่อตามกลับไปทำงาน แต่ยังมีฟอร์มด้วยการเอาคลิปที่อำนาจพูดในที่ประชุมด้วยความสะใจที่เธอทิ้งงานกลางคัน ทรายฟังแล้วจี๊ดขึ้นมาทันที กรรีบท้าทายถ้าอยากจะลบคำสบประมาทก็ต้องกลับไปทำงาน ดีกว่าจะต้องเสียชื่อไปทั้งชีวิต ทรายคิด..คิด..คิด และตัดสินใจ กลับไปทำก็ได้ ..ถ้าต้องการให้เธอกลับไปทำงานครั้งนี้ กรจะต้องทำตัวเป็นทีมเดียวกับเธอ ไม่ใช่อยู่ฝ่ายตรงข้ามแล้วมาคอยไล่บี้แบบไม่มีเหตุผล และจะช่วยเธอทำงานนี้ให้สำเร็จในฐานะ เพื่อนร่วมงาน ไม่ใช่ เจ้านาย กรกลับไปต่อรองกับแม่ได้สำเร็จ นพลักษณ์ยืดระยะเวลาของโครงการนี้ไปอีกหนึ่งเทอม กรและทรายได้กลับมาทำงานด้วยกันอีกครั้ง จากความผูกพันที่เริ่มก่อตัว ได้รับการสานต่ออย่างเหนียวแน่น โดยมีปัญหารายล้อมเป็นตัวเร่ง ทรายรวบรวมกำลังใจ และข้อมูลที่มีเพื่อเริ่มต้นสานต่อโครงการ เด็กดีฯ อีกครั้ง โดยมีกรคอยประกบอยู่ไม่ห่าง
ระหว่างปิดเทอมเด็กทั้ง 5 ต่างมีกิจกรรมที่แตกต่างกันออกไป ทำให้ทรายได้รู้จักเด็ก ๆ ในอีกมุมที่เธอไม่เคยรู้ ระหว่างปิดเทอมที่ได้ทำงานด้วยกันทั้งกรและทรายได้รู้จักกันมากขึ้น ได้ใช้ชีวิตในแบบที่ไม่เคยทำมาก่อน เหมือนได้กลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง โรงเรียนเปิดเทอม สิ่งไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เด็กทั้ง 5 คนกลับมาสร้างปัญหาเหมือนเดิมและรุนแรงมากขึ้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน จากเหตุการณ์ร้ายแรงที่ประดังเข้ามาทำให้นพลักษณ์ตัดสินใจยุติโครงการ เด็กดีฯ ของกร และเรียกเด็กทั้ง 5 พร้อมกับผู้ปกครองมาชี้แจงเรื่องการขอเชิญให้ออกกลางเทอม ทุกคนถึงกับช็อก และไม่ยอมออก
ส่วนยอดยุทธเมื่อรู้เรื่องก็ตบหวายต่อหน้าทุกคนอย่างแรง ในจังหวะนั้นเอง ทรายก็พุ่งเข้าไปและเอาตัวเองกอดหวายไว้ยอมที่จะรับฝ่ามือ และกำปั้นของยอดยุทธแทนโดยไม่คำนึงถึงความเจ็บปวด กรเข้ามาเห็นพอดีรีบเข้ามาห้าม กว่าเหตุการณ์จะสงบทำเอาทุกคนอกสั่นขวัญหายและร่างกายของทรายก็มีรอยฟกช้ำดำเขียวเต็มไปหมด กรปฐมพยาบาลให้ทรายด้วยความสงสาร วินาทีนี้เขาไม่กังขากับความทุ่มเทให้กับงานของเธออีกต่อไป เขาชื่นชมเธอ (เป็นครั้งแรก) ทรายดีใจและนึกไม่ถึงว่าเธอจะทำให้จอมเฮี้ยบอย่างกรเอ่ยปากชมได้ แต่สุดท้ายเธอก็ทำโครงการนี้ไม่สำเร็จ เด็ก ๆ ต้องโดนไล่ออก กรเสียเครดิต และตัวเธอเองก็ต้องตกงาน ความเห็นอกเห็นใจกันทำให้ทั้งสองคนใกล้ชิดกันมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
และเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น .. เมื่อนพลักษณ์เรียกทรายเข้าพบ และบอกให้กลับมาทำโครงการเดิมให้สำเร็จ นพลักษณ์บอกว่า หลังจากเกิดเรื่องเหล่าบรรดาผู้ปกครองของเด็กมาขอเข้าพบ และขอร้องในเรื่องเดียวกัน นั่นคือ ขอโอกาสเพื่อเข้าโครงการ เด็กดีฯ อีกครั้ง การกลับมาของเด็กทั้ง 5 คน สร้างความแปลกใจให้เพื่อนร่วมห้องเป็นอย่างมาก หลายคนแสดงอาการรังเกียจอย่างเห็นได้ชัด ทรายและกรต้องร่วมมือกันรีบแก้ปัญหา ก่อนที่เด็กจะโดนทำร้ายจิตใจจนยากจะแก้ไข ทรายและกรร่วมมือกัน เริ่มต้นแก้ปัญหาจากทั้งสองด้านคือ แก้ที่เด็ก และแก้ที่พ่อแม่ ในระหว่างที่ทรายพยายามจะแก้ปัญหาอันแสนหนักหน่วงของเด็กทั้ง 5 เธอมีกรคอยเป็นผู้ช่วยและให้กำลังใจอย่างใกล้ชิด ทำให้เธอได้เห็นมุมต่าง ๆ ของผู้ชายแสนเฮี้ยบหน้าขรึมคนนี้มากมาย กลายเป็นความผูกพันที่แสนงดงาม
ท่ามกลางความชื่นมื่นของทรายและกร กับโครงการที่กำลังไปได้ดี ทั้งสองไม่รู้เลยว่าอำนาจได้แอบสร้างคลื่นใต้น้ำ พลังความคิดในด้านลบนี้ถูกก่อขึ้นและพร้อมระเบิดในวันประชุมผู้ปกครองประจำปี ในการประชุม ผู้ปกครองหลายคนที่โดนปั่นหัวเห็นด้วย ลามปามจนถึงขั้นต้องไล่เด็กออก ไล่ทรายออก และขู่ว่าถ้านพลักษณ์ให้กรมาดูแลโรงเรียนแทนจะพาลูกลาออกทั้งหมด !!!
อำนาจยิ้มพอใจกับปฏิกิริยาของผู้ปกครอง แต่แล้ว....สิ่งที่อำนาจวาดฝันไว้ก็ต้องพังทลาย เมื่อพีรดา นวลสราญ ตรีทิพย์ ดุจฤทัย และภูทอง รวมทั้งเป็นสุข และ ยอดยุทธ (ที่อาการเริ่มดีขึ้น แม้ยังไม่หายสนิท แต่นั่งวีลแชร์มาร่วมประชุม) ลุกขึ้นพูดถึงการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นหลังจากที่ได้ร่วมโครงการนี้ แต่ละคนพูดถึงสิ่งที่ได้รับ ได้เห็นปัญหา ได้เข้าใจปัญหาของลูกของตัวเอง ได้รู้ว่าเราจะปรับปรุงตัวอย่างไร เพื่อทำให้ลูกและตัวเราเป็นคนที่มีคุณภาพมากขึ้น สุดท้ายจะไล่เด็กทั้ง 5 ออกจากโรงเรียนก็ได้ แต่ขอให้มีโครงการนี้ต่อไป เพราะคนที่จะได้ประโยชน์คือลูก ๆ และตัวคุณเอง
ทำให้ผู้ปกครองคนอื่น ๆ อึ้ง จากหน้ามือ เป็นหลังมือ จนอำนาจไม่พอใจ เผลอหลุดโวยวายออกมา จนนพลักษณ์ต้องรีบปิดการประชุม นพลักษณ์ต่อว่าอำนาจ และบอกว่าเธอรู้ทันเกมของเขา ไม่มีวันที่เธอจะขายหุ้น และนับจากนี้ไปเธอจะให้กรขึ้นมาบริหารโรงเรียนแทน !! ถ้ารับไม่ได้ก็พร้อมจะให้ลาออก อำนาจตีหน้าซื่อ และไม่มีปัญหาที่กรขึ้นมาแทน เขาพร้อมที่จะทำงานกับทุกคนเพื่อโรงเรียนเพื่อเด็ก ๆ อำนาจแม้จะพลาดในครั้งนี้ แต่เขาเก็บความแค้นไว้จนแน่นอก พร้อมจะแก้แค้นทันทีที่มีโอกาส การประชุมผู้ปกครองที่ผ่านพ้นไป .. เหมือนพายุที่พัดพาความมืดมัวออกไปจากชีวิตของหลาย ๆ คน ปิ๊กปิ๊กเลิกนิสัยขโมยของโดยเด็ดขาด และนำของที่เคยเอาไปซ่อนเพราะความอิจฉามาคืนเพื่อน ๆ คืนโรงเรียน และคืนทราย ตรีทิพย์เลิกไปยุ่งวุ่นวายกับเมียอื่น ๆ ของจักรินทร์ ดูแลลูก ดูแลตัวเอง โชกุนกล้าที่จะพูดความจริง และยอมรับความผิด แม้ต้องโดนลงโทษก็ไม่กลัว ดุจฤทัยและภูทองกลับมาคืนดีกันอีกครั้ง ทั้งสองคนเริ่มต้นกลับมาอยู่ด้วยกันใหม่ โดยมีโชกุนเป็นกาวใจ
นวลสราญกลับมาสวยเหมือนเดิม เธอเลิกกับชัยภูมิอย่างเด็ดขาดและตัดสินใจกลับไปต่างจังหวัด พร้อมกับนำเงินที่เก็บสะสมไว้มาลงทุนทำสวนในที่ของตัวเอง ตังเมยินดีลาออกจากโรงเรียน และย้ายไปเรียนที่โรงเรียนประจำจังหวัดเพื่อจะได้อยู่กับแม่ ตังเมใช้เวลาไปกับการสร้างสรรค์งานศิลปะที่น่าทึ่ง มินนี่กลับมาเป็นเด็กธรรมดา ลดการสื่อสารทางโซเชียลมีเดีย กลับมาอยู่กับเพื่อน ๆ อยู่กับโลกความเป็นจริง และหาเวลาไปเที่ยวต่างจังหวัดกับแม่มากขึ้น ทุ่มเทให้กับการเรียน หวายเอาดีทางด้านกีฬา จนได้เป็นนักฟุตบอลโรงเรียน เมื่อได้ปลดปล่อยพลังออกมา ความก้าวร้าวก็ลดลง อาการของพ่อก็เริ่มดีขึ้น ยอดยุทธขอร้องให้เป็นสุขและลูกหว้ากลับมาอยู่บ้าน ยอดยุทธหันไปฟังธรรมะและละวางเรื่องงาน เรียนรู้เรื่องการควบคุมอารมณ์ เพื่อแลกกับครอบครัวที่เป็นสุข
นพลักษณ์ชื่นชมทรายอย่างมากในความสำเร็จครั้งนี้ แต่ทรายไม่รับ เธอตัดสินใจเลื่อนตำแหน่งให้กรขึ้นมาดูแลโรงเรียนแทนเธอ ท่ามกลางการยอมรับของครู และผู้ปกครอง กรขอบคุณทรายที่ช่วยเหลือมาตลอด เขาชวนเธอมาเป็นพนักงานประจำ ทำหน้าที่ดูแลเด็กที่มีปัญหาคนอื่น ๆ ที่อาจจะมีมาอีก แต่ทรายปฏิเสธ เธอขออยู่อย่างอิสระ แต่ถ้ามีเด็กต้องการความช่วยเหลือ เธอจะมาทันที กรยอมรับในการตัดสินใจ และถือเป็นสัญญาใจระหว่างเขาและเธอ ทรายทิพย์ปิดจ๊อบแรกในชีวิตอย่างมีความสุข เธอได้เรียนรู้ว่า ครอบครัว เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตมนุษย์ ไม่ว่าครอบครัวเราจะรั่ว แตก แยก ผุ อยู่ในสภาพเลวร้ายขนาดไหนก็ตาม ความรัก ความใส่ใจ ความสนใจ คืออุปกรณ์สำคัญที่จะอุดรอยรั่ว รอยร้าวได้อย่างดีที่สุด ติดตามชม ละครวัยแสบสาแหรกขาด ได้ทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครวัยแสบสาแหรกขาด เริ่มตอนแรกวันเสาร์ที่ 5 มีนาคม 2559

Leh Kularp

Talay Prae
ชายหนุ่มผู้ทรนงว่าตนพร้อมสมบูรณ์กว่าคนอื่น จากแสงสี สิ่งลวงใจ ความฟุ้งเฟ้อ ทว่าเมื่อมายาทั้งหลายมลายไป เขาจึงยอมรับกับความผันแปรของชีวิต ว่าไม่มีสิ่งใดเท่าเที่ยงแท้แปรเปลี่ยนได้ตลอดเวลา ชื่อไทย : ทะเลแปร ชื่ออังกฤษ : Talay Prae ละครช่อง : ช่อง 3 ผลิตโดย : บทประพันธ์ : วินิตา ดิถียนต์บทโทรทัศน์ : เอกลิขิต กำกับการแสดง : ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์ แสดงนำ : พีท ทองเจือ, พรชิตา ณ สงขลา, ชาเลต ฮิลเดอบรานด์, สุธิตา เกตานนท์ ออกอากาศ : 3 เมษายน 2540 - 11 มิถุนายน 2540 วันออกอากาศ : พุธ - พฤหัสบดี เวลาออกอากาศ : 20.20 - 22.20 น. จำนวนตอน : 20 ความยาวตอน : - เรทละคร : -
