PASANGYASON CO.,LTD.
ไม่มีคำอธิบาย
พบทั้งหมด 8 เรื่อง

Praai Pikart
เรื่องราวขององค์กรอาชญากรรม “พรายดำ” ซึ่งมี วัง เฟย หลง เป็นหัวหน้าใหญ่ ทำงานผิดกฎหมายมาตลอดหลายสิบปี โดยไม่มีใครล่วงรู้ว่า วัง เฟย หลง เป็นใคร ? แม้แต่ในองค์กรพรายดำเอง เขาก็เป็นบุคคลลึกลับ ซึ่งบงการทุกอย่างผ่านทาง แจ๊สมิน ซุง สาวสวยผู้ไม่ต่างจากร่างทรงของเขา องค์กรพรายดำมีศูนย์กลางอยู่ในเมืองไทย แต่มีเครือข่ายกระจายไปทั่วโลก เป้าหมายของ วัง เฟย หลง คือควบคุมทุกอย่างในโลกนี้โดยการเจาะเข้าระบบไอทีของหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งธนาคาร ตลาดหลักทรัพย์ หน่วยงานรัฐบาล กองทัพ ตำรวจ การจราจร ระบบสาธารณูปโภคต่าง ๆ ฯลฯ ที่ผ่านมา องค์กรพรายดำได้ก่ออาชญากรรมไซเบอร์ใหญ่ ๆ มาหลายครั้งแล้ว แต่นั่นเป็นเพียงการชิมลางเท่านั้น แผนการสำคัญของ วัง เฟย หลง คือการเจาะระบบไอทีของหน่วยงานสำคัญทั่วโลกแบบเบ็ดเสร็จในคราวเดียว ซึ่งแผนนี้ดำเนินการมาหลายปีแล้ว โดยการสร้างทีมแฮกเกอร์ระดับหัวกะทิขึ้นมา ควบคู่ไปกับการส่งทีมสังหารซึ่งมี ‘สี่มหากาฬ’ ประกอบด้วย เฮนรี่ ซุง , เดชา พรหมมินทร์ , เอ็ดเวิร์ด ลี และ โชติ แสงฉาน เป็นหลักในการจัดการเคลียร์เส้นทางที่มีคนคอยขัดขวาง ทั้งเจ้าหน้าที่รัฐ คนทรยศ และอาชญากรคู่อริ และเพื่อให้เป้าหมายนี้สำเร็จโดยเร็ว วัง เฟย หลง ต้องการของสองอย่าง หนึ่งคือ อัญมณีแห่งแมนจูเรีย ซึ่งนอกจากจะสวยงามไม่เหมือนอัญมณีใดแล้ว ยังมีพลังงานมหาศาลอยู่ภายในนั้นด้วย อีกหนึ่งคือ เครื่องสร้างมนุษย์ล่องหน ซึ่ง ดอกเตอร์วิม กับ ดอกเตอร์วิทย์ กำลังร่วมกันคิดค้นอยู่แบบลับ ๆ เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อเหล่าอาชญากรพรายดำบุกเข้าไปเอา ‘อัญมณีแห่งแมนจูเรีย’ มาจากธนาคารที่เก็บรักษา พ.ต.ต. เชิดวุธ รณฤทธิ์ ยอดมือปราบแห่งสำนักงานตำรวจ นำกำลังเข้าสกัด ทว่าพวกพรายดำกลับแหวกวงล้อมไปได้ แต่หลังจากหนีไปได้ไม่ทันไร พวกพรายดำก็เจอกับบุรุษลึกลับนามว่า พราน จอมภูต ที่เขามาขวางไว้ ทว่าสุดท้าย ‘อัญมณีแห่งแมนจูเรีย’ ก็ถูกแย่งชิงไปอีกครั้งโดย ‘สี่มหากาฬ’ ความผิดพลาดครั้งนี้ ทำให้เชิดวุธถูกผู้บังคับบัญชาตำหนิอย่างรุนแรง แล้วมอบหมายให้เขาจัดทีมติดตามนำอัญมณีกลับคืนมาให้ได้ เชิดวุธจึงต้องพยายามอย่างหนักในการสืบหาที่ซ่อนของพวกพรายดำ เขากับทีมของเขาบุกไปหลายที่ ปะทะกับสมุนพรายดำหลายคน แต่ก็ยังคงคว้านํ้าเหลว ขณะเดียวกัน สนธยา เพื่อนสาวของเชิดวุธกำลังช่วย ดร. วิม พ่อของเธอ และ ดร. วิทย์ ผู้เป็นอา ทำการทดลอง ‘นํ้ายาล่องหน’ โดยหารู้ไม่ว่า การทดลองถูก วัง เฟย หลง เฝ้าดูผ่านทาง ‘โดรนแมลง’ วัง เฟย หลง ต้องการสิ่งประดิษฐ์นี้ เพื่อต่อยอดสร้าง ‘สายลับล่องหน’ ซึ่งจะเล็ดลอดเข้าไปในองค์กรต่าง ๆ ล่วงเอาข้อมูลที่สำคัญ จากนั้นทีมแฮกเกอร์ของพรายดำก็จะเข้าไปและควบคุมระบบไอทีได้โดยง่าย เพื่อให้งานสำเร็จ สุระ เตละกิจ ถูกส่งให้มาตีสนิทกับสนธยา และดำเนินเรื่องขอทุนจาก Human Light Foundation องค์กรการกุศลซึ่งมี อำพล บวรกุล เป็นประธาน แต่เรื่องนี้กลับถึงหู พราน จอมภูต เขาจึงมาหา ดร. วิม ถึงบ้าน เพื่อเตือนไม่ให้รับเงินก้อนนี้ การมาของพราน สร้างความตื่นตระหนกให้กับคนทั้งบ้าน รวมทั้งเชิดวุธด้วย ระหว่างสอบสวน เชิดวุธเห็นท่าทางมีพิรุธของ ดร. วิม แต่ก็ไม่มีใครแม้แต่สนธยายอมบอก ว่า ดร. วิม กำลังทดลองอะไรอยู่ ถึงอย่างนั้นสุระก็ยังเดินหน้าต่อ ด้วยการว่าจ้าง ศรศิลป์ สรชัย นักเลงปลายแถวมาเล่นบทผู้ร้าย เพื่อสร้างความประทับใจให้แก่สนธยา แต่แทนที่ทุกอย่างจะเป็นตามแผน ศรศิลป์กลับเล่นนอกบท ชกสุระซึ่งตามบทต้องเป็นฮีโร่จนสลบ ก่อนที่จะบอกความจริงแก่สนธยา ว่าสุระเป็นพวกพรายดำ การเล่นนอกบทของศรศิลป์ สร้างความขุ่นเคืองให้ เฮียหงวน ผู้เป็นเสมือน ‘พ่อบ้าน’ ขององค์กรพรายดำ ศรศิลป์ถูกลากตัวไปสอบสวน แต่เขาก็ใช่ทั้งคารมและลีลาหลอกให้ทุกคนเชื่อว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพราะ ‘ผิดคิว’ ไปหน่อยเท่านั้น มีเพียงแจ๊สมินเท่านั้นที่มองออก ว่าศรศิลป์ตบตาทุกคน โดยทำเป็นอ่อนเชิงสู้ใครไม่ได้ แจ๊สมินแกล้งปล่อยตัวศรศิลป์ไป แต่ให้ นิค บอร์ดี้การ์ดคู่ใจคอยตามดูศรศิลป์ ว่าแท้จริงเขาเป็นใครและทำงานให้ใคร แต่ศรศิลป์ก็รู้ตัวว่าโดนติดตาม เขาจึงไม่ปล่อยให้ ‘หลุด’ อะไรออกมา ยกเว้นแต่ที่ตั้งใจให้นิคเห็น เพื่อบอกต่อกับแจ๊สมิน ที่จริงศรศิลป์มีปมในอดีต ความแค้นที่ต้องการสะสางกับ วัง เฟย หลง และองค์กรพรายดำ เขาจึงต้องการเข้าไปแฝงตัวเพื่อค้นหา ว่าใครคือ วัง เฟย หลง กันแน่ และผู้ที่จะทำให้เขาบรรลุเป้าหมายได้ก็คือแจ๊สมิน นอกจากเข้าไปแฝงตัวแล้ว อีกภาคหนึ่งของศรศิลป์ เขายังเป็น พราน จอมภูต ที่คอยขัดขวางการทำงานของพวกพรายดำด้วย เพราะเหตุนี้เองเขาจึงเป็นที่หมายหัวของพวกพรายดำ เช่นเดียวกับเชิดวุธที่โดนใบสั่งตายจาก วัง เฟย หลง เชิดวุธ พราน และพรายดำ เป็นสามเหลี่ยมความสัมพันธ์ที่ต่อสู้ชิงไหวชิงพริบกัน โดยมีความปลอดภัยของทุกคนที่เกี่ยวข้องเป็นเดิมพัน ในไม่ช้าเชิดวุธก็รู้ว่า แม้ พราน จอมภูต จะปรากฏตัวในรูปแบบอาชญากร แต่แท้จริงเขาคือพันธมิตรที่มีเป้าหมายเดียวกัน คือจัดการกับ วัง เฟย หลง และองค์กรพรายดำ ทว่าในมุมมองของ วัง เฟย หลง ทั้งตำรวจอย่างเชิดวุธ และจอมก่อกวนอย่าง พราน จอมภูต เป็นเพียงอะไรที่น่ารำคาญเท่านั้นเอง ไม่มีใครขัดขวางงานของเขาได้ หลังเหตุการณ์ที่ทำให้สุระถูกเปิดโปงว่าเป็นใคร สนธยาระวังตัวมากขึ้น จน วัง เฟย หลง เห็นว่าคงใช้วิธีนุ่มนวลต่อไปไม่ได้แล้ว เขาจึงสั่งให้สุระไปจับ ดร.วิม ดร.วิทย์ และสนธยามา ดร.วิมถูกขู่ให้เร่งทำการทดลองให้สำเร็จ โดยใช้สนธยาเป็นตัวประกัน ส่วน ดร.วิทย์ ต้องจบชีวิตลงอย่างน่าอนาถ เพื่อสร้างความกลัวให้แก่ ดร.วิม ดร. วิมต้องทำงานภายใต้การความคุมของแจ๊สมิน ซึ่งไม่เพียงจัดทำห้องทดลองที่สมบูรณ์แบบให้เขาเท่านั้น ยังให้เขาใช้ ‘อัญมณีแห่งแมนจูเรีย’ มาเป็นแหล่งพลังงานให้แก่รังสีล่องหนอีกด้วย สาเหตุที่ วัง เฟย หลง พยายามเร่งให้การสร้างมนุษย์ล่องหนสำเร็จโดยเร็ว ก็เพราะเขาตั้งใจจะให้คํ่าคืนของการเปลี่ยนศักราชใหม่ที่จะมาถึง เป็นเวลาประกาศศักดาของพรายดำ ในการเข้าควบคุมระบบไอทีทั่วโลก และสร้างความวุ่นวายโกลาหลให้เกิดกับทุกชีวิตบนโลก วัง เฟย หลง ทำสิ่งนี้โดยตั้งมั่นว่า เขาจะเป็นผู้ที่มีอำนาจเหนือใครในโลก แต่เขาหารู้ไม่ว่า ในองค์กรพรายดำมี ‘หนอนบ่อนไส้’ ที่คิดจะล้มล้างเขาแล้วขึ้นมาเป็นใหญ่แทน คน ๆ นั้นก็คือ เฮนรี่นั่นเอง เฮนรี่ตั้งใจจะใช้เวลาแห่งการเปลี่ยนศักราช เป็นวาระแห่งการเปลี่ยนแปลงเช่นกัน เขาเฝ้ารอให้แผนการของ วัง เฟย หลง สำเร็จ จากนั้นก็ใช้ ‘สายลับล่องหน’ เข้าไปจัดการกับ วัง เฟย หลง แล้วก้าวเข้าไปเป็นหัวหน้าใหญ่แทนแบบง่ายดาย ทางด้านเชิดวุธและ พราน จอมภูต การที่สนธยาและพ่อถูกจับตัวไป ทำให้ทั้งสองต้องพยายามอย่างที่สุดในการสืบเสาะหาทางช่วยเหลือ แต่การบุกเข้าไปยังฐานลับของพวกพรายดำ ก็อันตรายถึงขั้นที่ทั้งสองแทบต้องเอาชีวิตไปทิ้ง ทว่าทั้งสองก็ไม่หวั่น มุ่งมั่นจนช่วยสนธยากับ ดร. วิม ออกมาได้ ปฏิบัติการช่วยตัวประกันสร้างความสูญเสียให้แก่พรายดำไม่น้อย แต่ วัง เฟย หลง ก็ไม่ละความพยายาม เขาจับนักวิทยาศาสตร์อีกหลายคนมาสานต่องานของ ดร.วิม แต่ก็ไม่มีใครทำได้สำเร็จ วัง เฟย หลง จึงไม่มีวิธีอื่น นอกจากต้องทำให้ ดร.วิม ยอมทำงานให้เขาต่อให้ได้ ระเบิดถูกจุดขึ้นกลางกรุง พร้อมคำข่มขู่ว่า ถ้า ดร. วิม ไม่ยอมปรากฏตัวออกมา จะมีระเบิดพร้อมกันอีกหลายจุด เมื่อ ดร.วิม เห็นข่าว เขาก็ไม่เห็นหนทางอื่น นอกจากต้องทำตาม เพื่อไม่ให้ต้องมีใครต้องบาดเจ็บล้มตายอีก ดร.วิม กลับไปทำการทดลองที่ค้างไว้ต่อ โดยมีกำหนดหนึ่งเดือน ไม่อย่างนั้นจะมีการวางระเบิดอีกครั้ง เหตุระเบิดที่เกิดขึ้น สร้างความเศร้าใจให้แก่ศรศิลป์มาก เขาต่อว่าแจ๊สมินที่ทำสิ่งชั่วร้ายนี้ ระหว่างนั้นเชิดวุธนำทีมตำรวจบุกมา ทั้งคู่จึงต้องร่วมกันสู้กับตำรวจ แล้วหลบหนีไปด้วยกัน แจ๊สมินถูกยิงบาดเจ็บ เช่นเดียวกับเชิดวุธที่โดนกระสุนฝังร่างไปเหมือนกัน ศรศิลป์พาแจ๊สมินมารักษาตัว เป็นโอกาสให้ทั้งสองได้เห็นด้านที่ซ่อนอยู่ของอีกฝ่าย โดยเฉพาะในส่วนของแจ๊สมิน ซึ่งเล่าที่มาของตัวเองให้ศรศิลป์ได้รู้ ว่าเธอกับเฮนรี่เคยเป็นเด็กจน ๆ อดมื้อกินมื้อ จน วัง เฟย หลง มาพบ แล้วส่งให้ทั้งคู่ไปฝึกงานจารกรรม วินาศกรรม และอื่น ๆ เพื่อมาทำงานให้กับเขา แจ๊สมินต้องฝืนใจทำงานให้ วัง เฟย หลง เพราะพ่อของเธอถูกเขาจับเป็นตัวประกัน ปรนเปรอด้วยยาเสพติดจนกลายเป็นทาสของมัน ความสัมพันธ์ระหว่างแจ๊สมินและศรศิลป์ รู้ถึง วัง เฟย หลง เหตุการณ์ก่อนหน้าที่ซึ่งส่อว่าศรศิลป์เป็นคนทรยศองค์กร ทำให้ วัง เฟย หลง ไม่ลังเลที่จะสั่งเฮนรี่ให้จัดการทั้งคู่ เฮนรี่จึงให้เดชานำทีมยิงถล่มบ้านพักริมทะเลที่ทั้งสองไปซ่อนตัว ศรศิลป์ถูกจับตัวไป ส่วนแจ๊สมินก็ต้องพิสูจน์ความซื่อสัตย์ต่อองค์กรด้วยการยิงศรศิลป์ ทว่าเหตุการณ์กลับตาลปัตร เมื่อศรศิลป์แอบแก้เชือกที่มัดเขาไว้ แล้วจับแจ๊สมินเป็นตัวประกัน พากันหนีออกมา แจ๊สมินห่วงพ่อมาก ศรศิลป์กับเธอจึงพากันไปยังคฤหาสน์ที่ขังพ่อของเธอไว้ แต่การพยายามช่วยเหลือกลับต้องจบลงด้วยความเศร้า เมื่อพ่อของเธอกลับต้องตาย เพื่อช่วยแจ๊สมินให้รอดชีวิตจากเฮนรี่ ในเวลาเดียวกัน การทดลองของ ดร.วิม ก็ประสบความสำเร็จเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ จน วัง เฟย หลง มั่นใจให้เฮนรี่นำสายลับต่างชาติมา เพื่อเปลี่ยนให้เขาเป็น ‘สายลับล่องหน’ การทดลองประสบความสำเร็จ แต่เชิดวุธรู้ที่ตั้งฐานลับจากข้อมูลที่ พราน จอมภูต ให้ จึงนำกำลังบุกเข้าไปช่วย ดร.วิมออกมา ดร.วิม ไม่ได้หนีไปตัวเปล่า แต่ยังได้ขโมย ‘อัญมณีแห่งแมนจูเรีย’ ออกมาด้วย วัง เฟย หลง แค้นใจมาก ขู่จะระเบิดเมืองให้วอด ถ้าเขาไม่ได้ ‘อัญมณีแห่งแมนจูเรีย’ คืนกลับมา ระหว่างที่ทุกคนกำลังวิตกเรื่องนี้ เฮียหงวนก็บุกไปที่บ้านสนธยา แล้วจับตัวเธอมาเพื่อใช้เป็นเครื่องต่อรอง แลกกับ ‘อัญมณีแห่งแมนจูเรีย’ ซึ่ง ดร. วิม นำไป แล้วมอบให้ พราน จอมภูต เป็นผู้เก็บรักษา เชิดวุธไปพบเฮียหงวนยังจุดนัดพบ เขาร่วมกับ พราน จอมภูต และแจ๊สมิน ช่วยสนธยาออกมาจากกองระเบิด พร้อมทั้งยังจัดการกับเฮียหงวนและสมุนพรานดำอีกหลายคน เหตุการณ์นี้ยิ่งสร้างความโกรธแค้นให้แก่ วัง เฟย หลง มาก เขาสั่งให้พวกพรายดำเดินหน้าทำแผนการที่เขาวางไว้ให้สำเร็จ เที่ยงคืนของวันที่ 31 ธันวา ต่อไปยัง 1 มกรา ทันทีที่เสียงเค้าท์ดาวน์สิ้นสุด เขาจะเข้ายึดระบบของหน่วยงานสำคัญต่าง ๆ และสร้างความปั่นป่วนอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน วัง เฟย หลง มั่นใจมาก เพราะเวลานี้เขามี ‘สายลับล่องหน’ ที่จะช่วยให้งานของเขาง่ายขึ้นแล้ว แต่สิ่งที่เขาคาดไม่ถึงก็คือ ‘สายลับล่องหน’ นี่เองที่กลับจะเป็นอาวุธย้อนมาเล่นงานตัวเขา เพราะเฮนรี่กับสายลับต่างชาติผู้นี้ ได้แอบตกลงกันอย่างลับ ๆ ที่จะจัดการกับ วัง เฟย หลง คืนส่งท้ายปี ทุกคนเตรียมเฉลิมฉลอง เช่นเดียวกับ วัง เฟย หลง ที่รอคอยเวลาสำคัญนั้นเช่นกัน แต่แล้วก่อนหน้านั้นเพียงไม่กี่นาที สายลับล่องหนก็บุกเข้าไปจัดการกับทีมการ์ดของ วัง เฟย หลง จนเกลี้ยง จากนั้นเฮนรี่ก็ตามเข้าไปเพื่อสังหาร วัง เฟย หลง ด้วยมือเขาเอง ทว่านี่คือกับดัก วัง เฟย หลง ไม่ได้อยู่ในห้องนั้น แก๊สพิษพุ่งออกมาจัดการกับเฮนรี่และสายลับล่องหน โชคดีที่เชิดวุธบุกเข้ามาในฐานลับพรายดำ แล้วจัดการตัดไฟในอาคารทั้งหมด เพื่อสกัดการทำงานของพวกแฮกเกอร์ เมื่อไฟดับ ระบบต่าง ๆ ก็ทำงานต่อไม่ได้ รวมทั้งระบบล็อกห้องด้วย เฮนรี่กับสายลับล่องหนหนีออกมาได้ แต่ก็ไม่รอดพ้นจาก พราน จอมภูต และแจ๊สมินที่เข้ามาขวางไว้ พรานต่อสู้กับสายลับล่องหน ขณะที่แจ๊สมินสู้กับเฮนรี่ การต่อสู้นี้สองพี่น้องต้องวัดใจกัน ซึ่งเฮนรี่ก็ไม่ลังเลที่จะปลิดชีพแจ๊สมิน ก่อนที่เขาจะต้องจบชีวิตลงเพราะ พราน จอมภูต หลังเหตุการณ์ อำพล บวรกุล ประธาน Human Light Foundation เตรียมเดินทางไปต่างประเทศ แต่เมื่อมาที่รถเขาก็พบพรานรออยู่ พรานบอก วัง เฟย หลง ให้เตรียมมอบตัว อีกไม่กี่นาทีนี้ตำรวจจะมา แต่อำพลกลับปฏิเสธว่าเขาไม่เกี่ยวข้องอะไรกับ วัง เฟย หลง พรานจึงเปิดคลิปที่แจ๊สมินถ่ายทิ้งไว้ให้เขาดู คำพูดของแจ๊สมินเป็นเครื่องยืนยันว่า อำพลคือ วัง เฟย หลง ทีมคอมมานโดของเขาออกมาล้อมจับอำพล อำพลโกรธสุด ๆ ชักปืนจะยิงพราน แต่ทีมตำรวจที่รออยู่ไม่ปล่อยให้เขาทำแบบนั้น กระสุนหลายร้อยนัดสาดเข้าใส่อำพล ลงไปจมกองเลือด หลังจบคดี เชิดวุธแต่งงานกับสนธยา ในงานเลี้ยงฉลอง ศรศิลป์ก็มาร่วมแสดงความยินดีด้วย เมื่อมีจังหวะ เชิดวุธก็พูดกับศรศิลป์แบบหยั่งเชิงว่า ในเมื่อพวกพรายดำถูกกำจัดจนสิ้นซากไปแล้ว ต่อจากนี้เขายังจะได้พบ พราน จอมภูต อีกหรือเปล่า คำตอบของศรศิลป์ก็คือ “ตราบใดที่อาชญากรทั้งหลายยังไม่หมดไป พราน จอมภูต ก็จะคอยตามหลอกหลอนคนชั่วพวกนั้นอย่างไม่มีวันเลิกรา”

Meu Prab Yeow Dam (The Legend Of Black Falcon)

Reun Phayom (The House Of Jealousy)

Operation : Golden Trigger (Hak Lin Chang)
ธนุส นิราลัย (หลุยส์ เฮสดาร์ซัน) ตัดสินใจลาออกจากหน่วยสืบราชการลับบราโว่ สาเหตุจาก ลำเพา (แม็กกี้ อาภา) คนรักของเขาถูกส่งไปสืบราชการลับที่ยุโรป โดยที่เขาไม่รู้มาก่อน เรื่องนี้ทำให้ธนุส รู้สึกโกรธ เสธฯ อัศวิน ประมุขของบราโว่ โดยโทษว่าเป็นต้นเหตุสำคัญที่จงใจแยกเขาและลำเพา ออกจากกัน และหลังจากลำเพา จากไปเธอก็ไม่ติดต่อกลับมาหาเขาอีกเลย ธนุสอกหักหมดกำลังใจ และตัดสินใจยื่นใบลาออกจากการเป็นสายลับของบราโว่ในที่สุด
หลังลาออก ธนุสเดินทางไปพักผ่อนที่ภูเก็ต แต่ที่นั่นทำให้เขาพบกับ ยุวดี (มาริสา อานิต้า) ภรรยาของ ปราบ ปุณโยบัติ (อานัส ฬาพานิช) นักการเมืองชื่อดัง ยุวดีได้พยายามเข้ามาขอความช่วยเหลือจากธนุส จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ธนุส รู้ว่ายุวดี กำลังตกอยู่ในอันตราย ยุวดีฝากจดหมายให้ธนุส และกำชับว่าหากเธอเป็นอะไรไปขอให้ธนุส ช่วยส่งจดหมายไปที่เกาะสมุย ถึงนางเคลือบ รูปโอ โดยต้องส่งให้มือด้วยตัวเอง
หลังจากกลับมากรุงเทพฯ หนังสือพิมพ์ก็ลงข่าวยุวดี ถูกฆ่าตาย ธนุสถูกคุกคามจากมือที่มองไม่เห็น ทำให้เขาตัดสินใจทำตามคำขอร้องของยุวดี โดยเดินทางไปที่สมุย เมื่อนางเคลือบ รูปโอ ได้รับจดหมายก็ได้มอบของปริศนาบางอย่างกลับมาให้ธนุส นั่นคือ ไกปืนทองคำ โดยบอกว่าให้เอาไปคืนยุวดี แม้ว่าธนุส จะบอกว่ายุวดี ตายไปแล้ว แต่นางเคลือบ ก็ไม่สนใจและไม่ยอมรับไกปืนทองคำกลับคืน ธนุสจึงต้องเก็บรักษาไกปืนทองคำเอาไว้โดยหารู้ไม่ว่ามันคือ บัตรเชิญของมัจจุราชที่กำลังคืบคลานเข้ามาหาธนุส นั่นเอง
ธนุส ถูกสะกดรอยตามจากลูกน้องของปราบ เพื่อแย่งชิงไกปืนทองคำกลับคืนมา และได้รับความช่วยเหลือจาก คริสติน่า (เซฟฟานี่ อาวะนิค) สายลับสาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานในเมืองไทย คริสติน่า เข้ามาสืบเรื่องขบวนการค้ายาเสพติดของปราบ ทำให้เธอและธนุส ต้องโคจรมาพบกันบ่อย ๆ
ธนุสรู้มาว่าปราบ เป็นนักการเมืองที่มีเบื้องหลังชั่วร้าย แต่ขาดหลักฐานเอาผิด ประเทศไทย ต้องตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของนักการเมืองชั่วที่ไม่มีใครกล้ากระชากหน้ากากออกมา ธนุสตัดสินใจรวบรวมลูกน้องเก่าประกอบด้วย นำพล ดิลก อาคม พิมพ์จันทร์ มาร่วมกันทำงานเพื่อชาติอีกครั้ง โดยได้รับการสนับสนุนจาก เสธ.อัศวิน ประมุขของบราโว่
ธนุสสืบพบว่าปราบ ใช้ไกปืนทองคำ เป็นกลไกสำคัญในการเปิดประตูลับที่ซ่อนอยู่ภายในคฤหาสถ์หรู พวกเขาจึงพากันบุกเข้าไป แต่ปราบ กับพวกหนีไปทางช่องทางลับ ปราบแค้นที่โดนธนุส ลูบคม จึงใช้อำนาจรัฐบิดเบือนจนทำให้ธนุส กลายเป็นผู้ต้องหาและถูกตำรวจไล่ล่า ขณะที่เสธ.อัศวิน ก็ถูกบีบจากผู้ใหญ่ให้หยุดความช่วยเหลือธนุส กับพวก
ธนุสหนีไปกับคริสติน่า ความใกล้ชิดทำให้คริสติน่า ตกหลุมรักธนุส แต่แล้วเธอก็พบว่าหัวใจของธนุสนั้น มอบให้ลำเพา คนรักเก่าจนไม่มีช่องว่างให้เธอแทรกตัวเข้าไปได้อีก ธนุสได้ข่าวว่าลำเพา กลับมาจากต่างประเทศ โดยมี พลาย (บอส ชนกันต์) เจ้าหน้าที่บราโว่ ซึ่งหลงรักลำเพา บินไปรับตัว ธนุสและพลาย ต่างก็หลงรักลำเพา เมื่อธนุส รู้ว่าลำเพา มีพลายคอยดูแล เขาจึงตัดสินใจที่จะไม่ไปหาลำเพาอีก
ธนุสพบความจริงว่า แท้จริงแล้วยุวดี ยังไม่ตายแต่ปลอมตัวอยู่ในคราบของนางเคลือบ รูปโอ และพยายามใช้ธนุส เป็นเครื่องมือเพื่อเปิดโปงปราบ และองค์กรวายร้ายที่ยุวดี สังกัดอยู่ เนื่องจากยุวดี ต้องการจะหนีจากองค์กรแต่ทำไม่ได้ จึงหวังให้ธนุส เปิดโปงเพื่อให้เธอเป็นอิสระ แต่แล้วยุวดี ก็ถูกสตีเว่น วายรายจากต้นสังกัดของเธอตามมาฆ่าตาย
ปราบเริ่มจนมุม ความลับกำลังจะถูกแฉจึงรีบหนีไปเมืองนอก แต่ธนุส และพวกทุกคนมายับยั้งเอาไว้ได้ ปราบตายเพราะเครื่องบินระเบิดกลางอากาศ องค์กรวายร้ายยุติลง ลำเพาเปิดเผยว่าเธอจำเป็นต้องแต่งงานกับพลาย เพราะพลายเสี่ยงชีวิตเข้าช่วยเธอจนพิการ และไม่มีใครดูแล เธอจะทิ้งพลายให้นอนอย่างเดียวดายในโรงพยาบาลไม่ได้ จึงต้องตัดสินใจแต่งงาน ธนุส และคริสติน่า เข้าใจตัวตนของกันและกัน ทำให้คริสติน่า เดินทางกลับประเทศไป ขณะที่ธนุส ยังคงใช้ชีวิตสันโดษต่อไปเงียบ ๆ ที่วัดป่า ติดตามชมความเข้มข้นของละคร หักลิ้นช้าง ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 09.15 น. ทางช่อง 7

Tai Rom Pra Baramee: Arthit Up Saeng
เมื่อรู้ข่าวการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโดยไม่ทันตั้งตัวเช่นนี้ ชายชราที่ชื่อว่า ซือเล่อ ถึงกับทรุดลงกราบ ร้องไห้คร่ำครวญอยู่ริมถนนอย่างไม่อายใคร ใครจะคาดคิดว่า วันนี้จะมาถึง 50 ปีที่แล้วหากไม่มีพระองค์ ซือเล่อและชาวไทยภูเขาคงไม่มีชีวิตสุขสบายอยู่มาจนทุกวันนี้ หลังกลับมาถึงหมู่บ้านปางแง ชายชราที่ชื่อซือเล่อล้มป่วยลงด้วยความเสียใจ แม่เฒ่าคำกิ่งเองก็ไม่ต่างกัน คนเฒ่าคนแก่ในหมู่บ้านปางแงมารวมตัวพูดคุย ต่างสำนึกในพระมหกรุณาธิคุณ เมื่อขาดพระองค์ไปทำให้ทุกคนอยู่ในอาการโศกเศร้า อาการป่วยของพ่อเฒ่าซือเล่อเองก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น ท้องฟ้าที่หมู่บ้านมืดครึ้มเมื่ออาทิตย์อับแสง ซือเล่อนอนฟังคนรุ่นใหม่ในหมู่บ้านซึ่งไม่ค่อยเข้าใจซาบซึ้งในสิ่งที่ในหลวงทำให้ด้วยความไม่สบายใจ จึงฝืนสังขารลุกขึ้นมาแล้วเล่าเรื่องให้ทุกคนฟังว่าพระองค์มีพระมหากรุณาธิคุณต่อชายไทยภูเขามากเพียงใด เมื่อ 50ที่แล้ว ชายหนุ่มที่ชื่อซือเล่อ คือหนึ่งในชาวไทยภูเขาของหมู่บ้านปางแง ที่ทั้งหมู่บ้านมีอาชีพปลูกฝิ่นขายให้กับกองกำลังต่างชาติของนายพล เอ็งช่วน ทุกคนในหมู่บ้านปางแงใช้ชีวิตอย่างผิดกฎหมาย ไร้สัญชาติ หลบๆซ่อนๆ จากอำนาจรัฐ สภาพความเป็นอยู่ของทุกคนในหมู่บ้าน เต็มไปด้วยความกดดัน และถูกควบคุมโดยกองกำลังต่างชาติที่คอยบังคับให้คนในหมู่บ้านต่อต้านข้าราชการไทย ซอซอ แม่ของซือเล่อป่วยหนัก หมอผีในหมู่บ้านไม่สามารถรักษาให้หายได้แล้ว ทำให้ซือเล่อตัดสินใจแอบพาซอซอหนีจากหมู่บ้านไปหาหมอที่มากับคณะของในหลวง จนซอซออาการดีขึ้น และหายจากการเจ็บป่วยในที่สุด ด้วยเหตุนี้ทำให้ซือเล่อเริ่มมีความคิดที่แตกต่างจากคนในหมู่บ้านปางแง ซือเล่อพยายามติดต่อหาข่าวเรื่องการเสด็จของในหลวง และสิ่งที่พระองค์พยายามจะช่วยเหลือชาวไทยภูเขาที่หมู่บ้านอื่น ๆ ซือเล่อเล่าให้ คำกิ่ง สาวคนรักฟังเรื่องในหลวงอยากให้ชาวไทยภูเขาเลิกปลูกฝิ่น แต่แล้วเรื่องรู้ไปถึงหูของเล่าต๋า ทำให้เล่าต๋าไม่พอใจ ซือเล่อจึงถูกจับตัวไปสอบสวน และเฆี่ยนตี เพื่อล้างสมอง ซือเล่อพยายามอธิบายเรื่องดีๆ ของในหลวงให้เล่าต๋าฟัง แต่เล่าต๋าไม่สนใจ กองกำลังของนายพลเอ็งช่วน ถูกตชด.โจมตี ล่าถอยเข้ามาในหมู่บ้านปางแง และยึดหมู่บ้านปางแงเป็นฐานที่ตั้ง เล่าต๋าและคนในหมู่บ้านเริ่มเห็นธาตุแท้ของนายพลเอ็งช่วนที่เห็นแต่ประโยชน์ส่วนตัว ทำทุกอย่างเพื่อให้พวกของตัวเองรอด โดยไม่สนใจชีวิตของชาวบ้านในหมู่บ้านปางแง เล่าต๋าเสียใจจนกระทั่งล้มป่วยลงด้วยความตรอมใจ คำกิ่ง ลูกสาวของเล่าต๋าจึงขอร้องให้ซือเล่อ พาเล่าต๋าไปหาหมอหลวงที่หมู่บ้านใกล้เคียง แต่แล้ว นายพลเอ็งช่วนรู้ข่าวจึงส่งคนออกไปตามล่า เพราะเข้าใจว่าเล่าต๋าทรยศ ซือเล่อ คำกิ่ง เล่าต๋า พยายามหลบหนีเอาชีวิตรอด จนกระทั่งมาพบกับกองกำลังตำรวจตระเวณชายแดน และได้รับการช่วยเหลือ ตำรวจตระเวนชายแดนบุกเข้ายึดหมู่บ้านปางแง ขับไล่นายพลเอ็งช่วนออกไปได้สำเร็จ เล่าต๋าได้รับการดูแลจากหมอหลวง ซาบซึ้งในสิ่งที่ในหลวงทรงกระทำเพราะได้มาประสบด้วยตัวเอง เมื่อกลับไปที่หมู่บ้านปางแง เล่าต๋า คำกิ่ง และซือเล่อจึงกลับไปทำลายไร่ฝิ่น และเข้าร่วมกับโครงการในพระราชดำริ ปลูกพืชเมืองหนาวกัน หมู่บ้านปางแง ได้รับการพัฒนา ความเป็นอยู่ดีขึ้นกว่าเดิมมาก ซือเล่อแต่งงานกับคำกิ่ง และได้รับตำแหน่งหัวหน้าหมู่บ้านมาจนปัจจุบัน เมื่อพ่อเฒ่าซือเล่อเล่าจบ เขาก็เข้าใจทันทีว่าชีวิตที่เหลืออยู่เขาจะทำสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิต นั่นคือหน้าที่ในการถ่ายทอดสิ่งที่ในหลวงทรงทำให้คนรุ่นใหม่ได้ยินได้ฟัง เพราะแม้พระองค์จะจากไปแล้ว แต่คุณความดีของพระองค์จะต้องยังคงอยู่ตราบนานเท่านาน หมายเหตุ อาทิตย์อับแสง คือชื่อเพลงพระราชนิพนธ์

Sarawat Thuean (The Furious Inspector)

Sing Rot Banthuk (The Convoy)

Payu Taewada (The Phenomenal)