TV SCENE & PICTURE CO., LTD.
ไม่มีคำอธิบาย
พบทั้งหมด 24 เรื่อง

My (Im)Perfect Family
เป็นเรื่องราวของ คุณนายเหมย ตรงพานิชย์ ที่รักและเป็นห่วงลูกชายทั้งสาม ซึ่งได้แก่ รัก, รวี และ รณกร มาก หวังจะหาลูกสะใภ้ดี ๆ ให้เมื่อทั้งสามเรียนจบ แต่รักกลับแอบไปเที่ยวซ่อง ตามคำชักชวนของ เฉิน ลูกติดของ เถ้าแก่จิว ผู้เป็นพ่อจากเมืองจีน จนทำให้รักติดโรค จนไม่ได้ไปสอบ เป็นเหตุให้ต้องเรียนซ้ำชั้น แถมรักยังไปทำ จันทร์แรม (เด็กรับใช้ในบ้าน) ท้องและไม่ยอมรับผิดชอบ จนพ่อของจันทร์แรมโกรธมาก จึงไปป่าวประกาศความเลวของรักที่โรงเรียนในกรุงเทพฯ ทำให้รักถูกไล่ออกทันที ในขณะที่ รวี พบรักกับ ราณี หลานสาวคนเดียวของ คุณพิสมัย ศัตรูตัวฉกาจของคุณนายเหมย ทั้งสองปลูกต้นรักขึ้นมาอย่างยากลำบาก รวีต้องพิสูจน์ตัวเองอย่างหนัก จนคุณพิสมัยใจอ่อนยอมให้คบกับหลานสาว ซึ่งอุปสรรคเดียวที่รวีต้องผ่านไปให้ได้คือ เปิดเผยให้คุณนายเหมยรู้เรื่องคนรักของเขา รักต้องรับจันทร์แรมมาเป็นเมียแบบไม่เต็มใจ คุณนายเหมยจึงจัดการตัดปัญหาทั้งหมด โดยการส่งลูกชายทั้งสามไปเรียนที่เมืองนอก ราณีก็ตามไปเรียนพร้อมกับรวี ทั้งสองแอบคบกันต่อ โดยไม่รู้ว่ารณกรเองก็แอบรักราณีด้วย เกิดเรื่องที่บ้านตรงพานิชย์อีกครั้ง เมื่อคุณนายเหมยพยายามจะให้จันทร์แรมกินสมุนไพรเพื่อให้แท้ง กลับพลาดกลายเป็น หงส์หยก เมียของเฉินกินแทน ทำให้หงส์หยกแท้งและไม่สามารถมีลูกได้อีกตลอดชีวิต ส่วนจันทร์แรมเมื่อคลอดลูกออกมาแล้วลูกเสียชีวิต ความเสียใจทำให้จันทร์แรมสติหลุดมีอาการเพี้ยน ๆ ผ่านไป 4 ปี รักเรียนจบและกลับมาเมืองไทย รวีแอบคบหากับราณีอย่างเปิดเผย ทำให้รณกรเสียใจมาก ถึงขนาดยอมทิ้งการเรียนและกลับไทยมาพร้อมกับรัก คุณนายเหมยรีบจัดงานแต่งงานให้รักกับ ดวงพร และหวังให้รักดูแลโรงแรมแทนเฉิน ที่ตอนนี้กำลังมีบทบาทสำคัญอยู่ในโรงแรม แต่รักกลับบริหารงานผิดพลาดจนขาดทุนมหาศาล คุณนายเหมยต้องเรียกรวีกลับมาคานอำนาจเฉินแทน รวีได้โอกาสยื่นเงื่อนไขว่า เขาจะทำตามที่คุณนายเหมยขอทุกอย่าง หากคุณนายเหมยยอมรับหญิงสาวที่เขากำลังคบอยู่ คุณนายเหมยจำใจตกลง แต่เมื่อรู้ว่าผู้หญิงคนนั้นคือราณี คุณนายเหมยพยายามขัดขวาง แต่ยิ่งทำก็ยิ่งกลายเป็นเรื่อง เพราะราณีไม่ใช่ผู้หญิงติ๋ม ๆ เหมือนสะใภ้คนก่อน ราณีโต้ตอบคุณนายเหมยแบบสาวหัวนอกสมัยใหม่ ทำให้คุณนายเหมยยิ่งเกลียดราณีหนักเข้าไปอีก เมื่อราณีเข้ามาเป็นพี่สะใภ้ ทำให้รณกรยิ่งเสียใจหนัก จนไปคว้า โฉมฉวี นักร้องจากบาร์มาเป็นสะใภ้แบบไม่ตั้งใจ เมื่อสะใภ้ 4 แบบ เข้ามาอยู่ในบ้านความวุ่นวายจึงเกิดขึ้นไม่เว้นแต่ละวัน แถมรัก และรณกร ยังสร้างเรื่องให้ต้องตามล้างตามเช็ดไม่ไหว เถ้าแก่จิวที่มีโรครุมเร้ามาหลายปีจึงเสียชีวิต โดยก่อนตาย เถ้าแก่จิวเขียนพินัยกรรมยกกิจการที่มีทั้งหมดให้รวีช่วยดูแลให้เพียงคนเดียว เพราะต้องการให้รวีช่วยรักษาดูแลทรัพย์สมบัติที่มีไว้ก่อน เถ้าแก่จิวเชื่อว่ารวีจะแบ่งปันทุกคนอย่างเท่าเทียม ในยามที่ รัก รณกร และ เฉิน มีความสามารถในการดูแลและสมานสามัคคีเป็นหนึ่งเดียวกัน รักโกรธมากหลังเปิดพินัยกรรม ถึงขนาดแยกตัวไปอยู่กรุงเทพฯ และเปิดร้านเพชร เพื่อพิสูจน์ว่าตัวเขาเองก็เก่งไม่แพ้น้องชาย รณกรก็เบนเข็มไปเล่นการเมือง ในขณะที่เฉินเอาเงินที่เคยยักยอกเอาไว้ไปสร้างโรงแรมใหม่ และเปิดเป็นคู่แข่งกับโรงแรมของคุณนายเหมยซะเลย พินัยกรรมของเถ้าแก่จิว ได้เปิดฉากสร้างความสั่นคลอนของคนในครอบครัว ตรงพานิชย์ เสียแล้ว ลำพังคุณนายเหมยเพียงคนเดียวจะดึงสายสัมพันธ์พี่น้องให้กลับมาดีได้ดังเดิมหรือไม่ ท่ามกลางการแก่งแย่งชิงดีของเหล่าสะใภ้ คุณนายเหมยและราณีจะลงเอยแบบใด ? ติดตามชมกันต่อได้ในละคร แสนรัก ที่ออกอากาศทุกวันจันทร์ - อังคาร เวลา 20.30 น. ทางช่อง 3 ละคร แสนรัก เริ่มตอนแรกวันอังคารที่ 29 กรกฎาคม 2568

Eight Count
เป็นเรื่องราวของ ธัญญ์ (ณวัสน์ ภู่พันธัชสีห์) เด็กหนุ่มที่มีหัวใจนักสู้ที่มุ่งมั่นอย่างแรงกล้า เตเต้ (นัฐนิช ประดิษฐาน) เด็กหนุ่มที่คิดว่าชีวิตสามารถดีได้ด้วยการชกมวย และ ยามเย็น (ธารา ทิพา) เด็กหนุ่มที่ฝันอยากเป็นนักมวยแต่ชกไม่เป็น ทั้ง 3 คือเพื่อนรักแห่งบ้านดอนศักดิ์ ธัญญ์และเตเต้เป็นคู่ชกเพื่อนรักดาวรุ่งของบ้านดอนศักดิ์ เตเต้โชคดีลีลาโดดเด่นจึงได้เข้าไปอยู่ในค่ายกระทิงทองยิม ในการดูแลของ เฮียหวัง (อภินันท์ ประเสริฐวัฒนกุล) ส่วนธัญญ์ดันไปถูกตาต้องใจ หลิน (พิจักขณา วงศารัตนศิลป์) ลูกสาวเฮียหวัง (เจ้าของค่ายมวย) เธอจึงชวนธัญญ์ให้มาเป็นนักมวยในการดูแลของเธอ โดยหวังจะให้ธัญญ์มาช่วยให้เธอชนะพนันพ่อของตัวเอง ในเงื่อนไขตกลงกันว่า ถ้านักชกของใครได้เป็นแชมป์ก่อน อีกฝ่ายจะต้องทำตามที่ผู้ชนะต้องการ ซึ่งเป้าหมายของฝั่งพ่อคือให้หลินแต่งงานกับโปรด ส่วนเป้าหมายฝั่งลูกคือการเป็นอิสระเรื่องการเลือกสามีนั่นเอง การมาของธัญญ์จึงเป็นที่จับตามองของทุกคนในค่ายกระทิงทองยิม โดยเฉพาะ ฟ้าโปรด (สิทธานต์ ศุภเกรียงไกร) นักชกดาวรุ่ง No.1 ของค่าย และว่าที่สามีในอนาคตของหลิน โปรดหมายหัวธัญญ์และเล็งเป็นศัตรูหมายเลข 1 ของตนเองทั้งเรื่องหัวใจและการต่อสู้ แบ็คของโปรดคือ ปราบ (เดวิด อัศวนนท์) พ่อแท้ ๆ ผู้มีอิทธิพลและธุรกิจผิดกฎหมายทั้งในและต่างประเทศ ความสนิทสนมของธัญญ์กับหลิน และฝีมือเชิงมวยของธัญญ์พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว จนโปรดต้องใช้วิชามารทุกรูปแบบเพื่อหยุดธัญญ์ แล้วก็สำเร็จจนได้ ! โปรดเก็บงานด้วยการขับรถพุ่งชนจนธัญญ์เสียชีวิตทันที ! ธัญญ์ที่ทุกคนเข้าใจว่าตายไปแล้ว กลับมาอีกครั้งกับชื่อใหม่ และฝีมือชั้นเชิงมวยที่อัปเลเวลขึ้นอย่างคาดไม่ถึง โดยได้รับการช่วยเหลือจาก ครูศักดิ์ (ณัฐวุฒิ สกิดใจ) นักมวยรุ่นเก๋าที่มีอดีตอันหนักหน่วงกับพ่อของธัญญ์ ธัญญ์กลับมาทวงศักดิ์ศรี และคนรักของตนเองคืนจากโปรด ซึ่งความพยายามอย่างหนัก กับหัวใจนักสู้ที่มีอยู่เต็มเปี่ยมในตัวของธัญญ์ ไม่ว่าเขาจะล้มสักกี่ครั้งแต่เขาก็ไม่ยอมแพ้แต่มันกลับเป็นแรงผลักดันให้ขาทั้ง 2 ข้างมีแรงลุกขึ้นมาสู้ใหม่ได้ตลอดเวลา ดั่งคำกล่าวที่ว่า "ไม่สำคัญว่าจะล้มสักกี่ครั้ง แต่โลกจะจดจำกับหนึ่งครั้งที่คุณลุกขึ้นมาสู้ต่อได้" ล้มท่าไหนไม่สำคัญ แต่ท่าที่คุณลุกขึ้นมาได้คือเท่เสมอนับ 8 ติดตามชมละคร นับ 8 ได้ทุกวันจันทร์ - อังคาร เวลา 20.30 น. ทางช่อง 3 กด 33 ละคร นับ 8 เริ่มตอนแรกวันจันทร์ที่ 2 มิถุนายน 2568

My Stupid Cupid

Help Me Khun Pee Chuay Duay (Help Me! Oh My Ghost)

Accidental Love
อุบัติเหตุทางรถยนต์ที่เกิดขึ้นเพียงเสี้ยววินาทีเมื่อหลายปีก่อน ทำให้ชื่อของ พลอยพิมล กลายเป็นศัตรูตัวร้ายของตระกูลเตชพิพัฒน์ นับตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา ความเคียดแค้นชิงชังในตัวหญิงสาวในฐานะคนร้ายที่ขับรถชน กาลรุจิ พี่สาวคนเดียวของ ทิศผาติ ลูกชายของบ้านเตชพิพัฒน์ จนพิการ เป็นแรงเกลียดชังทำลายล้าง ทำให้พลอยพิมลต้องหายสาบสูญอย่างไร้ร่องรอย
ทิศผาติกลับมาเพื่อสืบหาคนที่ทำร้ายพี่สาว และเข้ามารับตำแหน่งผู้บริหารบริษัเครื่องสำอางบุญศรี แต่ยังไม่ทันจะได้ทำตามความตั้งใจแรก เขากลับตกหลุมรัก จิตสกาว เลขาฯ สาวที่มีบุคลิกแปลก ๆ ต่างจากผู้หญิงทุกคนที่เขาเคยพบมา เพราะเธอมีท่าทางหวาดกลัวและคอยแต่จะหลบหน้าเขา ผิดกับผู้หญิงคนอื่น ๆ ที่คอยแต่จะวิ่งเข้าหาเขา เพลย์บอยหนุ่มก็เลยแพ้ทางเป็นฝ่ายตามจีบเลขาฯ ตัวเอง
หลังจากกาลรุจิประสบอุบัติเหตุก็เก็บตัวเงียบอยู่แต่กับบ้าน ก่อนหน้าที่จะพิการ กาลรุจิเคยถูกจับตามองว่าจะเป็นนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่จะประสบความสำเร็จ และยังเคยหมั้นหมายกับ นิติ ปรีชายุทธา ลูกชายของเจ้าสัวรถทัวร์สายเหนือ แต่หลังจากที่เธอประสบอุบัติเหตุจนพิการ ทั้งงานทั้งคู่หมั้นก็หายไปทั้งหมด กาลรุจิจึงตัดสินใจจะลุกขึ้นสู้อีกครั้งด้วยการรับเป็นผู้สนับสนุนโครงการเพื่อสังคมของชมรมขับขี่ปลอดภัย ธุรกิจเครื่องสำอางจึงตกเป็นของทิศผาติ ซึ่งได้ ธเรศ พี่ชายนอกไส้ของทิศผาติที่สนิทที่สุด มาคอยช่วยดูแลงานด้านบริหารเป็นอย่างดี
ความสัมพันธ์ของเจ้านายกับเลขาฯ พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว จนถึงขนาดวางแผนชีวิตร่วมกัน ทว่าสิ่งที่เก็บซ่อนมาตลอดกลับมาเปิดเผยในวันที่ทุกอย่างกำลังจะลงตัว ทั้งงานและความรัก เมื่อกาลรุจิได้เจอกับพลอยพิมลอีกครั้ง ในงานเปิดตัวโครงการของชมรมขับขี่ปลอดภัยที่กาลรุจิเป็นประธาน เหมือนทุกอย่างพร้อมใจกันพังทลาย เพราะพลอยพิมล หญิงสาวที่ทิศผาติตามหามาตลอด ก็คือจิตสกาวคนใกล้ตัวและใกล้ใจของทิศผาตินั่นเอง
อุบัติรักที่เกิดขึ้นอย่างสวยงาม กลายเป็นอุบัติร้ายในชั่วพริบตา ทิศผาติ กับ จิตสกาว จะยังจับมือกันไว้ได้หรือไม่ หรือใครคนใดคนหนึ่งจะชิงปล่อยมือและผลักไสอีกคนออกจากชีวิต ติดตามชมกันต่อได้ในละคร อุบัติร้ายอุบัติรัก ที่ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.20 น. ทางช่อง 3 กด 33 ละคร อุบัติร้ายอุบัติรัก เริ่มตอนแรกวันอาทิตย์ที่ 4 เมษายน 2564

Maya Sanaeha
ชาครีย์ กับ มนสิชา คู่สามีภรรยาที่แต่งงานกันมาได้ 7 ปี เป็นการแต่งงานกันตั้งแต่อายุยังน้อย เพราะความรักที่หวือหวา แต่ทั้งคู่ไม่มีลูกด้วยกัน นิสัยก็ต่างกัน มนสิชาค่อนข้างเป็นคนละเอียดอ่อน ช่างจัดแจง มีพิธีรีตอง ใส่ใจกับทุกเรื่อง ในขณะที่ชาครีย์ไม่เคยคิดเล็กคิดน้อย และไม่เก็บเรื่องจุกจิกมาใส่ใจ ไลฟ์สไตล์จึงต่างกัน
เมื่อเวลาผ่านไป แค่ความรักมันไม่พอ ในที่สุดจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของชีวิตคู่ก็มาถึง เมื่อ มะลิ แม่ครัวใหญ่ของบ้านชาครีย์ พาหลานสาวชื่อ สวรส มาอยู่ด้วย สวรสเป็นหญิงสาวที่หน้าตาสะสวยยิ้มแย้มแจ่มใส ช่างพูดช่างคุย สวรสตกหลุมรักชาครีย์ตั้งแต่แรกเห็น ระเบิดสำคัญอีกลูกคือความขัดแย้งของ 2 แม่ ระหว่าง เมทินี แม่ของมนสิชา กับ จินตนา แม่ของชาครีย์ ทั้งคู่ต่างก็อยากจะให้ลูกของตัวเองหย่าขาดจากกัน กลายเป็นความขัดแย้งของ 2 ครอบครัว ที่มนสิชากับชาครีย์พยายามกระชับความสัมพันธ์นี้ไว้
ชีวิตคู่ของทั้งสองรายล้อมไปด้วยปัญหาและอุปสรรครอบด้าน ทั้ง 2 แม่ที่หายใจเข้า-ออกเป็นใบหย่า ไหนจะสวรส สาวใช้สายมโน ที่พร้อมจะเสียบตลอดเวลา ยังจะมี ภควัต เพื่อนของมนสิชา ที่พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อเป็นมากกว่าเพื่อน และปัญหาภายในบริษัทของชาครีย์ที่บั่นทอนสุขภาพจิตจนกลายเป็นความเครียด ทุกอย่างเข้ามาในเวลาเดียวกัน เพราะความกลัดกลุ้มกับปัญหา ชาครีย์จึงนัดเพื่อนสนิทไปดื่มเพื่อระบายความเครียด แต่เพราะเหล้ากลับทำให้ชีวิตของเขาต้องพังทลาย เมื่อเขาตื่นขึ้นมาในสภาพเปลือยเปล่าอยู่บนเตียงกับสวรส และช็อกยิ่งกว่าที่รู้ว่ามนสิชามาเห็นเขากับสวรสในสภาพนี้ไปแล้ว มนสิชาขอนัดหย่ากับเขาทันที
ขณะที่ชาครีย์กำลังขับรถไปที่เขตด้วยความกลัดกลุ้มนั้น เขาไม่ทันสังเกตเห็นว่ามีรถจักรยานยนต์คันหนึ่งขี่มาประกบด้านข้างแล้วชักปืนยิงใส่.... เปรี้ยง !! ชาครีย์ตื่นขึ้นมาอีกครั้งในโรงพยาบาล แต่สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าก็คือการที่เขาเห็นว่าร่างของตัวเองกำลังนอนให้น้ำเกลือระโยงระยางอยู่บนเตียงในห้องพัก โดยที่ตัวเองเป็นเพียงวิญญาณที่ยืนอยู่ข้างเตียง เขาไม่สามารถพูดจาสื่อสารกับใครได้เลย ไม่มีใครมองเห็นเขาแม้แต่คนเดียว ณ นาทีนี้คือชาครีย์ยังไม่ตาย แต่วิญญาณเขายังไม่สามารถหาทางกลับเข้าร่างได้นั่นเอง มนสิชาแทบช็อกเมื่อรู้ข่าว ทุกคนต่างรอคอยปาฏิหาริย์ เพื่อจะทำให้ชาครีย์ฟื้นกลับมาอีกครั้ง
ทุกวันชาครีย์ได้แต่คุยกับวิญญาณที่อยู่ในสถานพักฟื้นที่ร่างเขาพักรักษาตัวอยู่ ซึ่งคอยช่วยเหลือเขา การได้คลุกคลีกับวิญญาณเหล่านั้นก็ได้สอนบทเรียนและให้มุมมองความคิดเรื่องชีวิตคู่กับชาครีย์อย่างประเมินค่าไม่ได้ และการที่เขากลายเป็นวิญญาณอย่างนี้ ทำให้เขารู้ธาตุแท้ของใครหลายคนที่เขาคาดไม่ถึง อีกทั้งยังเข้าใจในตัวมนสิชาดีขึ้น ได้เห็นภรรยาในมุมที่เขาไม่รู้มาก่อน ชาครีย์ได้แต่เสียใจที่เขามองภรรยาผิดไป ขณะเดียวกันสวรสก็เข้ามาแสดงตัวว่าเป็นเมียอีกคนของชาครีย์อย่างเปิดเผย และประกาศว่าเธอท้องกับชาครีย์ !!
ระหว่างที่ชาครีย์นอนเป็นผัก เมธัสกับตุลยา และเบญจมาศ เพื่อนของชาครีย์ ก็พยายามติดต่อสื่อสารกับวิญญาณของชาครีย์จนได้ ส่วนภากรและเอกทัตที่เป็นทั้งเพื่อนและลูกน้องในบริษัทของชาครีย์ก็ยังคงขับเคี่ยวกันเพื่อหาต้นเหตุของคนที่บ่อนทำลายชาครีย์ลับหลัง ซึ่งคนที่น่าสงสัยที่สุดก็คือภควัต
ทุกคนต่างมีผลประโยชน์ในการตายของชาครีย์ทั้งนั้น แต่ต่างกันที่เป้าหมาย บางคนอยากให้เขาฟื้น แต่ก็มีไม่น้อยที่อยากให้เขาตายไปจริง ๆ สุดท้ายเพราะความรักอันบริสุทธิ์ก็สามารถนำทางวิญญาณของชาครีย์กลับเข้าร่างได้สำเร็จ แต่...การกลับมามีชีวิตของเขาอาจจะต้องแลกกับการที่จะสูญเสียเธอไปหรือไม่ เพราะคนบงการที่แท้จริงยังลอยนวล !! ติดตามชมละคร มายาเสน่หา ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 14.55 น. ทางช่อง 3 กด 33

Mist of Love
เกิดเหตุการณ์ตึกถล่มติดๆ กันหลายครั้งไล่ตั้งแต่จันทบุรีมาถึงกรุงเทพ แต่ละครั้งก็จะพบอักขระประหลาดเขียนไว้ที่เสาอาคารก่อนจะเกิดเหตุการณ์ไม่กี่วัน เหตุการณ์นี้ทำให้ทุกคนหวาดกลัวว่าจะเป็นเรื่องของอาถรรพ์หรือไม่ เพราะที่ดินที่สร้างตึกเหล่านั้น ล้วนแล้วแต่เป็นที่ดินเก่าของ ขุนอุทัยโยธิน ขุนนางหนุ่มในสมัยรัชกาลที่ 5 ด้วยกันทั้งสิ้น นอกจากนั้น ก่อนหน้านี้ก็ยังมีผู้พบเอกสารโบราณของขุนอุทัยโยธินที่ประเทศรัสเซีย ซึ่งมีอักขระแบบเดียวกับที่ปรากฏบนเสาอาคารที่ถล่มทุกแห่งด้วย จึงยิ่งทำให้ข่าวเรื่องอาถรรพ์ของขุนอุทัยโยธินแพร่สะพัด สร้างความหวาดกลัวให้ผู้คนมากยิ่งขึ้น เพลิงฟ้า นักข่าวของสถานีช่อง 6 สังเกตเห็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นและตัดสินใจสืบเรื่องราวของอักขระปริศนานั้นต่อ และพบว่ามันเกี่ยวข้องกับ ศาสตราจารย์อดุล จุลโภค ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ และยังเป็นอดีตคณะกรรมการที่ปรึกษาของคณะรัฐบาล แต่ปัจจุบันศาสตราจารย์อดุลได้ออกมาจากคณะกรรมการดังกล่าวแล้วด้วยเหตุผลด้านสุขภาพ ศาสตราจารย์อดุลมีภรรยาที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับเพลิงฟ้า ชื่อว่า ปักบุญ และมีหลานสาวหนึ่งคน ชื่อว่า ตัวไหน – สิตางศุ์ ปักบุญ หรือในอดีตก็คือเด็กหญิงที่เคยเป็นข่าวว่าระลึกชาติได้ เคยเป็นเด็กในการอุปการะของ นายพลคิด อิทธิวงศ์ อดีตนายทหาร นายพลคิดมีบุตรชายคนหนึ่ง คือ คราส อิทธิวงศ์ ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้ช่วยของรองนายกรัฐมนตรี ปรีดา หัวหน้าคณะที่ปรึกษาของคณะรัฐบาล นายพลคิดกับศาสตราจารย์อดุล หมายมั่นปั้นมือให้คราสกับสิตางศุ์แต่งงานกัน นายพลคิดให้เหตุผลว่าปักบุญมองเห็นว่าสิตางศุ์กับคราสเป็นเนื้อคู่กันมาก่อน เพลิงฟ้ากับสิตางศุ์มีโอกาสได้เจอกันโดยบังเอิญ เมื่อเพลิงฟ้าได้สัมผัสตัวสิตางศุ์ ความสามารถในการระลึกชาติของเพลิงฟ้าที่สะกดไว้ ก็ค่อยๆตื่นขึ้นมาทีละน้อย เริ่มเกิดคดีฆาตกรรมลึกลับขึ้นกับคนรอบตัวของเพลิงฟ้า และเมื่อเพลิงฟ้าแตะที่ตัวเหยื่อ ก็เริ่มเห็นบางสิ่งบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับการตาย เช่น สีที่บ่งบอกจิตใจของฆาตกร สถานที่ อาวุธ ฯลฯ และตัวอักขระลึกลับเหมือนกับที่ปรากฏในที่เกิดเหตุระเบิด เพลิงฟ้ามั่นใจว่าการตายของคนเหล่านี้ เกี่ยวข้องกับเหตุวินาศกรรมในที่ดินของขุนอุทัยแน่ จึงไปขอความช่วยเหลือจากสิตางศุ์ ยิ่งสืบทั้งคู่ก็ยิ่งรู้สึกได้ว่ามีบุคคลบางกลุ่มอยู่เบื้องหลัง คดีฆาตกรรมทั้งหมด เป็นไปเพื่อจุดประสงค์บางอย่างซึ่งอันตรายขึ้นเรื่อยๆ และนอกจากนั้น ทั้งคู่ยังได้รู้ด้วยว่าอีกฝ่ายคือเพื่อนในวัยเด็กของตนนั่นเอง เพลิงฟ้าเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวในอดีตทั้งหมด และได้เห็นเทวรูป”กาลเทพ”ที่มีพลังอำนาจสามารถเห็นอนาคตได้ และผู้ที่ควบคุมอนาคตได้ ก็เท่ากับได้พลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดมาไว้ในมือ ในอดีตขุนอุทัย ได้รู้ถึงพลังอำนาจของเทวรูปกาลเทพ จึงกลัวว่าจะมีคนเอาเทวรูปไปใช้ในทางที่ผิด จึงทำพิธีสะกดเทวรูปไว้กับวิญญาณคน 9 คน ซึ่งถ้าคนทั้งเก้าไม่ได้เกิดมาในชาติเดียวกัน และถูกฆ่าพร้อมกันในชาตินั้น ก็จะไม่มีทางคลายมนต์สะกดได้ แต่ในชาตินี้คนทั้ง 9 ได้กลับมาเกิดพร้อมกันอีกครั้ง จึงเป็นที่มาของคดีฆาตกรรมประหลาดที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ ซึ่งตนกับสิตางศุ์จะต้องหยุดยั้งให้ได้ เทวรูปกาลเทพได้กลืนกินชีวิตผู้คนมาหลายร้อยปี เพราะทุกคนต่างก็หวังจะได้เป็นผู้ครอบครอง แต่ก็ไม่มีใครได้สมใจ “อดีตชาติ”เกิดสิ่งใดขึ้นบ้าง เกิดด้วยฝีมือใคร ส่งผลร้ายถึงปัจจุบันอย่างไร ใครกันบ้างต้องรับโทษ แล้วใครจะหยุดยั้งเหตุร้ายเหล่านี้ได้ มาติดตามกันได้ใน “เล่ห์บรรพกาล” ชื่อไทย : เล่ห์บรรพกาล ชื่ออังกฤษ : - ละครช่อง : ช่อง 3 ผลิตโดย : บทประพันธ์ : วรรณวรรธน์บทโทรทัศน์ : เอกลิขิต กำกับการแสดง : กิตติศักดิ์ ชีวาสัจจาสกุล แสดงนำ : จิรายุ ตั้งศรีสุข, ณฐพร เตมีรักษ์ ออกอากาศ : 3 มีนาคม 2563 - 20 เมษายน 2563 วันออกอากาศ : จันทร์ - อังคาร เวลาออกอากาศ : 20.20 - 22.35 น. จำนวนตอน : - ความยาวตอน : - เรทละคร : - เล่ห์บรรพกาลเล่ห์บรรพกาล

Lub Luang Jai
ความลับ หลอกลวงหัวใจ คุณจดจำรักแรกของตนเองกันได้หรือเปล่า ? จะมีสักกี่คนที่มั่นคงในรักแรก รักเดียวไปจนตาย ถ้าอย่างนั้น เราลองมาดูความรักของเขาเหล่านี้กันว่า รักแรก และ รักสุดท้าย ของพวกเขา มันซ่อนความลับที่เป็นกลลวง ล้อเล่นกับหัวใจของใครบ้าง !!
ไม่มีใครอยากเป็นคนเลว ดังนั้นเมื่อพลาดทำเลว หรือทำผิดพลั้งไป คนเรามักพยายามหาเหตุผลขึ้นมาอ้าง เพื่อสนับสนุนหรือแก้ต่างในการกระทำของตน บางคนทำผิดแล้วไม่ยอมรับผิด บางคนร้ายกว่าเพราะผิดแล้วไม่รู้ตัวเองด้วยซ้ำว่าผิด คิดแต่ว่าเป็นความผิดของคนอื่นร่ำไป
ต่อ CEO หนุ่มหล่อ เข้ม เก่ง เป๊ะ เนี้ยบ พูดตรง ไม่ไว้หน้าใคร ปากร้าย หัวใจบาดเจ็บหนักจากรักแรกจนปิดตายเรื่องชีวิตคู่ หันมาสร้างความโดดเด่นในเรื่องงานอย่างสุดขั้ว จนมีฐานะร่ำรวยมาก เป็นกรรมการบริหารของ กลุ่มบริษัท วงศ์ว่านเครือ ที่เป็นบริษัทโฮลดิ้ง คัมพานี ยักษ์ใหญ่ จบปริญญาตรีด้านบริหารธุรกิจ ขณะกำลังต่อปริญญาโทที่อเมริกา พ่อก็เสีย เลยต้องลาออกมาบริหารงานแทนพ่อ
โจ้ หนุ่มหล่อโปรไฟล์เริด ผู้มี Sex Appeal สูง เป็นตำนานรักแรกของผู้หญิงนับไม่ถ้วน จบการศึกษาด้านคอมพิวเตอร์ นิสัยเจ้าชู้ เห็นแก่ตัว ฟุ้งเฟ้อ เจ้าเล่ห์ ฉลาดแกมโกง มีฐานะปานกลาง พ่อเป็นนายทหารชั้นนายพล แม่เป็นอดีตดารา ความจริงแล้วพ่อกับแม่มีสมบัติเก่าไม่น้อย แต่ด้วยนิสัยฟุ้งเฟ้อของแม่ทำให้ฐานะที่บ้านไม่รวยนัก
ความจริงไลฟ์สไตล์ของต่อและโจ้แทบไม่มีโอกาสโคจรมาเจอกัน แต่เพราะความรักทำให้ทั้งคู่ต้องกลายเป็นคู่อาฆาตกันอย่างดุเดือด เมื่อ วี รักแรกของต่อดันไปหลงติดกับดักความเจ้าชู้ของโจ้ จนทิ้งต่อไปหาโจ้ในวันแต่งงานของทั้งคู่ แต่สุดท้ายวีก็ต้องเป็นฝ่ายโดนโจ้ทิ้งไปเช่นกัน เหตุนี้ต่อจึงฝังใจกับโจ้ และความรักของตนเองจนกลายเป็นความแค้น โจ้ยังคงหว่านความหวังเรี่ยราดให้กับผู้หญิงคนแล้วคนเล่า จนมาเจอกับผู้หญิงอีกหลายคน อาทิ หมอดี, กิ๊ฟ, นิ้ง, ตุ้ม
หมอดี หมอด้านอายุรแพทย์ ฐานะปานกลาง พ่อแม่เป็นครูที่เกษียณอายุแล้ว เป็นคนเรียบร้อย จิตใจดี อ่อนโยน อ่อนหวาน ทำให้เป็นที่รักของเพื่อน ๆ ทุกคน รวมทั้งเป็นที่เอ็นดูของผู้ใหญ่ เป็นคนหัวโบราณนิด ๆ เพราะพ่อกับแม่ค่อนข้างเข้มงวด รักเดียวใจเดียว มีแฟนคนแรกคือโจ้ ทำให้รักโจ้มาก แต่พอผิดหวังกลับเสียใจไม่นาน เพราะเป็นคนอ่อนนอกแข็งใน และเข้มแข็งกว่าที่เห็นภายนอกมาก
กิ๊ฟ เพื่อนรักของหมอดีตั้งแต่สมัยอนุบาล กิ๊ฟคือทายาทตระกูลวงศ์ว่านเครือ บริษัทโฮลดิ้ง คัมปะนี ยักษ์ใหญ่ที่มีกิจการมากมาย กิ๊ฟเป็น 1 ใน 3 สาวโสดผู้บริหารของวงศ์ว่านเครือ บุคลิกคล่องแคล่วแบบเวิร์กกิ้งวูแมน ฐานะร่ำรวยมาก เป็นกรรมการบริหารของกลุ่มบริษัท วงศ์ว่านเครือ จบปริญญาตรีและโทด้านบริหารงานบุคคล เป็นคนขยันขันแข็ง จิตใจดี เอื้อเฟื้อมีน้ำใจ รักเพื่อนโดยเฉพาะหมอดีที่เป็นเพื่อนที่ตนรักมากที่สุด แต่ในใจลึก ๆ รู้สึกว่าตนสู้หมอดีไม่ได้ เพราะถึงตนจะสวยกว่า รวยกว่า แต่ก็เรียนไม่เก่งเท่า ไม่เป็นที่รักของเพื่อน ๆ เท่าหมอดี จึงแอบอิจฉาเพื่อนอยู่ลึก ๆ ด้วยความเป็นคนสวย รวย เด่น เลยมีผู้ชายมาจีบหลายคน แต่ก็ไม่สนใจใครสักคน จนกระทั่งมาเจอโจ้ ซึ่งเป็นผู้ชายคนแรกที่ทำให้ตนรู้สึกรักได้ ก่อนจะมารู้ตัวทีหลังว่าโดนโจ้หลอก ความรักจึงกลายเป็นความแค้น
ตุ้ม สาวทำงานเก่ง หน้าตาจืด ๆ ขาดเสน่ห์ แต่ร่ำรวยมาก เป็นน้องสาวแท้ ๆ ของต่อ จบบัญชี โดยพื้นฐานเป็นคนจิตใจดี แต่มีปมด้อยเรื่องหน้าตาที่ไม่มีอะไรเด่น การเรียน การทำงานก็ธรรมดาไปหมดจนไม่เคยมีใครมาจีบ ทำให้พอมีความรักครั้งแรกกับโจ้ เลยหึงหวงโจ้มากจนทำได้ทุกอย่างเพื่อให้โจ้เป็นของตน กลัวพี่ชายมาก เพราะพี่เป็นคนดุและมีบุญคุณที่ดูแลตนนับแต่ที่พ่อแม่เสีย
นิ้ง สวยเซ็กซี่ แต่งตัวทันสมัย ร่ำรวยมาก เป็นลูกพี่ลูกน้องกับต่อและกิ๊ฟ จบด้านแฟชั่นดีไซน์เป็นคนจิตใจดี ตลกเฮฮา นิสัยลุย ๆ ต่างกับรูปลักษณ์ภายนอก มีปมด้อยที่พ่อเป็นคนอ่อนแอ แม่ก็เอาแต่แต่งตัวสวยไปวัน ๆ จนญาติพี่น้องดูถูก ทำให้เวลาทำงานจะเอาจริงเอาจังมาก กิ๊ฟ, ตุ้ม, นิ้ง เป็นที่หมายปองของหนุ่ม ๆ ทั้งประเทศ เช่นเดียวกับโจ้เพื่อหวังจะตกถังข้าวสาร
ต่อนอกจากเป็นไม้เบื่อไม้เมากับโจ้แล้ว เขายังคอยกีดกันผู้หญิงทุกคนที่โจ้คบ โดยเฉพาะหมอดี ต่อปรามาสหมอดีที่ไม่เลือกคบคน ทำให้ทั้งคู่มักจะปะทะคารมกันอยู่เรื่อย ๆ โจ้เริ่มหาเป้าหมายใหม่ที่สูงกว่าหมอดี คือกิ๊ฟเพื่อหวังพลิกชีวิตเป็นเศรษฐีในพริบตา ขณะที่หยอดเสน่ห์ใส่กิ๊ฟ โจ้ก็ยังเก็บแต้มกับตุ้มอีกคนโดยหวังเป็นตัวสำรองหากพลาดจากกิ๊ฟ และเมื่อมีโอกาสก็หันมาหานิ้งอีกทางเลือกแต่นิ้งไม่เล่นด้วย ในที่สุดโจ้ก็ทำสำเร็จ ทิ้งหมอดีผู้หญิงที่ตัวเองรักที่สุด มาแต่งงานกับกิ๊ฟ สร้างแผลเป็นที่เป็นรักแรกให้กับหมอดี
ต่อเข้ามาเสียบในจังหวะและเวลาที่ถูกต้อง ในสถานการณ์ครอบครัวที่เน่าในของโจ้และความโลภทำให้โจ้เลือกกิ๊ฟและทิ้งหมอดี แต่เมื่อเห็นต่อไปคบหมอดี โจ้ก็เริ่มหวงก้างพยายามขอคืนดีกับหมอดี แต่หมอดีไม่หลงกลแถมยังคบต่ออย่างเปิดเผย ทำให้โจ้แค้นแทบคลั่งและเอาความแค้นครั้งนี้ไปลงกับตุ้ม
ความรักของต่อกับหมอดีจะต้องเจอกับความแค้นและการช่วงชิงจากโจ้ในรูปแบบไหนบ้าง ? โจ้จะจัดการกับโลกหลายใบของตัวเองอย่างไร ? สุดท้ายใครจะต้องเป็นคนรับผิดชอบกับความลับลวงใจครั้งนี้บ้าง ? มาติดตามเอาใจช่วยและสะใจกับผลกรรมจากความรักของพวกเขาเหล่านี้ได้ในละคร ลับลวงใจ ที่ออกอากาศทุกวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 15.00 น. ทางช่อง 3

Chart Suer Pun Mungkorn
ปี 2506 ทรงวาด เด็กชายผู้ตั้งชื่อตามสถานที่เกิดคือ ถนนทรงวาด ด้วยความที่พ่อ แม่ และอา อพยพมาจากเมืองจีน ต้องต่อสู้ดิ้นรนอย่างยากลำบาก ทรงวาดกับน้องสาวจึงเติบโตมาอย่างปากกัดตีนถีบก่อนที่ทรงวาดจะได้ช่วยชีวิตนักการเมืองระดับประเทศคนหนึ่งไว้จากการลอบสังหารโดยบังเอิญ ทรงวาดจึงได้มาเป็นบุตรบุญธรรมของนักการเมืองผู้นั้น ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น และได้เรียนหนังสือสูงขึ้น
ในขณะที่พ่อของทรงวาดกับอาคือ ลิ้มเม้งฮง ได้สาบานเป็นพี่น้องกับ โอ๊วฮุ่ยเชี้ยง นักเลงคนหนึ่งของเยาวราช ได้ร่วมกันทำกิจการบ่อนและโรงน้ำชาเพื่อค้าประเวณีขึ้น แต่พ่อของทรงวาดถูกยิงตายจากการเอาตัวเองเข้ารับกระสุนแทนน้องชาย ลิ้มเม้งฮงล้างแค้นให้พี่และขึ้นเป็นเจ้าพ่อคนหนึ่งของเยาวราช กิจการโรงน้ำชาของลิ้มเม้งฮงกำลังไปได้ดี จึงคิดขยายกิจการ ด้วยการหลอกซื้อตึกแถวหกห้องของ ตระกูลลี้ แต่หลังจากโอนแล้วก็ชักดาบไม่จ่ายเงิน แถมเอาคนมาฆ่าล้างบ้านตระกูลลี้ จนเหลือ ปิ่นมุก (เตียงจู) บุตรสาววัยสิบกว่าปีคนเดียว โอ๊วฮุ่ยเชี้ยงต้องการจะฆ่าปิดปากปิ่นมุกเด็กสาวหวาดกลัวและต่อสู้ คว้าตะเกียงฟาดเข้าหน้าโอ๊วฮุ่ยเชี้ยงจนไฟไหม้ใบหน้าครึ่งซีก ก่อนที่ปิ่นมุกจะหนีรอดไปได้
ทรงวาดเติบโตขึ้นจนสอบเข้าโรงเรียนนายร้อยตำรวจได้ แต่ขณะเรียนอยู่ปีสุดท้าย ก็ถูกคู่แข่งทางการเมืองของพ่อบุญธรรมกลั่นแกล้ง จนต้องออกจากโรงเรียน ชาญยุทธ (อ้าย) พี่ชายบุญธรรม ซึ่งดำเนินรอยตามพ่อมาเล่นการเมือง ได้ส่งทรงวาดกลับมาเยาวราช และออกทุนให้เปิดร้านค้าขายข้าวสารชื่อ โฮ่ว เฮง จั่น ขึ้น แต่ก็ต้องแลกกับการส่งข่าว และทำตามที่พี่และพ่อบุญธรรมสั่งทุกอย่าง แต่ทรงวาดก็เลือกที่จะทำตามนั้น เพราะดีกว่าที่ต้องกลับไปรับช่วงโรงน้ำชาที่ตนเองรังเกียจ
ทรงวาดเริ่มกิจการค้าข้าวอย่างราบรื่น โดยมี ทิเหล็ง อดีตคนลากรถ เป็นมือขวา จนกระทั่งทรงวาดได้มาพบกับเตียงจูโดยบังเอิญที่ศาลเจ้า ทรงวาดรู้จากทิเหล็งว่าเตียงจูต้องกลายเป็นเด็กเร่ร่อนอาศัยศาลเจ้านอนเพราะอาของเขา จึงคิดจะไถ่โทษด้วยการเอาเตียงจูมาเลี้ยง ทรงวาดเลี้ยงเตียงจูอย่างเข้มงวด และพยายามให้เตียงจูเรียนหนังสือให้ได้สูงที่สุด เพื่อชดเชยที่ ป่วยซัง น้องสาวแท้ ๆ ของเขา ไม่ได้เรียนหนังสือ
เตียงจูพยายามหาโอกาสฆ่าลิ้มเม่งฮงเพื่อแก้แค้นให้ครอบครัว แต่ก็แพ้ความดีของทรงวาด เตียงจูซึ้งใจและเริ่มรู้สึกรักทรงวาดขึ้นมาแบบเงียบ ๆ โดยที่แม้แต่ตนเองก็ไม่รู้สึกตัว ทรงวาดดำเนินกิจการค้าข้าวไป และพยายามไม่ยุ่งเกี่ยวกับกิจการโรงน้ำชาและบ่อนของครอบครัว แต่ก็มักจะมีเหตุจำเป็นที่ดึงให้ทรงวาดต้องเข้าไปคอยช่วยเหลือเรื่อยมา ด้วยนิสัยคนจริงของเขาจึงเป็นเหตุทำให้ทรงวาดได้รับการยอมรับนับถือจากเหล่านักเลงเป็นวงกว้าง และชื่อของทรงวาด หรือ เถ้าแก่เสือ ก็ติดทำเนียบเจ้าพ่อเยาวราช แม้ว่าทรงวาดจะไม่ตั้งใจให้เป็นอย่างนี้ก็ตาม
ทรงวาดค้าขายข้าวจนร่ำรวยขึ้นมากพร้อมกับส่งเตียงจูเรียนจนสอบติดคณะแพทยศาสตร์ รวมทั้ง ก๊กไช้ น้องชายของทิเหล็ง ก็สอบติดคณะนิติศาสตร์เช่นกัน ก๊กไช้แอบหลงรักเตียงจูแต่ไม่กล้าแสดงออก ในขณะที่ทรงวาดเองก็มองทั้งสองคนเหมือนน้องมาตลอด แต่ยิ่งใกล้ชิดเตียงจูมากเท่าไหร่ ทรงวาดก็ยิ่งหวั่นไหวมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว จนเป็นเหตุให้ทรงวาดปฏิเสธการแต่งงานกับ ไต้เกียว หลานสาวคนสวยของโอ๊วฮุ่ยเชี้ยง ทำให้โอ๊วฮุ่ยเชี้ยงอาฆาตทรงวาดมาตลอด
ทรงวาดยังต้องทำตามที่ชาญยุทธสั่งในหลายเรื่อง รวมทั้งต้องปกป้องน้องสาวและครอบครัวด้วย เลยถูกเพ่งเล็งจากทางตำรวจ โดยเฉพาะกลุ่มสี่คิง ซึ่งเป็นตำรวจที่คุมเยาวราช จักรวรรดิ พลับพลาไชยทั้งหมด โดยมีสิบตำรวจเอก รณชิต เป็นไม้เบื่อไม้เมากับทรงวาดมาตลอด รณชิตเป็นตำรวจหนุ่มรูปหล่อ อนาคตไกล เลยทำให้สาว ๆ ในเยาวราชหลายคนมองกันตาเป็นมัน รวมทั้ง ลี่เง็ก ลูกสาวของลิ้มเม่งฮง ด้วย แต่รณชิตก็ไม่สนใจใคร เพราะผู้หญิงคนเดียวที่รณชิตมีใจด้วยกลับเป็นเตียงจูนั่นเอง
ทรงวาดต้องสู้กับอำนาจมืดของกลุ่มอิทธิพลทางการเมือง และทางธุรกิจเพื่อช่วยเหลือพี่ชายและพ่อบุญธรรมมาโดยตลอด และเรื่องหัวใจ ก็ต้องต่อสู้กับคู่แข่งที่ไม่ยอมอ่อนข้อให้เช่นกัน.... มาเอาใจช่วย ทรงวาด ชายหนุ่มผู้มีหัวใจที่แข็งแกร่งและมั่นคงแห่งเยาวราช ว่าจะผ่าฟันอุปสรรคในเส้นทางรักและเส้นทางรบไปได้อย่างไร...เพื่อให้ได้เดินบนเส้นทางที่เขาต้องการจริงเสียที ติดตามชมละคร ชาติเสือพันธุ์มังกร ได้ทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.15 น. ทางช่อง 3 ละคร ชาติเสือพันธุ์มังกร เริ่มตอนแรกวันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน 2561

Dang Phromlikhit Rak
รสิกา (โรส) ครีเอทีฟโฆษณาสาวสวยบุคลิกทันสมัย มีความมั่นใจในตัวเองสูงมาก แต่กลับคลั่งไคล้การอ่านนิยาย และดูหนังประเภทย้อนอดีต ข้ามภพข้ามชาติเป็นชีวิตจิตใจ ในห้องนอนของรสิกาจึงมีแผ่นหนัง และหนังสือพวกนี้สะสมไว้เป็นจำนวนมาก วันหนึ่งรสิกาไปซื้อหนังสือนิยายพีเรียดสมัยรัชกาลที่ 6 ตอนปลาย (พ.ศ. 2466-2474) มาจากร้านหนังสือลึกลับในตลาดนัดสวนจตุจักร เรื่อง ดั่งพรหมลิขิตรัก เป็นหนังสือเก่า ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อ 25 ปีที่แล้ว สภาพหนังสือก็เก่าแก่ไปตามกาลเวลา ตัวหนังสือชื่อเรื่องที่หน้าปกเลือนรางไปเล็กน้อย กระดาษเนื้อในก็เป็นสีเหลืองเก่า ๆ แต่รสิกาก็ซื้อมาเพราะถูกใจคำกลอนบนปกหลัง ที่อ่านแล้วรู้สึกเหมือนใครบางคนเขียนถึงตน (เหตุการณ์ต่อจากนี้จะเป็นการมโนของรสิกาทั้งสิ้น ที่อ่านนิยายแล้วคิดไปว่าตนเป็นนางเอกในนิยาย)
หลังจากซื้อหนังสือเสร็จรสิกาก็ขึ้น BTS กลับบ้าน ระหว่างที่นั่งอยู่ในรถไฟฟ้ารสิกาก็หยิบหนังสือนิยายเล่มนั้นขึ้นมาอ่าน ทันใดนั้น รสิกาก็รู้สึกเหมือนบรรยากาศรอบตัวมีภาพของบ้านเมืองในยุคเดียวกับในหนังสือซ้อนทับขึ้นมาแบบราง ๆ รสิกาคิดว่าตนคงเดินซื้อหนังสืออยู่ในตลาดนัดที่ร้อนอบอ้าวนานเกินไปจนหน้ามืดจึงหยุดอ่านครู่หนึ่ง จนรู้สึกว่าการดีขึ้นก็อ่านต่อ ปรากฏว่าอาการเดิมก็เกิดขึ้นอีก ทำให้รสิกาแปลกใจมากว่าสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับตนอยู่นี้มันคืออะไรกันแน่ เมื่อกลับถึงบ้าน รสิกาก็อ่านนิยายต่อ แล้วก็เกิดอาการเดิมซ้ำอีก รสิกาเริ่มชินกับอาการประหลาดแล้วจึงอ่านต่อไปเรื่อย ๆ จนอินกับเนื้อเรื่องในนิยายมากถึงขั้นบอกกับบัว และอำพล ผู้เป็นพ่อและแม่ว่า เนื้อเรื่องในนิยายจะต้องเป็นอดีตชาติของตนกับหม่อมเจ้าดนัยเทพรังสรรค์ พรหมกุล (ท่านชายก้อง) ผู้เป็นพระเอกในนิยายแน่ ๆ
แต่ยิ่งอ่าน รสิกาก็ยิ่งทนไม่ได้เพราะการะเกด นางเอกในนิยายที่รสิกาปักใจเชื่อว่าเป็นอดีตชาติของตนนั้นถูกบุษริน ผู้เป็นแม่เลี้ยง และบุษยาลูกติดสามีเก่าของบุษรินกดขี่ห่มเหง และเอารัดเอาเปรียบทุกทาง การะเกดเป็นคนเรียบร้อยมาก หัวอ่อน ไม่สู้คน และทั้งที่เป็นลูกสาวเจ้าพระยาแต่กลับชอบหมกตัวทำกับข้าว ทำขนมอยู่แต่ในครัว ไม่ยอมออกไปไหนนอกจากไปวัด รสิกาอ่านแล้วก็คิดว่าจะต้องทำอะไรสักอย่าง ไม่อย่างนั้นการะเกดจะไม่มีวันได้เจอกับท่านชายก้องแน่นอน และตนก็จะไม่ได้พบท่านชายในฝันที่กำลังปลื้มอยู่ด้วยนั่นเอง
รสิกาพยายามเลียนแบบวิธีเดินทางย้อนอดีตแบบหนังเรื่อง Somewhere in time ซึ่งเป็นหนังเก่าที่ รสิกาเคยดูเมื่อ 10 ปีก่อน และประทับใจมาก จนเป็นเหตุให้คลั่งไคล้นิยาย และหนังประเภทนี้มากมาจนถึงปัจจุบัน รสิกาจัดห้องนอนให้เหมือนสมัยรัชกาลที่ 6 ตอนปลาย หาสิ่งของเครื่องใช้สมัยนั้นมาตกแต่งห้อง และพยายามสะกดจิตตัวเองว่าตนคือการะเกด เลียนแบบพระเอกในหนังทุกอย่าง แต่ก็ยังไม่สามารถเดินทางย้อนเวลากลับไปได้ มีนและโอม เพื่อนสนิทของรสิกาที่ทำงานอยู่บริษัทเดียวกันรู้เรื่องเข้าก็หาว่ารสิกาบ้า ที่มโนตามนิยายเป็นตุเป็นตะขนาดนี้ ทั้งคู่พยายามพูดให้รสิกาเลิกคิดเพ้อเจ้อ แต่รสิกาก็ยืนยันหนักแน่นว่าตนไม่ได้คิดไปเอง และจะพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าเนื้อเรื่องในนิยายนั้นเป็นเรื่องของตนกับท่านชายก้องจริง ๆ
เมื่อวิธีการเดินทางย้อนเวลาแบบหนังเรื่อง Somewhere in time, Back to the future และอีกหลายเรื่องที่รสิกางัดมาใช้ไม่ได้ผล รสิกาจึงไปหาซื้อกระจกแบบในนิยายเรื่องทวิภพมาตั้งไว้ในห้องนอน แล้วนั่งจ้องนอนจ้องทั้งวันทั้งคืน แต่ก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของท่านชายก้องในกระจกบานนั้น อำพลเห็นรสิกาอินกับนิยายมากเกินไปก็นึกเป็นห่วง กลัวลูกสาวจะเพี้ยน อยากพาไปพบจิตแพทย์ แต่บัวซึ่งเคยเป็นครูบรรณารักษ์ที่คลั่งไคล้การอ่านนิยายไม่แพ้รสิกา กลับมองว่ามันคือความสุขของนักอ่านนิยายสาว ๆ ทั่วไปที่มักจะหลงใหลได้ปลื้มพระเอกในนิยายแล้วจินตนาการไปว่าตนเป็นนางเอกนิยายเรื่องนั้น ๆ อำพลไม่อยากเถียงบัว จึงได้แต่จับตาดูรสิกาอยู่ห่าง ๆ อย่างเป็นห่วง
วันต่อมา รสิกาต้องออกไปพรีเซ็นต์งานที่บริษัทลูกค้ากะทันหัน จึงหยิบหนังสือนิยายที่ยังอ่านไม่จบติดมือไปอ่านต่อบนรถไฟฟ้า BTS ด้วย แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ขณะที่รสิกาอ่านนิยายอยู่นั้นบรรยากาศรอบตัวของรสิกาก็เปลี่ยนจากยุคปัจจุบัน กลายเป็นสมัยรัชกาลที่ 6 รถไฟฟ้าที่นั่งอยู่ตอนแรกก็กลายเป็นรถราง รสิกาประหลาดใจมาก แต่ก็ดีใจด้วยที่ตนสามารถเดินทางย้อนเวลามาหาท่านชายก้องได้แล้วจริง ๆ รสิการีบลงจากรถรางแล้วไปตามหาท่านชายก้องทันที รสิกาตามหาท่านชายก้องไปทั่วจนมาถึงวังทินวงศ์ ซึ่งกำลังมีงานเลี้ยงวันเกิดของ ม.ร.ว. วิไลเลขา ทินวงศ์ (หญิงแต้ว) แขกเหรื่อในงานเห็นรสิกาก็พากันแตกตื่นตกใจ เพราะรสิกาแต่งตัวด้วยชุดเสื้อยืดเข้ารูปกับกางเกงยีนส์ขาด ๆ ตามสมัยนิยม แถมยังพูดจาด้วยภาษาสมัยใหม่ที่ไม่คุ้นหูคนใน พ.ศ. 2466 อีก ก็ยิ่งทำให้คนในงานคิดว่ารสิกาเป็นคนบ้า
หม่อมเจ้ารวีโชติ พ่อของหญิงแต้วให้คนรับใช้ช่วยกันไล่จับรสิกาโยนออกไปนอกงาน รสิกาวิ่งหนีไปชนกับท่านชายก้องที่มาร่วมงานด้วย ท่านชายก้องเห็นหน้ารสิกาก็ตกตะลึง เพราะรสิกาหน้าเหมือนผู้หญิงที่ตนเคยฝันถึงบ่อย ๆ ด้วยเหตุนี้ท่านชายก้องจึงช่วยให้รสิกาหนีออกจากงานเลี้ยงไปได้แบบหวุดหวิด โดยที่ทั้งคู่ยังไม่ทันได้พูดคุยอะไรกันเลย หลังจากช่วยให้รสิกาหนีออกจากงานเลี้ยงไปได้แล้ว จิตใจของท่านชายก้องก็พะวงอยู่แต่กับรสิกา อยากรู้ว่าเธอเป็นใครมาจากไหน สร้างความน้อยใจให้หญิงแต้วมาก จน พีระ ผู้ติดตามและควบตำแหน่งเพื่อนสนิทของท่านชายก้องต้องออกปากเตือนท่านชายก้อง ให้ใส่ใจความรู้สึกของหญิงแต้วบ้าง เพราะถึงแม้ท่านชายก้องจะไม่ได้รักหญิงแต้ว แต่ก็ตกปากรับคำกับผู้ใหญ่ไปแล้วว่าจะยอมหมั้นหมายด้วย จึงควรถนอมน้ำใจหญิงแต้วบ้าง เพราะหญิงแต้วรักท่านชายก้องมากจริง ๆ
ในขณะเดียวกัน ชวาลา (ต้น) ผู้เป็นญาติสนิทของท่านชายก้องก็ดูออกว่าพีระแอบรักหญิงแต้วมานานโดยที่ท่านชายก้องไม่รู้เรื่อง แต่เพราะความเจียมตัวว่าเป็นเพียงลูกมหาดเล็กในวังที่ได้รับการชุบเลี้ยงอย่างดี ได้เรียนหนังสือเท่าเทียมกับท่านชายก้องทุกอย่างเพื่อจะได้ติดตามรับใช้ท่านชายก้องอย่างใกล้ชิด จึงทำให้พีระยอมเก็บงำความรู้สึกของตัวเองมาโดยตลอด ชวาลาเคยบอกให้พีระสารภาพกับท่านชายก้อง เพราะถ้าท่านชายก้องรู้ว่าพีระรักหญิงแต้ว ท่านชายก้องจะต้องสนับสนุนความรักของพีระกับหญิงแต้วแน่นอน แต่พีระไม่อยากสร้างความลำบากใจให้หญิงแต้ว จึงยอมเจ็บเสียเอง
รสิกาหนีออกจากงานวันเกิดของหญิงแต้ว มาจนถึงหน้าบ้านของ เจ้าพระยารามณรงค์เดช ผู้เป็นพ่อของการะเกด ที่หน้าบ้านมีต้นจามจุรีต้นใหญ่เหมือนหน้าบ้านของรสิกาในยุคปัจจุบัน รสิกาจึงรีบวิ่งเข้าไปดูด้วยความคุ้นเคย ทันใดนั้น จวง บ่าวประจำตัวของการะเกด ที่รอการกลับมาของการะเกดอยู่อย่างใจจดใจจ่อก็เข้ามาทึกทักว่ารสิกาคือคุณหนูการะเกดของตน เพราะรสิกาหน้าตาเหมือนการะเกดราวกับคนเดียวกัน รสิกายอมรับสมอ้างสวมรอยเป็นการะเกดเพราะอยากจะช่วยการะเกดเอาคืนบุษริน และบุษยาอยู่แล้ว
รสิกาถูกจวงพาเข้ามาในห้องนอน ถูกจับเปลี่ยนเสื้อผ้าจากเสื้อยืดกับกางเกงยีนส์ขาด ๆ มาเป็นเป็นโจงกระเบนกับผ้าแทบแบบที่การะเกดชอบใช่แทน แต่รสิกาไม่ยอมใส่ แถมยังโวยวายว่าตอนนี้ทางราชการให้มีการเปลี่ยนแปลงการแต่งกายจากโจงกระเบนมาเป็นนุ่งซิ่นแทนแล้ว ตนไม่ยอมแต่งตัวล้าสมัยเด็ดขาด ทำให้จวงแปลกใจมาก เพราะเมื่อก่อนไม่ว่าจวงจะเกลี้ยกล่อมอย่างไร การะเกดก็ไม่ยอมนุ่งซิ่นแต่วันนี้กลับโวยวายว่าจะนุ่งเสียเอง จากนั้นรสิกาก็หลอกถามจวงจนรู้ว่าการะเกดถูกบุษรินกับบุษยาใช้ให้ไปซื้อของตั้งแต่เช้าแล้วก็หายเงียบไป จวงร้อนใจมาก ให้คนออกไปตามหาแต่ก็ไม่เจอ จนกระทั่งถึงตอนค่ำที่รสิกาวิ่งเข้ามาในบ้าน จวงจึงดีใจมาก จนไม่สนใจว่าคุณหนูการะเกดของตนไปเอาเสื้อผ้าแปลก ๆ จากไหนมาใส่
รสิกาถามข้อมูลส่วนตัวของการะเกดหลายอย่าง จนจวงรู้สึกว่าการะเกดมีอาการเพี้ยน ๆ พูดจาด้วยภาษาไม่คุ้นหู แถมยังจำเรื่องราวของตัวเองไม่ได้อีกด้วย รสิกากลัวถูกจวงจับได้ว่าตนไม่ใช่การะเกดตัวจริงจึงหยุดถาม แล้วเตรียมตัวจะเข้านอน แต่จู่ ๆ บุษริน ผู้เป็นแม่เลี้ยงของการะเกดและบุษยา ลูกติดสามีเก่าของบุษรินที่เพิ่งกลับจากงานวันเกิดหญิงแต้วก็พรวดพราดเข้ามาในห้อง แล้วถามรสิกาว่าไปอยู่ที่งานวันเกิดของหญิงแต้วได้อย่างไร รสิกาโกหกว่าตนไม่ได้อยู่ในงาน แต่ไปซื้อของตามคำสั่งของบุษรินตั้งแต่เช้าเพิ่งกลับ บุษรินและบุษยาไม่เชื่อ แต่รสิกาก็ใช้ไหวพริบพูดเอาตัวรอดไปได้ สองแม่ลูกรู้สึกแปลกใจมากที่อยู่ ๆ การะเกดที่เคยเรียบร้อย หัวอ่อนก็ลุกขึ้นมาพูดจายอกย้อน เถียงพวกตนฉอด ๆ อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
จวงดีใจมากที่คุณหนูของตนสามารถจัดการบุษริน และบุษยาจนกระเจิงไปได้ ซึ่งถ้าเป็นเมื่อก่อน การะเกดก็คงจะยอมให้สองแม่ลูกดุด่าและไล่ต้อนจนจนมุมไปแล้ว จวงเห็นการะเกดเริ่มสู้คน ไม่ใช่คนหัวอ่อนเรียบร้อยที่ชอบเก็บตัวทำอาหารอยู่แต่ในครัวเหมือนเมื่อก่อน ก็ยุให้การะเกดทวงเครื่องเพชรที่บุษรินยืมไปแล้วไม่ยอมคืนเอากลับมาให้ได้ รสิการับปากว่าจะจัดการให้ เพราะหมั่นไส้สองแม่ลูกตัวแสบตั้งแต่ตอนอ่านนิยายแล้ว เช้าวันรุ่งขึ้น รสิกาเริ่มปฏิบัติการเอาคืนบุษรินกับบุษยาแทนการะเกด โดยการทวงเครื่องเพชรคืนต่อหน้าเจ้าพระยารามณรงค์เดช และชรินทร์ผู้เป็นพี่ชายของการะเกด เจ้าพระยารามณรงค์เดชไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน พอรู้เข้าก็สั่งให้บุษรินคืนเครื่องเพชรให้การะเกด เพราะเครื่องเพชรชุดที่บุษรินยืมไปนั้นเป็นของนวลลออ แม่ของการะเกดที่เสียชีวิตไปแล้ว ก็ยิ่งสร้างความโกรธแค้นให้กับสองแม่ลูกมากขึ้นไปอีก
บุษรินไม่ยอมแพ้ หาเรื่องฟ้องเจ้าพระยารามณรงค์เดชว่าเมื่อคืนนี้เห็นรสิกาอยู่ในงานวันเกิดของหญิงแต้ว เพื่อหวังจะให้การะเกดถูกดุที่ออกไปทำตัวแปลกประหลาดกลางที่สาธารณะ ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงวงศ์ตระกูล แต่รสิกาก็ตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จแก้ตัวไปว่าปกติตนอยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือนและเป็นคนเรียบร้อยมาก จะไปอยู่ในงานเลี้ยงของคนที่ไม่รู้จักได้อย่างไร เจ้าพระยารามณรงค์เดชเชื่อรสิกา เพราะรู้นิสัยการะเกดดีว่าไม่ชอบออกนอกบ้าน และยิ่งเป็นงานเลี้ยงสังสรรค์ของคนที่ไม่รู้จักยิ่งไม่มีทางที่การะเกดจะไปแน่นอน
จากนั้นเจ้าพระยารามณรงค์เดชก็หันไปเล่นงานบุษริน ว่าที่พูดอย่างนี้เป็นเพราะบุษรินกับบุษยาไปงานวันเกิดหญิงแต้วมาใช่หรือไม่ บุษรินที่เกรงอำนาจสามีเป็นทุนเดิมอยู่แล้วก็ยอมรับตามตรงว่าใช่ ทำให้เจ้าพระยารามณรงค์เดชก็ไม่พอใจมาก เพราะเคยสั่งห้ามไม่ให้บุษรินไปยุ่งกับหม่อมเจ้ารวีโชติและหม่อมประภา เนื่องจากเจ้าพระยารามณรงค์เดชกับหม่อมเจ้ารวีโชติเคยมีเรื่องบาดหมางกันมาก่อน สมัยที่ทั้งคู่ยังเป็นหนุ่มอยู่นั้นเคยหลงรักผู้หญิงคนเดียวกัน นั่นก็คือนวลลออซึ่งเป็นข้าหลวงคนสนิทของเสด็จพระองค์หญิงตำนักริมน้ำ แต่นวลลออเลือกที่จะแต่งงานกับเจ้าพระยารามณรงค์เดช หม่อมเจ้ารวีโชติจึงประชดรักด้วยการแต่งงานกับหม่อมประภา ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของนวลลออทั้งที่ไม่ได้รัก ซึ่งหม่อมประภาก็รู้ดีอยู่แก่ใจว่าหม่อมเจ้ารวีโชติไม่ได้รักตน แต่ก็ยอมแต่งงานด้วยเพราะหม่อมประภารักหม่อมเจ้ารวีโชติมาก และนั่นก็เป็นบาดแผลในใจของหม่อมประภามาตลอด เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้หม่อมเจ้ารวีโชติโกรธแค้นเจ้าพระยารามณรงค์เดชมาก และถึงแม้ว่านวลลออจะเสียชีวิตไปแล้วตั้งแต่คลอดการะเกดได้ไม่นาน แต่หม่อมเจ้ารวีโชติก็ยังผูกใจเจ็บมาจนทุกวันนี้
ทางด้านท่านชายก้องก็ถูกหม่อมเจ้าหญิงแพรวพรรณราย ผู้เป็นแม่เรียกไปพบ หม่อมเจ้าหญิงแพรวพรรณรายบอกว่าตนถูกหม่อมเจ้ารวีโชติ และหม่อมประภา พ่อและแม่ของหญิงแต้วเร่งรัดเรื่องการหมั้นของท่านชายก้องกับหญิงแต้วมาแล้ว แต่ท่านชายก้องยังไม่อยากหมั้น เพราะตอนนี้จิตใจพะวงอยู่แต่กับรสิกา ผู้หญิงที่มีหน้าตาเหมือนนางในฝันของตน จึงตอบบ่ายเบี่ยงไปว่าตนเพิ่งเรียนจบจากอังกฤษ กลับมาก็อยากทำงานรับใช้บ้านเมืองซักระยะก่อนแล้วค่อยคิดเรื่องการแต่งงาน และตนก็คิดไว้แล้วด้วยว่าจะเข้าทำงานที่กระทรวงธรรมการกับเจ้าคุณพิริยะศักดิ์ ผู้เป็นอาของตนและเป็นพ่อของชวาลา หม่อมเจ้าหญิงแพรวพรรณรายไม่เห็นด้วย แต่ท่านชายก้องก็ดื้อ และอ้างว่าเสด็จพระองค์หญิงตำนักริมน้ำ ผู้เป็นป้าก็เห็นดีด้วยกับความคิดนี้ของตน ทำให้หม่อมเจ้าหญิงแพรวพรรณรายน้อยใจมากว่าท่านชายก้องไม่รักตน แต่กลับรักและเชื่อฟังป้ามากกว่า
แต่อีกด้านหนึ่ง หม่อมเจ้าหญิงแพรวพรรณรายก็ไม่เคยรู้เลยว่า ท่านชายก้องเองก็แอบน้อยใจมาตลอดว่าแม่ไม่รัก ถึงได้ยกตนให้เสด็จพระองค์หญิงตำนักริมน้ำเลี้ยงตั้งแต่แรกคลอด ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ ความสัมพันธ์ของสองแม่ลูกเหมือนมีกำแพงกั้น ทั้งที่ลึก ๆ แล้วทั้งคู่ต่างรักและเป็นห่วงกันมาก ทางด้านเสด็จพระองค์หญิงตำหนักริมน้ำ เมื่อรู้ว่าท่านชายก้องถูกเร่งรัดเรื่องการหมั้นก็ไม่พอใจ เพราะไม่อยากได้หญิงแต้วมาเป็นหลานสะใภ้ และอีกอย่างเสด็จพระองค์หญิงตำนักริมน้ำก็รู้ดีว่า ที่หม่อมเจ้ารวีโชติอยากให้หญิงแต้วหมั้นกับท่านชายก้องเร็ว ๆ ก็เพราะกำลังขัดสนเงินทอง แถมหม่อมประภายังติดการพนันงอมแงม ถึงขั้นแอบเปิดบ่อนไพ่ในวังและตั้งตัวเป็นเจ้ามือเสียเองด้วย
อย่างไรก็ตาม เสด็จพระองค์หญิงตำนักริมน้ำก็คัดค้านได้ไม่เต็มที่นัก เพราะการหมั้นหมายครั้งนี้เป็นคำสัญญาระหว่างพ่อของท่านชายก้อง ผู้เป็นน้องชายแท้ ๆ ของตนกับหม่อมเจ้ารวีโชติ ถึงแม้ว่าพ่อของท่านชายก้องจะเสียชีวิตไปนานแล้ว แต่หม่อมเจ้ารวีโชติก็ยังยึดถือคำสัญญานั้นไว้อย่างเหนียวแน่น เพราะหวังสมบัติของท่านชายก้อง การบ่ายเบี่ยงการหมั้นหมายของท่านชายก้อง สร้างความแปลกใจให้กับชวาลาและพีระมาก เพราะที่ผ่านมาท่านชายก้องไม่มีทีท่าว่าจะปฏิเสธเลย ท่านชายก้องบอกว่าเมื่อก่อนนั้นตนไม่ได้หมายตาผู้หญิงคนไหนไว้ จึงคิดว่าอาจจะรักหญิงแต้วได้หลังจากที่หมั้นกัน เพราะหญิงแต้วก็เป็นกุลสตรีที่เพียบพร้อมทุกด้าน แต่หลังจากที่ได้เจอกับรสิกาเมื่อคืนนี้แล้วท่านชายก้องก็คิดถึงแต่หน้ารสิกาตลอดเวลา ท่านชายก้องบอกว่าอยากเจอรสิกาอีกซักครั้ง และให้ชวาลากับพีระช่วยตามหาด้วย
ชวาลากับพีระเห็นท่านชายก้องสนใจผู้หญิงที่ทุกคนคิดว่าเป็นคนสติไม่ดีอย่างรสิกามากขนาดนั้น ก็นึกเป็นห่วง ชวาลาแอบคิดว่าช่วงนี้จะต้องคอยจับตาดูท่านชายก้องอย่างใกล้ชิดเป็นพิเศษ ในขณะที่พีระก็แอบเป็นห่วงหญิงแต้ว กลัวหญิงแต้วจะเสียใจถ้ารู้ว่าท่านชายก้องไปรักผู้หญิงคนอื่น รสิกากับท่านชายก้องพยายามตามหากันและกัน แต่ก็คลาดกันแบบหวุดหวิดอยู่หลายครั้ง และครั้งหนึ่งที่ท่านชายก้องมาหาชรินทร์ที่บ้าน เพราะชรินทร์เป็นเพื่อนที่เคยเรียนอยู่อังกฤษด้วยกัน ท่านชายก้องเห็นรูปของการะเกดก็จำได้ว่าเป็นผู้หญิงคนที่ตนตามหาก็อยากพบหน้า แต่ถูกบุษรินกับบุษยาขัดขวางจนไม่ได้พบ จากนั้นบุษรินก็นำเรื่องไปบอกหม่อมเจ้ารวีโชติกับหม่อมประภาว่าท่านชายก้องมีท่าทีสนใจการะเกดมากผิดปกติ ทำให้หม่อมเจ้ารวีโชติยิ่งโกรธแค้นที่ลูกสาวของศัตรูกำลังจะมาเป็นมารหัวใจของลูกสาวตนอีกคน
แต่ไม่ว่าจะถูกขัดขวางอย่างไร ในที่สุดพรหมลิขิตก็ทำให้รสิกา และท่านชายก้องก็ได้พบกันจนได้ เมื่อรสิกาไปทำบุญครบรอบวันเสียชีวิตให้นวลลออที่วัด ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่เสด็จพระองค์หญิงตำนักริมน้ำพาท่านชายก้อง ชวาลาและพีระมาทำบุญด้วยเหมือนกัน เสด็จพระองค์หญิงตำนักริมน้ำรู้ว่าการะเกดเป็นลูกสาวของนวลลออ อดีตข้าหลวงคนสนิทของตนก็นึกเอ็นดูการะเกด และเมื่อเห็นว่าท่านชายก้องมีท่าทีสนใจการะเกดมากก็ยิ่งอยากสนับสนุนให้ทั้งคู่ได้รักกัน ต่อมา รสิการู้ว่าท่านชายก้องเป็นว่าที่คู่หมั้นของหญิงแต้วก็เสียใจ และสับสนว่าควรจะทำอย่างไรต่อไปดี เพราะถึงแม้ว่าตนจะเป็นผู้หญิงยุคใหม่ที่มีความมั่นใจในตัวเองสูง แต่ก็ไม่เคยคิดที่จะแย่งคนรักของใคร และยิ่งได้รู้จากพีระว่าหญิงแต้วรักท่านชายก้องมาก รสิกาก็ยิ่งลำบากใจ จากความตั้งใจเดิมที่อยากมาช่วยให้การะเกดได้พบรักกับท่านชายก้อง ก็เกิดลังเลใจเพราะสงสารหญิงแต้ว
วันหนึ่ง รสิกาได้ไปดื่มกาแฟที่ร้านนรสิงห์กับท่านชายก้อง ชวาลาและพีระ โดยให้จวงที่ติดตามไปด้วยนั่งรออยู่ข้างนอก การพบกันครั้งนี้รสิกาได้สร้างความประหลาดใจให้กับชายหนุ่มทั้งสามมาก โดยรสิกาดื่มกาแฟเป็น รู้จักกาแฟชนิดต่าง ๆ เป็นอย่างดี อีกทั้งยังพูดจาฉะฉานกล้าแสดงความคิดเห็นผิดจากผู้หญิงในยุคนี้ที่ไม่ค่อยกล้าแสดงความคิดเห็น และมักจะทำตัวเป็นช้างเท้าหลังอยู่เสมอ
นอกจากนี้รสิกายังพยายามพูดให้ทุกคนตระหนักถึงสิทธิสตรี และความเท่าเทียมกันของหญิงและชาย ว่าผู้หญิงก็มีความสามารถไม่แพ้ผู้ชาย เพียงแต่ขาดโอกาสได้แสดงความสามารถเท่านั้น ซึ่งประเด็นนี้ก็ทำให้ท่านชายก้อง ชวาลาและพีระอึ้งไปตาม ๆ กัน ที่การะเกดมีความคิดก้าวหน้าเกินผู้หญิงในยุคนี้ ทั้งที่เรียนแค่การบ้านการเรือน แถมยังชอบเก็บตัวอยู่แต่ในบ้านตามที่ชรินทร์เคยเล่าให้ฟังอีกด้วย และที่น่าแปลกไปกว่านั้นก็คือ การะเกดมักจะดัดแปลงเครื่องแต่งกายให้มีความแปลกใหม่และล้ำสมัยอยู่เสมอเมื่อพบกัน จนสาว ๆ คนอื่นมองด้วยความชื่นชอบและอยากจะแต่งตัวตามด้วย
หญิงแต้วรู้เรื่องที่ท่านชายก้องพาการะเกดไปนั่งดื่มกาแฟที่ร้านนรสิงห์ จากเพื่อนสนิทที่แอบริษยาหญิงแต้วอย่างพิมล และวิภาก็เสียใจมาก และเมื่อหม่อมเจ้ารวีโชติกับหม่อมประภารู้เรื่องเข้าก็โกรธมาก หม่อมประภาสั่งให้บุษรินที่ติดหนี้พนันตนอยู่ไปจัดการกับการะเกดให้เลิกยุ่งกับท่านชายก้องอย่างเด็ดขาด ซึ่งบุษรินก็เต็มใจทำเป็นอย่างยิ่ง เพราะจะฉวยโอกาสนี้เล่นงานการะเกดด้วย บุษรินนำเรื่องไปฟ้องเจ้าพระยารามณรงค์เดช ว่าการะเกดประพฤติตัวเสื่อมเสียโดยการไปนั่งดื่มกาแฟกับผู้ชายสามคนในที่สาธารณะ และยังไปยุ่งกับว่าที่คู่หมั้นของคนอื่นจนถูกนินทาไปทั่วพระนครแล้ว เจ้าพระยารามณรงค์เดชโกรธมากจึงสั่งกักบริเวณการะเกด ห้ามออกไปนอกบ้านจนกว่าจะได้รับอนุญาต
ในขณะเดียวกัน บุษรินก็ถูกดุเรื่องที่ยังไม่เลิกยุ่งกับหม่อมประภา และถูกดุเรื่องที่ลดจำนวนอาหารในแต่ละมื้อลงเพื่อเจียดเงินไปเล่นการพนันอีกด้วย เจ้าพระยารามณรงค์เดชสั่งให้บุษรินเลิกเล่นการพนันอย่างเด็ดขาด หากไม่เชื่อฟังจะไล่กลับไปอยู่บ้านเดิมที่เยาราช และจะไม่เลี้ยงดูอีกต่อไป บุษรินจำใจต้องรับปากเพื่อเอาตัวรอดไปก่อน ทางด้านท่านชายก้องเมื่อรู้ข่าวว่าการะเกดถูกสั่งห้ามออกจากบ้านจากชรินทร์ก็เป็นห่วงมาก และคิดว่าเป็นความผิดของตนที่เป็นคนชวนการะเกดไปดื่มกาแฟที่ร้านนรสิงห์ ท่านชายก้องอยากไปอธิบายให้เจ้าพระยารามณรงค์เดชเข้าใจว่าการะเกดไม่ได้ทำตัวเสื่อมเสีย ชรินทร์รับปากว่าจะหาโอกาสที่เหมาะสมให้
หลายวันต่อมา รสิกาทนอึดอัดที่ต้องอยู่แต่ในบ้านไม่ไหวจึงแอบหนีออกไปเที่ยวนอกบ้าน และได้เจอกับท่านชายก้องโดยบังเอิญ ในขณะที่ท่านชายก้องอยู่กับหญิงแต้ว ท่านชายก้องดีใจมากที่ได้พบการะเกดถึงกับทิ้งหญิงแต้วไว้กับพีระแล้วพาการะเกดไปคุยกันสองต่อสอง หญิงแต้วเสียใจมากที่ถูกท่านชายก้องทิ้งไปดื้อ ๆ พีระปลอบใจ และพูดเตือนสติหญิงแต้วให้คิดทบทวนดูให้ดีว่าแท้จริงแล้วหญิงแต้วรักท่านชายก้องจริงหรือไม่ หรือแค่รู้สึกว่าต้องรักเพราะเชื่อตามคำพูดที่ผู้ใหญ่พูดกรอกหูมาตั้งแต่เด็ก ว่าต้องหมั้นกับท่านชายก้องเมื่อโตขึ้นเท่านั้น
หญิงแต้วขอบคุณพีระที่ช่วยพูดเตือนสติ และขอบคุณที่ตลอดเวลาตั้งแต่เด็กจนกระทั่งทุกวันนี้ พีระจะเป็นคนคอยปลอบใจตนเสมอเวลาถูกท่านชายก้องทำเมินเฉยใส่ พีระพูดเป็นนัยแบบเจียมตัวว่าตนหวังดีกับหญิงแต้วมาก และที่ต้องพูดแรง ๆ และตรง ๆ แบบนี้ก็เพราะไม่อยากให้หญิงแต้วเสียใจไปมากกว่านี้ ทางด้านท่านชายก้องที่ออกมาคุยกับรสิกาตามลำพังก็ได้สารภาพรักกับรสิกา แต่รสิกาไม่รับรักเพราะสงสารหญิงแต้ว ท่านชายก้องจึงรับปากว่าจะไปจัดการยกเลิกการหมั้นหมายกับหญิงแต้วให้เรียบร้อย แล้วจะให้ผู้ใหญ่ไปสู่ขอการะเกด รสิการู้สึกสับสนมาก เพราะตอนนี้เริ่มรักท่านชายก้องจริง ๆ แล้ว และก็กลัวว่าเมื่อถึงเวลาที่ต้องกลับไปโลกยุคปัจจุบัน ตนจะทำใจได้อย่างไรที่ต้องพลัดพรากจากชายที่รัก
หญิงแต้วกลับมาระบายความในใจกับหม่อมเจ้ารวีโชติ และหม่อมประภาว่าตนรู้สึกเหนื่อยที่ต้องคอยวิ่งตามท่านชายก้องทั้ง ๆ ที่รู้ว่าท่านชายก้องไม่ได้รักตนเลย หญิงแต้วอยากยกเลิกการหมั้น แต่หม่อมเจ้ารวีโชติไม่ยอม เพราะยังหวังสมบัติของท่านชายก้องอยู่ และที่สำคัญ หม่อมเจ้ารวีโชติไม่อยากเสียหน้าที่ต้องเสียท่านชายก้องให้กับการะเกด ลูกสาวของศัตรูอย่างเจ้าพระยารามณรงค์เดช หม่อมประภาพูดเกลี้ยกล่อมให้หญิงแต้วลุกขึ้นมาแย่งชิงท่านชายก้องคืนจากการะเกด ซึ่งหญิงแต้วที่เป็นคนหัวอ่อนอยู่แล้วก็คล้อยตามคำพูดของแม่อย่างว่าง่าย ทั้งที่ความจริงแล้วไม่ใช่นิสัยของตนเลย
หญิงแต้วพยายามฝืนตัวเองให้เป็นผู้หญิงหัวสมัยใหม่แบบที่รสิกาเป็น แต่ท่านชายก้องก็ยังไม่สนใจ หญิงแต้วจึงเปลี่ยนแผน คิดจะเข้าทางเสด็จพระองค์หญิงตำนักริมน้ำ หวังจะทำให้เสด็จฯ เอ็นดูอย่างที่ท่านเอ็นดูการะเกดแต่ก็ไม่เป็นผล หญิงแต้วท้อใจ และเหนื่อยมากกับการฝืนทำอะไรที่ไม่ใช่ตัวเอง พีระเห็นเข้าก็สงสาร จนต้องเข้ามาปลอบใจ พร้อมกับพูดเตือนสติหญิงแต้วอีกครั้งว่าให้กล้าที่จะทำอะไรตามความต้องการของตัวเองบ้าง อย่าเอาแต่ทำตามคำสั่งของคนโน้นคนนี้ เพราะการทำแบบนั้น หญิงแต้วจะไม่มีวันได้พบความสุขที่แท้จริงเลย
หญิงแต้วเก็บคำพูดของพีระมาคิดทบทวนอย่างรอบคอบ แล้วตัดสินใจไปพบท่านชายก้อง และถามตรง ๆ ว่าท่านชายก้องรูสึกอย่างไรกับตนกันแน่ ท่านชายก้องก็ตอบตรง ๆ ว่ารักหญิงแต้วเหมือนน้องสาว ส่วนการะเกดเป็นผู้หญิงที่ท่านชายก้องรักมาก และอยากแต่งงานด้วย หญิงแต้วรับฟังอย่างเข้าใจเพราะทำใจมาแล้ว และบอกว่าตนจะยอมถอย ไม่ใช่เพื่อท่านชายก้อง แต่เพื่อความสุขของตัวเอง เพราะไม่อยากทนทุกข์ทรมานที่ต้องอยู่กับผู้ชายที่ไม่ได้รักตนไปจนชั่วชีวิตแบบหม่อมประภา ท่านชายก้องขอบคุณหญิงแต้วที่เข้าใจ และบอกว่าหากครอบครัวของหญิงแต้วเดือดร้อนเรื่องเงินทองหรือเรื่องอะไรก็ตาม ตนพร้อมจะช่วยเหลืออย่างเต็มที่
หญิงแต้วกลับมาบอกหม่อมเจ้ารวีโชติกับหม่อมประภาว่าได้คุยกับท่านชายก้องแล้วว่าทั้งคู่จะไม่หมั้นกัน หม่อมเจ้ารวีโชติโกรธมาก รีบออกไปพบหม่อมเจ้าหญิงแพรวพรรณรายทันที เพราะหวังจะให้หม่อมเจ้าหญิงแพรวพรรณรายช่วยบังคับท่านชายก้องให้หมั้นกับหญิงแต้ว แต่หม่อมเจ้าหญิงแพรวพรรณรายไม่อยากให้ความสัมพันธ์แม่ลูกแย่ลงกว่านี้อีกแล้ว จึงตอบปฏิเสธ และจะชดเชยความเสียหายให้หม่อมเจ้ารวีโชติมากเท่าที่ต้องการ ซึ่งหม่อมเจ้ารวีโชติก็เรียกร้องเงินทองและที่ดินไปจนสาแก่ใจ ท่านชายก้องรู้เรื่องเข้าก็รู้สึกซาบซึ้งในความรักของแม่มาก และนั่นก็ทำให้ความสัมพันธ์ของสองแม่ลูกดีขึ้น
หลังจากที่หญิงแต้วตัดใจจากท่านชายก้องได้แล้ว ก็พบว่าแท้จริงแล้วคนที่รักและหวังดีกับตนมาตลอดก็คือพีระ หญิงแต้วตกลงใจรับรักพีระ แต่หม่อมเจ้ารวีโชติและหม่อมประภารังเกียจที่พีระมีชาติกำเนิดที่ต่ำต้อย เป็นแค่ลูกมหาดเล็ก แต่ท่านชายก้องกับชวาลาก็ช่วยเหลือจนพีระกับหญิงแต้วสมหวังได้ในที่สุด หม่อมประภาแค้นการะเกดมากที่แย่งท่านชายก้องไปจากหญิงแต้ว จึงร่วมมือกับบุษรินและบุษยาวางแผนทำร้ายการะเกด แต่ท่านชายก้องไปช่วยไว้ได้ทัน เจ้าพระยารามณรงค์เดชรู้เรื่องเข้าก็โกรธบุษรินและบุษยามาก จึงประกาศตัดขาดกับบุษริน และไล่บุษรินกับบุษยาออกจากบ้านไป เมื่อเหตุการณ์ร้าย ๆ ผ่านไป ท่านชายก้องก็ให้ผู้ใหญ่มาสู่ขอการะเกด ทำให้รสิกาคิดหนัก เพราะไม่รู้ว่าตนจะอยู่ในยุคนี้ได้อีกนานแค่ไหน รสิกาขอเวลาคิดหนึ่งคืนแล้วจะให้คำตอบกับท่านชายก้อง
ทันใดนั้นรสิกาก็ถูกปลุกให้ตื่นจากมโนแล้วกลับมาสู่โลกความเป็นจริง โดยที่ยังไม่ได้ให้คำตอบใด ๆ กับท่านชายก้อง รสิกาพบว่าตนนั่งอ่านนิยายเพลินจนรถไฟฟ้าวิ่งเลยสถานีที่จะลงมาจนสุดสาย รสิกาเห็นผู้โดยสารคนอื่น ๆ ทยอยกันเดินออกจากขบวนรถไฟฟ้า แต่รสิกากำลังอ่านนิยายติดพันอยู่ จึงคิดจะอ่านต่ออีกหน่อยว่าสุดท้ายแล้วการะเกดจะตอบตกลงแต่งงานกับท่านชายก้องหรือไม่ แต่มีนก็โทรมาขัดจังหวะซะก่อนว่าตอนนี้เลยเวลานัดลูกค้ามานานแล้ว และลูกค้าก็รอนานจนโกรธแล้ว มีนให้ริสการีบมาพรีเซ็นต์งานให้ทันภายใน 15 นาที ไม่งั้นลูกค้าจะไม่รอแล้ว รสิกาฟังแล้วก็รีบวิ่งออกจากขบวนรถไฟฟ้าไปโดยเร็ว โดยที่ยังไม่ได้อ่านต่อว่าในตอนจบของนิยายเรื่องราวจะลงเอยอย่างไร
รสิการีบวิ่งลงบันไดรถไฟฟ้าแทรกตัวเบียดกับผู้โดยสารคนอื่น ๆ ไปแบบลืมมารยาทเพราะรีบมาก รสิกาทำหนังสือหลุดมือกระเด็นไปตกตรงเท้าของคณินที่เดินเยื้องอยู่ข้างหน้า คณินเก็บหนังสือแล้วหันมาส่งคืนให้ รสิกาเห็นหน้าคณินก็ตกตะลึงอึ้งไป เพราะคณินมีรูปร่างหน้าตาเหมือนท่านชายก้องในมโนของตนทุกประการ แต่รสิกายังไม่ทันได้พูดอะไร คณินก็ถูกมนุษย์ป้าที่หอบถุงช้อปปิ้งหลายใบเบียดจนเสียหลักเซไปปะทะกับราวบันไดด้านที่ติดกับถนนอย่างแรง จนเผลอทำหนังสือนิยายหลุดมือร่วงลงไปตกใส่หลังรถกระบะขนของที่จอดอยู่ด้านล่างสถานี แล้วก็เหมือนจังหวะนรก พอหนังสือหล่นลงไปปุ๊บ รถกระบะคันนั้นก็เคลื่อนตัวออกไปปั๊บ รสิกาที่หวงหนังสือมากรีบวิ่งลงจากสถานีตามไปเก็บหนังสือทันที
ที่ด้านล่างสถานี รสิกาตามรถกระบะคันนั้นไม่ทัน รสิกาเสียใจมากที่หนังสือหายไปทั้งที่ยังอ่านไม่จบ และค้างคาใจมากว่าตอนจบการะเกดจะตอบตกลงแต่งงานกับท่านชายก้องหรือไม่ คณินที่ตามลงมาทีหลังเห็นรสิกาหน้าจ๋อยก็รู้สึกผิด คณินจะจ่ายเงินค่าเสียหายให้รสิกาไปซื้อหนังสือเล่มใหม่ แต่รสิกาที่เห็นว่าคณินมีรูปร่างหน้าตาเหมือนท่านชายก้องก็รู้สึกถูกชะตาคล้ายว่าจะเป็นรักแรกพบ แต่เก็บอาการไม่แสดงออกมากนัก ทั้งที่ในใจอยากจะร้องกรี๊ดที่เหมือนฝันเป็นจริง ที่อยู่ ๆ พระเอกในนิยายก็ออกมายืนเป็นตัวเป็นตนให้จับต้องได้อยู่ตรงหน้าอย่างนี้ จึงไม่ยอมรับเงิน เพราะกลัวว่าถ้ารับเงินมาแล้วจะไม่ได้เจอกันอีก
รสิกาคิดแผนการอย่างรวดเร็ว โดยขอให้คณินไปซื้อหนังสือเล่มใหม่มาให้ตน เพราะตนจะรีบไปพบลูกค้า รสิกาจัดการแลกเบอร์โทรศัพท์และแอดไลน์เองเสร็จสรรพโดยที่คณินตั้งตัวไม่ทัน แต่คณินก็รับปากว่าจะไปซื้อหนังสือให้เพราะคิดว่าคงหาซื้อได้ง่าย ๆ ตามร้านหนังสือในห้างสรรพสินค้าทั่วไป แต่ปรากฏว่าคณินหาไม่ได้ เพราะมันเป็นหนังสือเก่ามาก แต่ไหน ๆ ก็รับปากรสิกามาแล้ว คณินจึงพยายามตามหาหนังสือให้อย่างสุดความสามารถ เพราะความจริงแล้วคณินก็แอบปิ๊งรสิกาอยู่เหมือนกัน
รสิกากับคณินช่วยกันตามหาหนังสือตามร้านหนังสือเก่าต่าง ๆ แต่ก็ไม่เจอ ทั้งประกาศตามหาในเฟซบุ๊ค ในไอจี ว่าใครเก็บได้ให้เอามาคืนจะมีรางวัลให้อย่างงามแต่ก็ไม่ได้เรื่อง สุดท้ายคณินเลยเสนอให้รสิกาทำคลิปประกาศตามหาหนังสือเลียนแบบกระแสคนดังในโซเชียล รสิกาทำตามคำแนะนำของคณิน โดยแสดงเป็นการะเกดประกาศตามหาท่านชายก้องว่าที่เจ้าบ่าวของตน เพียงแค่ข้ามคืนคลิปของรสิกาก็ดังกระหึ่มไปทั่วโซเชียล และเป็นกระแสทอล์คออฟเดอะทาวน์ที่ดังมาก จากนั้นคนขับรถกระบะขนของก็ติดต่อเอาหนังสือมาคืนให้รสิกา รสิกาดีใจมากที่ได้หนังสือคืน รีบอ่านต่อทันที และในตอนจบของนิยาย การะเกดตอบตกลงแต่งงานกับท่านชายก้อง และอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข ทั้งคู่มีลูกด้วยกัน 2 คน เป็นครอบครัวที่น่ารักและอบอุ่น
รสิกาขอบคุณคณินที่ช่วยตามหาหนังสือจนเจอ และขอบคุณที่คณินเข้าใจความรู้สึกของคนชอบอ่านนิยายว่าจะหงุดหงิดค้างคาใจมากแค่ไหนที่ไม่ได้อ่านตอนจบ เพราะถ้าเป็นคนอื่นก็อาจจะมองว่ามันเป็นแค่เรื่องไร้สาระก็ได้ คณินตอบไปตรง ๆ ว่าความจริงก็ไม่ค่อยเข้าใจรสิกาเท่าไร แต่ที่ทำไปเพราะอยากหาเรื่องอยู่ใกล้รสิกามากกว่า รสิกาแอบยิ้มเขิน ๆ แล้วบอกว่าต่อไปไม่ว่าจะอ่านนิยายเรื่องอะไรก็ตาม จะมโนหน้าพระเอกเป็นหน้าคณินเท่านั้น แต่คณินขอเป็นพระเอกในชีวิตจริงของรสิกาด้วย รสิกาตอบตกลง เพราะคณินทำให้ตนรู้สึกว่า ผู้ชายดี ๆ ไม่ได้มีแต่ในนิยายเท่านั้น ติดตามชมละคร ดั่งพรหมลิขิตรัก ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 14.50 น. ทางช่อง 3