CHOLUMPI PRODUCTION CO.,LTD.
ไม่มีคำอธิบาย
พบทั้งหมด 28 เรื่อง

Memoir Of Rati
เป็นเรื่องราวบันทึกความรักของ รติ (อิน สาริน) เด็กกำพร้าลูกบ่าวแต่ได้รับการเอ็นดูจากผู้เป็นนาย เดินทางกลับสยามในรอบ 20 ปี ในฐานะล่ามประจำคณะทูตฝรั่งเศส ทำให้ได้มาพบกับ ธีรธรณ์ (เกรท สพล) ผู้มีตำแหน่งเป็นถึงปลัดทูลฉลองกระทรวงศึกษาธิการ จากรักแรกพบตั้งแต่สบตา สู่สหายคนสนิท ความรู้สึกที่มีต่อกันชัดเจนมากขึ้นจนเกิดเป็นความรัก แต่ก็ต้องเก็บซ่อนไว้ท่ามกลางอุปสรรครอบตัวมากมายที่ยากจะหลีกเลี่ยง เช่นเดียวกับความสัมพันธ์ที่ต่างกันทั้งสถานะและชนชั้นทางสังคม ของ เมฆ (อู๋ ธนบูรณ์) บ่าวใช้แรงงาน และ นายน้อยเดช (บูม ธราธร) อัศจรรย์แห่งรักแท้ จะช่วยให้ความรักของพวกเขาเบ่งบานท่ามกลางความขัดแย้งได้อย่างไร ติดตามและลุ้นไปพร้อม ๆ กันได้ในซีรีส์ จาฤกรติชา Memoir Of Rati ที่ออกอากาศทุกวันศุกร์ เวลา 20.30 น. ทางช่อง GMM25 และรับชมย้อนหลังเวลา 21.30 น. ทาง Netflix ซีรีส์ จาฤกรติชา Memoir Of Rati เริ่มตอนแรกวันศุกร์ที่ 20 มิถุนายน 2568 ดู จาฤกรติชา Memoir Of Rati (2568) ชื่อไทย : จาฤกรติชา ชื่ออังกฤษ : Memoir Of Rati ละครช่อง : ผลิตโดย : บทประพันธ์ : -บทโทรทัศน์ : ศักดิ์ชาย เกียรติปัญญาโอภาส, ศักดิ์ชาย เกียรติปัญญาโอภาส กำกับการแสดง : ณัชชานิษฐ์ จิรรุ่งโรจน์ แสดงนำ : สพล อัศวมั่นคง, สาริน รณเกียรติ ออกอากาศ : 20 มิ.ย. 2568 - 5 ก.ย. 2568 วันออกอากาศ : ศุกร์ เวลาออกอากาศ : 20.30 - 21.30 น. จำนวนตอน : 12 ความยาวตอน : 50 นาที เรทละคร : 13+

Game of Succession
เป็นเรื่องราวของ ตระกูล เหมรัตน์ศิริ เจ้าของธุรกิจไทย-จีนอันดับต้นของประเทศ ต้องเผชิญมรสุมครั้งใหญ่ เมื่อ เจ้าสัวปรีดา (สหัสชัย ชุมรุม) ประมุขของตระกูลถูกฆาตกรรมปริศนาในคฤหาสน์หรูใจกลางกรุง พินัยกรรมที่ระบุทายาทหายไป ครอบครัวที่เป็นเหมือนสนามรบยิ่งลุกเป็นไฟ ทุกคนในบ้านกลายเป็นผู้ต้องสงสัย โดยเฉพาะ เมฆินทร์ (ธีรเดช เมธาวรายุทธ) หลานชายคนโตที่อุทิศทั้งชีวิตเพื่อตระกูลกลับต้องพบความลับอันโหดร้ายว่า เขาไม่ใช่สายเลือดเหมรัตน์ศิริที่แท้จริง เป็นเพียงแค่หมากที่เจ้าสัวปรีดาหลอกใช้มาตลอด หลังการตายอย่างมีเงื่อนงำของเจ้าสัวปรีดา บรรดาสมาชิกในบ้านเริ่มแย่งชิงอำนาจกันอย่างเปิดเผย ความลับ ความแค้น และความโลภ ทำให้ครอบครัวถึงจุดแตกหัก ไม่ว่าจะเป็น ปรเมศ (อัมรินทร์ นิติพน) ลูกชายคนโตที่ไร้ความสามารถแต่หวังเกาะอำนาจของลูกชายอย่างเมฆินทร์ ปราโมทย์ (วริษฐ์ ทิพโกมุท) ลูกชายคนรองที่ถูกมองข้ามมาตลอดกับ นวลจันทร์ (รฐา โพธิ์งาม) ภรรยาผู้สง่างามแพทย์หญิงที่พร้อมสนับสนุนสามี รวมถึง อาภาภัทร (พาเมล่า เบาว์เด้น) สะใภ้เล็ก แม่ของ ปรินทร์ (ธัชพล กู้วงศ์บัณฑิต) ที่ส่งเสริมให้ลูกล้มใครก็ได้เพื่อขึ้นสู่จุดสูงสุด ไม่เว้นแม้แต่ ตรีประภา (อาลีน่า โด๊หลิ่ง) น้องสาวคนละแม่ของเมฆินทร์ ก็มีความลับที่แอบซ่อนไว้ ขณะเดียวกัน เมฆินทร์ก็วางแผนใช้ มนต์มีนา (ญีนา ซาลาส) นักร้องสาวที่มีอดีตเชื่อมโยงกับตระกูล มาเป็นเบี้ยในเกมชิงพินัยกรรม โดยไม่รู้ว่าความใกล้ชิดจะกลายเป็นความรักที่ยากจะถอนตัว แต่เมื่อความจริงเปิดเผย ความสัมพันธ์ที่เคยหวานกลับกลายเป็นความผิดหวัง เมฆินทร์ตกอยู่ในสถานการณ์วิกฤต โดยเฉพาะจากศัตรูที่น่ากลัวอย่าง เจ้าสัวหวัง (ณัฐวุฒิ สะกิดใจ) ประมุขของตระกูลคู่แค้น ที่เริ่มเปิดศึกธุรกิจกับเหมรัตน์ศิริอย่างเต็มตัว และ ดีแลน (ภาสวิชญ์ บูรณนัติ) ลูกชายที่เข้ามาเป็นคู่แข่งทั้งเรื่องงานและความรัก ท่ามกลางการทรยศหักหลังเพื่อแย่งชิงอำนาจ เมฆินทร์หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย โดยไม่มีใครรู้ว่าเขายังมีชีวิตอยู่หรือตายจากไป.. เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป ติดตามชมกันต่อได้ในละคร สายรักสายเลือด ที่ออกอากาศทุกวันพุธ - พฤหัสบดี เวลา 20.30 น. ทางช่อง 3 ละคร สายรักสายเลือด เริ่มตอนแรกวันพฤหัสบดีที่ 10 เมษายน 2568

Mae Pu Priao
แม่ปูเปรี้ยว (2544/2001) ชื่อไทย : แม่ปูเปรี้ยว ชื่ออังกฤษ : - ละครช่อง : ช่อง 3 ผลิตโดย : บทประพันธ์ : นันทนา วีระชนบทโทรทัศน์ : - กำกับการแสดง : - แสดงนำ : เพ็ญเพ็ชร เพ็ญกุล, ชลธิชา นวมสุคนธ์ ออกอากาศ : 2544 วันออกอากาศ : จันทร์ - ศุกร์ เวลาออกอากาศ : 18.45 - 19.45 น. จำนวนตอน : - ความยาวตอน : - เรทละคร : -

Makkali The Love Tree
มักกะลีที่รัก (2565/2022) แทนคุณ อาจารย์สอนวิชาวิทยาศาสตร์ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง มีความฝันอยากสร้างครอบครัวที่สมบูรณ์แบบเพื่อเติมเต็มความรักที่ขาดหายไปในตอนเด็กกับ พราว แฟนสาวของเขาที่คบกันมานาน แต่ทุกอย่างพังพินาศ เมื่อพราวบอกเลิกเขาในวันที่เขาขอเธอแต่งงาน และแอบกินยาทำแท้งลูกของเขากับเธอ เพื่อไม่ให้เป็นมารหัวขนในการไปเริ่มต้นชีวิตใหม่กับผู้ชายคนใหม่ โลกทั้งใบของแทนคุณพังทลาย แทนคุณเข็ดขยาดความรักและผู้หญิงตั้งแต่นั้น เขาเก็บของเดินทางเข้าป่าไปหา สุริยนต์ เพื่อนสนิทเพื่อรักษาแผลใจที่รีสอร์ตเคียงตะวันรีเวอร์แคมป์ การเดินทางครั้งนี้ทำให้แทนคุณได้พบกับ มักกะลีผลสาวตนหนึ่งที่ทะลุประตูมิติรุ้งจันทรา หล่นมาจากป่าหิมพานต์ มักกะลีผลสาวมีนิสัยเหมือนเด็กทารกแต่มีกลิ่นหอมเย้ายวนผู้ชายยิ่งกว่าผู้หญิงทุกคนในโลกนี้ จนแทนคุณเกือบอดใจไม่ไหวหลายครั้ง แทนคุณตัดสินใจเดินทางกลับกรุงเทพฯ ทันที เพราะเขายังเข็ดขยาดต่อความรักและไม่ต้องการผูกพันกับผู้หญิงคนไหนทั้งนั้น แต่มีสิ่งมีชีวิตจากป่าหิมพานต์ออกมาตามล่ามักกะลีผลสาวเพื่อพาเธอกลับไปเสพสังวาสให้สมดั่งใจ แทนคุณตัดสินใจพามักกะลีผลสาวหนีเข้ากรุงเทพฯ หวังจะให้รอดพ้นจากพวกป่าหิมพานต์ แทนคุณสอนวิถีชีวิตมนุษย์ทั่วไปให้กับมักกะลีผลสาวทุกอย่าง รวมถึงให้คิดชื่อเรียกตัวเองจะได้เหมือนคนทั่วไป ซึ่งมักกะลีผลสาวขอให้แทนคุณเรียกเธอว่า ที่รัก แทนคุณอึ้ง แปลกใจแต่ก็ยอมตกลงเรียกชื่อเธอตามนั้น ตำนานเรื่องเล่าเคยกล่าวไว้ มักกะลีผลมีอายุขัยอยู่ได้เพียง 7 วันในป่าหิมพานต์ แต่ไม่มีใครรู้ว่าเธอจะมีอายุขัยอยู่ได้กี่วันในโลกมนุษย์ ระหว่างนั้น เรื่องราวความผูกพันระหว่างแทนคุณกับที่รักค่อย ๆ ก่อตัวขึ้น ติดตามชมความสนุกกันต่อได้ในละคร มักกะลีที่รัก ชื่อไทย : มักกะลีที่รัก ชื่ออังกฤษ : - ละครช่อง : ผลิตโดย : บทประพันธ์ : ผักบุ้งบทโทรทัศน์ : ปราณประมูล, โรจนินทร์ กำกับการแสดง : ณัชชานิษฐ์ จิรรุ่งโรจน์ แสดงนำ : วีรคณิศร์ กานต์วัฒนกุล, ศิริลักษณ์ คอง ออกอากาศ : 15 มีนาคม 2565 - 25 เมษายน 2565 วัน/เวลาออกอากาศ : จันทร์ - ศุกร์ 19.05 - 20.05 น. จำนวนตอน : - ความยาวตอน : - เรทละคร : -

Dare to Love
เรื่องราวของ ทนายทิชา หรือ ทิชากร (เบลล่า ราณี) ทนายความสาว Working Woman ที่สวยและเก่งมาก เพียบพร้อมทุกอย่างแต่โสด !! ถึงแม้มีผู้ชายหลายคนเข้ามาจีบทิชา แต่ทิชาไม่สนใจเรื่องความรักอีกเลยตั้งแต่เลิกกับแฟนเก่าไป เพราะต้องการคว้าตำแหน่งพาร์ตเนอร์ผู้หญิงคนแรกของบริษัท รอสแอนด์ฮาร์วี่ย์ มาเป็นของเธอให้ได้
ขณะที่ คุณนายชุมพร (ใหม่ นัฏฐา) แม่ของทิชาอยากให้ทิชาหาผู้ชายดี ๆ เพื่อแต่งงานมีครอบครัวที่ดี แต่ทิชาก็ทำให้แม่ผิดหวังมาตลอด จนกระทั่ง เบนจามิน หรือ บอสเบน (อู๋ ธนากร) MD ของบริษัทฯ ที่ดีพร้อมทุกอย่างทั้งวุฒิการศึกษา หน้าตาและฐานะ ออกตัวแรงว่าอยากจีบทิชา แต่ทิชากลับนิ่งเฉย ขณะที่ น้ำ (มะปราง วิรากานต์) และ เจซซี่ (แป้ง ณัฐณิชา) เพื่อนสนิทของทิชาก็ดีใจมากเช่นกันที่เพื่อนจะขายออกซะที
ทิชาต้องการแข่งขันเรื่องงานกับ คามีเลีย (พิ้งค์กี้ สาวิกา) ทนายความสาวสวยที่เก่งมากอีกคนหนึ่งของบริษัทฯ จริงจังเรื่องงานและจับพิรุธคนเก่ง โดยมีลูกมืออย่าง แต้ว (มายด์ ฑาริกา) เป็นทนายผู้ช่วยทีมเธอ ซึ่งบอกเลยว่าศึกครั้งนี้ไม่ง่ายเลย ทนายสาวกับลูกน้องทั้งสองทีมพร้อมฟาดเพื่องานและเพื่อหัวใจ ตาต่อตาฟันต่อฟัน ทำให้ทิชารีบสั่งงาน ดาหลา (น้ำฟ้า ธัญญภัสร์) ทนายผู้ช่วยของเธอ ให้นำคดีที่เธอทำค้างไว้ทั้งหมด มาประชุมด่วนเพื่อทำให้สำเร็จโดยเร็ว และเปิดรับทนายฝึกตั๋วคนใหม่เข้าทีมของเธอ คือ คิว (กองทัพ พีค) เด็กหนุ่มคนเดียวที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิตและทำให้ทิชาใจสั่นและหวั่นไหวกับความรักได้อีกครั้ง
ย้อนไปเมื่อ 7 ปีที่แล้ว คิวอยู่กับ พ่อพงษ์ (กบ ทรงสิทธิ์) สองคนตามลำพัง หลังจากที่ แม่พิม (เต๋า สโรชา) ทิ้งพ่อกับคิวไปมีครอบครัวใหม่ คิวกลายเป็นเด็กเกเรตั้งแต่นั้น จนกระทั่งคิวได้รู้จักทิชา คิวเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น เพื่อนสนิทอย่าง ป้อน (เค้ก นันทวัชร์) กับ ติณ (แก๊ป-จักริน) ยังแปลกใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับคิว จากเด็กไม่ตั้งใจเรียน กลายเป็นเด็กตั้งใจเรียนที่มีเป้าหมายในชีวิต คือการเป็นทนายความเหมือนทิชาให้ได้ คิวขอร้องให้ทิชาติวหนังสือให้เพื่อเตรียมเอนทรานซ์ ทั้งคู่สนิทสนมกันมากขึ้น เหมือนจะเป็นช่วงเวลาที่ดี
จนกระทั่ง นรา (อ้น สราวุธ) อัยการหนุ่ม แฟนเก่าของทิชา กลับมาง้อขอคืนดี หลังจากที่แอบนอกใจทิชาจนเลิกรากันไป คิวรับไม่ได้โกรธแทนทิชา และไม่อยากเห็นทิชาต้องเสียใจซ้ำสอง หลังจากวันนั้นคิวกลัวว่าจะเสียทิชาไป คิวตัดสินใจสารภาพรักกับทิชา ทิชาก็รู้สึกหวั่นไหวในใจลึก ๆ แต่ไม่ยอมรับใจตัวเอง ทิชาตัดสินใจหายไปจากชีวิตคิวทันทีโดยไม่มีแม้แต่คำร่ำลา คิวเสียใจมาก แต่คิวทำอะไรไม่ได้เลย ทำได้แค่ตั้งใจเรียนเพื่อเรียนจบและเป็นทนายความให้ได้ เพื่อนำพาตัวเองเข้าสู่วงการอาชีพทนายความ และตามหา พี่ทิชา ผู้หญิงที่เขารักให้เจอ
ในที่สุด วันนี้คิวก็ตามหาพี่ทิชาจนเจอ แต่ทิชาช็อกมาก ทิชาแสร้งทำเป็นไม่รู้จักคิว เพราะทิชาไม่ต้องการให้ความสัมพันธ์ในอดีตระหว่างเธอกับคิวถูกเปิดเผยในออฟฟิศเวลานี้ ทิชาตัดสินใจปฏิเสธไม่รับคิวเข้าร่วมทีมทันที คิวจึงถูกย้ายไปอยู่ทีม ทนายศักดิ์ (เกิร์ก ชิลเลอร์) ถึงแม้ว่าคิวจะถูกย้ายไปอยู่ทีมทนายศักดิ์ แต่คิวก็แอบช่วยพาทิชาทำคดีสำเร็จ เบนจามินเห็นความสามารถและความตั้งใจของคิว จึงเรียกคิวมาคุยและสั่งย้ายคิวไปอยู่ทีมทิชา
งานแรกที่คิวกับทิชาต้องทำร่วมกันคือคดีของ คุณแอมมี่ (ท็อป ดารณีนุช) สาวใหญ่อายุสี่สิบ อยากยื่นคำร้องฟ้องหย่ากับสามีเด็กชื่อ แจ๊ก (ปาล์ม ศุภชัย) ที่เธอจับได้ว่าเขาแอบคบชู้ ทิชาตั้งใจทำคดีนี้เต็มที่ แต่แอมมี่ไม่ให้ความร่วมมือกับทิชาเท่าไหร่เพราะไม่ชอบชะนี แต่เมื่อเบนจามินพาคิวไปพบแอมมี่ในฐานะทนายผู้ช่วยของทิชา แอมมี่ก็ยินดีให้ความร่วมมือทุกอย่างเพราะชอบเด็กหนุ่ม สุดท้ายทิชาชนะคดีนี้เพราะสืบหาข้อมูลและพบว่าหลักฐานทั้งหมดชี้ไปที่ มะนาว (ดีใจ ดีดีดี) เพื่อนสนิทของแอมมี่ ที่คดีพลิกไปพลิกมาจนเดาไม่ถูก
กำแพงในใจของทิชาที่มีต่อคิวลดลงไปหน่อยหนึ่ง เธอยอมรับว่าเธอจำคิวได้ แต่ก็ตอกย้ำความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับคิวชัดเจนว่าเป็นแค่หัวหน้าและลูกน้องกันเท่านั้น หลังจากนั้นทั้งคู่ได้ทำคดีด้วยกันมาเรื่อย ๆ จนคดีนี้ทำให้คิวได้รู้จักกับ จูน (ลาล่า ลาริสา) หลานสาวคุณแอมมี่ที่ชอบคิวตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกัน จูนออกตัวแรงเลยว่าเธอชอบคิวและอยากได้คิวเป็นแฟน ทิชาพยายามวางตัวเป็นหัวหน้าของคิว เว้นระยะห่างชัดเจน แต่ในขณะเดียวกันความสัมพันธ์ของทิชากับคิวพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ ต้องแอบคบกันแบบหลบ ๆ ซ่อน ๆ จนบางครั้งคิวเริ่มอึดอัดแต่ต้องอดทน เพราะอย่างน้อยตอนนี้เขาก็ได้เป็นแฟนกับทิชาแล้ว เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป ติดตาม "คดีรัก" ที่รอการ "พิพากษา" ได้ในละครฟีลกู้ด ให้รักพิพากษา Dare To Love ที่ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.30 น. ทางช่อง 3 กด 33

My Hero Series: Under the Bird’s Wings
สาริศา (มทิรา ตันติประสุต) รับทราบข่าวร้ายของบิดา กัปตันสารัตถ์ (ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี) ด้วยหัวใจที่แตกสลาย อุบัติเครื่องบินตกกลางทะเลอ่าวไทยคร่าชีวิตบิดาของเธอไปทั้ง ๆ ที่เขาใกล้จะเกษียณอายุแล้ว สาริศาแค้นใจ กัปตันอคิน (หลุยส์ สก๊อตต์) เพราะเขาคือต้นเหตุที่ทำให้พ่อของเธอต้องไปบินแทน เธอก็มีอาการปั้นปึ่งต่อเขาทันทีเมื่อเจอกัน
หลังจากเสร็จงานศพพ่อ สาริศารู้สึกอ่อนเพลียจึงเผลอหลับ แล้วเธอก็ฝันเห็นร่างโปร่งแสงคล้ายชายหนุ่มในชุดโบราณ แววตาเขาเศร้า และขอให้เธอช่วย ก่อนที่เธอจะได้คำตอบ ร่างนั้นก็หายไปต่อหน้าต่อตา และอีกหลายครั้งที่เธอ ฝันถึงฉากสงคราม ได้ยินเสียงปืน เสียงเครื่องบิน และเห็นเงาของใครบางคนที่มาขอให้เธอช่วย ป้านิ่ม (ดวงตา ตุงคะมณี) แนะนำให้เธอทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ใครก็ตามที่ปรากฏร่างให้เธอเห็น
ในฝันของสาริศา ย้อนไปในอดีต ปี 2483 ที่จังหวัดอุดรธานี เธอเห็น อนงค์ (รินลณี ศรีเพ็ญ) ที่เจ็บท้องใกล้คลอด เห็น อัศนี (วรวุฒิ นิยมทรัพย์) ขึ้นบินขับไล่ข้าศึก เห็นเครื่องถูกยิงจนไฟลุก อัศนีถูกยิงที่หัวเข่าและถูกไฟคลอก อาการสาหัส สันติ (วิทยา วสุไกรไพศาล) เข้าช่วย สาริศาสะดุ้งตื่นขึ้นมาพบว่าในห้องของเธอมีบุรุษลึกลับมาปรากฏตัวในเครื่องแบบนักรบ แบบเดียวกับที่เธอเห็นบนรูปปู่ของเธอ เขามาเพื่อขอบใจเธอที่ทำบุญไปให้ ทำให้เขามีพลังมากขึ้น
สาริศาพยายามช่วยปู่อัศนีตามหาคนชื่อ อนงค์ จนสืบรู้ว่า อรนิภา (ณัฐวรา วงศ์วาสนา) นามสกุลเดียวกันกับอนงค์จึงติดต่อไป แต่อรนิภาไม่แน่ใจว่าหญิงแปลกหน้าคนนี้ต้องการอะไร จึงไม่ยอมที่จะบอกเรื่องราวของคุณย่าของเธอ
ด้านอคินที่เฝ้าดูแลสาริศาอย่างใกล้ชิด ด้วยความรู้สึกผิดเรื่องพ่อของเธอ จนทำให้ความใกล้ชิดระหว่างสาริศากับอคิน ค่อย ๆ พัฒนาและเริ่มเข้าใจกันมากขึ้น ทั้งคู่เริ่มวิเคราะห์หาสาเหตุของเครื่องบินตกและการตายของพ่อที่ดูมีเงื่อนงำ โดยมี ศรุต (ภาณุเดช วัฒนสุชาติ) เจ้าของสายการบิน Blue Kite อดีตนักบินพาณิชย์ เพื่อนสนิทกับกัปตันสารัตถ์ ที่พยายามจะปิดคดีนี้ให้เร็วที่สุด และ ศรันย์ (สุริยนต์ อรุณวัฒนกูล) ลูกชายคนเดียวของศรุต ที่เป็นคนเอาแต่ใจ ขี้โวยวาย หัวสูง ดูถูกคนที่ต่ำกว่า แถมเป็นคู่ปรับกับอคิน เพราะศรันย์หลงรักสาริศามาก พยายามจะรวบหัวรวบหางสาริศาตลอดเวลา เพราะหวังในจํานวนหุ้นที่สาริศาถือครองอยู่
โดยตลอดการสืบหาหลักฐานเกี่ยวกับบริษัทสายการบิน ทั้งสาริศาและอคินจะได้รับความช่วยเหลือจากอัศนีเสมอ ฉะนั้นทั้งคู่จึงพยายามที่จะช่วยตามหาอนงค์ ภรรยาของเขา เป็นการตอบแทน แล้วในที่สุดผีอัศนีก็ได้พบอนงค์ ซึ่งก็คือ เอมอร (พิศมัย วิไลศักดิ์) ย่าของอคิน บุคคลที่คอยขัดขวางความฝันของอคินที่อยากเป็นนักบินรบเหมือนปู่ เพราะเธอเคยผิดหวังจากคนรักที่ออกไปบินรบแล้วก็ไม่ได้กลับมาอีกเลย
เรื่องราวจะลงเอยอย่างไร ผีอัศนีจะได้รับการอภัยจากเอมอรหรือไม่ และการเสียชีวิตของพ่อสาริศาจะได้รับการคลี่คลายหรือเปล่า..? ติดตามได้ใน ซีรีส์ My Hero วีรบุรุษสุดที่รัก เรื่อง ใต้ปีกปักษา ทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางช่อง 3 ซีรีส์ My Hero วีรบุรุษสุดที่รัก เรื่อง ใต้ปีกปักษา เริ่มตอนแรกวันเสาร์ที่ 4 สิงหาคม 2561

My Hero Series: Lines of Trickery Love
โขง หนุ่มหล่อหน้าฝรั่งจอมกวน ทำเรื่องขอย้ายกลับมาทำงานเป็นนักสังคมสงเคราะห์ที่บ้านเกิด แม้ว่าถิ่นที่เขาจากไปตั้งแต่เด็กนั้น จะเต็มไปด้วยเรื่องราวที่ยังเป็นฝันร้ายหลอกหลอนเขาอยู่ทุกคืนวันก็ตาม เขาเลือกกลับมาที่นี่ก็เพื่อท้าทายความกลัวในใจ แต่นับตั้งแต่คืนแรกที่เขากลับมาที่นี่ เขาฝันร้ายยิ่งกว่าเดิม เขาเห็นภาพของผู้หญิงที่ทุรนทุรายอยู่ในกองเพลิง พยายามจะหาทางรอดจากความตายที่ห้อมล้อมเธออยู่ เขาจะสู้กับภาพที่หลอนชีวิตของเขาได้หรือไม่...
ฝันร้ายตามหลอกหลอนเขาจนนอนไม่ค่อยหลับ เป็นเหตุให้เขาตื่นสาย เข้างานหลังเส้นแดงเป็นกิจวัตร จนสุรารัตน์ เพื่อนร่วมงานรุ่นพี่เจ้าระเบียบหมายหัวว่าเขาเป็นคนไม่เอาเอาไหน ยิ่งเขามักจะสวนกระแส ดื้อแพ่งต่อระบบ ระบบระเบียบที่เยิ่นเย้อยุ่งยากเพื่อช่วยให้คนที่มาขอความช่วยเหลือได้รับความสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น ถึงจะข้ามขั้นตอนก็ตาม สุรารัตน์ก็ยิ่งหงุดหงิด เพราะต้องมาตามแก้ไขให้ เธอบ่นว่าโขงไม่เต็มปาก เพราะโขงได้รับความเอ็นดูจาก นารีสาวกลางคนหัวหน้าสายงานด้านสังคมสงเคราะห์ ที่เล็งเห็นผลของงานสงเคราะห์ช่วยเหลือผู้ที่ตกทุกข์ได้ยากมากกว่าระเบียบพิธีการ จนทำให้เพื่อนร่วมงานที่ทำงานเช้ายามเย็นชามอย่าง เจียรนัย และมิว หมั่นไส้ รวมหัวนินทาเขาบ่อย ๆ ในระหว่างที่พวกเธอทำเป็นง่วนอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ราวกับงานยุ่ง แต่จริง ๆ แล้วกำลังเล่น Chat ใน Line และดู Facebook
แป๊ะ หนุ่มขาพิการทำงานด้านเอกสารสำหรับผู้พิการนั้น แม้จะแอบชอบมิวอยู่ แต่เขาก็ชื่นชอบในน้ำใจของโขง เมื่อเขาคว้าเอกสารประจำตัวผู้พิการไปถ่ายเอกสารให้คนที่มาทำเรื่อง โดยที่โขงไม่สนใจว่า ป้ามล พนักงานวัยใกล้เกษียณที่ดูแลเครื่องถ่ายเอกสารนั้นจะพยายามขวางไม่ให้เขาเอาเอกสารมาทำสำเนาให้ฟรี และเมื่อพยายามจะเรียกเก็บเงินจากเขา ก็โดนโขงตอกหน้าว่าข้าราชการกินเงินภาษีจากประชาชนจะไปเก็บเงินค่าถ่ายเอกสารเพิ่มได้อย่างไร ถึงสุรารัตน์จะหมั่นไส้ความไร้ระเบียบของโขง แต่บางครั้งเธอก็ยอมหยวน เมื่อการแหกกฎของเขาเป็นไปเพื่อช่วยคนที่มาขอความช่วยเหลือจริง ๆ และแก้ต่างให้เมื่อเจียรนัยมาบ่นว่าเขาให้เธอฟัง
โขงมาสายประจำ จนสุรารัตน์ต้องรับหน้าที่เข้าประชุมกับหน่วยราชการต่าง ๆ แทนเขา เธอจึงโยนกรณีของมณฑา มาให้เขาตามเรื่องและดูแลต่อ สวัสดิ์ พนักงานขับรถช่างพูดช่างโม้บอกเขาตามที่ได้ยินมาว่ามณฑาถูกสามีดักสาดน้ำกรดหน้าโรงงานของมณฑา จนเธอเสียโฉม สวัสดิ์บอกโขงว่ามณฑาหน้าตาน่าเกลียดน่ากลัวราวกับว่าสวัสดิ์เคยเห็นหน้าตาของเธอจริง ๆ เมื่อสวัสดิ์ขับรถมาถึงที่ เขาก็ไม่ยอมลงไปเป็นเพื่อนโขง ยืนยันว่าจะอยู่เฝ้ารถเพราะหน้าที่เขามีแค่นั้น แม้โขงจะรู้ว่าเจ้าหน้าที่แก่วัดรู้มากอย่างสวัสดิ์จะหาเรื่องนอน เขาก็ตัดสินใจไม่ดึงดันจะลากสวัสดิ์ไปด้วยเพราะรู้ว่าสวัสดิ์ไม่ไปด้วยแน่ ๆ
การพบกันครั้งแรกระหว่างโขง นักสังคมสงเคราะห์หนุ่มกับ มณฑาเหยื่อความรุนแรงในครอบครัวเป็นไปอย่างไม่น่าประทับใจ มณฑาไม่ยินดีต้อนรับเขา เธอหลบสายตาพยายามหลบหน้าด้วยการใช้เส้นผมยาวของเธอบังใบหน้าครึ่งซีกของเธอไว้ เธอเบื่อที่จะต้องเล่าเรื่องซ้ำ ๆ ซาก ๆ ยิ่งเธอเห็นว่าโขงไม่อ่านรายละเอียดเรื่องของเธอมาก่อนเลย ก็ยิ่งทำให้เธอพยายามใส่ให้เขาออกไปจากบ้านที่เธอปิดม่านมิดชิด ราวกับต้องการจะตัดขาดจากโลกภายนอก โขงเองก็รู้สึกผิดที่ประมาทกับเรื่องของมณฑา จนไม่ศึกษาเรื่องราวของเธอมาก่อน เขาบอกเธอด้วยท่าทีกวน ๆ ของเขาว่า เขาจะมาพบเธออีก โดยไม่สนใจว่ามณฑาจะเอ่ยปากปฏิเสธ และก่อนจะก้าวออกไปพ้นประตู เขาหันกลับมาหาเธออย่างเร็ว จนเขาและเธอเผชิญหน้ากันตรง ๆ ในระยะประชิด เป็นโอกาสเดียวที่เขาได้เห็นใบหน้าของมณฑาจัง ๆ ก่อนที่เธอจะปิดกระแทกประตูใส่หน้าเขาด้วยความโกรธ
ระหว่างทางที่นั่งรถสองแถวกลับบ้าน โขงมัวแต่คิดถึงเรื่องของมณฑาจนนั่งเลยบ้าย เขาจึงต้องเดินย้อนกลับมาไกล ระหว่างทางที่เขาเดินผ่านซอยวัดเปลี่ยว เขาได้ยินเสียงร้องเรียกขอความช่วยเหลือ แม้จะปอด ๆ แต่ความอยากรู้ อยากเห็นทำให้เขาเมียงมองเดินเข้าไปในวัด และได้เห็น ทิชา สาวสวยเจ้าของรถมินิราคาแพง กำลังถูกมารสังคม 2 คนฉุดกระชากให้ลงจากรถ เขาถอยหน้าตั้งจนคนร้ายนึกว่าเขากลัว แต่เขากลับย้อนไปฟาดด้วยไม้หน้าสาม จนคนร้ายม่อยกระรอกสลบคาไม้ท่อนใหญ่ ทิชาซาบซึ้งในน้ำใจของโขงที่เสี่ยงอันตรายช่วยเธอ แถมยังอาสานั่งรถมาเป็นเพื่อน มาส่งเธอจนถึงหน้าบ้านโขงเก็บความประหลาดใจเอาไว้ในใจ เมื่อพบว่าสาวสวยที่เขาเพิ่งช่วยชีวิตเธอนั้นอาศัยอยู่ในบ้านหลังใหญ่รั้วมหึมา อยู่ข้าง ๆ อพาร์ตเมนต์ที่เขาเช่านั่นเอง เขาปฏิเสธเมื่อเธออาสาจะไปส่งเขายังที่พัก เขายังปฏิเสธที่จะบอกเธอด้วยว่าเขาชื่ออะไร ทำงานที่ไหน
สุรารัตน์ยั๊วะเมื่อเห็นว่าโขงไม่เขียวความคืบหน้าอะไรบันทึกลงไปในแฟ้มกรณีของมณฑา เธอบอกเขาว่าจะดึงเรื่องกลับมาทำเอง และให้เขาประสานงานเรื่องการประชุมกับหน่วยงานราชการแทน โขงก็รีบปฏิเสธ ยื้อเอาแฟ้มมาถือไว้แน่น และยืนยันว่าเขาจะทำกรณีนี้เอง แลกกับการประสานงานน่าเบื่อแบบนั้น โขงตกเป็นชี้ปากอีกครั้ง เมื่อทิชาตรงเข้ามาทักทายโขงด้วยความดีใจถึงโต๊ะอาหาร ในงานออกร้านของศาลากลางจังหวัด ท่ามกลางสายตาของทุกคน เจียรนัยมองด้วยความหมั่นไส้โขง เมื่อเห็นสายตาของทิชาที่เลือกนั่งลงข้างโขงส่วนสวัสดิ์มองด้วยความอิจฉา วันรุ่งขึ้น โขงรู้จากปากจักกัดของคนรอบข้างว่าเขาเหมือนหมามองเครื่องบิน เพราะทิชาคือลูกสาวคนสวยของคุณหญิงระวี นายกมูลนิธิช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาส ซึ่งสนิทนมกับคุณนายผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นอย่างดี และเป็นหน่วยงานที่ประสานงานกับหน่วยงานสังคมสงเคราะห์องเขาอยู่เป็นประจำ แต่โขงไม่ได้ใส่ใจนึกถึงสาวสวยที่ทำให้เขากลายเป็นข่าว เขากลับนึกถึงมณฑา
โขงกลับไปบ้านของมณฑาอีกครั้ง แต่คราวนี้เขาพบกับทับทิม แม่ปากร้ายอารมณ์บูดของมณฑา ทับทิมไม่ยอมพูดคุยกับเขาแถมยังปิดประตูใส่หน้าเขาอย่างแรงด้วยความหวาดระแวง ประสบการณ์เกือบ 20 ปีบอกให้เขารู้ว่าท่าทีหวาดกลัวนี้หมายถึงการปิดบังอำพรางอะไรบางอย่าง แต่ทับทิมพยายามปิดบังอะไรเขากันแน่ โขงไม่รู้ว่าเขาทำให้เย็นวันนั้น มณฑาถูกทับทิมด่าว่าด้วยความโกรธเกลียดจากคนที่เธอเรียกว่าแม่ แม่ที่กล่าวหาว่าเป็นเพราะเธอที่ทำให้ชีวิตของทับทิมพินาศย่อยยับ ต้องเลิกกับพ่อของมณฑา ถูกทิ้งจนอายแทบจะเอาปี๊ปคลุมหัวเวลาเดินออกไปข้างนอก แม่ที่บอกว่าที่บ้านแตกสาแหรกขาดแบบนี้ก็เป็นเพราะมณฑา เธอจึงต้องไประบายอารมณ์ที่บ่อนไพ่ทุกคืนทุกคืน มณฑาได้แต่เก็บความน้อยเนื้อต่ำใจ เก็บน้ำตาให้ไหลกลับเข้าไปในอกของตัวเอง
ในวงเหล้ายามเย็นของเพื่อนชี้ต่างวัย สวัสดิ์เพิ่มเติมเสริมเรื่องเล่าให้โขงฟังว่า มณฑาคงถูก ชัย สามีทำร้ายเอาจนทนไม่ไหว เมื่อเธอขอเลิก ก็เลยโดนตักราดน้ำกรดที่โรงงานจนเสียโฉม สวัสดิ์ส่ายหัวด้วยความระอาตอนที่เล่าให้เขาฟังว่า มณฑาคงรักผัวมากเลยไม่เอาเรื่อง แต่ตำรวจก็ให้แจ้งความไว้ก่อน ยิ่งบ้านคนข้างบ้านช่างสอดรู้สอดเห็นของมณฑามากระซิบกระซาบเล่าให้โขงฟังเป็นคุ้งเป็นแคว ว่ารู้จักเรื่องราวของบ้านมณฑาดี บอกว่าชัยรักมณฑามาก ซักเสื้อ ซักชุดชั้นในให้ไม่ถือสา ทับทิมก็เอ็นดูลูกเขย แต่ตอนหลังทะเลาะกันบ่อย พอเกิดเรื่องที่ชัยไปตักสาดน้ำกรดจนมณฑาเสียโฉม ชัยก็รีบกลับมาเก็บของ พอชัยไปแล้วทับทิมก็ร้องไห้โวยวายด่ามณฑาที่ก่อเรื่อง จนลูกขอคนโปรดอย่างชัยต้องหนีไป แถมยังฉกสร้อยกับแหวนของทับทิมไปด้วย โขงเห็นใจมณฑา ที่ชีวิตต้องตกเป็นขี้ปากของคนรอบข้างไม่ผิดอะไรกับเขา
โขงไปดักรอมณฑาโดยไม่สนใจเลยว่าสาวโรงงานคนอื่นมองเขาจนเหลียวหลังด้วยความสนใจ แต่มณฑาแสดงความไม่พอใจที่เห็นเขาไม่ลดละที่จะมายุ่มย่ามในชีวิตของเธอ โขงบอกเธอว่าเป็นหน้าที่ของเขาที่จะต้องตามช่วยเหลือตามดูพัฒนาการในชีวิตของเหยื่อถูกทำร้าย มณฑาจึงบอกเขาด้วยความโกรธว่ายังมีคนอีกมากมายที่ต้องการความช่วยเหลือมากกว่าเธอ เธอพร่างพรูบอกเล่าเรื่องราวของคนในครอบครัวที่ถูกทำร้ายในแฟลตเก่าที่เธอเคยเช่าอยู่ โขงรับปากเธอทันทีว่าจะช่วยเหลือคนเหล่านั้น แต่มณฑาต้องช่วยพาเขาไป มณฑาไม่มีทางเลือก ดูเหมือนว่าทางเดียวที่จะไม่ให้เขามายุ่มย่ามถึงบ้านเธอกับแม่คือพาเขาไปที่อื่น
โขงแวะกินข้าวมื้อเย็นที่ร้านของ น้อยหน่า แม่ค้าสาวขายส้มตำใจแตกซึ่งมีลูกตั้งแต่ยังเด็ก หลาน สาวของยายแจ๊ว แม่ค้าปากกรรไกรประจำซอย คู่หู ยายดา แม่ค้าขายขนม แต่เป็นคู่อริของ ยายไร แม่ค้าขายข้าวแกงประจำซอย แม่ค้ารุ่นยายทุกคนล้วนจดจำโศกนาฏกรรมในครอบครัวของโขงได้ ทุกคนรู้จัก สันต์ พ่อผู้พิการขาขาดเพราะโรคเบาหวาน ที่ก่อนเหตุยิง ปราณี แม่ของโขงตายคาบ้านเช่าด้วยความหึงหวง ก่อนยิงตัวเองตายคารถเข็น ภาพที่เด็กชายโขงไม่มีวันลืม ยายแจ๊วบอกว่าโขงหล่อเหมือนพ่อ แต่ยายไรเกทับด้วยการบอกว่าโขงหล่อยิ่งกว่าพ่อ ส่วนน้อยหน่าก็ส่งสายตาหวานให้โขงด้วยความพิศวาส โขงรีบกินรีบเผ่นหนีจากสาวน้อยสาวใหญ่ แต่เขาก็ไปปะทิชาสาวสวยด้วยความบังเอิญหน้าบ้านของเธอเอง ทิชาเข้าใจว่าเขาตั้งใจมาหาเธอ จึงไม่ลังเลที่เอ่ยปากชวนให้เขาเข้ามานั่งกินอาหารว่างเป็นเพื่อนในบ้านหลังใหญ่ วาจาทะเส้นขี้เล่นชวนหัวหยิกแหมหยอกทำให้ทิชาเข้าใจว่าชายหนุ่มผู้มีพระคุณของเธอกำลังจีบเธอ โขงเองก็เริ่มรู้ตัว จึงพยายามจะสงบปากสงบคำมากขึ้น แต่เขาก็ทำให้ทิชาคิดไปไกลกว่าที่เขาคิดซะแล้ว เขาได้แต่คิดว่าจะทำอย่างไรดี เพราะคนทั้งสำนักงานเอ่ยปากห้ามแถมดูถูกว่าอย่าคิดแหยมไปจีบสาวสวยรวยมหาศาลคนนี้ เพราะอาจจะซวยทั้งสำนักงานถ้าคุณหญิงและคุณนายผู้ว่ารู้เรื่องเข้า
ทิชาสบายใจเมื่อพูดคุยกับโขง สบายใจและผ่อนคลายมากกว่าตอนที่เธออยู่กับ พีระ หนุ่มธุรกิจเลือดร้อนเจ้าของสถานบันเทิงขนาดใหญ่ที่เธอช่วยดูแลงานด้านบัญชีให้ ทิชารู้ว่าคุณหญิงระวี แม่ของเธอปลื้มพีระที่มักจะบริจาคเงินก้อนใหญ่ช่วยมูลนิธิของคุณหญิงอยู่เป็นประจำ และตั้งใจจะให้เธอกับเขาลงเอยกัน แต่เธอก็ยืนกรานบอกว่าเธอไม่ชอบพีระ เธอมักจะเถียงทะเลาะกับพีระที่มาหาเธอในยามค่ำคืนเสมอ ๆ โดยไม่รู้ว่าโขงที่อาศัยอยู่บนชั้น 3 ของตึกข้างบ้านของเธอนั้นเห็นเหตุการณ์ด้วย มณฑาพยายามอดทนกับอารมณ์โกรธของแม่ทับทิม แต่เมื่อทับทิมทำร้ายจิตใจ และร่างกายของเธอจนเธอทนไม่ไหว มณฑาก็ตัดใจหอบเสื้อผ้าแอบกลับไปอยู่แฟลตเก่าที่เธอเคยอยู่ ดังนั้นเมื่อโขงมาหาเธอที่บ้าน จึงไม่พบใครเพราะทับทิมก็ออกไปเล่นไฟอย่างที่ทำเป็นประจำ ทางเดียวที่เขาจะพบเธอคือไปดักรอที่โรงงาน แต่เมื่อเขาไปถึง เขากลับพบว่าเธอลาออกจากงานไปแล้ว
ทิชาตั้งใจมาดักพบโขง และตั้งใจชวนเขาไปทานอาหารเย็นกับเธอ แม้ว่าเขาจะบอกเธอว่าเขามีนัดกับสวัสดิ์แล้ว แต่สายตาอ้อนวอนของสาวสวยที่สัญญาว่าใช้เวลาไม่นาน ทำให้โขงใจอ่อนยอมนั่งรถเธอไปนั่งทานอาหารในสวนอาหารบรรยากาศดี แต่ระหว่างที่นั่งรออาหาร สายตาของโขงเห็นมณฑาเดินผ่านหน้าร้านไป ด้วยความดีใจเขาจึงรีบออกมาจากร้าน โดยบอกทิชาว่าเขาไปไม่นาน มณฑาแปลกใจ และเบื่อหน่ายที่เห็นหน้าโขงอีก เธอตัดสินใจจะทำตามที่เธอเคยสัญญากับเขา คือพาเขาไปที่แฟลตของเธอเพื่อช่วยเหลือคนที่ต้องการการสงเคราะห์ เมื่อมณฑารับปาก โขงจึงยอมปล่อยให้เธอกลับไป ส่วนเขาก็รีบกลับไปหาทิชา เพราะเพิ่งรู้ตัวว่าเขาปล่อยให้เธอนั่งคนเดียวนานเกินไปแล้ว
ทิชาเห็นตั้งแต่ที่โขงหันไปเห็นมณฑา เธอเห็นว่าเขาวิ่งตามสาวคนนั้น แล้วปล่อยให้เธอรอเขาอยู่คนเดียวที่โต๊ะท่ามกลางอาหารมากมายที่เธอตั้งใจสั่งมาให้เขา ทิชากำลังเรียกเก็บเงินด้วยความน้อยใจ ตอนที่โขงวิ่งหน้าตั้งกลับมาเขาพยายามทำให้เธอสบายใจด้วยการสวาปามอาหารมากมายนั้น และใช้เวลาอยู่กับเธอให้มากขึ้น จนเบี้ยวนัดกับสวัสดิ์ที่ตั้งหน้าตั้งตารอก๊งเหล้าแกล้มหอยดองที่เขาสัญญาว่าจะซื้อไปฝาก สวัสดิ์ไม่รู้ว่าทำไมโขงถึงมักจะหายตัวไปจากสำนักงานทั้ง ๆ ที่ยังไม่ถึงเวลาเลิกงาน สุรารักษ์คาดโทษโขงให้สวัสดิ์ฟัง แถมยังขู่คู่หูของโขงอย่างสวัสดิ์ให้ระวังตัวว่าจะไม่ได้เลื่อนขั้น สวัสดิ์จึงพยายามสอดส่องตามประกบดูแลไม่ให้โขงหายไปจากสายตาก่อนเวลา แต่โขงพริ้วกว่าสวัสดิ์ เขาจึงเร้นกายหายตัวไปได้ทุกที
โขงไม่ได้บอกใครว่าเขาออกจากสำนักงานก่อนเวลา เพื่อไปตามกรณีของมณฑาอย่างไม่ลดละ และตั้งใจจะช่วยเหลืออีกหลายกรณีตาที่มณฑาเล่าให้เขาฟัง หลังเลิกงานที่โรงงาน มณฑาจำใจต้องพาโขงที่มาดักรอเธอ พาเขาไปแฟลตเก่าที่เธอหนีแม่มาอาศัยอยู่ ที่นี่เขาได้ช่วยผัวเมียที่ทะเลาะกัน ช่วยเด็กที่ถูกทิ้งไว้ที่ระเบียง พาตำรวจจับผัวที่พาเมียเด็กไปขายตัวเอาเงินมาใช้ สะสางเรื่องป่าดีหลาน ทุกเรื่องที่เขาเข้าไปยุ่งเกี่ยว เขาทำตามนโยบายหยุดความรุนแรงในครอบครัว และตามพรบ.คุ้มครองเด็ก สุรารักษ์หัวหมุนไปงานกับที่โขงทำ และนำเข้าสู่สำนักงาน เพราะมีมาอย่างต่อเนื่องและมากมาย เธอได้แต่สงสัยว่าอยู่ ๆ พ่อจอมขี้เกียจไม่ได้เรื่องได้ราวอย่างโขง ทำไมถึงได้ขยันอาจริงเอาจัง เธอคิดว่าเขาต้องการทำงานเอาหน้าหวังเงินเดือนขึ้น อยากเลื่อนขั้น อยากได้ความดีความชอบ ต้องการแข่งขันกับเจ้าหน้าที่ได้รับรางวัลดีเด่นทุกปีอย่างเธอ สุรารักษ์บ่นให้ รตท.กำชัย แฟนหนุ่มที่ทำงานประสานกันอยู่เป็นประจำว่าเธอไม่ไว้ใจโขง แต่นายตำรวจหนุ่มกลับเริ่มเห็นตัวตนที่แท้จริงของโขงรู้สึกชื่นชมวีรบุรุษที่ไม่ได้ทำงานเอาหน้าคนนี้
ทิชานัดโขงมาที่ร้านอาหารที่เดิม เพื่อแจ้งกับเขาว่าทางมูลนิธิมีทุนจะมอบให้กับเด็กที่ยากไร้ เธอขอให้โขงหาเด็กที่ต้องการทุนนี้ โขงนึกถึงมณฑา และเด็ก ๆ ที่แฟลต เขาคิดจะให้มณฑาประกาศข่าวเรื่องทุนนี้ให้คนที่แฟลตได้รู้ แต่แล้วเขาก็ต้องประหลาดใจเมื่อเห็นพนักงานเสริฟคนใหม่คือมณฑา ทิชาเองก็แปลกใจที่เห็นมณฑาที่นี่ เธอจำได้แม่นว่ามณฑาคือคนที่โขงวิ่งตามไปวันก่อน แล้วปล่อยให้เธอคอยเขาอยู่ตามลำพัง แต่เมื่อทิชารู้เรื่องของมณฑาที่โขงกระซิบบอก เธอก็รู้สึกสงสารในชะตากรรมของมณฑา ส่วนมณฑาเองรู้สึกว่าหนุ่มหล่ออย่างโขงดูเหมาะสมที่จะเดินเคียงคู่กับสาวสวยอย่างทิชา เธอแปลกใจที่พบว่าเธอรู้สึกอิจฉาทิชาที่สมบูรณ์พร้อมไปทุกอย่าง ทั้งรูปร่างหน้าตา ฐานะและคนที่รู้ใจ มณฑาพยายามหักห้ามใจที่เริ่มหงุดหงิดเพราะคิดว่าทั้งคู่คงชอบกัน แต่ทิชาเองก็มีปัญหาของเธอ ทิชาต้องเข้าไปที่ผับเพื่อดูแลตรวจสอบการทำบัญชีให้พีระ และต้องคอยระวังตัวไม่ให้เขาหาเศษหาเลยกับเธอ เธอรู้ว่าพีระหมายปองต้องการครอบครองตัวเธออย่างที่คุณหญิงระวีเปิดทางให้ แต่เธอไม่ต้องการเช่นนั้น เธอจำเป็นต้องทำงานให้พีระ แต่คนที่เธออยากทำงานด้วยคือโขงต่างหาก ทิชารู้สึกยินดีกับการทำงานมอบทุนให้เด็ก เพราะเธอได้ทำงานร่วมกับหน่วยงานของโขงนั่นเอง
เมื่อสุรารักษ์รู้เรื่องโครงการให้ทุนของมูลนิธิ เธอก็รู้สึกหมั่นไส้โขงมากยิ่งขึ้น เธอบอกเขาว่ามูลนิธิชอบทำงานเอาหน้า โขงคงชอบทำงานเอาหน้า ส่วนเจียรนัยก็ค่อนแคะว่าเขาต้องการจีบทิชา แต่โขงได้รับไฟเขียวเต็มที่ในโครงการนี้จากหัวหน้านารี จนได้รับอนุญาตใช้รถเมื่อไหร่ก็ได้ แม้สวัสดิ์จะแปลกใจแต่ก็รู้สึกยินดี เพราะขับรถให้โขงนั่งนั้น สบายหูกว่าพาสุรารักษ์ไปไหนต่อไหนตั้งเยอะ โขงให้สวัสดิ์ขับรถไปติดประกาศที่แฟลตของมณฑา สวัสดิ์จำมณฑาไม่ได้ เลยออกลายเจ้าชู้ เขาแปลกใจเมื่อรู้ว่ามณฑาคือคนที่สวัสดิ์บอกโขงเองว่าหน้าตาดูไม่ได้ โขงบอกว่ามณฑาไม่ได้โดนน้ำกรด เธอแค่โดนน้ำยาล้างห้องน้ำ แผลที่หน้าก็มีแค่รอยแดง ๆ เท่านั้น และอีกไม่นานก็คงจะหาย ถึงจะเห็นว่ามณฑาหน้าตาน่าเอ็นดู สวัสดิ์ก็ยังแสดงท่าที่ไม่เห็นด้วยที่โขงจะผูกสัมพันธ์กับมณฑา สวัสดิ์บอกว่ามีผัวจนเกิดเรื่องมาแล้ว ถือว่าเป็นของมีตำหนิ ส่วนทิชาก็อยู่สูงเกินที่โขงจะเอื้อมสอย โขงได้แต่ส่ายหน้าที่สวัสดิ์คิดเองเออเองกับผู้หญิงที่อยู่ใกล้ตัวเขา
งานของโขงไปได้ดีทุกด้านจนหัวหน้าชม เพราะเขาทำให้หน่วยงานมีหน้ามีตามีผลงานได้ออกสื่อเป็นข่าวดัง จนคุณหญิงระวีและคุณนายผู้ว่าขอดูตัว สุรารักษ์เลยพาลหงุดหงิดโดยมีเจียรนัย และมลเป็นลูกคู่ ทิชาบอกกับโขงว่าคุณหญิงระวีอยากให้เขาไปช่วยงานที่มูลนิธิ แต่เมื่อเตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่าพาแม่ค้าส้มตำน้อยหน่าหนี จนยายแจ๊วพาพวกมาดักสาดน้ำปลาร้าใส่เขาภาพพจน์ของเขาในสายตาของสุรารักษ์ก็ยิ่งติดลบ มอร์เตอร์ไซด์รับจ้างที่หมายปองน้อยหน่าอยู่มาบอกยายแจ๊วว่าเห็นน้อยหน่าแอบส่งเบอร์โทรศัพท์ให้โขง ยายแจ๊วก็ยิ่งมั่นใจ ยายไรพยายามช่วยเข้าข้างโขง แต่ดูเหมือนไม่มีใครฟัง ทุกคนในซอยปักใจเชื่อตามที่ยายแจ๊วโพนทะนาไปแล้ว โขงรู้ว่าน้อยหน่าหนีไปทำงานเป็นพนักงานเสริฟในคลับชื่อดังกลางกรุงของพีระ และกำลังจะได้ไปทำงานที่ภูเก็ต แต่เขาก็รู้แค่นั้น เขาไม่รู้ว่าตอนนี้เธออยู่ที่ไหน เขาได้แต่ชื่อของคลับ ไม่ได้เบอร์โทรศัพท์ส่วนตัวของน้อยหน่าอย่างที่คนอื่นเข้าใจกัน
โขงตัดสินใจชวนสวัสดิ์ไปสืบดูราดราวในผับของพีระ ที่น้อยหน่าเคยบอกว่าเธอทำงานที่นี่ แต่โขงกลับพบมณฑาในคราบของพนักงานเสริฟสาว เธอแต่งหน้าทาปากแต่งตัวเข้ารูปจนเห็นเรือนร่างสวย เขารู้สึกหงุดหงิดจนต้องแอบไปดักดึงตัวเธอไปถามด้วยความข้องใจ เธอบอกเขาว่าเธอมาตามหาเพื่อนที่หายไปหลังจากเข้ามาทำงานที่นี่ได้ไม่นาน มณฑาตั้งข้อสังเกตว่าพนักงานที่หายไปนั้น เป็นคนที่ไม่มีญาติพี่น้องในกรุงเทพฯ และหายไปหลังจากทำงานได้เพียง 2 สัปดาห์เท่านั้น มณฑาสืบเรื่องของน้อยหน่ามาให้โขง เธอบอกว่าน้อยหน่าหายไปหลังจากถูกส่งตัวไปทำงานที่ภูเก็ต โขงตั้งข้อสังเกตเรื่องการค้ามนุษย์ ผับดังของพีระอาจจะมีเบื้องหลัง มณฑาบอกเขาว่าจะช่วยหาหลักฐานในห้องทำงานของพีระให้ แต่ระหว่างที่มณฑาพยายามค้นหาเอกสารอยู่นั้น ทิชาที่มาตรวจบัญชีให้พีระเป็นประจำก็เข้ามาพบเธอ แม้ทิชาจะสงสัย แต่เพราะจำได้ว่าเป็นมณฑา เธอจึงไม่กระโดกกระดาก แถมยังช่วยแก้ต่างให้มณฑาเมื่อพีระเข้ามาในห้องหลังจากนั้นไม่นาน
มณฑาได้มีโอกาสช่วยทิชาตอบแทน ในคืนที่เธอแอบขึ้นมาเพื่อพยายามจะหาหลักฐานในห้องของพีระอีกครั้ง เธอพบว่าพีระพยายามจะปล้ำทิชาในห้องนั้น มณฑาตัดสินใจส่งข้อความไปบอกโขง เธอหวังว่าเขาจะมาช่วยหญิงคนรักของเขาได้ทัน แต่มณฑากลัวว่าทิชาจะเสียทีพีระก่อนที่โขงจะมา เธอจึงตัดสินใจเข้าไปในห้องแล้วคว้ำโคมไฟตีหัวพีระจนทิชาดิ้นหลุดจากการเกาะกุมของเขาได้ แต่มณฑากลับกลายเป็นเหยื่อ เมื่อพีระคว้าตัวเธอไว้แทน ในขณะที่ทิชาวิ่งหนีออกไปจากห้อง ทิชาวิ่งหนีลงมา เธอโผเข้ากอดโขงทันทีที่เห็นเขา โขงพาตำรวจตรวจยาเสพติดบุกเข้ามาทันทีที่เขาได้รับข้อความจากมณฑา โขงปล่อยให้ตำรวจทำงานตามหน้าที่ ส่วนเขารีบแกะมือของทิชาที่กอดเขาอยู่ออก แล้วพุ่งไปตามทางที่ทิชาชี้บอกเมื่อเขาถามหามณฑา
ภาพในห้องของพีระ ที่เขาเห็นคือมณฑาที่คว้าไม้ยืนอยู่อีกฟากของเตียง โดยมีพีระที่พยายามจะไล่จับตัวเธอให้ได้ พีระตกใจเมื่อเห็นตำรวจที่วิ่งตามโขงเข้ามา เมื่อพีระถูกตำรวจเชิญตัวออกไป โขงก็ไม่ลังเลที่จะดุใส่มณฑาไม่ยั้ง เขาเป็นห่วงเธออย่างเห็นได้ชัด ทิชาที่เดินตามเข้ามาด้วยความเป็นห่วงโขง จึงเห็นแววตาของเขาอย่างชัดเจน ทิชาได้แต่กลืนคำพูดแล้วถอยหลังออกไปจากห้อง ด้วยความรู้สึกอยากเป็นหญิงสาวที่ถูกโขงดุด้วยความรักความเป็นห่วงอย่างนั้น ข่าวการบุกตรวจผับดังกลางกรุงกลายเป็นข่าวดังที่สืบสาวไปจนถึงเรื่องการค้ามนุษย์ และการฟอกเงิน มูลนิธิของคุณหญิงระวีถูกเพ็งเล็งว่ากลายเป็นแหล่งฟอกเงินให้กับขบวนการค้ามนุษย์ของพีระ เพราะพีระเป็นผู้บริจาครายใหญ่ของที่นี่ คนในสำนักงานสังคมสงเคราะห์ทั้งสุรารักษ์ เจียรนัย มล และสวัสดิ์ต่างวิจารณ์ข่าวนี้อย่างเมามันเพราะเกี่ยวพันถึงทิชา ที่ทุกคนเข้าใจว่าโขงพยายามจีบอยู่ ไม่มีใครรู้ว่าโขงมีส่วนเกี่ยวข้องกับการบุกจับกุมครั้งนี้ด้วย
ทิชาปรับทุกข์กับโขงเพราะเธอไม่มีใครอีกแล้ว เธอบอกว่ามูลนิธิของคุณหยิงแม่เสียชื่อเสียงเพราะเข้าไปพัวพันกับพีระ ซึ่งเป็นผู้ริจาครายใหญ่ของมูลนิธิ มีหลักฐานการโอนเงินชัดเจน ชื่อเสียงของมูลนิธิ และชื่อเสียงของคุณหญิงระวีฉาวโฉ่จนไม่รู้จะกู้คืนมาได้อย่างไร เมื่อทิชาเอื้อมมือมาจับมือเขา โขงก็บีบมือเพื่อเป็นกำลังใจให้ โดยไม่รู้ว่าภาพนั้น บาดตามมณฑาที่เฝ้าดูอยู่ห่าง ๆ โขงไม่ได้เจอมณฑาหลังจากเหตุการณ์ในคืนนั้น เพราะเขามัวแต่อยู่เป็นเพื่อนปลอบใจทิชา เพราะตั้งแต่ที่มูลนิธิมีข่าวไปพัวพันกับการค้ามนุษย์ คนในซอยโดยการนำของยายแจ๊ว และรอดักปาปลาร้าใส่ทุกคนในบ้านนี้ ทิชาขอให้โขงพาเธออกไปจากบ้าน เธอตัดสินใจไปเช่าโรงแรมเหมือนคุณหญิงแม่จนกว่าเรื่องจะเงียบ ทิชาเตือนให้ทั้งเขาและมณฑาระวังตัวเพราะพีระเป็นคนอาฆาตแรง และมีเส้นสายมากมาย โขงได้รับข้อความทางโทรศัพท์ของมณฑาว่าเธอถูกจับตัวไป เขารีบตามไปหาเธอทันทีโดยไม่ฉุกใจคิดเลยว่าเป็นกับดัก เขาได้เห็นหน้ามณฑาที่ถูกมัดมือมัดเท้าในห้องเล็กก่อนที่จะหมดสติไปเพราะถูกตีหัวจากด้านหลัง
เมื่อเขาฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง โขงก็นอนอยู่ท่ามกลางสาว ๆ ที่ถูกบังคับจับตัวจะส่งไปภูเก็ต ซึ่งก็มีมณฑารวมอยู่ด้วยโขงตะเกียกตะกายลุกขึ้น รีบประกอบมือถือที่ถูกเหวี่ยงจนแบตเตอร์รี่กระเด็นออกจากเครื่องแล้วรีบพิมพ์ส่งข้อความอย่างรวดเร็ว ทันเวลาก่อนที่ชายหน้าเหี้ยจะเข้ามากรอกน้ำใส่ปาก บังคับให้เขาดื่มยานอนหลับจนหมดสติหลับไป เมื่อเขาฟื้นขึ้นมา โขงพบว่าเขาอยู่ในรถทัวร์ที่เต็มไปด้วยสาว ๆ ที่เต็มใจไปทำงานที่ภูเก็ต ส่วนคนที่ไม่เต็มใจนั้นเขาได้ยินชายหน้าเหี้ยมที่คุยว่าถูกขังอยู่ด้านล่างของรถ โขงได้แต่หวังว่ามณฑาคงจะถูกขังอยู่ในรถคันนี้เช่นกัน รถทัวร์ถูกเรียกจอดกลางทาง ตำรวจทางหลวงมาดักสกัดได้ทันเวลา เพราะ รตท.กำชัย ได้รับข้อความแจ้งเหตุจากโขง โขงและสาว ๆ ทุกคนได้รับการช่วยเหลือได้ทันท่วงที โขงเป็นผู้อยู่เบื้องหลังผลงานครั้งนี้อีกครั้งโดยที่มี่ใครในสำนักงานสังคมสงเคราะห์รู้เลย
แม้ตอนหลัง รตท.กำชัย จะแอบเปิดเผยให้สุรารักษ์รู้ว่าโขงเสี่ยงชีวิตขนาดไหนในการทำคดีนี้ เขาบอกด้วยว่า โขงทำงานร่วมกับตำรวจจากกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์มาแล้วทั่วทุกภาค สุรารักษ์ก็ยังทำใจยอมรับได้ยากอยู่ดี เพราะสภาพของโขงห่างไกลจากภาพของวีรบุรุษที่เธอวาดไว้อย่างไกลลิบ แต่เมื่อเจียรนัยจิกกัดโขงว่าคนกับลูกแม่เล้าอย่างทิชา สุรารักษ์ก็หันไปเอ็ดดูเจียรนัยทันทีจนทุกคนแปลกใจเมื่อเห็นสุรารักษ์เข้าข้างคู่ปรับของตัวเอง โขงถูกดักยิงขณะที่พูดโทรศัพท์กับมณฑา ต่อหน้าเพื่อนร่วมงานทุกคนที่กำลังกินเลี้ยงฉลองวันเกิดให้สวัสดิ์ สุรารักษ์รีบเรียกพยาบาลนำโขงส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน
ทิชามาเฝ้ารอดูอาการของโขงทันทีที่ทราบข่าว แม้สายตาของสุรารักษ์จะไม่เป็นมิตร แต่ทิชาก็ไม่สนใจ เธอสนใจแต่โขงที่ยังนอนไม่ได้สติในห้องผ่าตัดมากกว่า โขงยังไมได้สติ เขาฝันเห็นร่างของหญิงสาวที่บอบช้ำไปทั้งตัว เธอร้องไห้คร่ำครวญพยายามจะหาทางรอดจากห้องที่คุมชัง สภาพของหญิงคนนั้นสะบักสะบอมเหนื่อยอ่อน แต่ไม่ละความพยายามที่จะหาทางหนี จนในที่สุด ในภาพนิมิตนั้น เขาเห็นชาย 2 คนเดินเข้ามาในห้อง แล้วลากหญิงคนนั้นออกไป โขงไม่เข้าใจว่าภาพของหญิงคนนี้มาปรากฏให้เขาเห็นในฝันได้อย่างไร และเขาฝันเห็นเธอบ่อยครั้ง หลังจากที่เห็นภาพนี้เป็นครั้งแรกในวันที่เขาพบกับทิชา
ทิชาร้องไห้อย่างหักห้ามใจไม่อยู่เมื่อได้ยินหมอบอกเล่าอาการของโขงว่ายังน่าเป็นห่วง ไม่มีใครรู้ว่าโขงจะรอดหรือไม่ ไม่มีใครรู้ว่าโขงกำลังต่อสู้กับอะไรโขงเห็นในนิมิตว่าเขากำลังขับรถไล่ตามรถอีกคันอยู่ หลังรถคันนั้นคือผู้หญิงที่พยายามร้องขอความช่วยเหลือร่างกายของเธอเต็มไปด้วยเลือด โขงพยายามจะไล่ให้ทัน แต่เมื่อรถคันนั้นวิ่งฝ่าไฟแดงจนชนเข้ากับรถบรรทุกกลางสี่แยก เขาก็ได้เห็นร่างของหญิงสาวคนนั้นตะเกียกตะกายอยู่ เธอพยายามจะดิ้นรถหนีตาย แรงระเบิดครั้งแรกทำให้โขงกระเด็นออกมาก่อนที่จะเข้าช่วยดึงตัวหญิงสาวคนนั้นออกมาได้ และก่อนที่จะเกิดแรงระเบิดครั้งที่ 2 เขาก็เห็นภาพที่น่าสยดสยอง หญิงสาวที่มีไฟลุกท่วมตัว เขาเห็นดวงตาของเธอมองมาที่เขาอย่างสิ้นหวัง
เมื่อโขงฟื้นขึ้น คนแรกที่เขาเห็นคือทิชาที่ยืนอยู่ปลายเตียง และนับจากนั้นทิชาก็รับหน้าที่เป็นคนดูแลโขง คอยป้อนข้าวป้อนน้ำ แม้ว่าสวัสดิ์จะแสดงความไม่พอใจและพยายามจะแย่งชิงตำแหน่งนั้นมาทำก็ตาม มีคนมาเยี่ยม และส่งของมาเยี่ยมไข้โขงมากมายแต่ไม่มีแม้แต่เงาของมณฑา โขงไม่รู้ว่าเจ้าของถุงส้มราคาถูก ๆ ที่เขาชอบกินคนนั้นคือมณฑาที่ตัดสินใจกลับทันทีเมื่อเห็นว่าทิชาดูแลโขงอยู่อย่างใกล้ชิด สวัสดิ์ที่ยึดโยงหน้าที่นอนเฝ้าไข้โขงในยากลางคืนสามารถจับชัยที่เข้ามาพยายามจะทำร้ายโขง แม้ว่าชัยจะพยายามแก้ตัว แต่โขงจำได้ว่าหนุ่มร่างบางท่าทางเหมือนคนติดยาคือชัย คนที่เคยทำร้ายมณฑานั่นเอง ชัยถูกส่งไปโรงพัก และต้องเข้าไปนอนในห้องขังทันที ทิชามาปรับทุกข์เรื่องคดีของมูลนิธิ โขงเล่าให้เธอฟังว่ามีหลักฐานอื่นที่มณฑาถ่ายเอาไว้และส่งมาให้เขา แต่เขายังไม่ส่งตำรวจ เขายังไม่ได้ดูว่าคืออะไร แต่หวังว่าจะช่วยทิชาและคุณหญิงได้ โขงแปลกใจเมื่อตื่นขึ้นมาพบว่าตัวเองอยู่ในรถที่ติดเครื่อง จอดขวางกลางถนนสายเปลี่ยว เขาเร่งเครื่องหลบลงข้างทางได้ทันก่อนที่รถบรรทุกใหญ่ที่เร่งเครื่องเต็มอัตราจะโผล่พ้นโค้งมาชนรถของเขา แม้โขงจะยังเจ็บระบบแผล แต่เขาก็สามารถขับรถพาตัวเองกลับมายังโรงพยาบาลได้อย่างปลอดภัย
ทุกคนแปลกใจเมื่อเห็นโขงกลับมาได้เองหลังจากหายไปจากโรงพยาบาลโดยไม่มีใครรู้ แต่คนที่แปลกใจยิ่งกว่า คือทิชา คืนนั้นโขงแอบออกจากโรงพยาบาลอีกครั้ง เขามาหาทิชา เขาต้องการมาพิสูจน์เรื่องที่เขาสงสัย ท่าทีของทิชาทำให้เขาบอกเธอว่าเขารู้ความจริงหมดแล้ว ทิชาคิดว่าเขาขับรถไม่เป็น จึงแอบวางยานอนหลับแล้วเอาตัวเขาใส่รถ หวังสร้างสถานการณ์ว่าเขาตายด้วยอุบัติเหตุรถชน เธอกลัวว่าหลักฐานที่เขาบอกเธอจะเปิดเผยเรื่องราวความจริงทั้งหมดว่าเธอ คุณหญิงแม่ และพีระ อยู่เบื้องหลังขบวนการค้ามนุษย์และการฟอกเงิน ท่าทีของทิชาเปลี่ยนไป จากสาวน้อยอ่อนหวานกลายเป็นสาวใจเหี้ยมที่ไร้ความปรานี เธอบอกเขาว่าโขงไม่มีทางทำอะไรเธอได้ เมื่อทิชาขับรถจากไปนั้น ด้านหลังรถของทิชา โขงก็ได้เห็นภาพที่ติดตา ภาพที่หลอกหลอนเขามานานนับตั้งแต่ที่เขาได้รู้จักเธอ ตอนนี้เขารู้แล้วว่าหญิงสาวที่โขงเห็นเต็มไปด้วยเลือดซึ่งนั่งอยู่ท้ายรถในนิมิตนั้นต้องการอะไร
ทิชาขับรถตามลำพังไปบนถนนกลางดึก เธอจอดรถเมื่อสัญญาณเปลี่ยนเป็นไฟแดง กลางสี่แยกที่ทำให้เธอนึกถึงเหตุการณ์ในคืนสยองคืนนั้น คืนที่เธอขับรถตามลูกน้องที่ต้องเอาหญิงสาวไปส่ง แต่เพราะหญิงคนนั้นต่อสู้ดิ้นรนพยายามจะหลบหนีแม้จะถูกรุมโทรมจนยับเยินแล้วก็ตาม รถของลูกน้องขับไปเกี่ยวกับรถสิบล้อจนพลิกตะแคง ลูกน้องของเธอหนีเอาตัวรอดออกมาได้ เธอบอกลูกน้องว่าไม่ต้องช่วยผู้หญิงคนนั้น สายตาเหี้ยมเกรียมของทิชาประสานสายตากับเหยื่อที่สิ้นหวัง สายตานั้นเปลี่ยนเป็นอาฆาตแค้นก่อนเสียงระเบิดจะดังขึ้นจนรถคันนั้นลุกไหม้เป็นไฟ ทิชาเหยียบคันเร่งเรียกสติกลับคืนเมื่อสัญญาณไฟเปลี่ยนเป็นไฟเขียว แต่เหมือนเหตุการณ์ที่เธอเพิ่งนึกถึงจะย้อนกลับมาเล่นซ้ำ รถมินิราคาแพงของเธออัดเข้ารถบรรทุกอย่างจัง ทิชาพยายามควานหาโทรศัพท์เพื่อร้องขอความช่วยเหลือ แต่หญิงสาวในร่างที่โชกเลือดเอื้อมมือมาปิดปากจนเธอส่งเสียงร้องออกมาไม่ได้ เสียงของคนขับรถบรรทุกพูดประโยคเดียวกับที่เธอบอกลูกน้อง ปล่อยให้ตายไป คือเสียงสุดท้ายของที่เธอได้ยิน ก่อนที่เสียงระเบิดจะ ดังขึ้นจุดประกายไฟเผาร่างกายเธอให้ตายทั้งเป็น แบบเดียวกับเหยื่อคนนั้นของเธอ
โขงมาที่โรงพักตามคำร้องเรียกของ รตท.กำชัย บนโรงพักวุ่นวายไปด้วยเสียงร้องโวยวายของชัย และเสียงของทับทิมที่ด่าทอมณฑา โขงบอกชัยว่าถ้าไม่อยากนอนห้องขังต่อ ชัยต้องสารภาพความจริงทั้งหมด แม้ทับทิมจะแทรกว่าใคร ๆ ก็รู้ความจริง แต่โขงก็ยืนยันว่าชัยต้องสารภาพจากปากของเขาเอง ด้วยความกลัวติดคุก ชัยรีบสารภาพว่าเขาเป็นสามีหนุ่มของทับทิม ไม่ใช่สามีของมณฑาอย่างที่ทุกคนเข้าใจ ทับทิมเจอเขาในบ่อนที่เขาเป็นเด็กวิ่งน้ำเลยชวนเขามาอยู่บ้านด้วยกัน แต่พอเห็นมณฑา เขาก็ชอบเธอ พยายามทำงานบ้านทุกอย่าง แบ่งเบางานของมณฑาเพื่อให้เธอเห็นใจ แต่ทับทิมก็ยังชอบด่าว่ามณฑา ชัยเลยชวนมณฑาหนี แต่มณฑาไม่เล่นด้วย เพราะเธอไม่ชอบชัย ด้วยความผิดหวัง ชัยเลยไปดักรอราดน้ำยาถูพื้นใส่มณฑาที่หน้าโรงงานก่อนจะหลหนีไป ส่วนที่ชัยบุกเข้าไปจะทำร้ายโขงที่โรงพยาบาลเพราะอิจฉาที่เห็นมณฑามีความสุขเวลาอยู่กับโขง แต่ตำรวจไม่ยอมปล่อยชัย เพราะคดีที่ชัยจะทำร้ายโขงเป็นคดีอาญา ยอมความกันไม่ได้ ทับทิมร้องไห้โฮสงสารสามีหนุ่ม มณฑาใจอ่อนสงสารแม่ เธอได้แต่หันไปสบตากับโขงอย่างขอความช่วยเหลือ โขงจึงบอกตำรวจว่านี่ไม่ใช่คดีอาญา เพราะเป็นเรื่องในครอบครัว เขาไม่เอาความ
เมื่อตำรวจแย้งว่าเรื่องของโขงไม่ใช่เรื่องในครอบครัว โขงก็เลยบอกว่าชัยเป็นสามีของทับทิม ซึ่งเป็นแม่ของมณฑา ก็เท่ากับเป็นพ่อตาของเขา เพราะฉะนั้นคดีของเขาจึงเป็นไม่ใช่คดีอาญา ทุกคนตกตะลึงเมื่อได้ยินคำยืนยันของโขม รวมทั้งมณฑาที่อ้าปากค้างเพราะพูดอะไรไม่ออก เธอไม่กล้าปฏิเสธ เพราะกลัวว่าถ้าชัยถูกจับติดคุก แม่ทับทิมจะร้องไห้โวยวายเสียใจ มณฑาเลยต้องปล่อยเลยตามเลย และยอมให้โขงกอดเอวเธอเดินลงมาจากโรงพักแต่โดยดี โขงสารภาพรักกับมณฑา เขาสัญญาว่าจะสร้างครอบครัวที่สมบูรณ์ และอบอุ่น ครอบครัวที่เขาและเธอใฝ่ฝันมาตลอดด้วยมือและหัวใจของเขาเอง ติดตามชมละคร เส้นสนกลรัก ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 13.45-15.45 น. ทางช่อง 3 ซีรีส์ My Hero วีรบุรุษสุดที่รัก เรื่อง เส้นสนกลรัก เริ่มตอนแรกวันศุกร์ที่ 17 เมษายน 2563

My Hero Series: The Forest's Wind Binding Love
ปภาพินธ์ เดินทางเข้าไปที่หน่วยจัดการต้นน้ำ ในอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ เพื่อตามมหา ปียวัช หรือ ปิ๊ก นักศึกษาหนุ่ม น้องชายคนเดียวของเธอ ที่หลงป่าไปกับเพื่อนอีกคน เขาหายไปหลายวันแล้ว โดยไม่มีใครรู้ว่าชะตากรรมของเขาจะเป็นเช่นไร พนัส หัวหน้าหน่วยจัดการต้นน้ำ มอบหมายให้ อิสระ ซึ่งเป็นผู้ช่วย เข้าช่วยค้นหา อิสระมั่นใจว่าเขาสามารถค้นหาเด็กหนุ่มได้แน่นอน เพราะเขารู้จักผืนป่านี้ราวกับเป็นเส้นลายมือของตัวเอง แต่สิ่งที่เขาไม่คาดคิดคือ เขาจะได้พบกับหญิงสาวที่ยึดครองหัวใจเขามาอย่างยาวนานแม้จนกระทั่งปัจจุบัน ปภาพินธ์ หญิงสาวที่หักอกเขาอย่างยับเยินเมื่อ 5 ปีก่อนนั่นเอง
เมื่อ 5 ปีที่แล้ว ปภาพินธ์เคยปฏิเสธที่จะคบหากับอิสระ เพียงเพราะอิสระเลือกที่จะทำงานป่าไม้ แทนที่จะทำงานในเมืองอย่างที่ปภาพินธ์ต้องการ ความห่างไกล และด้วยยังสนุกกับการใช้ชีวิตโสด ทำให้ปภาพินธ์บอกเลิกกับอิสระ สร้างบาดแผลที่เจ็บลึกขึ้นในใจของอิสระตลอดมา และการกลับมาเจอกันในครั้งนี้ จึงเป็นโอกาสเดียวที่อิสระจะแก้แค้นด้วยท่าทีเย็นชา อิสระยื่นข้อเสนอกับเธอว่าถ้าเขาหาน้องชายของเธอคืนมาได้ เธอจะต้องแต่งงานกับเขา ปภาพินธ์ไม่มีทางเลือก เธอสังเกตได้ว่าบัดนี้ อิสระไม่ใช่อิสระคนเดิมที่เคยอ่อนโยน สุภาพนุ่มนวลเหมือนเมื่อ 5 ปีก่อน อิสระคนนี้ท่าทีเย็นชา สายตาเต็มไปด้วยวี่แววที่ต้องการเอาชนะ ทำให้เธอรู้สึกชิงชังกับการฉวยโอกาส บีบคั้นคนที่ไม่มีทางเลือกอย่างเธอ แต่ที่สุดเธอก็จำใจต้องตอบตกลง
อิสระนำทีมพา คณา ลูกน้องคนสนิท บรรจง และพัฒน์ ลูกน้องที่ทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่กัน เข้าป่าตามหาปิยวัชทันทีในเช้ามืดวันรุ่งขึ้น โดยปภาพินธ์ขอไปด้วย ระหว่างทางที่ค้นหา พวกเขาพบร่องรอยของการตัดไม้ทำลายป่าเป็นของแถม แต่ภารกิจตามหาคนหายทำให้พวกเขาต้องเดินหน้าต่อไปอย่างเร่งรีบ มีอยู่ช่วงหนึ่ง ปภาพินธ์เห็นหญิงสาวชาวป่าคนหนึ่ง (ชบาไพร) ปรากฏตัวขึ้น ปภาพินธ์ชี้ให้อิสระดู แต่อิสระนิ่งเฉยทำเหมือนผู้หญิงคนนั้นไม่มีตัวตน ปภาพินธ์ไม่เชื่อว่าอิสระจะไม่เห็นชบาไพร และตาเธอต้องไม่ฝาดแน่นอน
เมื่อชบาไพรปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง ปภาพินธ์ ก็แอบติดตามไปจนได้รับอุบัติเหตุ ลื่นล้มหมดสติไป ในระหว่างหมดสติ ปภาพินธ์ฝันถึงเสือโคร่งตัวหนึ่ง จ้องมองนิ่ง และพยายามจะไล่ตะครุบเธอ ปภาพินธ์กรีดร้องและได้สติขึ้นมาอีกครั้ง เธอรู้สึกโล่งอก และเต็มไปด้วยความหวาดกลัวแม้ว่าจะเป็นเพียงความฝันเท่านั้น หลังจากนั้นไม่นานอิสระก็ค้นหาปิ๊ก น้องของปภาพินธ์ จนเจอและบอกให้เธอเลิกเพ้อเจ้อถึงผู้หญิงที่ชื่อชบาไพรเสียที
อิสระ ส่งปภาพินธ์ และปิ๊ก ออกจากป่าไปพร้อมกับลูกน้อง หลังจากนั้น อิสระก็รีบกลับไปตามร่องรอยของ พ่อค้าไม้เถื่อน ชบาไพรปรากฏตัวต่อหน้าอิสระ และช่วยชี้เบาะแสเรื่องคนร้าย แต่น่าเสียดาย พวกนั้นขนเลื่อยยนต์ และหลักฐานทุกอย่างหนีหายไปได้หวุดหวิด เมื่อหมดหน้าที่ ชบาไพรก็หายเข้าป่าไปอีกครั้ง อิสระมาทวงสัญญา และยื่นคำขาดขอปภาพินธ์แต่งงานด้วยท่าทีแข็งกร้าว ปภาพินธ์รู้สึกชิงชังที่โดนบีบบังคับ เธอขอยืดเวลาไปก่อน และขอเวลาคบหาดูใจกันอีกที ปภาพินธ์วางแผนที่จะทำตัวร้ายกาจมาก ๆ เพื่อทำให้อิสระทนไม่ได้ และเป็นฝ่ายบอกเลิกไปเอง อิสระตอบตกลง ยอมยืดเวลาที่จะแต่งงานออกไป แต่มีข้อแม้ว่าปภาพินธ์ต้องไปหาที่พักใกล้ ๆ กับเขา
อิสระหาบ้านพักป่าไม้ที่อยู่ใกล้เขาที่สุดให้ปภาพินธ์ และในคืนแรกของการเข้าพัก เหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้นกับปภาพินธ์อีกครั้ง เพราะจู่ ๆ เธอก็ได้ยินเสียงคำรามของเสือแว่วเข้ามา ทั้ง ๆ ที่ทุกคนยืนยันว่าไม่ได้ยิน เมื่อปภาพินธ์ออกไปยืนที่ระเบียงก็มองเห็นชบาไพร หญิงสาวชาวป่าคนเดิม มายืนมองเธอและเดินหายไปในป่า เธอตัดสินใจที่จะวิ่งตามไป แต่แล้วเสือตัวหนึ่งก็โผล่ออกมา ปภาพินธ์ตกใจเป็นลมพับไป อิสระตามมาพบ และนำเธอไปปฐมพยาบาล ทุกคนยืนยันว่าเธอน่าจะตาฝาดไปเพราะไม่มีร่องรอยของเสือ และเธอก็ไม่ได้มีร่องรอยโดนทำร้ายเลยแม้แต่ปลายเล็บ
ปภาพินธ์เริ่มแผนร้ายของเธอด้วยการทำตัวแย่ ๆ ร้ายกาจ ทำทุกอย่างที่ตรงกันข้ามกับนิสัยจริง เธอเริ่มเรียกร้องโวยวายต้องการเครื่องอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เพื่อให้อิสระรำคาญ แต่อิสระก็พยายามจัดให้ทุกอย่างด้วยท่าทีเย็นชา และยโสเช่นเดิม ปุ้ม ลูกคนงานซึ่งมีหน้าที่ทำความสะอาดบ้าน แอบชอบอิสระ เมื่อรู้ว่าปภาพินธ์เป็นใคร ปุ้มจึงตั้งตัวเป็นศัตรูคอยกลั่นแกล้ง ก่อความรำคาญใจให้อยู่ตลอดเวลา ครั้งหนึ่งปุ้มหลอกปภาพินธ์ให้ไปเล่นน้ำตก โดยหลอกให้ไปเล่นในวังน้ำวน จนปภาพินธ์โดนน้ำดูดไหลไปที่หน้าผา แต่แล้วชบาไพร หญิงชาวป่าลึกลับ ก็ปรากฏตัวและช่วยปภาพินธ์เอาไว้
ชบาไพร แต่งตัวด้วยเสื้อผ้ามิดชิด มีผ้าปิดบังใบหน้าราวกับว่ากำลังปกปิดอะไรบางอย่าง หลังจากทำแผลให้ปภาพินธ์เสร็จ ชบาไพรก็หายเข้าป่าไปอีกครั้ง ปภาพินธ์เล่าเรื่องชบาไพรให้อิสระฟัง อิสระนิ่งเฉย ขณะที่ปุ้มบอกว่าชบาไพรไม่ใช่คน แต่เป็นพวกผีไพรที่อยู่ในป่า แต่ปภาพินธ์กลับเชื่อความรู้สึกตัวเอง เธอเชื่อว่าชบาไพรมีตัวตน และต้องสืบเรื่องของผู้หญิงลึกลับคนนี้ให้ได้ คณา ลูกน้องคนสนิทของอิสระ เล่าตำนานเรื่องบ้านลับแลในป่าให้ปภาพินธ์ฟังว่า บ้านลับแลซ่อนตัวอยู่ที่ผาเวียงวัง จุดชมวิวที่สวยมากแห่งหนึ่งของผืนป่า แต่ยากที่จะเดินทางไปถ้าไม่มีคนชำนาญป่านำทาง คนในบ้านลับแลเป็นพวกกึ่งผีกึ่งคน ไม่ค่อยปรากฏตัวให้ใครเห็น พวกตัดไม้ทำลายป่ามักจะโดนเล่นงานอยู่บ่อย ๆ คณาเชื่อว่าผู้หญิงที่ชื่อชบาไพรอาจเป็นคนบ้านลับแล
อิสระได้รับทราบจากสายว่ามีคำสั่งล็อตใหญ่เข้ามาในพื้นที่ที่เขารับผิดชอบ และคนที่เขาสงสัยว่าเป็นตัวการคือ อดีตผู้แทนราษฎรคนหนึ่งชื่อไกรสร โดยมีลูกน้องชื่อ ทัศน์ หัวคะแนนคนสำคัญ คอยช่วยเหลือ การชิต แฟนของปภาพินธ์ กลับมาจากต่างประเทศ เมื่อรู้ข่าวว่าปภาพินธ์จะต้องแต่งงานกับอิสระ ก็ไม่พอใจและพยายามกลับมาขอคืนดีกับปภาพินธ์ ปภาพินธ์ได้โอกาสเลยแกล้งทำเป็นหวานกับกรรชิตเพื่อยั่วให้อิสระโกรธ แต่อิสระนิ่งเก็บอารมณ์ ทำเหมือนไม่รู้สึกอะไรเมื่อใกล้วันแต่งงานเข้ามา ปภาพินธ์ต้องการเอาชนะ อยากจะทำให้อิสระเจ็บปวดที่สุด เธอจึงแกล้งวางแผนให้อิสระพาไปเที่ยวผาเวียงวัง โดยมีกรรชิตไปด้วย และวางแผนไว้ว่าจะให้กรรชิตพาหนีการแต่งงาน ขบวนเดินป่าออกเดินทาง โดยมีเป้าหมายที่ผาเวียงวัง ระหว่างทาง อิสระพบร่องรอยพวกตัดไม้ทำลายป่าอีกครั้ง เขาปลีกตัวออกไปลาดตระเวน... และถ่ายคลิปลงในมือถือเอาไว้เป็นหลักฐานได้สำเร็จ
ส.ส.ไกรสร และกลุ่มผู้ร้ายรู้ตัว จึงตามไล่ล่าขบวนเดินป่า อิสระกับพวกมัวแต่สาละวนกับการยิงต่อสู้กับพวกตัดไม้ ปภาพินธ์ได้โอกาสจึงบอกให้กรรชิตพาเธอหนีไป แต่ด้วยความไม่ชำนาญเส้นทางทำให้ทั้งคู่หลงเข้าไปในป่าลึกกว่าเดิม เมื่ออยู่ด้วยกัน สองต่อสองในป่าทุรกันดาร ปภาพินธ์จึงได้เรียนรู้สัญชาตญาณเบื้องลึกของกรรชิต เมื่อใช้ชีวิตในเมืองเขาดูเป็นผู้ชายที่เหนือกว่าคนอื่นด้วยฐานะ และทรัพย์สินนอกกาย แค่เมื่อต้องเผชิญชีวิตในป่าโดยไม่มีเครื่องอำนวยความสะดวก กรรชิตกลายเป็นคนที่เธอไม่สามารถพึ่งพาอะไรได้เลย แถมยังเต็มไปด้วยความเห็นแก่ตัวจนปภาพินธ์รู้สึกได้ ในวันที่หมอกลงจัด ปภาพินธ์ และกรรชิตเกิดพลัดหลงกัน ปภาพินธ์หายไป ขณะที่อิสระสะกดรอยตาม และมาช่วยกรรชิตที่กำลังขวัญเสียเอาไว้ได้ แต่แล้วพวกคนร้ายก็ตามมาทันอีกครั้ง
อิสระพากรรชิต และลูกน้องหนีการตามไล่ล่า คนร้ายต้องการคลิปในมือถือซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญ เมื่อจวนตัว อิสระก็ขว้างมือถือทิ้ง เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ แต่แอบเอาซิมของเครื่องเก็บซ่อนไว้กับตัว จากนั้นก็พาทุกคนออกจากป่าสำเร็จ อิสระเอาภาพวิดีโอนั้นให้พนัสดู แต่เขาก็ต้องประหลาดใจที่พนัสตำหนิเขาอย่างรุนแรง อิสระโกรธและไม่เข้าใจ มุมมองที่เขามีต่อพนัสเริ่มมีความเคลือบแคลงสงสัย อิสระพบร่องรอยการเข้ามาค้นของในบ้านพักของเขา เขามั่นใจว่าคนร้ายเข้ามาค้นหาซิมนั้นแน่นอน อิสระสงสัยว่าพนัสจะรู้เห็นเป็นใจ แต่เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นก็ไม่มีเรื่องอะไรด่วนเท่ากับการเข้าป่าอีกครั้งเพื่อตามหาปภาพินธ์ที่หายไป แต่แล้วขณะกำลังจะเข้าป่า อิสระก็โดนลอบยิงอยู่ในอาการโคม่า
ปภาพินธ์หลงป่า และเริ่มจับไข้ เสียงคำรามของเสือดังใกล้เข้ามาและก่อนที่จะสลบไป เสือตัวนั้นก็ปรากฏตัวขึ้นแล้วพุ่งตรงเข้าหาเธอ เมื่อฟื้นขึ้นมาอีกครั้งปภาพินธ์พบว่าชบาไพรช่วยเธอไว้ และเธออยู่ในหมู่บ้านลับแลที่ซ่อนตัวอยู่กลางหมอกหนาทึบ บรรยากาศของหมู่บ้านเต็มไปด้วยความลึกลับ น่าสะพรึงกลัว ชบาไพรบอกปภาพินธ์เรื่องอิสระโดนยิงอยู่ในอาการโคม่า เป็นตายเท่ากัน โดยชบาไพรล่วงรู้เหตุการณ์จากการเพ่งกสิณ
เมื่อปภาพินธ์รีบโทร. ไปเช็กเหตุการณ์ก่อนแบตฯ จะหมด ก็ปรากฏว่าเรื่องที่ชบาไพรบอกเป็นความจริง ปภาพินธ์ตกใจไม่คาดว่าเธอกำลังจะสูญเสียอิสระไป เธอเพิ่งรู้ตัวว่าเธอขาดเขาไม่ได้ และนั่นก็แสดงว่าเธอกำลังรักเขานั่นเอง ปภาพินธ์ต้องการหนีออกจากหมู่บ้านเพื่อไปหาอิสระ แต่ทุกครั้งที่ก้าวพ้นเขตหมู่บ้าน ก็จะพบกับเสือโคร่งที่เฝ้ามองเธออยู่ทุกฝีก้าว เธอจึงกลับมหาชบาไพรอีกครั้ง
ชบาไพร บอกว่าอิสระอยู่ในภาวะสมองตาย ทำให้จิตของเขาอยู่ในมิติหลังความตาย ทางเดียวที่จะช่วยอิสระให้ฟื้น ก็คือต้องใช้ความรักไปช่วยดึงให้เขาหลุดออกมาก่อนที่จะสายเกินไป และนั่นก็คือปภาพินธ์จะต้องทำให้ตัวเองอยู่ในสภาวะสมองตายเช่นกัน ด้วยการกินสมุนไพรเมืองลับแล ปภาพินธ์ตัดสินใจกินสมุนไพรและดิ่งจิตของเธอไปยังมิติหลังความตาย เธอพบว่าอิสระกำลังตกอยู่ในวงล้อมของหญิงที่เป็นกิเลสด้านมืดของผู้ชายและยังไม่อยากกลับไป ปภาพินธ์เข้าไปกระชากให้อิสระหลุดออกมา ทำให้หญิงสาวเหล่านั้นกลายเป็นปีศาจตรงเข้ามารมทำร้าย แต่แล้วทันใดเสือโคร่งตัวนั้นก็ปรากฏตัว และพาอิสระขี่หลังเสือ พุ่งทะยานออกจากมิติหลังความตาย แต่ในนาทีสุดท้ายนั้นเอง ปภาพินธ์กลับหลุดตกจากหลังเสือ หายไปในความมืด
อิสระฟื้นขึ้นมาที่โรงพยาบาล เขาจำเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างสภาวะความเป็นความตายได้ และรู้สึกเป็นห่วงปภาพินธ์ซึ่งบัดนี้ยังไม่มีใครรู้ว่าเธออยู่ที่ไหน นอกจากสัญญาณโทรศัพท์ครั้งสุดท้ายที่เธอมาจากในป่าก่อนแบตฯ จะหมด อิสระรีบออกเดินทางเข้าป่าทันที ส.ส.ไกรสร และทัศน์ ทราบถึงการเข้าป่าของอิสระก็รีบจัดขบวนออกไปตามไล่ล่าอีกครั้ง อิสระต่อสู้และหนีเอาตัวรอด แต่ก็โดนตามไล่ล่าไม่ลดละ แต่ก่อนที่อิสระจะจนมุม ชบาไพร และคนในหมู่บ้านลับแลก็เข้ามาช่วย และพาหลบหนีหายไปในม่านหมอกหนาทึบ ส.ส.ไกรสร และพวกย่ามใจคิดว่าอิสระตายแล้วจึงพากันกลับออกจากป่าไป
ชบาไพร พาอิสระมาพบปภาพินธ์ โดยปภาพินธ์ยังคงนอนไม่ได้สติ จิตของเธอยังกลับมาในมิติปัจจุบันไม่ได้อิสระปฐมพยาบาล และส่งเสียงเรียกและสารภาพความรู้สึกทั้งหมด ว่าการที่เขายื่นคำขาด บังคับให้เธอแต่งงานด้วย แม้ในครั้งแรก จะทำเพื่อแก้แค้น แต่ลึก ๆ ในใจ ตลอด 5 ปีที่ปภาพินธ์ทิ้งไป เขายังคงลืมเธอไม่ได้ และเมื่อเจอกันอีกครั้ง เขาจึงต้องทำทุกวิถีทางที่จะได้ปภาพินธ์คืนกลับมา ทั้งหมดนี้ก็เพราะ เขารักเธอนั่นเอง และแล้ว ความรักความจริงใจก็กลายเป็นสายใยที่ช่วยฉุดรั้งให้ปภาพินธ์ฟื้นขึ้นมาได้สำเร็จ ทั้งคู่รู้ความในใจของกันและกันในที่สุด
อิสระ เล่าว่า ชบาไพร และคนในบ้านลับแล เป็นโรคเรื้อน สังคมรังเกียจ พวกเขาจึงพากันมาซ่อนตัวกันอยู่ในป่า ทำตัวลึกลับ เมื่ออิสระรู้เรื่องก็คอยช่วยเหลือ ส่งยา และสิ่งของจำเป็นให้อยู่เป็นประจำโดยไม่บอกใคร ส่วนชบาไพรนั้นเป็นหญิงสาวที่มีความสามารถพิเศษ ล่วงรู้อนาคต และแปลงร่างเป็นเสือได้ ชบาไพรจึงคอยช่วยเหลืออิสระในการคุ้มครองป่า และคอยช่วยเหลือยามที่อิสระมีภยันตราย อิสระพาปภาพินธ์กลับออกมาจากป่า เขาเป็นห่วงหลักฐานที่เก็บซ่อนไว้กับสัมภาระในรถ และสิ่งที่เขากลัวนั้นกลายเป็นความจริง ซิมซึ่งมีภาพวิดีโอหลักฐาน หายไปจากแว่นกันแดดที่เขาเอาซ่อนไว้ อิสระเชื่อว่าต้องเป็นฝีมือของพนัส หัวหน้าของเขา
และแล้ว จู่ ๆ ก็เกิดไฟป่าลุกลามใกล้เข้ามา อิสระรีบไปช่วยดับไฟ แต่ก็พบว่านี่คือแผนลวงของผู้ร้าย อิสระเสียท่า ถูกทัศน์เอาปืนจ่อหัว ชบาไพรซึ่งรู้เหตุการณ์ล่วงหน้ารีบมาบอกปภาพินธ์ให้รีบไปช่วยอิสระ และขณะที่อิสระกำลังจะเสียที พนัสก็เข้ามาช่วยเขาไว้ได้ทันโดยปภาพินธ์เป็นคนไปขอความช่วยเหลือ พนัสยิงทัศน์ที่แขนจนปืนหลุดมือ ยอมให้จับกุม อิสระรอดมาได้ พนัสบอกอิสระว่าคนที่เป็นสายให้กับขบวนการตัดไม้คือ คณา โดยคณาเป็นคนที่แอบเข้าไปค้นหาซิมในบ้านพักของอิสระ แต่หลักฐานที่อิสระได้มาก็เพียงพอที่จะทำให้ตัวการทุกคนโดนจับเข้าคุกทั้งหมด รวมทั้ง ส.ส.ไกรสร
ข่าวการจับ ส.ส.ไกรสร และพวก กลายเป็นข่าวดัง อิสระกลายเป็นวีรบุรุษผู้ปกป้องผืนป่า ความชื่นชมจากสังคม และคำชมเชยจากหน่วยงานต้นสังกัด ไม่ทำให้อิสระปลื้มใจเท่ากับรอยยิ้มจากปภาพินธ์เพียงคนเดียว ตอนนี้เธอเข้าใจเขา เข้าใจงานที่เขาทำ และประทับใจในความเสียสละของเขาและเจ้าหน้าที่ป่าไม้ทุกคน เธอบอกเขาว่าเธอพร้อมจะอยู่เคียงข้าง และเป็นกำลังใจให้กับเขาตลอดไป เพราะเขาไม่เพียงเป็นวีรบุรุษผู้ปกป้องป่า แต่เขาเป็นวีรบุรุษตัวจริงของเธอด้วยเช่นกัน ติดตามชมซีรีส์ My Hero วีรบุรุษสุดที่รัก เรื่อง ลมไพรผูกรัก ที่ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางช่อง 3 ซีรีส์ My Hero วีรบุรุษสุดที่รัก เรื่อง ลมไพรผูกรัก เริ่มตอนแรกวันเสาร์ที่ 30 มิถุนายน 2561

My Hero Series: Spell of the Swan Mark
พัสกร (วรินทร ปัญหกาญจน์) นักเต้นหนุ่มฝีมือเยี่ยม ตั้งใจเปิดโรงเรียนสอนเต้นให้กับเด็กที่ยากไร้ ตามความฝันของ พ่อภากร (พีรมณฑ์ ชมธวัช) ที่เสียไป ในอดีตพัสกรอับอายที่มีพ่อเป็นนักบัลเลต์ เขาทะเลาะกับพ่อก่อนที่พ่อจะถูกรถชนต่อหน้าต่อตา เขาจึงตั้งใจสานฝันของพ่อให้สำเร็จ ด้วยการสอนเต้นให้กับเด็กด้อยโอกาส
ในงานเปิดตัวโรงเรียนของเขา เกิดเหตุวางระเบิดทำให้พ่อแม่ที่รับอุปการะเขา รวมถึงน้องสาวต่างสายเลือดเสียชีวิตทันที ขวัญกมล (ณัฐฐาวีรนุช ทองมี) แฟนสาวของเขา ได้รับบาดเจ็บ เหตุการณ์ครั้งนั้นได้เปลี่ยนชีวิตเขาไปตลอดกาล ทำให้เขานึกถึงจดหมายข่มขู่ที่ได้รับก่อนหน้า ข้อความบอกว่าหากเขาเปิดโรงเรียน เขาจะต้องเสียใจ พัสกรอดโทษตัวเองไม่ได้ หากเขาเชื่อคำเตือนเรื่องแบบนี้คงไม่เกิด นี่เป็นอีกครั้งที่เขาทำให้คนรักต้องจากไป
นอกจากนี้พัสกรยังมีหลานชายของพ่อบุญธรรมชื่อ มนตรี (ดนัย จารุจินดา) ซึ่งเขาเกลียดพัสกรมาก เพราะได้รับการปลูกฝังมาตั้งแต่เด็กให้เกลียดเด็กกำพร้า และไม่เคยนับญาติกับพัสกรเลย ยิ่งเมื่อเกิดโศกนาฏกรรมขึ้นกับญาติของเขา ทำให้มนตรีเกลียดพัสกรมากขึ้นกว่าเดิม
แหวนพลอย (มณีรัตน์ ศรีจรูญ) หญิงสาวกำพร้าพ่อแม่ เธออาศัยอยู่กับ ปู่ (ชลิต เฟื่องอารมย์) ที่ต่างจังหวัด เธอทราบข่าวจึงรีบเข้ากรุงเทพฯ ทันที เพราะพัสกรไม่ใช่แค่พี่ชายข้างบ้านที่เคยเล่นด้วยกันในวัยเด็ก แต่เขายังช่วยเหลือเธอและปู่ด้านการเงินอยู่เสมอ
ขณะที่ พ.ต.ต. นิรุตต์ (สมิทธิ ลิขิตมาศกุล) ตำรวจผู้รับผิดชอบคดีของพัสกร เริ่มสอบสวนผู้ต้องสงสัยที่มีรายชื่อว่าเป็นแขกคนสำคัญ แต่มาไม่ทันงานเปิดตัวโรงเรียน คนที่หนึ่งคือ เต้ (อนุชิต สพันธุ์พงษ์) นักเต้นหนุ่มเพื่อนสนิทของพัสกร สองคือ จันทิมา (วรรณปิยะ ออมสินนพกุล) นักเต้นสาวที่เป็นคู่เต้นของพัสกร และกุ๊งกิ๊ง (วิรากานต์ เสณีตันติกุล) ครูช่วยสอนเต้นที่แสดงออกว่าชอบพัสกรอยู่เสมอ
หลังออกจากโรงพยาบาล พัสกรพาขวัญกมลไปพักผ่อนรักษาตัวที่บ้านเกิดของเขา ซึ่งอยู่ใกล้บ้านของแหวนพลอย เธอได้เห็นและสงสารจึงคิดว่าควรทำอะไรบางอย่าง ต่อมาพัสกรได้เจอกับ เด็กชายเพชร ที่นั่งดูคลิปวิดีโอการประกวดของกลุ่มเด็กที่พัสกรเคยสอน เพชรพยายามเต้นตาม พัสกรจึงอดไม่ได้ที่จะเข้าไปแนะนำ ความตั้งใจของเพชรเหมือนจุดไฟให้เขาอีกครั้งหนึ่ง เรื่องนี้ทำให้ขวัญกมลรู้สึกไม่สบายใจเพราะไม่ต้องการให้เขาเต้นอีกต่อไป พัสกรจึงรับปากว่าจะไม่ยุ่งกับเรื่องนี้อีกแล้วชวนขวัญกมลกลับกรุงเทพฯ
แหวนพลอยรู้ข่าวด้วยความผิดหวัง เพราะเธออยู่เบื้องหลังของการเจอกันของเพชรและพัสกร เธอพยายามขอร้องให้เขาสอนเพชร เพราะคิดว่าหากพัสกรได้สอนจะกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง และเมื่อแหวนพลอยเสียใจ กวง (เตชินท์ ปิ่นชาตรี) เพื่อนสนิทของแหวนพลอย จึงมาคอยปลอบอยู่เสมอ โดยที่เธอไม่รู้เลยว่าเขาแอบรักอยู่
ต่อมาพัสกรตัดสินใจกลับมาสอนเต้นเด็ก ๆ อีกครั้ง เขาเริ่มตั้งทีมเต้นขึ้นมา เขาได้เจอกับเด็กชายปั้น รวมทั้งแตงกวาและน้ำฝน ซึ่งเป็นเด็กเก่าที่เคยเรียนมาร่วมทีม เมื่อได้เด็กร่วมทีมครบ ก็เกิดปัญหาเมื่อกุ๊งกิ๊งถูก ฉัตรชัย (กนกฉัตร มรรยาทอ่อน) เจ้าของโรงเรียนเต้นคู่แข่ง ซื้อตัวไป ฉัตรชัยและพัสกรเคยมีปัญหากันมานานมากแล้ว เรื่องเด็กของทั้งสองโรงเรียน ที่มักจะเข้าประกวดในโครงการเดียวกันและแข่งกันอยู่เสมอ
พ.ต.ต. นิรุตต์ พบหลักฐานเป็นคลิปวิดีโอจากโทรศัพท์มือถือของน้องสาวพัสกรที่กู้ไฟล์คืนได้ พบว่าในงานวันเปิดตัวโรงเรียนปรากฏหญิงสาวลึกลับคนหนึ่ง ซึ่งไม่มีใครรู้ว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใคร การสืบสวนยังคงดำเนินต่อไป เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ฆาตกรและผู้อยู่เบื้องหลังจะเป็นใคร ติดตามได้ในซีรีส์ My Hero วีรบุรุษสุดที่รัก เรื่อง มนตราลายหงส์ ที่ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางช่อง 3 ซีรีส์ My Hero วีรบุรุษสุดที่รัก เรื่อง มนตราลายหงส์ เริ่มตอนแรกวันศุกร์ที่ 15 มิถุนายน 2561

My Hero Series: Heart of the Motherland
อวัศยา (ศิรินทร์ ปรีดียานนท์) นักออกแบบอัญมณีสาว ได้พบกับ เตชัส (ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์) หนุ่มหล่อเพลย์บอย ครั้งแรกก็ถึงกลับหลงเสน่ห์ของเขาทันที แต่เมื่อเห็นเตชัสมากับสาวสวยก็ออกอากาศเซ็ง ในขณะที่อวัศยาก็ถูก อณิมา (อาภาศิริ นิติพน) ผู้แม่จับคู่หมั้นหมายเธอไว้กับลูกชายเพื่อนสนิทอย่าง เตชินี (เพ็ญพักตร์ ศิริกุล) ผู้บริหารโรงแรมหรูทางภาคเหนือ นั่นก็คือเตชัสที่อณิมาบอกว่าเป็นหนุ่มโสดแสนดี
ภายในงานแสดงสินค้าระดับชาติที่จัดขึ้นในโรงแรมหรูของเตชินี งานนี้อวัศยารับหน้าที่ต้อนรับแขกคนสำคัญ คือ พล.อ. ดร.ทุนอู (ชาคริต แย้มนาม) รัฐมนตรีกระทรวงเหมืองแร่จากประเทศเพื่อนบ้าน ที่กำลังมีปัญหาและพยายามแยกตัวเป็นรัฐอิสระ มาพร้อมภรรยา มาดามเมย์ทูเอ (ซอนย่า คูลลิ่ง) ซึ่งเป็นผู้หญิงคนเดียวกับคนที่อวัศยาเคยเห็นเตชัสไปคลอเคลียอยู่ด้วย อวัศยาจึงสรุปได้ทันทีว่าเตชัสไม่ใช่ผู้ชายแสนดีอย่างที่แม่ของเธอบอกไว้ อวัศยากำลังจะถ่ายคลิปไว้เป็นหลักฐาน เพื่อแฉพฤติกรรมเจ้าชู้และขอถอนหมั้นกับเตชัส แต่ นุนุ (มนัสนันท์ พันเลิศวงศ์สกุล) สาวใช้คนสนิทของมาดามเมย์ทูเอ เข้ามาขวางไว้ และขอร้องให้อวัศยาเห็นใจมาดามเมย์ทูเอ และขอให้ช่วยหลอกเตชัสออกจากห้อง เพื่อนุนุจะเข้าห้องไปขโมยคลิปที่ถูกถ่ายไว้แบล็กเมล์มาดามเมย์ทูเอออกมาทำลาย เตชัสหลงเชื่อออกมากับอวัศยา แต่ก็รู้สึกผิดสังเกต เขาจึงรีบกลับไปที่ห้องก็พบว่าห้องถูกรื้อค้น เตชัสคาดคั้นอวัศยาอย่างหนัก จนเธอต้องขู่ว่าจะบอก ดร.ทุนอู เรื่องที่เตชัสลักลอบคบกับมาดามเมย์ทูเอ ทำให้เตชัสต้องยอมปล่อยอวัศยา
พ.ต. นพ.อติศักดิ์ (คณิน สแตนลีย์) มาพบเตชัส เพื่อหารือเกี่ยวกับขบวนการขนยาเสพติด และกองกำลังติดอาวุธกู้ชาติรัฐแสนปุระ ที่ทางการกำลังสงสัยว่า ดร.ทุนอู จะมีเอี่ยวในขบวนการนี้ด้วย อวัศยาผ่านมาได้ยิน จึงหาโอกาสถามเตชัสว่าเขาเป็นใครกันแน่ แต่เตชัสบ่ายเบี่ยงเลี่ยงที่จะตอบ ยิ่งทำให้อวัศยาสงสัย จนเธอตัดสินใจขับรถสะกดรอยตาม ดร.ทุนอู ไป แต่คลาดกันกับรถ ดร.ทุนอู อวัศยาจึงเปลี่ยนเป้าหมายมาตามรถเตชัส เขารู้ตัวว่าถูกสะกดรอยเลยดักจับอวัศยา แต่อยู่ ๆ มีกลุ่มคนงานขนยาเสพติดเข้ามายิงกระสุนใส่ เตชัสต้องรีบพาอวัศยาหนีจนเข้าไปในป่าลึก อณิมาร้อนใจที่อวัศยาหายตัวไป จึงขอความช่วยเหลือจากสามีของเตชินี คือ พล.ท. อิสริยะ (อนันต์ บุนนาค) และยังขอให้ ร.ต.อ. เมธัส (วิศรุต หิรัญบุศย์) ลูกชายคนเดียวของ พล.ต.อ. มงคล (ธนายง ว่องตระกูล) อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ช่วยกันตามหา
ระหว่างอยู่ในป่าเตชัสสัญญาว่าจะดูแลปกป้องอวัศยา ทำให้อวัศยาเริ่มเชื่อมั่นและรู้สึกดีกับผู้ชายคนนี้ แต่อยู่ ๆ กองกำลังติดอาวุธบุกเข้ามาปะทะ อวัศยากลัวตายถึงขีดสุด แต่เตชัสก็สามารถจัดการพวกคนร้ายได้แถมยังปกป้องเธอได้อย่างที่พูดจริง ๆ อวัศยาผวาเข้ากอดเตชัสอย่างลืมตัว ความใกล้ชิดและความประทับใจทำให้อวัศยาเผลอตัวและเปิดใจยอมรับเตชัสเข้าไปเต็ม ๆ เมื่ออวัศยายอมรับเตชัสแล้ว เตชัสจึงบอกให้เธอรู้ว่าเขาเป็นทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ในภารกิจพิเศษ ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดและขบวนการกู้ชาติรัฐแสนปุระ เตชัสขอให้เธอปิดเรื่องนี้เป็นความลับ รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างเขาและเธอก็ต้องเป็นความลับด้วยเช่นกัน เพื่อความปลอดภัย
ดร.ทุนอู รู้ความจริงเรื่องที่เตชัสเป็นทหารหน่วยพิเศษ สั่งให้คนดักจับตัวและคาดคั้นให้เตชัสเผยความจริง แต่มาดามเมย์ทูเอออกตัวปกป้องเตชัส ทำให้ ดร.ทุนอู หาว่ามาดามเมย์ทูเอหลงเสน่ห์เตชัส และอาจจะวางแผนหักหลัง ดร.ทุนอู จึงสั่งฆ่าทั้งเตชัสและมาดามเมย์ทูเอ แต่นุนุเข้ามาห้าม และเปิดเผยให้เตชัสได้รู้ว่าแท้จริงแล้วนุนุคือ เจ้าก้อนแก้ว (มนัสนันท์ พันเลิศวงศ์สกุล) ลูกสาวคนเล็กของ เจ้าอินทร์ ที่ถูกทหารของรัฐบาลกลางแสนปุระยิงตาย เธอมีพี่ชายชื่อ เจ้าแก้วอิน (เพ็ญเพ็ชร เพ็ญกุล) ผู้นำของกองกำลังติดอาวุธกู้ชาติของรัฐแสนปุระ ส่งเสริมการปลูกฝิ่น เพื่อหาเงินสะสมอาวุธไว้ต่อต้านรัฐบาลกลาง เตชัสได้รู้ว่าสิ่งที่ ดร.ทุนอู ทำทั้งหมด ไม่ใช่แค่การสนับสนุนการขนยาเสพติดเพื่อให้ค้าขายอาวุธให้กับกองกำลังกู้ชาติ
ดร.ทุนอู สั่งให้เตชัสไปปล่อยข่าวลวง เพื่อล่อหลอกให้ พล.ท. อิสริยะ และ นพ.อติศักดิ์ มาติดกับ พล.ท. อิสริยะ รู้ว่าเป็นข่าวลวงแต่ก็ตัดสินใจไปตามข่าวลวง จนถูกยิงเสียชีวิต หลังการเสียชีวิตของ พล.ท. อิสริยะ เตชัสไม่เป็นอันทำงาน และขอหลบไปพักที่บ้าน ครูจันทรา (สินจัย เปล่งพานิช) ครูผู้ให้สติเตือนใจ ให้เตชัสโฟกัสที่เป้าหมายของพ่อ และอย่าให้การเสียสละของพ่อเปล่าประโยชน์...
เรื่องราวและภารกิจลับของ พ.ต. เตชัส หน่วยรบพิเศษ จะเข้มข้นขนาดไหน..? ระหว่างหน้าที่กับความรัก...เขาจะเลือกอะไร..? ติดตามได้ในซีรีส์ My Hero วีรบุรุษสุดที่รัก เรื่อง มาตุภูมิแห่งหัวใจ ทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางช่อง 3 ซีรีส์ My Hero วีรบุรุษสุดที่รัก เรื่อง มาตุภูมิแห่งหัวใจ เริ่มตอนแรกวันเสาร์ที่ 26 พฤษภาคม 2561